ภาพปกนิยาย XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน

XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน

9.3 / 10.0
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ตัวตนของ 'ซาน' จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างน่าประหลาด ชีวิตของหญิงสาวที่ต้องมารับหน้าที่เป็นคนดูแลชั่วคราวกลับต้องพลิกผันไปตลอดกาล เมื่อเธอได้สัมผัสกับความลับที่ซ่อนอยู่ในค่ำคืนอันเร่าร้อน แม้จะพยายามเข้าหาด้วยความเป็นห่วงในยามที่เขาแสดงอาการทุกข์ทรมาน แต่เธอกลับถูกตะคอกไล่และผลักไสอย่างรุนแรงพร้อมคำเตือนที่ตอกย้ำสถานะเพียงคนดูแลว่าอย่าคิดใฝ่สูง ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความลึกลับนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก หากเธอย้อนเวลากลับไปได้ เธอคงเลือกที่จะเดินออกไปจากห้องนั้นตามคำสั่ง แทนการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม
เรื่องย่อ XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน
เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ตัวตนของ 'ซาน' จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างน่าประหลาด ชีวิตของหญิงสาวที่ต้องมารับหน้าที่เป็นคนดูแลชั่วคราวกลับต้องพลิกผันไปตลอดกาล เมื่อเธอได้สัมผัสกับความลับที่ซ่อนอยู่ในค่ำคืนอันเร่าร้อน แม้จะพยายามเข้าหาด้วยความเป็นห่วงในยามที่เขาแสดงอาการทุกข์ทรมาน แต่เธอกลับถูกตะคอกไล่และผลักไสอย่างรุนแรงพร้อมคำเตือนที่ตอกย้ำสถานะเพียงคนดูแลว่าอย่าคิดใฝ่สูง ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความลึกลับนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความรัก หากเธอย้อนเวลากลับไปได้ เธอคงเลือกที่จะเดินออกไปจากห้องนั้นตามคำสั่ง แทนการเผชิญหน้ากับเรื่องราวที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปอย่างไม่มีวันเหมือนเดิม
อ่านเพิ่มเติม

XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน ตอนที่ 1

แค่เกิดมาแล้วมีต้นทุนชีวิตไม่เหมือนกับคนอื่น หนทางที่ก้าวเดินย่อมเต็มไปด้วยขวากหนามเป็นธรรมดา มันอยู่ที่ว่าเราจะสู้ หรือถอยตั้งแต่ยังไม่เริ่มออกเดินทาง...

แน่นอนว่าฉันเลือกจะทำอย่างแรก ด้วยความที่เป็นเสาหลักของครอบครัวคงเลือกอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ แม้รู้อยู่แก่ใจว่าหนทางข้างหน้าต้องเจอกับบททดสอบต่างๆ ที่ล้วนทำให้เหน็ดเหนื่อยก็ตามแต่

“เลิกงานตรงเวลาจังเลยนะ” ขณะที่กำลังสแกนนิ้วออกเพื่อกลับบ้าน หลังจากการทำหน้าที่สิ้นสุดลง ประโยคทำนองค่อนแคะก็ลอยเข้ามากระแทกโสตประสาทเข้าอย่างจัง

“ทำครบชั่วโมงแล้วจะอยู่ทำไมล่ะ” ตอนเข้างานฉันก็เข้าก่อนเวลาด้วยซ้ำ แต่ทำไมไม่เห็นพูดอะไรบ้าง พอออกตรงเวลาเข้าหน่อยปากก็อยู่ไม่สุขทันทีเชียวนะ

“ปากดี” ‘เกล’ เพื่อนร่วมงานประสาทเสียก็ยังคงไม่หยุดพูดเหน็บแนม สายตายามที่มองมาเหมือนกับว่าโกรธแค้นฉันตั้งแต่ชาติปางก่อน

“ก็พอตัวแหละ” ฉันไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน และเกรงกลัว “รีบกลับเข้าไปทำงานซะสิ มัวแต่ยืนแขวะคนอื่นอยู่ได้”

ฉันเดินเฉียดผ่านร่างบางที่ยืนขวางทางอยู่ เพื่อตรงเข้าไปยังตู้ล็อกเกอร์เก็บของ

อีกฝ่ายแสดงท่าทีฮึดฮัดไม่ชอบใจออกมาให้เห็นโดยไม่คิดจะปกปิด ก่อนจะเดินสะบัดตัวกลับเข้าไปทำงานต่อ

ก็เป็นแค่พนักงานเหมือนกัน แต่ติดตรงที่ว่าเกลมีแฟนเป็นถึงผู้จัดการร้าน นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอหยิ่งผยองได้มากขนาดนี้ ยามใดที่เห็นแฟนหนุ่มของตัวเองไปยุ่งวุ่นวายกับพนักงานคนอื่นๆ ภายในร้าน ความหึงหวงก็ก่อเกิดจนหน้ามืดตามัว

ทั้งที่จริงแล้วเธอควรจัดการสั่งสอนแฟนตัวเองต่างหาก เจ้าชู้ขนาดนั้นถ้าไม่กำราบตัวต้นเหตุแล้วจะมีประโยชน์อะไร

ฉันก็เป็นหนึ่งในพนักงานที่ถูก ‘บอล’ แฟนของเกลชอบเข้ามาวุ่นวาย และพูดจาแทะเล็ม แต่ไม่คิดว่าฉันจะเลือกบ้างเหรอ? ผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้นปล่อยให้สูญพันธุ์ไปเลยดีกว่า อย่าได้เก็บมาไว้กับตัว รังแต่จะทำให้ชีวิตต้องพบเจอกับเรื่องชวนน่าปวดหัวไม่จบไม่สิ้น

“กลับบ้านแล้วเหรอดีใจ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง

ตายยากจริงๆ เลยเชียว แค่นึกถึงก็โผล่พรวดมาให้เห็นหน้า

“ค่ะ” ตอบรับเพียงสั้นๆ เท่านั้น มือข้างหนึ่งยกสายกระเป๋าขึ้นพาดไหล่ แล้วก้าวออกมาจากห้องเก็บตู้ล็อกเกอร์ที่คับแคบ

มันเป็นแค่ช่องทางเล็กๆ ที่มีตู้ตั้งชิดผนัง สามารถเข้าไปยืนได้แค่สองคนเท่านั้น หนำซ้ำยังไม่มีประตูแถมเดินออกไปแค่ทางเดียว และแน่นอนว่าตอนนี้ร่างสูงตรงหน้ากำลังยืนขวางทางฉันอยู่

“พี่ก็เลิกงานพอดีเลย ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย พี่เลี้ยง” มันจะมีผู้ชายสักกี่คนกันที่กล้าชวนผู้หญิงคนอื่นไปทานข้าวด้วย ทั้งที่แฟนตัวเองก็อยู่ไม่ไกลจากตรงบริเวณนี้

“เลิกงานแล้วก็นั่งรอแฟนพี่เถอะค่ะ ฉันหากินเองได้” รอยยิ้มระบายเต็มใบหน้าในยามที่เอื้อนเอ่ย แม้ลึกๆ จะไม่ชอบใจทว่าก็จำต้องข่มกลั้นอารมณ์นั้นไว้

หลังกล่าวจบฉันไม่รอให้อีกฝ่ายได้เปิดปากพูดอะไรออกมาอีก พยายามมองหาช่องทางเล็กๆ เพื่อเดินแทรกกายออกมา

ก็ยังดีที่พอถูกตอกกลับไปแบบนั้นแล้วไม่หน้าด้านรั้งฉันให้อยู่ต่อ

ระหว่างที่เดินไปยังป้ายรถเมล์ ฉันแวะซื้ออาหารที่ตั้งร้านขายอยู่ริมทางติดมือไปให้คนที่บ้านได้ทาน แม้จะดึกมากแล้วแต่แม่กับน้องก็ยังรอคอยเหมือนอย่างเช่นทุกวัน เว้นซะแต่ว่าวันไหนฉันกลับดึกมากจริงๆ คนที่บ้านถึงจะไม่อยู่รอทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา

แม้ไม่ได้มีเงินทองมากมายเหมือนคนอื่น แม้ต้องหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ทว่าสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดก็คือความรักใคร่กลมเกลียวภายในครอบครัว

ฉันนั่งรอคอยรถโดยสารสาธารณะเกือบชั่วโมงกว่าจะได้เดินทางกลับบ้าน รองเท้าผ้าใบเก่าๆ เหยียบย่ำไปบนพื้นน้ำที่เจิ่งนอง-ภายในซอยที่คับแคบ และมืดสลัว

แม้ทางเข้าบ้านแลดูอันตรายทว่าพวกฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปหาที่ซุกหัวนอนใหม่ที่ไหนได้อีก ค่าเช่าบ้านในสลัมถูกสุดแล้วสำหรับฉัน แต่ก็ยังดีที่ทางไม่ได้ลึกมากมายอะไร

กระนั้นหากหาเงินได้มากกว่านี้ ฉันก็อยากพาครอบครัวหลุดพ้นออกไปจากที่แห่งนี้ เผื่อคุณภาพชีวิตจะได้ดีขึ้น ไม่ต้องเจอเรื่องชวนหน้าปวดหัว เดี๋ยวคนนั้นก็ทะเลาะกัน วันดีคืนดีก็เห็นตำรวจวิ่งไล่จับคนร้ายที่ลักลอบส่งยาภายในซอย

อันที่จริงทุกที่ก็มีทั้งคนดีและเลวปะปนกันไป เพียงแค่สถานที่ที่ฉันอาศัยอยู่นั้นดันมีคนเลวมากกว่าเป็นไหนๆ

“พี่ดีใจกลับมาแล้ว!” ยังไม่ทันที่ฉันจะล้วงหยิบกุญแจขึ้นมาไขประตู ‘ที่รัก’ ผู้ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของฉันก็เปิดประตูพรวดพราดออกมาหา “หนูกะแล้วว่าต้องเป็นเสียงรองเท้าพี่”

ใบหน้าละม้ายคล้ายกันเผยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ฉันเดินก้าวเข้าไปด้านใน บ้านหลังนี้ที่เราอาศัยอยู่เป็นบ้านไม้สองชั้น ขนาดปานกลางไม่ได้คับแคบจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้สะดวกสบายมากมายนัก วันดีคืนดีฝนตกหนักหลังคาบ้านก็รั่ว ต้องหยิบกะละมังมารองหยดน้ำฝนกันจ้าละหวั่น

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะที่รัก ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่หวังดีจะทำยังไง” อดไม่ได้ที่จะพูดเอ็ดน้องสาวด้วยความหวังดี

ที่รักเพิ่งขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่สองเมื่อไม่นานมานี้ เริ่มแตกเนื้อสาวมากขึ้นทุกวัน หนำซ้ำนิสัยของน้องยังหัวอ่อนกว่าฉันมาก กลัวเหลือเกินว่าจะถูกใครมารังแกได้โดยง่าย

“ดุน้องอีกแล้ว” ใบหน้าเนียนใสเกลี้ยงเกลาเริ่มงอง้ำ กระนั้นก็ดูออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้งอนเป็นจริงเป็นจัง

“เพราะพี่เป็นห่วงหรอกถึงพูดแบบนี้” ริมฝีปากบางขยับพูดอธิบาย ขณะที่สายตาก็กวาดมองหาใครอีกคน “แม่ล่ะ”

“เข้านอนแล้ว”

“แม่ไม่สบายเหรอ” ปกติแม่จะรอฉันกลับมาแทบทุกครั้งทว่าวันนี้กลับผิดแผกไป ฉันเอ่ยถามตามที่คาดเดา และการที่น้องสาวพยักหน้ารับหงึกหงักถือว่าเป็นคำตอบที่ชัดเจน

“เดี๋ยวหนูเอาไปแกะให้” มือบางยื่นมาคว้าถุงหิ้วที่ฉันถืออยู่ ปล่อยให้น้องจัดการ ส่วนตัวเองก็เดินขึ้นไปยังห้องนอนของผู้เป็นแม่

ผลักบานประตูให้เปิดแง้มแผ่วเบา แล้วแทรกกายเข้าไปยืนภายในห้องที่มืดสนิท แสงไฟจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อย กระนั้นก็ทำให้เห็นว่าผู้เป็นแม่นอนอยู่ตรงไหน ฉันทรุดตัวนั่งลงที่ข้างฟูกนอน มือเอื้อมไปแตะผิวกายของร่างผอมบางที่นอนอยู่อย่างเบามือ

“กลับมาแล้วเหรอดีใจ” เสียงแหบแห้งเอ่ยทัก พานทำให้ฉันชะงักมือ

ตัวของแม่ไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ จึงยากที่จะคาดเดาว่าแม่เป็นอะไรกันแน่

“ไปหาหมอมั้ยแม่” ทางเดียวที่จะช่วยยืนยันอาการได้แน่ชัดก็คือไปให้คุณหมอตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ฉันไม่ได้วิตกกังวลไปเอง แต่แค่อยากมั่นใจเท่านั้น ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแม่และน้องสาว ต่อให้เป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ฉันก็ล้วนใส่ใจทั้งนั้น

“แม่ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ปวดหัวเฉยๆ” น้ำเสียงของแม่ดูอ่อนแรงเสียเหลือเกิน จะให้ฉันเชื่อจริงๆ เหรอว่าไม่เป็นอะไรมาก “แล้วนี่หนูกินข้าวหรือยัง”

“เดี๋ยวหนูลงไปกินกับน้อง แม่ล่ะกินข้าวกินยาหรือยัง”

“ที่รักหาให้แม่กินตั้งแต่หัวค่ำแล้ว หนูลงไปกินข้าวเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ถ้าปวดหัวหนักมากก็เรียกหนูนะ” ไม่วายพูดทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วง

เมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าตอบรับฉันจึงหยัดตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกมาจากห้องโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ให้ด้วย

“เดี๋ยวนี้แม่ปวดหัวค่อนข้างบ่อย” ประโยคบอกเล่าจากปากผู้เป็นน้องส่งผลให้หัวคิ้วของฉันขมวดเข้าหากัน

ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับแม่แบบใกล้ชิดจึงไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แถมที่รักยังไม่เคยพูดให้ฉันฟัง คงถูกแม่สั่งห้ามอีกตามเคย

“แม่ไปหาหมอบ้างหรือยัง” สิ่งที่ได้รับรู้พานทำให้ฉันเกิดความรู้สึกไม่อยากอาหาร แม้ว่าช่องท้องจะประท้วงด้วยการปวดเป็นพักๆ

ปกติแล้วฉันมักจะทานข้าวไม่ตรงเวลา เนื่องจากมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบมากมาย สิ่งที่เป็นตอนนี้คงไม่แคล้วอาการของโรคกระเพาะ ขนาดอาหารถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าแท้ๆ แต่ใจก็ไม่อยากลงมือทาน

“พี่ก็รู้ว่าต่อให้พูดหว่านล้อมยังไงแม่ก็ไม่ยอมไป” จริงอย่างที่น้องพูดมา แม่ฉันน่ะดื้อจะตายไป ห่วงแต่กลัวว่าลูกจะเสียเงินค่ารักษาพยาบาลไม่เป็นห่วงตัวเองบ้างเลย

“เดี๋ยววันหยุดพี่จะพาแม่ไปเอง ทานข้าวเถอะ” ฉันสรุปเสร็จสรรพ ที่รักคงหิ้วท้องรอนานมากแล้ว ต่อให้ไม่คิดอยากก็ไม่ควรที่จะทำให้น้องต้องเครียดตามไปด้วย...

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาผ่านทางช่องหน้าต่าง กระทบลงเปลือกตาที่กำลังหลับพริ้ม ทันทีที่เสียงนาฬิกาปลุกดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ฉันจึงค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่ง พร้อมขยับตัวบิดไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบ

มือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ เพื่อกดปิดเสียงแจ้งเตือนที่ดังกังวานไปทั่วทั้งห้อง แม้เมื่อคืนนี้จะนั่งทำงานที่อาจารย์มอบหมายจนดึกดื่น ทว่าหากมีเรียนตอนช่วงเช้ายังไงฉันก็ต้องตื่นให้ทันอยู่ดี

ขาดไม่ได้หรอก ฉันเพิ่งยื่นเรื่องขอทุนการศึกษาไป ดังนั้นควรประพฤติตัวให้ดี

ทันทีที่ทำอะไรเรียบร้อย สองเท้าจึงค่อยๆ ย่างก้าวลงบันไดไปยังด้านล่าง แล้วพบว่าน้องสาวกำลังเตรียมตัวไปเรียนเหมือนกัน

“พี่ดีใจ หนูขอเงินไปโรงเรียนหน่อย” มือเล็กง้างแบอยู่ตรงหน้า ฉันล้วงหยิบแบงก์ร้อยออกมาจากกระเป๋า และวางลงบนใจกลางฝ่ามือของผู้เป็นน้อง

“เลิกแล้วรีบกลับมาดูแม่ด้วยนะ”

“รับทราบค่ะ” คนตัวเล็กรับคำเสียงใส ฉันจึงยื่นมือไปขยี้ผมน้องเบาๆ

“พี่ไปเรียนก่อนนะ” ล่ำลาที่รักเพียงไม่กี่ประโยค ก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน...

ฉันยังคงเลือกใช้รถเมล์สาธารณะในการเดินทางไปเรียน แม้ว่าแถวมหา’ลัยจะมีสถานีรถไฟฟ้า ทว่าก็ไม่อยากเสียเงินไปกับค่าโดยสารที่นับวันยิ่งแพงมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยความที่มาเร็วกว่าเพื่อนสนิทอย่าง ‘เรย์วี่’ ฉันจึงต้องเดินเข้าไปในห้องเพื่อจับจองหาที่นั่งระหว่างรอเธอมา ผ่านไปไม่นานนักศึกษาคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยเดินเข้าห้องมาเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่เรย์วี่เอง ร่างบางส่งยิ้มกว้างแต่ไกล ก่อนจะเดินมาทรุดกายนั่งลงยังเก้าอี้ด้านข้าง

“ดีใจ คือฉันมีเรื่องอยากจะให้เธอช่วยหน่อยน่ะ”

“ได้สิ ว่ามาเลย” ฉันตอบรับทันที แม้ยังไม่รู้รายละเอียดเรื่องที่เพื่อนจะไหว้วานก็ตามแต่

“เพื่อนอาเจย์รถคว่ำ ตอนนี้เขาพักฟื้นอยู่ที่บ้านแล้ว ดีใจช่วยไปดูแลให้หน่อยได้มั้ย”

“ถ้าเป็นเรื่องนี้ฉันคิดว่า...ไม่สะดวกเท่าไหร่ เพราะฉันต้องไปทำงานพาร์ทไทม์” สารภาพตามตรงเลยว่าเวลานี้ฉันกำลังลำบากใจเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่านี่คือเรื่องที่เพื่อนอยากไหว้วาน “แต่ถ้าให้ดูแลไม่กี่ชั่วโมงก็ได้อยู่นะ”

นึกๆ ดูแล้วกว่าจะได้เวลาเข้างานที่ร้านอาหาร ฉันพอมีชั่วโมงเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย

“ลาออกจากที่นั่นและมาดูแลเพื่อนอาเจย์อย่างเดียวได้หรือเปล่า ฉันคุยเรื่องค่าจ้างให้แล้ว ได้เดือนละสามหมื่นเลยนะ”

“สามหมื่น!!” รีบตะครุบปากตัวเองอย่างไว เมื่อเผลอพูดเสียงดังออกไปแบบนั้น จนเป็นเหตุทำให้นักศึกษาร่วมคลาสหันมามอง “สะ...สามหมื่นเลยเหรอ”

ตั้งแต่ทำงานมาฉันยังไม่เคยจับเงินมากกว่าหมื่นห้าเลยด้วยซ้ำ แถมเหนื่อยจนแทบรากเลือดกว่าจะได้แต่ละบาท

“ใช่ ถ้าดีใจตกลงปิดเทอมนี้ก็ไปทำได้เลย”

อันที่จริงอีกไม่กี่วันจะสอบไฟนอลแล้ว หลังจากนั้นฉันก็ปิดเทอมยาวๆ นี่ถือว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะหารายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังกับเรื่องเรียน

“แล้วต้องดูแลเขากี่เดือนเหรอ”

“จนกว่าอาซานจะหายดี ฉันคิดว่าคงเดือนนิดๆ ถ้าจบงานนี้เดี๋ยวฉันหางานอื่นเตรียมไว้ให้ ดีใจจะได้ไม่ต้องกลับไปทำที่ร้านอาหารนั่นอีก” เรย์วี่อธิบายออกมายาวเหยียด พร้อมตบท้ายด้วยการหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้แก่ฉัน

“ขอบคุณมากนะเรย์วี่” มือบางวางทาบทับลงบนหลังมือของร่างบางข้างกายด้วยความซาบซึ้งใจ ทั้งชีวิตไม่เคยมีใครหยิบยื่นโอกาสดีๆ ให้แก่ฉัน ที่ผ่านมาทุกอย่างล้วนไขว่คว้าด้วยตัวเองทั้งนั้น “ฉันตกลงที่จะทำ”

หารู้ไม่ว่า การที่ยอมตกปากรับคำทำงานนี้ จะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล และไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่ากำลังจุดชนวนแผดเผาหัวใจตนเองให้มอดไหม้กับมือ

มันค่อยๆ แหลกสลายทีละนิดกระทั่งเหลือเพียงแค่ฝุ่นธุลีโดยไม่รู้ตัว ‘ปากบอกว่าอย่าเล่นกับไฟ แต่ใจก็ดันริอาจฝ่าฝืน’...

อ่านต่อ

สารบัญของ XXX I เรื่องมันเกิด...เพราะดวงอาทิตย์ตกดิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญ สาวน้อยเจ้าของฉายาจอมจุ้นตกหลุมรัก มัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบที่เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเข้าอย่างจัง คำอธิษฐานในงานวันเกิดส่งผลให้เธอได้รับเลือกเข้าทำงานในบริษัทของเขาและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัว แต่ความรักกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเจ้านายหนุ่มมาดดุคอยแต่จะคาดโทษและทำหน้ายักษ์ใส่จนเธอเริ่มท้อถอยและตัดสินใจถอยห่างเพื่อรักษาแผลใจ ทว่าฝ่ายมัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจเรื่องความรัก กลับเริ่มหวั่นไหวให้กับความสดใสของเลขาสาวจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อเห็นเธอพยายามตีตัวออกห่าง เสือยิ้มยากอย่างเขาจึงไม่อาจยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่าย ๆ ยิ่งเธอถอยเขายิ่งรุกคืบเพื่อผูกมัดหัวใจจอมจุ้นไว้ให้อยู่หมัด
ภาพปกนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับหนุ่มผู้เย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อแม่ของเขาพยายามฆ่าตัวตาย เพราะพ่อพาเมียน้อยคราวลูกอย่าง นับดาว เข้ามาเริงรักในบ้านอย่างไม่เกรงใจ นับดาวสาวสวยผู้หิวกระหายความสุขสบายพยายามปั่นหัวให้พ่อของสไนเปอร์หย่าขาดจากภรรยาหลวง โดยใช้จริตมารยาปรนเปรอสวาทจนชายวัยคราวพ่อหลงจนโงหัวไม่ขึ้น แม้สไนเปอร์จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอาย แต่เธอกลับจ้องมองเขาด้วยความเสน่หาและไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าทอ ความแค้นที่สไนเปอร์มีต่อหญิงแพศยาผู้ทำลายครอบครัวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทลงโทษอันเร่าร้อน เมื่อเขาตัดสินใจจะลากเธอลงนรกด้วยน้ำมือของเขาเองในฐานะทาสสวาทที่ต้องชดใช้ด้วยร่างกายอย่างสาสม
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
แม่หม้ายป้ายแดงอย่างณาณีมเพิ่งผ่านการหย่าร้าง เธอตั้งใจจะใช้ชีวิตโสดต่อไป แต่ราฮีมหนุ่มหล่อกลับรุกเข้ามาไม่หยุด แม้เธอจะพยายามปิดกั้นหัวใจ แต่ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ เขาก็ทำให้เธอหวั่นไหวราวกับเด็กสาว เพื่อนสนิทอย่างณิการ์และธัญมณพยายามปลุกใจให้เธอลองเปิดใจ เธอกลัวการแต่งงาน กลัวการมีเซ็กซ์กับใครใหม่ เพราะสิบสามปีที่ไม่เคยรู้จักผู้ชายคนอื่น แต่เมื่อราฮีมจูบเธอกลางสายฝนเพื่อ 'ถอนพิษลิปสติก' ความร้อนแรงนั้นก็ทำให้เธอเผลอตอบสนอง แม้จะบอกว่าผ่านโลกมามาก แต่หัวใจเต้นแรงจนเธอเองก็แปลกใจ — และฝนที่โปรยลงมา กำลังจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคืนที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง
ภาพปกนิยาย จอมใจอสูร
8.5
เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด รวิษาต้องเผชิญกับถ้อยคำดูแคลนจากอัครา ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน แต่บัดนี้เขากลับประกาศก้องว่ามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า ท่ามกลางความเงียบงันและพยายามหลบหนี รวิษากลับถูกพันธนาการไว้ด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า อัคราจงใจใช้ท่าทีคุกคามและวาจาเยาะเย้ยเพื่อย้ำเตือนถึงความสัมพันธ์ในอดีตอย่างไม่ใยดี ในวันที่คนรักใหม่ของเขาไม่อยู่ เขากลับฉวยโอกาสกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่บีบคั้น ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนเตียงกว้างก่อนจะถูกรุกรานด้วยจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจ แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่เขากลับยิ่งใช้กำลังบังคับให้เธอต้องจำนนต่อสัมผัสอันรุนแรงเพื่อระบายอารมณ์ในเกมที่เขาเป็นผู้คุมทุกอย่าง
ภาพปกนิยาย ประธานไล่จีบภรรยา
9.3
อดีตอันขมขื่นของเจียงหยุนเอ๋อเริ่มขึ้นเมื่อเธอถูกวางยาจนมีความสัมพันธ์กับชายแปลกหน้า เหตุการณ์นี้ทำให้เธอถูกขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้เยื่อใย ห้าปีต่อมา หญิงสาวเดินทางกลับมาตุภูมิพร้อมพยานรักตัวน้อย ทว่าทันทีที่ถึงสนามบิน เธอกลับถูกกลุ่มคนพาลเข้ามารังแกอย่างอุกอาจ ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังและไร้ทางออก ลูกชายวัยไร้เดียงสากลับวิ่งไปกอดขาบุรุษผู้ทรงอิทธิพลพร้อมเรียกเขาว่าพ่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ความบังเอิญครั้งนี้ได้พลิกชะตาชีวิตของเธอ นำไปสู่การทวงคืนความยุติธรรมและจุดเริ่มต้นของความรักครั้งใหม่
ภาพปกนิยาย หัวใจเมียน้อย
8.5
เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นขึ้นจากภาระหนี้บุญคุณอันหนักอึ้ง เมื่อหญิงสาวจำเป็นต้องตัดสินใจสละสิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างพรหมจรรย์เพื่อเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือที่ได้รับในครั้งแรก ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องติดค้างบุญคุณซ้ำสอง ซึ่งในครั้งนี้สิ่งที่เธอต้องสูญเสียไปกลับไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย แต่รวมถึงหัวใจทั้งดวงที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเมียน้อย เธอจะจัดการกับความรู้สึกที่ถลำลึกและพันธนาการแห่งบุญคุณที่ผูกมัดเธอไว้ได้อย่างไรในโลกแห่งความจริงที่แสนเจ็บปวด
ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved.