ภาพปกนิยาย สาวงามที่ฉํนเก็บมาดันเป้นอัศวินจากต่างโลกซะงั้น!

สาวงามที่ฉํนเก็บมาดันเป้นอัศวินจากต่างโลกซะงั้น!

8.5 / 10.0
จากบ้านนอกคอกนา สู่สถาบันที่เต็มไปด้วยลูกคนรวย เพื่อนร่วมชั้นปีที่มีวิถีชีวิตต่างกันสุดขั้ว จนเริ่มไม่มั่นใจว่าคิดถูกหรือผิดที่เลือกเป็นนักเรียนทุนที่นี่ แต่ในวันคืนที่ท้อแท้กับการปรับตัวในสังคมใหม่ ฉันก็ได้พบกับสาวงามคนนึง แถมยังมาตัวเปล่า! (ตัวเปล่าจริงๆ นะ) สาวงามสุดแปลกที่พูดจาโบร่ำโบราณ และดูท่าจะไม่มีที่ไปจึงพลั้งปากไปว่ามาพักกับฉันไปก่อนก็ได้... แล้วก็ได้รู้ความจริงว่าเธอเป็นอัศวินสาวมาจากต่างโลก!? อะไรกันเนี่ย นอกจากเพื่อนในโรงเรียนที่หลุดโลกแล้ว ตอนนี้คนที่อยู่ในบ้านฉันก็หลุดโลกเหมือนกันเรอะ!? และแล้ววันคืนที่แสนน่าปวดหัวกับการอยู่ร่วมกับคนที่มาจากสังคมก็เริ่มขึ้น หรือบางที นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนบางอย่างสำหรับฉันก็ได้มั้ง?

สาวงามที่ฉํนเก็บมาดันเป้นอัศวินจากต่างโลกซะงั้น! ตอนที่ 1

ยืดอก หลังตรง มองไปข้างหน้า สง่าดั่งบุปผาแสนบริสุทธิ์

นั่นคือคำขวัญโรงเรียนที่ฉันอยู่ สถาบัญโอเมกิ ซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นแนวหน้าทั้งในด้านวิชาการและกีฬา อีกทั้งยังทีอีกหนึ่งความโดดเด่นไม่เหมือนใคร นั่นก็เพราะที่แห่งนี้เต็มไปด้วยลูกคุณหนูผู้มั่งมีทั้งหลาย

ไม่ว่าจะเป็นลูกเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ นักการเมืองผู้มีชื่อเสียง หรือผู้ถือครองอหังสาริมทรัพย์มากมี ล้วนส่งลูกหลานตนเองมายังสถาบันแห่งนี้ทั้งสิ้น เพราะที่นี่มีการศึกษาที่เพรียบพร้อมให้เหล่าผู้ปกครองพึงพอใจ

แน่นอนว่าแม้แต่ชนชั้นหาเช้ากินค่ำก็ใฝ่ฝันให้ลูกๆ มาเรียน แต่คงไม่มีทางรับค่าใช้จ่ายไหว…เพราะงั้นทางโรงเรียนจึงมีระบบ ‘ทุนการศึกษา’ ให้กับผู้ที่คู่ควร

และในปีนี้ ฉันก็คือผู้ชนะ

“ขอบใจจ๊ะ เอมิโกะคุง ขอโทษที่ต้องให้ช่วยจนมืดค่ำนะ”

“ด้วยความยินดีค่ะ! แค่นี้เองสบายมาก”

ฉันยิ้มตอบอาจารย์ด้วยความขันแข็ง พอดีตอนมาส่งบันทึกประจำวันก็เจออาจารย์จมอยู่กับกองเอกสาร เลยอาสาช่วยงานจนเสร็จในที่สุดซึ่งตะวันก็ลับฟ้าเป็นที่เรียบร้อย

เพราะแบบนั้นอาจารย์จึงเสนอว่าจะขับรถไปส่งที่บ้าน แน่นอนว่าฉันปฏิเสธไป

“ไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหมจ๊ะ”

“ค่ะ บ้านหนูอยู่ใกล้ๆ นี้เอง สบายมากค่ะ!”

“งั้นเหรอ ระวังตัวด้วยนะ”

ฉันโบกมือลากับอาจารย์จนรถเคลื่อนผ่านไปไกล ภายใต้ท้องฟ้ามืดมิดที่มีเพียงแสงไฟจากถนน รอบตัวฉันไม่มีใครจนสัมผัสได้ถึงความวังเวง ในตอนนั้น ฉันก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อออ ในที่สุดก็หมดไปอีกวัน”

เหนื่อยสุดๆ ไปเลยโว้ย!! ถึงจะอยู่โรงเรียนนี้มาได้หนึ่งเดือนก็ไม่รู้สึกชินกับบรรยากาศของที่นี่สักที เพื่อนรอบตัวต่างก็เปล่งประกายระยิบระยับจนตาแทบบอดในทุกวัน

หลังเลิกเรียนทุกครั้งไม่วายจะชวนกันไปงานสังสรรค์ที่ฉันไม่รู้จัก จนเหมือนมิติลึกลับที่น่ากลัวแล้วต้องคอยปฏิเสธเรื่อยมา เพราะงั้นวันนี้ที่เห็นโอกาสเลยขอช่วยงานอาจารย์เพื่อหลีกเลี่ยงคำชวน

และก็อย่างที่คิด ได้อยู่คนเดียวแบบนี้สบายใจที่สุดจริงๆ

“ฮึบ~ วันนี้กินอะไรดีนะ”

เห็นว่าที่ร้านสะดวกซื้อมีข้าวปั้นรสใหม่ขายด้วยนี่นะ บะหมี่สำเร็จรูปก็ใกล้หมดแล้วไปซื้อเก็บไว้ทีเดียวเลยแล้วกัน ถึงการเป็นนักเรียนทุนจะทำให้ไม่มีปัญหาด้านการเงินก็เถอะ

แต่เพราะมาเรียนไกลบ้านเลยต้องอยู่ห้องพักคนเดียวกินอะไรแบบนี้ทันสะดวกแล้วก็เร็วกว่า หลังเลือกของจ่ายเงินเสร็จสรรพก็เดินออกมาโดยที่ตายังผมมองแต่พื้นทางเดิน

จะว่าไป ในคำขวัญบอกว่าให้ยืดอกมองไปข้างหน้าสินะ ถึงมันจะสง่างามจริงก็เถอะแต่ฉันชอบที่จะมองพื้นมากกว่า ไม่ต้องเผลอสบตากับใครจนต้องทักทายกัน แถมยังได้มองไม่ให้สะดุดล้มด้วย

แถมอีกอย่าง…บางที ฉันก็รู้สึกว่าแสงจากหลอดไฟมันจ้าเกินไป สู้มองความสว่างที่สะท้อนบนพื้นสบายตากว่าเยอะ เหมือนตอนนี้ที่เห็นเพียงพื้นคอนกรีดและเงาตนเองที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น…เอ๊ะ!?

พอเห็นความประหลาดบนพื้นฉันก็รีบเงยหน้าขึ้นมามีอะไรอยู่บนหัว แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตาฉันมองทันเพียงแค่สิ่งเดียวนั่นก็คือ

ตูด

‘โครม!!’

มีตูดร่วงลงมาจากฟ้าและตกใส่หัวฉันจนล้มคว่ำไปกับพื้น รู้สึกถึงความหนักบนหลังจนออกแรงดันออกให้ขยับไปด้านข้าง มีความเจ็บแปร๊บที่ศอกซ้ายแต่ก็ถือว่าโชคดีที่ไม่ได้เจ็บหนักอะไร

“โอย อะไรล่ะเนี่ย…”

ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งส่ายหัวปัดความมึนที่ล้มออก มองไปรอบตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ข้างทางเดินมีต้นไม้เอนออกมาเล็กน้อย พร้อมใครบางคนที่ร่วงใส่หัวฉันนอนคว่ำอยู่เหมือนกัน

อย่าบอกนะว่าตกต้นไม้แล้วมาทับฉันพอดีน่ะ?

“อึก…”

คนที่นอนคว่ำอยู่ส่งเสียงครวนครางพลางดันร่างตัวเองขึ้นมา เลยได้เห็นชัดๆ ว่าคนที่ร่วงใส่หัวฉันเป็นหญิงสาวชาวต่าฃชาติ นุ่งน้อยห่มน้อยจนน่าตกใจ ไม่สิ เป็นเสื้อขาดนี่? แล้วที่แปะบนผ้าบางจุดนี่ เหล็ก?

เธอมองรอบตัวราวกับกำลังตั้งสติใหม่อีกครั้งจนสายตามาอยู่ที่ฉัน พวกเรายืนขึ้นมองกันครู่หนึ่งจนฉันมั่นใจ ว่าบนตัวเธอที่มีผ้าน้อยชิ้นคือชุดที่ขาดหลุดลุ่ยและมีเกราะที่แตกหักตามตัว

“หรือว่า…ข้าร่วงลงมาทับท่านหรือ?”

ข้า? ท่าน? ทำไมใช้คำพูดคำจาแบบนั้นล่ะ ไหนจะชุดเกราะอีกเป็นการคอสเพลแบบสวมบทบาทรึไงนะ ลงทุนกันจริงๆ วงการนี้

“ใช่ค่ะ เมื่อกี้คุณร่วงลงทาทับฉัน” ”

พอบอกแบบนั้นหญิงสาวก็เปิดตากว้าง และรีบก้มหัวขอโทษในทันที อย่างน้อยก็ขอโทษกันละนะไม่คิดจะเอาความอะไรอยู่แล้วด้วย รีบรับคำขอโทษแล้วดลับบ้านดีกว่า

แต่ในตอนที่กำลังจะปริปากบอกว่าไม่เป็นไร กผ้ได้ยินเสียง ‘แกร๊ก’ ดังมาจากคู่สนทนา และในตอนนั้นเอง ชุดเกราะบนตัวเธอก็หลุดออกจนหมด…ส่งผลให้เสื้อบางส่วนฉีกขาดกว่าเดิม

“กรี๊ด!! หะ หะ เห็นหมดแล้วนะคะ!”

ฉันรีบกมือขึ้นมาปิดตาตัวเองพลางชี้ไปที่หน้าอกของหญิงสาว เมื่อครู่มันถูกเกราะบดบังไว้ก็จริงแต่เมื่อไร้เหล็กกล้า เนื้อแน่นก็เด้งออกมาจนเหมือนได้ยินเสียง ดึ๋งๆ แว่วมาตามสายลม

เธอคนนั้นยกหัวขึ้นยืนตัวตรงมองอกตัวเอง แล้วทำเพียงส่งเสียง อ้อ ออกมาเรียบเฉย

“ชุดเกราะนี้ใช้มาเต็มที่แล้วค่ะ การที่ข้ายังอยู่ดีถือว่ามันได้ทำหน้าที่ตนเองลุล่วงแล้ว โปรดอย่าเสียดาย”

“ไม่ใช่แบบนั้น! ปิดด้วยสิยะ อย่ามายืนยืดอกเปลือยๆ แบบนั้นสิ!!”

“อ้อ นั่นสินะ”

ฉันเหลือบตาไปดูว่าเธอได้หาอะไรมาปิดรึยัง แล้วก็ได้เห็นว่าเธอทำเพียงใช้มือพาดอกสองข้างปิดหัวนมไว้เท่านั้น ไม่ทีชุดเปลี่ยนเรอะ! แต่จากที่เห็นก็ไม่มีสัมภาระอะไรเลยด้วยนี่นะ

“โธ่! รอเดี๋ยวนะ”

ฉันวางกระเป๋าลงแล้วเผิดคุ้ยของข้างใน โชคดีที่วันนี้มีคาบพละฉันเลยพกเสื้อวอร์มมาด้วย จึงหยิบเสื้อออกมาคลุมร่างของสาวคอสเพลตรงหน้าที่ยังทำหน้างงๆ อยู่

“ใส่นี่ไปก่อนแล้วกัน อาจจะตัวเล็กไปหน่อยนะคะ”

“แต่ตัวข้าเปื้อนนะ”

“ช่างเถอะน่า! ใส่นี่กลับบ้านไปอาบน้ำแลเวค่อยซักก็ได้ อย่างน้อยก็ดีกว่าเปลือยเดินกลางเมือง!”

ให้ตายสิคิดอะไรอยู่เนี่ยผู้หญิงคนนี้ กะอีแค่เปื้อนถ้าเทียบกับโป๊มัรใช่เรื่องที่ต้องกังวลที่ไหน ฉันบังคับให้เธอสวมเสื้อวอร์มและรูดซิปปิดหน้าอกเอาไว้ แต่ยังไม่ทันจะก้มลงหยิบกางเกง เธอก็คว้ามือฉันไว้

“เดี๋ยว แผลที่ศอกท่าน…เป็นเพราะข้าหรือ?”

“ก็ใช่น่ะสิ ให้ตายเถอะไปทำอีท่าไหนถึงร่วงลงมาจากฟ้าได้ล่ะนั่น”

พอพูดขึ้นมาฉันก็ถือวิสาสะบ่นอุบอิบแล้วสะบัดมือออก แต่เธอคนนั้นก็ยังคงคว้าไปอีกครั้งจนรู้สึกกังวลว่าจะทำอะไรรึเปล่า ทว่าพอมองไปในดวงตาที่แสนจริงจังนั้นก็รู้สึกว่าไม่มีเจตนาร้ายอะไร

“ข้าต้องชดใช้ท่านยังไงรึ”

“เอ๊ะ ไม่ต้องหรอกค่ะฉันแค่บ่นไปเรื่อย”

“ไม่ได้! ข้าทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องบาดเจ็บ ถือเป็นเรื่อยร้ายแรง ตามจริงควรรับโทษสถานหนักเสียด้วยซ้ำ”

“จริงจังเกินไปแล้ว แผลแค่นี้ล้างก็เหมือนหายแล้วนั่นแหละ”

“ถึงแบบนั้นอย่างน้อยให้ข้าได้ทำแผลให้ท่านเถอะ ช่วยนำทางไปแม่น้ำล้างแผลที!”

เธอจับมือทั้งสองข้างฉันไว้แล้วขยับเข้ามาใกล้จนรู้สึกอึดอัดใจ คนคนนี้ จริงจังเกินจนรับมือไม่ถูกเลยแฮะ ทำเอานึกถึงเพื่อนในโรงเรียนเลย…

แต่ว่าเพราะได้เข้ามาใกล้เลยมองเห็นร่างกายเธอชัดขึ้น…บนตัวเธอมีบาาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมด อย่างนี้นี่นี่เอง ที่ว่าเปื้อนไม่ได้หมายถึงแค่คราบสกปรก แต่หมายถึงแผลด้วยสินะ

สุดท้ายฉันก็ทำได้แค่ถอนหายใจ

“เข้าใจแล้ว งั้นไปที่สวนสาธารณะเถอะ เดี๋ยวฉันทำแผลให้เธอด้วย”

“เอ๊ะ แต่…”

“ไม่งั้นเสื้อฉันคงเปื้อนเยอะกว่าเดิม มีเลือกเปื้อนนี่ชวนให้รู้สึกไม่ดีจะตายไป”

ตามคาด พอฉันบอกจะทำแผลให้ด้วยเธอก็มีทีท่าจะปฏิเสธ แต่พอยกเรื่องเสื้อเผื้อนขึ้นมาก็ยอมอย่างว่าง่าย ถึงจะเพิ่งเจอกันแต่ก็เป็นคนที่มองออกง่ายจนน่าตกใจ

พวกเรามุ่งหน้าไปสวนสาธารณะแล้วจัดแจงใช้น้ำก็อกล้างบาดแผล แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำออก และก็ถึงเวลาของก้นกระเป๋าฉันออกโรง มีทั้งยาฆ่าเชื้อแล้วก็พลาสเตอร์ปิดแผล

พวกเราทำแผลจนเสร็จฉันก็จับสาวคอสเพลให้อยู่ในชุดวอร์มสุดคลาสสิค และในตอนนั้นเอง

‘โจ๊ค’

ก็มีเสียงท้องร้องออกมาจากผู้หญิงตรงหน้า จนแก้มนั้นแดงระเรื่องพลางกล่าวขอโทษอย่างแผ่วเบา ทำเอาฉันเกาหัวด้วยควาทมึนงงกัยคนแปลกคนนี้

“กลับบ้านได้รึเปล่า”

“ก็…เกรงว่าคงยาก”

เธอพูดแบบนั้นพลางก้มหน้าตาเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ฉันมองดูตามตัวเธอที่ไม่มีสัมภาระอะไรติดตัวเลยสักอย่างก็พอจะเข้าใจบางอย่างได้อยู่

“ไกลเหรอ?”

สาวคอสเพลพยักหน้า อ้าา อย่างที่คิดจริงๆ ไม่มีทั้งเสื้อเปลี่ยน แล้วก็คงไม่มีเงินด้วย ถ้าบ้านอยู่ไกลคงต้องขึ้นรถไฟไปแต่ไม่มีจ่ายสินะ

ช่วยไม่ได้ คุยกันมาขนาดนี้คงกลับไปเฉยๆ ไม่ได้ ฉันคุ้ยของในถุงกับกระเป๋า แล้วยัดใส่มือของเธอ ซึ่งในนั้นมีเงินจำนวนนึงกับข้าวปั้นรสใหม่ที่เพิ่งซื้อมา

“เอ้า คิดว่าเท่านี้คงไปถึงได้นะ รีบไปก่อนหมดรถไฟเที่ยวสุดท้ายล่ะ นี่ก็ดึกแล้ว”

“นี่มัน...เงินรึ?”

เหมือนว่าเธอจะตกใจที่คนแปลกหน้ายัดเงินใส่มือ ฉันจึงพยักหน้าว่าให้รับไปแล้วบอกลา ใช่ มันเริ่มดึกแล้วฉันต้องรีบกลับไปกินข้าวเคลียร์การบ้านและรีบนอน

แค่นี้ก็ใช้เวลานานเกินแล้วสำหรับการกลับบ้าน แต่หลังก้าวออกมาได้ไม่นานเธอก็ส่งเสียงทัก

“คือว่า! ขอทราบนามท่านได้หรือไม่”

ยังคีพคาร์แน่นจริงวุ่ย ถึงจะอยู่ในชุดวอร์มก็ยังพูดสำเนียงโบราณอีกเหรอเนี่ย แต่นั่นสินะ บอกชื่อไว้ก็ไม่เสียหายเผื่อเจ้าตัวจะกลับมาคืนเสื้อ

“คุโรมิ เอมิโกะ ไว้เจอกันนะคะ”

ฉันตอบชื่อเธอไปแล้วรีบวิ่งเหยาะๆ ไปทางกลับห้องพัก เป็นคืนที่ยาวนานจริงเกิดเรื่องประหลาดที่ชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะได้เจอ ไม่สิ ตั้งแต่มาอยู่โรงเรียนนี้แล้วละมั้ง ทุกวันก็มีแต่เรื่องไม่คุ้นหูคุ้นตา

แต่ว่า เพราะแบบนั้นแหละเลยต้องพยายามในทุกๆ วัน หลังวิ่งเหยาะออกมาได้แป๊บนึงฉันก็หยุดเท้าแล้วเปลี่ยนเป็นค่อยๆ เดินแทน ถึงจะอยากรีบกลับก็เถอะแต่ภ้าเหนื่อยเกินจะไม่อยากทำการบ้านเอา

ทุกอย่างกลับมาเงียบสงบอีกครั้งจนเรื่องวุ่นวายเมื่อกี้เหมือนเป็นเพียงความฝัน ในสายตายังคงมีแต่ภาพพื้นคอนกรีตที่คุ้นตา เพราะง่าเดินมาใกล้ถึงห้องพักแล้ว

ในตอนนั้นสายตาฉันที่มีเพียงเงาตัวเองก็มีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ข้างหน้า มีคนเดินสวนมา ฉันไม่คิดอะไรแล้วหลบข้างขณะที่เดินต่อ

แต่แล้ว มือฉันกลับถูกคว้าไว้ด้วยแรงที่เยอะจนรู้สึกเจ็บ แน่นอว่าพอเป็นแบบนั้นฉันก็รีบสะบัดสุดแรง

“ทำอะไรของคุณคะ!”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย จึงได้รู้ว่าคนที่คว้าแขนเป็นชายตัวโตที่ใบหน้าแดงก่ำ พร้อมกันนั้นกลิ่นก็ฉุนเข้ามาในจมูก อะไรเนี่ย ต่อจากสาวคอสเพลก็เจอคนเมาเรอะ!

แต่แบบนี้ท่าไม่ดีแฮะ ฉันตัดสินใจไม่รอคำตอบแล้วรีบก้าวเท้าออกมาในทันที แต่ชายคนนั้นยังคงเดินตามส่งเสียงเหม็นหึ่งออกมา

“นั่นมันเครื่องแบบโอเมกินี่ ลูกคุณหนูมาทำอะไรเวลานี้เหรอจ๊ะ”

“เสียใจด้วยนะคะฉันไม่ใช่ลูกคุณหนู ไม่มีอะไรให้ไถนอกจากบะหมี่หรอกค่ะ”

นี่ถูกหมายหัวเพราะเครื่องแบบเหรอเนี่ย!? พวกคุณหนูคุณนายมันอยู่ยากจริงวุ้ย แค่โดนคิดว่ามีเงินหน่อยก็ดึงดูดแต่อะไรแปลกๆ แล้วรึไง

แต่มือฉันก็ถูกคว้าไปอีกครั้ง แต่คราวนี้ ถึงสะบัดไปก็ไม่หฃุด อีกทั้งยังออกแรงเยอะกว่าเก่าจนแขนชาไปหมด

“อย่าพูดงั้นสิจ๊ะ ถึงไม่มีเงิน แต่ก็ยังทำเรื่องสนุกๆ ได้นะ”

พูดจบ เขาก็ดึงมือฉันให้จับอกชายตัวโตที่มีแต่กล้ามเนื้อหยาบกร้าน ขนทั้งตัวฉันลุกซู่พร้อมความพะอืดพะอมเต็มลำคอ น่าขยะแขยง ทั้งกลิ่นเหล้าทั้ฃกลิ่นตัวอีกทั้งยังใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหื่นกาม

“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะ!”

ฉันตะโกนสุดเสียงใต้แสงไฟข้างทาง บ้านทุกหลังยังคงปิดไฟเงียบสงัดไร้การตอบรัยต่อความช่วยเหลือ คนเมาหัวเราะในลำคอเย้ยหยั่นมั่นใจในชัยชนะ

“ไม่มีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิงหรอกนะ”

คำพูดหยอกเย้านั้นทำให้ฉันนึกเกลียดที่ตัวเองกำลังสวมชุดของสถาบันลูกคุณหนูขึ้นมา แม้ว่าจะเป็นความใฝ่ฝั่นทร่จะได้ต่อยอดอนาคต แต่หากรู้ว่าจะทำให้มาเจอเรื่องแบบนี้ฉันคงไม่สนใจ

และในตอนที่น้ำตาเริ่มรินไหลเตรียมใจกับสถานการณ์ตรงหน้า ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาแต่ไกล เป็นอีกครั้งที่ทุกอย่างเกิดจึ้นอย่างรวดเร็ว คราวนี้สิ่งที่อยู่ในสายฉันคือ

เท้า

‘โครม!’

มีเท้าเตะก้านคอของชายเมาที่กำลังแทะโลมฉันอยู่จนมือที่จับคลายลงและร่างเขาก็กีะเด็นไปชนกับเสาไฟข้างๆ มองเห็นตาขางเหลือกน้ำลายฟูมปาก ดูทรงแล้วคงสลบเหมือดไปในทันที

น่ากลัว! แรงเตะอะไรขนาดนั้น!

“ท่านคุโรมิเป็นอะไรรึเปล่า!”

เสียงใสที่เต็มไปด้วยความจริงจังนั้นดึงสติฉันอีกครั้ง คนที่เตะชายคนนั้นลอยละลิ่วคือสาวคอสเพลซึ่งแสดงสีหน้ากังวล อา…ไม่รู้ทำไม ทั้งๆ ที่ก็เปผ้นคนแปลกหน้า แตาพอเห็นเธอแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา

จนขาอ่อนแรงและปล่อนตัวทรุดลงไปกับพื้น

“ท่านคุโรมิ! ชายคนนั้นทำท่านบาดเจ็บเหรอ มันต้องชดใช้!”

เธอพูดแบบนั้นพลาวมองเขม่นไปยังชายหมดสติ แล้วหักนิ้วกร๊อบแกร๊บทำท่าจะเดินเข้าไปหา แต่ว่า มือฉันก็ยื่นไปคว้าชายเสื้อเอาไว้ แล้วหวังว่าจะสื่อไปถึง

ว่าตอนนี้ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว

“…ไม่เป็นไรนะท่านคุโรมิ ข้าอยู่ตรงนี้”

เธอพูดแบบนั้นพลางคุกเข่าลงอยู่ระดับสายตาฉันและยื่นมือมาลูบหัวเบาๆ ความกลัวทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แต่ฉันทำเพียงจับชายเสื้อสาวคอสเพลไว้จนสงบใจลงได้

“ขอบคุณนะคะ ช่วยได้มากเลย”

“ไม่เลย เทียบกับที่ท่านคุโรมิช่วยข้าไว้ไม่ได้หรอก”

เป็นคนที่จริงจังจริงๆ ทั้งที่ความจริงคำพูดนั้นควรเป็นของฉันมากกว่า แค่ข้าวปั้นหนึ่งก้อนกับเงินแค่นิดหน่อย มันเทียบกับความบริสุทธิ์ของฉันที่เกือบเสียไปไม่ได้เลย

แต่จากสายตาของสาสแปลกหน้าที่มองมานั้น…พูดไปก็คงไม่ฟัง ฉันตบหน้าตัวเองดึงสติแล้วลุกขึ้นอีกครั้ง หันไปมองชายที่น้ำลายฟูมปากอยู่ คงต้องแจ้งตำรวจแต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่อยากทำ

ฉันเดินเข้าไปใกล้ชายคนนั้นโดยที่ไม่ปล่อยมือจากสาวคอสเพล

ขอสักทีเถอะ!! ฉันกระทืบไปที่หว่างขาของเขาสุดแรงทีนึง โดยมองข้ามเสียงร้องโหยหวนแล้วโทรหาตำรวจในทันที

“เฮ้อ โล่งแล้ว ขอบคุณอีกครั้งนะคะ…คุณ?”

“โอะ ขออภัยที่เสียมารยาท ข้า เซเลสทีน เดอ เมริซิก้า อัศวินแห่งราชอาณาจักร เทอเรส”

เธอแนะนำตัวเต็มยศพลางยืดอกที่น่ากังวลว่าซิปจะแตกรึเปล่า ทำเอารู้สึกเอือมเล็กน้อยว่ายังจะโรลเพลในเวลานี้อีกเกรอ

“เอาชื่อจริงสิ”

“เอ๊ะ เซเลสทีน คือชื่อจริงข้านะส่วน เดอ เมริซิก้า เป็นนามแห่งเกียรติยศที่ได้รับมาจากพระราชา หลังเป็นส่วนหนึ่งในการปราบจอมมาร”

เซ็ตติ้งเวอร์แท้! มาจากอนิเมะเรื่องไหนละเนี่ยไม่คุ้นชื่อตัวละครหรือประเทศเลย เพราะเวอร์เกินจนไม่ดังรึเปล่านะเป็นฉันก็ไม่อยากอ่านพวกรายละเอียดเยอะๆ เหมือนกัน

หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นแฟนพันธ์แท้จัดจนอยากจะโปรโมทอนิเมะสุดที่รักจนทำชุดคอสเพลเกรดต่ำที่พังเละเทะระหว่างใส่ แถมยังโรลเพลเป็นตัสบะครขั้นสุดเพื่อให้คนสนใจกันนะ…

เฮ้อ หิวแล้วเริ่ทจะเพ้อเจ้อแฮะ อยากกลับบ้านแล้วเมื่อไหร่ตำรวจจะมานะ แถมอีกอย่าง

“ไม่กลับบ้านเหรอคะ จะไม่ทันเที่ยวสุดท้ายเอานะคะ”

“ข้าเพิ้งนึกขึ้นได้ ท่านคุโรมิดูเป็นคุณหนู เดินคนเดียวตอนกลางคืนคงอันตรายจึงตัดสินใจไล่ตามมา ตั้งใจว่าจะส่งท่านถึงที่พำนักก่อน”

อ้อ เพราะชุดสินะ…ก็มีข้อดีเหมือนกันนี่นา ถึงจะน่ากังวลเรื่องรถไฟก็เถอะแต่ถือว่าช่วยได้มากจริงๆ แต่แล้ว เซเลสทีน (?) ก็ก้มหน้าเศร้าอีกครั้ง และคืนเงินใส่มือฉัน

“อีกอย่าง…เกรงว่าข้าคงกลับไปไม่ได้แล้ว”

“เอ๊ะ หมายความว่ายังไงเหรอคะ”

ไม่เจ้าใจสิ่งที่เซเลสทีนกำลังพูดถึง กลับไปไม่ได้นี่…โดนไล่ออกจากบ้านเหรอ!? หรือว่าเผ็นโฮมเลส ไม่สิ ถ้าแบบนั้นจะมีเงินแต่งชุดคอสเพลได้ไงเล่า งงไปหมดแล้วเนี่ย

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบ ตำรวจก็มาและถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งฉันก็เล่าไปตั้งแต่ที่โดนชายคนนี้ทักจนถึงที่กระทืบน้องน้อยของเขา แม้ว่าตำรวจจะทำหน้าซีดหน่อยแต่ก็รับเรื่องไป

ฉันตรงกลับห้องพักตามความตั้งใจเดิมโดยมีเซเลสทีนตามมาจนถึงบันไดขึ้นอพาร์ทเม้น

“ข้าขอบคุณสำหรับข้าวปั้นและชุดจริงๆ สักวันจะต้องตอบแทนท่านให้ได้”

“พูดเรื่องอะไรน่ะ เท่านี้ก็เกินพอแล้วค่ะ”

กลายเป็นรู้สึกตลกกับความจริงจังเกินเหตุของปม่สาวคอสเพลคนนี้ซะแล้วสิ ฉันโบกมือลาเธอในขณะเดินขึ้นห้อง ท้ายที่สุดเธอก็ไม่ตอบว่าทำไมถึงกลับไม่ได้แต่คงเป็นเรื่องส่วนตัวละมั้ง

พอหันหลังกลับไปมอง เซเลสทีนก็ยังคงยืนโบกมือให้ไม่ละสายตาไปไหน ความเป็นห่วงของเธอที่มีให้ฉันเป็นของจริงและคงจะอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะมั่นใจว่าฉันกลับถึงห้องอย่างปลอดภัย

แต่ว่าในดวงตาที่เต็มด้วยความหนักแน่นนั้น ฉันกลับรู้สึกว่าเธอกำลังเศร้าหมอง…

“คือว่า!”

ฉันหยุดเท้าอยู่กลางขั้นบันได หันไปเรียกเซเลสทีนที่แสดงสีหน้าประหลาดใจ ฉันนึกทบทวนคำว่าไม่มีที่ไปของเธอ ผสมรวมกับความใส่ใจฉันในตอนที่มาส่ง

“ถ้าไม่มีที่ไปจริงๆ มาพักกับฉันไปก่อนไหมคะ”

จะปล่อยให้คนที่ทำดีด้วยแบบนี้ไปเป็นตายร้ายดีข้างถนนฉันคงนอนไม่หลับแน่ ไหล่ของเซเลสทีนกระตุกกึกเผิดตากว้สงจับจ้องมายังฉัน

“จะดีหรือ? ข้าเพิ่งพบท่านคุโรมิเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเองนะ”

“ก็…คงไม่คิดจะทำอะไรแปลกๆ ใช่ไหม”

“ข้ามิบังอาจหรอก!”

เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน เป็นคนมองออกง่ายจนหลุดหัวเราะออกมา จริงอยู่ที่ชวนคนเพิ่งเจอกันมาอยู่ด้วยเป็นความคิดที่แปลก แต่ก็เชื่อว่าเซเลสทีนคงไม่เป็นไร อยากเชื่อแบบนั้น

จึงพยักหน้าใจ

“ถ้างั้นก็ดีแล้วล่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ”

อ่านต่อ

สารบัญของ สาวงามที่ฉํนเก็บมาดันเป้นอัศวินจากต่างโลกซะงั้น!

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉินเฉี่ยนยอมอยู่เคียงข้างลู่ซีซิงโดยไร้ซึ่งสถานะ ทว่าความภักดีนั้นกลับถูกตอบแทนด้วยข่าวการหมั้นหมายของเขากับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ แต่แล้วซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน เมื่อโชคชะตานำพาให้พบกันอีกครั้ง เธอกลับปรากฏตัวอย่างสง่างามพร้อมชายคนใหม่ข้างกาย ทิ้งให้ลู่ซีซิงต้องจมอยู่กับความเสียใจและพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวด้วยการยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอดังเดิม แต่ฉินเฉี่ยนในวันนี้กลับมอบเพียงรอยยิ้มหยันและคำปฏิเสธที่แสนเย็นชา จนชายหนุ่มแทบใจสลายและทนไม่ได้ที่ต้องเผชิญกับสายตาห่างเหินจากผู้เป็นแก้วตาดวงใจของเขา
ภาพปกนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นจากความต้องการที่มากกว่าความรักทั่วไป เรื่องราวโรแมนติกสมัยใหม่ที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนจึงเกิดขึ้น เมื่อหัวใจไม่ได้โหยหาเพียงแค่อาหารมื้อธรรมดา แต่กลับกระหายในตัวตนของหนุ่มไอทีผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ความรู้สึกรุนแรงนี้ไม่ใช่เพียงความลุ่มหลงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นความปรารถนาที่จะครอบครองและลิ้มลองรสชาติของความรักในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ท่ามกลางบรรยากาศของโลกยุคใหม่ที่ทุกอย่างรวดเร็วและน่าตื่นเต้น การไล่ล่าความหวานล้ำที่ไม่ได้อยู่บนจานอาหารจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้
ภาพปกนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในวงการการเงินระดับประเทศ ใช้เวลานานนับทศวรรษเพื่อตามหาเด็กหญิงฝาแฝดอย่าง ดาหลา และ กาสะลอง โดยหวังเพียงจะชดเชยความผิดบาปที่เขาเคยก่อไว้กับครอบครัวของพวกเธอในอดีต ทว่าสำหรับสองพี่น้องนั้น โชคชะตาที่พลิกผันเพียงชั่วข้ามคืนจนทำให้พวกเธอต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าคือบาดแผลที่ไม่มีวันเยียวยา แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานกว่าสิบปี แต่เปลวไฟแห่งความแค้นกลับยิ่งสุมทรวงและไม่เคยจางหายไปจากหัวใจ จากดอกไม้ที่เคยแสนบอบบางและไร้เดียงสา บัดนี้พวกเธอพร้อมจะกลับมาทวงคืนความยุติธรรมด้วยการเคลือบยาพิษร้ายแรงไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่งดงาม เพื่อทำลายล้างซาตานที่เคยพรากทุกอย่างไปจากชีวิต
ภาพปกนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าชายที่พลอยฟ้ารักหมดหัวใจกลับซ่อนความหลอกลวงไว้เบื้องหลัง ปราบเปลี่ยนจากคนรักที่แสนดีกลายเป็นผู้ชายเย็นชาที่มองว่าความใส่ใจของเธอคือความน่ารำคาญ แม้เขาจะยืนยันว่ารักและแต่งงานกับเธอ แต่กลับมีผู้หญิงอีกคนเข้ามาแทรกกลาง พลอยฟ้าต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อปราบแสดงธาตุแท้ออกมาว่าเขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายที่ไร้ค่าและจืดชืด ในวันที่เขาเลือกแก้วอัปสรและบีบคั้นหัวใจเธอจนถึงขีดสุด พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่แสนทรมานนี้ด้วยการขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้จะต้องกลายเป็นหม้ายและแบกรับความบอบช้ำ แต่เธอก็เลือกที่จะเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับมามองรักแรกที่ใจร้ายที่สุดคนนี้อีกเลย
ภาพปกนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อสาวไทยต้องหลุดเข้าไปในโลกนิยายที่คุ้นเคย แต่แผนการใช้ชีวิตสุขสบายในฐานะคุณหนูตระกูลใหญ่กลับพังทลาย เพราะดันมีคนมาเกิดใหม่ก่อนหน้าจนเนื้อเรื่องเพี้ยนไปหมด จากภรรยาลำดับที่สี่ของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง เธอกลับต้องระหกระเหินออกท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ท่ามกลางการต่อสู้สุดประหลาดกับจอมยุทธ์ที่ใช้น้ำเต้าหู้เป็นอาวุธสังหาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะตลอดเวลา การผจญภัยที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเรื่องราวเหนือความคาดหมายในโลกยุทธจักรจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED