ลูเฟียวางมือถือที่มีรูปพวกเขาสองคนลงไป จากนั้นก็หันมอง คนเป็นพ่อที่ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ จารมีน เพราะว่าพ่อจริง ๆ ของเขาก็คือ ดาริโอ ชายผู้ซึ่งถูกมาร์โกพ่อของเจด้าฆ่าตายด้วยมือต่างหาก
ก่อนหน้าที่เขาจะรู้ความจริงนั้น เขากับเจด้าค่อนข้างสนิทกันพอสมควร แต่พอรู้ว่าอีกฝ่ายฆ่าพ่อตัวเอง เขาก็ถอยห่างโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องยอมรับว่าเขารักเธอไปแล้ว และตอนนี้ ก็ยอมรับจริง ๆ ว่าไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไรหัวใจของเจด้าก็ไม่มีให้เขา อีกเช่นกัน
เสียงดนตรีที่กำลังกึกก้องอยู่เบื้องหน้าทำให้เขารู้สึกรำคาญใจ จึงลุกขึ้นมองไปยังกระจกตรงหน้าเพื่อมองไปยังนักท่องเที่ยวราตรียามค่ำคืนกำลังโยกย้ายสะบัดท่ามกลางแสงสีและแสงไฟ สายตาเขาสะดุดตากับผู้หญิงคนหนึ่ง
รูปร่างท่าทางคล้ายกับเจด้าหญิงที่เขารักเหลือเกิน อีกฝ่ายกำลังโยกย้ายเต้นตามจังหวะด้วยชุดเดรสสั้นสีแดงเกาะอก ผู้ชายที่อยู่ใกล้เมื่อเห็นก็รีบไปคว้าเอวมากอด
แต่หญิงสาวแทนที่จะดีใจกลับโวยวายแล้วรีบผลักเขาออกจากตัว จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซเดินได้ไม่นานก็รู้สึกรำคาญรองเท้าส้นสูง จึงถอดทิ้งแล้วเดินเท้าเปล่า
ลูเฟียรู้สึกถูกใจจึงยกมือเรียกเทเลอร์บอดีการ์ดรู้ใจ “ผู้หญิงคนนั้นพาไปที่คลับเฮาส์ส่วนตัวด้วย”
“ครับ” เทเลอร์รับคำจากนั้นก็รีบทำตามคำสั่ง อันที่จริงถ้าเธอได้สติไม่เมาก็คงจะยากหน่อย แต่นี่พอพวกเขาขวางทางคิดจะปิดปากหญิงสาวก็ล้มหมดสติพอดี
จังหวะทุกอย่างมันได้ และพวกเขาก็ทำงานสบายที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลยด้วยซ้ำ ไม่นานหญิงสาวก็ถูกพาไปยังคลับเฮาส์ส่วนตัวของนายที่อยู่ใกล้แม่น้ำแซนด์
เมญ่าลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่ตามตัว สมองตอนนี้ของเธอรู้สึกปวดตึบทั้งศีรษะ จำได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในผับแล้วถูกคนลวนลาม จึงออกมาข้างนอกคิดจะสูดอากาศ
แล้วเธอมาทำอะไรตรงนี้บนเตียงนุ่มที่ตอนนี้มีผู้ชายอยู่บนตัว!!!
“คุณทำอะไรน่ะ” เมญ่าตกใจพูดภาษาไทยออกไปอย่างลืมตัว พอเห็นว่าเขาคล้ายคนฝรั่งเศสจึงพูดภาษาฝรั่งเศสแทน แต่อีกฝ่ายก็ยังนิ่งเงียบเธอจึงพูดภาษาอิตาลีต่อ
สุดท้ายเธอก็ใช้เรี่ยวแรงที่มีพยายามผลักเขาออก แต่มือหนาที่จับกดมือเธอลงบนเตียง แม้เธอพยายามแกะเท่าไรก็แกะไม่ออกนะสิ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” เธอเริ่มโมโหพอก้มมองสภาพตัวเองก็ยิ่งโมโหใหญ่ เพราะตอนนี้กางเกงในตัวจิ๋วลอยลิ่วจากเจ้าของแล้ว
“คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้ ฉันไม่ยอม” ไม่รู้จะภาษาไหนหาเหวอย่างไรตอนนี้เธอก็ไม่สน แต่เขาก็ไม่สนเช่นกันเมื่อยกตัวขึ้นแล้วถอดซิปกางเกง เธอที่หลุดจากมือเขาก็พยายามจะหนีเขาก็ใช้หัวเข่ากดขาเธอให้อยู่กับที่ ก่อนจะโน้มตัวลงมาแล้วใช้โซ่ที่อยู่บนหัวเตียงล็อกเอาไว้
“ชอบให้ใช้กำลังอยู่เรื่อย อยู่ดี ๆ ก็ไม่ได้ แต่บังเอิญฉันชอบแบบนี้ด้วยสินะ ดิ้นเลยดิ้นอีกสิ”
อีกฝ่ายพ่นภาษาฝรั่งเศสให้เธอก่อนตบท้ายด้วย “ผมชอบคนไทย” ที่เป็นภาษาไทยชัดเจน!!
ชอบคนไทยแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยไม่ทราบ “คนไทยมีทั่วปารีสคุณก็ไปฉุดคนอื่นสิไม่ใช่ฉัน”
“ไม่เอาฉันถูกใจเธอ แต่ถ้าพรุ่งนี้ก็ไม่แน่หลังจากฉันกินคุณหนำใจแล้ว”
“บ้า!!” เขาต้องสติไม่ดีแน่ ๆ แต่เธอตอนนี้ที่อยู่ในสภาพโดนขัง มือทั้งสองข้าง อยากจะหลุดให้พ้นมือเขาก็ไม่ได้เสียแล้ว
แถมตอนนี้อาวุธของเขาก็พร้อมรบชูช่อเท่าลำแขนเธอ ไม่สิรู้สึกว่าจะใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ถ้าเธอโดนเจ้านั่นได้ตายศพไม่สวยแน่
“ไม่เอา ฉันจะแจ้งตำรวจถ้าออกไป”
“เชิญเลยเพราะตำรวจพวกนั้นล้วนรับเงินฉันทั้งนั้น”
บ้าไปแล้วแม้แต่ตำรวจก็พึ่งไม่ได้ “แถมดีไม่ดีถ้าคุณเดินออกไป ทั้งสภาพแบบนี้รับรองไม่ได้มีผัวคนเดียวแน่”
“ไอ้บ้า!!” เมญ่าพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากโซ่แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไรมันก็ยิ่งแน่นกว่าเดิม สุดท้ายแล้วก็เหนื่อยหอบเปล่า
เธอมองคนตรงหน้า หน้าตาก็ไม่เลวร้ายอะไร ส่วนเธอก็ถูกแฟน ที่คบกันมาหนึ่งปีหักหลังนอนกับเพื่อนสนิทอย่างเลือดเย็น มาถึงตอนนี้ เธอจะสนใจอะไรอีกในเมื่อมีเนื้อสเต๊กชิ้นงามให้มากินถึงที่
ขอสักคืน พรุ่งนี้แยกย้ายกันคนละทิศทางพวกเราก็คงไม่ได้มาพบเจอกันอีก พอคิดได้แบบนี้เธอก็เลยเลิกดิ้นรนให้เหนื่อย ทำให้คนที่อยากกินเธอรู้สึกพอใจ
“เข้าใจแล้วสินะ พูดง่าย ๆ แบบนี้สิฉันชอบ”
ชอบบ้านแกนะสิ รีบกินรีบกระแทกเข้ามาเร็ว ๆ เข้า เธอจะได้รีบกลับบ้านตัวเอง ง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว
ชายหนุ่มดูเหมือนจะมองเห็นสีหน้ารำคาญของอีกฝ่าย จึงยกขาเธอขึ้นแล้วใช้ท่อนเอ็นจ่อเข้าปากถ้ำ
“เดี๋ยว!!” เมญ่าห้ามอีกฝ่ายแล้วถามอย่างรวดเร็ว
“ไม่คิดจะเล้าโลมเลยหรือ”
ลูเฟียส่ายหน้า “ไม่จำเป็นฉันไม่จูบคนแปลกหน้า”
ไอ้บ้า!! ไม่จูบคนแปลกหน้าแต่เอากับคนแปลกหน้าได้ พูดจบเขาก็ใช้ท่อนเอ็นใหญ่กระแทกเข้าไปพรวดเดียว “อยากอยู่แล้วก็ไม่บอก”
บอกบ้านแกนะสิ เธอไม่ได้อยากเสียหน่อยเพียงแต่อาจจะเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์อาจจะยังคงอยู่ พอได้รับท่อนเอ็นที่ใหญ่เท่ากำปั้นเข้ามา เอวหนาขยับโยกได้ไม่ทันไรน้ำรักของเธอก็ไหลออกมา สามัคคีกับท่อนเอ็นใหญ่ช่วยให้เขารุกล้ำเข้ามามากขึ้น
มากขึ้นที่ว่าคือไม่ถึงครึ่งลำด้วยซ้ำ คนอะไรใหญ่เป็นบ้า แม้แต่แฟนเธอก็ไม่เคยทำเรื่องแบบนี้ พวกเราคบกันก็จริงแต่เธอก็ไม่เคยยอมมอบสิ่งนี้ให้ พอคิดถึงแฟนสารเลวนั้นเธอก็คิดว่าในเมื่อหวงเอาไว้ก็ถูกหักหลังดังนั้นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเล่นตัวอีก
คิด ๆ ไปแล้วโลกนี้ก็มีผู้ชายอีกเยอะ เธอจะได้กินผู้ชายไม่ซ้ำหน้า จะได้สมกับเวลาที่เสียไปถึงหนึ่งปี คนคิดประชดชีวิตเงยหน้ามองคนตรงหน้ามองเขาโยกเอวเร่งขึ้นเรื่อย ๆ
ปากไม่อยากร้องก็ต้องร้องเมื่อท่อนเอ็นทั้งหมดไล่พรวดเข้ามา ได้สำเร็จร่องรักของเธอแน่นจนเบียดขยับตัวไม่ได้ “อ๊ะ” เมญ่าส่งเสียง
ลูเฟียเหมือนชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความคับแน่น แต่เมื่อเห็นหญิงสาวจิกเกร็งครางเสียงต่ำเขาก็คิดว่าคงคิดมากไปเอง เขาคงไม่ใช่คนแรกของเธอแน่ ผู้หญิงแบบนี้ที่ยอมนอนกับคนแปลกหน้าจะไม่เคยได้อย่างไร จากนั้นก็ขยับโยกเอวเข้าใส่ร่องรักที่คับแน่นเสียดสีจนเขารู้สึกพอใจ ไม่นานน้ำรักก็ไหลออกมาหล่อลื่นให้ท่อนเอ็นใหญ่ของเขาขยับตัวได้คล่องขึ้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไม่หยุดพร้อมกับเอวโยกเข้าออกจนเมญ่ารู้สึกว่ากระดูกบาง ๆ ของเธอจะหักเสียตอนนั้น
เมื่ออีกฝ่ายร่วมมือร่วมใจ ลูเฟียก็ปลดโซ่ออกให้ตอนแรกเมญ่ารู้สึกดีใจที่เป็นอิสระ แต่เปล่าเลยเขากลับอุ้มเธอไปยังระเบียงกดเธอให้จับระเบียงเอาไว้แล้วยกสะโพกขึ้นสูง
“เดี๋ยวคนเห็น”
“แล้วยังไงฉันไม่สน”
เขาไม่สนแต่เธอสน สายตาเธอมองไปยังตึกสูงตรงหน้าไม่รู้ว่าตอนนี้มีคนเห็นหนังสดที่เธอแสดงกี่พันคนกัน ปากคิดห้ามปรามแต่เขาก็รู้จังหวะโยกใส่ท่อนเอ็นเข้าไปจากนั้นก็ใช้มือจับหน้าอกบีบนวดคลึงให้เธอคล้อยตาม
อยากจะหยุดก็หยุดไม่ได้ อยากห้ามแต่ใจกลับต้องการท่อนเอ็นของเขา อยากให้เขาเร่งความเร็วขึ้นอีก ขึ้นอีก ขึ้นอีกจนเธอหายใจไม่ออก จากนั้นก็ตายบนอกเขา
สุดท้ายแล้วเขาก็จับเธอผลักเข้ากำแพงด้านข้างจากนั้นก็ยกเธอขึ้นวางบนเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้กัน เอวหนาที่ยังคาท่อนเอ็นใหญ่อยู่ก็ใช้นิ้วสอดเข้าไปอีกรู!!
“ไม่เอา!!” เมญ่าร้องห้ามอีกฝ่าย แต่อีกคนก็ไม่ได้สนใจ ใช้นิ้วสอดลงไปทีละนิด “ไม่เคยละสิ”
เคยบ้านคุณนะสิ ใครเขาทำแบบนี้กันแต่แล้ว “โอ๊ยเจ็บ” นิ้วหนาสอดลงไปเต็มนิ้ว เขาดึงท่อนเอ็นออกแล้วจ่อเข้ารูด้านหลัง
เมญ่าสะดุ้งคิดหนีเขาก็ผลักเธอลงไปกับพื้นระเบียงจากนั้นก็จ่อ ท่อนเอ็นลงไปหมายคิดจะเอารูที่หมายปอง
“ไม่เอาฉันไม่เคย” เมญ่ายอมขอร้องเขาทั้งน้ำตา
ลูเฟียที่เห็นน้ำตาเธอก็นึกถึงใครบางคน จึงยอมหยุดสิ่งที่ตัวเอง จะทำ จากนั้นก็ดึงแขนเธอขึ้นผลักเธอลงเตียงอีกครั้ง
“เรียกตัวเองว่าเจน”
หา!! เธอคิดว่าตัวเองคงสติไม่ดีที่คิดนอนกับคนจับตัวมา เขาต่างหากที่สติไม่ดีคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงอีกคน
“ไม่”
จบคำว่าไม่ลูเฟียก็ใช้มือบีบคางเธอจนแน่น “พูดอีกครั้งสิว่ายังไงนะ”
ตอนนี้กรามเธอแทบจะหักแล้ว “เจน” ถ้าไม่ยอมเขาคงถอนฟันเธอหมดปาก
“ดีแล้วร้องเรียกตัวเองว่าเจน”
อยากให้เธอเป็นคนอื่นได้เธอจะจัดให้ “อ๊ะ” เอวหนาที่กระแทกเข้ามาทำให้เธอร้อง จากนั้นก็เอ่ยปากประชดคนตรงหน้า “เจนเจ็บ” น้ำเสียงอ่อนลงเหมือนกำลังขอความเห็นใจ
ส่วนเขาเองก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะก้มลงจูบเธอ ไหนบอกว่าไม่จูบคนแปลกหน้า แต่แล้วตอนนี้หมายความว่าอย่างไร
หรือเขาคิดว่าตัวเองกำลังจูบผู้หญิงที่ชื่อเจนอยู่ ริมฝีปากสากลากริมฝีปากนุ่มก่อนจะเลื่อนมายังซอกคอ เธอก็ได้ยินเสียงเขาเอ่ยออกมา
“เจนผมรักคุณ” แต่ทำไมคุณถึงรักคนอื่น พอคิดได้ก็เงยหน้าขึ้นจากนั้นก็บีบคอ!!!
เมญ่าจะตายกับคนอารมณ์แปรปรวนตรงหน้า เดี๋ยวก็ทำเป็นรักมาก เดี๋ยวก็ทำเป็นแค้นมาก ถ้าเธอตายวันนี้ตอนนี้ก็ไม่ต้องสงสัยว่าใครจะพบตัว แน่นอนว่าเขาคงโยนเธอลงแม่น้ำแซนด์โดยไม่ไยดีแน่นอน
ตัวแทน
ทุกอย่างควรจบแค่เมื่อคืนไม่ใช่เหรอ เหตุใดเธอถึงยังถูกมัดอยู่ในห้องนี้เช่นเคย สภาพของเธอที่เปลือยเปล่าส่วนเจ้าของห้องกลับไปนั่ง ริมหน้าต่างดื่มเหล้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
สถานการณ์แบบนี้เธอควรรีบหนี แต่ติดตรงมีเชือกพันธนาการเอาไว้ แผ่นหลังนั่นเริ่มขยับเธอเห็นแบบนั้นก็รีบหลับตาทำเป็นหลับไม่รู้เรื่องราว
ในคลับเฮาส์ส่วนตัวของลูเฟียที่อยู่ใกล้แม่น้ำแซนด์ ตอนนี้ลูเฟียกำลังทอดมองผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียง สองมือที่ถูกเชือกมัดอยู่นั้นร่างกายเปลือยเปล่า เขามีความรู้สึกอยากปล่อยเธอแต่แล้วความคิดอีกอย่างก็เข้ามา “ยังไม่สะใจ” มือหนาจึงละมือลงจากนั้นก็ปิดประตูเดินออกไปทันที
สถานที่นัดหมายในคืนนี้คือท่าเรือสินค้าฝั่งตะวันออกของฝรั่งเศส เมื่อไปถึงเขาก็พบผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อเห็นเขาก็ส่งเอกสารมอบให้ไม่พูดสิ่งใดก่อนจะขึ้นรถจากไป
ลูเฟียทิ้งบุหรี่ที่สูบอยู่ลงพื้น เปิดซองเอกสารออกมาก่อนจะอ่านหัวข้อด้านใน “รายชื่อสมาชิกประมูล” เขาปิดซองเก็บไว้ตามเดิมก่อนจะขับรถออกไปเช่นกัน
จากนั้นก็ขับรถไปยังเมืองปารีส เพื่อแวะยังซอกคนจรจัดในตรอกแห่งหนึ่งในถนนคนจร ลูเฟียนั่งอยู่ในรถให้บอดีการ์ด “เทเลอร์นายลงไปดู ว่าอยู่ด้านในไหม ถ้าอยู่ก็ลากมันออกมาให้ได้”
คนของเขาเดินลงไปหาคนคนหนึ่งที่รู้เรื่องการตายของพ่อแท้ ๆ ของเขา “ดาริโอ” ชายที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง และคนที่จะให้คำตอบกับเขาได้ว่าแท้จริงแล้ว พ่อของเขาตายเพราะฝีมือมาร์โก หรือเป็นเพราะถูกวางแผนให้ตายกันแน่...
รอคอยประมาณสิบนาที เทเลอร์ก็หิ้วปีกคนที่เขาต้องการมาจนได้ ลูเฟียลงจากรถจากนั้นก็ย่อตัวมองสภาพของคนไม่ยอมปรากฏตัว
“นายต้องการอะไร”
ลูเฟียมองคนที่ต้องการ บอดีการ์ดคนสนิทของพ่อที่หายตัวไปตั้งแต่พ่อตาย ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายตายไป ถ้าไม่เพราะวันก่อนเห็นอีกฝ่าย มาขอความช่วยเหลือจากบอดีการ์ดคนเก่า ๆ ที่ยังทำงานให้กับจารมีนอยู่
“ลุงฟาเบียนคิดถึงผมไหมครับ”
ฟาเบียนเงยหน้ามองเจ้านายน้อยที่เคยเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก จากนั้น ก็หันไปอีกด้านไอเลือดออกมากองโต เพราะฟัดกับเทเลอร์มารอบหนึ่ง
“นายต้องการอะไร”
ลูเฟียหัวเราะขำ “ไม่เจอกันสิบกว่าปี ผมก็กลายเป็นคนห่างไกลเชียวหรือครับ เมื่อก่อนพ่อผมรักและเชื่อใจลุงมาก ลุงยังจำได้ไหม”
ฟาเบียนเงยหน้ามองลูเฟีย “เรื่องมันจบไปนานแล้ว คุณชายก็ได้รับการเลี้ยงดูจากคุณจารมีนอย่างดี แล้วยังจะต้องการอะไรอีกกับคนไร้ค่า อย่างผม”
“ที่ผมต้องการคือความจริง”
คิ้วฟาเบียนขมวดเข้าหากัน “ความจริงอะไร”
มุมปากลูเฟียยกยิ้มแล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“พ่อผมตายเพราะใครกันแน่”
ดวงตาฟาเบียนเบิกตากว้าง มองเด็กน้อยในวัยเยาว์ที่ตอนนี้เติบโตขึ้นเป็นมาเฟียตัวร้ายอีกคนดูเหมือนความลับที่ผ่านมาคงต้องเปิดเผยแล้ว
“ผมต้องการให้คุณชายรับรองความปลอดภัยของผม”
อย่างไรเขาก็รักชีวิตตัวเอง แต่ก็รู้เช่นกันว่าการกลับไปครั้งนี้อาจจะไม่เหลือชีวิตรอดก็ได้...
“ผมรับปาก” ลูเฟียเชื่อว่าตัวเองจะลากคนร้ายจริง ๆ ออกมาให้ได้แน่นอน
ในเมื่อบรรลุจุดประสงค์ในคืนนี้แล้วเขาก็ควรกลับห้องได้สักที หากแต่เมื่อกลับไปถึงห้องก็พบว่าหญิงสาวที่เปลือยเปล่าอยู่บนเตียงหายไป
ตอนออกไปเขาไม่ได้ทิ้งคนของเขาไว้สักคน เพราะคิดว่าเธอคงไม่มีปัญญาที่จะหนีไปได้ มาถึงตอนนี้เขาก็คิดผิดจริง ๆ สองมือกำแน่น อย่าคิดมาเล่นกับมาเฟียแบบเขาเด็ดขาด
“ส่งคนออกไปตามให้ทั่วหากไม่พบพวกแกเตรียมถูกควักลูกตา ได้เลย”
คนที่ไม่รู้จักเขาอาจจะคิดว่าเขาพูดเล่น แต่ลูกน้องเขารู้ว่าอีกฝ่ายพูดจริงทำจริง ดังนั้นไม่ว่าพลิกแผ่นดินทั่วทั้งฝรั่งเศสเท่าไรพวกเขาก็จะหา ให้พบ
คนที่กำลังหลบหนีมาเฟียตอนนี้ใส่เพียงเสื้อเชิ้ตของคนที่ข่มเหงเธอเมื่อคืน อย่าถามถึงสภาพเสื้อผ้าเธอว่าอยู่ไหน ก็กองอยู่บนพื้นห้องที่ไม่เหลือสภาพดีที่จะใส่ได้ ก่อนจะหยิบกางเกงในตัวจิ๋วขึ้นมาใส่
เมญ่าพยายามหาที่ซ่อนคิดจะกลับไปยังที่พักของตนเองก็กลัวว่าเขาจะตามเจอ สายตาพยายามมองหาโทรศัพท์หรือขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่รู้จะไปหาใคร
เท้าเปลือยเปล่าเดินไปจนถึงหน้าสถานีตำรวจ ในเมื่อตำรวจมีไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชนตาดำ ๆ เธอคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะช่วยเธอได้ ร่างบางเดินเข้าไปด้านใน
เสียงประตูดังขึ้นทำให้ตำรวจที่อยู่ด้านหน้าหันมอง สภาพหญิงสาวที่กำลังกอดอกสวมเสื้อตัวบางในสภาพอากาศที่หนาวจัด เดินไปหาตำรวจแล้วพูด “ฉันมาแจ้งความ”
สีหน้าตำรวจดูเคร่งเครียดจากนั้นก็ถามรายละเอียดต่อ
“คุณแจ้งความเรื่องอะไร”
“ลักพาตัว กักขัง และข่มขืน” เธอกัดฟันพูดคำสุดท้ายออกมาด้วยความทรมาน แม้ว่าตอนที่พวกเราอยู่บนเตียงเธอจะมีอารมณ์คล้อยตาม แต่คนแบบนั้นควรได้รับโทษบ้าง
“ไม่ทราบว่าคุณจำคนร้ายได้ไหม” เมญ่าขมวดคิ้วแล้วตอบ “จำได้” ระหว่างเสียงในทีวีก็ดังขึ้น เมื่อเธอหันมองก็พบว่าชายคนที่กระทำนั้นอยู่ในทีวี “คนนั้นค่ะ” เธอชี้ให้ตำรวจดู
อีกฝ่ายก็หันมองจากที่หน้าเครียดอยู่แล้วก็เครียดกว่าเดิม ไม่ทันจะถามอะไรเธอต่อก็มีโทรศัพท์ดังขึ้น เมญ่าพยายามมองตำรวจคนนั้นที่กำลังมองมาที่เธอ “ใช่ครับเธออยู่นี่”
แย่แล้ว!! ในใจเธอร้องขึ้นมาแล้วรีบหันหลังหนี ตำรวจก็รีบเรียกเธอเอาไว้ ตอนแรกเธอก้าวเท้าเร็ว พอตำรวจใกล้ถึงตัวเธอก็รีบวิ่งอย่างรวดเร็ว
กลายเป็นว่าตอนนี้ไม่ว่ามาเฟียพวกนั้นหรือตำรวจล้วนไว้ใจไม่ได้เลย สองเท้าเปล่ารีบวิ่งไปตามถนนคิดว่าจะรอดมือพวกเขาแล้ว ระหว่างที่กำลังจะพ้นหัวถนนจู่ ๆ ก็มีรถคันหนึ่งมาจอดขวาง
แสงไฟที่ส่องมายังหน้าเธอทำให้เธอรีบหันหลัง แต่ก็มีรถอีกคันมาจอดขวางเหมือนเดิม เธอหันมองอย่างหวาดกลัวได้แต่มองเงาปีศาจที่ก้าวลงจากรถ จากนั้นเมื่อมองเห็นชัดเจนเธอก็รู้ว่าเธอหนีไม่พ้นแน่นอน
“ถ้าคุณอยู่ที่อื่นคุณอาจจะหนีพ้น แต่ในฝรั่งเศสนี้ไม่ว่าคุณไปอยู่ตรงไหนก็ไม่รอดสายตาผม ฉะนั้นขึ้นรถ!” ปลายเสียงเขาเหมือนรำคาญที่เธอทำให้วุ่นวายทั้งเมือง
“ฉันไม่ไป”
คำนั้นทำให้เธอได้เห็นกรามเขาขบเข้าหากันอย่างหมดความอดทน “เธอควรรู้ว่าโทษของการขัดคำสั่งผมเป็นยังไง” เขาเดินขยับเข้าหาเธอ จนใกล้ถึงเมญ่าก็รีบวิ่งไปอีกทาง
แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นเขา เธอถูกมาเฟียร้ายแบกขึ้นบ่า สองปากเธอพยายามร้องขอให้คนช่วย แต่ขอโทษ คนพวกนั้นพอเห็นว่าเป็นใครก็ปิดปากเงียบสนิท สายตาเธอยังมองเห็นตำรวจที่ตามมาทำเป็นมองไม่เห็นด้วย
สุดท้ายแล้วเธอก็ถูกเขาจับยัดใส่รถตู้สีดำอีกครั้ง “ปิดกระจก” เสียงเหี้ยมสั่งคนด้านหน้า เธอจึงได้เห็นกระจกระหว่างคนขับกำลังเลื่อนขึ้น ไม่ทันที่เธอจะหาทางหลบเขา สองมือก็โดนกดลงไปกับพื้นเบาะเขาขยับเอียงเธอจากนั้น
เพียะ!! เขากล้าตีก้นเธอ “ทำบ้าอะไร”
เธอถามไม่ได้อยากได้คำตอบ ส่วนเขาก็ยังไม่สะใจจับเธอวางบนขาจากนั้นก็ตีอีก “โอ๊ย เจ็บ!! นายเป็นบ้าอะไร ได้ฉันแล้วก็ปล่อยฉันไปสิ ฉันจะกลับบ้าน”
“บังเอิญไม่เคยมีใครไปก่อนที่ผมจะอนุญาตและบังเอิญเรื่องเมื่อวานที่เราทำกันก็ทำให้ผมรู้สึกว่ายังไม่พอใจเท่าไร”
ถ้าเมื่อวานทำไม่พอใจ เขาจะลากเธอไปกลางแม่น้ำแล้วเอาให้คน ทั้งฝรั่งเศสเห็นหรืออย่างไรถึงจะเรียกว่าพอใจ ไม่ทันจะด่าเขาก็ใช้มือลูบสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ต “หยุดนะ”
“ผมจะดูว่าคุณจะพูดคำนี้อีกนานไหม” คำนั้นเหมือนท้าทายหญิงสาว มือสากลากเข้าไปด้านในกระโปรงเกี่ยวกางเกงในตัวจิ๋วสอดนิ้วเข้าไปหยอกล้อกับขนผืนน้อย เขาลูบเล่นเหมือนกับหยอกล้อกับเด็กน้อย เมญ่ากัดฟัน ก่อนพูดอ่อนลงเรื่อย ๆ “นี่มันในรถนะ”
“ในรถก็ไม่มีใครได้ยินหรอก ยกเว้นว่าคุณจะร้องดังเกินกว่าที่ตัวรถจะกั้นเสียงไว้ได้”
“ฉันไม่ร้อง อ๊ะ” หญิงสาวหันมองเขาที่สอดนิ้วเข้าไป สายตานั้นกำลังยกยิ้มอย่างคนมีชัยเหนือกว่า “เอามันออกไป”
“คุณว่าอะไรนะ ลึกอีก” จบคำเขาก็กดเข้าไปลึกกว่าเดิม เสียงคนอยู่บนตักก็ยิ่งร้องครางหลุดออกมา “ไม่” ยิ่งห้ามเขาก็ยิ่งขยับนิ้ว เสียงรถยังคงแล่นไปไม่มีที่สิ้นสุด จนสุดท้ายแล้วเธอก็ได้แต่ตัวสั่นเทาเพราะนิ้วมือสากกระทำเอาไว้
พอเขาปล่อยเธอ หญิงสาวก็พยายามหนีจากตักเขา คนกระทำจับขาเธอเอาไว้จากนั้นก็ดึงเธอให้นั่งบนตัก “จะไปไหนบทลงโทษยังไม่เริ่มต้นขึ้นเสียหน่อย ถ้าไม่สั่งสอนให้จำเธอก็จะไม่รู้ว่าโทษของการขัดคำสั่งฉัน คืออะไร”
เมญ่าก้มมองเขาที่กำลังปลดเข็มขัดจากนั้นก็ใช้มันมัดมือเธอไว้กับ ที่จับของรถด้านข้าง สองมือรูดซิปกางเกงลงอย่างใจเย็นจับแท่นเนื้อใหญ่ออกจากกายขึ้นมา
หญิงสาวได้มองแล้วก็กลืนน้ำลายลงคอ คิดว่ากว่าเขาจะลงโทษจบเธอคงระบมพอดี....
สุดท้ายเธอก็ถูกลากกลับมาที่เดิม อย่าถามถึงสภาพร่างกายเธอตอนนี้เพราะอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด
เมญ่าคิดว่าตัวเองคงฝันไปหรือว่ากำลังตกอยู่ในคุกกันแน่ สายตาพร่ามัวนั้นลืมตาขึ้นมองเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของชายหนุ่ม เรือนผม ดำขลับ คิ้วดกดำเป็นแพโค้งได้รูป จมูกโด่งสอดรับกับดวงตากลมโต ปากที่ร้อนแรงและหยาบโลนนั้นอวบอิ่มจนทำให้คนมองใบหน้าร้อนผ่าวยามคิดถึงลิ้นร้อนที่สัมผัสกายไปทั่วร่าง
แค่เพียงใบหน้านั้นก็ทำกายเธอร้อนไปทั่วร่าง หากมองต่ำลงมาก็จะมองเห็นแผ่นอกเป็นลอนได้รูป ไหนจะกล้ามที่เป็นมัด ๆ ยามที่จับข้อมือเธอไม่ให้ขยับหนี เลื่อนลงมาที่หน้าท้องแบนราบมีขนขึ้นยาวมาถึงสะดือ สีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับเรือนผมของเขา
หญิงสาวกลืนน้ำลายอีกรอบเมื่อเจ้าของร่างไม่ได้สนใจว่าใครจะมองเมื่อเขาหันหน้ามาเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานที่เธอเคยพบเจอ ท่อนแข็งใหญ่ที่ทำเอาเธอปวดระบมจนแทบจะลุกไม่ไหว ตอนนี้กำลังขยับแกว่งไปมาจนเธออยากจะ...
“อยากกินไหม” คนถูกจ้องมองเอ่ยถาม ทำให้เธอรู้ว่าถูกจับได้แล้วว่าเธอกำลังแอบสำรวจเขาอยู่
“ไม่” เมญ่าตอบเสียงแข็งแล้วหันหน้าไปทางแม่น้ำแซนด์หันมองแสงอาทิตย์ที่กำลังสาดเข้ามาพร้อมกับไอเย็นเฉียบ เธอจึงขยับหยิบผ้าห่มอุ่นขึ้นมาห่มกายที่ไร้เสื้อผ้า ยังนึกสงสัยว่าเขายืนอยู่ได้อย่างไรโดยไม่ใส่เสื้อผ้า
คนฟังมองแล้วส่งเสียงดังฮึในลำคอ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดอ่างน้ำอุ่นขึ้นมาชำระล้างกายหลังจากที่ต้องพ่นน้ำลาวาออกมาตลอด ทั้งคืนในใจได้แต่นึกสงสัยว่าร่างกายนั้นมีอะไรดีถึงทำให้เขาไม่รู้จักเหนื่อย
ตัดมาทางคนที่กำลังอยู่บนเตียงพอเห็นเขาเข้าไปในห้องน้ำนาน เธอก็ขยับลงจากเตียงหยิบผ้ามาสวมใส่แล้วออกไปนอกห้อง หันมองทางขวามือเป็นกระจกและมุมโซฟาที่มองเห็นแม่น้ำ ก่อนจะหันมองตรงหน้า ที่เป็นมุมครัวเล็ก ๆ พอจะมองหากาแฟและเครื่องดื่มน้ำเมาได้
เมญ่าเดินไปแล้วเลือกหยิบกาแฟแทน หันมองเครื่องทำน้ำร้อนก็เทน้ำลงไปแล้วเสียบปลั๊ก คงเพราะเสียงดังด้านนอกห้องเลยทำให้คนที่กำลังอาบน้ำสบายลืมตาขึ้นมาแล้วหยิบผ้าขนหนูมาพันท่อนล่างจากนั้นก็เดินออกมามองอีกคนที่กำลังชงกาแฟอยู่
เมญ่าที่หันมามองพอดียกแก้วกาแฟขึ้นแล้วถาม “กาแฟไหมคะ”
เขารู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายมีท่าทีที่แตกต่างจากเมื่อคืนอย่างเห็น ได้ชัด “เธอจะมาไม้ไหนอีก”
หญิงสาวเดินถือกาแฟมานั่งที่โซฟาแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นเป่า ความร้อนก่อนจะจิบมันทีละนิดให้ความอุ่นร้อนของกาแฟทำให้ร่างกายอบอุ่น “อืมรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย”
คนแปลกใจยังคงเดินตามมาแล้วนั่งฝั่งตรงข้ามหญิงสาว มองอีกฝ่ายที่หันมามองแล้วถามต่อ “คุณเอาไหมฉันจะไปชงให้”
“ผมถามคุณอีกครั้ง คุณเป็นอะไร”
เมญ่าวางแก้วกาแฟแล้วยกใบหน้าเชิดขึ้น “ค่าตัวฉัน และค่าเสียเวลา ค่าเสียความรู้สึก และความเจ็บปวดที่คุณทำ ฉันขอตีเป็นราคา”
เสียงฮึของลูเฟียดังขึ้นอย่างสบประมาทเขาเจอคนแบบนี้มามากตอนแรกคิดว่าเธอดีกว่าคนอื่น ตอนนี้คิดแล้วก็คงไม่ต่างกันเท่าไร
หากแต่คนที่เรียกร้องนั้นกลับคิดว่าตัวเองเสียไปแล้ว หากมานั่ง คร่ำครวญร้องหาความยุติธรรมที่แน่นอนว่าหาไม่ได้แม้แต่ตำรวจก็เท่ากับเสียเวลาเปล่า ในเมื่อเธอเองก็เพิ่งถูกแฟนทิ้งมา แถมเวลาที่จะเรียนในฝรั่งเศสมีถึงเกือบครึ่งปี
เงินจากทางบ้านที่ส่งมาก็น้อยลงเมื่อก่อนเธอสามารถพึ่งพาแฟนได้แต่ตอนนี้คงต้องพึ่งตัวเองก่อน เธอมองเห็นถุงเงินที่พอจะทำให้เธอมีเงินเรียนจนจบ
“เธอต้องการเท่าไร”
เมญ่าคิดมาตลอดทั้งคืนแล้ว “หนึ่งเดือนฉันขอมีอะไรกับคุณแค่ ศุกร์เสาร์อาทิตย์ โดยหนึ่งเดือนฉันจะคิดค่าแรงเดือนละห้าพันยูโร อันนี้ยังไม่รวมของชอปปิงแบรนด์เนม อาหารการกินและจิปาถะอื่น ๆ ส่วนวันจันทร์ถึงพฤหัสบดีฉันต้องไปเรียนและเวลานั้นคุณจะต้องไม่ไปรบกวนฉันหรือแสดงตนว่าเป็นอะไรกับฉันเด็ดขาด”
“ผมไม่ตกลง” เสียงลูเฟียพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ทางใครทางมัน” เมญ่าลุกขึ้นแล้วเดินไปยังประตู เมื่อเปิดออกไปก็พบว่ามีคนยืนอยู่หน้าห้องสองคน คนพวกนั้นใส่ชุดสูทดำสวมแว่นดำและมีปืนพกอยู่ ถ้ามีโลโก้คงแปะที่หน้าผากว่า
“พวกเราคือมาเฟีย”
หญิงสาวปิดประตูแล้วหันกลับมามองเขาที่นั่งอยู่ที่เดิม “ถ้าคุณ ไม่ยอมฉันจะฆ่าตัวตายตอนนี้”
คนถูกขู่ยกมุมปากยิ้มแล้วพูดตอบ “ถ้าคุณอยากตายคุณไม่ปิดประตูนั้นหรอก เดินกลับมาหาผมแล้วฟังว่าผมจะบอกอะไร”
เป็นการวางอำนาจที่ทำให้เธอต้องยอมเขาหนึ่งก้าว เพราะสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นความจริง หากเธออยากตายก็เพียงแค่ก้าวออกไปก็ได้ตายสมใจแล้ว
ดังนั้นแล้วเธอจึงจำต้องเดินกลับไปนั่งที่เดิม มองอีกฝ่ายขยับตัวมาข้างหน้าใช้มือประสานแล้วยกมุมปากยิ้ม
“ผมจะให้เงินตามคุณขอ แต่..” เมญ่ามองใบหน้าที่ราวกับตัวเองเป็นราชสีห์ที่ยิ่งใหญ่ผู้ไม่เคยยอมคน
“ถ้าผมต้องการคุณต้องพร้อมเสมอไม่ว่าจะห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทำงาน หรือแม้แต่ในรถข้างนอกหรือที่ไหนก็ได้ที่ผมอยากทำ ส่วนเรื่องเรียนของคุณนับจากนี้จะมีคนของผมไปส่งและรอรับ คุณห้ามแวะหรือทำกิจกรรมอะไรนอกเหนือเวลาเรียนหากมีปัญหาบอกผมได้เพราะมหาวิทยาลัยที่คุณเรียนเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่บริษัทผมอุปถัมภ์อยู่ ซึ่งแน่นอนถ้าคุณอยากได้ใบประกาศโดยไม่ต้องเรียนก็ได้”
เธอคิดว่าตัวเองเล่นกับไฟกองเล็ก ๆ แต่เปล่าเลยคนตรงหน้าเป็น มาเฟียที่มีอิทธิพลมากของเมืองนี้ ยิ่งรู้แบบนี้เธอก็คิดว่าตัวเองคิดถูกแล้ว ที่ต่อรองกับเขาไม่ใช่วิ่งหนีอย่างเดียว
ชายหนุ่มขยับกลับไปพิงเก้าอี้เหมือนเดิม แล้วยกมือขึ้นตบเพียง ครั้งเดียวคนด้านนอกก็เข้ามาพร้อมกับถาด พวกเขาวางบนโต๊ะกระจก หญิงสาวมองมือถือที่อยู่บนนั้นเป็นแบรนด์ดังผลไม้รุ่นล่าสุด
“มือถือเครื่องใหม่ของคุณ ส่วนมือถือเครื่องเก่าผมทิ้งไปแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าใครที่ต้องโทรหาคุณ หรือคุณโทรหาต้องได้รับการอนุมัติจากผมก่อน”
เมญ่ามองกองไฟขนาดใหญ่ตรงหน้าที่ใกล้จะเผาเธอให้ไหม้จนเหลือแต่กระดูกตอนแรกแค่คิดว่าหาคนเลี้ยงดูจนจบ ตอนนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้ว ครั้นอยากถอยหลังกลับก็ไม่ได้เช่นกันดังนั้นเธอจึงจำต้อง
“ตกลงค่ะ” ช่างมันเรื่องอื่นไว้คิดตอนหลังก็ได้ ตอนนี้เธอสมองตันไปหมดแล้วเมื่อเห็นชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วปลดผ้าขนหนูสีขาวออก พร้อมกับพูดว่า
“ถ้าตกลงก็มากินไอติมโปรดของเธอซะเจน” เรียกเธอชื่ออื่น อีกแล้วแต่เธอก็ต้องทำตามคำสั่งเดินไปแล้วก็คุกเข่าตรงหน้าเขา จากนั้นก็ใช้มือจับท่อนเอ็นร้อนระอุ สายตาของเธอเงยหน้ามองเขาที่ดูทรงอำนาจและเอาแต่ใจก่อนจะมองเขาที่ยกมือขึ้นแล้วกดหัวเธอลงไปบนท่อนเอ็นร้อนจากนั้นก็ขยับขึ้นลงอย่างเอาใจจนเธอหายใจไม่ทัน
ใครบอกว่าเล่นกับไฟมันง่าย ตอนนี้เธอขอเถียงขาดใจ!!
จัดการเรื่องยุ่งยาก
หลังจากเมื่อคืนเขาก็บินไปอิตาลีทันทีแล้วต่อสายหามาร์กัส เพื่อเจรจาร่วมมือ
“ลูเฟีย” มาร์กัสรับสายหลังจากออกมาจากบ้านพักของนายพล อาร์มาร์โด้ ก่อนจะขึ้นเรือเพื่อไปยังจุดหมายต่อไป สถานที่นัดหมายของ พวกเราคือ ร้านอาหารพื้นเมืองในเมืองมิลานท่ามกลางความเงียบสงบ ราวกับไร้ผู้คน
ห้องอาหารด้านในสุดมีทายาทมาเฟียสองคนกำลังนั่งอยู่ด้านใน จึงชวนให้บรรยากาศดูเงียบยิ่งกว่าเดิม คิดว่าลมหายใจก็แทบจะไม่กล้าหายใจ
สองหนุ่มหันมองไปยังอีกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ฟาเบียนที่นั่งเหงื่อตกก็ขยับเคลื่อนตัวให้มีเสียงขึ้นมา หันมองด้านนอกก็มีคนคุ้มกันแน่นร้านอาหาร
“หลักฐานถูกบันทึกที่หน้ากล้องของจารมีน ตอนนั้นเขาเอาไป แต่เอาไปเก็บที่ไหน ผมเองก็ไม่แน่ใจ”
ลูเฟียฟังฟาเบียนพูดเป็นครั้งที่สิบ ถึงจารมีนจะเป็นลุงเขา และเลี้ยงเขามากับมือ ฝึกและทำให้เขากลายเป็นคนเลือดเย็นอย่างที่เขาต้องการ หากแต่เขาก็ไม่เชื่อสนิทใจเท่าไร
“ลุงพูดแบบนี้ลอย ๆ แล้วจะให้ผมเชื่อสนิทใจได้ยังไง”
สายตาฟาเบียนดูกังวล “ใช่ ๆ ตอนเกิดเรื่องมีอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย”
สองหนุ่มเอนไปยังด้านหน้าโต๊ะ เพื่อรอฟังรายชื่อที่เขาบอก “ลูแบร์”
ลูเฟียถึงกับขมวดคิ้ว “ลุงพูดถึงอะไรกับคนตาย”
ใช่ลูแบร์ตายไปเมื่อห้าปีก่อน แต่เขากลับได้ยินเสียงหัวเราะของ ฟาเบียน “หึ ใครบอก”
หมายความว่าอย่างไร “หากเขาไม่แกล้งตาย ก็คงได้ตายจริง ๆ เพราะเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่เขาบอกความจริงเรื่องฐานะคุณชายแล้ว เขาก็คิดที่จะทวงตำแหน่งให้คุณชาย คิดจะขโมยหลักฐานออกมาได้แต่ถูกจับได้เสียก่อน ตอนนั้นเขาถูกตามล่าพร้อมกับหลักฐานอย่างหนัก สุดท้ายก็ตกหน้าผาไปแต่โชคดีที่ไม่ตาย ลูแบร์จึงสร้างศพปลอมขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองหายไปจากโลกนี้ แบบนั้นแล้วถึงจะหนีรอดจากมือของจารมีนได้ ถ้าหลักฐานไม่ถูกทำลายใต้หน้าผานั้น ก็แสดงว่าตอนนี้ยังอยู่ที่ลูแบร์”
“แล้วจะหาเขาได้ที่ไหน” มาร์กัสเป็นคนพูดแทรกขึ้นมา
ฟาเบียนเหมือนลังเล แต่ก็ยอมบอก “ชายแดนฝรั่งเศส เวียลาเต (Via Lattea)”
ดูเหมือนงานนี้เราจะต้องเตรียมเสื้อกันหนาวเยอะหน่อยแล้ว มาร์กัสหันมองลูเฟีย ก่อนที่พวกเราทั้งหมดจะเริ่มออกเดินทาง
วันนี้เป็นวันดีที่เธอได้ออกจากอะพาร์ตเมนต์ห้องนั้นหลังจากที่เขาใช้เธอจนเกินราคาที่เรียกร้องเสียอีก ในใจเมญ่าบ่นอุบรู้แบบนี้เรียกให้แพงกว่านั้นดีกว่า
เสียงรถจอดเทียบริมถนน เธอหันมองป้ายร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ที่อยู่ตรงหน้า ไม่นานก็มีคนมาเปิดประตูให้เธอลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในร้านแห่งนั้น
วันนี้เธออารมณ์ดีมากที่เขาไม่อยู่ ได้ยินที่คุยโทรศัพท์เหมือนจะออกไปชายแดนฝรั่งเศสอิตาลี ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะไปไหนก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ ตอนนี้ร่างกายเธอแทบจะหมดแบตเตอรี่คิดว่าหลังจากชอปปิงเสร็จจะเข้าร้านให้นวดสักสองสามชั่วโมง
พนักงานร้านเปิดประตูให้เธอเข้าไป เมื่อเข้าไปก็มีพนักงานผมสีทองยืนยิ้มอยู่พร้อมกับพูดว่า “คุณลูเฟียโทรมาแล้วค่ะ เชิญคุณเมญ่าเลือกได้ตามสบายเลย”
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสูงอีกนิดจากนั้นก็เริ่มกวาดตั้งแต่ราวแรก เสียงพนักงานที่อยู่ด้านหลังก็พูดขึ้น “อันนี้ไซซ์คุณเมญ่า น่าจะใส่ไม่ได้นะคะ”
“ใส่ไม่ได้ก็เอาให้ขอทานแทน” ในเมื่อใช้ร่างกายเธอจนแทบเดิน ไม่ไหวเธอก็ต้องใช้เงินเขาให้คุ้มหน่อย พนักงานได้ยินก็ยิ้มอย่างยินดีรีบเข้าไปรับเสื้อผ้าทีละราว พอเห็นว่าเยอะก็ขอตัว
“ดิฉันขอตัวไปตามพนักงานคนอื่นก่อนนะคะ เชิญคุณเมญ่าเลือกต่อเลยค่ะ” เมญ่าหันมองไปยังพนักงานที่รีบวิ่งไปด้านในอย่างดีใจ เธอจึงหันกลับมามองเสื้อผ้าราวที่สองสายตามองเห็นเสื้อโค้ตสีขาวที่อยากได้มานาน ก็หยิบขึ้นมามองแล้วใช้มือลูบจับขนนุ่มอุ่น
“เป็นขนแกะจากอิตาลี ดีไซน์โดยนักออกแบบชื่อดังซึ่งแน่นอน เธอคงไม่รู้จัก” คนพูดเดินมาแล้วก็ถือวิสาสะดึงเสื้อที่เธอถือไปมองจากนั้นก็หยิบดูป้ายราคา
“มีปัญญาจ่ายหรือยังไง” มุมปากอีกฝ่ายเหยียดชัดเจน จนเมญ่ารู้สึกคันยิบแต่ก็อยากทำให้อีกฝ่ายสำนึกก็เลยพูดกลับ
“ฉันจะมีปัญญาจ่ายหรือไม่มีปัญญาจ่ายแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอนีน่า”
เจ้าของชื่อหัวเราะขำจากนั้นก็ขว้างเสื้อใส่หน้าเธอ “อย่างเธอคงต้องไปขายตัวสักร้อยครั้งถึงจะซื้อมันได้ อ้อไม่สิฉันว่าชาตินี้คงไม่มีปัญญาเพราะคนที่จ่ายเงินให้เธอไม่มีแล้วใช่ไหม”
เมญ่ามองคนตรงหน้า เรื่องที่เธอกับแฟนหนุ่ม ราฟาเอลเลิกกันนั้นไม่มีใครได้รู้เลยยกเว้นแต่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่ทำให้พวกเราสองคน เลิกกันและตอนนี้เธอก็รู้สาเหตุแล้ว
ที่ผ่านมานีน่าพยายามแซะเธอทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการเรียน ตลอดจนการคบเพื่อนในห้อง กีดกันและคอยแกล้งเธอสารพัดแต่ทุกครั้งก็จะมี ราฟาเอลคอยช่วยเหลือเธอเสมอ
ทำให้เธอยอมคบหากับราฟาเอล แต่เพียงเพราะว่าเหตุผลบางอย่างเลยทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนไป จนถึงตอนนี้เธอก็ทราบสาเหตุ
นีน่าดูจะสะใจที่ทำให้เธอเงียบและดูเหมือนตัวแข็งจึงเดินเข้าไป แล้วใช้ “เท้า” เหยียบที่เสื้อโค้ตชุดนั้นจนเสื้อสีขาวเปื้อนดินเป็นสีดำ
“ว่ายังไงตกลงมีปัญญาจ่ายใช่ไหม อันที่จริงแล้วมันก็แค่เศษเงินเท่านั้น” นีน่าเปิดกระเป๋าแล้วหยิบบัตรขึ้นมาจากนั้นก็โบก
เมญ่าจำบัตรใบนั้นได้ดี นึกเสียดายที่ตอนนั้นเธอปฏิเสธราฟาเอลไปเลยทำให้ไม่ได้ถลุงเงินเขาจนหมดเนื้อหมดตัว
“เดี๋ยวฉันจ่ายให้เองเธอไม่ต้องกลัวหรอกนะเพื่อนรัก” คำว่าเพื่อนรักดูแล้วจะทิ่มแทงใจเธอเข้าไปอีก
เมญ่ามองอีกฝ่ายที่เดินไปยังหุ่นที่ยืนอยู่กลางร้าน มีพนักงานอีกคนที่ออกมาจากด้านหลังซึ่งไม่ใช่คนที่ต้อนรับเธอเข้ามาทักทายนีน่าก่อนจะหยิบเสื้อคลุมสีน้ำตาลนั้นมาสวมใส่ “เธอว่าสวยไหม” คนกวนประสาทยังคงหันมายิ้มแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ไม่นานพนักงานที่ต้อนรับเธอก็ออกมาสีหน้าอีกฝ่ายตกใจเมื่อเห็นเสื้อโค้ตบนพื้นพร้อมกับรอยเปื้อน เมญ่าหันมองไปทางนีน่าแล้วพูด
“ฉันเหมาเสื้อผ้าทั้งหมดในร้าน และเสื้อตัวนั้นที่เธอใส่ด้วย อ้อ อีกอย่างถ้าคุณเอามาไม่ได้ฉันก็จะยกเลิกเสื้อทั้งหมดที่สั่งไป”
นีน่าอ้าปากกว้างหันมองสีหน้าพนักงานจากนั้นก็....
“กรี๊ด” นีน่าถูกโยนออกจากร้านเสื้อแบรนด์ดัง เธอกระทืบเท้าโวยวายกลับ “เธอจะมีปัญญาจ่ายได้ยังไง บ้าไปแล้วที่เชื่อผู้หญิงแบบนั้น” หากแต่ประตูร้านกลับเปิดออกพร้อมกับพนักงานทั้งหมดของร้านเดินถือเสื้อผ้าไปยังรถสีดำหรูที่จอดเทียบอยู่หน้าร้าน
นีน่าหันมองป้ายทะเบียนที่มีสีแตกต่างจากสีรถทั่วไป ป้ายแบบนี้ส่วนมากจะเป็นของประธานาธิบดี นักการเมือง หรือนักธุรกิจที่มีเงินเท่านั้น สายตานั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังเมื่ออีกฝ่ายออกมาก็พูดด้วยคำหยาบ
“ขายตัวให้ใกล้ตายใช่ไหมถึงได้มีเงินมากขนาดนี้”
เมญ่ายกไหล่แล้วยิ้ม “คงงั้นมั้ง” เธอไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะเอาเธอไปนินทาอะไรอีก ในเมื่อตอนนี้เธอมีเงินและคนคุ้มครองอยู่ คิดว่า ถ้ารำคาญมากก็อ้อนให้เขา สั่งให้ลูกน้องไปจับนีน่ามาตัดลิ้นเสียก็สิ้นเรื่อง
เมื่อประตูรถปิดลงเธอก็หัวเราะออกมา ในใจก็คิดว่ามีเงินก็เหมือนเป็นพระเจ้า วันนี้เธอพึ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้คำว่ามีเงินมีทุกสิ่งจริง ๆ
“เดี๋ยวแวะที่ร้านสปาด้วยฉันจะอยู่ที่ร้านสักสามชั่วโมง พวกนายก็หาร้านกาแฟนั่งกินแถวนี้แล้วกัน” คนที่พึ่งจะมีคนติดตามอย่างไรก็ติดนิสัยเกรงใจและมีน้ำใจคนไทยอยู่ จึงหยิบเงินสดจำนวนหนึ่งส่งให้พวกเขาจากนั้นก็ลงจากรถเข้าร้านสปาไทยต่อ
ความเป็นไทยอยู่ได้ทั่วโลกเมื่อก่อนอยากจะมานวดก็ต้องเก็บเงินประหยัดหลายเดือน มาตอนนี้คิดว่าจะมาสักอาทิตย์ละครั้งหรือว่าถ้าเขาใช้งานมากเธอจะมาทุกวันแล้วกัน
“น้องเมญ่าวันนี้ไม่เรียนเหรอ” คนถูกทักเงยหน้ามองพี่ยี่หวาเจ้าของร้านสปาที่อายุประมาณสามสิบกว่า ใบหน้ายิ้มแย้มพูดทักเป็นภาษาไทย ทำให้เธอยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะเหมือนเจอพี่สาวอีกคน ในต่างแดน
เมญ่าเงยหน้ามองปฏิทิน “วันนี้ปวดหัวค่ะเลยอยากมาหาพี่ยี่หวา ให้ช่วยนวดหน่อย”
ยี่หวามาโอบเอวหญิงสาวแล้วพาเข้าไปด้านใน มีพนักงานไทยอีกคนที่เป็นลูกจ้างจะมารับลูกค้าหญิงสาวก็ยกมือขึ้น
“คนนี้พี่จัดการเอง” พนักงานรับคำแล้วเดินไปอีกห้องหนึ่งปล่อยให้พวกเราอยู่กันสองคน
เมญ่าหันมองหญิงสาวคนนั้นที่อายุไล่เลี่ยกัน “เด็กใหม่หรือคะ เมย์ไม่เคยเห็นมาก่อน”
“อืม คนใหม่ คนก่อนหน้าอยู่ได้เดือนเดียวเองก็สเต็ปเดิมนวดไปนวดมาก็นาบกันไปจากนั้นก็ชวนกันไปอยู่ไปกินที่อื่นต่อ พี่เลยต้องหาคนใหม่”
ยี่หวาเดินไปจุดเทียนสปาจากนั้นก็หันมาทางหญิงสาวที่กำลังถอดเสื้อผ้าออก พอเห็นแผ่นหลังนั้นก็ยกมือขึ้นตกใจ “น้องเมย์หนูไปโดนตัวอะไรมา”
คำว่าตัวอะไรทำให้เมญ่าหัวเราะ เพราะตัวนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหนไม่รู้ ไม่รู้ว่าตายหรือยัง พอคิดถึงก็พาลทำให้แช่งทุกรอบเสียจนได้
“ตัวแข็งและใหญ่พอตัวค่ะพี่ยี่หวา”
คำตอบทำให้คนฟังรู้ทัน “อะ แบบนี้ต้องเล่าให้หมด” ยี่หวายิ้มอย่างมีเลศนัยจากนั้นก็คอยรับฟังเรื่องราวจากเมญ่าตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าจากที่ยิ้มก็ค่อย ๆ หุบยิ้มแล้วพูดตบท้ายให้หญิงสาวคิด
“ตระกูลฌองดักซ์ถือว่าเป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพลต่อเมืองนี้มาก แค่พูดชื่อขึ้นมาแม้แต่ตำรวจก็หัวหดกันหมด ถ้าเราคิดจะเล่นกับไฟกองใหญ่ขนาดนี้ พี่ว่าวางแผนทางหนีทีไล่ก็ดีนะ ไม่อย่างนั้นพี่กลัวว่าแม้แต่ชื่อก็คงหายไปแน่นอน”
พูดจนเธอขนลุกขึ้นมาทันที การนวดวันนี้ดูไร้ผลเหมือนจะยิ่งหนักกว่าเดิม เมญ่าถอนใจแล้วถามกลับ
“แล้วเมย์ต้องทำยังไงคะ”
ยี่หวาที่อยู่ในเมืองนี้มาหลายปี “ก่อนอื่นในเมื่อเขาให้เงินน้องเมย์ น้องเมย์ก็เก็บออมหน่อยอย่าใช้จนหมด แบ่งส่วนหนึ่งแอบซื้อบ้านสักหลังไว้เป็นที่หลบภัยก่อนที่จะออกนอกประเทศหากต้องหนี”
คำว่าต้องหนีทำให้เมญ่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว “และที่สำคัญพยายามหาคนที่อยู่ใกล้ชิดเขา ทำให้เขาเชื่อใจและเห็นใจถ้าเกิดอะไรขึ้น เขาอาจจะช่วยน้องเมย์หนีได้”
เป็นคำแนะนำที่ดีและเมญ่าก็น้อมรับไปใช้ในแผนหนีในอนาคตเช่นกัน หญิงสาวยกมือขึ้นขอบคุณอีกฝ่ายจากนั้นก็ส่งเงินมากกว่าปกติให้ ยี่หวายิ้มนับเงินที่ถูกต้องแล้วส่งกลับ
“พี่บอกแล้วว่าต้องเก็บออมเอาไว้ให้มาก” เธอเป็นห่วงหญิงสาว จริง ๆ ไม่ได้คิดหลอกให้อีกฝ่ายหนักใจเลยสักนิด
“ค่ะ ไว้เมย์จะมานวดใหม่” เมญ่าเดินไปแต่งตัวหลังฉากจากนั้นก็ออกมาด้านนอก กำลังจะเดินออกจากร้านก็เจอจุดไต้ตำตอพอดี
“ราฟาเอล” อดีตแฟนหนุ่มที่มาคนเดียว เมญ่าถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อขยับเข้าใกล้พี่ยี่หวาอย่างระวังภัยจากอดีตแฟนหนุ่ม
“เมย์ ทำไมคุณไม่รับโทรศัพท์ผม สามวันแล้วที่คุณหายไป ผมติดต่อไม่ได้ไปหาที่หอพักรูมเมตคุณก็บอกว่าคุณไม่กลับไปสามวันแล้ว รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงคุณขนาดไหน เนี่ยผมพึ่งนึกได้ว่าคุณชอบมานวดที่นี่บ่อย ๆ ก็เลยลองมาดูไม่คิดว่าจะเจอคุณจริง ๆ”
เขาพูดพลางก็ขยับเดินหาเธอพลาง เมญ่าเห็นแบบนั้นก็รีบขยับไปอยู่ด้านหลังพี่ยี่หวาแทน “พวกเราเลิกกันแล้ว ฉันจะไปอยู่ที่ไหน หรือนาย จะไปกับใครก็เป็นเรื่องของใครของมัน นับจากนี้พวกเราไม่ต้องคุยกันอีก”
หากแต่เสียงอีกฝ่ายเหมือนสั่นเครือ “คนบอกเลิกคือเมย์คนเดียว ผมไม่ได้ยอมเลิกเสียหน่อย ส่วนเรื่องนีน่าผมยอมรับว่าผมผิดแต่แค่ครั้งเดียวเองนะเมย์ คุณให้อภัยผมไม่ได้เหรอ ตลอดเวลาหนึ่งปีนี้ไม่มีความหมายกับคุณเลยใช่ไหม”
เธอเหมือนจะอ่อนลงแววตามีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด หากแต่
กริ๊ง เสียงมือถือดังขัดจังหวะทำให้เธอรีบเปิดกระเป๋าแล้วมองชื่อ ที่ปรากฏ “เจ้าชีวิต”
ใครเป็นคนคิดชื่อนี้!! แน่นอนว่าต้องเป็นเขาแน่นอน
“ค่ะ”
“คุณอยู่ไหน”
“ฉันอยู่ร้านนวดค่ะ กำลังจะกลับแล้ว” เธอตอบแค่นั้นมองอดีตแฟนหนุ่มที่กำลังสนใจในใจก็ภาวนาให้อีกฝ่ายอย่าพูดขึ้นมาเด็ดขาดไม่อย่างนั้นเธองานเข้าแน่ เมื่อคิดได้เมญ่าก็รีบวางสาย “ฉันจ่ายตังค์ก่อนนะคะเอาไว้กลับไปแล้ว...” ค่อยโทรหา นั้นอยู่ในลำคอเมื่อราฟาเอลที่ไม่ปล่อยให้เธอว่างงานพูดขึ้น
“เมย์คุยกับใคร แล้วมือถือนั่นของใครผมขอดูหน่อย” พูดจบก็เดินเข้ามาจะชิงมือถือ ยี่หวาเจ้าของร้านต้องรีบเข้ามาขวางเอาไว้ ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะแตะถึงมือเมญ่าก็มีคนเปิดประตูเข้ามาแล้วยกปืนขึ้น
“ถ้าแกกล้าแตะต้องคุณเมญ่าแม้แต่ปลายเล็บ รับรองมือแกได้ขาดแน่” เสียงนั้นพูดจบก็มีเสียงปลดไกปืน
ถามว่าตอนนี้พวกเราอยู่อย่างไร คนกระทำตอนนี้ก็อ้าปากค้างแล้วยกมือค้างเอาไว้ ส่วนพี่ยี่หวาก็รู้งานรีบผลักเธอไปทางบอดีการ์ดที่เธอพึ่งเห็นหน้าครั้งแรก ปล่อยให้อีกฝ่ายพาเธอขึ้นรถอีกคันหนึ่ง
“ผมเทเลอร์ครับ ต่อไปจะมาเป็นบอดีการ์ดให้คุณเมญ่าชั่วคราวก่อนที่จะหาคนใหม่ได้ครับ”
จากตำแหน่งผู้ช่วยมือขวาเขาก็ถูกลดขั้นให้มาเป็นบอดีการ์ดคู่ควงเจ้านายแทน เทเลอร์แม้จะบ่นในใจแต่ก็ยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างเพียงแต่ ไม่เข้าใจว่าปากเจ้านายบอกว่าไม่สนใจ แต่ทำไมถึงให้เขาเฝ้าตามด้วยก็ไม่ทราบ
“คราวนี้ไม่ต้องไปกับฉันที่ชายแดน ฉันมีงานให้แกทำอีกงานหนึ่ง”
ตอนแรกเขาคิดว่าจะได้รับงานที่สำคัญกว่าแต่ที่ไหนได้ต้องสะกดรอยตามหญิงสาวไม่ให้คลาดสายตา ซึ่งเป็นงานที่เขาไม่ชอบที่สุดเพราะผู้หญิงพวกนี้ล้วนงี่เง่าน่าเบื่อน่ารำคาญ
“ถึงเจ้านายจะให้ผมมาดูแลคุณ แต่ผมบอกก่อนนะครับว่าผม ไม่ตามใจคุณเด็ดขาด ฉะนั้นถ้าจะงี่เง่ากับผม ผมจะจัดการคุณก่อนเจ้านายแน่”
เมญ่าหันมองคนพูด นี่มันลูกน้องพันธุ์ไหนกันแน่!!