ภาพปกนิยาย สะบายดีจอมดื้อ

สะบายดีจอมดื้อ

9.0 / 10.0
เมื่อพิษรักทำเอาหัวใจบอบช้ำจนแทบเสียศูนย์ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจหอบร่างอันไร้วิญญาณข้ามโขงไปพักกายพักใจที่ประเทศลาวแบบยาวๆ หวังใช้ความสงบเยียวยาบาดแผล แต่แผนพักใจกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเอเจนซี่ทัวร์ดันส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางกวนประสาทและดูเหมือนเด็กกุ๊ยมาคอยดูแล แถมเจอกันไม่ทันไรไอ้เด็กคนนี้ยังโพล่งถามด้วยถ้อยคำสุดแสบสันว่าเขาเป็นเกย์หรือเปล่า พร้อมประกาศกร้าวให้ระวังตัวอย่ามาแตะต้องส่วนล่างของมันเด็ดขาด เจอคำสบประมาทแบบนี้เข้าไป ทำเอาคนอกหักถึงกับปรี๊ดแตกจนลืมเศร้า ทริปพักใจครั้งนี้จึงกลายเป็นความวุ่นวายที่ต้องรับมือกับความดื้อรั้นของไกด์ตัวแสบแทน
เรื่องย่อ สะบายดีจอมดื้อ
เมื่อพิษรักทำเอาหัวใจบอบช้ำจนแทบเสียศูนย์ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจหอบร่างอันไร้วิญญาณข้ามโขงไปพักกายพักใจที่ประเทศลาวแบบยาวๆ หวังใช้ความสงบเยียวยาบาดแผล แต่แผนพักใจกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเอเจนซี่ทัวร์ดันส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางกวนประสาทและดูเหมือนเด็กกุ๊ยมาคอยดูแล แถมเจอกันไม่ทันไรไอ้เด็กคนนี้ยังโพล่งถามด้วยถ้อยคำสุดแสบสันว่าเขาเป็นเกย์หรือเปล่า พร้อมประกาศกร้าวให้ระวังตัวอย่ามาแตะต้องส่วนล่างของมันเด็ดขาด เจอคำสบประมาทแบบนี้เข้าไป ทำเอาคนอกหักถึงกับปรี๊ดแตกจนลืมเศร้า ทริปพักใจครั้งนี้จึงกลายเป็นความวุ่นวายที่ต้องรับมือกับความดื้อรั้นของไกด์ตัวแสบแทน
อ่านเพิ่มเติม

สะบายดีจอมดื้อ ตอนที่ 1

บทที่ 1

มีใครเคยบอกว่า ‘ถ้าอกหักก็ต้องไปพักใจ’

เพราะวลีนี้ ผมเลยมาโผล่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ชายแดนระหว่างประเทศไทย-ลาวในช่วงบ่ายของวันใหม่หลังจากที่ใช้เวลาอยู่บนรถบัสจากทางภาคเหนือมายังภาคอีสานตลอดทั้งคืน การกระทำของผมค่อนข้างจะวู่วามและดูงี่เง่าไปสักหน่อย เพราะจู่ๆ ผมก็ออกจากบ้านมาแบบไม่บอกกล่าวใคร ไม่บอกทั้งไอ้จอมแสบ ผู้ซึ่งเป็นพี่ชายอายุมากกว่ากันสามปี และไอ้จอมแก่น น้องชายอายุน้อยกว่ากันเจ็ดปี ซ้ำยังทิ้งร้านนมซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวของตัวเองในจังหวัดพิษณุโลกมาโดยไม่สนใจอะไรอีกด้วย

ความสิ้นคิดของผมในการกระทำนี้มีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น...

ผมอกหัก... อกหักจากผู้ชายคนนึงที่ผมเคยตามจีบอยู่

ใช่ครับ... ผู้ชาย ยืดอกยอมรับแมนๆ เลยว่าผมเป็นเกย์ และคนที่ผมจีบก็เป็นเกย์เช่นกัน แต่บังเอิญว่าการเป็นเกย์กันทั้งคู่ไม่ใช่เหตุผลที่ผมจะจีบเขาติด ในเมื่อเขาคบหาอยู่กับคนอื่น ผมก็ไม่อยากจะเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี เขาไม่รักก็ตื๊อไม่เลิกอะไรเทือกนั้นเลยต้องกลับมาดูแลตัวเอง

ช่วงแรกๆ ที่ผมพยายามตัดใจ ผมก็คิดนะว่ามันคงจะไม่ใช่เรื่องยากเพราะผมเพิ่งจะรู้จักเขาไม่นานเท่าไหร่ ทว่าเอาเข้าจริง ความรู้สึกของผมที่มีให้เขาคนนั้นมันมากเกินกว่าการจีบเล่นๆ กว่าจะรู้ตัวว่าผมชอบเขาจริงๆ ก็เจ็บปวดรวดร้าวจนทนเห็นหน้ากันไม่ไหวแล้ว

ก็นะ เวลาเห็นคนที่ผมชอบอยู่กับคนที่เขารักมันปวดใจนี่ ถึงเราจะยังมีมิตรภาพดีๆ ให้แก่กัน แต่มันก็ทนดูไม่ได้ มาอยู่ห่างๆ น่ะดีแล้ว ห่างกันให้มากที่สุด...

ห่างแค่ในจังหวัดคงไม่พอ เลยต้องห่างกันข้ามประเทศ ทว่าจะให้ไปไหนไกลๆ ผมก็ไม่มีอารมณ์เท่าไหร่นัก สุดท้ายเลยมาจบที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เดินทางง่าย ค่าเงินไม่ต่างกันมาก แถมภาษาก็ใกล้เคียง มาคนเดียว ยังไงคนไม่เก่งภาษาอังกฤษอย่างผมก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว

ผมลงจากรถทัวร์ที่มาส่งยังท่ารถซึ่งจะต้องขึ้นต่อเพื่อข้ามไปยังลาวในตอนบ่าย จัดการซื้อตั๋วอะไรเสร็จก็เปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ปิดเอาไว้ตั้งแต่ออกจากบ้านขึ้นมาเช็กว่ามีใครติดต่อมาไหม พอหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นเท่านั้น ข้อความแจ้งเตือนมิสคอลมากมายก็ปรากฏให้เห็น คนที่โทรเข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้แสบกับไอ้แก่น พี่กับน้องของผมนั่นเอง โทรมากันเป็นร้อยๆ สาย มีสายของพ่อกับแม่ที่ทำสวนผลไม้อยู่ที่เชียงใหม่โทรเข้ามาด้วย ดูท่าพวกมันคงจะโทรบอกพ่อกับแม่ว่าผมหายตัวออกจากบ้านโดยไม่รู้สาเหตุเป็นที่เรียบร้อย ผมเลยโทรกลับหาพวกมันด้วยกลัวว่ามันจะเป็นห่วงจนถึงขั้นไปแจ้งความคนหาย

ผมเลือกที่จะโทรหาไอ้แสบ เพราะถ้าโทรหาไอ้แก่น รับรองเลยว่าไอ้เด็กนั่นมันจะต้องโวยวายที่ผมหายหัวไปแน่ ก็ผมทิ้งงานไว้ให้มันขนาดนั้นน่ะ ไอ้แสบมันมีร้านเหล้าที่ต้องดูแล มันอาจจะไม่ได้มาดูแลประจำสักเท่าไหร่โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ดังนั้นหน้าที่ที่เหลือจึงตกเป็นของไอ้แก่นแทน

รอสายได้ไม่นานก็มีเสียงตอบรับ ก่อนผมต้องรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูเมื่ออีกฝ่ายแผดเสียงใส่ลั่น

[อยู่ไหนของมึงเนี่ยไอ้ดื้อ! กูกับไอ้แก่นโทรหามึงจนมือจะหงิกแล้ว มึงหายหัวไปอยู่ไหนมา!]

ดูเหมือนจะคิดผิดเหมือนกันที่โทรหาไอ้แสบเพราะคิดว่ามันจะไม่โวยวาย ความจริงแล้วมันก็โวยวายไม่แพ้กับไอ้แก่นเลย

“มึงใจเย็นๆ กูก็แค่ออกมาเที่ยว”

ผมรีบบอกพี่ชาย ทว่าไอ้แสบไม่ได้คิดว่า ‘ก็แค่’ เหมือนกับผมแม้แต่น้อย พอมันได้ยินเหตุผลของผม มันก็สบถหยาบคายออกมาทันที

[ก็แค่เที่ยวบ้านมึงเถอะ กูนึกว่ามึงโดนใครดักทุบหัวไปฆ่าหมกพงหญ้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไอ้เวรเอ๊ย ไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกก่อน]

คำบ่นด่าของมันทำเอาผมหัวเราะออก ก่อนมันจะถามขึ้นมาใหม่

[แล้วนี่ตกลงมึงอยู่ไหน]

“กูอยู่หนองคาย” ผมว่า

ไอ้แสบร้องดังหืมขึ้นมาให้ได้ยินนิดนึงประหนึ่งสงสัย

[ไปหนองคายทำไมวะ]

“กูกำลังจะข้ามฝั่งไปลาว”

[อะไรนะ นี่มึงผีบ้าอะไรเข้าสิงเนี่ย ไปลาวทำบ้าอะไร!]

โวยวายมาอีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่แค่ไอ้แสบด้วยที่โวยวาย เหมือนจะได้ยินเสียงไอ้แก่นดังมาให้ได้ยินแว่วๆ ว่าถามไอ้แสบว่า ‘นั่นพี่ดื้อเหรอ’ ก่อนจะตามมาด้วยการโวยวายด้วยอีกคนเมื่อได้ยินไอ้แสบบอกว่าผมกำลังจะข้ามฝั่งไปลาว ผมเลยต้องรีบตอบคำถามพี่ชายก่อน ไม่งั้นล่ะก็ไอ้แก่นต้องเข้ามาแย่งโทรศัพท์แล้วเป็นตัวแทนแม่ บ่นผมยาวแน่

น้องชายคนเล็กของผมน่ะมันบ่นเก่งจะตาย ปกติเห็นมันเงียบๆ ไม่ค่อยหือค่อยอือกับใคร แต่เวลามันเอ่ยปากอะไรขึ้นมาทีนี่ บอกเลยว่าหูชา ไม่ใช่ว่าผมกลัวมันหรอกนะ แต่รำคาญมากกว่า เป็นน้องเล็กสุดแต่ดันขี้บ่นกว่าใครเพื่อนเพราะดันมีหน้าที่จัดการงานบ้านงานช่องให้พวกพี่ชายที่เป็นหนุ่มโสดทั้งคู่ พอเห็นมันเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่ค่อยอยากคุยกับมันเท่าไหร่ด้วยไม่ต้องการมีแม่คนที่สอง

และเพราะได้ยินพวกมันโวยวายโหวกเหวกมาอย่างนั้น ผมเลยรีบว่าเร็วๆ

“กูก็จะไปเที่ยวน่ะสิ อกหัก ขอไปพักใจหน่อย”

ไอ้แสบที่โวยวายค้างอยู่ก็หันไปบอกไอ้แก่นให้เงียบก่อน จากนั้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง ดูท่าจะปลีกตัวมาคุยกับผมอีกที่ พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงมันดังขึ้นมา

[เอาจริงดิ มึงช้ำใจขนาดนั้นเลยเหรอวะ]

“อืม”

[มึงนี่น้า แล้วจะไปกี่วัน]

“น่าจะสักเดือนนึง” ผมว่า

ไอ้แสบบ่นนิดหน่อยที่เห็นว่าผมไปนานกว่าที่มันคาดคิด แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก ด้วยมันรู้ดีว่าผมต้องการเวลาส่วนตัวในเวลาที่เจอความผิดหวัง

ก็ทุกครั้งที่ผมอกหักหรือเลิกกับแฟน ผมก็ทำแบบนี้ทุกที หนีไปที่อื่นโดยไม่บอกใครอะไรแบบนี้ พอเริ่มรู้สึกดีขึ้นก็กลับไปใช้ชีวิตปกติตามเดิม เพียงแต่ครั้งนี้มาไกลกว่าเดิมหน่อยก็เท่านั้น

[เออ พักใจก็พักใจ ไว้สบายใจก่อนแล้วค่อยกลับ ว่าแต่ร้านนมมึงนี่เอาไง ให้ปิดไปก่อนไหม]

“ปิดแล้วกูจะเอาที่ไหนกินวะ ฝากดูหน่อย”

[ภาระกูอีกละ กลับมาแล้วแบ่งกำไรให้กูด้วย]

ทำเป็นว่าผมไปอย่างนั้นแหละ แต่ก็รับปากว่าจะดูแลให้เพราะครั้งก่อนๆ มันก็เป็นแบบนี้

ผมหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะบอก

“เออ ไม่ต้องห่วง ไว้กูกลับไปจะแบ่งกำไรให้”

[ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน อย่าไปโดนหนุ่มลาวหลอกแล้วช้ำใจกลับมาไทยล่ะ]

ไอ้แสบทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ที่เหลือก็เป็นคราวผมที่กำชับพี่ชายให้บอกพ่อกับแม่ว่าผมปลอดภัยดีและกำลังจะไปที่ไหน เหตุผลที่ผมไม่โทรบอกเองเป็นเพราะกลัวว่าจะโดนบ่นยาวโทษฐานทำให้เป็นห่วงน่ะ

พูดคุยตกลงกันเสร็จ ผมก็ตัดสายทิ้ง เตรียมตัวไปขึ้นรถข้ามฝั่งไปลาวเพราะใกล้เวลาที่รถจะออกแล้ว ทว่าในจังหวะที่ผมยกกระเป๋าเป้ใบเขื่องขึ้นสะพายหลัง จู่ๆ ก็มีใครบางคนเดินมาด้านหลังผมพอดี ทำให้กระเป๋าเป้ที่ผมเหวี่ยงขึ้นสะพายไปฟาดโดนคนคนนั้นอย่างจังจนเซถลา ผมไม่เห็นแต่รู้สึกได้เลยรีบวางเป้ลง หันไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าใครคนนั้นกระเด็นไปชนกับเก้าอี้ที่ตั้งไว้สำหรับนั่งรอรถบัสเข้าอย่างจัง

“ขอโทษครับ”

ผมรีบร้องบอกไปโดยเร็ว แล้วก็ต้องชะงักเมื่อสายตาปะทะเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่มีความสูงในระดับสายตาผม ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าหากไม่เห็นว่าไอ้หมอนี่ใส่แจ็คเก็ตหนังตัวหนาทับเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาดๆ มีสายโซ่ห้อยระโยงระยาง อารมณ์เหมือนชาวร็อกอะไรเทือกนั้น ใบหน้าก็สวมแว่นตาดำ ซ้ำยังมีหมวกแก๊ปสวมที่หัว แต่พอดูผมเผ้าที่ยาวปรกบ่าและหนวดเคราเฟิ้มบนใบหน้าแล้ว ผมว่าไม่น่าจะใช่ร็อก คล้ายพวกเพื่อชีวิตมากกว่า ทว่ามีสิ่งที่ไม่เข้าพวกปรากฏให้เห็นอยู่อย่างนึง นั่นก็คือกระเป๋าที่หมอนี่ถือ...

กระเป๋าพลาสติกสายรุ้ง...

หรือที่เรียกว่าถุงกระสอบนั่นแหละ หิ้วมาด้วยซะใบเบ้อเริ่ม ดูท่าจะเอาใส่เสื้อผ้ามา

ผมเผลอย่นคิ้วใส่อย่างเสียมารยาทด้วยไม่เข้าใจกับการแต่งตัวของอีกฝ่าย

ไม่ร้อนหรือไงวะ แล้วกระเป๋าที่หาความแมตช์กับเสื้อผ้าที่ใส่ไม่เจอมันคืออะไร

อีกฝ่ายเองก็ย่นคิ้วใส่ผม บอกให้รู้ชัดเจนว่าไม่พอใจที่ผมเหวี่ยงกระเป๋าไปโดนเข้า ผมได้สติก็เลยขอโทษไปอีกทีด้วยไม่อยากมีปัญหา

“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีเมื่อกี้ผมไม่ทันเห็นเลยไม่ทันระวัง”

อีกฝ่ายไม่พูดอะไร ยังทำหน้าไม่พอใจอยู่ ยืนจังก้าจ้องผมอยู่นั่นแหละ ผมเลยคิดเอาเองว่าอาจจะไม่ใช่คนไทย แล้วคงไม่ใช่คนลาวด้วย ก็แถวนี้นอกจากคนไทยกับคนลาวแล้ว ยังมีคนต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อยู่อีกเพียบ ผมเลยพูดเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงไทยออกไปแทน

“แอมโซซอรี่ (ขอโทษครับ)”

คราวนี้เหมือนฝั่งนั้นจะเข้าใจ พ่นลมหายใจออกมาเต็มแรงครั้งหนึ่ง ก่อนจะพึมพำ

“Asshole (ไอ้งี่เง่า)”

แล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมมองอย่างงุนงงด้วยฟังไม่ทันว่าคนเมื่อครู่พูดว่าอะไร

ก็ผมเก่งภาษาอังกฤษเสียที่ไหน แล้วดูมันพูดอย่างไว ฟังได้คร่าวๆ ว่าอะไรโฮลๆ สักอย่าง

ยืนคิดทบทวนไปครู่ ก่อนจะค่อยๆ แปลคำศัพท์เมื่อกี้ทีละคำ

แอส... แปลว่าก้น

โฮล... แปลว่ารู

รวมกันเป็นรู...

เดี๋ยว! แม่งด่ากูนี่หว่า!

จากที่ไม่อยากมีปัญหา ตอนนี้มองหาไอ้เวรนั่นโดยไว จะเข้าไปถามมันสักหน่อยว่ามาด่าเรื่องอะไร ทั้งที่ผมก็ขอโทษไปแล้ว ทว่าก็ไม่เห็นมันแม้แต่เงา เดินหายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ผมเลยได้แต่สบถหัวเสียอยู่คนเดียว ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้ขึ้นอีกครั้ง แล้วตรงไปขึ้นรถด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่

หงุดหงิดชะมัด ทำไมต้องมาเจอคนบ้าด่าเอาฤกษ์เอายามตั้งแต่ยังไม่ข้ามฝั่งไปลาวด้วยวะ

อ่านต่อ

สารบัญของ สะบายดีจอมดื้อ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้จะรู้ดีว่าในใจของเขามีเพียงคนรักเก่าที่อยู่ต่างประเทศ จนกระทั่งฝ่ายนั้นตั้งครรภ์เธอก็ยังเลือกที่จะขอเขาแต่งงาน ทว่าในวันที่ต้องจดทะเบียนสมรส ลู่เหยี่ยนจือกลับทอดทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและย้ายหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในขณะที่ลู่เหยี่ยนจือชะล่าใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องกลับมาหาเขา แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขาได้เห็นเธอจดทะเบียนสมรสกับชายอื่นต่อหน้าต่อตา ความสูญเสียทำให้เขาแทบเสียสติและยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสครั้งที่สอง ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงคำไล่ส่งจากซ่งชิงอวี่ที่ยืนยันว่าตอนนี้เธอมีครอบครัวใหม่ที่ต้องปกป้องแล้ว
ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เพียงขวัญไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ามาในชีวิตเพียงเพื่อหลอกลวง แต่กรพักตร์กลับเป็นฝ่ายที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับหัวใจของตัวเอง เมื่อเขาตกหลุมรักเธอโดยไม่ทันตั้งตัว การกลับมาของเขาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนไว้มานาน ความรักและความแค้นของทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือด เมื่อเขาจับเธอโยนลงสระน้ำ กอดรัดเย้ยหยันถึงเรื่องผู้ชายคนอื่น แต่เพียงขวัญก็ไม่ยอมอ่อนข้อ เธอตบเขา แล้วเขาก็จูบเธอตอบแทนด้วยความแค้นที่แฝงด้วยแรงปรารถนา คำถามที่เขาย้ำถามถึงลีลาความรักของเธอ กลายเป็นการต่อสู้ที่ทั้งเจ็บปวดและเร่าร้อนที่ไม่อาจห้ามใจ
ภาพปกนิยาย Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
โชคชะตาเล่นตลกกับความรักของหนุ่มสาวหลายคู่ที่ต้องเผชิญทั้งสุขและเศร้า หลิน สาวเหนือแสนขยันและซื่อตรง ต้องหวั่นไหวเมื่อพบกับ พีค ซีอีโอหนุ่มเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูผู้มีกฎคบผู้หญิงเพียงหนึ่งอาทิตย์ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความผิดพลาดเพียงชั่วข้ามคืนกลายเป็นพันธะที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ขณะที่หลินเริ่มมีใจแต่กลับหวาดกลัวว่าตนจะเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่ พีคจะเลือกหยุดที่สาวธรรมดาคนนี้หรือเป็นเพียงความใคร่ที่อยากเอาชนะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบ ทั้งรักแรกของแพรวากับกฤษ เสน่ห์เหลือร้ายของภุชงค์ ความสัมพันธ์ฉบับทอมกับหนุ่มเนิร์ดอย่างขนมผิงและติ๊ดชึ่ง รวมถึงคู่เกย์สุดน่ารักอย่างกุ้งเต้นและตุ๊กตุ่น ที่จะมาร่วมพิสูจน์ว่าหากเป็นคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน
ภาพปกนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
เมื่อแอลตัน เพลย์บอยหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสวัย 35 ปี ผู้มีชีวิตเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและทรัพย์สมบัติ ต้องมาเผชิญหน้ากับสายป่าน สาวน้อยวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแสบซ่าและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้แอลตันจะหวงความโสดและมีอดีตฝังใจจนไม่คิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหน แต่ความดื้อรั้นและใจเด็ดของสายป่านกลับทำให้เสือร้ายที่เคยผ่านสมรภูมิรักมาทุกวงการต้องปั่นป่วน งานนี้ความสัมพันธ์สุดชุลมุนจึงเกิดขึ้น เมื่อสาวแสบพร้อมดับเครื่องชนเพื่อสยบเขี้ยวเล็บหนุ่มเจ้าสำราญให้กลายเป็นหมาหงอย เรื่องราวความรักฉบับวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบจะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยาย สุดที่รักคือเธอ
8.9
นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าผู้โชคดีได้สมรสกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง แม้สามีของเธอจะเพียบพร้อมในทุกด้าน แต่ความสัมพันธ์ตลอดสามปีกลับไร้ซึ่งความรัก กระทั่งวันที่เธอเริ่มตั้งครรภ์ เขากลับขอหย่าขาดเพราะปักใจเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างมีคนใหม่ ทว่าในจังหวะที่สายใยรักกำลังจะตัดขาด ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมปล่อยเธอไปเสียอย่างนั้น ท่ามกลางความสับสนและคำสารภาพรักที่มาพร้อมความบาดหมาง นิ่งเฉี่ยนเฉี่ยนที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาจึงต้องเผชิญกับทางเลือกอันยากลำบากว่าควรจะจัดการกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวนี้อย่างไรเพื่อให้ได้พบกับความสุขที่แท้จริง
ภาพปกนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
เซี่ยหลิง หญิงสาวที่เคยทุ่มเททุกอย่างเพื่อชายที่รัก ต้องพบกับการหักหลังอันโหดร้ายจากสามีและเพื่อนสนิท จนเธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่คนทรยศกลับใช้ชีวิตอย่างสบายใจ แต่เมื่อเธอตื่นขึ้นมา โลกก็เปลี่ยนไป เธอกลับมาพร้อมตัวตนที่ซ่อนเร้น ไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำ หรือยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจใต้ดิน เธอจะจัดการกับทุกคนที่ทำร้ายเธอ และทวงความยุติธรรมกลับคืน รวมถึงเปิดใจให้กับเฟิงเส้าถิง ชายที่รอคอยเธอมานานกว่าสิบปี
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.