ตอน 1

1

“ว่าไงนะ จะมากู้เงินฉันหนึ่งแสน มีอะไรมาค้ำประกันเงินกู้ไหม ถ้ามีฉันจะให้”

เสียงของคุณนายผกาผู้ร่ำรวยและแสนเค็ม ปล่อยเงินกู้ด้วยดอกเบี้ยแสนหฤโหด ดังก้องอยู่ในโสตประสาทหูฝังแน่นเข้าไปในจิตสำนึก จริงสิเธอแบกหน้ามาขอกู้ยืมเงินแต่ไม่มีหลักประกันอะไรเลย อย่างนี้เธอจะได้เงินไปรักษายายที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไง

“บ้านที่อยู่ท้ายสวน พอจะค้ำประกันได้หรือเปล่าคะคุณนาย”

คุณนายผกาหัวเราะออกมาดังลั่น เมื่อได้ยินคำพูดที่ชวนหัวเราะของสาวแสนซื่อคนนี้

“ฉันอยากจะหัวเราะให้ฟันหัก บ้านของเธอที่อยู่ท้ายสวนมันมีค่าถึงแสนหนึ่งเหรอ แม่ต้นข้าวใช้อะไรคิดยะ”

คุณนายแสนเค็มหัวเราะอีกครั้งเมื่อพูดจบ มิหนำซ้ำยังเหยียดอีกฝ่ายด้วยสายตา ส่งผลให้สาวน้อยหน้าใสแสนซื่อนามว่าพิตตนันท์หน้าเจื่อนลงทันที จริงอย่างที่นางพูดบ้านเก่าขนาดนั้นได้เงินแค่ห้าพันก็ถือว่ามากแล้ว

“งั้นต้นข้าวขอตัวกลับก่อนนะคะ”

พิตตนันท์ขอตัวกลับทันทีเพราะอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร รังแต่จะขายขี้หน้าเปล่าๆ หญิงสาวก้าวออกมาพ้นประตูห้องรับแขกอย่างเศร้าสร้อยและเป็นทุกข์ เพราะไม่รู้ว่า จะหาเงินได้จากที่ใด โดยไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามยืนฟังการสนทนาของเธอและคุณนายผกาอยู่

มารุตลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณนายผกา เดินตามพิตตนันท์ออกมา เพื่อยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับเธอ แลกกับเงินหนึ่งแสนบาท หลังจากที่ยืนฟังเหตุผลของการมาขอกู้เงินในครั้งนี้

“เดี๋ยว ต้นข้าว” มารุตร้องเรียกหญิงสาวเมื่อเดินเข้ามาใกล้ ร่างบางหยุดชะงัก หมุนตัวกลับไปมองผู้เรียก

“มีอะไรคะคุณรุต” หญิงสาวเอ่ยถาม

“เธออยากได้เงินหนึ่งแสนบาทอยู่หรือเปล่า” มารุตถามตรงจุด

“คุณรุตจะให้ต้นข้าวยืมหรือคะ” พิตตนันท์ถามอย่างมีความหวัง ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้ม

“อืม ให้เลยล่ะ ไม่เอาคืนด้วย” มารุตตอบ

“จริงหรือคะ” เธอถามย้ำอีกครั้ง ในที่สุดเธอสามารถหาเงินไปรักษาอาการป่วยของยายที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลได้แล้ว

“แต่มีข้อแม้นะ”

“อะไรคะ”

“ไปคุยกันตรงโน้นดีกว่า เพราะว่าเราต้องคุยกันยาว”

มารุตเดินนำหญิงสาวไปที่โต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่กลางสนามหน้าบ้านเรือนไทย การสนทนาจึงเริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อทั้งสองทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อน

“เธอฟังฉันให้จบก่อนนะแล้วค่อยแย้งตกลงไหม”

มารุตรู้ว่าเรื่องจะพูดออกไปนั้น พิตตนันท์ต้องไม่ยินยอมและโวยวายเป็นแน่ เขาจึงพูดดักคอไว้เสียก่อน

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำ

“ก่อนที่จะคุยกันจริงจัง ฉันขอถามเธอสักสองข้อได้ไหมว่า ข้อแรกเธอมีแฟนหรือยัง” มารุตถาม

“ไม่ค่ะ ต้นข้าวไม่เคยมีแฟนค่ะ” มารุตพอใจในคำตอบ

“ส่วนคำถามที่สอง เธออาจมองว่ามันละเมิดความเป็นส่วนตัวเธอ แต่ฉันจำเป็นต้องรู้เพราะมันเกี่ยวโยงกับเงินหนึ่งแสนที่ฉันจะให้เธอ” พิตตนันท์มองหน้าเจ้าของคำถาม แต่ก็เปิดโอกาสให้เขาถาม อาจเป็นเพราะเธอต้องการเงินจำนวนนี้

“คุณรุตถามมาได้เลยค่ะ”

“เธอครองพรหมจรรย์อยู่ไหม” มารุตกลั้นใจถามออกไป คนถูกถามอึ้งไปหลายวินาที ที่มาพร้อมกับความตกใจ ไม่คิดว่าคำถามจะเป็นประโยคนี้

“คำถามนี้มันเกี่ยวกับเงินหนึ่งแสนหรือคะ” น้ำเสียงไม่ได้บ่งบอกว่าโกรธหรือไม่พอใจ พิตตนันทร์แปลกใจและสงสัยมากกว่า

“ใช่ โดยตรงเลยแหละ” มารุตตอบกลับ “ตอบตามตรงนะต้นข้าว”

“ต้นข้าวยังครองพรหมจรรย์อยู่ค่ะ” ถึงไม่รู้เหตุผลแต่เธอก็ตอบออกไป

“งั้นฉันเข้าเรื่องเลยนะ อาทิตย์หน้าเป็นวันเกิดของเพื่อนสนิทของฉัน ปีนี้ฉันอยากให้ของขวัญที่เขาประทับใจและไม่มีวันลืม เป็นของขวัญที่แปลกกว่าคนอื่นๆ” เขาหยุดชะงักคำพูดนั้นไว้ สูดลมหายใจเข้าและผ่อนออกมา มองใบหน้างามของผู้หญิงตรงหน้าเพียงนิดก่อนพูดต่อ “ของขวัญชิ้นนั้นก็คือ ความบริสุทธิ์ของเธอหรือเรียกง่ายๆ ว่าพรหมจรรย์”

ร่างพิตตนันท์เเข็งราวกับหิน หัวใจแทบหยุดเต้น ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพรงด้วยความตกใจ คำพูดที่เปล่งออกมานั้นเป็นคำพูดที่ดูถูกเธอเป็นอย่างมาก และดูถูกศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงด้วย

“คุณมันบ้า บ้าที่สุด” พิตตนันท์ตะโกนใส่หน้าของมารุตเต็มเสียง ตั้งท่าจะวิ่งหนีชายหนุ่มตรงหน้าไปให้ไกลแสนไกล ไกลจากผู้ชายที่หยามเกียรติตน

“เธอลองเอาไปคิดดูนะ ฉันจะรอคำตอบจากเธอสามวัน” เขาพูดไล่หลังพิตตนันท์

“ไม่ว่าจะกี่วัน คำตอบของต้นข้าวก็คือไม่”

หญิงสาววิ่งออกไปจากบ้านหลังนั้นทันที โดยมีสายตาของมารุตมองตามไปจนสุดสายตา

“ฉันไม่คิดอย่างนั้นต้นข้าว เธอต้องกลับมาให้คำตอบที่ฉันพอใจแน่นอน” มารุตพูดออกมาเมื่อร่างของเธอออกไปจากประตูรั้วแล้ว

พิตตนันท์มาหยุดยืนหอบอยู่ที่สะพานไม้ ที่เชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งคลอง ดวงตาคู่หวานมองเรือแจวที่ผ่านสัญจรอยู่ในแม่น้ำสายเล็กๆ เชื่อมต่อกันหลายหมู่บ้าน เป็นแม่น้ำที่ยังอุดมไปด้วยความใสสะอาด ใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ เป็นเพราะหมู่บ้านทั้งสามแห่ง ช่วยกันดูแลเอาใจใส่ผืนน้ำผืนนี้ให้ลูกหลานไว้ได้ใช้สืบต่อไป บ้านของพิตตนันท์อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร แถบชานเมืองมีสวนผลไม้ปลูกอยู่รอบบริเวณ ร่มรื่นและอบอุ่นด้วยไมตรีของเพื่อนบ้านที่พึ่งพาอาศัยกันเหมือนพี่เหมือนน้อง

“ยายจ๋า...ต้นข้าวจะทำยังไงดี จะหาเงินที่ไหนมารักษายาย”

พิตตนันท์พูดกับผืนน้ำที่สงบนิ่งเบื้องล่าง ปลดปล่อยอารมณ์ให้เลื่อนลอยไปพร้อมกับความคิดที่ว่างเปล่าของเธอ เพราะตอนนี้คิดอ่านอะไรไม่ออก ทุกอย่างมันตันไปหมด ขณะกำลังจมอยู่กับความทุกข์ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้ความคิดที่ล่องลอยไปไกลวกกลับเข้ามาในสมองทันที

“สวัสดีค่ะ”

“ไม่ทราบว่า ใช่คุณพิตตนันท์ญาติคุณยายหอมหรือเปล่าคะ”

“ใช่ค่ะ”

“โทรมาจากโรงพยาบาลนะคะ ตอนนี้อาการของคุณยายยังไม่ดีขึ้น คุณหมอมาตรวจดูอาการคุณยายเมื่อครู่แล้วลงความเห็นว่า คุณยายต้องผ่าตัดค่ะ แต่คุณหมออยากคุยกับทางญาติก่อนค่ะ ไม่ทราบว่า คุณพอมีเวลามาโรงพยาบาลตอนนี้ไหมคะ” พยาบาลบอกตามหน้าที่ ปลายสายน้ำตาไหลอาบแก้ม ใจสั่นและหวั่นใจกับอาการป่วยของยายหอม

“ค่ะ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” พิตตนันท์ตัดสายทิ้งก่อนจะเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที

ตอน 2

2

โรงพยาบาลที่ยายหอมรักษาตัว เป็นโรงพยาบาลของรัฐบาลที่มีสวัสดิการต่างๆ สำหรับคนไทยหลายอย่าง อาทิบัตรสามสิบบาทรักษาทุกโรค บัตรประกันสังคมและอื่นๆ พิตตนันท์ไม่กังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลเลยหากยายหอมเป็นคนไทย

แต่นี่ไม่ใช่ ยายหอมเป็นคนลาว เดินทางมาเมืองไทยพร้อมกับมารดาที่แต่งงานกับสามีชาวไทย อยู่กินกันราวเจ็ดปี สามีของมารดายายหอมก็เสียชีวิตลง

หลังจากพ่อเลี้ยงเสียชีวิต แม่ของยายหอมไม่ได้เดินทางกลับประเทศลาวเพราะคิดว่ากลับไปก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น สู้อยู่เมืองไทยที่มีช่องทางทำมาหากินได้มากกว่าดีกว่า สองแม่ลูกอยู่เมืองไทยต่อโดยยึดอาชีพคัดแยกปลาที่สะพานปลาในจังหวัดชลบุรี โดยเจ้าของสะพานปลามีที่พักให้ฟรี เสียแค่ค่าน้ำค่าไฟ และถูกหักจากเงินเดือน

เมื่อหกสิบกว่าปีก่อน ทางรัฐบาลยังไม่เข้มงวดเรื่องการเข้าเมืองของคนต่างด้าว สองแม่ลูกจึงอยู่เมืองไทยโดยไม่มีบัตรประชาชนหรือสวัสดิการใดใด เช้าตื่นมาทำงานที่สะพานปลา ตกเย็นกลับห้องพักเพื่อพักผ่อน ใช้ชีวิตอยู่อย่างนี้ราวสิบปี มารดายายหอมเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ ปล่อยให้ยายหอมอยู่เผชิญโลกเพียงลำพัง

ในวัยยี่สิบปียายหอมมีสามีชื่อบุญล้อม เป็นคนขับสามล้อถีบ มีรายได้แบบหาเช้ากินค่ำ ยายหอมจึงทำขนมขายเพื่อหารายได้อีกทางหนึ่ง ด้วยฐานะที่ไม่มากนัก ยายหอมจึงไม่ได้ทำในเรื่องหนึ่งคือ ทำให้ตัวเองอยู่เมืองไทยอย่างถูกต้อง นางคิดว่า ไม่มีก็ไม่เสียหายอะไร เพราะไม่ได้ไปไหน หาเช้ากินค่ำไปวันๆ

ทว่าบุญล้อมไม่คิดเหมือนยายหอม เขาไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในสมัยนั้นเมื่อห้าสิบกว่าปีมาแล้วจะมีเพียงบัตรแรงงานต่างด้าวธรรมดา ไม่เหมือนสมัยนี้ที่มีบัตรต่างด้าวถึงสี่แบบ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้ให้ความช่วยเหลือจนยายหอมได้บัตรแรงงานต่างด้าวมา และต่ออายุตามวันเวลาที่กำหนด บัตรของยายหอมหากเจ้าของบัตรเกิดการเจ็บป่วย จะต้องออกค่ารักษาพยาบาลเองทั้งหมด

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล พิตตนันท์วิ่งไปที่ตึกผู้ป่วยในเพื่อดูอาการของยายหอม พอไปถึงก็พบว่ามีพยาบาลสองสามคน รายล้อมอยู่รอบเตียง ช่วยกันถอดสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจออกจากใบหน้าของยายหอม

“ยายเป็นอะไรคะ แล้วจะพายายไปไหนคะ”

“เรากำลังพายายหอมไปห้องผ่าตัดพอดีค่ะ เมื่อครู่ยายหอมปวดท้องมาก เราต้องรีบผ่าตัดด่วนค่ะ รบกวนคุณไปเซ็นเอกสารยินยอมให้ผ่าตัดด้วยนะคะ”

พยาบาลพูดอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บุรุษพยาบาลคนหนึ่งทำหน้าที่เข็นร่างที่ไร้สติของยายหอมไปที่ห้องผ่าตัด

หลังจากที่เซ็นเอกสารยินยอมให้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว พิตตนันท์มานั่งรอที่หน้าห้องผ่าตัดอย่างใจจดใจจ่อ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ว้าวุ่นใจ อาการป่วยของยายหอมเรื้อรังมานาน สืบเนื่องจากนางดื้อที่จะไปหาหมอ ด้วยเหตุผลที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาทุกครั้งที่ได้ยิน

‘เก็บเงินไว้เรียนหนังสือเถอะลูก อีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว อย่าให้ยายเป็นตัวถ่วงที่ทำให้หลานเรียนไม่จบเลยนะ’

นี่เป็นเหตุผลที่ยายหอมไม่ไปหาหมอ อาศัยทานแต่ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น เพราะต้องการให้เธอนำเงินที่เก็บหอมรอมริบ จากการขายขนมหวานและร้อยพวงมาลัยขาย อาชีพที่หาเลี้ยงดูพิตตนันท์และดาวเรืองมาตั้งแต่เล็กจนกระทั่งเติบใหญ่

ยายหอมป่วยเป็นเนื้องอกในกระเพาะอาหาร ผลจากการดื้อดึงไม่ยอมไปพบแพทย์ ทำให้ก้อนเนื้อเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ยายหอมมีอาการปวดท้องเรื้อรังมานานนับหกเดือน จนกระทั่งเมื่อวานนี้ยายหอมปวดท้องจนสลบไป พิตตนันท์จึงพายายมาตรวจดูอาการและรู้ว่ายายหอมเป็นเนื้องอกในกระเพาะอาหาร แต่ที่ทำให้เธอหนักใจมากที่สุด คือค่ารักษาพยาบาลที่ต้องแบกรับภาระนับแสนบาท เมื่อแพทย์ตรวจเจอเนื้องอกที่มดลูกและที่กระดูกสันหลัง ดีหน่อยที่ว่าเนื้องอกทั้งสองนั้นไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ก็นิ่งนอนใจไม่ได้ หากกำจัดได้ในตอนนี้ก็สมควรทำ เพื่อต่อไปภายภาคหน้าเนื้อดีสองก้อนนั้นจะไม่รุกรานไปส่วนอื่นอีก

การรอคอยร่วมสี่ชั่วโมงสิ้นสุดลง ร่างของยายหอมถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัด นายแพทย์ที่รักษาอาการบอกว่ายายหอมพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ต้องเข้าไปพักฟื้นในห้องปลอดเชื้อหนึ่งคืน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีโรคแทรกซ้อน เธอจึงต้องเดินทางกลับบ้าน เนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ญาติมาเฝ้าไข้ในห้องปลอดเชื้อ เพราะมีพยาบาลคอยเฝ้าดูอาการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

แม้ว่าจะสบายใจเรื่องยายหอม แต่ก็มีเรื่องให้หนักใจคือ เรื่องค่าใช้จ่าย เมื่อเธอเซ็นชื่อยินยอมให้ยายหอมผ่าตัด นั่นหมายถึงเธอต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครั้งนี้ ปัญหาใหญ่จึงตามมาว่า พิตตนันท์จะหาเงินจำนวนนี้จากที่ใด ความกลัดกลุ้มอาบไปทั่วจิตใจเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บ้านไม้กลางเก่ากลางใหม่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ต้นใหญ่ ที่แผ่กิ่งใบปกคลุมหลังคากระเบื้องของบ้าน ลมกรรโชกแรงราวกับว่ากำลังจะเกิดพายุลูกใหญ่ สายฟ้าฟาดลงมาเป็นระยะ เสียงฟ้าคำรามดังก้องไปทั่วบริเวณ

“ยายจ๋า..ต้นข้าวจะทำยังไงดี”

พิตตนันท์สาวน้อยวัยยี่สิบสองปี ถามคำถามอย่างเลื่อนลอย ในมือถือค่าใช้จ่ายที่ทางโรงพยาบาลแจ้งมาให้ หลังจากที่ยายหอมปลอดภัยจากโรคแทรกซ้อน และมาพักรักษาตัวที่ห้องพักฟื้นให้สภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกบางส่วนที่เกิดขึ้นในร่างกายออก จำนวนเงินที่ต้องจ่ายงวดแรกสี่หมื่นบาท ทำให้พิตตนันท์แทบร้องไห้ออกมา ขาทั้งสองข้างของเธออ่อนแรงเสียดื้อๆ เดินทางกลับมาบ้านแทบไม่ไหว เงินที่อยู่ติดตัวมีไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท เพราะเงินที่เก็บหอมรอมริบมาหลายปี หมดไปกับการรักษาพยาบาลในวันแรกๆ ที่พายายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ตอน 3

3

หญิงสาวคิดหาหนทางหาเงินจำนวนมากขนาดนี้ หากแต่สมองของเธอหาคิดออกไม่ มันอื้ออึง สับสน รูปถ่ายยายหอมที่ติดอยู่บนฝากระดานของตัวบ้าน นึกถึงบุญคุณที่ยายทนเลี้ยงเธอมาตามลำพัง คิดถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากผู้เป็นยาย และสุดท้ายคือคำพูดของมารุตที่แล่นเข้ามาในสมองอย่างเฉียบพลัน

“เพื่อยาย..ต้นข้าวทำได้ ทำได้”

การตัดสินใจครั้งสุดท้ายและยิ่งใหญ่ที่สุดของพิตตนันท์ก็เดินทางมาถึง สาวน้อยลุกขึ้นยืนก้าวเดินออกไปจากบ้านหลังน้อย จุดหมายปลายทางคือบ้านของมารุต ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ก้าวแต่ละก้าวของเธอเต็มไปด้วยความรักและความกตัญญูต่อยายหอม ที่ชุบเลี้ยงเธอมาเป็นทั้งพ่อและแม่ในคราเดียวกัน

พิตตนันท์เดินทางมาถึงบ้านของมารุตในเวลาไม่ถึงสิบนาที เธอสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกกำลังใจ ระบายออกมาเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น นิ้วเรียวกดที่สัญญาณกริ่งหน้าบ้านสองครั้ง ไม่นานสาวใช้ประจำบ้านเดินออกมาดูผู้มาเยือน

“ต้นข้าวเองเหรอ..มาหาใคร..คุณนายไม่อยู่หรอก” เจี๊ยบสาวใช้ที่รู้จักพิตตนันท์เอ่ยถาม

“มาหาคุณรุต”

“งั้นเข้ามาก่อนสิ คุณรุตนั่งทำงานอยู่ที่สนามพอดี”

เจี๊ยบเปิดประตูให้หญิงสาวนิสัยดีเข้ามาภายในเขตบ้าน ก่อนจะเดินนำหน้าไปหามารุตที่นั่งจิบกาแฟอยู่ที่โต๊ะม้าหิน มารุตเห็นพิตตนันท์เดินมาแต่ไกล รู้ดีว่าคำตอบที่เขาจะได้รับคือคำตอบที่เขาต้องการ เมื่อพิตตนันท์เดินทางมาถึงที่โต๊ะม้าหิน ลูกชายเจ้าของบ้านโบกมือไล่ให้สาวใช้ออกไปจากบริเวณนี้ทันที เพราะเขาต้องการพูดกับเธอตามลำพัง

“คุณรุต..คุณอยากได้คำตอบจากต้นข้าวอยู่หรือเปล่าคะ” หญิงสาวรวบรวมความกล้าพูดออกไป

“ก็ว่ามาสิ..คำตอบของเธอคืออะไร” พิตตนันท์ประสานมือเข้าหากันแน่น รู้สึกหนักปากขึ้นมาทันที หากแต่เธอก็เอ่ยออกไปในที่สุด

“ตกลงค่ะ” มารุตยิ้มกับคำตอบที่ได้รับ ส่วนพิตตนันท์หน้าชาเมื่อเห็นสายตาของมารุตที่มองมาที่เธอ

“ก็ดี..ฉันขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม..เพราะฉันต้องมั่นใจว่าของขวัญชิ้นที่ฉันจะมอบให้เพื่อนยังสดๆ ซิงๆ อยู่”

เป็นครั้งที่สองที่ใบหน้าของเธอชา หากแต่ครั้งนี้มันมากมายกว่าครั้งแรกมากนัก เป็นเพราะสายตาของเขาที่มองมา มันเต็มไปด้วยคำดูถูกเหยียดหยาม

“เธอเคยมีอะไรกับผู้ชายมาก่อนหรือเปล่า”

พิตตนันท์อยากจะสะบัดฝ่ามือใส่ใบหน้าของชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ โทษฐานที่ดูถูกและเหยียดหยามศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงเช่นเธอ

“ถ้าคุณรุตไม่มั่นใจว่าต้นข้าวจะมีสิ่งนั้นอยู่หรือเปล่า แล้วคุณรุตมาเสนอเงินให้ต้นข้าวทำไม” หญิงสาวย้อนถาม และนั่นมากพอที่จะเป็นคำตอบให้กับมารุต

“แสดงว่าสิ่งที่ฉันคิดว่าเธอจะมีให้เพื่อนฉัน..มันก็มีจริงๆ เอาล่ะ เป็นอันว่าเธอสอบผ่าน ฉันจะมอบของขวัญที่มีชีวิตให้กับเพื่อนรักของฉันในวันเกิดในปีนี้” มารุตสรุป

“ต้นข้าวขอถามอะไรสักสองสามข้อได้หรือเปล่าคะ..ไหนๆ ต้นข้าวต้องไปเป็น..เอ่อ..ของขวัญวันเกิดให้กับเพื่อนคุณอยู่แล้ว” พิตตนันท์อยากทราบรายละเอียดต่างๆ ของผู้ชายที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้

“ว่ามาสิ..อยากรู้อะไร” มารุตพูดพลางจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ ไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เขาทำ

“ต้นข้าวอยากรู้ว่า..ว่า..ต้องไปเป็นของขวัญให้กับเพื่อนของคุณรุตนานเท่าไหร่คะ” หญิงสาวหลบสายตาของมารุต เมื่อถามคำถามนี้ออกไป ชายหนุ่มยิ้มเย็นก่อนจะตอบ

“เพื่อนฉันไม่ชอบใช้ผู้หญิงซ้ำ..อย่างน้อยหนึ่งคืน..อย่างมากไม่เกินสามคืน”

คำพูดง่ายๆ ฟังสบายๆ ของมารุต ทำให้หญิงสาวใจชื้นขึ้นมาบ้างที่รู้ว่าต้องตกนรกไม่เกินสามวัน สิ่งที่เธอกำลังจะสูญเสียไป แลกกับชีวิตของยายหอมผู้เปรียบเสมือนบุพการีของเธอ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มในความรู้สึกของเธอ

“เพื่อนคนนี้ใช้ผู้หญิงเปลือง เจ้าชู้เป็นเพลย์บอยตัวยง เขาไม่หยุดอยู่กับผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอหรอก ฉันว่าแค่คืนเดียว เธอก็หมดหน้าที่แล้ว”

หญิงสาวไม่โต้ตอบกับคำพูดของมารุต เพราะถือว่าคำตอบที่ได้รับมากพอแล้ว เธอคงเป็นของเขาแค่คืนเดียวทุกอย่างก็จบ แค่คืนเดียวพิตตนันท์ย้ำเตือนอยู่ในใจ

“นี่เงินห้าหมื่นเป็นงวดแรกที่เธอจะได้รับ เมื่องานเสร็จเธอมารับส่วนที่เหลือ”

มือหนาค้นหาอะไรบางอย่างที่อยู่บนกองเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะหิน หยิบสมุดเช็คขึ้นมากรอกตัวเลข และกำกับชื่อลงนาม ยื่นให้หญิงสาวเป็นค่าตอบแทน กับการเป็นของขวัญวันเกิดที่มีชีวิต เพื่อมอบให้กับเพื่อนรักของเขา

“เอาไปขึ้นเงินได้ทันทีเลยนะ..วันอาทิตย์มาหาฉันที่นี่ตอนสี่โมงเย็น เราต้องไปก่อนที่งานจะเริ่ม” มารุตกำชับหญิงสาวถึงวันเวลา พิตตนันท์รับเช็คด้วยมืออันสั่นเทา เก็บเช็คลงในกระเป๋าถือ

“ต้นข้าวกลับก่อนนะคะ”

เธอขอตัวกลับทันทีเวลาสามวันต่อจากนี้ คือช่วงเวลาทำใจให้เข้มแข็ง นึกถึงผู้เป็นยายและความรักที่นางมอบให้ เพื่อเป็นกำลังใจในการต่อสู้กับรอยราคีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า

งานปาร์ตี้ฉลองครบรอบวันเกิด 34 ปีของกัณติพัฒน์ จิตติเลขา นักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ใจกลางกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศที่มีมากกว่าสิบสาขา มีรายได้หมุนเวียนนับหมื่นล้านบาทต่อเดือน ผลกำไรที่ได้รับต่อปีมากมายมหาศาลจนไม่รู้จะเอาไปกองไว้ตรงไหน ไม่เพียงแต่ในทางธุรกิจเท่านั้นที่โด่งดังและถูกจับตามอง

เรื่องส่วนตัวก็เป็นที่อาหารหลักที่นักข่าวทุกสำนักต้องการรู้ ไม่ว่าเขาจะควงผู้หญิงคนไหนหรือแม้แต่ก้าวไปไหน จะต้องเป็นข่าวทุกครั้ง ยิ่งตอนนี้เขามีข่าวอยู่กับนางเอกชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ผู้มีความสวยเกินคำบรรยาย ความเซ็กซี่ที่ได้รับจากทุกสถาบัน การันตีได้ว่านางเอกสาวนามว่า นภัสสร หรือ ปาย เป็นที่หมายปองของชายทั้งในและนอกวงการ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED