เห็นเพียงว่าถ้วยคริสตัลในมือของเจียงหว่านหนิงแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ
เศษแก้วแตกกระเด็นกระจายไปทั่วทุกที่
“ขะ...ขอโทษนะ...” สวี่ถังถังตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบก้มลงเก็บเศษแก้วเหล่านั้นทันที “ซี๊ด...”
ลี่สิงหยวนรีบดึงตัวเธอขึ้นมา มองปลายนิ้วที่มีเลือดซึมออกมาด้วยความห่วงใย “เธอจะเก็บเศษแก้วทำไม เดี๋ยวฉันให้คนรับใช้มาทำความสะอาดก็พอแล้ว”
“เป็นความผิดของฉันเอง” สวี่ถังถังมองเจียงหว่านหนิงซึ่งตอนนี้หน้าซีดเผือดด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเสียใจ “รุ่นพี่ ขอโทษจริง ๆ นะ ฉันเผลอทำถ้วยเฟยเยี่ยนของพี่แตกโดยไม่ตั้งใจ”
‘ถ้วยรางวัลเฟยเยี่ยน’ สำหรับผู้ที่เรียนระบำโบราณนั้น ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด
และในตอนนี้ เกียรติยศที่เป็นของเจียงหว่านหนิงก็กลายเป็นเพียงเศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น
ลี่สิงหยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อได้ยินคำว่า “ถ้วยเฟยเยี่ยน” ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาไม่มีวันลืมได้เลย ตอนที่เจียงหว่านหนิงได้รับถ้วยรางวัลใบนี้ เธอดีใจจนทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ พูดคุยเจื้อยแจ้วข้างหูเขาทั้งคืนไม่หยุด
เขาอาจไม่เข้าใจเรื่องการเต้นรำ แต่ในฐานะนักกีฬาต่อสู้ รู้ดีว่ารางวัลคือการยืนยันในความสามารถ
“รุ่นพี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ...” สวี่ถังถังน้ำตาคลอเบ้า แกล้งทำท่าจะก้มลงไปเก็บเศษแก้วอีกครั้ง
วินาทีถัดมา ปกเสื้อของเธอก็ถูกเจียงหว่านหนิงกระชากไว้
เสียง “เพี๊ยะ” ดังขึ้น
เสียงตบอันดังฉาดฟาดลงบนแก้มขาวเนียนของสวี่ถังถัง
รอยนิ้วมือสีแดงสดนั้นสะดุดตาและน่าตกใจอย่างยิ่ง
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่พลันเงียบงันตึงเครียดในชั่วขณะ
“จะเสแสร้งเป็นผู้บริสุทธิ์ไปถึงไหน?” เจียงหว่านหนิงพยายามบอกตัวเองให้มีสติ แต่เมื่อมองดูสภาพที่เละเทะไปทั่วพื้น กับสิ่งที่สวี่ถังถังเพิ่งทำเมื่อครู่... ภาพที่อีกฝ่ายตั้งใจพุ่งเข้ามาชนเธอ ทำให้ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นถึงขมับ
“จงใจหรือเปล่า แค่เช็กกล้องวงจรก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ?”
พอได้ยินดังนั้น แววตาของสวี่ถังถังก็ฉายแววความรรู้สึกร้อนตัวแวบผ่านอย่างรวดเร็ว
“พอได้แล้ว!” ลี่สิงหยวนยืนขวางหน้าสวี่ถังถัง ดวงตาเย็นเยียบมองไปที่เจียงหว่านหนิง “ก็แค่เศษแก้วชิ้นหนึ่ง เกียรติที่เธอได้รับจะไม่หายไปเพียงเพราะถ้วยรางวัลแตกหรอก จำเป็นต้องคุกคามกันขนาดนี้เลยเหรอ?”
“……”
เจียงหว่านหนิงจ้องมองชายตรงหน้าอย่างตะลึงงัน หัวใจราวกับถูกใยดำพันธนาการไว้ จนแทบหายใจไม่ออก
“ถังถังไม่ได้ตั้งใจ เธออย่าได้คืบแล้วเอาศอก ”
ลี่สิงหยวนมองใบหน้าที่บวมแดงของสวี่ถังถังด้วยความสงสาร ก่อนจะยกมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงบนหน้าของเจียงหว่านหนิง
เขาหลับตาลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลดมือลงที่ค้างอยู่กลางอากาศ แล้วกล่าวเตือนว่า “ถ้ากล้าแตะต้องเธออีกแม้แต่นิดเดียว ฉันจะไม่ยกโทษให้แน่ ไปให้พ้น”
ดวงตาของเจียงหว่านหนิงร้อนผ่าว น้ำมูกเริ่มจุกจมูกด้วยความรู้สึกจุกแน่นในใจ
เธอสูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วลากกระเป๋าเดินทางเดินจากไปอย่างมาดมั่น
ไม่รู้ว่าด้านนอกฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่เมื่อไร
เจียงหว่านหนิงเดินตากฝนอย่างหมดสภาพ พลางนึกถึงภาพตอนอายุสิบสี่ ที่ลี่สิงหยวนเคยยอมมีเรื่องชกต่อยเพื่อเธอ
วันนั้นเธอคว้าแชมป์จากการแข่งขันสำคัญครั้งแรกในชีวิต ขณะกำลังอุ้มถ้วยรางวัลกลับบ้าน ก็ถูกร่างใหญ่ที่เมาเหล้าชนเข้าอย่างจัง
ถ้วยรางวัลตกแตกกระจายบนพื้น ชายขี้เมอพูดจาหยาบคายแล้วเตะมันกระเด็นออกไป
ลี่สิงหยวนต่อยหมัดหนึ่งเข้าไปที่สันจมูกของอีกฝ่ายอย่างจัง
คืนนั้น เขาแบกเธอที่ร้องไห้งอแงกลับบ้าน แล้วทั้งคืนก็นั่งติดถ้วยรางวัลที่แตกจนกลับมาเหมือนเดิม
จนถึงทุกวันนี้ เจียงหว่านหนิงยังลืมไม่ได้ว่าเขาตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย แต่กลับยื่นถ้วยรางวัลให้เธอด้วยความภาคภูมิใจแล้วพูดว่า “เธอลองตรวจดูสิ ไม่มีทางเห็นร่องรอยแตกหักแม้แต่นิดเดียว”
คนที่เคยให้ความสำคัญกับเกียรติของเธอมากขนาดนั้น บัดนี้กลับยอมทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ถึงขนาดคิดจะลงมือทำร้ายเธอ....
พอกลับมาถึงคอนโดที่เช่าไว้นอกมหาวิทยาลัย เจียงหว่านหนิงก็เปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว
เธอโชคร้ายที่เป็นไข้ขึ้นสูง นอนซมอยู่ที่บ้านถึงสองวัน
‘ติ้ง——’
เสียงกดกริ่งประตูดังขึ้น
ยังไม่ทันที่เจียงหว่านหนิงจะได้ไปเปิดประตู ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้แล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างอ่อนแรง ก็เห็นลี่สิงหยวนยืนมองเธอจากที่สูง ดวงตาคมกริบแฝงความเย็นเยียบอยู่ใกล้แค่เอื้อม
วินาทีถัดมา เจียงหว่านหนิงก็ถูกแรงมหาศาลบีบเข้าที่ลำคอ
“บอกฉันมา! เธอเอาถังถังไปขังไว้ที่ไหนกันแน่!”
“แค่ก แค่ก แค่ก……”
คอของเจียงหว่านหนิงถูกบีบแน่นจนหายใจไม่ออก ราวกับจะขาดใจตายในวินาทีต่อมา “ฉันไม่รู้…”
“พูดมาเดี๋ยวนี้!” ลี่สิงหยวนปล่อยมือจากคอเธอ แล้วกระชากผมเธอขึ้นพลางเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันประเมินเธอต่ำไปจริง ๆ กล้าดียังไงถึงลักพาตัวถังถังไปได้”
“ฉันไม่ได้ลักพาตัวเธอ!” เจียงหว่านหนิงจ้องตาเขม็งไปยังดวงตาของชายหนุ่ม “อ๊า——”
ร่างถูกยกขึ้นจากพื้นในพริบตา ลี่สิงหยวนแบกเธอพาดบ่าแล้วเดินออกไปทันที
เสียง “โครม” ดังขึ้น
เจียงหว่านหนิงถูกโยนเข้าไปที่เบาะหลังของรถ
เธอไม่รู้ว่ารถกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน รู้แค่ว่าแล่นเร็วมาก
ไม่นานนัก เจียงหว่านหนิงก็เริ่มได้ยินเสียงคลื่นทะเลซัดสาดเป็นระยะ ๆ
ผืนน้ำทะเลมืดสนิท มีเรือยอชต์ลำใหญ่ลำหนึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษ
ลี่ลิงหยวนลงมาจากที่นั่งคนขับ แล้วกระชากเจียงหว่านหนิงออกจากกระโปรงหลังรถอย่างหยาบคาย ลากเธอมุ่งหน้าไปทางชายหาด
“แม่...!?”
เจียงหว่านหนิงมองเห็นแม่ของตัวเองที่ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่บนดาดฟ้าเรือด้วยความไม่อยากเชื่อ สีหน้าของเธอซีดเผือดในทันที
“อื้อ อื้อ!” แม่เจียงถูกปิดปากไว้ มองเจียงหว่านหนิงด้วยแววตาเวทนาและหมดหนทาง
“เธอจะไม่บอกฉันว่าถังถังอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่แม่ของเธอคงต้องลำบากหน่อยแล้วล่ะ”
พูดจบ ลี่สิงหยวนก็ส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ
“อื้อ!”
เห็นเพียงว่าแม่ของเจียงหว่านหนิงถูกยัดเข้าไปในกระสอบ ปากถุงถูกมัดด้วยเชือก แล้วถูกโยนลงทะเลตรง ๆ อย่างแรง
ซ่า!
คลื่นขนาดใหญ่กระเซ็นกระจายออกมา กระสอบใบนั้นลอยขึ้นเหนือน้ำเป็นระยะตามการเคลื่อนไหวของคนบนดาดฟ้า แล้วก็ค่อย ๆ จมหายลงไปในน้ำอีกครั้ง
“ลี่สิงหยวน นายมันบ้า!” เจียงหว่านหนิงกระชากคอเสื้อชายหนุ่มไว้ “การหายตัวไปของสวี่ถังถังไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย แม่ฉันเคยผ่าตัดปอดมา นายกำลังจะฆ่าเธอชัด ๆ…”
พูดไปจนถึงตอนท้าย น้ำเสียงของเธอก็สั่นเครือปนสะอื้นออกมาแล้ว
“ไม่เกี่ยวกับเธองั้นเหรอ?” ลี่สิงหยวนแค่นหัวเราะเบา ๆ “สองคนที่ลักพาตัวเธอ เคยซ้อมการแสดงงานวันสถาปนากับเธอมาก่อนนะ ในโทรศัพท์ที่ถังถังทำหล่นไว้ที่ร้านสะดวกซื้อ ยังมีประวัติแชตที่เธอข่มขู่เขาอยู่เลย!”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ของสวี่ถังถังออกมา บนหน้าจอปรากฏแชตระหว่าง ‘เจียงหว่านหนิง’ กับสวี่ถังถังอย่างชัดเจน
[เขาแค่รู้สึกตื่นเต้นกับของใหม่ชั่วคราว เธอควรรู้ตัวแล้วถอยไปซะ ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน]
[อยู่เป็นยัยจนของเธอไปเถอะ อย่าเพ้อฝันว่าจะกลายเป็นหงส์สูงศักดิ์เลย]
[ถ้าเธอไม่ยอมเลิกกับลี่สิงหยวน ฉันจะทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล]
“ไม่ใช่ฉันเป็นคนส่ง!” เจียงหว่านหนิงกัดฟันแน่น “ทำไมนายถึงมั่นใจนักว่าฉันเป็นคนลักพาตัวเธอ! ลี่สิงหยวน ถือว่าฉันขอร้องนาย ปล่อยแม่ฉันไปเถอะ!”
ลี่สิงหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย “เพราะฉันรู้...ความรู้สึกของเธอที่มีต่อฉัน”
“……” คิ้วของเจียงหว่านหนิงกระตุก
“ฉันรู้มาตั้งนานแล้วว่าเธอชอบฉัน พอฉันมีผู้หญิงที่รัก เธอก็เห็นเขาเป็นเสี้ยนหนามในสายตาทันที!”
ลี่สิงหยวนกัดฟันพูดอย่างเดือดดาลว่า “เจียงหว่านหนิง ไม่นึกเลยว่าเธอจะเป็นผู้หญิงใจดำอำมหิตขนาดนี้! ฉันเตือนเธอไว้เลย ต่อให้ไม่มีสวี่ถังถัง ฉันก็ไม่มีวันรักเธอ! เลิกหน้าด้านตามตื๊อฉันได้แล้ว ได้ไหม? รีบบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าเธออยู่ที่ไหน!”
“ฉันไม่รู้!” เจียงหว่านหนิงตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวัง
เธอพุ่งตัวไปทางทะเลโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่ก็ถูกลี่สิงหยวนคว้าไว้ได้ทัน
“ไม่พูดใช่ไหม? ได้ งั้นคืนนี้ฉันจะให้แม่ของเธอจมทะเลไปพร้อมกับศพ!”
พูดจบ ลี่สิงหยวนเงยหน้าขึ้นสั่งลูกน้องว่า “ตัดเชือกที่ผูกกระสอบออก”
“ไม่——”
เจียงหว่านหนิงเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว สมองว่างเปล่าไปหมด
เธออยากจะพุ่งเข้าไปห้าม แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้เลย
เห็นเพียงว่าเชือกที่ผูกไว้กับดาดฟ้าถูกตัดขาด กระสอบก็จมหายลงไปในทะเลทันที
“แม่ แม่——”
น้ำตาของเจียงหว่านหนิงพรั่งพรูออกมาทันที เธอคว้ามือของลี่สิงหยวนไว้แล้วกัดเข้าที่ข้อมือของเขาเต็มแรง
กลิ่นคาวเลือดแผ่ซ่านเข้าไปในปากทันที
ขณะนั้นเอง ลูกน้องคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“ประธานลี่! เราพบคุณสวี่แล้ว!”
ดวงตาของลี่สิงหยวนสว่างวาบ “เธออยู่ที่ไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้!”
ในชั่วพริบตา ทุกคนก็พากันตามลี่สิงหยวนออกไปหมดแล้ว
เจียงหว่านหนิงรีบวิ่งตรงไปยังทะเล แล้วกระโดดลงน้ำ
น้ำทะเลยามค่ำคืนเย็นเยียบจนแทบทะลุเข้าไปถึงกระดูก ลมหายใจของเธอแทบจะหยุดลงเพราะความเย็น แต่ก็ยังฝืนว่ายน้ำมุ่งหน้าสู่กลางทะเลอย่างสุดแรง
ไม่รู้ว่าเธอว่ายอยู่นานแค่ไหน ในที่สุดเจียงหว่านหนิงก็เห็นกระสอบใบนั้นจนได้
เธอใช้แรงทั้งหมดที่มี ว่ายจนขาแทบหมดแรง จนในที่สุดก็ลากกระสอบที่ใส่ร่างแม่ของเธอขึ้นมาถึงชายหาดได้สำเร็จ
“แม่ อย่าทำให้ฉันกลัวนะ…”
เจียงหว่านหนิงมือสั่นระริกขณะคลายเชือกออก แล้วก็เห็นใบหน้าของแม่ที่ซีดเผือด ดวงตาปิดสนิทและหมดสติไปแล้ว
เธอไม่กล้าชักช้า รีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เจียงหว่านหนิงมองแม่ที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินด้วยสภาพจิตใจเลื่อนลอย