“ ต้องขอประทานโทษจริง ๆ นะคะ ทางเราจะรับผิดชอบ โดยการจัดที่นั่งให้ใหม่ทางตอนหลัง ให้ท่านสองที่เลยค่ะ”
“ เฮอะ! จัดการได้เท่านี้น่ะหรือ ได้ ..ถ้าอย่างนั้นก็ให้ผู้หญิงคนนี้ ไปนั่งตรง
นั้นแทนผมสิ ในเมื่อที่นั่งซ้ำกัน และอีกอย่างผมต้องการนั่งตรงนี้!”
“ คึ..คือว่า..คุณผู้หญิงท่านนี้ เธอมาก่อนตั้งแต่ สิบห้านาที ที่แล้วน่ะค่ะ”
“ อ้อ! งั้น.. แสดงว่า ผมเป็นคนผิดอย่างนั้นหรือ? ที่มาทีหลังผู้หญิงคนนี้ ยังไงผมก็ยืนยันจะนั่งตรงนี้ ถ้าหากว่ายังมีปัญหาอีก ก็ไปเรียกกัปตัน หรือว่าคนที่พูดรู้เรื่องกว่านี้ มาคุยกับผมดีกว่า เข้าใจมั๊ย!?” น้ำรินได้ยินทุกคำพูด ของทั้งสองฝ่ายที่ตอบโต้กัน ด้วยภาษาอังกฤษ พลางลุ้นไปด้วยว่าจะลงเอยอย่างไร ผู้โดยสารหลายคนต่างก็หันมามองยังจุดที่ ชายหนุ่มผู้นั้นยืนค้ำหัวหล่อนอยู่ พร้อมกับแอร์สาวผู้น่าสงสารที่ยืนตัวสั่นงันงก เพราะกริ่งเกรงต่อผู้ชายวางอำนาจตรงหน้า
ฮึ! อีตานี่ คงคิดว่าหล่อนฟังไม่รู้เรื่องล่ะสิ ว้า..นึกเสียดายเสียเหลือเกิน ที่อุตส่าห์ชมในใจก่อนหน้านี้ รูปร่างหน้าตา ที่หล่อเหลาของเขาคงงดงาม และเพอร์เฟกต์ แต่เพียงร่างกายภายนอกเท่านั้นกระมัง หญิงสาวกำลังคิดว่ารูปร่างที่จัดว่าดูดี หล่อเหลาราวกับเทพบุตรตรงหน้านี้ เป็นของจริงหรือเปล่า เพราะเมื่อได้มองดูและฟังการสนทนาแล้ว สรุปเอาเองในใจว่าเขาคงไม่มีหัวคิดสักเท่าไหร่นักหรอก คงเป็นประเภทพวกเด็กหัวนอกทั้งหลาย ที่เดินทางไปร่ำเรียนเสียไกลถึงเมืองนอกเมืองนา เพื่อจะแสดงถึงความโก้หรู ทันสมัย และที่สำคัญ คงทำไปเพื่อแก้เซ็งเท่านั้น แล้วกลุ่มคนพวกนี้ ส่วนมากก็ล้วนแล้วแต่มีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา แล้วก็สวยเลิศเลอ มีเสน่ห์ เป็นที่ดึงดูด และได้รับความสนใจจากเพศตรงข้าม แทบทั้งสิ้น แต่ส่วนประกอบภายนอกเหล่านี้ คงจะมีแต่สมองที่โบ๋เบ๋ เป็นแน่ โดยเฉพาะกับผู้ชายตรงหน้าคนนี้ ที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน นอกจากสนใจเรื่องของตนเองเป็นหลักเท่านั้น
ก่อนที่อะไรมันจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ อีกอย่างน้ำรินก็ไม่อยากให้สายการบินถูกเลื่อนให้ล่าช้าออกไป เพราะปัญหาเพียงแค่เล็กน้อยที่กำลังประสบอยู่ตรงหน้า และด้วยความที่หล่อนเป็นคนไม่ชอบมีปัญหากับใคร อะไรที่พอจะยอมได้ก็ยอม ๆ กันไป กอปรกับไม่อยากให้เกิดความตึงเครียดภายในเครื่องบินลำนี้ แล้วก็ให้สงสารแอร์โฮสเตสสาวผู้นั้นเหลือเกินจึงตัดสินใจ เอ่ยออกไป เพื่อตัดปัญหา ยอมเสียสละเสียเองจะดีกว่า
“ เอ่อ..คุณคะ เดี๋ยวฉันย้ายไปนั่งทางตอนหลังเองก็ได้ค่ะ ว่าแต่.. ฉันจะได้นั่งสองที่ใช่ไหมคะ?” ได้ผลแฮะ..เพราะพอสิ้นเสียง ทั้งสองก็หันมามองหล่อนเป็นตาเดียว น้ำรินมองเห็นแววตายินดีฉายแวบออกมาจากดวงหน้าหวานใสของแอร์สาวแต่กลับพบกับสายตาอีกคู่หนึ่งที่มองอย่างไม่พอใจ ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มผู้นั้นส่งมายังหล่อนคล้ายต่อว่ากลาย ๆ อะไรกันอีกล่ะ อีตานี่ คนเขาอุตส่าห์เสียสละที่นั่งที่นายอยากได้นักอยากได้หนาแล้วไง ยังจะทำหน้าไม่พอใจ จะเอายังไงอีก
น้ำรินเชิดหน้ามองสบตา เขากลับไปบ้างอย่างหยั่งเชิง ก็เอาสิ เป็นไงเป็นกัน คนเขายอมให้แล้วยังจะมาไม่พอใจอะไรอีก หรือว่าจะเปลี่ยนใจ เกิดอยากได้ที่นั่งที่เขาเตรียมไว้ให้ขึ้นมา โธ่เอ๊ย! ไม่เป็นลูกผู้ชายเอาเสียเลย ค่อนแคะเขาในใจ แถมยังโต้ตอบกลับไปทางสายตาอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน เมื่อไม่ได้ยินประโยคใด ๆ หลุดออกมาจากปากสวย ๆ ของผู้ชายตรงหน้า หญิงสาวจึงฉวยกระเป๋าสะพายคู่ใจ เตรียมจะลุกจากที่นั่ง รู้สึกเสียดายนิด ๆ อยู่ครามครัน อุตส่าห์ดีใจที่ได้ ที่นั่งเหมาะ ๆ แล้วเชียว
“จะไปไหน นั่งลงตรงนี้นั่นแหละ นี่เธอคิดจะหักหน้าฉัน อย่างนั้นหรือ? ทำให้ทุกคนมองว่าฉัน เป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างนั้นใช่ไหม ฮึ..!” อะไรอีกล่ะทีนี้ อ๊าย! แล้วทะ..ทำไมต้องก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งสวยเกือบชนกับปลายจมูกเล็ก ๆ ของหล่อนด้วย นี่เขาจงใจ หรือว่าแกล้งกันแน่นะ
“ อ๊ะ!เอ่อ..” น้ำรินสะดุ้งสุดตัว เมื่อจู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมาพูดกับหล่อนในระยะกระชั้นชิดอย่างนี้ แล้วแถมยังถูกลำแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายจับไหล่กดให้นั่งลงตามเดิม ถึงกับพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ อยู่ใกล้กันขนาดนี้ ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดูเซ็กซี่นั่นชัดแจ๋ว แล้วไหนจะดวงตาคมกริบที่จ้องลงมาราวกับคาดโทษอย่างนั้น ชั่ววินาทีนั้นเอง น้ำรินสังเกตเห็น เขาชะงักงันไปชั่วขณะ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่สร้อยคอราคาถูกของหล่อนนิ่ง ทำให้หญิงสาวไม่สามารถกระดิกตัวไปไหน ได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างงง ๆ กับคำพูดและอิริยาบถต่าง ๆ ของเขา คำพูด ใช่..เมื่อกี้เขาพูดภาษาไทยชัดแจ๋วเลยล่ะ แถมยังเหน็บแนมได้เก่งอีกต่างหาก
“ นี่คุณ ผมจะนั่งตรงนี้ แล้วใคร? ที่นั่งตรงนี้ ผมขอซื้อต่อ ให้ห้าเท่าเลยก็ได้ แล้วให้เขาไปนั่งทางตอนหลังที่คุณจัดให้ก็แล้วกัน ว่าไง..ถ้าหากยังมีปัญหาอยู่อีก ผมจะเหมาเครื่องบินลำนี้ ทั้งลำ แล้วไล่ผู้โดยสารลงให้หมด” ประโยคถัดมาของชายหนุ่มหันไปพูดกับแอร์โฮสเตสอย่างวางอำนาจ ยืดอกเต็มความสูงร่วมร้อยเก้าสิบเซนติเมตรเห็นจะได้ น้ำรินเพิ่งสังเกตเห็นเต็ม ๆ ตา ก็ตอนนี้ล่ะ ว่าผู้ชายคนนี้ตัวสูงมากทีเดียว นี่ถ้าหากเทียบกับหล่อนแล้วหัวเธอคงอยู่แถว ๆปลายคางเขากระมัง
ไม่นานนัก ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างที่ชายผู้นั้นต้องการ โดยที่หล่อนได้ที่นั่งติดหน้าต่างตามเดิม ส่วนตัวเขากลับยอมนั่งที่ติดกับหล่อนริมทางเดินแทนอีกคน ผู้ชายคนนี้ช่างเป็นคนดูยากเสียเหลือเกิน เมื่อกี้ยังอาละวาดอยากได้ที่นั่งตรงนี้อยู่แหมบ ๆ ตอนนี้กลับเงียบไปเสียเฉย ๆ เฮอะ! คิดว่าตัวเองใหญ่ ร่ำรวยมหาศาลมาจากไหนกัน ประเทศตัวเองก็ไม่ใช่ ทำเป็นกร่าง แหม..เสียแรงที่อุตส่าห์ชื่นชมตอนที่เห็นครั้งแรก แหว่ะ! จะหล่อลากดินมาจากไหน ถ้านิสัยแย่ ๆ อย่างนี้ก็ไม่เอาด้วยหรอก
เครื่องบินลำใหญ่ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่เหนือพื้นดินของเขตกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปสู่ทางทิศใต้ของประเทศไทย ซึ่งจุดหมายปลายทางของสายการบินนี้ก็คือ..เกาะภูเก็ต เมื่อเครื่องบินเหินขึ้นฟ้า ตามด้วยแรงกระตุกเล็กน้อยพอเครื่องอยู่ในระดับที่ปรับให้เข้าที่แล้ว น้ำรินถึงกับผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะนี่เป็นการเดินทางโดยเครื่องบินเป็นครั้งแรกของหล่อน
เฮ้อ! รอดตายแล้วเรา น้ำรินพิงศีรษะ เอียงหน้าไปทางหน้าต่างมองดูก้อนเมฆสีขาวสะอาดราวกับสำลี จนอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสกับมันเหลือเกิน ว่าจะเป็นเช่นไร ไม่อยากหันไปยังอีกด้าน ที่มีผู้ชายตัวสูง ขายาวข้างหล่อนแม้สักนิดเดียวให้ตายเถอะ คนอะไรก็ไม่รู้ ตัวก็ยาว ขาก็ยาว เกะกะขวางทางเข้าออกไปหมด แล้วถ้าหากว่าอยากเข้าห้องน้ำจะทำยังไง รู้อย่างนี้ให้เขามานั่งที่ ที่เขาอยากได้เสียตั้งแต่แรกก็คงจะดี ดูเหมือนว่า ตัวเขาเองก็ไม่ได้มาสนใจอะไรหล่อนหลังจากนั้น ไม่ได้อยากให้มาสนใจหรอกนะ เพียงแต่กลัวว่าเขาจะหันมาหาเรื่องหล่อนน่ะสิ ชายผู้นี้ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อหาข้อยุติลงได้ ศีรษะได้รูปของเขาเอียงออกไปยังฝั่งทางเดินพร้อมกับท่านอนกอดอกอย่างสบายใจ ขาทั้งสองข้างยาวเก้งก้าง ยื่นตรงไปยังเบาะนั่งด้านหน้า คงอึดอัดน่าดู
“ จะรับเครื่องดื่มอะไรไหมคะ?” สักพักแอร์โฮสเตสสาวก็เดินเข้ามาถาม เอ๊ะ! แล้วคนเดิมไปไหนแล้วล่ะ สงสัยคงขอเปลี่ยนตัว เป็นใครถ้ามาเจอเรื่องแบบนี้เข้า คงไม่อยากร่วมเดินทางด้วยหรอก น้ำรินยิ้มหวานกลับไปให้พี่สาวคนสวย แต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบจะทันที เมื่อเห็นว่าสายตาของเจ้าหล่อนกลับจ้องนิ่ง พุ่งความสนใจทั้งหมดทั้งมวล ไปยังชายหนุ่มรูปงามที่นั่งติดริมทางเดิน ที่ตอนนี้นอนสงบนิ่ง ไม่ตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวใด ๆ ราวกับอดหลับอดนอนมาจากไหนก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่เครื่องเพิ่งออกเท่านั้นเอง ช่วงแรกหญิงสาวรู้สึกโล่งอกกับการเงียบของเขาอยู่หรอก เพราะไม่ได้มารบกวนอะไร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ หล่อนกังวลไปสารพัดกลัวว่าผู้ชายคนนี้จะก่อเหตุมิดีมิร้าย คิดว่าเขาคงเป็นพวกอันธพาล แบบพวกลูกเศรษฐี ที่มีนิสัยแย่ ๆ ชอบดูถูกคน แล้วยังชอบลวนลามอีกต่างหาก แต่กลับผิดคาด ก็อีตานี่กลายเป็นหนุ่มมาดขรึม สงบปากสงบคำ ไม่ได้เหลียวแลหรือสนใจการเอาใจใส่ และการตรวจตราดูแลจากบรรดาแอร์สาว ๆ สวย ๆ เลยสักนิด
“ เอ่อ..ขอน้ำส้มแก้วหนึ่งค่ะ” น้ำรินตัดสินใจพูดออกไป ซึ่งก็ได้ผล แอร์สาวสวย ละสายตาจากชายหนุ่มรูปงาม ที่นั่งติดกับหล่อน พร้อมกับหยิบแก้วน้ำส้มส่งมาให้ สาวสวยนางนั้นยื่นตัวไปด้านหน้า แล้วแสร้งทำเป็นสัมผัสโดนแขนของชายหนุ่มแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองกลับไปแต่อย่างใด
“ นี่ค่ะ..ดื่มให้อร่อยนะคะ” พี่สาวคนสวยยื่นแก้วน้ำให้หล่อนเสร็จ พร้อมกับยิ้มหวานหยดส่งมาให้ ก่อนจะเดินจากไปเพื่อไปดูแลผู้โดยสารท่านอื่นบ้าง อนิจจา.. สงสัยพี่สาวคนนั้นคงจะหลงผิดเช่นหล่อน นางชื่นชมใบหน้าที่หล่อเหลาของอีตานี่ จนไม่สามารถถอนสายตาออกไปได้ง่าย ๆ ดูจากอากัปกิริยา เมื่อสักครู่แล้ว เฮอะ! ถ้าพี่นางฟ้าคนนั้นมาเห็นตอนที่เขาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ก่อนหน้านี้ล่ะก็ คงหมดศรัทธาไปแล้วเป็นแน่แท้
แล้วนี่ เราจะมาคิดแต่เรื่องของเขาทำไมกัน น้ำรินเหลือบตาไปมองยังร่างสูงเก้งก้างข้าง ๆ ตัวหล่อนด้วยหางตา คนอะไรนอนนิ่งไม่ไหวติงเลย แถมยังระมัดระวังตัวเป็นอย่างดี นี่ขนาดตัวเขาใหญ่จนร่างกายบางส่วนพ้นเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เขายังสามารถเก็บร่างกายซะมิดชิด สงสัยคงกลัวว่าจะมาสัมผัสกับตัวหล่อน หึ ๆ นอนตรงแหน่วเสียอย่างนั้น หรือว่าเขากลัวหล่อนจะฉวยโอกาส แต๊ะอั๋ง ลวนลามนะ หญิงสาวกระสับกระส่ายไปมา ว่าจะงีบสักหน่อย ดั๊น..มาปวดท้องเบาซะนี่ โธ่!รู้อย่างนี้ไม่น่าไปกินน้ำส้มแก้วนั้นเลย ลืมนึกไปว่า เวลาเดินทางทีไร เป็นต้องมีอาการปวดปัสสาวะทุกทีเลย โอ๊ย…ทำไงดี ๆ นอนไม่หลับแล้ว ครั้นจะไปห้องน้ำก็ไม่ได้ มีตาคนนี้นอนขวางทางอยู่ จะปลุกก็ไม่กล้า
น้ำรินชะโงกหน้า แล้วหันไปมองยังชายหนุ่มข้างกายอย่างชั่งใจ เอาน่ะ..เป็นไงเป็นกัน ดีกว่าปล่อยให้ฉี่ราดอยู่ตรงนี้ อายเขาตายเลย คิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงค่อย ๆ เคลื่อนกายขยับเข้าไปใกล้ ๆ จ้องมองชายหนุ่มเขม็ง
“เอ่อ..นี่คุณ” เงียบ..ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ตอบกลับมา หญิงสาวจึงถือวิสาสะเขย่าลำแขนแข็งแรงของเขาเบา ๆ พร้อมกับเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นอีกนิด