ตอน 2

ตอนที่ 2

“ขอโทษค่ะพี่สีดา ช่อรีบไปหน่อย” เหมือนเสียงนุ่มอ่อนโยนจะดึงสติราชาวดีกลับมาได้ แต่ก็ทำให้เธอนึกถึงหน้าที่ของตนเองที่จะต้องกระทำ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่สีดา ช่อไปเองดีกว่า แค่นี้ก็รบกวนพี่สีดามากแล้ว อีกอย่าง พี่สีดาก็ต้องไปทำผมและทำเล็บให้กับคุณหญิงอรุณวดีด้วยนี่นา” หญิงสาวโต้กลับด้วยไม่อยากรบกวน ผู้เป็นนายจ้างที่รักและเห็นเธอเป็นเสมือนคนในครอบครัวมากไปกว่านี้แล้ว

ตั้งแต่พี่สาวหายตัวไป ก็ได้สีดานี่แหละที่เป็นคนคอยดูแลมาตลอด จนไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะชดใช้หนี้บุญคุณหมดหรือเปล่า เลยได้แต่ทำตัวให้ดี ไม่เป็นปัญหาให้อีกฝ่ายต้องเหนื่อยทั้งกายและใจ

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยังไงก็ทัน” ราชาวดียกมือชูสองนิ้วพร้อมรอยยิ้ม รีบคว้าด้ามที่ตักผงและไม้กวาดมาจัดการกับข้าวของ พยายามข่มใจที่มันตื่นต้นยินดีให้มันเย็นลง แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ยังก็ยังมีเสียงงำเพลงในลำคอให้อีกฝ่ายได้ยินอยู่ดี

สีดาอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ ราชาวดีอยู่กับเธอมาตั้งแต่เป็นเด็กอายุได้ห้าหกขวบ หลังจากเลิกเรียนก็ตามติดพี่สาวคือยุพาพรมานั่งเล่นจนดึกจนดื่น บางครั้งเมื่อมีงาน ก็กินนอนที่บ้านนี้จนแทบจะกลายเป็นบ้านของตัวเอง เรียนรู้ที่จะช่วยเหลืองาน ปากสีชมพูสดขยับเอื้อนเอ่ยซักถามอยู่ตลอดเวลา จดจำทุกอย่างราวกับมีแมมโมรี่ช่วยบันทึกข้อมูลเอาไว้

แต่เมื่อผู้เป็นพี่สาวหายตัวไป แม่หนูน้อยราชาวดีที่น่ารักน่าเอ็นดู มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีก็เปลี่ยนไป จากเด็กหญิงช่างพูดเป็นเก็บตัว เหงาเศร้า ดวงตากลมโตแดงแดงก่ำฉ่ำน้ำและไหลอาบแก้มไม่ขาดสายอยู่บ่อยครั้ง แม้จะพยายามสักเท่าไหร่ก็ยังทำให้เด็กหญิงที่แสนจะน่ารักกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ จนเธอแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเมื่อราชาวดียังจมอยู่ในกองทุกข์

เพราะความเป็นคนไขว่เรียน มีพื้นความรู้ภาษาญี่ปุ่นเลยทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ยุพาพรมีเพื่อนชวนไปทำงานพิเศษเป็นพนักงานต้อนรับนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ด้วยหน้าตาที่สวยหวาน ดวงตาหวานอมโศกนิด ๆ บวกกับเสียงหวานนุ่มยามจำนรรจา ทำให้เป็นที่ถูกใจของทุกคน ทำให้ทางร้านอาหารเรียกใช้บริการบ่อยครั้ง

แล้ววันหนึ่งยุพาพรก็บอกมาบอกว่าได้งานที่ญี่ปุ่น จะขอฝากฝังราชาวดีไว้กับเธอ แล้วจะส่งเงินมาให้ เก็บเงินได้สักก้อนจะมารับไปอยู่ด้วย ในตอนแรกก็มีข่าวคราวและเงินทองส่งมาอยู่ตลอดไม่ขาดสาย แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ข่าวคราวที่เคยมีขาดหาย เงินทองก็เช่นกัน

จวบจนเวลาผ่านไป พอเริ่มวัยแรกรุ่นราชาวดีก็กลับมาร่าเริงแจ่มใส แต่ก็ยังมีแอบเหงาเศร้าอยู่บ่อยครั้ง มีความรับผิดชอบและขยันการงานเพื่อสะสมเก็บเงินที่ได้ไว้เป็นทุน พอจบมัธยมหกก็เลือกที่จะไม่เรียนต่อแต่เลือกที่จะทำงานเก็บเงินแทน ตลอดเวลาเกือบขวบปีที่ผ่านมา แม้จะมุมานะขยันทำทั้งงานนอกงานในเท่าไหร่ แต่เงินที่เก็บไว้ก็ยังไม่เพียงพอให้เธอเดินทางไปตามหาพี่สาวที่ต่างแดนอยู่ดีนั่นแหละ

“แต่มันจะไปไม่ทันเอานะซิ” สีดาเอ่ยด้วยความเป็นห่วง หนทางมันก็ไกลอยู่ แถมการจราจรยังจะติดขัดอีก

“ช่อสามารถค่ะ ยังไงก็ทัน” ราชาวดีตอบกลับด้วยน้ำเสียงรื่นเริง เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลใจ สาละวนเก็บข้าวของทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางพร้อมคว้ากระเป๋าที่เมื่อครู่วางไว้บนเก้าอี้สำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และคว้าถุงใส่ขยะติดมือมาด้วย

“ช่อไปก่อนนะคะพี่สีดา ถึงโรงแรมแล้วจะโทรมาบอก”

“จ๊ะ...แล้วอย่าลืมละ”

ต้องเน้นยำอีกครั้งด้วยรู้ว่าราชาวดีนอกจากจะเป็นคนขี้เกรงใจและพักหลังนี่ค่อนข้างเปลี่ยนเป็นคนขี้ลืมไปเสียสนิทใจ แล้วยังจะพกพาซุ่มซ่ามและสะเพร่าเต็มพิกัดไปด้วย แถมท้ายด้วยอาการป้ำ ๆ เป๋อ ๆ เป็นประจำ เลยทำให้เธอเป็นห่วงและกังวลได้เสมอ

ยามที่ราชาวดีจะต้องไปทำงานพิเศษที่โรงแรมของเพื่อน เธอหวั่นใจยิ่งนัก กลัวหญิงสาวจะไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนและทำให้ตัวเองนั่นแหละเป็นอันตรายที่สุด แต่เธอก็ห้ามไม่ได้ เพราะราชาวดีเห็นด้านนอกดูใสซื่อไม่มีพิษสง แต่เธอดื้อเงียบ หูฟังแต่จะทำตามหรือไม่ทำตามมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“ค่ะ...” หญิงสาวตอบรับพร้อมโบกมือลา ก่อนจะเดินจากไปอย่างสดใสร่าเริง รอยยิ้มไม่ห่างหายจากวงหน้า

“เดี๋ยวไปถึงจะรีบโทรมารายงานตัวเลยค่ะ ไปแล้วนะคะ”

ราชาวดีก้าวลงจากรถแท็กซี่อย่างรวดเร็ว จนถลาไปด้านหน้า ใบหน้าเกือบจะชนกับกระถางต้นไม้ใหญ่ แต่ดีว่าเอามือยันไวได้ทันเลยไม่เจ็บตัวอย่างเช่นเคย หญิงสาวรีบลุกยืนตัวตรงก้าวเดินอย่างเร็วรี่ไปตามทางเดินที่มีเส้นทางสายเล็กตรงเข้าไปยังห้องแต่งตัว แต่ก่อนจะถึงก็อดไม่ได้ที่จะหยุดยืนและหันหน้ามองดูโรงแรมใหญ่ขนาด 80 ห้อง

หญิงสาวแหงนหน้าขึ้น ไล่ไปตามความสูงของอาคาร พลางสูดลมหายใจอัดเข้าไปจนเต็มปอด ปกติการมาเยือนโรงแรมแห่งนี้ เธอจะมีทั้งความตื่นเต้นระคนเป็นสุขเสมอ แต่คราวนี้ความรู้สึกกลับผิดแปลกไป มีทั้งตื่นตระหนกและเป็นกังวลแปลก ๆ ผุดขึ้นมา

หรือจะเป็นเพราะว่าคำพูดพี่สีดากับความอาวรณ์ที่มี เมื่อรับงานครั้งนี้แล้วเธอก็จะเงินเพียงพอที่จะทำอย่างใจต้องการ แม้จะมาทำงานที่นี่ได้เพียงไม่กี่ครั้ง แต่ก็รู้สึกดีกับเพื่อนร่วมงาน ที่ก็มีดีบ้างไม่ดีบ้าง ที่ทำให้เธอรู้สึกผูกพันจนไม่อยากจะจากไปเลย หรือจะเป็นเพราะจะต้องจากพี่สีดาที่รักและหวังดีไม่เคยเปลี่ยน และไปจากยังที่ซึ่งเธอไม่มีใครกับความหวังเพียงแค่อย่างเดียว

...หาพี่สาวให้เจอ...

‘ไม่เอาน่าช่อม่วง อย่าคิดมากซิ’ คนตัวเล็กปลุกพลังปลอบใจตัวเอง ขณะมองไปรอบ ๆ บริเวณที่ตนเองยืนอยู่ ความโออ่าหรูหราของสถานที่ข่มให้เธอตัวเล็กจิ๋วเหมือนมด จนต้องอัดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรง เพื่อผ่อนคลายความรู้สึกในหัวใจ แต่ทำอย่างไรก็สลัดความกังวลที่มันเกาะกุมใจออกไปไม่ได้

‘คิดมากอีกแล้วช่อม่วง ไม่มีอะไรหรอกน่า...’

ราชาวดีรีบสลัดความคิดเรื่อยเปื่อยที่แวะเวียนเข้ามาวนเวียนในหัวทิ้งไป ทุ่มความสนใจในเรื่องที่จะต้องทำ แต่เมื่อก้าวเท้าไปด้านหลัง ก็เหมือนกับว่าเธอได้เหยียบไปบนอะไรสักอย่าง ที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ มันเป็น...อาฟเตอร์เชฟที่ผู้ชายใช้ อะไรบางอย่างบอกเธอแบบนั้น กลิ่นหอมแตะนาสิกจนต้องสูดรับเอาความหอมเข้าปอด

กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผิวกายสาวผสมกับกลิ่นแป้งทำเอาชายหนุ่มที่เจ็บจากการถูกเหยียบถึงกับผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว แต่เพราะมิชอบอยู่ใกล้ชิดกับสตรีที่มักเป็นตัววุ่นวาย เขาเลยเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นไร้อารมณ์

“จะยืนเอ้อระเหยอยู่อีกนานไหม หนัก...”

เสียงแหบห้าว ดุแข็งและกระด้าง เย็นยะเยือกเป็นภาษาอังกฤษที่ดังลอยมาเข้าหูยังไม่สู้ความเย็นยะเยือกที่แผ่กระจายรุมล้อมรอบกาย ราชาวดีรีบถลาร่างไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว

‘โอ๊ย...อีกแล้วเรอะ เป๋อเหลอ ซุ่มซ่ามจริง ๆ ให้ตายเถอะ แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้’

คนที่ถูกเธอเหยียบจะต้องโกรธเป็นอย่างมากแน่นอนเลย ราชาวดีหน้าเสีย เมื่อความซุ่มซ่ามของตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน

ราชาวดีก่นว่าตัวเองด้วยความหงุดหงิด ทำไมวันนี้เธอถึงควบคุมอะไรไม่ได้สักอย่าง เพียงได้กลิ่นกายของผู้ชายที่ลอยมาแตะจมูกที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็ว จนแทบจะหลุดออกมาจากอกแล้ว แปลกมาก...

ไม่ใช่ว่าไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายมาก่อน แต่กลิ่นกายของคนที่อยู่ด้านหลังมันก่อเกิดอารมณ์แปลกๆ ในทรวงที่ทำให้แก้มร้อนผ่าว แต่เธอก็รีบสลัดมันทิ้งไป รีบหันกลับมามองด้านหลังด้วยความรู้สึกผิด

ตอน 3

ตอนที่ 3

ราชาวดีทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไล่สายตามองจากส่วนล่างของคนที่ถูกเหยียบเมื่อครู่ เธอเห็นรองเท้าหนังสีขาวขัดมันจนวาวแทบจะใช้แทนกระจกเงาได้ที่ตอนนี้มีบางส่วนสกปรกเพราะฝีมือเธอ ไปถึงกางเกงผ้าเนื้อนุ่มสีเดียวกับตัวรองเท้า

ราชาวดีไล่สายตาขึ้นไปอีกเล็กน้อยก็ได้เห็นเสื้อสูทสีเดียวกับกางเกง

สิ่งที่ได้เห็นทำให้อดที่จะคิดไม่ได้ว่า...ผู้ชายคนนี้ดูท่าจะชอบสีขาวแฮะ

“จะมองอีกนานไหม” ชายหนุ่มถามอย่างหงุดหงิดที่แม่เด็กตัวเล็กซุ่มซ่ามมีกลิ่นกายหอมเฉพาะตัวมัวแต่ให้ความสนใจกับเสื้อผ้าเขาแทนที่จะเงยขึ้นสบตาด้วยและเอ่ยคำขอโทษให้เป็นเรื่องเป็นราว

“ขอ...ขอโทษค่ะ” น้ำเสียงขุ่นเขียวและแข็งกระด้างที่ดังมา ทำให้ราชาวดีหลุดคำพูดว่าขอโทษออกไป พร้อมด้วยรอยยิ้มแหย ๆ ส่งให้กับคนที่เธอเพิ่งจะทำให้เจ็บตัวไป

“ฉันขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บตัวด้วยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อยยิ้มปะเหลาะ ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ อย่างที่คิดว่าจะทำให้คนเจ็บตัวนั้นคลายความโกรธลงไปได้บ้าง...เล็กน้อย

เค้าโครงหน้ารูปสี่เหลี่ยมดูแข็งกร้าวและกระด้าง คางบุ๋มไปเล็กน้อย ริมฝีปากหนาสีแดงสดมีรอยหยักเล็กน้อยมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งจนเกิดความรู้สึกว่า...ถ้าใกล้ชิดกับเธอแล้วมันจะเป็นอย่างไร ถ้าหากเธอได้สอดแทรกปลายนิ้วไปลากไล้เส้นผมที่ดูท่าจะนุ่มที่ระต้นคออยู่ จะรู้สึกยังไงกันนะ

เฮ้ย! นี่ฉันคิดอะไรบ้า ๆ กับผู้ชายที่เพิ่งเจอไปได้ละนี่ ถ้าพี่พรกับพี่สีดารู้เข้า คงจะด่าจนหูชาแน่เลย เพี้ยนหนักแล้วเรา

หญิงสาวก่นว่าตัวเองในใจ อยากจะยกมือขึ้นเคาะกะโหลกตัวเองสักทีที่บ้าคิดอะไรไม่เข้าท่า แต่ใบหน้าคมเข้ม ริมฝีปากหนา จมูกโด่งขึ้นสัน ดวงตา...คมเข้มเป็นประกายเย็นชาแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจราวกับจะสะกดจิตคนได้ทำให้เธอเหมือนกับถูกมนตร์สะกดให้ตะลึงงันกับความมีเสน่ห์ของชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้ไม่อาจละสายตาได้ แม้จะเจอกับรัศมีของความเย็นชาอย่างกับน้ำแข็งก็ทำให้เธอไม่อาจละสายตาได้

ไม่! หยุดได้แล้วช่อม่วง แต่...ดวงตาคมเข้มเป็นประกายเซ็กซี่และเว้าวอนเหมือนกับอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำวน ดึงดูดเธอให้ถลาเข้าหา

“คะ...คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”

ราชาวดีรีบข่มกลั้นความรู้สึกแปลกที่มันเอ่อล้นมาราวกับน้ำทะลักไว้ในใจ แต่ก็เหมือนกับถูกตรึงเอาไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็นจนขยับร่างกายไม่ได้เอ่ยถามชายตรงหน้าไปเสียงสั่น

เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนกับรอบกายเต็มไปด้วยดอกไม้ที่บานชูช่อ มีเสียงดนตรีหวานนุ่มดังแผ่วพลิ้วมาตามกระแสลมที่พัดไล้เรือนกายที่ถูกโอบกอดแนบชิด เคลื่อนไหวไปในท่วงทำนองของดนตรีที่แสนละมุนหวานนุ่ม

เหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน ราชาวดีแย้มยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย แต่พอสบกับสายตาเข้มที่มีแต่ความเร่าร้อนด้วยประกายไฟร้อนระอุที่โอบรอบกายระคนเหนื่อยหน่ายและระอิดระอาใจ ที่สำคัญมันเหมือนกับมีแววดูถูกเหยียดหยามปะปนสุมอยู่ด้วย ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ฝันหวานในทันที

ราชาวดีอยากจะเอามือตีหน้าผากตัวเอง ที่ไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไร ในสมองถึงได้มีแต่ภาพผู้ชายตรงหน้าบรรจุอยู่เต็มไปหมด แถมยังละสายตาจากใบหน้าอีกฝ่ายไม่ได้ด้วย หัวใจก็เต้นแรงเร็วราวกับจะหลุดออกมา จนต้องรีบปราม

‘หยุด! หยุดคิดบ้าได้แล้วช่อม่วง’ แต่...

ดวงตาคมกริบที่เซ็กซี่จนหัวใจเธอแทบละลายเหมือนกับเทียนไขถูกลนไฟ หล่อ...หล่อมาก หล่อสุด ๆ พระเอกละครหนังไทยที่เธอเคยชมว่าหล่อและมีเสน่ห์ยังเทียบไม่ติดฝุ่นเลยให้ตายซิ แต่แหม...ตาดุไปหน่อย มองแล้วสั่นไปหมดทั้งตัวเลย แต่ราชาวดีก็ยังสามารถหาข้อติได้บ้างไม่ได้หลงไปในความหล่อที่ได้เห็นเสียทั้งหมด

‘หยุด! ตื่นได้แล้วช่อม่วง’

ราชาวดีบังคับไม่ให้ยกสองมือขึ้นตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติคืนมา แต่ถึงจะอย่างนั้นเธอก็ถูกสายตาคมกริบสะกดไว้จนไม่อาจที่จะถอนสายตาจากร่างหนาใหญ่ในชุดสีขาวเหมือนเทพบุตรได้

ผู้ชายคนนี้มีมนตร์อะไรกันแน่ ทำไมเขาถึงได้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าได้เป็นเจ้าหญิงและคนรับใช้ในคราวเดียวกันได้

สายตาของแม่สาวน้อยที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่พ้นวัยมัธยมที่มองมาทำให้เซกิจิโร่ถึงกับสบถเสียงเขียว อุตส่าห์ปั้นหน้าเครียดขรึมและแข็งกระด้างแล้วนะ แต่แม่เด็กนี่ดังยังมองมาตาปรอย ให้ตายซิ ชายหนุ่มสบถด้วยหงุดหงิดกับรูปหน้าที่พ่อแม่ให้มา ที่หล่อเหลาไม่เหมาะสมกับหน้าที่การงานที่เขาทำเลยสักนิด

ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มองยายตัวเล็กที่สูงเสมอคางเขา ใบหน้านวลเนียนรูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสล้อมกรอบด้วยแพขนตายาวงอน จมูกโด่งเล็กได้รูปรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูชวนมองและชวนจินตนาการไปในทางอื่น

ดวงตาคมไล่มองลำคอระหง ไหล่กว้าง เสื้อยืดกลางเก่ากลางใหม่รัดกายจนได้เห็นทรวงสล้างอวบอิ่มขนาดไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่ที่ไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจ ทำให้เขาเกิดความรู้สึก...อยากจะจับต้อง อยากรู้เวลาได้สัมผัส ปลายนิ้วป่ายปัดไปบน...

ชายหนุ่มสะบัดศีรษะเล็กน้อยไล่ความคิดที่จะจับผู้หญิงตรงหน้า โยนไปบนเตียงนอนนุ่ม ๆ ฉีกทึ้งเสื้อผ้าออกและ...ดวงตาคมกริบเปล่งประกายวาววับเหมือนดวงตาสัตว์ร้ายหิวกระหายเหยื่ออันโอชะ กรามหนาขบกัดบดเบียดจนวงหน้าคร้ามแกร่งนูนขึ้น

ลิ้นเล็กยื่นออกมาลากไล้บนกลีบปากบางสีชมพูระเรื่อ ทำเอาเซกิจิโร่ถึงกับร้องคำรามลั่นในลำคอ ให้ตายซิ เขาเป็นบ้าอะไรไปนี่ ทำไมถึงได้มีอารมณ์กับเด็กไม่รู้จักโตตรงหน้าได้ ชายหนุ่มสบถเสียงขุ่น เมื่อกายสำแดงฤทธิ์เดชราวกับไม่ได้พบเจอและมีอะไรกับผู้หญิงมาเป็นเวลานาน ทั้งที่ความจริงแล้วเขาก็เพิ่งจะผละมาจากแม่สาวต่างชาติหุ่นอวบอัดเต็มไม้เต็มมือเมื่อคืนนี้เอง

แม้จะแปลกที่เกิดความรู้สึกกับสาวตรงหน้า แต่เซกิจิโร่ก็ข่มมันเอาไว้ เพราะผู้หญิงสำหรับเขาหาง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เพียงแค่กระดิกนิ้วนิดเดียวก็วิ่งมาสยบแทบเท้า หากทำได้สาว ๆ พวกนั้นแทบจะอ้อนวอนขอให้เขาเรียกหาด้วยซ้ำ

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและหยามหยันผุดขึ้นบนใบหน้าคร้ามแกร่ง แค่มีเงิน มีอำนาจ ไม่ว่าปรารถนาสิ่งใดก็ได้ดังหวัง ไม่แปลกเลยที่ทุกคนจะไขว่คว้าหามัน แต่เมื่อได้มาแล้วนั่นแหละคือตัวปัญหา ใครจะนั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งอำนาจได้ยาวนานโดยไม่มีคนอื่นมาโค่นล้มแย่งชิงไป

“ขอโทษด้วยนะคะคุณ” ราชาวดีเอ่ยอีกครั้งพร้อมส่งยิ้มแหย ๆ ไปอีกครั้ง ทำไมสายตาของผู้ชายตรงหน้าถึงได้ทำให้เธอหนาว ๆ ร้อน ๆ เหมือนคนเป็นไข้ก็ไม่รู้ แต่ช่างเถอะ เจอกันตอนนี้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง พอจากไปก็จำไม่ได้แล้วละ ก็ใครจะมาจำผู้หญิงที่สวยก็ไม่สวย ตัวก็เตี้ยม่อต้ออย่างเธอกันให้มันหนักสมองกันละ

เสียงใสเหมือนกับน้ำที่อยู่ในแก้ว บวกกับประกายในดวงตามีชีวิตชีวาและรอยยิ้มเหมือนกำลังจะเปิดโลกที่มีแต่สีดำสนิทและมืดมิดจากการเข่นฆ่าให้สว่างสดใส จนเซกิจิโร่เห็นว่าหากยังยืนสนทนาอยู่กับเด็กสาวตรงหน้าคงไม่เป็นการดีแน่ เผลอ ๆ เขาอาจจะคว้ากายอรชรมาแนบชิด ฉกจุมพิตแผดร้อนบดขยี้ริมฝีปากนุ่ม ที่คงจะไม่ดีแน่ ถ้าเขาไปให้ความสนใจผู้หญิงที่เพิ่งพบเจอ มันจะทำให้บางคนรู้สึกสนใจจนอาจจะกลายเป็นจุดอ่อนสำหรับเขาไปได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED