ลู่หรงเซิ่งกลับมาถึงบ้านตอนห้าทุ่ม หลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีงานสังสรรค์หรือไม่ เขาก็จะกลับมาก่อนเที่ยงคืนตรงทุกครั้ง ไม่เคยค้างคืนที่อื่นเลย
แต่ใครจะคิดว่า ก็คือผู้ชายที่ดูดีพร้อมทุกอย่างคนนี้ แต่กลับมีครอบครัวซ่อนอยู่ข้างนอก
ลู่หรงเซิ่งเปิดประตูห้องนอน เห็นกู้ชิงฮวนร้องไห้ตาแดง ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาก็ปรากฏความรู้สึกสงสารขึ้นทันที
“ขอโทษนะที่รัก ผมกลับมาช้า คุณคิดมากอีกแล้วใช่ไหม? ผมเอาซุปทะเลมาฝากคุณด้วย กินสักหน่อยแล้วค่อยนอนนะครับ”
เขาประคองกู้ชิงฮวนขึ้นอย่างระมัดระวัง ความเอาใจใส่ของลู่หรงเซิ่งก็ปรากฏในเรื่องเล็กน้อยเสมอ เช่นทุกครั้งที่เขากลับบ้านดึก ก็มักจะเอาอาหารที่กู้ชิงฮวนชอบกินกลับมาด้วยอย่างสองอย่าง
เธอเคยคิดว่าเธอได้พบลู่หรงเซิ่ง แต่งงานกับเขา เป็นบุญใหญ่หลวงจากสวรรค์
แต่คืนนี้เธอถึงจะรู้ว่าอาหารที่ลู่หรงเซิ่งนำกลับมาทุกครั้ง เป็นอาหารที่กินเหลือจากเฉินลู่และลูกสาว อย่างเช่นซุปทะเลวันนี้
เมื่อครู่นี่เอง กู้ชิงฮวนบับบังคับตัวเองให้ดูภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของครอบครัวสามคนของพวกเขา เด็กผู้หญิงคนนั้นแค่ชิมซุปทะเลคำเดียว ก็คายกลับลงไปในชาม
“คุณพ่อค่ะ ทำไมซุปทะเลของร้านอาหารหรูนี้ถึงรสชาติแย่ขนาดนี้คะ? ”
ลู่หยงเซิ่งมองเด็กน้อยแวบหนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มแล้วคีบอาหารอื่นให้เธอ
“ซินซินไม่ชอบกินก็ไม่ต้องกิน พ่อห่อกลับไป”
“แต่คุณพ่อ เมื่อกี้หนูได้คายลงไปแล้ว”
ลู่หรงเซิ่งไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว
“ไม่เป็นไรจะ พ่อเอากลับไปให้สุนัขกิน พวกมันไม่รังเกียจ”
กู้ชิงฮวนมองลู่หรงถือช้อน ตั้งตารอเธออ้าปาก แต่ท้องของเธอกลับรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาทันที
อาหารกินเหลือ แล้วยังมีสิ่งสกปรกที่คนอื่นคายออกมา เธอไม่รู้ว่ากินเข้าไปกี่ครั้งแล้ว ที่แท้เธอก็คือสุนัขจากปากของลู่หรงเซิ่งตัวนั้น!
กู้ชิงฮวนทนไม่ไหวอ้วกออกมา เธอวิ่งไปที่ห้องน้ำ หลังจากอาเจียนจนหน้ามืดตาลาย ก็ทรุดนั่งลงกับพื้นทั้งน้ำตา
ลู่หรงเซิ่ง ในเมื่อคุณไม่รักฉัน ทำไมต้องแสร้งทำเป็นรักฉันมากด้วยล่ะ?
“ที่รัก คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ขอโทษนะครับ ผมไม่รู้ว่าวันนี้คุณไม่อยากกินซุปทะเล เป็นความผิดของผม คุณเปิดประตูให้ผมดูหน่อยได้ไหม? ”
เสียงของคนนอกประตูเต็มไปด้วยความร้อนใจ กู้ชิงฮวนเอามือทั้งสอง ปิดหน้า เก็บเสียงร้องไห้ไว้ ทำไมลู่หรงเซิ่งเขาต้องทำแบบนี้กับเธอ?
คืนนั้นกู้ชิงฮวนก็มีไข้สูง ลู่หรงเซิ่งพาเธอไปโรงพยาบาลในคืนนั้นทันที
เธอไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน จนกระทั่งได้ยินการสนทนาของลู่หรงเซิ่งกับเจิ้งหนานถึงจะตื่นขึ้น แต่เธอไม่ได้ลืมตา
“พี่ ตอนนี้กู้ชิงฮวนเป็นแบบนี้ กลัวว่าเดือนเดียวก็ผ่านไปไม่ได้ พี่ยังคิดจะเอาตับนั่นให้กับคนอื่นอยู่อีกเหรอครับ? ”
เจิ้งหนานเป็นหมอผู้ทำการรักษาของเธอ และเป็นลูกพี่ลูกน้องของลู่หรงเซิ่ง หลังจากอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปหลายวินาที ในที่สุดก็ปริปากพูด
“พี่ยังยืนตามการตัดสินใจเดิม นายไม่เห็นสภาพเฉินลู่ร้องไห้ต่อหน้าพี่ พี่ไม่สามารถทนได้จริง ๆ ส่วนกู้ชิงฮวน พี่จะรีบหาตับที่ใหม่ที่เหมาะสมให้กับเธอ”
“แต่ พี่จะบอกเรื่องนี้กับเธอยังไง? ”
ลู่หรงเซิ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ก็บอกว่าครอบครัวผู้บริจาคคืนคำแล้ว เธอไม่มีทางสงสัยแน่นอน”
เจิ้งหนานดูเหมือนทนทำใจไม่ได้
“แต่ กู้ชิงฮวนต่างหากที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่ พี่มีสถานะในวันนี้ ก็เพราะตระกูลกู้เป็นคนมอบให้ พี่ก็ทนใจทำได้จริง ๆ เหรอครับ? ”
ลู่หรงเซิ่งหัวเราะเยาะเบา ๆ
“ใช่ พี่มีความสำเร็จในวันนี้ ก็เพราะอาศัยตระกูลกู้ แต่พี่ก็ดีกับกู้ชิงฮวนมากไม่ใช่เหรอ? มีผู้ชายกี่คนที่ทำได้แบบพี่?
แม้เธอจะมีลูกไม่ได้เพราะป่วย พี่ก็ไม่ได้พูดอะไร? พี่เองก็ถือไม่รู้สึกผิดกับใจตัวเอง”
มือของกู้ชิงฮวนที่อยู่ในผ้าห่มจับผ้าปูที่นอนไว้แน่น หัวใจเจ็บปวดเหมือนถูกกรีดออกมาอย่างนั้น
ดังนั้นเพราะเขาไม่ทอดทิ้งเธอ เลยนอกใจได้อย่างสบายใจเหรอ?
เขาคือไม่รู้สึกผิดกับใจตัวเองจริง ๆ หรือหลอกตัวเองกันแน่ กลัวว่ามีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้
“แต่พี่ พี่ไม่สนใจความเป็นความตายของกู้ชิงฮวนเลยจริง ๆ เหรอครับ? ”
ลู่หรงเซิ่งไม่ตอบคำถามของเจิ้งหนาน เพียงใช้ปลายนิ้วแตะแก้มของกู้ชิงฮวนเบา ๆ ปัดผมที่ตกลงมาไปที่หลังหู
การกระทำของเขาทั้งที่อ่อนโยนมาก แต่กู้ชิงฮวนกลับรู้สึกเจ็บปวดจนทนไม่ไหวทุกจุดที่ถูกเขาสัมผัส
กู้ชิงฮวนรอจนสองคนนั้นเดินไปไกลแล้ว ถึงจะลืมตาที่แดงก่ำนานแล้วขึ้นมา
ตับนี้คุณอาเป็นคนส่งคนไปหามา ตอนนั้นตอนที่เธอบอกกับลู่หรงเซิ่ง เขาดีใจจนไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ เธอคิดว่าเขาดีใจกับเธอ ที่แท้เขาคือดีใจกับผู้หญิงอีกคน เขาไม่เคยคิดให้เธอมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความให้คุณอา ให้คุณอาจะต้องดูแลผู้บริจาคคนนั้นให้ดี ไม่สามารถให้ลู่หรงเซิ่งฉวยโอกาสไปก่อนได้
“ที่รัก คุณตื่นแล้วเหรอ? ทำเอาผมตกใจแทบตาย”
ลู่หรงเซิ่งพูดพลางหางตาก็แดงเล็กน้อย เขากุมมือของกู้ชิงฮวนไว้แน่น ลูบไปมากับแก้มของเขา ท่าทางรักอย่างลึกซึ้งนี้ ใครเห็นก็ต้องรู้สึกซาบซึ้งใจ
“คุณนายลู่ ความรักของพวกคุณมันดีมากจริง ๆ เลยนะคะ! คุณดูผู้หญิงห้องข้าง ๆ สิคะ เข้าโรงพยาบาลมาครึ่งเดือนแล้ว สามีไม่เคยมาแม้แต่สักครั้ง คุณนี่ช่างโชคดีจริง ๆ ค่ะ”
ใบหน้าของพยาบาลสาวที่พูดขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉา กู้ชิงฮวนพยายามฉีกยิ้ม แต่กลับมีเพียงรอยยิ้มขมขื่น
พยาบาลสาวคงจะไม่รู้ว่าเธอยังเทียบไม่ได้กับผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็ไม่ต้องบาดเจ็บทั้งตัวหลังจากความหวังทั้งหมดพังทลาย
“ฉันอยากไปดูบ้านของคุณพ่อคุณแม่”
กู้ชิงฮวนพูดขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า ลู่หรงเซิ่งตกใจ ยิ้มขึ้นด้วยท่าทางไม่เป็นธรรมชาติ
“ไปทำอะไรที่นั่นเหรอครับ? มันมีแต่จะยิ่งทำให้คุณเสียใจ คนดี รอคุณปลูกถ่ายอวัยวะดีขึ้นแล้ว เราค่อยย้ายกลับไป ตอนนี้ก็รักษาตัวก่อนนะครับ”
แววตาตอนที่เขาพูดโกหก ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย กู้ชิงฮวนกลืนความขมขื่นลงไป
“ก็เพราะต้องผ่าตัดแล้ว ฉันเลยอยากกลับไปดูพวกเขา ขอให้พวกเขาคุ้มครองฉัน ให้มีสุขภาพแข็งแรงมีชีวิตยืนยาว”
ลู่หรงเซิ่งฟังความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของกู้ชิงฮวนไม่ออก เขากะพริบตาปริบ ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นท่าทางรักเอ็นดูอีกครั้ง
“ก็ได้ครับ คุณพูดอะไรก็เอาอย่างนั้น แต่ที่นั่นมันค่อนข้างรก เดี๋ยวผมให้คนไปจัดเก็บสักหน่อย แล้วคุณค่อยกลับไปนะครับ”
กู้ชิงฮวนพยักหน้า เธอรู้ว่าลู่หรงเซิ่งต้องเตรียมการล่วงหน้า
เธอเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนั้น แค่อยากขายบ้านนั้นก่อนจะไปจากที่นี่
ตอนแรกเก็บไว้ก็อยากจะเก็บเป็นความทรงจำ แต่ที่นั่นมันได้สกปรกเกินไปนานแล้ว มันไม่คุ้มค่าที่เธออาลัยอาวรณ์มันอีก
แต่สวรรค์ก็โหดร้ายกับเธอมาก เธอไม่อยากเจอกับผู้หญิงคนนั้น แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับมาหาเธอเอง
ตอนบ่ายมีผู้ป่วยอายุห้าสิบกว่าเข้ามาใหม่ ก็คือแม่ของเฉินลู่
กู้ชิงฮวนก็เจอกับเฉินลู่ตัวจริงครั้งแรก
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเฉินลู่ อีกสองวันคุณแม่ของฉันก็จะผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเหมือนกัน ขอความกรุณาด้วยนะคะ”
เธอเดินมาที่หน้าเตียงของกู้ชิงฮวนด้วยสีหน้าท้าทาย ยื่นมือออกไปหากู้ชิงฮวน
กู้ชิงฮวนมองเธอด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง เธอก็ไม่ได้สวยไปกว่าเธอ อย่างมากก็ดูมีเสน่ห์เล็กน้อย แต่ผู้ชายเมื่อนอกใจก็ไม่เคยเลือก
เธอไม่ยื่นมือออกไป และไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเธอ ตัวเธอแม้แต่หัวใจของผู้ชายก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ จะไปโทษผู้หญิงนอกบ้านว่ามีเล่ห์เหลี่ยมจัดได้ยังไง?
แววตาของลู่หรงเซิ่งมีความขัดเขินปรากฏขึ้นเล็กน้อย ไม่มองเฉินลู่แม้แต่แวบเดียว เขาประคองกู้ชิงฮวนให้ดื่มน้ำสองสามคำ
เฉินลู่โกรธจนกัดริมฝีปาก
เธอเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากลู่หรงเซิ่ง บอกให้เธอกับลูกย้ายออกจากบ้านตระกูลกู้
อันที่จริงเธอก็ไม่ได้จำเป็นต้องอยู่ที่นั่น แต่พอคิดว่าสามารถทำให้กู้ชิงฮวนสะอิดสะเอียน เธอก็อ้อนวอนให้ลู่หรงเซิ่งให้เธอกับลูกอยู่ที่นั่น เมื่ออยู่ก็เป็นเวลาสามปี
เฉินลู่เป็นคนที่ชอบเอาชนะ เมื่อก่อนลู่หรงเซิ่งมักไม่ให้เธอเข้าใกล้กู้ชิงฮวน แต่ตอนนี้เธอกำลังจะตายแล้ว เธอก็ไม่อะไรต้องสนใจอีก
“ได้ยินมาว่าคุณก็หาผู้บริจาคตับที่เหมาะสมได้แล้วเหมือนกัน? ขออย่าให้มีเรื่องผิดพลาดอีกนะคะ อย่า...”
“พอได้แล้ว! ”
ไม่รอให้กู้ชิงฮวนพูด ลู่หรงเซิ่งก็เขวี้ยงแก้วน้ำในมือจนแตก เขามองเฉินลู่ด้วยสายตาโกรธเคือง
“ถ้าคุณพูดไม่เป็นก็หุบปากเสีย ภรรยาของผมไม่ถือสา ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอม ถ้ายังพูดเพ้อเจ้ออีกคำ ก็ไสหัวออกไปจากโรงพยาบาลนี้ซะ”
กู้ชิงฮวนนอนพิงกับหัวเตียง มองการแสดงของลู่หรงเซิ่ง ก็ปรบมือเงียบ ๆ ให้เขาในใจ
เขาก็เป็นนักแสดงที่ดีจริง ๆ แต่หัวใจก็ยังเจ็บปวดไปด้วย เขาคือตั้งใจจะหลอกเธอจนเธอตายใช่ไหม?
เธออ่อนเพลียจนไม่มีเรี่ยวแรงจะสนใจความจอมปลอมของลู่หรงเซิ่ง เธอหลับตาลงแล้วค่อย ๆ หลับไป
แทนที่จะทะเลาะกับพวกเขา เธออยากรักษาสุขภาพให้ดีมากกว่า ไม่มีลู่หรงเซิ่งเธอก็เศร้าเสียใจจริง ๆ ต้องใช้เวลานานกว่าจะหลุดพ้นจากเงาที่เขาทิ้งไว้ได้ แต่ตอนนี้เธอกลับอยากมีชีวิตมากกว่าทุกครั้ง
เพราะมีเพียงเธอสุขภาพแข็งแรง ถึงจะสามารถให้พวกเขาชดใช้ได้
กลางดึกกู้ชิงฮวนตื่นขึ้นมาหาน้ำดื่ม แต่กลับไม่เห็นร่องรอยของลู่หรงเซิ่ง
เธอออกไปจากห้องผู้ป่วย และได้ยินเสียงซู่ ๆ ซ่า ๆ ที่ทางขึ้นบันได
คือเสียงหอบของชายหญิงขณะมีความรัก เสียงนั่นเธอคุ้นหูมาก คือของเสียงลู่หรงเซิ่ง
เธอจับหน้าอกที่กำลังเต้นแรง ผลักประตูออกเบา ๆ ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนัวเนียกันอย่างลืมตัว
“เอ๊ะ...คุณ ทำไมเมื่อบ่ายคุณต้องดุฉันขนาดนั้น? ฉันเสียใจมากเลยนะคะ”
เฉินลู่กอดคอลู่หรงเซิ่ง หายใจหอบพูดออดอ้อนขึ้น
“คุณเสียใจที่ต้องเอาตับให้กับคุณแม่ของแล้วใช่ไหมคะ? ฉันว่าแล้ว คุณยังมีใจให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่”
ลู่หรงเซิ่งใช้ริมฝีปากปิดปากที่บ่นไม่หยุดของเธอไว้
“อย่าพูดเพ้อเจ้อ ตับก็ต้องให้คุณแม่ของคุณแน่นอน ผมแค่โมโหที่คุณทำอะไรโดยพลการ”
“ผมก็จัดแจงให้คุณแม่ของคุณพักในห้องพิเศษแล้วไม่ใช่เหรอ? คุณกลับให้คุณแม่กับกู้ชิงฮวนเบียดกันในห้องธรรมดาทำไม? ”
เฉินลู่ยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉันแค่อยากทำให้กู้ชิงฮวนรำคาญ ใครให้มันครอบครองคุณอยู่ทั้งวัน”
ท่าทางของลู่หรงเซิ่งรุนแรงมากขึ้น เสียงเสียดสีของเนื้อราวกับว่าจะฉีกหูของกู้ชิงฮวนให้ทะลุ
“นางมารน้อย ดูว่าผมจะลงโทษคุณยังไง”
...
ไม่รู้ว่ากู้ชิงฮวนที่กัดริมฝีปากจนแตกตอนไหน ในปากเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
ดังนั้นลู่หรงเซิ่งบอกว่าห้องพิเศษห้องสุดท้ายถูกคนอื่นจองไปแล้ว ที่แท้ก็คือจองให้กับแม่ของเฉินลู่เหรอ?
สองคนในทางเดินบันไดยังคงดำเนินต่อไป ส่วนกู้ชิงฮวนก็เดินกลับห้องผู้ป่วยอย่างไร้วิญญาณ
เดิมทีคิดว่าตัดสินใจจากไปก็จะไม่เจ็บปวดหัวใจอีก แต่เมื่อเธอเห็นลู่หรงเซิ่งกับเฉินลู่ทำเรื่องน่าอับอายต่อหน้าตัวเอง หัวใจก็ยังเจ็บปวดไม่หยุด
สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่ใช่พระเจ้า ไม่สามารถสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้