ภาพปกนิยาย ดวงใจขุนศึก

ดวงใจขุนศึก

9.0 / 10.0
ประโยคบอกเลิกที่แสนสั้นและไร้เยื่อใยว่า “เราเลิกกันเถอะ” กลายเป็นจุดจบของความสัมพันธ์ที่รมิตาไม่เคยเตรียมใจมาก่อน เมื่อหัวใจที่เคยหวานชื่นกลับต้องเผชิญกับความเย็นชาอย่างกะทันหัน เธอพยายามค้นหาคำอธิบายถึงสาเหตุที่ความรักพังทลายลง ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาจากปากของชายหนุ่มที่เป็นดั่งดวงใจกลับมีเพียงถ้อยคำเรียบง่ายแต่บาดลึกว่าเขาแค่รู้สึก “เบื่อ” เพียงเท่านั้น คำพูดสั้นๆ นี้ทำลายทุกความเชื่อมั่นและทิ้งให้เธอต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีในวันที่ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น
เรื่องย่อ ดวงใจขุนศึก
ประโยคบอกเลิกที่แสนสั้นและไร้เยื่อใยว่า “เราเลิกกันเถอะ” กลายเป็นจุดจบของความสัมพันธ์ที่รมิตาไม่เคยเตรียมใจมาก่อน เมื่อหัวใจที่เคยหวานชื่นกลับต้องเผชิญกับความเย็นชาอย่างกะทันหัน เธอพยายามค้นหาคำอธิบายถึงสาเหตุที่ความรักพังทลายลง ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาจากปากของชายหนุ่มที่เป็นดั่งดวงใจกลับมีเพียงถ้อยคำเรียบง่ายแต่บาดลึกว่าเขาแค่รู้สึก “เบื่อ” เพียงเท่านั้น คำพูดสั้นๆ นี้ทำลายทุกความเชื่อมั่นและทิ้งให้เธอต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีในวันที่ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น
อ่านเพิ่มเติม

ดวงใจขุนศึก ตอนที่ 1

บทนำ

“เราเลิกกันเถอะ”

เสียงนุ่มทุ้มราวกับไม่รู้สึกอะไรในคำพูดของขุนศึกบอกคนตรงหน้าด้วยท่าทางปกติ ไม่ต่างกับการถามเรื่องสภาพอากาศวันนี้เลยแม้แต่น้อย

ดวงตากลมใสสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองคนพูด พลางย่นคิ้วเข้าหากันอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก คำพูดเมื่อครู่เธอไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม

เขาบอกเลิกเธอ

รมิตากลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากเย็น มือที่เพิ่งหยิบของบางอย่างในกระเป๋าออกมาถือชะงักนิ่ง ของที่เธออยากจะให้เขาเห็นที่สุด

“เคทอยากได้เหตุผล”

หญิงสาวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นตามความรู้สึกที่กำลังตีตื้นขึ้นมา วันนี้เธอมีเรื่องสำคัญจะบอกเขา และเขาก็นัดเธอออกมาก็เพื่อบอกเลิก...นี่หรือคือเรื่องสำคัญที่เขาบอก

“พี่เบื่อ”

สั้น ง่าย ไม่ซับซ้อนหรือยุ่งยากอะไรเลยแม้แต่น้อยในความรู้สึกของคนพูด แต่มันช่างซับซ้อนและยุ่งยากเหลือเกินในความรู้สึกของคนฟัง รมิตาพยายามนึกตามและหาเหตุผล แต่นึกเท่าใดเธอก็ยังนึกไม่ออก เมื่อในที่สุดเธอไม่สามารถให้คำตอบได้ หญิงสาวก็ทำเพียงเงยหน้ากลับขึ้นมามองคนที่ได้ชื่อว่าคนรักที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นอดีตคนรักในไม่กี่นาทีต่อจากนี้

“อย่างนั้นเหรอคะ”

ไม่มีคำร้องโวยวายอย่างที่เขาอยากให้เธอทำ มีเพียงน้ำเสียงเรียบหวานเย็นเฉียบเท่านั้นที่เอ่ยออกมา น้ำเสียงที่ราวกับไม่รับรู้อะไรในประโยคที่เขาบอก

“ถ้าอย่างนั้นเคทขอตัวกลับก่อนนะคะ”

เมื่อไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ สิ้นคำหญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นลายดอกไม้สีชมพูสดระบายอยู่ทั่วตัวก็ลุกขึ้นยืน มือบางซุกของชิ้นนั้นเข้ากระเป๋าถือใบเล็กดังเดิม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องตากับเขาอีกครั้ง ก่อนจะข่มความรู้สึกที่มีเพื่อเอ่ยลา

“ลาละค่ะ”

“เดี๋ยว!” คนถูกเอ่ยลาเรียกเอาไว้ก่อนที่เธอจะผละจาก ร่างโปร่งบางอย่างลูกเสี้ยวชาวออสซี่ชะงักกึก ขุนศึกผุดลุกขึ้นมายืนมองตามหลังบางอย่างขลาดๆ

“เคทไม่โกรธพี่ใช่ไหม”

แทนคำตอบ หญิงสาวที่ยืนหันหลังให้ส่ายหน้าจนผมสีน้ำตาลเข้มยาวเลยสะโพกไหวกระเพื่อม

“เคทไม่มีสิทธิ์โกรธพี่ขุนหรอกคะ”

“เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม” เขาถามขึ้นอีก หวังใช้มันยื้อเธออีกสักนิด แต่มันคงไม่มีค่าพอที่จะให้เธออยู่ เมื่อคำพูดที่ตอบกลับมานั้นตัดรอนเขาอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่โกรธ ไม่อาละวาด และพร้อมจะเข้าใจทุกอย่างได้ชัดเจน

มือบางข้างที่ว่างยกขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาก่อนที่มันจะหล่นลงให้เขาได้เห็นว่าเธออ่อนแอแค่ไหน แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะได้เห็น รมิตาไม่อยากให้เขารู้สึกสมเพชเธอมากกว่าที่เป็นอยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งที่เฝ้ารักเขามานานหลายปี ผู้หญิงที่ชอบจุ้นจ้านกับชีวิตของเขาจนถูกหาว่ารำคาญครั้งแล้วครั้งเล่า และหลายครั้งที่ถูกมองข้ามความรู้สึก ถูกทิ้งไว้เพียงลำพังนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งไม่เคยชัดเจนได้เท่าครั้งนี้ ร่างสมส่วนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง รอยยิ้มหวานถูกส่งให้ แต่ดวงตากลับอ่อนแสงลงจนคนมองสบนิ่งไป

“ได้สิคะ ยังไงพี่ขุนก็เป็นรุ่นพี่ แล้วก็ลูกค้าคนสำคัญของที่ร้านเคทนี่นา” ว่าแล้วก็เสมองไปทางอื่น ไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอกำลังจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

“แล้วที่เคทบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่ล่ะ”

ดวงตาคมมองเธอนิ่ง ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อทางที่เขาเลือกเองตอนนี้เป็นได้แค่ลูกค้าคนสำคัญ สิ่งที่ถามออกไปจึงเป็นเพียงแค่การยื้อเวลาให้เขาได้มองเธอเต็มตาอีกสักครั้ง ขอเพียงเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างมันจะว่างเปล่า...ว่างเปล่าเหมือนบางสิ่งหลุดหาย อกข้างซ้ายกำลังรู้สึกเบาโหวงราวกับบางอย่างไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม ตำแหน่งที่เคยมีต่อแต่นี้จะไม่มีอีกต่อไป แต่ไม่เป็นไรหรอก...เขาเต็มใจ หากสุดท้ายมันจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่

“มันไม่สำคัญแล้วละค่ะ”

รมิตาตอบกลับเสียงเยาะ ใบหน้าเรียวเงยขึ้นสบตาเขานิ่ง อยากจะจำผู้ชายคนนี้ให้ลึกเข้าไปสุดหัวใจ ไม่สนใจว่าน้ำตาเม็ดหนึ่งกำลังร่วงหล่นลงมาให้เขาได้เห็นหรือไม่ เพราะอย่างไรทุกอย่างมันก็จบอย่างที่เขาอยากให้เป็นอยู่ดี

“ลาก่อนนะคะ”

สิ้นคำลาคำรบสอง ร่างบางก็หมุนตัวเดินกลับออกไป ขาเรียวยาวภายใต้กระโปรงบางพลิ้วก้าวออกไปอย่างไม่มั่นคงนัก แต่เธอต้องทำเป็นเก่งเพื่อไม่ให้เขาดูถูกเธอมากกว่าที่เป็นอยู่ มือข้างที่ว่างล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบแว่นกันแดดสีชาขึ้นมาสวมปกปิดไม่ให้ใครต่อใครที่เดินผ่านมาเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้ ก่อนจะล้วงหยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง เผยรอยยิ้มหยันให้กับตัวเองเมื่อก้มมองมัน

แล้วตัดสินใจยื่นของในมือทิ้งลงในถังขยะข้างบันไดระหว่างที่ก้าวออกจากร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่นที่มันเป็นร้านโปรด ร้านที่เขาเลือกขอคบหากับเธอในครั้งแรกและบอกเลิกในครั้งล่าสุด แท่งตรวจการตั้งครรภ์ที่มีขีดสีแดงถึงสองขีดอยู่คั่นกลางร่วงหล่นจากมือบางลงถังได้อย่างแม่นยำ

มันจบแล้ว...

ตอนที่ 1 ความรักในความลับ

แลนด์โรเวอร์สี่ประตูสีดำมันปลาบแล่นออกจากเขตรั้วอธิรักษ์โยธินในเวลาเกือบเที่ยงคืน บ้านหลังใหญ่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่ก่อจากหินอ่อนสีขาวมุกทั้งหลังค่อยๆ เล็กลงตามระยะทางที่ห่างออกไป

ขุนศึก อธิรักษ์โยธิน บุตรชายคนที่สามของคุณภาวิน อธิรักษ์โยธิน ประมุขแห่งอาณาจักรอธิรักษ์โยธินกรุ๊ป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศกับคุณพัตรา วงศ์สกุล ภรรยาคนที่สาม

‘ลูกเมียน้อย’ นั่นคือความจริงที่กัดกินก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจมาตั้งแต่จำความได้

แม้ว่าความอบอุ่นที่ได้รับจากภรรยาทุกคนของบิดาจะทำให้เขาและน้องสาวฝาแฝดอย่างแก้วกานต์ อธิรักษ์โยธิน เติบใหญ่ขึ้นมาจนกระทั่งอายุยี่สิบหกปีบริบูรณ์ แต่ขุนศึกก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเกลียดชังสายเลือดที่ไหลเวียนในตัวนี้มากเหลือเกิน สายเลือดของผู้ชายมักมาก ผู้ชายที่ไม่เคยรักใครจริงนอกจากตนเอง คำหวานละมุนแผ่วกระซิบเป็นเพียงคำลวงให้คุณพัตราในตอนนั้นตายใจ และนั่นทำให้เขาเกลียดคำว่า ‘รัก’ เพราะมันไม่เคยสำคัญเท่า ‘การกระทำ’ และเกลียดชังคำว่า ‘การแต่งงาน’ เพราะมันไม่เคยสำคัญหากว่าคนสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ใบหน้าคมคายออกไปทางเข้มขรึมเพราะผิวกร้านแดดจากการทำงานกลางแจ้งเป็นประจำจ้องมองถนนเบื้องหน้านิ่ง มือทั้งสองข้างยังคงทำหน้าที่กุมพวงมาลัยเอาไว้มั่น ขณะที่ขาทั้งสองข้างก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่าทางไม่สนใจใครทำให้คนที่นั่งมาด้วยหน้าม่อยลงอย่างเห็นได้ชัด

รมิตา อัศวกุล ถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อถูกคนที่ได้ชื่อว่า ‘คนรัก’ แสดงท่าทีเฉยเมยใส่ ทั้งที่เขาเพิ่งพาเธอไปงานของครอบครัวเป็นครั้งแรกแท้ๆ แม้ว่าความจริงแล้วคนที่เชิญเธอไปจะเป็นสี่ทิศ อธิรักษ์โยธิน พี่ชายคนโตของเขาก็ตาม แต่การได้ออกงานด้วยกันครั้งแรกในฐานะคนรัก เธอควรจะได้รับสีหน้าที่ยินดีมากกว่าใบหน้าบึ้งตึงไม่ใช่หรือ

ดวงตากลมหวานสีน้ำตาลของสาวลูกเสี้ยวออสเตรเลียเหลือบมองช่อบูเก้สีขาวในมือด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เขาคงโกรธที่เธอขัดคำสั่งลุกออกไปรับช่อดอกไม้เจ้าสาวจากภีมชญา ภรรยาคนสวยของสี่ทิศ และนั่นคือต้นเหตุที่ทำให้เธอถูกลากกลับบ้านทันทีที่ส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าหอเรียบร้อย

‘น้องเคทได้ช่อดอกไม้แบบนี้ สงสัยจะเป็นรายต่อไปที่ได้แต่งงานนะคะเนี่ย’

คำสัพยอกจากเพื่อนในกลุ่มของขุนศึกเอ่ยล้อเมื่อเธอเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากไปร่วมพิธีการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว และเธอคือผู้โชคดีที่รับช่อดอกไม้ได้ ตั้งแต่นั้นใบหน้าที่ยุ่งอยู่เป็นนิจก็ยิ่งขรึมลงไปอีก เพราะเธอขัดคำสั่งของเขาหลายอย่างเหลือเกิน จากที่เพียงแค่มองและเอ่ยห้ามบ้างกลายเป็นนิ่งเงียบ เฉยชา และไม่คุยกับเธออีกเลยจนกระทั่งถึงตอนนี้

“พี่ขุนคะ” รมิตาเอ่ยเรียก แต่คนที่มีหน้าที่ขับรถกลับยิ่งเพิ่งความเร็วมากยิ่งขึ้นจนเธอสัมผัสได้ ความเร็วคือสิ่งที่เธอหวาดกลัวและเขารู้ดี แต่ที่ชายหนุ่มกำลังทำกลับตรงกันข้าม นี่อาจเป็นบทลงโทษของคนไม่เชื่อฟังเช่นเธอก็เป็นได้

“เคทกลัว”

น้ำเสียงสั่นไหวทำให้เท้าที่กดหนักบนคันเร่งถอนออก การจราจรในเวลาเกือบเที่ยงคืนเช่นนี้ถนนค่อนข้างโล่ง และนั่นเหมือนจะเป็นตัวเรียกสติคนโมโหจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

“เคทขอโทษค่ะ”

“รู้ตัวด้วยเหรอว่าผิด” เสียงทุ้มตอบกลับแทบจะทันทีที่ประโยคนั้นจบลง

รมิตาก้มหน้าคล้ายเด็กที่กำลังสำนึกผิด ความจริงเธอควรจะเชื่อเขา อยู่ในที่ของตนเองโดยไม่ยุ่งวุ่นวายกับเขา และที่สำคัญไม่ควรไปวุ่นวายกับครอบครัวของเขา

“เคทแค่อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์เท่านั้น”

“ประโยชน์ของเคทคือการประกาศให้คนทั้งงานรู้ว่ากำลังคบอยู่กับพี่สินะ”

คนฟังน้ำตาเอ่อคลอหน่วย เธอผิดหรือที่อยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ครอบครัวของเขาบ้าง และเธอผิดหรือที่จะบอกใครต่อใครว่าเธอมากับใคร

“ก็เราคบกันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”

“ใช่ แต่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ก็ได้”

“แต่เราคบกันมานานแล้วนะคะ” เธอท้วงกลับ เขาและเธอคบกันตั้งแต่สมัยเรียนซึ่งมันก็เจ็ดปีมาแล้ว หลายคนเคยบอกเลขเจ็ดคือเลขอาถรรพ์ แต่เธอเชื่อการกระทำและความรู้สึกของตนเองมากยิ่งกว่า สายตาของรมิตามีเพียงขุนศึกไม่ว่าจะวันนี้หรือพรุ่งนี้ ไม่มีใครทำให้ความรักที่เธอมีต่อเขาลดน้อยลงได้ เพราะนับวันมันยิ่งเพิ่มมากขึ้น

จากที่คบหากันลับๆ บางครั้งเธอก็นึกอยากที่จะประกาศให้ใครต่อใครได้รับรู้เช่นเดียวกัน แต่มีเพียงเหตุผลเดียวที่เธอไม่สามารถทำอย่างนั้นได้คือขุนศึกไม่ต้องการให้ใครรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็เลือกที่จะยอมทำตามที่เขาต้องการ

“และมันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ”

“พี่ขุน” รมิตาครางเรียกชื่อคนข้างกายเบาหวิว “พี่ขุนไม่อยากให้ใครรู้ว่ากำลังคบอยู่กับเคทเหรอคะ”

“ทำไมเคทไม่เข้าใจ” เขาหันมาตวาด “เราก็มีความสุขกันดีไม่ใช่เหรอที่เป็นแบบนี้”

‘คำถาม’ แต่มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการ และนั่นทำให้รมิตาต้องกล้ำกลืนก้อนแข็งที่จุกอยู่กลางอกให้กลับลึกลงไปสุดหัวใจ

“ค่ะ มีความสุขดี” เธอโกหก

รมิตาคือผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากได้คำหวานจากคนรัก เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากจะบอกใครต่อใครว่าเขาคือคนพิเศษ และเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากจะเป็นผู้ได้รับการยอมรับไม่ใช่ผู้หลบซ่อน แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงแค่เดินตามทางที่เขาขีดไว้ ทางที่เธอไม่เคยต้องการแต่มันก็ดีกว่าการที่ต้องทะเลาะกันจนสุดท้ายต้องเลิกรากันไป เพราะหากว่าถึงเวลานั้นเธอคงไม่มีแม้แต่แรงที่จะหายใจ

“เข้าใจอะไรง่ายๆ ก็ดี ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก พี่ไม่ชอบ”

“ค่ะ”

รมิตารับคำเหมือนที่ทำมาตลอด เธออาจจะอ่อนแอและหวาดกลัวความเสียใจมากเกินไปจนไม่กล้าแม้แต่จะขัดใจเขา และทุกครั้งที่ทะเลาะกันก็เป็นเธอเองที่ต้องเป็นฝ่ายยอม เพราะต้องการประคับประคองให้ความรักงอกงามเพื่อเฝ้ารอว่าสักวันหัวใจด้านชาของเขาจะเปิดออกและช่วยเธอดูแลต้นรักต้นนี้ไปด้วยกัน

อ่านต่อ

สารบัญของ ดวงใจขุนศึก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
พิชญา เด็กสาวในชุดนักเรียนต้องจำยอมตกเป็นทาสอารมณ์ของ ปรเมศวร์ นักธุรกิจเหมืองเพชรผู้มั่งคั่งเพื่อชดใช้หนี้พนันของครอบครัวและแลกกับความสุขสบายของพ่อแม่น้องๆ แม้จะถูกปฏิบัติเหมือนสินค้าไร้ค่าและถูกตราหน้าว่าไม่มีสิทธิ์เป็นแม่ของลูก แต่เธอก็ต้องอดทนต่อความป่าเถื่อนและเย็นชาของซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกครั้งที่เขาเรียกหา เธอต้องเผชิญกับความรุนแรงและการตีตราจองจำที่ไร้อิสรภาพ โดยมีความหวังเพียงหนึ่งเดียวคือการเรียนให้จบเพื่อหลุดพ้นจากขุมนรกที่ใช้เงินซื้อตัวเธอมา ทว่าในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงของเล่นแก้เหงาที่จะไม่มีวันได้รับอิสระตราบใดที่เขายังไม่รู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอ
ภาพปกนิยาย แซ่บสยิว
7.8
ท่ามกลางกระแสสังคมยุคใหม่ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่พันธนาการแห่งอดีตกลับยังคงผูกมัดคนสองคนเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดโดยผู้ใหญ่มาตั้งแต่เยาว์วัยผ่านการหมั้นหมายแบบคลุมถุงชนที่พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือก เส้นทางชีวิตของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ดูเหมือนจะเดินขนานกันกลับต้องมาบรรจบกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อตกลงทางครอบครัวจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่เร่าร้อนและซาบซ่านหัวใจได้หรือไม่ ในเมื่อพื้นฐานของความใกล้ชิดครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจมาตั้งแต่ต้น เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดแซ่บที่แฝงไปด้วยความสยิวในทุกสัมผัสเมื่อทั้งคู่ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคู่หมั้นที่โชคชะตาขีดเขียนไว้ให้
ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เพียงขวัญไม่เคยคิดว่าเขาจะเข้ามาในชีวิตเพียงเพื่อหลอกลวง แต่กรพักตร์กลับเป็นฝ่ายที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับหัวใจของตัวเอง เมื่อเขาตกหลุมรักเธอโดยไม่ทันตั้งตัว การกลับมาของเขาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้แค้น แต่มันคือการเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนไว้มานาน ความรักและความแค้นของทั้งคู่ปะทะกันอย่างดุเดือด เมื่อเขาจับเธอโยนลงสระน้ำ กอดรัดเย้ยหยันถึงเรื่องผู้ชายคนอื่น แต่เพียงขวัญก็ไม่ยอมอ่อนข้อ เธอตบเขา แล้วเขาก็จูบเธอตอบแทนด้วยความแค้นที่แฝงด้วยแรงปรารถนา คำถามที่เขาย้ำถามถึงลีลาความรักของเธอ กลายเป็นการต่อสู้ที่ทั้งเจ็บปวดและเร่าร้อนที่ไม่อาจห้ามใจ
ภาพปกนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
โดมินิก มาเฟียหนุ่มที่เชื่อมาตลอดว่าตนโดดเดี่ยวไร้ซึ่งครอบครัว อยู่มาวันหนึ่งโชคชะตาก็เปิดเผยความจริงอันชวนตะลึงว่าเขามีลูกสาววัย 7 ขวบชื่อน้องเดียร์ ที่แม่ของเด็กปิดบังเขามาตลอด ความโกรธและความพิศวาสคุกรุ่นในใจเมื่อได้พบกันตาอีกครั้ง เขาตั้งใจจะได้ทั้งลูกและตัวเธอคืนมา โดยไม่ยอมเสียอะไรไปแม้เพียงอย่างเดียว ทางฝั่งกันตา ความผิดพลาดในอดีตทำให้เธอต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง และวันนี้พ่อของลูกซึ่งเป็นมาเฟียอันตรายก็เดินกลับเข้ามาในชีวิต ความกลัวว่าเขาจะพาลูกไป ทำให้เธอต้องสู้สุดชีวิต ทั้งยังต้องระแวงว่าเขาจะข่มเหงร่างกายเธอ สงครามครั้งนี้เธอจะเอาชนะหัวใจและชีวิตของตัวเองกลับมาได้หรือไม่ เมื่อเขาทั้งดุดันและต้องการเธออย่างไม่มีทางขอ
ภาพปกนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
นิยายเรื่องนี้เล่าถึงความสัมพันธ์อันเร่าร้อนระหว่างลายไม้และปวีนุช เมื่อพรหมลิขิตนำพาให้ทั้งคู่ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันบนเรือสำราญกลางอ่าวไทยเป็นเวลาสิบสี่วัน ตลอดเวลาที่กินนอนและเรียนรู้กันอย่างใกล้ชิด ปวีนุชกลับรู้สึกว่าชายหนุ่มเปรียบเสมือนปิศาจที่ใช้ชั้นเชิงเสน่ห์อันเหนือชั้นร่ายมนต์จนเธอตกหลุมรักเขาหมดหัวใจ แม้ลายไม้จะปรารถนาเคียงคู่เธอตลอดไป แต่ด้วยความกลัวความเจ็บปวดและกำแพงเรื่องความเหมาะสม ทำให้ปวีนุชเลือกที่จะหนีไปเพื่อเก็บความทรงจำนี้ไว้ให้ลึกที่สุด ท่ามกลางความทรมานจากการจากลา เธอแอบหวังให้เขาออกตามหาเพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่แท้จริงนั้นก้าวข้ามเรื่องฐานะและชนชั้นได้ เพียงแค่หัวใจสองดวงตรงกัน ลายไม้จะตัดสินใจอย่างไรและเขาจะสามารถตามหาเจ้าของหัวใจเพื่อกลับมาดูแลกันไปตลอดชีวิตได้หรือไม่
ภาพปกนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง แต่เขากลับจงใจแกล้งยึดผ้าห่มไว้เพียงเพื่อจะชื่นชมความงดงามของเธอให้เต็มตา ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้เขาต้องฝืนใจถอยห่างเพื่อไม่ให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ก่อนจากไปเขาประทับจูบอย่างแสนรักพร้อมย้ำเตือนถึงข้อตกลงลับระหว่างกัน ชติรสยอมเสียสละตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับลิก้าอย่างเด็ดขาด แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอับอายที่ถูกตราหน้าว่าน่าหลงใหลกว่าใคร แต่เธอก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษาคำสัญญานี้ไว้ แม้ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีของตนเองก็ตาม
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.