ภาพปกนิยาย ดวงใจขุนศึก

ดวงใจขุนศึก

9.0 / 10.0
ประโยคบอกเลิกที่แสนสั้นและไร้เยื่อใยว่า “เราเลิกกันเถอะ” กลายเป็นจุดจบของความสัมพันธ์ที่รมิตาไม่เคยเตรียมใจมาก่อน เมื่อหัวใจที่เคยหวานชื่นกลับต้องเผชิญกับความเย็นชาอย่างกะทันหัน เธอพยายามค้นหาคำอธิบายถึงสาเหตุที่ความรักพังทลายลง ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาจากปากของชายหนุ่มที่เป็นดั่งดวงใจกลับมีเพียงถ้อยคำเรียบง่ายแต่บาดลึกว่าเขาแค่รู้สึก “เบื่อ” เพียงเท่านั้น คำพูดสั้นๆ นี้ทำลายทุกความเชื่อมั่นและทิ้งให้เธอต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีในวันที่ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น

ดวงใจขุนศึก ตอนที่ 1

บทนำ

“เราเลิกกันเถอะ”

เสียงนุ่มทุ้มราวกับไม่รู้สึกอะไรในคำพูดของขุนศึกบอกคนตรงหน้าด้วยท่าทางปกติ ไม่ต่างกับการถามเรื่องสภาพอากาศวันนี้เลยแม้แต่น้อย

ดวงตากลมใสสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองคนพูด พลางย่นคิ้วเข้าหากันอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก คำพูดเมื่อครู่เธอไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม

เขาบอกเลิกเธอ

รมิตากลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากเย็น มือที่เพิ่งหยิบของบางอย่างในกระเป๋าออกมาถือชะงักนิ่ง ของที่เธออยากจะให้เขาเห็นที่สุด

“เคทอยากได้เหตุผล”

หญิงสาวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นตามความรู้สึกที่กำลังตีตื้นขึ้นมา วันนี้เธอมีเรื่องสำคัญจะบอกเขา และเขาก็นัดเธอออกมาก็เพื่อบอกเลิก...นี่หรือคือเรื่องสำคัญที่เขาบอก

“พี่เบื่อ”

สั้น ง่าย ไม่ซับซ้อนหรือยุ่งยากอะไรเลยแม้แต่น้อยในความรู้สึกของคนพูด แต่มันช่างซับซ้อนและยุ่งยากเหลือเกินในความรู้สึกของคนฟัง รมิตาพยายามนึกตามและหาเหตุผล แต่นึกเท่าใดเธอก็ยังนึกไม่ออก เมื่อในที่สุดเธอไม่สามารถให้คำตอบได้ หญิงสาวก็ทำเพียงเงยหน้ากลับขึ้นมามองคนที่ได้ชื่อว่าคนรักที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นอดีตคนรักในไม่กี่นาทีต่อจากนี้

“อย่างนั้นเหรอคะ”

ไม่มีคำร้องโวยวายอย่างที่เขาอยากให้เธอทำ มีเพียงน้ำเสียงเรียบหวานเย็นเฉียบเท่านั้นที่เอ่ยออกมา น้ำเสียงที่ราวกับไม่รับรู้อะไรในประโยคที่เขาบอก

“ถ้าอย่างนั้นเคทขอตัวกลับก่อนนะคะ”

เมื่อไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ สิ้นคำหญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นลายดอกไม้สีชมพูสดระบายอยู่ทั่วตัวก็ลุกขึ้นยืน มือบางซุกของชิ้นนั้นเข้ากระเป๋าถือใบเล็กดังเดิม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องตากับเขาอีกครั้ง ก่อนจะข่มความรู้สึกที่มีเพื่อเอ่ยลา

“ลาละค่ะ”

“เดี๋ยว!” คนถูกเอ่ยลาเรียกเอาไว้ก่อนที่เธอจะผละจาก ร่างโปร่งบางอย่างลูกเสี้ยวชาวออสซี่ชะงักกึก ขุนศึกผุดลุกขึ้นมายืนมองตามหลังบางอย่างขลาดๆ

“เคทไม่โกรธพี่ใช่ไหม”

แทนคำตอบ หญิงสาวที่ยืนหันหลังให้ส่ายหน้าจนผมสีน้ำตาลเข้มยาวเลยสะโพกไหวกระเพื่อม

“เคทไม่มีสิทธิ์โกรธพี่ขุนหรอกคะ”

“เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม” เขาถามขึ้นอีก หวังใช้มันยื้อเธออีกสักนิด แต่มันคงไม่มีค่าพอที่จะให้เธออยู่ เมื่อคำพูดที่ตอบกลับมานั้นตัดรอนเขาอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่โกรธ ไม่อาละวาด และพร้อมจะเข้าใจทุกอย่างได้ชัดเจน

มือบางข้างที่ว่างยกขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาก่อนที่มันจะหล่นลงให้เขาได้เห็นว่าเธออ่อนแอแค่ไหน แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะได้เห็น รมิตาไม่อยากให้เขารู้สึกสมเพชเธอมากกว่าที่เป็นอยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งที่เฝ้ารักเขามานานหลายปี ผู้หญิงที่ชอบจุ้นจ้านกับชีวิตของเขาจนถูกหาว่ารำคาญครั้งแล้วครั้งเล่า และหลายครั้งที่ถูกมองข้ามความรู้สึก ถูกทิ้งไว้เพียงลำพังนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งไม่เคยชัดเจนได้เท่าครั้งนี้ ร่างสมส่วนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง รอยยิ้มหวานถูกส่งให้ แต่ดวงตากลับอ่อนแสงลงจนคนมองสบนิ่งไป

“ได้สิคะ ยังไงพี่ขุนก็เป็นรุ่นพี่ แล้วก็ลูกค้าคนสำคัญของที่ร้านเคทนี่นา” ว่าแล้วก็เสมองไปทางอื่น ไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอกำลังจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

“แล้วที่เคทบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่ล่ะ”

ดวงตาคมมองเธอนิ่ง ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อทางที่เขาเลือกเองตอนนี้เป็นได้แค่ลูกค้าคนสำคัญ สิ่งที่ถามออกไปจึงเป็นเพียงแค่การยื้อเวลาให้เขาได้มองเธอเต็มตาอีกสักครั้ง ขอเพียงเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างมันจะว่างเปล่า...ว่างเปล่าเหมือนบางสิ่งหลุดหาย อกข้างซ้ายกำลังรู้สึกเบาโหวงราวกับบางอย่างไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม ตำแหน่งที่เคยมีต่อแต่นี้จะไม่มีอีกต่อไป แต่ไม่เป็นไรหรอก...เขาเต็มใจ หากสุดท้ายมันจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่

“มันไม่สำคัญแล้วละค่ะ”

รมิตาตอบกลับเสียงเยาะ ใบหน้าเรียวเงยขึ้นสบตาเขานิ่ง อยากจะจำผู้ชายคนนี้ให้ลึกเข้าไปสุดหัวใจ ไม่สนใจว่าน้ำตาเม็ดหนึ่งกำลังร่วงหล่นลงมาให้เขาได้เห็นหรือไม่ เพราะอย่างไรทุกอย่างมันก็จบอย่างที่เขาอยากให้เป็นอยู่ดี

“ลาก่อนนะคะ”

สิ้นคำลาคำรบสอง ร่างบางก็หมุนตัวเดินกลับออกไป ขาเรียวยาวภายใต้กระโปรงบางพลิ้วก้าวออกไปอย่างไม่มั่นคงนัก แต่เธอต้องทำเป็นเก่งเพื่อไม่ให้เขาดูถูกเธอมากกว่าที่เป็นอยู่ มือข้างที่ว่างล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบแว่นกันแดดสีชาขึ้นมาสวมปกปิดไม่ให้ใครต่อใครที่เดินผ่านมาเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้ ก่อนจะล้วงหยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง เผยรอยยิ้มหยันให้กับตัวเองเมื่อก้มมองมัน

แล้วตัดสินใจยื่นของในมือทิ้งลงในถังขยะข้างบันไดระหว่างที่ก้าวออกจากร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่นที่มันเป็นร้านโปรด ร้านที่เขาเลือกขอคบหากับเธอในครั้งแรกและบอกเลิกในครั้งล่าสุด แท่งตรวจการตั้งครรภ์ที่มีขีดสีแดงถึงสองขีดอยู่คั่นกลางร่วงหล่นจากมือบางลงถังได้อย่างแม่นยำ

มันจบแล้ว...

ตอนที่ 1 ความรักในความลับ

แลนด์โรเวอร์สี่ประตูสีดำมันปลาบแล่นออกจากเขตรั้วอธิรักษ์โยธินในเวลาเกือบเที่ยงคืน บ้านหลังใหญ่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่ก่อจากหินอ่อนสีขาวมุกทั้งหลังค่อยๆ เล็กลงตามระยะทางที่ห่างออกไป

ขุนศึก อธิรักษ์โยธิน บุตรชายคนที่สามของคุณภาวิน อธิรักษ์โยธิน ประมุขแห่งอาณาจักรอธิรักษ์โยธินกรุ๊ป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศกับคุณพัตรา วงศ์สกุล ภรรยาคนที่สาม

‘ลูกเมียน้อย’ นั่นคือความจริงที่กัดกินก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจมาตั้งแต่จำความได้

แม้ว่าความอบอุ่นที่ได้รับจากภรรยาทุกคนของบิดาจะทำให้เขาและน้องสาวฝาแฝดอย่างแก้วกานต์ อธิรักษ์โยธิน เติบใหญ่ขึ้นมาจนกระทั่งอายุยี่สิบหกปีบริบูรณ์ แต่ขุนศึกก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเกลียดชังสายเลือดที่ไหลเวียนในตัวนี้มากเหลือเกิน สายเลือดของผู้ชายมักมาก ผู้ชายที่ไม่เคยรักใครจริงนอกจากตนเอง คำหวานละมุนแผ่วกระซิบเป็นเพียงคำลวงให้คุณพัตราในตอนนั้นตายใจ และนั่นทำให้เขาเกลียดคำว่า ‘รัก’ เพราะมันไม่เคยสำคัญเท่า ‘การกระทำ’ และเกลียดชังคำว่า ‘การแต่งงาน’ เพราะมันไม่เคยสำคัญหากว่าคนสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ใบหน้าคมคายออกไปทางเข้มขรึมเพราะผิวกร้านแดดจากการทำงานกลางแจ้งเป็นประจำจ้องมองถนนเบื้องหน้านิ่ง มือทั้งสองข้างยังคงทำหน้าที่กุมพวงมาลัยเอาไว้มั่น ขณะที่ขาทั้งสองข้างก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่าทางไม่สนใจใครทำให้คนที่นั่งมาด้วยหน้าม่อยลงอย่างเห็นได้ชัด

รมิตา อัศวกุล ถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อถูกคนที่ได้ชื่อว่า ‘คนรัก’ แสดงท่าทีเฉยเมยใส่ ทั้งที่เขาเพิ่งพาเธอไปงานของครอบครัวเป็นครั้งแรกแท้ๆ แม้ว่าความจริงแล้วคนที่เชิญเธอไปจะเป็นสี่ทิศ อธิรักษ์โยธิน พี่ชายคนโตของเขาก็ตาม แต่การได้ออกงานด้วยกันครั้งแรกในฐานะคนรัก เธอควรจะได้รับสีหน้าที่ยินดีมากกว่าใบหน้าบึ้งตึงไม่ใช่หรือ

ดวงตากลมหวานสีน้ำตาลของสาวลูกเสี้ยวออสเตรเลียเหลือบมองช่อบูเก้สีขาวในมือด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เขาคงโกรธที่เธอขัดคำสั่งลุกออกไปรับช่อดอกไม้เจ้าสาวจากภีมชญา ภรรยาคนสวยของสี่ทิศ และนั่นคือต้นเหตุที่ทำให้เธอถูกลากกลับบ้านทันทีที่ส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าหอเรียบร้อย

‘น้องเคทได้ช่อดอกไม้แบบนี้ สงสัยจะเป็นรายต่อไปที่ได้แต่งงานนะคะเนี่ย’

คำสัพยอกจากเพื่อนในกลุ่มของขุนศึกเอ่ยล้อเมื่อเธอเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากไปร่วมพิธีการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว และเธอคือผู้โชคดีที่รับช่อดอกไม้ได้ ตั้งแต่นั้นใบหน้าที่ยุ่งอยู่เป็นนิจก็ยิ่งขรึมลงไปอีก เพราะเธอขัดคำสั่งของเขาหลายอย่างเหลือเกิน จากที่เพียงแค่มองและเอ่ยห้ามบ้างกลายเป็นนิ่งเงียบ เฉยชา และไม่คุยกับเธออีกเลยจนกระทั่งถึงตอนนี้

“พี่ขุนคะ” รมิตาเอ่ยเรียก แต่คนที่มีหน้าที่ขับรถกลับยิ่งเพิ่งความเร็วมากยิ่งขึ้นจนเธอสัมผัสได้ ความเร็วคือสิ่งที่เธอหวาดกลัวและเขารู้ดี แต่ที่ชายหนุ่มกำลังทำกลับตรงกันข้าม นี่อาจเป็นบทลงโทษของคนไม่เชื่อฟังเช่นเธอก็เป็นได้

“เคทกลัว”

น้ำเสียงสั่นไหวทำให้เท้าที่กดหนักบนคันเร่งถอนออก การจราจรในเวลาเกือบเที่ยงคืนเช่นนี้ถนนค่อนข้างโล่ง และนั่นเหมือนจะเป็นตัวเรียกสติคนโมโหจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

“เคทขอโทษค่ะ”

“รู้ตัวด้วยเหรอว่าผิด” เสียงทุ้มตอบกลับแทบจะทันทีที่ประโยคนั้นจบลง

รมิตาก้มหน้าคล้ายเด็กที่กำลังสำนึกผิด ความจริงเธอควรจะเชื่อเขา อยู่ในที่ของตนเองโดยไม่ยุ่งวุ่นวายกับเขา และที่สำคัญไม่ควรไปวุ่นวายกับครอบครัวของเขา

“เคทแค่อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์เท่านั้น”

“ประโยชน์ของเคทคือการประกาศให้คนทั้งงานรู้ว่ากำลังคบอยู่กับพี่สินะ”

คนฟังน้ำตาเอ่อคลอหน่วย เธอผิดหรือที่อยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ครอบครัวของเขาบ้าง และเธอผิดหรือที่จะบอกใครต่อใครว่าเธอมากับใคร

“ก็เราคบกันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”

“ใช่ แต่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ก็ได้”

“แต่เราคบกันมานานแล้วนะคะ” เธอท้วงกลับ เขาและเธอคบกันตั้งแต่สมัยเรียนซึ่งมันก็เจ็ดปีมาแล้ว หลายคนเคยบอกเลขเจ็ดคือเลขอาถรรพ์ แต่เธอเชื่อการกระทำและความรู้สึกของตนเองมากยิ่งกว่า สายตาของรมิตามีเพียงขุนศึกไม่ว่าจะวันนี้หรือพรุ่งนี้ ไม่มีใครทำให้ความรักที่เธอมีต่อเขาลดน้อยลงได้ เพราะนับวันมันยิ่งเพิ่มมากขึ้น

จากที่คบหากันลับๆ บางครั้งเธอก็นึกอยากที่จะประกาศให้ใครต่อใครได้รับรู้เช่นเดียวกัน แต่มีเพียงเหตุผลเดียวที่เธอไม่สามารถทำอย่างนั้นได้คือขุนศึกไม่ต้องการให้ใครรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็เลือกที่จะยอมทำตามที่เขาต้องการ

“และมันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ”

“พี่ขุน” รมิตาครางเรียกชื่อคนข้างกายเบาหวิว “พี่ขุนไม่อยากให้ใครรู้ว่ากำลังคบอยู่กับเคทเหรอคะ”

“ทำไมเคทไม่เข้าใจ” เขาหันมาตวาด “เราก็มีความสุขกันดีไม่ใช่เหรอที่เป็นแบบนี้”

‘คำถาม’ แต่มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการ และนั่นทำให้รมิตาต้องกล้ำกลืนก้อนแข็งที่จุกอยู่กลางอกให้กลับลึกลงไปสุดหัวใจ

“ค่ะ มีความสุขดี” เธอโกหก

รมิตาคือผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากได้คำหวานจากคนรัก เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากจะบอกใครต่อใครว่าเขาคือคนพิเศษ และเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากจะเป็นผู้ได้รับการยอมรับไม่ใช่ผู้หลบซ่อน แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงแค่เดินตามทางที่เขาขีดไว้ ทางที่เธอไม่เคยต้องการแต่มันก็ดีกว่าการที่ต้องทะเลาะกันจนสุดท้ายต้องเลิกรากันไป เพราะหากว่าถึงเวลานั้นเธอคงไม่มีแม้แต่แรงที่จะหายใจ

“เข้าใจอะไรง่ายๆ ก็ดี ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก พี่ไม่ชอบ”

“ค่ะ”

รมิตารับคำเหมือนที่ทำมาตลอด เธออาจจะอ่อนแอและหวาดกลัวความเสียใจมากเกินไปจนไม่กล้าแม้แต่จะขัดใจเขา และทุกครั้งที่ทะเลาะกันก็เป็นเธอเองที่ต้องเป็นฝ่ายยอม เพราะต้องการประคับประคองให้ความรักงอกงามเพื่อเฝ้ารอว่าสักวันหัวใจด้านชาของเขาจะเปิดออกและช่วยเธอดูแลต้นรักต้นนี้ไปด้วยกัน

อ่านต่อ

สารบัญของ ดวงใจขุนศึก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในวันที่มหาอุทกภัยพัดพรากทุกสิ่ง ลิซ่ากลับต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัส เมื่อพี่ชายและสามีเลือกที่จะปกป้องอลิซ คุณหนูใหญ่ที่เพิ่งกลับมา มากกว่าเธอที่ขาหักจากอุบัติเหตุ อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว คำโกหกนั้นทำให้ชายทั้งสองที่เธอเคยรักเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พวกเขาตราหน้าว่าเธอใจคอโหดเหี้ยมและตัดสินใจลงทัณฑ์เธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบขาของเธอซ้ำเพื่อให้จดจำความผิดที่ไม่ได้ก่อ ท่ามกลางความหวาดกลัวและใบหน้าที่เย็นชาของคนในครอบครัว ลิซ่าจึงสาบานกับตัวเองว่าจะต้องหนีไปจากนรกแห่งนี้ให้ได้ ความรักที่เคยมีพังทลายลงพร้อมกับความแค้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ภาพปกนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
พิชญา เด็กสาวในชุดนักเรียนต้องจำยอมตกเป็นทาสอารมณ์ของ ปรเมศวร์ นักธุรกิจเหมืองเพชรผู้มั่งคั่งเพื่อชดใช้หนี้พนันของครอบครัวและแลกกับความสุขสบายของพ่อแม่น้องๆ แม้จะถูกปฏิบัติเหมือนสินค้าไร้ค่าและถูกตราหน้าว่าไม่มีสิทธิ์เป็นแม่ของลูก แต่เธอก็ต้องอดทนต่อความป่าเถื่อนและเย็นชาของซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาเรียกหา เธอต้องเผชิญกับความรุนแรงและการตีตราจองจำที่ไร้อิสรภาพ โดยมีความหวังเพียงหนึ่งเดียวคือการเรียนให้จบเพื่อหลุดพ้นจากขุมนรกที่ใช้เงินซื้อตัวเธอมา ทว่าในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงของเล่นแก้เหงาที่จะไม่มีวันได้รับอิสระตราบใดที่เขายังไม่รู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอ
ภาพปกนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกให้เธอต้องอุ้มท้องลูกของชายปริศนาเพื่อทำตามข้อตกลงลับบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกันเธอกลับต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มที่ถูกหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่ยังเยาว์วัย แม้จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่จะเกิดขึ้นเพียงเพราะผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ แต่ความใกล้ชิดกลับถักทอความผูกพันจนทั้งสองเผลอใจรักกันโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าในวันที่กำหนดคลอดใกล้เข้ามาถึง ฝันหวานของเธอก็พังทลายลงเมื่อเขายื่นเอกสารการหย่าให้เพื่อยุติความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความในใจว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอด
ภาพปกนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับหนุ่มผู้เย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อแม่ของเขาพยายามฆ่าตัวตาย เพราะพ่อพาเมียน้อยคราวลูกอย่าง นับดาว เข้ามาเริงรักในบ้านอย่างไม่เกรงใจ นับดาวสาวสวยผู้หิวกระหายความสุขสบายพยายามปั่นหัวให้พ่อของสไนเปอร์หย่าขาดจากภรรยาหลวง โดยใช้จริตมารยาปรนเปรอสวาทจนชายวัยคราวพ่อหลงจนโงหัวไม่ขึ้น แม้สไนเปอร์จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอาย แต่เธอกลับจ้องมองเขาด้วยความเสน่หาและไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าทอ ความแค้นที่สไนเปอร์มีต่อหญิงแพศยาผู้ทำลายครอบครัวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทลงโทษอันเร่าร้อน เมื่อเขาตัดสินใจจะลากเธอลงนรกด้วยน้ำมือของเขาเองในฐานะทาสสวาทที่ต้องชดใช้ด้วยร่างกายอย่างสาสม
ภาพปกนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปถูกปิยธิดาคนรักเก่าทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทด้วยเหตุผลที่เขาไม่อาจยอมรับได้ ความผิดหวังเปลี่ยนเป็นแรงแค้น เขาจึงเลือกปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่อดีตแฟนสาวเกลียดชังมาเป็นเครื่องมือประชดรัก โดยการเข้าพิธีวิวาห์อย่างรวดเร็วเพื่อหยามหน้าอีกฝ่าย แม้พลาธิปจะตั้งแง่รังเกียจว่าเธอเป็นลูกเมียน้อย แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเผลอใจรักเธอเข้าอย่างจัง ทว่าด้วยทิฐิหนาและนิสัยปากแข็งทำให้เขาไม่กล้าเผยความรู้สึก ขณะที่ปราณปริยาวดีเองก็บอบช้ำจากการถูกตราหน้าและไม่ยอมมอบหัวใจให้เขาง่ายๆ ท่ามกลางความขัดแย้งและไฟริษยา บทสรุปความรักที่เริ่มต้นจากการแก้แค้นของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยาย จอมใจอสูร
8.5
เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด รวิษาต้องเผชิญกับถ้อยคำดูแคลนจากอัครา ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน แต่บัดนี้เขากลับประกาศก้องว่ามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า ท่ามกลางความเงียบงันและพยายามหลบหนี รวิษากลับถูกพันธนาการไว้ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า อัคราจงใจใช้ท่าทีคุกคามและวาจาเยาะเย้ยเพื่อย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ในอดีตอย่างไม่ใยดี ในวันที่คนรักใหม่ของเขาไม่อยู่ เขากลับฉวยโอกาสกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่บีบคั้น ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างก่อนจะถูกรุกรานด้วยจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่เขากลับยิ่งใช้กำลังบังคับให้เธอต้องจำนนต่อสัมผัสอันรุนแรงเพื่อระบายอารมณ์ในเกมที่เขาเป็นผู้คุมทุกอย่าง

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED