ตอน 2

2

โรงพยาบาลที่ยายหอมรักษาตัว เป็นโรงพยาบาลของรัฐบาลที่มีสวัสดิการต่างๆ สำหรับคนไทยหลายอย่าง อาทิบัตรสามสิบบาทรักษาทุกโรค บัตรประกันสังคมและอื่นๆ พิตตนันท์ไม่กังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลเลยหากยายหอมเป็นคนไทย

แต่นี่ไม่ใช่ ยายหอมเป็นคนลาว เดินทางมาเมืองไทยพร้อมกับมารดาที่แต่งงานกับสามีชาวไทย อยู่กินกันราวเจ็ดปี สามีของมารดายายหอมก็เสียชีวิตลง

หลังจากพ่อเลี้ยงเสียชีวิต แม่ของยายหอมไม่ได้เดินทางกลับประเทศลาวเพราะคิดว่ากลับไปก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น สู้อยู่เมืองไทยที่มีช่องทางทำมาหากินได้มากกว่าดีกว่า สองแม่ลูกอยู่เมืองไทยต่อโดยยึดอาชีพคัดแยกปลาที่สะพานปลาในจังหวัดชลบุรี โดยเจ้าของสะพานปลามีที่พักให้ฟรี เสียแค่ค่าน้ำค่าไฟ และถูกหักจากเงินเดือน

เมื่อหกสิบกว่าปีก่อน ทางรัฐบาลยังไม่เข้มงวดเรื่องการเข้าเมืองของคนต่างด้าว สองแม่ลูกจึงอยู่เมืองไทยโดยไม่มีบัตรประชาชนหรือสวัสดิการใดใด เช้าตื่นมาทำงานที่สะพานปลา ตกเย็นกลับห้องพักเพื่อพักผ่อน ใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ราวสิบปี มารดายายหอมเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ปล่อยให้ยายหอมอยู่เผชิญโลกเพียงลำพัง

ในวัยยี่สิบปียายหอมมีสามีชื่อบุญล้อม เป็นคนขับสามล้อถีบ มีรายได้แบบหาเช้ากินค่ำ ยายหอมจึงทำขนมขายเพื่อหารายได้อีกทางหนึ่ง ด้วยฐานะที่ไม่มากนัก ยายหอมจึงไม่ได้ทำในเรื่องหนึ่งคือ ทำให้ตัวเองอยู่เมืองไทยอย่างถูกต้อง นางคิดว่า ไม่มีก็ไม่เสียหายอะไร เพราะไม่ได้ไปไหน หาเช้ากินค่ำไปวันๆ

ทว่าบุญล้อมไม่คิดเหมือนยายหอม เขาไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในสมัยนั้นเมื่อห้าสิบกว่าปีมาแล้วจะมีเพียงบัตรแรงงานต่างด้าวธรรมดา ไม่เหมือนสมัยนี้ที่มีบัตรต่างด้าวถึงสี่แบบ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้ให้ความช่วยเหลือจนยายหอมได้บัตรแรงงานต่างด้าวมา และต่ออายุตามวันเวลาที่กำหนด บัตรของยายหอมหากเจ้าของบัตรเกิดการเจ็บป่วย จะต้องออกค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล พิตตนันท์วิ่งไปที่ตึกผู้ป่วยในเพื่อดูอาการของยายหอม พอไปถึงก็พบว่ามีพยาบาลสองสามคน รายล้อมอยู่รอบเตียง ช่วยกันถอดสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจออกจากใบหน้าของยายหอม

“ยายเป็นอะไรคะ แล้วจะพายายไปไหนคะ”

“เรากำลังพายายหอมไปห้องผ่าตัดพอดีค่ะ เมื่อครู่ยายหอมปวดท้องมาก เราต้องรีบผ่าตัดด่วนค่ะ รบกวนคุณไปเซ็นเอกสารยินยอมให้ผ่าตัดด้วยนะคะ”

พยาบาลพูดอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่งทำหน้าที่เข็นร่างที่ไร้สติของยายหอมไปที่ห้องผ่าตัด

หลังจากที่เซ็นเอกสารยินยอมให้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว พิตตนันท์มานั่งรอที่หน้าห้องผ่าตัดอย่างใจจดใจจ่อ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ว้าวุ่นใจ อาการป่วยของยายหอมเรื้อรังมานาน สืบเนื่องจากนางดื้อที่จะไปหาหมอ ด้วยเหตุผลที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาทุกครั้งที่ได้ยิน

‘เก็บเงินไว้เรียนหนังสือเถอะลูก อีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว อย่าให้ยายเป็นตัวถ่วงที่ทำให้หลานเรียนไม่จบเลยนะ’

นี่เป็นเหตุผลที่ยายหอมไม่ไปหาหมอ อาศัยทานแต่ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น เพราะต้องการให้เธอนำเงินที่เก็บหอมรอมริบ จากการขายขนมหวานและร้อยพวงมาลัยขาย อาชีพที่หาเลี้ยงดูพิตตนันท์และดาวเรืองมาตั้งแต่เล็กจนกระทั่งเติบใหญ่

ยายหอมป่วยเป็นเนื้องอกในกระเพาะอาหาร ผลจากการดื้อดึงไม่ยอมไปพบแพทย์ ทำให้ก้อนเนื้อเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ยายหอมมีอาการปวดท้องเรื้อรังมานานนับหกเดือน จนกระทั่งเมื่อวานนี้ยายหอมปวดท้องจนสลบไป พิตตนันท์จึงพายายมาตรวจดูอาการและรู้ว่ายายหอมเป็นเนื้องอกในกระเพาะอาหาร แต่ที่ทำให้เธอหนักใจมากที่สุด คือค่ารักษาพยาบาลที่ต้องแบกรับภาระนับแสนบาท เมื่อแพทย์ตรวจเจอเนื้องอกที่มดลูกและที่กระดูกสันหลัง ดีหน่อยที่ว่าเนื้องอกทั้งสองนั้นไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ก็นิ่งนอนใจไม่ได้ หากกำจัดได้ในตอนนี้ก็สมควรทำ เพื่อต่อไปภายภาคหน้าเนื้อดีสองก้อนนั้นจะไม่รุกรานไปส่วนอื่นอีก

การรอคอยร่วมสี่ชั่วโมงสิ้นสุดลง ร่างของยายหอมถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด นายแพทย์ที่รักษาอาการบอกว่ายายหอมพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ต้องเข้าไปพักฟื้นในห้องปลอดเชื้อหนึ่งคืน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีโรคแทรกซ้อน เธอจึงต้องเดินทางกลับบ้าน เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ญาติมาเฝ้าไข้ในห้องปลอดเชื้อ เพราะมีพยาบาลคอยเฝ้าดูอาการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

แม้ว่าจะสบายใจเรื่องยายหอม แต่ก็มีเรื่องให้หนักใจคือ เรื่องค่าใช้จ่าย เมื่อเธอเซ็นชื่อยินยอมให้ยายหอมผ่าตัด นั่นหมายถึงเธอต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครั้งนี้ ปัญหาใหญ่จึงตามมาว่า พิตตนันท์จะหาเงินจำนวนนี้จากที่ใด ความกลัดกลุ้มอาบไปทั่วจิตใจเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บ้านไม้กลางเก่ากลางใหม่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ต้นใหญ่ ที่แผ่กิ่งใบปกคลุมหลังคากระเบื้องของบ้าน ลมกรรโชกแรงราวกับว่ากำลังจะเกิดพายุลูกใหญ่ สายฟ้าฟาดลงมาเป็นระยะ เสียงฟ้าคำรามดังก้องไปทั่วบริเวณ

“ยายจ๋า..ต้นข้าวจะทำยังไงดี”

พิตตนันท์สาวน้อยวัยยี่สิบสองปี ถามคำถามอย่างเลื่อนลอย ในมือถือค่าใช้จ่ายที่ทางโรงพยาบาลแจ้งมาให้ หลังจากที่ยายหอมปลอดภัยจากโรคแทรกซ้อน และมาพักรักษาตัวที่ห้องพักฟื้นให้สภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกบางส่วนที่เกิดขึ้นในร่างกายออก จำนวนเงินที่ต้องจ่ายงวดแรกสี่หมื่นบาท ทำให้พิตตนันท์แทบร้องไห้ออกมา ขาทั้งสองข้างของเธออ่อนแรงเสียดื้อๆ เดินทางกลับมาบ้านแทบไม่ไหว เงินที่อยู่ติดตัวมีไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท เพราะเงินที่เก็บหอมรอมริบมาหลายปี หมดไปกับการรักษาพยาบาลในวันแรกๆ ที่พายายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ตอน 3

3

หญิงสาวคิดหาหนทางหาเงินจำนวนมากขนาดนี้ หากแต่สมองของเธอหาคิดออกไม่ มันอื้ออึง สับสน รูปถ่ายยายหอมที่ติดอยู่บนฝากระดานของตัวบ้าน นึกถึงบุญคุณที่ยายทนเลี้ยงเธอมาตามลำพัง คิดถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากผู้เป็นยาย และสุดท้ายคือคำพูดของมารุตที่แล่นเข้ามาในสมองอย่างเฉียบพลัน

“เพื่อยาย..ต้นข้าวทำได้ ทำได้”

การตัดสินใจครั้งสุดท้ายและยิ่งใหญ่ที่สุดของพิตตนันท์ก็เดินทางมาถึง สาวน้อยลุกขึ้นยืนก้าวเดินออกไปจากบ้านหลังน้อย จุดหมายปลายทางคือบ้านของมารุต ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ก้าวแต่ละก้าวของเธอเต็มไปด้วยความรักและความกตัญญูต่อยายหอม ที่ชุบเลี้ยงเธอมาเป็นทั้งพ่อและแม่ในคราเดียวกัน

พิตตนันท์เดินทางมาถึงบ้านของมารุตในเวลาไม่ถึงสิบนาที เธอสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกกำลังใจ ระบายออกมาเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น นิ้วเรียวกดที่สัญญาณกริ่งหน้าบ้านสองครั้ง ไม่นานสาวใช้ประจำบ้านเดินออกมาดูผู้มาเยือน

“ต้นข้าวเองเหรอ..มาหาใคร..คุณนายไม่อยู่หรอก” เจี๊ยบสาวใช้ที่รู้จักพิตตนันท์เอ่ยถาม

“มาหาคุณรุต”

“งั้นเข้ามาก่อนสิ คุณรุตนั่งทำงานอยู่ที่สนามพอดี”

เจี๊ยบเปิดประตูให้หญิงสาวนิสัยดีเข้ามาภายในเขตบ้าน ก่อนจะเดินนำหน้าไปหามารุตที่นั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะม้าหิน มารุตเห็นพิตตนันท์เดินมาแต่ไกล รู้ดีว่าคำตอบที่เขาจะได้รับคือคำตอบที่เขาต้องการ เมื่อพิตตนันท์เดินทางมาถึงที่โต๊ะม้าหิน ลูกชายเจ้าของบ้านโบกมือไล่ให้สาวใช้ออกไปจากบริเวณนี้ทันที เพราะเขาต้องการพูดกับเธอตามลำพัง

“คุณรุต..คุณอยากได้คำตอบจากต้นข้าวอยู่หรือเปล่าคะ” หญิงสาวรวบรวมความกล้าพูดออกไป

“ก็ว่ามาสิ..คำตอบของเธอคืออะไร” พิตตนันท์ประสานมือเข้าหากันแน่น รู้สึกหนักปากขึ้นมาทันที หากแต่เธอก็เอ่ยออกไปในที่สุด

“ตกลงค่ะ” มารุตยิ้มกับคำตอบที่ได้รับ ส่วนพิตตนันท์หน้าชาเมื่อเห็นสายตาของมารุตที่มองมาที่เธอ

“ก็ดี..ฉันขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม..เพราะฉันต้องมั่นใจว่าของขวัญชิ้นที่ฉันจะมอบให้เพื่อนยังสดๆ ซิงๆ อยู่”

เป็นครั้งที่สองที่ใบหน้าของเธอชา หากแต่ครั้งนี้มันมากมายกว่าครั้งแรกมากนัก เป็นเพราะสายตาของเขาที่มองมา มันเต็มไปด้วยคำดูถูกเหยียดหยาม

“เธอเคยมีอะไรกับผู้ชายมาก่อนหรือเปล่า”

พิตตนันท์อยากจะสะบัดฝ่ามือใส่ใบหน้าของชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ โทษฐานที่ดูถูกและเหยียดหยามศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงเช่นเธอ

“ถ้าคุณรุตไม่มั่นใจว่าต้นข้าวจะมีสิ่งนั้นอยู่หรือเปล่า แล้วคุณรุตมาเสนอเงินให้ต้นข้าวทำไม” หญิงสาวย้อนถาม และนั่นมากพอที่จะเป็นคำตอบให้กับมารุต

“แสดงว่าสิ่งที่ฉันคิดว่าเธอจะมีให้เพื่อนฉัน..มันก็มีจริงๆ เอาล่ะ เป็นอันว่าเธอสอบผ่าน ฉันจะมอบของขวัญที่มีชีวิตให้กับเพื่อนรักของฉันในวันเกิดในปีนี้” มารุตสรุป

“ต้นข้าวขอถามอะไรสักสองสามข้อได้หรือเปล่าคะ..ไหนๆ ต้นข้าวต้องไปเป็น..เอ่อ..ของขวัญวันเกิดให้กับเพื่อนคุณอยู่แล้ว” พิตตนันท์อยากทราบรายละเอียดต่างๆ ของผู้ชายที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้

“ว่ามาสิ..อยากรู้อะไร” มารุตพูดพลางจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ ไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เขาทำ

“ต้นข้าวอยากรู้ว่า..ว่า..ต้องไปเป็นของขวัญให้กับเพื่อนของคุณรุตนานเท่าไหร่คะ” หญิงสาวหลบสายตาของมารุต เมื่อถามคำถามนี้ออกไป ชายหนุ่มยิ้มเย็นก่อนจะตอบ

“เพื่อนฉันไม่ชอบใช้ผู้หญิงซ้ำ..อย่างน้อยหนึ่งคืน..อย่างมากไม่เกินสามคืน”

คำพูดง่ายๆ ฟังสบายๆ ของมารุต ทำให้หญิงสาวใจชื้นขึ้นมาบ้างที่รู้ว่าต้องตกนรกไม่เกินสามวัน สิ่งที่เธอกำลังจะสูญเสียไป แลกกับชีวิตของยายหอมผู้เปรียบเสมือนบุพการีของเธอ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มในความรู้สึกของเธอ

“เพื่อนคนนี้ใช้ผู้หญิงเปลือง เจ้าชู้เป็นเพลย์บอยตัวยง เขาไม่หยุดอยู่กับผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอหรอก ฉันว่าแค่คืนเดียว เธอก็หมดหน้าที่แล้ว”

หญิงสาวไม่โต้ตอบกับคำพูดของมารุต เพราะถือว่าคำตอบที่ได้รับมากพอแล้ว เธอคงเป็นของเขาแค่คืนเดียวทุกอย่างก็จบ แค่คืนเดียวพิตตนันท์ย้ำเตือนอยู่ในใจ

“นี่เงินห้าหมื่นเป็นงวดแรกที่เธอจะได้รับ เมื่องานเสร็จเธอมารับส่วนที่เหลือ”

มือหนาค้นหาอะไรบางอย่างที่อยู่บนกองเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะหิน หยิบสมุดเช็คขึ้นมากรอกตัวเลข และกำกับชื่อลงนาม ยื่นให้หญิงสาวเป็นค่าตอบแทน กับการเป็นของขวัญวันเกิดที่มีชีวิต เพื่อมอบให้กับเพื่อนรักของเขา

“เอาไปขึ้นเงินได้ทันทีเลยนะ..วันอาทิตย์มาหาฉันที่นี่ตอนสี่โมงเย็น เราต้องไปก่อนที่งานจะเริ่ม” มารุตกำชับหญิงสาวถึงวันเวลา พิตตนันท์รับเช็คด้วยมืออันสั่นเทา เก็บเช็คลงในกระเป๋าถือ

“ต้นข้าวกลับก่อนนะคะ”

เธอขอตัวกลับทันทีเวลาสามวันต่อจากนี้ คือช่วงเวลาทำใจให้เข้มแข็ง นึกถึงผู้เป็นยายและความรักที่นางมอบให้ เพื่อเป็นกำลังใจในการต่อสู้กับรอยราคีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า

งานปาร์ตี้ฉลองครบรอบวันเกิด 34 ปีของกัณติพัฒน์ จิตติเลขา นักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ใจกลางกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศที่มีมากกว่าสิบสาขา มีรายได้หมุนเวียนนับหมื่นล้านบาทต่อเดือน ผลกำไรที่ได้รับต่อปีมากมายมหาศาลจนไม่รู้จะเอาไปกองไว้ตรงไหน ไม่เพียงแต่ในทางธุรกิจเท่านั้นที่โด่งดังและถูกจับตามอง

เรื่องส่วนตัวก็เป็นที่อาหารหลักที่นักข่าวทุกสำนักต้องการรู้ ไม่ว่าเขาจะควงผู้หญิงคนไหนหรือแม้แต่ก้าวไปไหน จะต้องเป็นข่าวทุกครั้ง ยิ่งตอนนี้เขามีข่าวอยู่กับนางเอกชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ผู้มีความสวยเกินคำบรรยาย ความเซ็กซี่ที่ได้รับจากทุกสถาบัน การันตีได้ว่านางเอกสาวนามว่า นภัสสร หรือ ปาย เป็นที่หมายปองของชายทั้งในและนอกวงการ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED