ตอน 1

ลี่สิงหยวนมีอาการเสพติดเซ็กส์กำเริบเป็นครั้งแรก แล้วก็เผลอมีอะไรกับเจียงหว่านหนิงโดยไม่รู้ตัว

ตลอดสามปีหลังจากนั้น เขาไม่เคยเอ่ยปากสารภาพรัก แต่กลับหลงใหลในร่างกายของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เจียงหว่านหนิงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ จะสามารถละลายหัวใจของเขาได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือข่าวว่าเขากำลังคบกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง

“ตามจีบเธอมาตั้งนาน ในที่สุดเธอก็ยอมเป็นแฟนฉันสักที” ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วพูดว่า “จากนี้ไปเราอย่าติดต่อกันอีกเลย”

หลังจากนั้น เจียงหว่านหนิงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตามที่เขาต้องการ

แต่ลี่สิงหยวนกลับเสียใจ แล้วออกตามหาเธอไปทั่วอย่างคนเสียสติ

ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างต่ำต้อย วิงวอนว่า “หว่านหนิง กลับมาอยู่ข้าง ๆ ฉันได้ไหม?”

*

“ในการแข่งขันต่อสู้ UFC ครั้งนี้ ลี่สิงหยวนคว้าแชมป์รุ่นมิดเดิลเวตได้อีกครั้ง…”

ในโทรทัศน์กำลังรายงานช่วงเวลาที่ชายคนนั้นคว้าแชมป์

บนเตียงขนาดใหญ่ในขณะนั้น ลี่สิงหยวนกดร่างเจียงหว่านหนิงไว้ใต้ตัวแล้วกระแทกเข้าไปอย่างรุนแรง

“เบา ๆ หน่อย...” เจียงหว่านหนิงรู้ดีว่าพละกำลังของลี่สิงหยวนไม่ต่างอะไรจากสัตว์ป่าเลย

ทุกครั้งหลังจบการแข่งขันรายการใหญ่ เขาก็มักจะทรมานเธอจนแทบขาดใจทุกที

แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เจียงหว่านหนิงเหนื่อยจนแทบหมดแรง รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มถอนตัวออกไปแล้ว

เธอรู้สึกมาตลอดว่าครั้งนี้ลี่สิงหยวนรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

“วันนี้ก่อนจะไป ทิ้งกุญแจไว้ด้วยนะ ต่อไปไม่ต้องมาอีกแล้ว”

คำพูดของชายหนุ่มที่เอ่ยขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เจียงหว่านหนิงสะดุ้งตื่นและหายง่วงในทันที

“สาวน้อยคนนั้นตอบตกลงจะเป็นแฟนฉันแล้ว” ลี่สิงหยวนยิ้มอย่างอ่อนโยนในแววตา “เสื้อผ้าเครื่องประดับที่เธอวางไว้ที่นี่ อย่าลืมเอาไปให้หมดนะ เดี๋ยวถ้าเธอเห็นเข้าจะไม่พอใจ”

เขายื่นบัตรแบล็กการ์ดใบหนึ่งมา แล้วโยนใส่ตัวเธอ

“สามปีมานี้ลำบากเธอมากนะ” ลี่สิงหยวนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “หว่านหนิง ปีนี้เธอก็อายุ 25 แล้ว ไม่คิดจะหาคนที่เหมาะสมแล้วใช้ชีวิตอย่างจริงจังบ้างเหรอ?”

เจียงหว่านหนิงพยักหน้าอย่างเหม่อลอย ความเจ็บปวดลึก ๆ ค่อย ๆ เอ่อล้นขึ้นในใจ

“ถ้าจะแต่งงาน อย่าลืมบอกผู้จัดการของฉันนะ จะได้ให้ซองแต่งงานใบโตกับเธอ” ลี่สิงหยวนดูสดชื่นจนไม่เหมือนกับว่าอดนอนมาทั้งคืน

เขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วเลือกเนกไทอย่างตั้งใจ “พวกผู้หญิงอย่างพวกเธอ ชอบดอกไม้อะไรกัน?”

“กุหลาบ?” เจียงหว่านหนิงตอบ

“เชยสิ้นดี” ลี่สิงหยวนแค่นหัวเราะเบา ๆ “ถังถังไม่เหมือนเธอ เธอตามจีบยากขนาดนั้น นิสัยก็หยิ่งในศักดิ์ศรีและดื้อรั้น แน่นอนว่าไม่ชอบดอกไม้ที่เชยแบบนี้หรอก”

พูดจบ เขาก็ไม่รอให้เจียงหว่านหนิงพูดอะไรต่อ แล้วเดินออกจากห้องไป

“ซี๊ด...”

เจียงหว่านหนิงขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหวขณะลุกลงจากเตียงใหญ่ กล้ามเนื้อน่องก็สั่นระริกไม่หยุด

เมื่อเดินเข้าไปในห้องน้ำ เธอมองร่างในกระจกที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำจุดทั่วร่าง แล้วถอนหายใจเบา ๆ อย่างจนปัญญา

ที่แท้...ก็ได้นอนกับลี่สิงหยวนมานานถึงสามปีแล้ว

พวกเขาเป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่เด็ก เติบโตมาด้วยกัน

ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอรวบรวมความกล้าจะสารภาพรัก แต่ลี่สิงหยวนกลับคล้องแขนโอบไหล่เธออย่างคล่องแคล่วแล้วพูดว่า

“วันนี้แม่ฉันถามว่า เราสองคนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า ตลกจริง ๆ ฉันสนิทกับเธอขนาดเหมือนเพื่อนชาย จะไปรักกันได้ยังไงล่ะ!”

ต่อมา เจียงหว่านหนิงเลือกสมัครเข้าเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ซึ่งอยู่ไกลจากบ้าน ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย ทั้งสองได้เจอกันแค่ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวเท่านั้น

หลังจากได้รับสิทธิ์เรียนต่อปริญญาโทโดยไม่ต้องสอบ เธอฉลองกับเพื่อนจนเมามาย ขณะเดียวกันในคืนนั้น ลี่สิงหยวนซึ่งกำลังจะลงแข่งในวันรุ่งขึ้นก็ถูกคู่แข่งวางยา

พวกเขาเผลอนอนด้วยกันโดยไม่ตั้งใจ

หลังจากตื่นขึ้นมา เขาบอกว่าจะรับผิดชอบ: ถ้าจนถึงอายุ 25 แล้วทั้งสองฝ่ายยังไม่เจอคนที่ชอบ งั้นก็คบกันเถอะ

เจียงหว่านหนิงใจร้อนชั่ววูบ เลยตอบตกลงไป

จากนั้น ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนของพวกเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ลี่สิงหยวนเป็นนักกีฬาต่อสู้มืออาชีพ ต้องออกกำลังกายหนักอยู่ตลอด ทำให้มีความต้องการทางด้านนั้นมากเป็นพิเศษ

หนึ่งเดือนต่อมา เจียงหว่านหนิงถึงได้รู้ว่าลี่สิงหยวนเป็นโรคเสพติดเซ็กส์

ที่แท้ ยาที่เขาโดนวางในวันนั้น ไม่ใช่อะไรที่จะระบายออกได้หมดในครั้งเดียว

ทุก ๆ หนึ่งสัปดาห์ อาการก็จะกำเริบขึ้นหนึ่งครั้ง

ลี่สิงหยวนพยายามระบายความต้องการผ่านการออกกำลังกาย แต่ก็แทบไม่ได้ผลเลย

ดังนั้น เธอจึงกลายเป็นเครื่องมือให้เขาระบายความใคร่ตามใจชอบ

ตอนนี้ เครื่องมืออย่างเธอ...ก็คงถึงเวลาที่ต้องจากไปแล้วเช่นกัน

เพราะเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนที่ลี่สิงหยวนมารับเธอที่มหาวิทยาลัย เขาบังเอิญเจอกับนักศึกษาใหม่ของรุ่นนี้จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ คือ สวี่ถังถัง

สาวน้อยคนนั้นปีนี้อายุสิบเก้า ใบหน้าอ่อนเยาว์น่าทะนุถนอมอย่างมาก

ลี่สิงหยวนหลงใหลในตัวสวี่ถังถังทันที ราวกับถูกมนตร์สะกด

เขาใช้ทั้งวิธีอ่อนโยนและกดดันในการตามจีบ แต่สาวน้อยคนนั้นกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

สวี่ถังถังสวมชุดกระโปรงยาวที่ซักจนซีด รองเท้าผ้าใบก็เริ่มล่อน สีหน้าเย็นชาและหยิ่งทะนง “เลิกมารบกวนฉันได้ไหม? ฉันไม่อยากเป็นนกขมิ้นในกรงทองของคนลามกอย่างคุณหรอก”

ความดื้อรั้นแบบนี้ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้ลี่สิงหยวนถอยหนี กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกกระสับกระส่ายอยากได้เธอมากขึ้นไปอีก

จนกระทั่งช่วงนั้นที่อาการเสพติดเซ็กส์กำเริบ เขายอมใช้แค่รูปถ่ายของสวี่ถังถังเพื่อช่วยตัวเอง ยังดีกว่าขึ้นเตียงกับเจียงหว่านหนิง

เจียงหว่านหนิงหลับยาวไปจนถึงบ่าย ก่อนจะถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น

เป็นสายจากแม่เจียงโทรมา

“ฮัลโหล แม่”

“ลูกรัก” เสียงของแม่เจียงดังมาจากปลายสาย “ลูกชายของป้าฮั่วฟื้นแล้วนะ!”

“พี่เยี่ยนชิง...ฟื้นแล้วเหรอ?”

ดวงตาของเจียงหว่านหนิงสว่างวาบ ก่อนจะครุ่นคิดแล้วพูดว่า “แม่ อีกแค่เจ็ดวันหนูก็จะรับปริญญาแล้ว แม่เคยบอกว่าอยากไปตั้งรกรากที่ออสเตรเลียไม่ใช่เหรอ? อีกเจ็ดวัน หนูจะไปกับแม่ด้วยนะ”

แม่เจียงพูดอย่างตกใจว่า “งั้น... แล้วสิงหยวนล่ะ? เขายอมรักทางไกลข้ามประเทศเหรอ?”

“พวกเราเลิกกันแล้ว” เจียงหว่านหนิงยิ้มจาง ๆ

เธอไม่เคยกล้าบอกแม่เลยว่า ที่จริงแล้วเธอกับลี่สิงหยวนไม่เคยคบกันแบบคนรักเลย

“คนดีของแม่ อย่าเสียใจเลยนะ ลูกยังอายุน้อย เดี๋ยววันหนึ่งก็ต้องเจอคนที่ใช่แน่นอน...” แม่เจียงถอนหายใจยาวแล้วพูดว่า “พอจองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้วก็บอกแม่นะ เราจะได้รีบไปออสเตรเลียไปเยี่ยมเยี่ยนชิงกัน”

“ค่ะ”

หลังวางสาย เจียงหว่านหนิงก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก

ฮั่วเยี่ยนชิงอายุมากกว่าเธอสี่ปี เขาดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ ๆ และรู้จักกับเธอก่อนที่เธอจะได้รู้จักลี่สิงหยวนเสียอีก

เมื่อก่อนทุกครั้งที่ลี่สิงหยวนเห็นเธอเล่นอยู่กับฮั่วเยี่ยนชิง ก็มักจะพูดเหน็บแนมแดกดันอยู่เสมอ

เมื่อหกปีก่อน ฮั่วเยี่ยนชิงย้ายตามแม่ไปอยู่ออสเตรเลีย แล้วประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

หมอบอกว่าโอกาสที่จะฟื้นมีน้อยแทบไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์

คาดไม่ถึงว่า ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์จะเกิดขึ้นกับฮั่วเยี่ยนชิงจริง ๆ

เจียงหว่านหนิงรีบล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวเรียบร้อย แล้วเก็บข้าวของทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเองออกจากบ้านหลังนี้ทันที

เธอลากกระเป๋าลงบันไดไป แล้วเห็นลี่สิงหยวนเดินเข้ามาพร้อมกับสาวน้อยหน้าตาน่ารักใสซื่อคนหนึ่ง

สายตาของทั้งสามคนประสานกันพอดี

“เธอ...เธอเป็นแม่บ้านที่นี่...” ลี่สิงหยวนรีบอธิบายให้สวี่ถังถังฟัง

สายตาของสวี่ถังถังจับจ้องไปที่รอยจูบบนลำคอของเจียงหว่านหนิง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวัง “รุ่นพี่ ฉันเคยชื่นชมพี่มากในฐานะนักเต้นที่เก่งและน่านับถือ ที่แท้ลับหลังกลับเอาร่างกายไปขาย”

เจียงหว่านหนิงถึงกับพูดไม่ออกในชั่วขณะนั้น

สวี่ถังถังหันไปมองลี่สิงหยวนแล้วพูดว่า “คุณลี่ อย่าลืมนะว่าตอนนี้เรากำลังคบกันอยู่ ฉันไม่มีวันตกต่ำถึงขนาดขายร่างกายตัวเองแบบรุ่นพี่คนนี้แน่”

“คุณยังอยู่ในช่วงพิจารณา ถ้ากล้าทำอะไรฉันโดยพลการ เราจะเลิกกันทันที”

“ถังถัง อย่าโกรธเลย เธอไม่เหมือนกับเขา” ลี่สิงหยวนจับมือเธอไว้ “เธอคือแฟนของฉัน”

สวี่ถังถังเชิดหน้าหันไปทางอื่นอย่างหยิ่งยโส แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ถ้วยรางวัลคริสตัลในมือของเจียงหว่านหนิง

เธอก้าวขึ้นมาข้างหน้าอีกก้าว แต่เสียหลักจนร่างเซและล้มพุ่งเข้าหาเจียงหว่านหนิง

‘โครม——’

เสียงถ้วยคริสตัลแตกกระจายดังขึ้นเมื่อตกกระแทกลงบนกระเบื้อง

ตอน 2

เห็นเพียงว่าถ้วยคริสตัลในมือของเจียงหว่านหนิงแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ

เศษแก้วแตกกระเด็นกระจายไปทั่วทุกที่

“ขะ...ขอโทษนะ...” สวี่ถังถังตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบก้มลงเก็บเศษแก้วเหล่านั้นทันที “ซี๊ด...”

ลี่สิงหยวนรีบดึงตัวเธอขึ้นมา มองปลายนิ้วที่มีเลือดซึมออกมาด้วยความห่วงใย “เธอจะเก็บเศษแก้วทำไม เดี๋ยวฉันให้คนรับใช้มาทำความสะอาดก็พอแล้ว”

“เป็นความผิดของฉันเอง” สวี่ถังถังมองเจียงหว่านหนิงซึ่งตอนนี้หน้าซีดเผือดด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเสียใจ “รุ่นพี่ ขอโทษจริง ๆ นะ ฉันเผลอทำถ้วยเฟยเยี่ยนของพี่แตกโดยไม่ตั้งใจ”

‘ถ้วยรางวัลเฟยเยี่ยน’ สำหรับผู้ที่เรียนระบำโบราณนั้น ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด

และในตอนนี้ เกียรติยศที่เป็นของเจียงหว่านหนิงก็กลายเป็นเพียงเศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น

ลี่สิงหยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อได้ยินคำว่า “ถ้วยเฟยเยี่ยน” ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เขาไม่มีวันลืมได้เลย ตอนที่เจียงหว่านหนิงได้รับถ้วยรางวัลใบนี้ เธอดีใจจนทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ พูดคุยเจื้อยแจ้วข้างหูเขาทั้งคืนไม่หยุด

เขาอาจไม่เข้าใจเรื่องการเต้นรำ แต่ในฐานะนักกีฬาต่อสู้ รู้ดีว่ารางวัลคือการยืนยันในความสามารถ

“รุ่นพี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ...” สวี่ถังถังน้ำตาคลอเบ้า แกล้งทำท่าจะก้มลงไปเก็บเศษแก้วอีกครั้ง

วินาทีถัดมา ปกเสื้อของเธอก็ถูกเจียงหว่านหนิงกระชากไว้

เสียง “เพี๊ยะ” ดังขึ้น

เสียงตบอันดังฉาดฟาดลงบนแก้มขาวเนียนของสวี่ถังถัง

รอยนิ้วมือสีแดงสดนั้นสะดุดตาและน่าตกใจอย่างยิ่ง

บรรยากาศในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่พลันเงียบงันตึงเครียดในชั่วขณะ

“จะเสแสร้งเป็นผู้บริสุทธิ์ไปถึงไหน?” เจียงหว่านหนิงพยายามบอกตัวเองให้มีสติ แต่เมื่อมองดูสภาพที่เละเทะไปทั่วพื้น กับสิ่งที่สวี่ถังถังเพิ่งทำเมื่อครู่... ภาพที่อีกฝ่ายตั้งใจพุ่งเข้ามาชนเธอ ทำให้ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นถึงขมับ

“จงใจหรือเปล่า แค่เช็กกล้องวงจรก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ?”

พอได้ยินดังนั้น แววตาของสวี่ถังถังก็ฉายแววความรรู้สึกร้อนตัวแวบผ่านอย่างรวดเร็ว

“พอได้แล้ว!” ลี่สิงหยวนยืนขวางหน้าสวี่ถังถัง ดวงตาเย็นเยียบมองไปที่เจียงหว่านหนิง “ก็แค่เศษแก้วชิ้นหนึ่ง เกียรติที่เธอได้รับจะไม่หายไปเพียงเพราะถ้วยรางวัลแตกหรอก จำเป็นต้องคุกคามกันขนาดนี้เลยเหรอ?”

“……”

เจียงหว่านหนิงจ้องมองชายตรงหน้าอย่างตะลึงงัน หัวใจราวกับถูกใยดำพันธนาการไว้ จนแทบหายใจไม่ออก

“ถังถังไม่ได้ตั้งใจ เธออย่าได้คืบแล้วเอาศอก ”

ลี่สิงหยวนมองใบหน้าที่บวมแดงของสวี่ถังถังด้วยความสงสาร ก่อนจะยกมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงบนหน้าของเจียงหว่านหนิง

เขาหลับตาลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลดมือลงที่ค้างอยู่กลางอากาศ แล้วกล่าวเตือนว่า “ถ้ากล้าแตะต้องเธออีกแม้แต่นิดเดียว ฉันจะไม่ยกโทษให้แน่ ไปให้พ้น”

ดวงตาของเจียงหว่านหนิงร้อนผ่าว น้ำมูกเริ่มจุกจมูกด้วยความรู้สึกจุกแน่นในใจ

เธอสูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วลากกระเป๋าเดินทางเดินจากไปอย่างมาดมั่น

ไม่รู้ว่าด้านนอกฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่เมื่อไร

เจียงหว่านหนิงเดินตากฝนอย่างหมดสภาพ พลางนึกถึงภาพตอนอายุสิบสี่ ที่ลี่สิงหยวนเคยยอมมีเรื่องชกต่อยเพื่อเธอ

วันนั้นเธอคว้าแชมป์จากการแข่งขันสำคัญครั้งแรกในชีวิต ขณะกำลังอุ้มถ้วยรางวัลกลับบ้าน ก็ถูกร่างใหญ่ที่เมาเหล้าชนเข้าอย่างจัง

ถ้วยรางวัลตกแตกกระจายบนพื้น ชายขี้เมอพูดจาหยาบคายแล้วเตะมันกระเด็นออกไป

ลี่สิงหยวนต่อยหมัดหนึ่งเข้าไปที่สันจมูกของอีกฝ่ายอย่างจัง

คืนนั้น เขาแบกเธอที่ร้องไห้งอแงกลับบ้าน แล้วทั้งคืนก็นั่งติดถ้วยรางวัลที่แตกจนกลับมาเหมือนเดิม

จนถึงทุกวันนี้ เจียงหว่านหนิงยังลืมไม่ได้ว่าเขาตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย แต่กลับยื่นถ้วยรางวัลให้เธอด้วยความภาคภูมิใจแล้วพูดว่า “เธอลองตรวจดูสิ ไม่มีทางเห็นร่องรอยแตกหักแม้แต่นิดเดียว”

คนที่เคยให้ความสำคัญกับเกียรติของเธอมากขนาดนั้น บัดนี้กลับยอมทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ถึงขนาดคิดจะลงมือทำร้ายเธอ....

พอกลับมาถึงคอนโดที่เช่าไว้นอกมหาวิทยาลัย เจียงหว่านหนิงก็เปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว

เธอโชคร้ายที่เป็นไข้ขึ้นสูง นอนซมอยู่ที่บ้านถึงสองวัน

‘ติ้ง——’

เสียงกดกริ่งประตูดังขึ้น

ยังไม่ทันที่เจียงหว่านหนิงจะได้ไปเปิดประตู ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้แล้ว

เธอเงยหน้าขึ้นอย่างอ่อนแรง ก็เห็นลี่สิงหยวนยืนมองเธอจากที่สูง ดวงตาคมกริบแฝงความเย็นเยียบอยู่ใกล้แค่เอื้อม

วินาทีถัดมา เจียงหว่านหนิงก็ถูกแรงมหาศาลบีบเข้าที่ลำคอ

“บอกฉันมา! เธอเอาถังถังไปขังไว้ที่ไหนกันแน่!”

ตอน 3

“แค่ก แค่ก แค่ก……”

คอของเจียงหว่านหนิงถูกบีบแน่นจนหายใจไม่ออก ราวกับจะขาดใจตายในวินาทีต่อมา “ฉันไม่รู้…”

“พูดมาเดี๋ยวนี้!” ลี่สิงหยวนปล่อยมือจากคอเธอ แล้วกระชากผมเธอขึ้นพลางเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันประเมินเธอต่ำไปจริง ๆ กล้าดียังไงถึงลักพาตัวถังถังไปได้”

“ฉันไม่ได้ลักพาตัวเธอ!” เจียงหว่านหนิงจ้องตาเขม็งไปยังดวงตาของชายหนุ่ม “อ๊า——”

ร่างถูกยกขึ้นจากพื้นในพริบตา ลี่สิงหยวนแบกเธอพาดบ่าแล้วเดินออกไปทันที

เสียง “โครม” ดังขึ้น

เจียงหว่านหนิงถูกโยนเข้าไปที่เบาะหลังของรถ

เธอไม่รู้ว่ารถกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน รู้แค่ว่าแล่นเร็วมาก

ไม่นานนัก เจียงหว่านหนิงก็เริ่มได้ยินเสียงคลื่นทะเลซัดสาดเป็นระยะ ๆ

ผืนน้ำทะเลมืดสนิท มีเรือยอชต์ลำใหญ่ลำหนึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษ

ลี่ลิงหยวนลงมาจากที่นั่งคนขับ แล้วกระชากเจียงหว่านหนิงออกจากกระโปรงหลังรถอย่างหยาบคาย ลากเธอมุ่งหน้าไปทางชายหาด

“แม่...!?”

เจียงหว่านหนิงมองเห็นแม่ของตัวเองที่ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่บนดาดฟ้าเรือด้วยความไม่อยากเชื่อ สีหน้าของเธอซีดเผือดในทันที

“อื้อ อื้อ!” แม่เจียงถูกปิดปากไว้ มองเจียงหว่านหนิงด้วยแววตาเวทนาและหมดหนทาง

“เธอจะไม่บอกฉันว่าถังถังอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่แม่ของเธอคงต้องลำบากหน่อยแล้วล่ะ”

พูดจบ ลี่สิงหยวนก็ส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ

“อื้อ!”

เห็นเพียงว่าแม่ของเจียงหว่านหนิงถูกยัดเข้าไปในกระสอบ ปากถุงถูกมัดด้วยเชือก แล้วถูกโยนลงทะเลตรง ๆ อย่างแรง

ซ่า!

คลื่นขนาดใหญ่กระเซ็นกระจายออกมา กระสอบใบนั้นลอยขึ้นเหนือน้ำเป็นระยะตามการเคลื่อนไหวของคนบนดาดฟ้า แล้วก็ค่อย ๆ จมหายลงไปในน้ำอีกครั้ง

“ลี่สิงหยวน นายมันบ้า!” เจียงหว่านหนิงกระชากคอเสื้อชายหนุ่มไว้ “การหายตัวไปของสวี่ถังถังไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย แม่ฉันเคยผ่าตัดปอดมา นายกำลังจะฆ่าเธอชัด ๆ…”

พูดไปจนถึงตอนท้าย น้ำเสียงของเธอก็สั่นเครือปนสะอื้นออกมาแล้ว

“ไม่เกี่ยวกับเธองั้นเหรอ?” ลี่สิงหยวนแค่นหัวเราะเบา ๆ “สองคนที่ลักพาตัวเธอ เคยซ้อมการแสดงงานวันสถาปนากับเธอมาก่อนนะ ในโทรศัพท์ที่ถังถังทำหล่นไว้ที่ร้านสะดวกซื้อ ยังมีประวัติแชตที่เธอข่มขู่เขาอยู่เลย!”

พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ของสวี่ถังถังออกมา บนหน้าจอปรากฏแชตระหว่าง ‘เจียงหว่านหนิง’ กับสวี่ถังถังอย่างชัดเจน

[เขาแค่รู้สึกตื่นเต้นกับของใหม่ชั่วคราว เธอควรรู้ตัวแล้วถอยไปซะ ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน]

[อยู่เป็นยัยจนของเธอไปเถอะ อย่าเพ้อฝันว่าจะกลายเป็นหงส์สูงศักดิ์เลย]

[ถ้าเธอไม่ยอมเลิกกับลี่สิงหยวน ฉันจะทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล]

“ไม่ใช่ฉันเป็นคนส่ง!” เจียงหว่านหนิงกัดฟันแน่น “ทำไมนายถึงมั่นใจนักว่าฉันเป็นคนลักพาตัวเธอ! ลี่สิงหยวน ถือว่าฉันขอร้องนาย ปล่อยแม่ฉันไปเถอะ!”

ลี่สิงหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย “เพราะฉันรู้...ความรู้สึกของเธอที่มีต่อฉัน”

“……” คิ้วของเจียงหว่านหนิงกระตุก

“ฉันรู้มาตั้งนานแล้วว่าเธอชอบฉัน พอฉันมีผู้หญิงที่รัก เธอก็เห็นเขาเป็นเสี้ยนหนามในสายตาทันที!”

ลี่สิงหยวนกัดฟันพูดอย่างเดือดดาลว่า “เจียงหว่านหนิง ไม่นึกเลยว่าเธอจะเป็นผู้หญิงใจดำอำมหิตขนาดนี้! ฉันเตือนเธอไว้เลย ต่อให้ไม่มีสวี่ถังถัง ฉันก็ไม่มีวันรักเธอ! เลิกหน้าด้านตามตื๊อฉันได้แล้ว ได้ไหม? รีบบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าเธออยู่ที่ไหน!”

“ฉันไม่รู้!” เจียงหว่านหนิงตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวัง

เธอพุ่งตัวไปทางทะเลโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่ก็ถูกลี่สิงหยวนคว้าไว้ได้ทัน

“ไม่พูดใช่ไหม? ได้ งั้นคืนนี้ฉันจะให้แม่ของเธอจมทะเลไปพร้อมกับศพ!”

พูดจบ ลี่สิงหยวนเงยหน้าขึ้นสั่งลูกน้องว่า “ตัดเชือกที่ผูกกระสอบออก”

“ไม่——”

เจียงหว่านหนิงเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว สมองว่างเปล่าไปหมด

เธออยากจะพุ่งเข้าไปห้าม แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้เลย

เห็นเพียงว่าเชือกที่ผูกไว้กับดาดฟ้าถูกตัดขาด กระสอบก็จมหายลงไปในทะเลทันที

“แม่ แม่——”

น้ำตาของเจียงหว่านหนิงพรั่งพรูออกมาทันที เธอคว้ามือของลี่สิงหยวนไว้แล้วกัดเข้าที่ข้อมือของเขาเต็มแรง

กลิ่นคาวเลือดแผ่ซ่านเข้าไปในปากทันที

ขณะนั้นเอง ลูกน้องคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ

“ประธานลี่! เราพบคุณสวี่แล้ว!”

ดวงตาของลี่สิงหยวนสว่างวาบ “เธออยู่ที่ไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้!”

ในชั่วพริบตา ทุกคนก็พากันตามลี่สิงหยวนออกไปหมดแล้ว

เจียงหว่านหนิงรีบวิ่งตรงไปยังทะเล แล้วกระโดดลงน้ำ

น้ำทะเลยามค่ำคืนเย็นเยียบจนแทบทะลุเข้าไปถึงกระดูก ลมหายใจของเธอแทบจะหยุดลงเพราะความเย็น แต่ก็ยังฝืนว่ายน้ำมุ่งหน้าสู่กลางทะเลอย่างสุดแรง

ไม่รู้ว่าเธอว่ายอยู่นานแค่ไหน ในที่สุดเจียงหว่านหนิงก็เห็นกระสอบใบนั้นจนได้

เธอใช้แรงทั้งหมดที่มี ว่ายจนขาแทบหมดแรง จนในที่สุดก็ลากกระสอบที่ใส่ร่างแม่ของเธอขึ้นมาถึงชายหาดได้สำเร็จ

“แม่ อย่าทำให้ฉันกลัวนะ…”

เจียงหว่านหนิงมือสั่นระริกขณะคลายเชือกออก แล้วก็เห็นใบหน้าของแม่ที่ซีดเผือด ดวงตาปิดสนิทและหมดสติไปแล้ว

เธอไม่กล้าชักช้า รีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เจียงหว่านหนิงมองแม่ที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินด้วยสภาพจิตใจเลื่อนลอย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED