บทที่ 2
ปี๊นๆ ปิ๊นๆ
เสียงบีบแตรรถดังขึ้นหน้าบ้านเวชตรากุลท่ามกลางความตึงเครียดของผู้เป็นพ่อและแม่ที่กำลังนั่งรอลูกชายกลับมา เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก
โซ่เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก ก่อนก้าวฝีเท้าเข้าไปนั่งบนโซฟาหรูอีกตัวใกล้ ๆ กัน
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เข้าเรื่องเลยแล้วกัน”
เกริกวิทย์และเกวลิน หันมองหน้ากันครู่นึงเมื่อต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ลูกชายฟัง
“ตอนนี้ครอบครัวของเรากำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย บริษัทที่พ่อดูแลอยู่ไม่สามารถหมุนเงินได้ทัน พ่อกับแม่พยายามทำทุกทางแล้ว สุดท้ายตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลราชบดินทร์ ลูกพอจะรู้จักไหม”
“ครับรู้จัก”
ไม่รู้จักซิแปลกเล่นออกตามสื่อให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ขนาดนั้น
“ซึ่งทางตระกูลราชบดินทร์เขาก็พร้อมช่วยเหลือเราอย่างเต็มที่ แต่…” เกริกวิทย์อึกอัก สีหน้าลำบากใจเมื่อพูดถึงตรงนี้
“แต่อะไรครับพ่อ รีบพูดมาเถอะ ผมพอรู้อยู่แล้วว่าของฟรีไม่มีในโลกหรอก เราจะได้ช่วยกันคิดและแก้ไขกันไงครับ”
“คือ…เขาต้องการให้โซ่กับลูกชายคนเดียวของเขาแต่งงานกัน
!!!
นี่มันอะไรกัน ทำไมเขาต้องไปแต่งงานกับใครที่ไหนไม่รู้ แถมยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก โลกแตกเหอะ....
“แต่ถ้าลูกไม่อยากแต่งบอกพ่อกับแม่ได้นะ”
ลำพังเขาไม่แต่งก็ได้อยู่แหละ แต่…ถ้าทำแบบนั้น พ่อก็ต้องโดนฟ้องร้องจนติดคุกไม่ใช่หรอ ไม่มีทาง!! เขาไม่มีวันยอมให้พ่อเข้าไปอยู่ในสถานที่แบบนั้นแน่ๆ
“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ ผมต้องใช้ชีวิตกับเขานานแค่ไหน”
“ประมาณสองปีหรือจนกว่าพ่อกับแม่จะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย” เสียงเครียดของผู้เป็นพ่อเอ่ยตอบ
“ตกลงครับ…ผมรอได้”
เกวลินเอื้อมมือเข้ามากอดปลอบลูกชายพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่
“อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี รู้ใช่ไหมว่าพ่อกับแม่กังวลเรื่องอะไรมากที่สุด” แม่พูดพลางลูบใบหน้าผมไปพลาง แต่ตัวเองก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
ใช่ครับผมเป็นผู้ชายที่สามารถท้องได้? แล้วไงล่ะ ทุกวันนี้ผมก็ยังใช้ชีวิตได้เป็นปกติดีนี่...จริงไหม
“โธ่ แม่ครับ…ไม่รู้จักลูกคนนี้ของแม่ซะแล้ว”
ก็ลองเข้ามาทำอะไรสิ จะด่าให้ฉิบหายเลยคอยดู!!!
บทสนทนาจบลงไปพร้อมทั้งสามคนกอดคอกันไปมา หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้อย่างราบรื่นนะ
18.00 น.
ภายในห้องนอน โซ่ยังคงขบคิดไปมาอยู่อย่างนั้น กังวลนั่นนี่ไปเรื่อย ก่อนหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาต่อสายหาก้องและจอม เพราะตอนนี้เขาอยากปลดปล่อยความเครียดที่มีทั้งหมดเต็มทีแล้ว อย่างน้อยก็แค่วันนี้ก็พอ
ผับ ช่วงเวลา 21.00
เสียงเพลงดังกระหึ่มภายในผับที่มีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเข้ามาโอบล้อมมากมาย
ก้องกับจอมมองเห็นท่าทีหงอย ๆ ซึม ๆ ของโซ่ก็รู้ทันทีว่ามันต้องมีเรื่องอะไรไม่สบายใจเกิดขึ้นแน่ๆ
“มึงมีอะไรในใจอยู่หรือเปล่าวะโซ่ แปลกๆ ตั้งแต่อยู่ดีๆ ก็ชวนพวกกูมาผับแหละ”ก้องถามขึ้นมาอย่างเป็นห่วง
"นั่นซิ"จอมเอ่ยสมทบขึ้นมาอีกคน
"ไว้กูพร้อมจะเล่าให้ฟังนะ...แต่ตอนนี้กูขอระบายความเครียดก่อนแล้วกัน ถ้าเล่าตอนนี้มีหวังเครียดขึ้นมาอีกแน่ๆ" ก้องกับจอมพยักหน้าเข้าใจไม่คิดเซ้าซี้อะไรต่อ
โซ่ที่ตอนนี้ลุกขึ้นมาเต้นอย่างเมามันเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เจ้าตัวไม่ได้สนใจอะไรเลยว่าสภาพของตัวเองตอนนี้ดูเย้ายวนชวนมองแค่ไหน ผิวกายขาวอาบเหงื่อเล็กๆ สะท้อนเล่นกับแสงไฟอยู่ภายในผับ จึงไม่แปลกที่จะดึงดูดสายตาผู้คนบริเวณนั้นได้อย่างดี
และหนึ่งในนั้นคือ "เทวาราช" ที่คอยมองอยู่ชั้นบนของผับเช่นกัน
“ภูมิ บอกให้พนักงานเตรียมห้องไว้ คืนนี้ฉันจะค้างที่นี่”
"ครับนาย"
23.00 น.
ก้องกับจอมนั่งดื่มเหล้าอยู่ใกล้ๆ โซนชั้นล่าง ก่อนที่คนทั้งคู่จะร้องขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นเพื่อนตัวดีกำลังขึ้นไปเต้นรูดเสาอยู่บนโต๊ะข้างๆ
พรวด! แค่ก ๆ
"เป็นเหี้ยไรไอ้จอม สกปรกฉิบหาย"
"มึงหันไปดูดิวะ" จอมชี้นิ้วให้ก้องดู
"เหี้ย!! ลุกดิ ไปตามมันลงมาเลย"
ก้องกับจอมเห็นโซ่เต้นจนเสื้อแทบจะหลุดออกมาอยู่รอมร่อ ก็รีบวิ่งขึ้นไปลากลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผลอทำอะไรแผลง ๆ ไปมากกว่านี้
“มาดึงกูทามมายว่ะ กูจาเต้นนนน”เสียงยาน ๆ บ่งบอกถึงความเมาของโซ่ได้อย่างดี
"สภาพแบบนี้ยังจะไปเต้นอีกหรอวะ" ก้องถามโซ่เพราะดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะเต้นไหว
"ช่ายยย จาเต้นนนน"
“เห้อ เอาไงดีวะไอจอม” ก่อนจะหันไปหาจอมเพราะไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับเพื่อนตรงหน้าดี
ติ๊ง!
[พี่ก้องแม่เป็นลมตอนนี้อยู่โรงพยาบาล...รีบมานะ]
ก้องเห็นข้อความที่น้องสาวส่งมาก็รีบหุนหันออกไป
"อ้าวเห้ย! มึงจะไปไหนไอ้ก้อง แล้วกูกับไอ้โซ่ล่ะ" จอมเดินตามก้องที่ลุกออกไป
"แม่กูเข้าโรงพยาบาล กูต้องรีบไป มึงจัดการคนเดียวได้เปล่าว่ะ"
"เออๆ มึงรีบไปเหอะ" ก้องพยักหน้ารับก่อนรีบเดินออกไป
24.05 น.
ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า ๆ แล้วแต่จอมก็ยังคงคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับเพื่อนที่นอนหมดสติไปแล้วดี ลำพังให้เขาแบกคงไม่ไหวหรอก
ภาระจริง ๆ เลยโซ่เอ๊ย จอมพูดพลางจิ้มนิ้วลงไปกลางหน้าผากของโซ่ไม่แรงมากนัก
แต่ยังไม่ทันที่จอมจะทำอะไร ก็มีพนักงานสาวสวยเดินตรงมายังพวกเขาเสียก่อน
"สวัสดีค่ะ สนใจค้างคืนกับทางเราไหมคะ แต่มีเงื่อนไขคือ...สามารถนอนได้คนเดียวเท่านั้นนะคะ"
พนักงานสาวพูดก่อนปรายตามองไปยังโซ่ที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
"เอาครับ!"
บทที่ 3
ตุ๊บ!
เพียงไม่นานจอมก็แบกโซ่ขึ้นมายังห้องชั้นหรู ก่อนโยนลงบนเตียงไม่แรงมากนัก
“อื้อ เจ็บ” เสียงร้องโอดครวญขึ้นมาทันที
“หนักฉิบหาย...แดกควายเข้าไปหรือไงวะ”จอมบ่นขึ้น
"คีย์การ์ดห้องค่ะ" จอมรับคีย์การ์ดมาวางไว้บนโต๊ะตรงหัวเตียง ก่อนเอื้อมมือหยิบกระดาษที่ขอพนักงานไว้ก่อนหน้าเขียนข้อความลงไป เผื่อเอาไว้เวลาโซ่ตื่นขึ้นมาจะได้ไม่โวยวาย เมื่อไม่เห็นพวกเขา
"ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ"
"ด้วยความยินดีค่ะ"
พนักงานโค้งขอบคุณ ก่อนเดินออกไปส่งจอม พร้อมเรียกบริการแท็กซี่ให้เสร็จสรรพ
เมื่อพนักงานสาวจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายรายงานเจ้านายของตนให้รับรู้อย่างรวดเร็ว!!
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
"เรียบร้อยแล้วครับนาย" ปากหนาเหยียดยิ้มขึ้นสูง หลังได้ยินคำรายงานจากลูกน้องตัวเอง
กริ๊ก !! แกร๊ก !!
เสียงเปิดประตูเข้ามาภายในห้องอย่างแผ่วเบา เทวาราชเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงปลายเตียงที่มีร่างบางกำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่
"ออกไปรอข้างนอก...ห้ามให้ใครเข้ามารบกวนเด็ดขาด"
"ครับนาย"
บัดนี้ ภายในห้องก็เหลือแค่เทวาราชกับร่างบางที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่ตรงหน้าเท่านั้น ร่างสูงค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างไม่เร่งรีบ นิ้วหนาพลางเอื้อมเข้าไปเกลี่ยลงบนแก้มสีใสแดงระเรื่อจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
ก่อนไล่ลงเรื่อยๆ จากจมูกไปหยุดตรงริมฝีปากบางของโซ่พร้อมประทับรอยจูบอย่างแผ่วเบา
"อื้อ…อย่ามาแตะ" ร่างบางพึมพำขึ้นมาเบาๆเมื่อถูกขัดเวลาพักผ่อน
นอกจากฉกชิมความหวานของคนตรงหน้าแล้ว เทวาราชไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ก่อนจะเริ่มแกะเสื้อของร่างบางออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ กระทั่งมาถึงชิ้นสุดท้ายนั่นก็คือชั้นในสีขาวที่ห่อหุ้มแกนกายของโซ่ไว้
ร่างสูงไม่รอช้าที่จะปลดมันออกมาเชยชมทันที บัดนี้รูปร่างชวนมอง กล้ามท้องเป็นลอนอ่อนๆ ผิวกายขาวสว่างอมชมพู พร้อมส่วนอ่อนไหวน่ารักปรากฏต่อสายตา
เทวาราชมองตาแทบไม่กะพริบ แค่คิดว่าร่างขาวตรงหน้า ต้องตกเป็นของคนอื่นก็ไม่ชอบใจแล้ว
เทวาราชลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมถอดเสื้อคลุมออกจนหมดเหลือไว้เพียงชั้นในเท่านั้น ก่อนจะพรมจูบสร้างรอยต่างๆ ไปทั่วซอกคอขาวของโซ่ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้มองเห็นง่ายที่สุด
"อ๊า…อื้อ…"
เสียงหวานครางออกมาเมื่อถูกกระตุ้น ร่างสูงได้ยินกลับยกยิ้มขัน
"ชอบซินะ...หืม ตื่นมาพรุ่งนี้คงสนุกน่าดู"
ภายในห้องน้ำหรู เทวาราชกำลังรูดรั้งแกนกายใหญ่ของตัวเองเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่คั่งค้างออกเช่นกัน
รุ่งเช้า
“อื้อ… แมร่ง ปวดหัวฉิบหาย”
"ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำทานข้าวให้เรียบร้อย ฉันให้คนเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว"
"อื้อๆ" โซ่ที่ยังไม่ตื่นดี พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินตรงเข้าไปอาบน้ำโดยไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง
เดี๋ยวนะ ตอนนี้เขาอยู่ไหน? แล้วเมื่อกี้ใคร?
โซ่จำได้ว่าเมื่อคืนอยู่ที่ผับกับก้องจอม ทำไมถึงตื่นขึ้นมาอยู่ในห้องกับใครที่ไหนไม่รู้ได้?
แล้วก้องกับจอมล่ะ โซ่จำได้แค่ว่าตัวเองเมามาก แต่โซ่จำไม่ได้ว่ามาอยู่ในที่นี่ได้ยังไง
แล้วเสื้อผ้าหายไปไหน?
ทำไมตัวเขาถึงเปลือยล่อนจ้อนแบบนี้?
ไม่น่าเมาไม่รู้เรื่องแบบนี้เลยกู!
โซ่เมื่อตั้งสติได้ก็เดินตรงไปยังหน้ากระจกบานโตพลันสายตาก็สังเกตเห็นรอยแดงตามตัวตรงจุดต่างๆ โดยเฉพาะตรงซอกคอประหนึ่งเขาแพ้อะไรสักอย่าง แต่มันไม่ใช่!?
ดังนั้นไม่รอช้ารีบอาบน้ำล้างตัวเพื่อออกไปถามคนที่อยู่ข้างนอกให้รู้เรื่องทันที
“ผมมาอยู่กับคุณที่นี่ได้ยังไง ละ แล้วรอยตามตัวผมมันคืออะไร คุณทำอะไรผม!!” โซ่ถามด้วยน้ำเสียงสั่น
“จะให้ตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ รอยตรงที่คอ หรือที่นายมานอนกับฉันดี…หืม”
เทวาราชจงใจพูดจายียวน พร้อมยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้
หล่ออะไรขนาดนั้นอะ พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรม!!
ร่างสูงเห็นคนตรงหน้านิ่งไม่ไหวติงก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
"ฮ่าๆ...ตะลึงในความหล่อของฉันอยู่หรอเด็กน้อย"
โซ่ได้สติก็รีบตอกกลับอีกฝ่ายทันที
"ใครเด็กน้อยกัน...แล้วก็ช่วยเอาหน้าของคุณออกไปด้วย"
เทวาราชถอยกลับไปนั่งตามเดิมแล้วตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้คนตรงข้ามได้ฟัง
"ฉัน...เทวาราช ราชบดินทร์"
ราชบดินทร์? คุ้น ๆ แฮะ โซ่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่คุยกันวันนั้นกับพ่อของตนเอง
"ตอนนี้ครอบครัวของเรากำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย บริษัทที่พ่อดูแลอยู่ไม่สามารถหมุนเงินได้ทัน พ่อและแม่พยายามทำทุกทางแล้ว สุดท้ายได้ไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลราชบดินทร์ ลูกพอจะรู้จักไหม"
อย่าบอกนะว่า...คนคนนี้คือคู่หมั้นของผม!!!
"คุณคือเทวาราช?" ร่างสูงพยักหน้าขึ้นลงเป็นการตอบรับ
"แล้วเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น ผมจำได้ว่ามากับเพื่อนอีกสองคนนะ แล้วเพื่อนของผมอยู่ไหนล่ะ" โซ่ยังคงเอ่ยถามเทวาราชไม่หยุดหย่อน
"เพื่อนนายปลอดภัยดี ไม่เชื่อก็ดูโน๊ตตรงหัวเตียงที่เพื่อนนายทิ้งไว้ซิ" เทวาราชชี้ตรงไปยังโต๊ะร่างบางหันตาม ก่อนจะพบว่ามันคือลายมือจากเพื่อนเขาจริงๆ
เห้อ...เสียงถอนหายใจเมื่อได้อ่านข้อความทั้งหมด อย่างน้อยเพื่อนเขาก็ปลอดภัยดี
"แล้วร่องรอยตามตัวผมล่ะ...คุณจะอธิบายว่ายังไง"
โซ่ถามเทวาราช ก่อนจะได้ยินคำพูดจนแทบจะถลาเข้าไปฆ่าอีกฝ่ายให้ตายคามือ
"ก็แค่อยากเช็คของให้แน่ใจว่ายังสมบูรณ์ดีอยู่หรือเปล่า ถ้าเจ้าสาวมีตำหนิใครจะเอาลง จริงมั้ย!!!"
เพี้ยะ!!!
เสียงตบฉาดใหญ่ดังขึ้น พร้อมใบหน้าหันมองด้วยสายตาแข็งกร้าว
"กล้าตบกู?" ร่างสูงถลาเข้าบีบปากโซ่อย่างแรงจนเริ่มเจ็บ
"น้อยไปด้วยซ้ำ...คนอย่างคุณมันควรโดนมากกว่านี้อีก!"
"หึ..ปากดี ไม่เจียมตัวลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนนี้นายอยู่ในฐานะอะไร ห๊ะ!" คำดูถูกเหยียดหยาม ทำให้นึกถึงเหตุผลที่ตัวเองต้องมาแต่งงานกับคนใจทรามตรงหน้า
"อ่อย (ปล่อย)"
เทวาราชปล่อยมือที่บีบปากโซ่ให้เป็นอิสระ
"ไง..เถียงไม่ออกแล้วซิ"
"เมื่อทุกอย่างจบลง ผมจะเดินออกมาจากชีวิตคุณแน่ไม่ต้องห่วงหรอก!" โซ่พูดก่อนหันหลังเดินออกไปจากห้อง แต่ไม่วายโดนคำพูดเจ็บแสบไล่หลังอยู่ดี
"เจอกันวันแต่งงานนะ... คุณ ภรร ยา!"
ไอ้คนเหี้ย!
[ย้อนไปวันก่อนหน้านี้]
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นภายในห้องทำงานเทวาราช
"เข้ามา"
"นายครับ นี่คือเอกสารที่นายให้ไปค้นหาครับ " ภูมิยืนแฟ้มเอกสารให้เจ้านายตนเอง
"อืม...ขอบใจ" เทวาราชรับขึ้นมาเปิดอ่าน
"หึ...ที่แท้ก็อยู่ใต้จมูกนี่เอง เหยื่อมาเร็วกว่าที่คิดแฮะ"