ตัวแทน
ทุกอย่างควรจบแค่เมื่อคืนไม่ใช่เหรอ เหตุใดเธอถึงยังถูกมัดอยู่ในห้องนี้เช่นเคย สภาพของเธอที่เปลือยเปล่าส่วนเจ้าของห้องกลับไปนั่ง ริมหน้าต่างดื่มเหล้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
สถานการณ์แบบนี้เธอควรรีบหนี แต่ติดตรงมีเชือกพันธนาการเอาไว้ แผ่นหลังนั่นเริ่มขยับเธอเห็นแบบนั้นก็รีบหลับตาทำเป็นหลับไม่รู้เรื่องราว
ในคลับเฮาส์ส่วนตัวของลูเฟียที่อยู่ใกล้แม่น้ำแซนด์ ตอนนี้ลูเฟียกำลังทอดมองผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียง สองมือที่ถูกเชือกมัดอยู่นั้นร่างกายเปลือยเปล่า เขามีความรู้สึกอยากปล่อยเธอแต่แล้วความคิดอีกอย่างก็เข้ามา “ยังไม่สะใจ” มือหนาจึงละมือลงจากนั้นก็ปิดประตูเดินออกไปทันที
สถานที่นัดหมายในคืนนี้คือท่าเรือสินค้าฝั่งตะวันออกของฝรั่งเศส เมื่อไปถึงเขาก็พบผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อเห็นเขาก็ส่งเอกสารมอบให้ไม่พูดสิ่งใดก่อนจะขึ้นรถจากไป
ลูเฟียทิ้งบุหรี่ที่สูบอยู่ลงพื้น เปิดซองเอกสารออกมาก่อนจะอ่านหัวข้อด้านใน “รายชื่อสมาชิกประมูล” เขาปิดซองเก็บไว้ตามเดิมก่อนจะขับรถออกไปเช่นกัน
จากนั้นก็ขับรถไปยังเมืองปารีส เพื่อแวะยังซอกคนจรจัดในตรอกแห่งหนึ่งในถนนคนจร ลูเฟียนั่งอยู่ในรถให้บอดีการ์ด “เทเลอร์นายลงไปดู ว่าอยู่ด้านในไหม ถ้าอยู่ก็ลากมันออกมาให้ได้”
คนของเขาเดินลงไปหาคนคนหนึ่งที่รู้เรื่องการตายของพ่อแท้ ๆ ของเขา “ดาริโอ” ชายที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง และคนที่จะให้คำตอบกับเขาได้ว่าแท้จริงแล้ว พ่อของเขาตายเพราะฝีมือมาร์โก หรือเป็นเพราะถูกวางแผนให้ตายกันแน่...
รอคอยประมาณสิบนาที เทเลอร์ก็หิ้วปีกคนที่เขาต้องการมาจนได้ ลูเฟียลงจากรถจากนั้นก็ย่อตัวมองสภาพของคนไม่ยอมปรากฏตัว
“นายต้องการอะไร”
ลูเฟียมองคนที่ต้องการ บอดีการ์ดคนสนิทของพ่อที่หายตัวไปตั้งแต่พ่อตาย ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายตายไป ถ้าไม่เพราะวันก่อนเห็นอีกฝ่าย มาขอความช่วยเหลือจากบอดีการ์ดคนเก่า ๆ ที่ยังทำงานให้กับจารมีนอยู่
“ลุงฟาเบียนคิดถึงผมไหมครับ”
ฟาเบียนเงยหน้ามองเจ้านายน้อยที่เคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก จากนั้น ก็หันไปอีกด้านไอเลือดออกมากองโต เพราะฟัดกับเทเลอร์มารอบหนึ่ง
“นายต้องการอะไร”
ลูเฟียหัวเราะขำ “ไม่เจอกันสิบกว่าปี ผมก็กลายเป็นคนห่างไกลเชียวหรือครับ เมื่อก่อนพ่อผมรักและเชื่อใจลุงมาก ลุงยังจำได้ไหม”
ฟาเบียนเงยหน้ามองลูเฟีย “เรื่องมันจบไปนานแล้ว คุณชายก็ได้รับการเลี้ยงดูจากคุณจารมีนอย่างดี แล้วยังจะต้องการอะไรอีกกับคนไร้ค่า อย่างผม”
“ที่ผมต้องการคือความจริง”
คิ้วฟาเบียนขมวดเข้าหากัน “ความจริงอะไร”
มุมปากลูเฟียยกยิ้มแล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“พ่อผมตายเพราะใครกันแน่”
ดวงตาฟาเบียนเบิกตากว้าง มองเด็กน้อยในวัยเยาว์ที่ตอนนี้เติบโตขึ้นเป็นมาเฟียตัวร้ายอีกคนดูเหมือนความลับที่ผ่านมาคงต้องเปิดเผยแล้ว
“ผมต้องการให้คุณชายรับรองความปลอดภัยของผม”
อย่างไรเขาก็รักชีวิตตัวเอง แต่ก็รู้เช่นกันว่าการกลับไปครั้งนี้อาจจะไม่เหลือชีวิตรอดก็ได้...
“ผมรับปาก” ลูเฟียเชื่อว่าตัวเองจะลากคนร้ายจริง ๆ ออกมาให้ได้แน่นอน
ในเมื่อบรรลุจุดประสงค์ในคืนนี้แล้วเขาก็ควรกลับห้องได้สักที หากแต่เมื่อกลับไปถึงห้องก็พบว่าหญิงสาวที่เปลือยเปล่าอยู่บนเตียงหายไป
ตอนออกไปเขาไม่ได้ทิ้งคนของเขาไว้สักคน เพราะคิดว่าเธอคงไม่มีปัญญาที่จะหนีไปได้ มาถึงตอนนี้เขาก็คิดผิดจริง ๆ สองมือกำแน่น อย่าคิดมาเล่นกับมาเฟียแบบเขาเด็ดขาด
“ส่งคนออกไปตามให้ทั่วหากไม่พบพวกแกเตรียมถูกควักลูกตา ได้เลย”
คนที่ไม่รู้จักเขาอาจจะคิดว่าเขาพูดเล่น แต่ลูกน้องเขารู้ว่าอีกฝ่ายพูดจริงทำจริง ดังนั้นไม่ว่าพลิกแผ่นดินทั่วทั้งฝรั่งเศสเท่าไรพวกเขาก็จะหา ให้พบ
คนที่กำลังหลบหนีมาเฟียตอนนี้ใส่เพียงเสื้อเชิ้ตของคนที่ข่มเหงเธอเมื่อคืน อย่าถามถึงสภาพเสื้อผ้าเธอว่าอยู่ไหน ก็กองอยู่บนพื้นห้องที่ไม่เหลือสภาพดีที่จะใส่ได้ ก่อนจะหยิบกางเกงในตัวจิ๋วขึ้นมาใส่
เมญ่าพยายามหาที่ซ่อนคิดจะกลับไปยังที่พักของตนเองก็กลัวว่าเขาจะตามเจอ สายตาพยายามมองหาโทรศัพท์หรือขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่รู้จะไปหาใคร
เท้าเปลือยเปล่าเดินไปจนถึงหน้าสถานีตำรวจ ในเมื่อตำรวจมีไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนตาดำ ๆ เธอคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะช่วยเธอได้ ร่างบางเดินเข้าไปด้านใน
เสียงประตูดังขึ้นทำให้ตำรวจที่อยู่ด้านหน้าหันมอง สภาพหญิงสาวที่กำลังกอดอกสวมเสื้อตัวบางในสภาพอากาศที่หนาวจัด เดินไปหาตำรวจแล้วพูด “ฉันมาแจ้งความ”
สีหน้าตำรวจดูเคร่งเครียดจากนั้นก็ถามรายละเอียดต่อ
“คุณแจ้งความเรื่องอะไร”
“ลักพาตัว กักขัง และข่มขืน” เธอกัดฟันพูดคำสุดท้ายออกมาด้วยความทรมาน แม้ว่าตอนที่พวกเราอยู่บนเตียงเธอจะมีอารมณ์คล้อยตาม แต่คนแบบนั้นควรได้รับโทษบ้าง
“ไม่ทราบว่าคุณจำคนร้ายได้ไหม” เมญ่าขมวดคิ้วแล้วตอบ “จำได้” ระหว่างเสียงในทีวีก็ดังขึ้น เมื่อเธอหันมองก็พบว่าชายคนที่กระทำนั้นอยู่ในทีวี “คนนั้นค่ะ” เธอชี้ให้ตำรวจดู
อีกฝ่ายก็หันมองจากที่หน้าเครียดอยู่แล้วก็เครียดกว่าเดิม ไม่ทันจะถามอะไรเธอต่อก็มีโทรศัพท์ดังขึ้น เมญ่าพยายามมองตำรวจคนนั้นที่กำลังมองมาที่เธอ “ใช่ครับเธออยู่นี่”
แย่แล้ว!! ในใจเธอร้องขึ้นมาแล้วรีบหันหลังหนี ตำรวจก็รีบเรียกเธอเอาไว้ ตอนแรกเธอก้าวเท้าเร็ว พอตำรวจใกล้ถึงตัวเธอก็รีบวิ่งอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นว่าตอนนี้ไม่ว่ามาเฟียพวกนั้นหรือตำรวจล้วนไว้ใจไม่ได้เลย สองเท้าเปล่ารีบวิ่งไปตามถนนคิดว่าจะรอดมือพวกเขาแล้ว ระหว่างที่กำลังจะพ้นหัวถนนจู่ ๆ ก็มีรถคันหนึ่งมาจอดขวาง
แสงไฟที่ส่องมายังหน้าเธอทำให้เธอรีบหันหลัง แต่ก็มีรถอีกคันมาจอดขวางเหมือนเดิม เธอหันมองอย่างหวาดกลัวได้แต่มองเงาปีศาจที่ก้าวลงจากรถ จากนั้นเมื่อมองเห็นชัดเจนเธอก็รู้ว่าเธอหนีไม่พ้นแน่นอน
“ถ้าคุณอยู่ที่อื่นคุณอาจจะหนีพ้น แต่ในฝรั่งเศสนี้ไม่ว่าคุณไปอยู่ตรงไหนก็ไม่รอดสายตาผม ฉะนั้นขึ้นรถ!” ปลายเสียงเขาเหมือนรำคาญที่เธอทำให้วุ่นวายทั้งเมือง
“ฉันไม่ไป”
คำนั้นทำให้เธอได้เห็นกรามเขาขบเข้าหากันอย่างหมดความอดทน “เธอควรรู้ว่าโทษของการขัดคำสั่งผมเป็นยังไง” เขาเดินขยับเข้าหาเธอ จนใกล้ถึงเมญ่าก็รีบวิ่งไปอีกทาง
แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเขา เธอถูกมาเฟียร้ายแบกขึ้นบ่า สองปากเธอพยายามร้องขอให้คนช่วย แต่ขอโทษ คนพวกนั้นพอเห็นว่าเป็นใครก็ปิดปากเงียบสนิท สายตาเธอยังมองเห็นตำรวจที่ตามมาทำเป็นมองไม่เห็นด้วย
สุดท้ายแล้วเธอก็ถูกเขาจับยัดใส่รถตู้สีดำอีกครั้ง “ปิดกระจก” เสียงเหี้ยมสั่งคนด้านหน้า เธอจึงได้เห็นกระจกระหว่างคนขับกำลังเลื่อนขึ้น ไม่ทันที่เธอจะหาทางหลบเขา สองมือก็โดนกดลงไปกับพื้นเบาะเขาขยับเอียงเธอจากนั้น
เพียะ!! เขากล้าตีก้นเธอ “ทำบ้าอะไร”
เธอถามไม่ได้อยากได้คำตอบ ส่วนเขาก็ยังไม่สะใจจับเธอวางบนขาจากนั้นก็ตีอีก “โอ๊ย เจ็บ!! นายเป็นบ้าอะไร ได้ฉันแล้วก็ปล่อยฉันไปสิ ฉันจะกลับบ้าน”
“บังเอิญไม่เคยมีใครไปก่อนที่ผมจะอนุญาตและบังเอิญเรื่องเมื่อวานที่เราทำกันก็ทำให้ผมรู้สึกว่ายังไม่พอใจเท่าไร”
ถ้าเมื่อวานทำไม่พอใจ เขาจะลากเธอไปกลางแม่น้ำแล้วเอาให้คน ทั้งฝรั่งเศสเห็นหรืออย่างไรถึงจะเรียกว่าพอใจ ไม่ทันจะด่าเขาก็ใช้มือลูบสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ต “หยุดนะ”
“ผมจะดูว่าคุณจะพูดคำนี้อีกนานไหม” คำนั้นเหมือนท้าทายหญิงสาว มือสากลากเข้าไปด้านในกระโปรงเกี่ยวกางเกงในตัวจิ๋วสอดนิ้วเข้าไปหยอกล้อกับขนผืนน้อย เขาลูบเล่นเหมือนกับหยอกล้อกับเด็กน้อย เมญ่ากัดฟัน ก่อนพูดอ่อนลงเรื่อย ๆ “นี่มันในรถนะ”
“ในรถก็ไม่มีใครได้ยินหรอก ยกเว้นว่าคุณจะร้องดังเกินกว่าที่ตัวรถจะกั้นเสียงไว้ได้”
“ฉันไม่ร้อง อ๊ะ” หญิงสาวหันมองเขาที่สอดนิ้วเข้าไป สายตานั้นกำลังยกยิ้มอย่างคนมีชัยเหนือกว่า “เอามันออกไป”
“คุณว่าอะไรนะ ลึกอีก” จบคำเขาก็กดเข้าไปลึกกว่าเดิม เสียงคนอยู่บนตักก็ยิ่งร้องครางหลุดออกมา “ไม่” ยิ่งห้ามเขาก็ยิ่งขยับนิ้ว เสียงรถยังคงแล่นไปไม่มีที่สิ้นสุด จนสุดท้ายแล้วเธอก็ได้แต่ตัวสั่นเทาเพราะนิ้วมือสากกระทำเอาไว้
พอเขาปล่อยเธอ หญิงสาวก็พยายามหนีจากตักเขา คนกระทำจับขาเธอเอาไว้จากนั้นก็ดึงเธอให้นั่งบนตัก “จะไปไหนบทลงโทษยังไม่เริ่มต้นขึ้นเสียหน่อย ถ้าไม่สั่งสอนให้จำเธอก็จะไม่รู้ว่าโทษของการขัดคำสั่งฉัน คืออะไร”
เมญ่าก้มมองเขาที่กำลังปลดเข็มขัดจากนั้นก็ใช้มันมัดมือเธอไว้กับ ที่จับของรถด้านข้าง สองมือรูดซิปกางเกงลงอย่างใจเย็นจับแท่นเนื้อใหญ่ออกจากกายขึ้นมา
หญิงสาวได้มองแล้วก็กลืนน้ำลายลงคอ คิดว่ากว่าเขาจะลงโทษจบเธอคงระบมพอดี....
สุดท้ายเธอก็ถูกลากกลับมาที่เดิม อย่าถามถึงสภาพร่างกายเธอตอนนี้เพราะอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด
เมญ่าคิดว่าตัวเองคงฝันไปหรือว่ากำลังตกอยู่ในคุกกันแน่ สายตาพร่ามัวนั้นลืมตาขึ้นมองเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของชายหนุ่ม เรือนผม ดำขลับ คิ้วดกดำเป็นแพโค้งได้รูป จมูกโด่งสอดรับกับดวงตากลมโต ปากที่ร้อนแรงและหยาบโลนนั้นอวบอิ่มจนทำให้คนมองใบหน้าร้อนผ่าวยามคิดถึงลิ้นร้อนที่สัมผัสกายไปทั่วร่าง
แค่เพียงใบหน้านั้นก็ทำกายเธอร้อนไปทั่วร่าง หากมองต่ำลงมาก็จะมองเห็นแผ่นอกเป็นลอนได้รูป ไหนจะกล้ามที่เป็นมัด ๆ ยามที่จับข้อมือเธอไม่ให้ขยับหนี เลื่อนลงมาที่หน้าท้องแบนราบมีขนขึ้นยาวมาถึงสะดือ สีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับเรือนผมของเขา
หญิงสาวกลืนน้ำลายอีกรอบเมื่อเจ้าของร่างไม่ได้สนใจว่าใครจะมองเมื่อเขาหันหน้ามาเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานที่เธอเคยพบเจอ ท่อนแข็งใหญ่ที่ทำเอาเธอปวดระบมจนแทบจะลุกไม่ไหว ตอนนี้กำลังขยับแกว่งไปมาจนเธออยากจะ...
“อยากกินไหม” คนถูกจ้องมองเอ่ยถาม ทำให้เธอรู้ว่าถูกจับได้แล้วว่าเธอกำลังแอบสำรวจเขาอยู่
“ไม่” เมญ่าตอบเสียงแข็งแล้วหันหน้าไปทางแม่น้ำแซนด์หันมองแสงอาทิตย์ที่กำลังสาดเข้ามาพร้อมกับไอเย็นเฉียบ เธอจึงขยับหยิบผ้าห่มอุ่นขึ้นมาห่มกายที่ไร้เสื้อผ้า ยังนึกสงสัยว่าเขายืนอยู่ได้อย่างไรโดยไม่ใส่เสื้อผ้า
คนฟังมองแล้วส่งเสียงดังฮึในลำคอ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดอ่างน้ำอุ่นขึ้นมาชำระล้างกายหลังจากที่ต้องพ่นน้ำลาวาออกมาตลอด ทั้งคืนในใจได้แต่นึกสงสัยว่าร่างกายนั้นมีอะไรดีถึงทำให้เขาไม่รู้จักเหนื่อย
ตัดมาทางคนที่กำลังอยู่บนเตียงพอเห็นเขาเข้าไปในห้องน้ำนาน เธอก็ขยับลงจากเตียงหยิบผ้ามาสวมใส่แล้วออกไปนอกห้อง หันมองทางขวามือเป็นกระจกและมุมโซฟาที่มองเห็นแม่น้ำ ก่อนจะหันมองตรงหน้า ที่เป็นมุมครัวเล็ก ๆ พอจะมองหากาแฟและเครื่องดื่มน้ำเมาได้
เมญ่าเดินไปแล้วเลือกหยิบกาแฟแทน หันมองเครื่องทำน้ำร้อนก็เทน้ำลงไปแล้วเสียบปลั๊ก คงเพราะเสียงดังด้านนอกห้องเลยทำให้คนที่กำลังอาบน้ำสบายลืมตาขึ้นมาแล้วหยิบผ้าขนหนูมาพันท่อนล่างจากนั้นก็เดินออกมามองอีกคนที่กำลังชงกาแฟอยู่
เมญ่าที่หันมามองพอดียกแก้วกาแฟขึ้นแล้วถาม “กาแฟไหมคะ”
เขารู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายมีท่าทีที่แตกต่างจากเมื่อคืนอย่างเห็น ได้ชัด “เธอจะมาไม้ไหนอีก”
หญิงสาวเดินถือกาแฟมานั่งที่โซฟาแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นเป่า ความร้อนก่อนจะจิบมันทีละนิดให้ความอุ่นร้อนของกาแฟทำให้ร่างกายอบอุ่น “อืมรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย”
คนแปลกใจยังคงเดินตามมาแล้วนั่งฝั่งตรงข้ามหญิงสาว มองอีกฝ่ายที่หันมามองแล้วถามต่อ “คุณเอาไหมฉันจะไปชงให้”
“ผมถามคุณอีกครั้ง คุณเป็นอะไร”
เมญ่าวางแก้วกาแฟแล้วยกใบหน้าเชิดขึ้น “ค่าตัวฉัน และค่าเสียเวลา ค่าเสียความรู้สึก และความเจ็บปวดที่คุณทำ ฉันขอตีเป็นราคา”
เสียงฮึของลูเฟียดังขึ้นอย่างสบประมาทเขาเจอคนแบบนี้มามากตอนแรกคิดว่าเธอดีกว่าคนอื่น ตอนนี้คิดแล้วก็คงไม่ต่างกันเท่าไร
หากแต่คนที่เรียกร้องนั้นกลับคิดว่าตัวเองเสียไปแล้ว หากมานั่ง คร่ำครวญร้องหาความยุติธรรมที่แน่นอนว่าหาไม่ได้แม้แต่ตำรวจก็เท่ากับเสียเวลาเปล่า ในเมื่อเธอเองก็เพิ่งถูกแฟนทิ้งมา แถมเวลาที่จะเรียนในฝรั่งเศสมีถึงเกือบครึ่งปี
เงินจากทางบ้านที่ส่งมาก็น้อยลงเมื่อก่อนเธอสามารถพึ่งพาแฟนได้แต่ตอนนี้คงต้องพึ่งตัวเองก่อน เธอมองเห็นถุงเงินที่พอจะทำให้เธอมีเงินเรียนจนจบ
“เธอต้องการเท่าไร”
เมญ่าคิดมาตลอดทั้งคืนแล้ว “หนึ่งเดือนฉันขอมีอะไรกับคุณแค่ ศุกร์เสาร์อาทิตย์ โดยหนึ่งเดือนฉันจะคิดค่าแรงเดือนละห้าพันยูโร อันนี้ยังไม่รวมของชอปปิงแบรนด์เนม อาหารการกินและจิปาถะอื่น ๆ ส่วนวันจันทร์ถึงพฤหัสบดีฉันต้องไปเรียนและเวลานั้นคุณจะต้องไม่ไปรบกวนฉันหรือแสดงตนว่าเป็นอะไรกับฉันเด็ดขาด”
“ผมไม่ตกลง” เสียงลูเฟียพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ทางใครทางมัน” เมญ่าลุกขึ้นแล้วเดินไปยังประตู เมื่อเปิดออกไปก็พบว่ามีคนยืนอยู่หน้าห้องสองคน คนพวกนั้นใส่ชุดสูทดำสวมแว่นดำและมีปืนพกอยู่ ถ้ามีโลโก้คงแปะที่หน้าผากว่า
“พวกเราคือมาเฟีย”
หญิงสาวปิดประตูแล้วหันกลับมามองเขาที่นั่งอยู่ที่เดิม “ถ้าคุณ ไม่ยอมฉันจะฆ่าตัวตายตอนนี้”
คนถูกขู่ยกมุมปากยิ้มแล้วพูดตอบ “ถ้าคุณอยากตายคุณไม่ปิดประตูนั้นหรอก เดินกลับมาหาผมแล้วฟังว่าผมจะบอกอะไร”
เป็นการวางอำนาจที่ทำให้เธอต้องยอมเขาหนึ่งก้าว เพราะสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นความจริง หากเธออยากตายก็เพียงแค่ก้าวออกไปก็ได้ตายสมใจแล้ว
ดังนั้นแล้วเธอจึงจำต้องเดินกลับไปนั่งที่เดิม มองอีกฝ่ายขยับตัวมาข้างหน้าใช้มือประสานแล้วยกมุมปากยิ้ม
“ผมจะให้เงินตามคุณขอ แต่..” เมญ่ามองใบหน้าที่ราวกับตัวเองเป็นราชสีห์ที่ยิ่งใหญ่ผู้ไม่เคยยอมคน
“ถ้าผมต้องการคุณต้องพร้อมเสมอไม่ว่าจะห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทำงาน หรือแม้แต่ในรถข้างนอกหรือที่ไหนก็ได้ที่ผมอยากทำ ส่วนเรื่องเรียนของคุณนับจากนี้จะมีคนของผมไปส่งและรอรับ คุณห้ามแวะหรือทำกิจกรรมอะไรนอกเหนือเวลาเรียนหากมีปัญหาบอกผมได้เพราะมหาวิทยาลัยที่คุณเรียนเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่บริษัทผมอุปถัมภ์อยู่ ซึ่งแน่นอนถ้าคุณอยากได้ใบประกาศโดยไม่ต้องเรียนก็ได้”
เธอคิดว่าตัวเองเล่นกับไฟกองเล็ก ๆ แต่เปล่าเลยคนตรงหน้าเป็น มาเฟียที่มีอิทธิพลมากของเมืองนี้ ยิ่งรู้แบบนี้เธอก็คิดว่าตัวเองคิดถูกแล้ว ที่ต่อรองกับเขาไม่ใช่วิ่งหนีอย่างเดียว
ชายหนุ่มขยับกลับไปพิงเก้าอี้เหมือนเดิม แล้วยกมือขึ้นตบเพียง ครั้งเดียวคนด้านนอกก็เข้ามาพร้อมกับถาด พวกเขาวางบนโต๊ะกระจก หญิงสาวมองมือถือที่อยู่บนนั้นเป็นแบรนด์ดังผลไม้รุ่นล่าสุด
“มือถือเครื่องใหม่ของคุณ ส่วนมือถือเครื่องเก่าผมทิ้งไปแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าใครที่ต้องโทรหาคุณ หรือคุณโทรหาต้องได้รับการอนุมัติจากผมก่อน”
เมญ่ามองกองไฟขนาดใหญ่ตรงหน้าที่ใกล้จะเผาเธอให้ไหม้จนเหลือแต่กระดูกตอนแรกแค่คิดว่าหาคนเลี้ยงดูจนจบ ตอนนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้ว ครั้นอยากถอยหลังกลับก็ไม่ได้เช่นกันดังนั้นเธอจึงจำต้อง
“ตกลงค่ะ” ช่างมันเรื่องอื่นไว้คิดตอนหลังก็ได้ ตอนนี้เธอสมองตันไปหมดแล้วเมื่อเห็นชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วปลดผ้าขนหนูสีขาวออก พร้อมกับพูดว่า
“ถ้าตกลงก็มากินไอติมโปรดของเธอซะเจน” เรียกเธอชื่ออื่น อีกแล้วแต่เธอก็ต้องทำตามคำสั่งเดินไปแล้วก็คุกเข่าตรงหน้าเขา จากนั้นก็ใช้มือจับท่อนเอ็นร้อนระอุ สายตาของเธอเงยหน้ามองเขาที่ดูทรงอำนาจและเอาแต่ใจก่อนจะมองเขาที่ยกมือขึ้นแล้วกดหัวเธอลงไปบนท่อนเอ็นร้อนจากนั้นก็ขยับขึ้นลงอย่างเอาใจจนเธอหายใจไม่ทัน
ใครบอกว่าเล่นกับไฟมันง่าย ตอนนี้เธอขอเถียงขาดใจ!!
จัดการเรื่องยุ่งยาก
หลังจากเมื่อคืนเขาก็บินไปอิตาลีทันทีแล้วต่อสายหามาร์กัส เพื่อเจรจาร่วมมือ
“ลูเฟีย” มาร์กัสรับสายหลังจากออกมาจากบ้านพักของนายพล อาร์มาร์โด้ ก่อนจะขึ้นเรือเพื่อไปยังจุดหมายต่อไป สถานที่นัดหมายของ พวกเราคือ ร้านอาหารพื้นเมืองในเมืองมิลานท่ามกลางความเงียบสงบ ราวกับไร้ผู้คน
ห้องอาหารด้านในสุดมีทายาทมาเฟียสองคนกำลังนั่งอยู่ด้านใน จึงชวนให้บรรยากาศดูเงียบยิ่งกว่าเดิม คิดว่าลมหายใจก็แทบจะไม่กล้าหายใจ
สองหนุ่มหันมองไปยังอีกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ฟาเบียนที่นั่งเหงื่อตกก็ขยับเคลื่อนตัวให้มีเสียงขึ้นมา หันมองด้านนอกก็มีคนคุ้มกันแน่นร้านอาหาร
“หลักฐานถูกบันทึกที่หน้ากล้องของจารมีน ตอนนั้นเขาเอาไป แต่เอาไปเก็บที่ไหน ผมเองก็ไม่แน่ใจ”
ลูเฟียฟังฟาเบียนพูดเป็นครั้งที่สิบ ถึงจารมีนจะเป็นลุงเขา และเลี้ยงเขามากับมือ ฝึกและทำให้เขากลายเป็นคนเลือดเย็นอย่างที่เขาต้องการ หากแต่เขาก็ไม่เชื่อสนิทใจเท่าไร
“ลุงพูดแบบนี้ลอย ๆ แล้วจะให้ผมเชื่อสนิทใจได้ยังไง”
สายตาฟาเบียนดูกังวล “ใช่ ๆ ตอนเกิดเรื่องมีอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย”
สองหนุ่มเอนไปยังด้านหน้าโต๊ะ เพื่อรอฟังรายชื่อที่เขาบอก “ลูแบร์”
ลูเฟียถึงกับขมวดคิ้ว “ลุงพูดถึงอะไรกับคนตาย”
ใช่ลูแบร์ตายไปเมื่อห้าปีก่อน แต่เขากลับได้ยินเสียงหัวเราะของ ฟาเบียน “หึ ใครบอก”
หมายความว่าอย่างไร “หากเขาไม่แกล้งตาย ก็คงได้ตายจริง ๆ เพราะเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เขาบอกความจริงเรื่องฐานะคุณชายแล้ว เขาก็คิดที่จะทวงตำแหน่งให้คุณชาย คิดจะขโมยหลักฐานออกมาได้แต่ถูกจับได้เสียก่อน ตอนนั้นเขาถูกตามล่าพร้อมกับหลักฐานอย่างหนัก สุดท้ายก็ตกหน้าผาไปแต่โชคดีที่ไม่ตาย ลูแบร์จึงสร้างศพปลอมขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองหายไปจากโลกนี้ แบบนั้นแล้วถึงจะหนีรอดจากมือของจารมีนได้ ถ้าหลักฐานไม่ถูกทำลายใต้หน้าผานั้น ก็แสดงว่าตอนนี้ยังอยู่ที่ลูแบร์”
“แล้วจะหาเขาได้ที่ไหน” มาร์กัสเป็นคนพูดแทรกขึ้นมา
ฟาเบียนเหมือนลังเล แต่ก็ยอมบอก “ชายแดนฝรั่งเศส เวียลาเต (Via Lattea)”
ดูเหมือนงานนี้เราจะต้องเตรียมเสื้อกันหนาวเยอะหน่อยแล้ว มาร์กัสหันมองลูเฟีย ก่อนที่พวกเราทั้งหมดจะเริ่มออกเดินทาง
วันนี้เป็นวันดีที่เธอได้ออกจากอะพาร์ตเมนต์ห้องนั้นหลังจากที่เขาใช้เธอจนเกินราคาที่เรียกร้องเสียอีก ในใจเมญ่าบ่นอุบรู้แบบนี้เรียกให้แพงกว่านั้นดีกว่า
เสียงรถจอดเทียบริมถนน เธอหันมองป้ายร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ที่อยู่ตรงหน้า ไม่นานก็มีคนมาเปิดประตูให้เธอลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้านแห่งนั้น
วันนี้เธออารมณ์ดีมากที่เขาไม่อยู่ ได้ยินที่คุยโทรศัพท์เหมือนจะออกไปชายแดนฝรั่งเศสอิตาลี ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะไปไหนก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ ตอนนี้ร่างกายเธอแทบจะหมดแบตเตอรี่คิดว่าหลังจากชอปปิงเสร็จจะเข้าร้านให้นวดสักสองสามชั่วโมง
พนักงานร้านเปิดประตูให้เธอเข้าไป เมื่อเข้าไปก็มีพนักงานผมสีทองยืนยิ้มอยู่พร้อมกับพูดว่า “คุณลูเฟียโทรมาแล้วค่ะ เชิญคุณเมญ่าเลือกได้ตามสบายเลย”
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสูงอีกนิดจากนั้นก็เริ่มกวาดตั้งแต่ราวแรก เสียงพนักงานที่อยู่ด้านหลังก็พูดขึ้น “อันนี้ไซซ์คุณเมญ่า น่าจะใส่ไม่ได้นะคะ”
“ใส่ไม่ได้ก็เอาให้ขอทานแทน” ในเมื่อใช้ร่างกายเธอจนแทบเดิน ไม่ไหวเธอก็ต้องใช้เงินเขาให้คุ้มหน่อย พนักงานได้ยินก็ยิ้มอย่างยินดีรีบเข้าไปรับเสื้อผ้าทีละราว พอเห็นว่าเยอะก็ขอตัว
“ดิฉันขอตัวไปตามพนักงานคนอื่นก่อนนะคะ เชิญคุณเมญ่าเลือกต่อเลยค่ะ” เมญ่าหันมองไปยังพนักงานที่รีบวิ่งไปด้านในอย่างดีใจ เธอจึงหันกลับมามองเสื้อผ้าราวที่สองสายตามองเห็นเสื้อโค้ตสีขาวที่อยากได้มานาน ก็หยิบขึ้นมามองแล้วใช้มือลูบจับขนนุ่มอุ่น
“เป็นขนแกะจากอิตาลี ดีไซน์โดยนักออกแบบชื่อดังซึ่งแน่นอน เธอคงไม่รู้จัก” คนพูดเดินมาแล้วก็ถือวิสาสะดึงเสื้อที่เธอถือไปมองจากนั้นก็หยิบดูป้ายราคา
“มีปัญญาจ่ายหรือยังไง” มุมปากอีกฝ่ายเหยียดชัดเจน จนเมญ่ารู้สึกคันยิบแต่ก็อยากทำให้อีกฝ่ายสำนึกก็เลยพูดกลับ
“ฉันจะมีปัญญาจ่ายหรือไม่มีปัญญาจ่ายแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอนีน่า”
เจ้าของชื่อหัวเราะขำจากนั้นก็ขว้างเสื้อใส่หน้าเธอ “อย่างเธอคงต้องไปขายตัวสักร้อยครั้งถึงจะซื้อมันได้ อ้อไม่สิฉันว่าชาตินี้คงไม่มีปัญญาเพราะคนที่จ่ายเงินให้เธอไม่มีแล้วใช่ไหม”
เมญ่ามองคนตรงหน้า เรื่องที่เธอกับแฟนหนุ่ม ราฟาเอลเลิกกันนั้นไม่มีใครได้รู้เลยยกเว้นแต่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่ทำให้พวกเราสองคน เลิกกันและตอนนี้เธอก็รู้สาเหตุแล้ว
ที่ผ่านมานีน่าพยายามแซะเธอทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการเรียน ตลอดจนการคบเพื่อนในห้อง กีดกันและคอยแกล้งเธอสารพัดแต่ทุกครั้งก็จะมี ราฟาเอลคอยช่วยเหลือเธอเสมอ
ทำให้เธอยอมคบหากับราฟาเอล แต่เพียงเพราะว่าเหตุผลบางอย่างเลยทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนไป จนถึงตอนนี้เธอก็ทราบสาเหตุ
นีน่าดูจะสะใจที่ทำให้เธอเงียบและดูเหมือนตัวแข็งจึงเดินเข้าไป แล้วใช้ “เท้า” เหยียบที่เสื้อโค้ตชุดนั้นจนเสื้อสีขาวเปื้อนดินเป็นสีดำ
“ว่ายังไงตกลงมีปัญญาจ่ายใช่ไหม อันที่จริงแล้วมันก็แค่เศษเงินเท่านั้น” นีน่าเปิดกระเป๋าแล้วหยิบบัตรขึ้นมาจากนั้นก็โบก
เมญ่าจำบัตรใบนั้นได้ดี นึกเสียดายที่ตอนนั้นเธอปฏิเสธราฟาเอลไปเลยทำให้ไม่ได้ถลุงเงินเขาจนหมดเนื้อหมดตัว
“เดี๋ยวฉันจ่ายให้เองเธอไม่ต้องกลัวหรอกนะเพื่อนรัก” คำว่าเพื่อนรักดูแล้วจะทิ่มแทงใจเธอเข้าไปอีก
เมญ่ามองอีกฝ่ายที่เดินไปยังหุ่นที่ยืนอยู่กลางร้าน มีพนักงานอีกคนที่ออกมาจากด้านหลังซึ่งไม่ใช่คนที่ต้อนรับเธอเข้ามาทักทายนีน่าก่อนจะหยิบเสื้อคลุมสีน้ำตาลนั้นมาสวมใส่ “เธอว่าสวยไหม” คนกวนประสาทยังคงหันมายิ้มแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ไม่นานพนักงานที่ต้อนรับเธอก็ออกมาสีหน้าอีกฝ่ายตกใจเมื่อเห็นเสื้อโค้ตบนพื้นพร้อมกับรอยเปื้อน เมญ่าหันมองไปทางนีน่าแล้วพูด
“ฉันเหมาเสื้อผ้าทั้งหมดในร้าน และเสื้อตัวนั้นที่เธอใส่ด้วย อ้อ อีกอย่างถ้าคุณเอามาไม่ได้ฉันก็จะยกเลิกเสื้อทั้งหมดที่สั่งไป”
นีน่าอ้าปากกว้างหันมองสีหน้าพนักงานจากนั้นก็....
“กรี๊ด” นีน่าถูกโยนออกจากร้านเสื้อแบรนด์ดัง เธอกระทืบเท้าโวยวายกลับ “เธอจะมีปัญญาจ่ายได้ยังไง บ้าไปแล้วที่เชื่อผู้หญิงแบบนั้น” หากแต่ประตูร้านกลับเปิดออกพร้อมกับพนักงานทั้งหมดของร้านเดินถือเสื้อผ้าไปยังรถสีดำหรูที่จอดเทียบอยู่หน้าร้าน
นีน่าหันมองป้ายทะเบียนที่มีสีแตกต่างจากสีรถทั่วไป ป้ายแบบนี้ส่วนมากจะเป็นของประธานาธิบดี นักการเมือง หรือนักธุรกิจที่มีเงินเท่านั้น สายตานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังเมื่ออีกฝ่ายออกมาก็พูดด้วยคำหยาบ
“ขายตัวให้ใกล้ตายใช่ไหมถึงได้มีเงินมากขนาดนี้”
เมญ่ายกไหล่แล้วยิ้ม “คงงั้นมั้ง” เธอไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะเอาเธอไปนินทาอะไรอีก ในเมื่อตอนนี้เธอมีเงินและคนคุ้มครองอยู่ คิดว่า ถ้ารำคาญมากก็อ้อนให้เขา สั่งให้ลูกน้องไปจับนีน่ามาตัดลิ้นเสียก็สิ้นเรื่อง
เมื่อประตูรถปิดลงเธอก็หัวเราะออกมา ในใจก็คิดว่ามีเงินก็เหมือนเป็นพระเจ้า วันนี้เธอพึ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้คำว่ามีเงินมีทุกสิ่งจริง ๆ
“เดี๋ยวแวะที่ร้านสปาด้วยฉันจะอยู่ที่ร้านสักสามชั่วโมง พวกนายก็หาร้านกาแฟนั่งกินแถวนี้แล้วกัน” คนที่พึ่งจะมีคนติดตามอย่างไรก็ติดนิสัยเกรงใจและมีน้ำใจคนไทยอยู่ จึงหยิบเงินสดจำนวนหนึ่งส่งให้พวกเขาจากนั้นก็ลงจากรถเข้าร้านสปาไทยต่อ
ความเป็นไทยอยู่ได้ทั่วโลกเมื่อก่อนอยากจะมานวดก็ต้องเก็บเงินประหยัดหลายเดือน มาตอนนี้คิดว่าจะมาสักอาทิตย์ละครั้งหรือว่าถ้าเขาใช้งานมากเธอจะมาทุกวันแล้วกัน
“น้องเมญ่าวันนี้ไม่เรียนเหรอ” คนถูกทักเงยหน้ามองพี่ยี่หวาเจ้าของร้านสปาที่อายุประมาณสามสิบกว่า ใบหน้ายิ้มแย้มพูดทักเป็นภาษาไทย ทำให้เธอยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเหมือนเจอพี่สาวอีกคน ในต่างแดน
เมญ่าเงยหน้ามองปฏิทิน “วันนี้ปวดหัวค่ะเลยอยากมาหาพี่ยี่หวา ให้ช่วยนวดหน่อย”
ยี่หวามาโอบเอวหญิงสาวแล้วพาเข้าไปด้านใน มีพนักงานไทยอีกคนที่เป็นลูกจ้างจะมารับลูกค้าหญิงสาวก็ยกมือขึ้น
“คนนี้พี่จัดการเอง” พนักงานรับคำแล้วเดินไปอีกห้องหนึ่งปล่อยให้พวกเราอยู่กันสองคน
เมญ่าหันมองหญิงสาวคนนั้นที่อายุไล่เลี่ยกัน “เด็กใหม่หรือคะ เมย์ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“อืม คนใหม่ คนก่อนหน้าอยู่ได้เดือนเดียวเองก็สเต็ปเดิมนวดไปนวดมาก็นาบกันไปจากนั้นก็ชวนกันไปอยู่ไปกินที่อื่นต่อ พี่เลยต้องหาคนใหม่”
ยี่หวาเดินไปจุดเทียนสปาจากนั้นก็หันมาทางหญิงสาวที่กำลังถอดเสื้อผ้าออก พอเห็นแผ่นหลังนั้นก็ยกมือขึ้นตกใจ “น้องเมย์หนูไปโดนตัวอะไรมา”
คำว่าตัวอะไรทำให้เมญ่าหัวเราะ เพราะตัวนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหนไม่รู้ ไม่รู้ว่าตายหรือยัง พอคิดถึงก็พาลทำให้แช่งทุกรอบเสียจนได้
“ตัวแข็งและใหญ่พอตัวค่ะพี่ยี่หวา”
คำตอบทำให้คนฟังรู้ทัน “อะ แบบนี้ต้องเล่าให้หมด” ยี่หวายิ้มอย่างมีเลศนัยจากนั้นก็คอยรับฟังเรื่องราวจากเมญ่าตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าจากที่ยิ้มก็ค่อย ๆ หุบยิ้มแล้วพูดตบท้ายให้หญิงสาวคิด
“ตระกูลฌองดักซ์ถือว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลต่อเมืองนี้มาก แค่พูดชื่อขึ้นมาแม้แต่ตำรวจก็หัวหดกันหมด ถ้าเราคิดจะเล่นกับไฟกองใหญ่ขนาดนี้ พี่ว่าวางแผนทางหนีทีไล่ก็ดีนะ ไม่อย่างนั้นพี่กลัวว่าแม้แต่ชื่อก็คงหายไปแน่นอน”
พูดจนเธอขนลุกขึ้นมาทันที การนวดวันนี้ดูไร้ผลเหมือนจะยิ่งหนักกว่าเดิม เมญ่าถอนใจแล้วถามกลับ
“แล้วเมย์ต้องทำยังไงคะ”
ยี่หวาที่อยู่ในเมืองนี้มาหลายปี “ก่อนอื่นในเมื่อเขาให้เงินน้องเมย์ น้องเมย์ก็เก็บออมหน่อยอย่าใช้จนหมด แบ่งส่วนหนึ่งแอบซื้อบ้านสักหลังไว้เป็นที่หลบภัยก่อนที่จะออกนอกประเทศหากต้องหนี”
คำว่าต้องหนีทำให้เมญ่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว “และที่สำคัญพยายามหาคนที่อยู่ใกล้ชิดเขา ทำให้เขาเชื่อใจและเห็นใจถ้าเกิดอะไรขึ้น เขาอาจจะช่วยน้องเมย์หนีได้”
เป็นคำแนะนำที่ดีและเมญ่าก็น้อมรับไปใช้ในแผนหนีในอนาคตเช่นกัน หญิงสาวยกมือขึ้นขอบคุณอีกฝ่ายจากนั้นก็ส่งเงินมากกว่าปกติให้ ยี่หวายิ้มนับเงินที่ถูกต้องแล้วส่งกลับ
“พี่บอกแล้วว่าต้องเก็บออมเอาไว้ให้มาก” เธอเป็นห่วงหญิงสาว จริง ๆ ไม่ได้คิดหลอกให้อีกฝ่ายหนักใจเลยสักนิด
“ค่ะ ไว้เมย์จะมานวดใหม่” เมญ่าเดินไปแต่งตัวหลังฉากจากนั้นก็ออกมาด้านนอก กำลังจะเดินออกจากร้านก็เจอจุดไต้ตำตอพอดี
“ราฟาเอล” อดีตแฟนหนุ่มที่มาคนเดียว เมญ่าถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อขยับเข้าใกล้พี่ยี่หวาอย่างระวังภัยจากอดีตแฟนหนุ่ม
“เมย์ ทำไมคุณไม่รับโทรศัพท์ผม สามวันแล้วที่คุณหายไป ผมติดต่อไม่ได้ไปหาที่หอพักรูมเมตคุณก็บอกว่าคุณไม่กลับไปสามวันแล้ว รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงคุณขนาดไหน เนี่ยผมพึ่งนึกได้ว่าคุณชอบมานวดที่นี่บ่อย ๆ ก็เลยลองมาดูไม่คิดว่าจะเจอคุณจริง ๆ”
เขาพูดพลางก็ขยับเดินหาเธอพลาง เมญ่าเห็นแบบนั้นก็รีบขยับไปอยู่ด้านหลังพี่ยี่หวาแทน “พวกเราเลิกกันแล้ว ฉันจะไปอยู่ที่ไหน หรือนาย จะไปกับใครก็เป็นเรื่องของใครของมัน นับจากนี้พวกเราไม่ต้องคุยกันอีก”
หากแต่เสียงอีกฝ่ายเหมือนสั่นเครือ “คนบอกเลิกคือเมย์คนเดียว ผมไม่ได้ยอมเลิกเสียหน่อย ส่วนเรื่องนีน่าผมยอมรับว่าผมผิดแต่แค่ครั้งเดียวเองนะเมย์ คุณให้อภัยผมไม่ได้เหรอ ตลอดเวลาหนึ่งปีนี้ไม่มีความหมายกับคุณเลยใช่ไหม”
เธอเหมือนจะอ่อนลงแววตามีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด หากแต่
กริ๊ง เสียงมือถือดังขัดจังหวะทำให้เธอรีบเปิดกระเป๋าแล้วมองชื่อ ที่ปรากฏ “เจ้าชีวิต”
ใครเป็นคนคิดชื่อนี้!! แน่นอนว่าต้องเป็นเขาแน่นอน
“ค่ะ”
“คุณอยู่ไหน”
“ฉันอยู่ร้านนวดค่ะ กำลังจะกลับแล้ว” เธอตอบแค่นั้นมองอดีตแฟนหนุ่มที่กำลังสนใจในใจก็ภาวนาให้อีกฝ่ายอย่าพูดขึ้นมาเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเธองานเข้าแน่ เมื่อคิดได้เมญ่าก็รีบวางสาย “ฉันจ่ายตังค์ก่อนนะคะเอาไว้กลับไปแล้ว...” ค่อยโทรหา นั้นอยู่ในลำคอเมื่อราฟาเอลที่ไม่ปล่อยให้เธอว่างงานพูดขึ้น
“เมย์คุยกับใคร แล้วมือถือนั่นของใครผมขอดูหน่อย” พูดจบก็เดินเข้ามาจะชิงมือถือ ยี่หวาเจ้าของร้านต้องรีบเข้ามาขวางเอาไว้ ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะแตะถึงมือเมญ่าก็มีคนเปิดประตูเข้ามาแล้วยกปืนขึ้น
“ถ้าแกกล้าแตะต้องคุณเมญ่าแม้แต่ปลายเล็บ รับรองมือแกได้ขาดแน่” เสียงนั้นพูดจบก็มีเสียงปลดไกปืน
ถามว่าตอนนี้พวกเราอยู่อย่างไร คนกระทำตอนนี้ก็อ้าปากค้างแล้วยกมือค้างเอาไว้ ส่วนพี่ยี่หวาก็รู้งานรีบผลักเธอไปทางบอดีการ์ดที่เธอพึ่งเห็นหน้าครั้งแรก ปล่อยให้อีกฝ่ายพาเธอขึ้นรถอีกคันหนึ่ง
“ผมเทเลอร์ครับ ต่อไปจะมาเป็นบอดีการ์ดให้คุณเมญ่าชั่วคราวก่อนที่จะหาคนใหม่ได้ครับ”
จากตำแหน่งผู้ช่วยมือขวาเขาก็ถูกลดขั้นให้มาเป็นบอดีการ์ดคู่ควงเจ้านายแทน เทเลอร์แม้จะบ่นในใจแต่ก็ยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างเพียงแต่ ไม่เข้าใจว่าปากเจ้านายบอกว่าไม่สนใจ แต่ทำไมถึงให้เขาเฝ้าตามด้วยก็ไม่ทราบ
“คราวนี้ไม่ต้องไปกับฉันที่ชายแดน ฉันมีงานให้แกทำอีกงานหนึ่ง”
ตอนแรกเขาคิดว่าจะได้รับงานที่สำคัญกว่าแต่ที่ไหนได้ต้องสะกดรอยตามหญิงสาวไม่ให้คลาดสายตา ซึ่งเป็นงานที่เขาไม่ชอบที่สุดเพราะผู้หญิงพวกนี้ล้วนงี่เง่าน่าเบื่อน่ารำคาญ
“ถึงเจ้านายจะให้ผมมาดูแลคุณ แต่ผมบอกก่อนนะครับว่าผม ไม่ตามใจคุณเด็ดขาด ฉะนั้นถ้าจะงี่เง่ากับผม ผมจะจัดการคุณก่อนเจ้านายแน่”
เมญ่าหันมองคนพูด นี่มันลูกน้องพันธุ์ไหนกันแน่!!