บทที่ 1
คอนโดหรู ใจกลางเมืองมหานคร
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า เสียวจังครับ”
เสียงร้องครวญครางดังขึ้นภายในห้องหรูชั้นสูงสุดของอาชินายแบบหน้าสวยที่มีโฆษณาพรีเซนเตอร์รุมล้อมอย่างมากมาย บัดนี้มาครางอยู่ใต้ล่าง เทวาราช ชายหนุ่มนักธุรกิจชื่อดัง ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก หน้าตาหล่อเหลา ดีกรีเป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่แปลกที่วันนี้จะตกเป็นเป้าหมายของใครหลาย ๆ คน
“ครางให้ดังกว่านี้หน่อยสิ อื้ม..อ๊า”
สะโพกหนาขยับแกนกายเข้าออกอย่างหนักหน่วงเพราะใกล้ถึงฝั่งฝันเต็มที
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊า” ร่างสูงเร่งสะโพกถี่ๆ ใส่คนข้างล่างอย่างหนักหน่วง
“อ๊า อ๊า..อึก” ร่างของอาชิกระตุกขึ้นบ่งบอกให้ชายตรงหน้ารู้ว่าเขาเสร็จสมแล้ว
“พับ พับ พับ อื้ม… อ๊า อ๊า สุดยอด” เทวาราชครางขึ้น ก่อนปลดปล่อยลงช่องทางที่บีบรัดเช่นกัน
หลังเสร็จสิ้นภารกิจบนเตียงเทวาราชได้ยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้กับอาชิ เพื่อเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยให้เขาได้มีที่ปลดปล่อย
“นี่ค่าตอบแทนของนาย ภูมิส่งแขก!” เทวาราชเอ่ยบอกลูกน้องคนสนิทและเลขาประจำตัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ไว้คราวหน้าเรียกผมมาได้อีกนะครับ คุณเทวา” อาชิพูดจาออดอ้อนหวังเข้าหาอีกครั้ง
"ออกไปได้แล้ว" เทวาราชเอ่ยเสียงแข็งไล่คนตรงหน้า ส่วนอาชิจำยอมรับเงินออกไปอย่างว่าง่าย
1 อาทิตย์ต่อมา
ภายในบ้านราชบดินทร์ ร่างสูงกำลังนั่งเคร่งขรึมรับประทานอาหารร่วมกันอยู่กับทัศน์เทพผู้เป็นพ่อ
“เทวาฉันอยากให้แกแต่งงานกับลูกชายเจ้าของบริษัท XXX”
“ไม่แต่ง!” เทวาราชตอบโดยไม่ต้องคิดหรือรอให้คนเป็นพ่อพูดจบ
“ฉันไม่ได้มาถามความคิดเห็นแก มันคือคำสั่ง!!” ทัศน์เทพพูดเสียงเฉียบขาดขึ้นมาเช่นกัน
ทั้งพ่อและลูกต่างมองหน้ากันแบบไม่มีใครยอมใคร
“ฝ่ายนั้นดูท่าจะอดอยากจนถึงขั้นต้องขายลูกตัวเองเลยซินะ” เทวาไม่วายพูดดูถูก
“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกแก!....ว่าไง ถ้าแกยอมแต่งงาน ฉันจะยกทุกอย่างที่มีให้กับแกรวมทั้งอำนาจทุกอย่างล้วนให้แกเป็นคนตัดสินใจทั้งหมด”
ข้อเสนอดังกล่าวถูกยกขึ้นมาต่อรองกับลูกชายตัวดีตรงหน้า แล้วมีหรือที่เทวาราชคนนี้จะไม่ตอบตกลง
หึ...สมเป็นพ่อของเขาจริงๆ คงรู้อยู่แล้วซินะ ว่าเขาต้องการอะไร ส่วนเด็กนั่นทนไม่ไหวสักวันก็คงจะไปเองนั่นแหละ คิดได้เช่นนั้นก็ตอบอย่างไม่ลังเลทันที
“ตกลง”
“ดี…ถ้าอย่างนั้นฉันจะนัดหมายเขาให้กับแก”
หลังจากทัศน์เทพลุกออกไปไม่นาน เทวาราชก็ออกคำสั่งให้คนไปสืบหาข้อมูลของครอบครัวเวชตรากุล
“ภูมิ ไปสืบประวัติครอบครัวนี้ทั้งหมดมาให้ฉัน โดยเฉพาะของคนที่ชื่อ โซ่ เร็วที่สุด”
“ครับนาย”
เช้าวันต่อมา
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นภายในห้องนอนของโซ่
“คุณหนูคะ ป้ามาตามคุณหนูไปทานข้าวค่ะ” ป้าดีเป็นแม่บ้านที่อยู่กับโซ่มาตั้งแต่จำความได้และคอยดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านตลอดมา
“เดี๋ยวโซ่ตามลงไปครับป้า”
“รีบตามมานะคะ กับข้าวกำลังร้อนๆ เลยค่ะ”
“ได้เลยครับ” โซ่เอ่ยรับคำป้าแม่บ้าน ก่อนรีบแต่งตัวลงไปข้างล่างเพื่อทานข้าวเช้ากับครอบครัว
ตึกๆๆๆ (เสียงลงบันได)
“สวัสดีตอนเช้าครับพ่อ สวัสดีตอนเช้าครับแม่ รอนานไหมครับ”โซ่พูดพลางหอมแก้มพ่อแม่ไปพลาง
“กว่าจะลงมาได้นะเจ้าตัวดีกับข้าวเย็นหมดแล้ว”ก็มัวแต่อาบน้ำเสริมหล่อก็อาจจะช้าไปนิดนึง
“แหะๆ โอ้โห กับข้าวหอมน่ากินอะไรขนาดนี้ครับป้า งั้นโซ่ทานเลยนะครับ”โซ่เปลี่ยนเรื่องคุยจะได้ไม่โดนบ่นเพิ่มเพราะถ้าแม่เริ่มบ่นสามวันก็ไม่จบแน่ๆ
“โซ่"
“ครับพ่อ”
“ตอนเย็น เลิกเรียนแล้วรีบกลับมาบ้านนะ พ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วย”
!!!
“เรื่องดีไหมครับ ถ้าดีจะได้มีแรงกลับมาบ้าน ถ้าไม่ดีก็อาจจะค่อยๆ เดินทางกลับมา แฮะๆ” ก็มันจริงนี่ เวลามีเรื่องดีๆ เราก็มีแรงในการรอ แต่ถ้าเป็นเรื่องเครียดๆ หรือไม่ดีอกแตกตายพอดีกว่าจะได้รู้ แค่คิดผมก็ท้อแล้ว
“รู้แค่นี้พอ”
แล้วสรุปมันดีหรือไม่ดีกันแน่ ?
มหาวิทยาลัย XXX คณะบริหารธุรกิจ
เสียงรถยนต์คันหรู เข้ามาจอดหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง โซ่เปิดประตูลงมาจากรถไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าและมือถือออกมา ก่อนกดโทรหาเพื่อนที่นัดไว้
“ก้องมึงอยู่ไหน กูรออยู่หน้าตึกคณะเนี่ย”
โซ่โทรหาก้องเพื่อนสมัยเรียน ที่ตอนนี้แม้จะเข้ามหาลัยแล้วก็ยังมาเจอกันอีก แถมบ้านก้องก็ทำธุรกิจมีหน้ามีตาในสังคมทั้งผมทั้งมันออกงานสังคมทีไรก็เจอเกือบตลอด
“ก่อนมึงจะโทรหาใคร ช่วยเดินเข้ามาในตึกก่อนได้มั้ยว่ะ มึงรู้ไหมกูกับไอ้จอมนั่งรอมึงอยู่เนี่ยเพื่อน รีบเดินมาเลยคุณชายโซ่”ก้องพูดขึ้นใส่ปลายสายจากเพื่อน อย่างไม่ลดละ
“เออ แป๊บๆ กำลังเดินเข้าไป”
โซ่เดินเข้ายังภายในตึกก่อนจะเห็นก้องและจอมนั่งรออยู่ที่โต๊ะหินอ่อนที่ประจำพวกเขา
“พวกมึงใกล้ได้เวลาเรียนแล้ว รีบเข้าเรียนกันเหอะ”
ห้องเรียน คณะบริหารธุรกิจ
ภายในห้องระหว่างรออาจารย์เข้าสอน โซ่ ก้อง และ จอมก็พูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย
“เด็กชาย ซอโซ่ หน้าหวาน รูปหล่อ พ่อรวย แม่รวย ได้โปรดให้ผมลอกการบ้านเถอะครับคุณชายโซ่” จอมกำลังพูดโน้มน้าวเพื่อขอดูการบ้านจากโซ่
“มึงแมร่ง ก็อย่างนี้ตลอด การบ้านการงานอื่นๆ ไม่รู้จักทำ แต่เสือกเข้าผับได้ทุกวัน แล้วถ้ามึงยังเป็นแบบนี้ วันข้างหน้าจะทำไง ห๊ะ” โซ่พูดเตือนจอมอย่างไม่จริงจังนัก
“โธ่ เพื่อนโซ่ หลังจากนี้กูจะพยายามนะ แต่วันนี้ขอลอกก่อนได้ปะจอมเอ่ยพูดขึ้นมาพร้อมกะพริบตาอ้อนให้เพื่อนใจอ่อน
“หลังจากนี้มึงต้องหัดทำเองบ้างนะ มึงรับปากแล้วนะว่าต่อไปจะพยายาม ฉะนั้นวันนี้กูจะใจดีให้มึงลอกก่อนก็ได้"จอมดีใจ โซ่อดที่จะหมั่นไส้สีหน้าของเพื่อนขึ้นมาไม่ได้ ก่อนจะยื่นการบ้านที่อยู่ในกระเป๋าให้
“ขอบคุณมากครับเพื่อนโซ่ หลังจากนี้ขอให้บุญกุศลที่มึงทำให้ในวันนี้ ส่งผลให้มึงได้ผัวหล่อ รวย โหดๆ เย็ดเช้าเย็ดเย็น จุ๊บ"จอมพูดขึ้นพร้อมกระโดดหอมแก้มโซ่ทันที
“อี๋…ไอเหี้ย สกปรก บุญแบบนี้กูไม่อยากได้ ตบปากมึงเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ฮะๆ แต่มึงหน้าหวานดูดีขนาดที่ผู้หญิงยังต้องยอมขนาดนี้ เหมาะมีผัวสุดแล้วเชื่อกู”
ยัง ยังไม่หยุดนะ ไอ้เพื่อนเหี้ย!!
โซ่ส่ายหน้าให้กับความคิดของเพื่อนตัวเองที่นับวันยิ่งเพี้ยน ระหว่างเว้นช่วงจากการพูดคุยโซ่ก็เอาแต่ขบคิดถึงเรื่องตอนเย็น คิดไม่ตกว่ามันจะเป็นเรื่องอะไร ก็หวังว่ามันจะเป็นเรื่องดีแล้วกันนะ
กริ๊งงงงง
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเมื่อหมดเวลาสอน ทันทีที่เสียงดังขึ้นทุกคนต่างทยอยกันเดินออกจากห้องเรียนเพื่อกลับบ้านหรือพักผ่อนกัน
“วันนี้ไปกินกันที่ไหนดีว่ะ"ก้องเอ่ยถามความคิดเห็นจากเพื่อนทั้งสอง
“วันนี้กูต้องขอตัววะ พอดีมีเรื่องที่บ้านนิดหน่อย ไว้วันหลังละกันกูไม่พลาดแน่”
“เออๆ ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรก็ทักมาหาพวกกูได้ กูและไอ้จอมพร้อมอยู่ข้างๆ มึง”
“ขอบใจพวกมึงมาก”
โซ่พูดจบก็โบกมือลาก้อง จอม ก่อนจะรีบบึ่งรถออกจากมหาลัยด้วยความเร่งรีบ เพราะตอนนี้อยากรู้จะแย่อยู่แล้วว่ามันคือเรื่องอะไรกันแน่?
บทที่ 2
ปี๊นๆ ปิ๊นๆ
เสียงบีบแตรรถดังขึ้นหน้าบ้านเวชตรากุลท่ามกลางความตึงเครียดของผู้เป็นพ่อและแม่ที่กำลังนั่งรอลูกชายกลับมา เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ก๊อก… ก๊อก… ก๊อก
โซ่เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก ก่อนก้าวฝีเท้าเข้าไปนั่งบนโซฟาหรูอีกตัวใกล้ ๆ กัน
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เข้าเรื่องเลยแล้วกัน”
เกริกวิทย์และเกวลิน หันมองหน้ากันครู่นึงเมื่อต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ลูกชายฟัง
“ตอนนี้ครอบครัวของเรากำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย บริษัทที่พ่อดูแลอยู่ไม่สามารถหมุนเงินได้ทัน พ่อกับแม่พยายามทำทุกทางแล้ว สุดท้ายตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลราชบดินทร์ ลูกพอจะรู้จักไหม”
“ครับรู้จัก”
ไม่รู้จักซิแปลกเล่นออกตามสื่อให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ขนาดนั้น
“ซึ่งทางตระกูลราชบดินทร์เขาก็พร้อมช่วยเหลือเราอย่างเต็มที่ แต่…” เกริกวิทย์อึกอัก สีหน้าลำบากใจเมื่อพูดถึงตรงนี้
“แต่อะไรครับพ่อ รีบพูดมาเถอะ ผมพอรู้อยู่แล้วว่าของฟรีไม่มีในโลกหรอก เราจะได้ช่วยกันคิดและแก้ไขกันไงครับ”
“คือ…เขาต้องการให้โซ่กับลูกชายคนเดียวของเขาแต่งงานกัน
!!!
นี่มันอะไรกัน ทำไมเขาต้องไปแต่งงานกับใครที่ไหนไม่รู้ แถมยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก โลกแตกเหอะ....
“แต่ถ้าลูกไม่อยากแต่งบอกพ่อกับแม่ได้นะ”
ลำพังเขาไม่แต่งก็ได้อยู่แหละ แต่…ถ้าทำแบบนั้น พ่อก็ต้องโดนฟ้องร้องจนติดคุกไม่ใช่หรอ ไม่มีทาง!! เขาไม่มีวันยอมให้พ่อเข้าไปอยู่ในสถานที่แบบนั้นแน่ๆ
“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ ผมต้องใช้ชีวิตกับเขานานแค่ไหน”
“ประมาณสองปีหรือจนกว่าพ่อกับแม่จะจัดการทุกอย่างเรียบร้อย” เสียงเครียดของผู้เป็นพ่อเอ่ยตอบ
“ตกลงครับ…ผมรอได้”
เกวลินเอื้อมมือเข้ามากอดปลอบลูกชายพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่
“อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี รู้ใช่ไหมว่าพ่อกับแม่กังวลเรื่องอะไรมากที่สุด” แม่พูดพลางลูบใบหน้าผมไปพลาง แต่ตัวเองก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
ใช่ครับผมเป็นผู้ชายที่สามารถท้องได้? แล้วไงล่ะ ทุกวันนี้ผมก็ยังใช้ชีวิตได้เป็นปกติดีนี่...จริงไหม
“โธ่ แม่ครับ…ไม่รู้จักลูกคนนี้ของแม่ซะแล้ว”
ก็ลองเข้ามาทำอะไรสิ จะด่าให้ฉิบหายเลยคอยดู!!!
บทสนทนาจบลงไปพร้อมทั้งสามคนกอดคอกันไปมา หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้อย่างราบรื่นนะ
18.00 น.
ภายในห้องนอน โซ่ยังคงขบคิดไปมาอยู่อย่างนั้น กังวลนั่นนี่ไปเรื่อย ก่อนหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาต่อสายหาก้องและจอม เพราะตอนนี้เขาอยากปลดปล่อยความเครียดที่มีทั้งหมดเต็มทีแล้ว อย่างน้อยก็แค่วันนี้ก็พอ
ผับ ช่วงเวลา 21.00
เสียงเพลงดังกระหึ่มภายในผับที่มีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลเข้ามาโอบล้อมมากมาย
ก้องกับจอมมองเห็นท่าทีหงอย ๆ ซึม ๆ ของโซ่ก็รู้ทันทีว่ามันต้องมีเรื่องอะไรไม่สบายใจเกิดขึ้นแน่ๆ
“มึงมีอะไรในใจอยู่หรือเปล่าวะโซ่ แปลกๆ ตั้งแต่อยู่ดีๆ ก็ชวนพวกกูมาผับแหละ”ก้องถามขึ้นมาอย่างเป็นห่วง
"นั่นซิ"จอมเอ่ยสมทบขึ้นมาอีกคน
"ไว้กูพร้อมจะเล่าให้ฟังนะ...แต่ตอนนี้กูขอระบายความเครียดก่อนแล้วกัน ถ้าเล่าตอนนี้มีหวังเครียดขึ้นมาอีกแน่ๆ" ก้องกับจอมพยักหน้าเข้าใจไม่คิดเซ้าซี้อะไรต่อ
โซ่ที่ตอนนี้ลุกขึ้นมาเต้นอย่างเมามันเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เจ้าตัวไม่ได้สนใจอะไรเลยว่าสภาพของตัวเองตอนนี้ดูเย้ายวนชวนมองแค่ไหน ผิวกายขาวอาบเหงื่อเล็กๆ สะท้อนเล่นกับแสงไฟอยู่ภายในผับ จึงไม่แปลกที่จะดึงดูดสายตาผู้คนบริเวณนั้นได้อย่างดี
และหนึ่งในนั้นคือ "เทวาราช" ที่คอยมองอยู่ชั้นบนของผับเช่นกัน
“ภูมิ บอกให้พนักงานเตรียมห้องไว้ คืนนี้ฉันจะค้างที่นี่”
"ครับนาย"
23.00 น.
ก้องกับจอมนั่งดื่มเหล้าอยู่ใกล้ๆ โซนชั้นล่าง ก่อนที่คนทั้งคู่จะร้องขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นเพื่อนตัวดีกำลังขึ้นไปเต้นรูดเสาอยู่บนโต๊ะข้างๆ
พรวด! แค่ก ๆ
"เป็นเหี้ยไรไอ้จอม สกปรกฉิบหาย"
"มึงหันไปดูดิวะ" จอมชี้นิ้วให้ก้องดู
"เหี้ย!! ลุกดิ ไปตามมันลงมาเลย"
ก้องกับจอมเห็นโซ่เต้นจนเสื้อแทบจะหลุดออกมาอยู่รอมร่อ ก็รีบวิ่งขึ้นไปลากลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผลอทำอะไรแผลง ๆ ไปมากกว่านี้
“มาดึงกูทามมายว่ะ กูจาเต้นนนน”เสียงยาน ๆ บ่งบอกถึงความเมาของโซ่ได้อย่างดี
"สภาพแบบนี้ยังจะไปเต้นอีกหรอวะ" ก้องถามโซ่เพราะดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะเต้นไหว
"ช่ายยย จาเต้นนนน"
“เห้อ เอาไงดีวะไอจอม” ก่อนจะหันไปหาจอมเพราะไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับเพื่อนตรงหน้าดี
ติ๊ง!
[พี่ก้องแม่เป็นลมตอนนี้อยู่โรงพยาบาล...รีบมานะ]
ก้องเห็นข้อความที่น้องสาวส่งมาก็รีบหุนหันออกไป
"อ้าวเห้ย! มึงจะไปไหนไอ้ก้อง แล้วกูกับไอ้โซ่ล่ะ" จอมเดินตามก้องที่ลุกออกไป
"แม่กูเข้าโรงพยาบาล กูต้องรีบไป มึงจัดการคนเดียวได้เปล่าว่ะ"
"เออๆ มึงรีบไปเหอะ" ก้องพยักหน้ารับก่อนรีบเดินออกไป
24.05 น.
ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า ๆ แล้วแต่จอมก็ยังคงคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับเพื่อนที่นอนหมดสติไปแล้วดี ลำพังให้เขาแบกคงไม่ไหวหรอก
ภาระจริง ๆ เลยโซ่เอ๊ย จอมพูดพลางจิ้มนิ้วลงไปกลางหน้าผากของโซ่ไม่แรงมากนัก
แต่ยังไม่ทันที่จอมจะทำอะไร ก็มีพนักงานสาวสวยเดินตรงมายังพวกเขาเสียก่อน
"สวัสดีค่ะ สนใจค้างคืนกับทางเราไหมคะ แต่มีเงื่อนไขคือ...สามารถนอนได้คนเดียวเท่านั้นนะคะ"
พนักงานสาวพูดก่อนปรายตามองไปยังโซ่ที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
"เอาครับ!"
บทที่ 3
ตุ๊บ!
เพียงไม่นานจอมก็แบกโซ่ขึ้นมายังห้องชั้นหรู ก่อนโยนลงบนเตียงไม่แรงมากนัก
“อื้อ เจ็บ” เสียงร้องโอดครวญขึ้นมาทันที
“หนักฉิบหาย...แดกควายเข้าไปหรือไงวะ”จอมบ่นขึ้น
"คีย์การ์ดห้องค่ะ" จอมรับคีย์การ์ดมาวางไว้บนโต๊ะตรงหัวเตียง ก่อนเอื้อมมือหยิบกระดาษที่ขอพนักงานไว้ก่อนหน้าเขียนข้อความลงไป เผื่อเอาไว้เวลาโซ่ตื่นขึ้นมาจะได้ไม่โวยวาย เมื่อไม่เห็นพวกเขา
"ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับ"
"ด้วยความยินดีค่ะ"
พนักงานโค้งขอบคุณ ก่อนเดินออกไปส่งจอม พร้อมเรียกบริการแท็กซี่ให้เสร็จสรรพ
เมื่อพนักงานสาวจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายรายงานเจ้านายของตนให้รับรู้อย่างรวดเร็ว!!
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก
"เรียบร้อยแล้วครับนาย" ปากหนาเหยียดยิ้มขึ้นสูง หลังได้ยินคำรายงานจากลูกน้องตัวเอง
กริ๊ก !! แกร๊ก !!
เสียงเปิดประตูเข้ามาภายในห้องอย่างแผ่วเบา เทวาราชเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงปลายเตียงที่มีร่างบางกำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่
"ออกไปรอข้างนอก...ห้ามให้ใครเข้ามารบกวนเด็ดขาด"
"ครับนาย"
บัดนี้ ภายในห้องก็เหลือแค่เทวาราชกับร่างบางที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่ตรงหน้าเท่านั้น ร่างสูงค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างไม่เร่งรีบ นิ้วหนาพลางเอื้อมเข้าไปเกลี่ยลงบนแก้มสีใสแดงระเรื่อจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
ก่อนไล่ลงเรื่อยๆ จากจมูกไปหยุดตรงริมฝีปากบางของโซ่พร้อมประทับรอยจูบอย่างแผ่วเบา
"อื้อ…อย่ามาแตะ" ร่างบางพึมพำขึ้นมาเบาๆเมื่อถูกขัดเวลาพักผ่อน
นอกจากฉกชิมความหวานของคนตรงหน้าแล้ว เทวาราชไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ก่อนจะเริ่มแกะเสื้อของร่างบางออกทีละเม็ดอย่างช้าๆ กระทั่งมาถึงชิ้นสุดท้ายนั่นก็คือชั้นในสีขาวที่ห่อหุ้มแกนกายของโซ่ไว้
ร่างสูงไม่รอช้าที่จะปลดมันออกมาเชยชมทันที บัดนี้รูปร่างชวนมอง กล้ามท้องเป็นลอนอ่อนๆ ผิวกายขาวสว่างอมชมพู พร้อมส่วนอ่อนไหวน่ารักปรากฏต่อสายตา
เทวาราชมองตาแทบไม่กะพริบ แค่คิดว่าร่างขาวตรงหน้า ต้องตกเป็นของคนอื่นก็ไม่ชอบใจแล้ว
เทวาราชลุกขึ้นเต็มความสูงพร้อมถอดเสื้อคลุมออกจนหมดเหลือไว้เพียงชั้นในเท่านั้น ก่อนจะพรมจูบสร้างรอยต่างๆ ไปทั่วซอกคอขาวของโซ่ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้มองเห็นง่ายที่สุด
"อ๊า…อื้อ…"
เสียงหวานครางออกมาเมื่อถูกกระตุ้น ร่างสูงได้ยินกลับยกยิ้มขัน
"ชอบซินะ...หืม ตื่นมาพรุ่งนี้คงสนุกน่าดู"
ภายในห้องน้ำหรู เทวาราชกำลังรูดรั้งแกนกายใหญ่ของตัวเองเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่คั่งค้างออกเช่นกัน
รุ่งเช้า
“อื้อ… แมร่ง ปวดหัวฉิบหาย”
"ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำทานข้าวให้เรียบร้อย ฉันให้คนเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว"
"อื้อๆ" โซ่ที่ยังไม่ตื่นดี พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินตรงเข้าไปอาบน้ำโดยไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง
เดี๋ยวนะ ตอนนี้เขาอยู่ไหน? แล้วเมื่อกี้ใคร?
โซ่จำได้ว่าเมื่อคืนอยู่ที่ผับกับก้องจอม ทำไมถึงตื่นขึ้นมาอยู่ในห้องกับใครที่ไหนไม่รู้ได้?
แล้วก้องกับจอมล่ะ โซ่จำได้แค่ว่าตัวเองเมามาก แต่โซ่จำไม่ได้ว่ามาอยู่ในที่นี่ได้ยังไง
แล้วเสื้อผ้าหายไปไหน?
ทำไมตัวเขาถึงเปลือยล่อนจ้อนแบบนี้?
ไม่น่าเมาไม่รู้เรื่องแบบนี้เลยกู!
โซ่เมื่อตั้งสติได้ก็เดินตรงไปยังหน้ากระจกบานโตพลันสายตาก็สังเกตเห็นรอยแดงตามตัวตรงจุดต่างๆ โดยเฉพาะตรงซอกคอประหนึ่งเขาแพ้อะไรสักอย่าง แต่มันไม่ใช่!?
ดังนั้นไม่รอช้ารีบอาบน้ำล้างตัวเพื่อออกไปถามคนที่อยู่ข้างนอกให้รู้เรื่องทันที
“ผมมาอยู่กับคุณที่นี่ได้ยังไง ละ แล้วรอยตามตัวผมมันคืออะไร คุณทำอะไรผม!!” โซ่ถามด้วยน้ำเสียงสั่น
“จะให้ตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ รอยตรงที่คอ หรือที่นายมานอนกับฉันดี…หืม”
เทวาราชจงใจพูดจายียวน พร้อมยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้
หล่ออะไรขนาดนั้นอะ พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรม!!
ร่างสูงเห็นคนตรงหน้านิ่งไม่ไหวติงก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
"ฮ่าๆ...ตะลึงในความหล่อของฉันอยู่หรอเด็กน้อย"
โซ่ได้สติก็รีบตอกกลับอีกฝ่ายทันที
"ใครเด็กน้อยกัน...แล้วก็ช่วยเอาหน้าของคุณออกไปด้วย"
เทวาราชถอยกลับไปนั่งตามเดิมแล้วตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้คนตรงข้ามได้ฟัง
"ฉัน...เทวาราช ราชบดินทร์"
ราชบดินทร์? คุ้น ๆ แฮะ โซ่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่คุยกันวันนั้นกับพ่อของตนเอง
"ตอนนี้ครอบครัวของเรากำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย บริษัทที่พ่อดูแลอยู่ไม่สามารถหมุนเงินได้ทัน พ่อและแม่พยายามทำทุกทางแล้ว สุดท้ายได้ไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลราชบดินทร์ ลูกพอจะรู้จักไหม"
อย่าบอกนะว่า...คนคนนี้คือคู่หมั้นของผม!!!
"คุณคือเทวาราช?" ร่างสูงพยักหน้าขึ้นลงเป็นการตอบรับ
"แล้วเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น ผมจำได้ว่ามากับเพื่อนอีกสองคนนะ แล้วเพื่อนของผมอยู่ไหนล่ะ" โซ่ยังคงเอ่ยถามเทวาราชไม่หยุดหย่อน
"เพื่อนนายปลอดภัยดี ไม่เชื่อก็ดูโน๊ตตรงหัวเตียงที่เพื่อนนายทิ้งไว้ซิ" เทวาราชชี้ตรงไปยังโต๊ะร่างบางหันตาม ก่อนจะพบว่ามันคือลายมือจากเพื่อนเขาจริงๆ
เห้อ...เสียงถอนหายใจเมื่อได้อ่านข้อความทั้งหมด อย่างน้อยเพื่อนเขาก็ปลอดภัยดี
"แล้วร่องรอยตามตัวผมล่ะ...คุณจะอธิบายว่ายังไง"
โซ่ถามเทวาราช ก่อนจะได้ยินคำพูดจนแทบจะถลาเข้าไปฆ่าอีกฝ่ายให้ตายคามือ
"ก็แค่อยากเช็คของให้แน่ใจว่ายังสมบูรณ์ดีอยู่หรือเปล่า ถ้าเจ้าสาวมีตำหนิใครจะเอาลง จริงมั้ย!!!"
เพี้ยะ!!!
เสียงตบฉาดใหญ่ดังขึ้น พร้อมใบหน้าหันมองด้วยสายตาแข็งกร้าว
"กล้าตบกู?" ร่างสูงถลาเข้าบีบปากโซ่อย่างแรงจนเริ่มเจ็บ
"น้อยไปด้วยซ้ำ...คนอย่างคุณมันควรโดนมากกว่านี้อีก!"
"หึ..ปากดี ไม่เจียมตัวลืมไปแล้วหรือไงว่าตอนนี้นายอยู่ในฐานะอะไร ห๊ะ!" คำดูถูกเหยียดหยาม ทำให้นึกถึงเหตุผลที่ตัวเองต้องมาแต่งงานกับคนใจทรามตรงหน้า
"อ่อย (ปล่อย)"
เทวาราชปล่อยมือที่บีบปากโซ่ให้เป็นอิสระ
"ไง..เถียงไม่ออกแล้วซิ"
"เมื่อทุกอย่างจบลง ผมจะเดินออกมาจากชีวิตคุณแน่ไม่ต้องห่วงหรอก!" โซ่พูดก่อนหันหลังเดินออกไปจากห้อง แต่ไม่วายโดนคำพูดเจ็บแสบไล่หลังอยู่ดี
"เจอกันวันแต่งงานนะ... คุณ ภรร ยา!"
ไอ้คนเหี้ย!
[ย้อนไปวันก่อนหน้านี้]
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นภายในห้องทำงานเทวาราช
"เข้ามา"
"นายครับ นี่คือเอกสารที่นายให้ไปค้นหาครับ " ภูมิยืนแฟ้มเอกสารให้เจ้านายตนเอง
"อืม...ขอบใจ" เทวาราชรับขึ้นมาเปิดอ่าน
"หึ...ที่แท้ก็อยู่ใต้จมูกนี่เอง เหยื่อมาเร็วกว่าที่คิดแฮะ"