ภาพปกนิยาย ระบำดอกดิน

ระบำดอกดิน

7.9 / 10.0
ท่ามกลางกระแสสังคมที่อาจมองว่าเธอเป็นเพียง ‘ดอกดิน’ ผู้ต่ำต้อยและไร้ราคา แต่สำหรับ ‘หล้า’ แล้ว เธอไม่เคยคิดลดทอนคุณค่าในตัวเองแม้แต่น้อย หญิงสาวเลือกดำเนินชีวิตด้วยการยึดถือความดีงามเป็นเกราะคุ้มกาย โดยเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าการปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมจะช่วยฉุดดึงให้พ้นจากอบายมุขและสิ่งยั่วเย้าทั้งปวงได้ แม้เส้นทางที่เธอเลือกเดินจะต้องเผชิญกับความขื่นขมหรืออุปสรรคถาโถมเพียงใด เธอก็ยังคงยืนหยัดที่จะลิขิตชะตาชีวิตด้วยมือของตนเอง เพื่อพิสูจน์ว่าผลแห่งการทำดีจะนำพาชีวิตให้ก้าวข้ามผ่านความทุกข์ยากไปสู่ความสมหวัง เปรียบเสมือนจังหวะการร่ายรำที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยความหมายในทุกย่างก้าวที่เธอตัดสินใจเดิน
เรื่องย่อ ระบำดอกดิน
ท่ามกลางกระแสสังคมที่อาจมองว่าเธอเป็นเพียง ‘ดอกดิน’ ผู้ต่ำต้อยและไร้ราคา แต่สำหรับ ‘หล้า’ แล้ว เธอไม่เคยคิดลดทอนคุณค่าในตัวเองแม้แต่น้อย หญิงสาวเลือกดำเนินชีวิตด้วยการยึดถือความดีงามเป็นเกราะคุ้มกาย โดยเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าการปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรมจะช่วยฉุดดึงให้พ้นจากอบายมุขและสิ่งยั่วเย้าทั้งปวงได้ แม้เส้นทางที่เธอเลือกเดินจะต้องเผชิญกับความขื่นขมหรืออุปสรรคถาโถมเพียงใด เธอก็ยังคงยืนหยัดที่จะลิขิตชะตาชีวิตด้วยมือของตนเอง เพื่อพิสูจน์ว่าผลแห่งการทำดีจะนำพาชีวิตให้ก้าวข้ามผ่านความทุกข์ยากไปสู่ความสมหวัง เปรียบเสมือนจังหวะการร่ายรำที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยความหมายในทุกย่างก้าวที่เธอตัดสินใจเดิน
อ่านเพิ่มเติม

ระบำดอกดิน ตอนที่ 1

ดอกไม้สีม่วงอมแดงมีเกสรสีเหลืองดูแตกต่างไปจากดอกไม้ในกระถางนับสิบที่วางเรียงรายกันอยู่บริเวณด้านนอกของระเบียงบ้าน สีที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และลักษณะคล้ายรูปถ้วยคว่ำที่เขามักจะคิดว่าดอกไม้แบบนี้น่าจะเป็นดอกไม้จากป่าลึก หรือไม่ก็อาจเป็นดอกไม้จากในวรรณคดีที่มีเพียงในจินตนาการ หรืออาจเป็นเพราะดอกไม้ชนิดนี้ไม่มีใบ ไม่มีกิ่งก้าน ลักษณะลำต้นตรงขึ้นมาจากพื้นดิน ก่อนจะออกดอกเบ่งบานอวดความงดงามตามธรรมชาติที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครให้ชาวโลกได้ประจักษ์ว่า ความงามฉายชัดและยังเบ่งบานได้แม้จะไม่มีกิ่งใบคอยพยุงหรือโอบอุ้มเลยมีอยู่จริง

ริมฝีปากนั้นคลี่ยิ้มละไมก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ดอกเดี่ยว ดวงตาคมเข้มทอดมองแสงไฟสลัวที่เล็ดลอดออกมาจากม่านลูกไม้สีขาวของหน้าต่างห้องนอนด้านบน สลับกับมองสิ่งที่เขาโอบอุ้มไว้อย่างแสนรัก

“ฮือ...ฮือ...”

เสียงร้องไห้ที่ดังติดต่อกันตั้งแต่ช่วงหัวค่ำยันค่อนดึกทำให้คนที่นอนกระสับกระส่ายอยู่ในมุ้งสีเทาเก่าจนเกือบจะขาดใกล้จะหมดความอดทนเข้าไปทุกที ชายผ้าห่มทั้งสองข้างถูกดึงขึ้นมาคลุมปิดใบหูด้วยหวังว่าเสียงนั้นจะเล็ดลอดเข้าไปไม่ได้ แต่ผิดคาดเพราะยิ่งพยายามจะปิดเท่าไรก็ยิ่งเหมือนเสียงนั้นจะดังอื้ออึงอยู่ภายในหัวมากขึ้น และมันทำให้เธอหมดความอดทนในที่สุด

“โว้ย! อีหล้า! หยุดร้องซะที กูจะหมดความอดทนกับมึงแล้วนะ กูจะหลับจะนอน มึงจะคร่ำครวญหาสวรรค์วิมานอะไร แม่ง! จะร้องหาโคตรพ่อโคตรแม่ของมึงรึไง อีนี่! วอนซะแล้ว มึงรีบมานอนเลยนะ ก่อนที่กูจะหมดความอดทน อีหล้า! กูบอกให้หยุดร้อง! มึงจะมานอนไหม! หรือจะให้กูเอามึงไปมัดกับเสาไฟ จะมานอนไหม! อีนี่! จะลองดีกับกูใช่ไหม!”

เด็กหญิงวัยประมาณหกขวบสะดุ้งสุดตัวเพราะคำด่าทอและเสียงแหลมใส่อารมณ์นั้น ไม่ต่างอะไรจากเสียงของพญามัจจุราชที่กำลังตวาดเหล่าดวงวิญญาณที่เธอเคยเห็นในละครทีวีที่ร้านค้าหน้าปากซอยเข้าตลาด เพราะยายมักจะใช้ให้เธอไปซื้อกะปิ น้ำปลา และเครื่องครัวจิปาถะอยู่บ่อยครั้ง และทุกครั้งเด็กหญิงก็มักจะถูกลากกลับพร้อมกับก้านมะยมที่ประเคนใส่น่องเล็กไม่ยั้ง เหตุเพราะดูทีวีเพลินจนลืมของที่ยายสั่งซื้อ

ดวงตาบอบช้ำเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวเต็มที่ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาส่ายไปมาแรงๆ จนผมหน้าม้าสะบัดตามแรงขยับ เพราะสถานที่ที่น้าสาวกล่าวถึงนั้นไม่ต่างจากที่สิงสถิตของเหล่าผีร้ายที่คอยหลอกหลอนและข่มขวัญเด็กให้ขวัญกระเจิง เสาไฟฟ้าต้นสูงใหญ่หน้าบ้านที่ทางการเพิ่งมาติดตั้งแทนเสาไม้ที่เก่าคร่ำคร่าตามอายุของตลาดเก่าในชุมชนเป็นสิ่งที่สร้างความหวาดผวาแก่เด็กในซอยที่สุด

ในยามค่ำคืนสายลมพัดเอื่อย มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟเก่าๆ ที่ไม่สามารถส่องแสงสว่างนำทางแก่ผู้สัญจรไปมาได้เท่าที่ควร ช่วงดึกที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดผ่านเข้าออกในถนนส่วนบุคคลนี้ กลับมีร่างน้อยถูกจับมัดตรึงไว้กับเสาไฟ ความทรงจำอันน่าหวาดผวาเกิดขึ้นเพียงเพราะเด็กหญิงบังอาจร้องไห้คร่ำครวญหาพ่อแม่ในยามดึก ซึ่งจะแปลกอะไรกับเด็กหญิงตัวน้อยที่ขาดทั้งพ่อและแม่ เพราะที่พักพิงอย่างดีที่สุดสำหรับเด็กน้อยตาดำๆ ก็คืออ้อมอกของแม่

“โอ๊ย! น้าลมอย่าทำหล้า หล้ากลัวแล้ว อย่าทำ...หล้าขอโทษ อย่าทำหล้าเลย ฮือ...หล้ากลัว น้าลมหล้ากลัวแล้ว น้าลม ฮือ...อย่าทำหล้า อย่า...น้าลม ฮือ...”

เด็กหญิงพยายามสะบัดตัวให้หลุดออกจากเงื้อมมือมัจจุราชที่ยื่นออกจากมุ้งเก่าสีมอมาคว้าตัวเธอไว้ เมื่อไม่สามารถทำได้ จึงเปลี่ยนเป็นพนมมืออ้อนวอนทั้งน้ำตา

“มึงอยากร้องนักใช่ไหม งั้นมึงไปร้องให้พอ ร้องอย่าหยุดนะมึง! กูจะดูสิว่าวิญญาณพ่อวิญญาณแม่มึงมันจะมาหาไหม ถ้ามันรักอีลูกไร้ค่าอย่างมึงมันก็ต้องกลับมา ไม่ใช่ไปอยู่กับฝรั่งแล้วไม่เอามึง แม่มึงทิ้งแล้วยังจะไม่เจียมตัว มานี่เลยมึง อีหล้า!”

คนพูดใช้น้ำเสียงดุเข้มเกินความเป็นจริง เพียงแค่พี่สาวหายสาบสูญผู้เป็นน้องสาวก็ไม่น่าจะโกรธแค้นและทารุณหลานสาวได้มากขนาดนี้ แต่ลมรำเพยก็ทำ ไม่มีอะไรที่เธอจะทำกับ ‘มัตติกา หรือ หล้า’ หลานสาวตัวน้อยของเธอไม่ได้ มือแข็งปานคีมเหล็กบีบกระชับที่ต้นแขนเล็กก่อนจะออกแรงกระชากโดยไม่กลัวสักนิดว่าท่อนแขนน้อยๆ นั้นจะหลุดติดมือออกมาหรือไม่

“น้าลมอย่าว่าแม่ แม่รักหล้า แม่ไม่ได้ทิ้งหล้า โอ๊ย! น้าลมหล้าเจ็บ! น้าลม ปล่อยหล้านะ ฮือ...แม่จ๋า...พ่อจ๋า... ยาย...ยายจ๋าช่วยหล้าด้วย ยาย...ฮือ...”

เสียงด่าทอด้วยแรงอารมณ์สลับกับเสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวของเด็กหญิงทำให้ร่างท้วมที่พยายามข่มใจนอนอยู่อีกฟากหนึ่งของบ้านไม้หลังเท่ารูหนูต้องลืมตาขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ ดวงตาฝ้าฟางคล้ายจะมีน้ำเลี้ยงคลออยู่ในนั้น นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แม้ไม่อยากยุ่งเกี่ยวแต่ก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้ ไม่เช่นนั้นวันพรุ่งนี้คงต้องคอยตอบคำถามชาวบ้านร้านตลาดอีกตามเคย และดีไม่ดีข้าวของจะพลอยขายไม่ออกไปด้วย

อ่านต่อ

สารบัญของ ระบำดอกดิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
คืนที่เมามาย นับดาวผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กลายเป็นคนละคนเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย เธอบุกเข้าไปในห้องของทิวา ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่า และทำในสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นไปไม่ได้ 'ใครจะคิดว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอจะมีแรงมากมายขนาดนี้' ทิวาพูดพร้อมกับท้าทายให้เธอรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำลงไป... แม้ว่านับดาวจะพยายามปิดปากเขาไม่ให้พูดต่อ แต่ทิวากลับตอบโต้ด้วยการยั่วยุที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง แลบลิ้นเลียฝ่ามือของเธออย่างดูแคลน และในพริบตาเธอก็กลายเป็นฝ่ายถูกเขาทาบทับร่างไว้ คำถามของเขาทำให้เธอหยุดหายใจ 'คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ'
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
แม่หม้ายป้ายแดงอย่างณาณีมเพิ่งผ่านการหย่าร้าง เธอตั้งใจจะใช้ชีวิตโสดต่อไป แต่ราฮีมหนุ่มหล่อกลับรุกเข้ามาไม่หยุด แม้เธอจะพยายามปิดกั้นหัวใจ แต่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ เขาก็ทำให้เธอหวั่นไหวราวกับเด็กสาว เพื่อนสนิทอย่างณิการ์และธัญมณพยายามปลุกใจให้เธอลองเปิดใจ เธอกลัวการแต่งงาน กลัวการมีเซ็กซ์กับใครใหม่ เพราะสิบสามปีที่ไม่เคยรู้จักผู้ชายคนอื่น แต่เมื่อราฮีมจูบเธอกลางสายฝนเพื่อ 'ถอนพิษลิปสติก' ความร้อนแรงนั้นก็ทำให้เธอเผลอตอบสนอง แม้จะบอกว่าผ่านโลกมามาก แต่หัวใจเต้นแรงจนเธอเองก็แปลกใจ — และฝนที่โปรยลงมา กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคืนที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง
ภาพปกนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง แต่เขากลับจงใจแกล้งยึดผ้าห่มไว้เพียงเพื่อจะชื่นชมความงดงามของเธอให้เต็มตา ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้เขาต้องฝืนใจถอยห่างเพื่อไม่ให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ก่อนจากไปเขาประทับจูบอย่างแสนรักพร้อมย้ำเตือนถึงข้อตกลงลับระหว่างกัน ชติรสยอมเสียสละตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับลิก้าอย่างเด็ดขาด แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอับอายที่ถูกตราหน้าว่าน่าหลงใหลกว่าใคร แต่เธอก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษาคำสัญญานี้ไว้ แม้ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีของตนเองก็ตาม
ภาพปกนิยาย Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
โชคชะตาเล่นตลกกับความรักของหนุ่มสาวหลายคู่ที่ต้องเผชิญทั้งสุขและเศร้า หลิน สาวเหนือแสนขยันและซื่อตรง ต้องหวั่นไหวเมื่อพบกับ พีค ซีอีโอหนุ่มเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูผู้มีกฎคบผู้หญิงเพียงหนึ่งอาทิตย์ ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความผิดพลาดเพียงชั่วข้ามคืนกลายเป็นพันธะที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ขณะที่หลินเริ่มมีใจแต่กลับหวาดกลัวว่าตนจะเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่ พีคจะเลือกหยุดที่สาวธรรมดาคนนี้หรือเป็นเพียงความใคร่ที่อยากเอาชนะ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบ ทั้งรักแรกของแพรวากับกฤษ เสน่ห์เหลือร้ายของภุชงค์ ความสัมพันธ์ฉบับทอมกับหนุ่มเนิร์ดอย่างขนมผิงและติ๊ดชึ่ง รวมถึงคู่เกย์สุดน่ารักอย่างกุ้งเต้นและตุ๊กตุ่น ที่จะมาร่วมพิสูจน์ว่าหากเป็นคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน
ภาพปกนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
โชคชะตาของใบบัวช่างแสนอาภัพ เมื่อเธอต้องกลายเป็นของกำนัลเพื่อชดใช้หนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ชีวิตที่รันทดกลับยิ่งทวีความร้อนแรงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่ง เขาพร้อมจะตักตวงผลประโยชน์จากร่างกายนวลนางให้คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป ทว่าท่ามกลางบทลงโทษที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาและแรงพิศวาสอันเร่าร้อน หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยและพ่ายแพ้ให้กับบรรณาการชิ้นนี้อย่างหมดท่า จากการกักขังเพื่อขัดดอกกลับกลายเป็นความต้องการครอบครองเธอไว้ในอ้อมกอดตลอดกาล ทัณฑ์ร้ายที่มอบให้จึงแปรเปลี่ยนเป็นบ่วงรักที่ร้อยรัดคนทั้งคู่ไว้ด้วยกันนิจนิรันดร์
ภาพปกนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จางฟางซินต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อรถม้าที่นางนั่งมาเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำอย่างรุนแรงจนร่างกระแทกผนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเจ็บปวดร้าวรานไปถึงกระดูกทำให้สติของนางแทบหลุดลอย ในขณะที่พยายามประคองสติท่ามกลางความมึนงงและม่านน้ำตา นางได้คว้ามีดสั้นของอาจารย์ไว้ป้องกันตัว ทว่ากลับถูกข่มขู่ด้วยน้ำเสียงกร้าวระด้างจากชายปริศนา ปลายกระบี่ที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ จ่อประชิดใบหน้าจนนางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความหวาดกลัวและอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า นางกลับพบว่าใบหน้าของบุรุษที่ดูราวกับมัจจุราชผู้นี้ช่างดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาดใจ
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.