ตอน 1

ควันจางๆ ลอยมาจากแก้วกาแฟสีขาวซึ่งเวลานี้วางอยู่บนโต๊ะทำงานสีเข้ม กลิ่นหอมๆ ของมันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ผู้คนชื่นชม รวมถึงความขมที่ทำให้คนรักกาแฟตื่นตัวได้ตลอดทั้งวันซึ่งหนึ่งในนั้นคือมิณทร์

ชายหนุ่มเป็นหนึ่งในกรรมการผู้บริหารของบริษัทแห่งนี้ ที่นี่คือบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในซึ่งกำลังเป็นที่จับตามอง เพราะแม้จะก่อตั้งมาได้ไม่ถึงสิบปีแต่กลับเป็นที่ไว้ใจของกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

ผลงานของมิณทร์และกลุ่มเพื่อนสนิทที่ร่วมก่อตั้งบริษัทเป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่ผุดขึ้นตามเส้นทางรถไฟฟ้าราวกับดอกเห็ดและคาเฟ่คนรุ่นใหม่แถบชานเมืองอีกหลายสิบแห่ง โดยมิณทร์พยายามดึงตัวตนของเจ้าของมาใส่เป็นไอเดีย ทุกๆ อย่างมันจึงเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองที่ยากจะลอกเลียนแบบ

แต่นั่งจิบกาแฟพร้อมคิดงานไปด้วยได้ไม่ถึงครึ่งแก้วเสียงโทรศัพท์เฉพาะที่เขาตั้งไว้ก็ดังขึ้น แค่ได้ยินเสียงเรียกเข้าชายหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่าใครโทรมา

“ครับแม่”

“จะมารับน้องเมื่อไหร่” ยังไม่ทันจะได้ทักทายธิดาก็เอ่ยถามถึงเรื่องสำคัญ นั่นเพราะลูกชายตัวดีของเธอบ่ายเบี่ยงเล่นแง่มาตลอดจนถึงตอนนี้ก็ไม่ว่างเว้น

“น้องไหนครับ”

“อย่ามาเฉไฉได้ไหมมิณทร์ รู้ทั้งรู้ว่าแม่หมายถึงใคร” ธิดาส่ายหน้าให้มิณทร์ นี่ถ้าอยู่ใกล้มือเธอจะหยิกให้เนื้อเขียว ที่ผ่านมาทำเป็นไม่เห็นไม่มองราวกับดารัณไม่มีตัวตนเธอก็มองผ่านมาตลอด แต่ผ่านมาสิบปีแล้วเมื่อไหร่มิณทร์จะเลิกทำตัวแบบนี้เสียที ไม่รู้หรือไงว่าอีกคนเขาไม่ได้ปลื้มตัวเองแล้ว

“ผมชอบอยู่คนเดียว ขืนให้ยัยเด็กนั่นมาอยู่ด้วย คงอึดอัดแย่ ไม่เอาหรอกครับ” มิณทร์ปฏิเสธคำขอของแม่อีกครั้ง ซึ่งก็ทำแบบนี้ตั้งแต่รู้ว่าแม่จะให้เด็กนั่นมาอยู่กับเขา

“แต่น้องเรียนจบแล้ว”

“จบแล้วก็หางานที่บ้านทำก็ได้ ไม่ต้องลงมาทำงานไกลถึงกรุงเทพฯ หรอก”

“ที่นี่ก็ไม่มีงานดีๆ อะไรให้น้องทำ”

“ไม่เลือกงานไม่ยากจนนะครับแม่”

“แล้วทำไมทีตัวเองถึงไม่กลับมาหางานที่บ้านทำ…หืม”

“เอ่อ…” คำพูดแทงใจดำของแม่ทำเอามิณทร์ถึงกับไปต่อไม่ได้ ชายหนุ่มอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ครึ่งหนึ่ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอ่ยขึ้น

“น้องเรียนจบได้เกียรตินิยมจะให้มาเป็นเสมียนตามล้งรับซื้อผลไม้หรือไง อีกอย่างน้องสอบสัมภาษณ์ได้งานบริษัทข้ามชาติชื่อดังในกรุงเทพฯ แม่เลยอยากให้ไปทำงานที่นั่น”

“ผมจ้างเด็กนั่นให้อยู่ดูแลแม่ก็ได้อะ” พอได้ยินแบบนี้ธิดาก็ค้านทันที นั่นเพราะเธออยากให้ดารัณได้ออกไปดูโลกกับเขาบ้าง

“ไม่เอา กว่าน้องจะเรียนจบมาก็มุมานะตั้งหลายปีจบมาก็ต้องทำงานหาประสบการณ์หาเส้นทางที่ตัวเองชอบ ไม่ใช่มาดูแลคนแก่ไม้ใกล้ฝั่งแบบแม่”

“แต่ผมห่วงแม่” นั่นคือสิ่งที่มิณทร์กังวลเช่นกัน ทั้งๆ ที่หน้าที่ตรงนั้นมันควรเป็นของเขาไม่ใช่ของคนอื่น แต่เพราะงานเขาจึงไม่มีเวลากลับไปดูแลแม่บ่อยมากนัก ทั้งๆ ที่ท่านก็ตัวคนเดียว ส่วนพ่อชิงหนีทุกคนไปอยู่ที่ชอบๆ หลายปีที่ผ่านมาถ้าจะต้องขอบคุณ หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นยัยเด็กแสบนั่น

ตอน 2

ไม่รู้ว่าตอนนี้นิสัยเพี้ยนๆ บ้าๆ พวกนั้นหายไปหรือยัง ถ้ายังไม่หายเขาก็จะหาทางเลี่ยงการพบหน้าเธอไปตลอดแบบไม่มีกำหนดเช่นกัน

“แม่ดูแลตัวเองได้ อีกอย่างบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกน้องแบบนั้น น้องชื่อม่อน”

“โอเคๆ น้องม่อนก็น้องม่อน” มิณทร์จำต้องเรียกชื่อดารัณออกมาอย่างจำยอม โทนเสียงมันจึงไม่ได้น่าฟังสักเท่าไหร่

“จะขึ้นมารับน้องเองหรือจะให้น้องลงไปหา” ธิดาวกกลับมาคุยเรื่องสำคัญ เพราะไม่ว่ายังไงวันนี้เธอต้องเอาคำตอบจากมิณทร์ให้จงได้

“แม่ครับ ผมพูดตรงๆ อีกสักครั้งได้ไหม”

“ว่ามาสิ” คนเป็นแม่เดาได้ว่ามิณทร์จะพูดอะไร

“ผมไม่สะดวกให้เด็กนั่น เอ๊ย…ให้น้องม่อนมาอยู่ด้วยจริงๆ ผมเป็นผู้ชายนะครับแม่ จู่ๆ ชายหญิงอยู่ด้วยกันมันน่าเกลียดเปล่าๆ”

“น่าเกลียดยังไง นั่นน้องสาวแกนะ” ปลายสายเสียงห้วนกลับมาเล็กน้อย

“แต่ก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ” มิณทร์แย้งขึ้น เพราะดารัณคือเด็กที่แม่เขารับมาเลี้ยงเป็นลูกตั้งแต่เกิดก็ว่าได้ เธอเป็นลูกสาวเพื่อนสนิทแม่เขาเห็นว่าพอคลอดได้ไม่นานแม่แท้ๆ ของดารัณก็เสียชีวิต ส่วนพ่อของเธอเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเป็นใครและดูเหมือนดารัณเองก็ไม่เคยถามถึงด้วย

“งั้นแม่จะซื้อคอนโดที่กรุงเทพฯ ให้น้องสักห้อง ไว้อยู่ตอนทำงาน”

“คอนโดที่นี่ไม่ให้ห้องสองสามพันนะครับ ห้องหนึ่งเป็นล้านๆ”

“ไม่เป็นไร แม่รวย” ธิดาไหวไหล่ มรดกที่สามีทิ้งไว้ให้นั้นมากพอจะซื้อคอนโดที่กรุงเทพฯ ได้หลายห้อง รวมทั้งใช้ไปจนตายก็ไม่หมด แค่แบ่งมาเล็กๆ น้อยๆ มั่นใจได้ว่าขนหน้าแข้งเธอไม่ร่วงหรอก

“ผมรู้ว่าแม่รวย”

“ถ้ารู้ก็ไม่ต้องค้าน ในเมื่อมิณทร์ไม่สะดวกที่จะให้น้องไปอยู่ด้วย แม่ก็จะจัดการตามที่แม่สะดวกแล้วกัน” ธิดาขี้เกียจรอคำตอบจากลูกชายตัวดีที่บ่ายเบี่ยงเรื่องนี้มาตลอดเช่นกัน ถามมาตั้งแต่ดารัณใกล้จะเรียนจบจนตอนนี้จบแล้วก็ยังไม่มารับเสียที

“เอาจริงใช่ไหมครับเนี่ย” แม้จะรู้ว่าแม่เขาเอาจริงแต่มิณทร์ก็ไม่วายที่จะถามขึ้น

“แม่เหมือนคนพูดเล่นหรือไง”

“แม่”

“เอาเป็นว่าแม่ตัดสินใจแล้วก็ตามนี้ ได้ข่าวว่าคอนโดที่มิณทร์อยู่ยังพอมีห้องว่าง ถ้าพอมีเวลาก็ช่วยติดต่อเซลล์ให้แม่ที บอกไปว่าลูกค้ารายนี้จ่ายสด”

“ครับๆ ผมรู้ว่าแม่รวย” มิณทร์จำต้องรับปากก่อนพึมพำออกมาเบาๆ “ทีกับลูกขี้เหนียวแต่กับลูกเลี้ยงนี่เปย์หนักตลอด สรุปใครลูกจริงลูกเลี้ยงกันแน่”

“บ่นอะไร แม่ได้ยินนะ”

“เปล่าครับ เดี๋ยวผมจัดการให้ ภายในสองสามวันนี้แม่ได้เสียเงินล้านแน่นอน งั้นแค่นี้ก่อนนะครับผมต้องไปประชุม” เอ่ยจบมิณทร์ก็วางสายไปก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย สุดท้ายเขาคงหนียัยเด็กขี้เหร่หัวฟูฟ่องอ้วนดำฟันเหยินที่ชื่อดารัณไม่ได้แล้วสินะ แม้จะไม่อยากบูลลี่รูปลักษณ์ภายนอกของคนอื่นแต่เคสนี้มิณทร์ก็อดไม่ได้จริงๆ

ภาพของดารัณในวัยเด็กยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ แม้จะผ่านมาสิบปีแต่ทุกอย่างกลับยังคงแจ่มชัดโดยเฉพาะตอนที่ยัยเด็กนั่นป่าวประกาศว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับเขา นั่นทำให้มิณทร์ทำทุกทางเพื่อจะได้มาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ พอเรียนจบก็ตัดสินใจร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อนสนิทที่นี่นานๆ จะกลับบ้านสักครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่กลับก็จะเลือกจังหวะที่ดารัณไม่อยู่เสมอ เรียกได้ว่าเลี่ยงได้เลี่ยงดีกว่าเจอแล้วสยองจนพลอยนอนฝันร้าย

แม้จะไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมแต่เขาก็มักจะส่งของกินดีๆ หรือเสื้อผ้า รองเท้ามาให้ผู้เป็นแม่เสมอ วันเกิดหรือเทศกาลสำคัญๆ อะไรก็มักจะมีให้ไม่ขาด แม้จะเห็นแก่ตัวที่แสดงความรักต่อแม่ด้วยวิธีนี้แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ แค่คิดว่าต้องอยู่ใกล้เธอก็รู้สึกปั่นป่วนในท้องไปหมด เขาเลี่ยงเธอมาได้ถึงสิบปีและหลังจากนี้ก็จะเลี่ยงตลอดไป เขาทำมันได้แน่นอน

“ทำไมทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้น” ธิดาเอ่ยถามลูกบุญธรรมที่เธอรักและเอ็นดูราวกับลูกแท้ๆ อย่างดารัณขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

“ม่อนไม่อยากไปอยู่กรุงเทพฯ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดารัณปฏิเสธเรื่องไปกรุงเทพฯ นั่นเพราะรู้ว่าเธอต้องไปเจอและต้องไปอยู่ใกล้ใคร ต่อให้ตอนนี้เธอจะสอบสัมภาษณ์ผ่านจนได้ทำงานกับบริษัทที่อยากทำมากก็ตาม

“ทำไม ใครๆ เขาก็อยากไปกรุงเทพฯ กันทั้งนั้น ที่นี่นอกจากป่าจากเขาก็ไม่มีอะไรให้เจริญหูเจริญตาแล้วนะ” ใจจริงธิดาก็ไม่อยากให้ดารัณไปไกลหูไกลตา แต่จะให้เก็บตัวอยู่แต่ในป่าในเขาทำไร่ผลไม้ตามแบบเธอก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีที่ควร ดารัณควรได้ใช้ชีวิตควรได้ออกไปค้นหาสิ่งที่ชอบ

เพราะที่ผ่านมาเธอก็เป็นเด็กดีมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรนอกลู่นอกทางแม้กระทั่งตอนไปเรียนต่อปริญญาตรีที่เชียงใหม่ ทั้งๆ ที่ดารัณสอบติดมหาลัยในกรุงเทพฯ ด้วยแต่เธอก็เลือกจะขึ้นเหนือแทน ซึ่งธิดารู้ว่าเพราะอะไรดารัณถึงตัดสินใจแบบนั้น

“ม่อนชอบป่าชอบเขา อีกอย่างม่อนอยากอยู่กับแม่ด้วย” ดารัณเรียกธิดาว่าแม่อย่างเต็มใจ แม้จะรู้ว่าผู้หญิงที่เลี้ยงดูเธอมาจะไม่ใช่แม่แท้ๆ ก็ตาม แต่ถ้าชีวิตนี้ไม่มีธิดาคอยเลี้ยงดูให้ที่อยู่ที่กินอบรมบ่มนิสัยจนโตมาอย่างทุกวันนี้ดารัณก็คิดภาพตัวเองไม่ออกว่าจะเป็นยังไง ดีไม่ดีเธออาจตายไปตั้งนานแล้วก็ได้

“คนหนึ่งอยากอยู่อีกคนก็ไม่ค่อยอยากจะกลับมาอยู่ โลกนี้มันยังไง” ธิดาส่ายหน้าไปมา อีกคนที่พูดถึงคือลูกชายแท้ๆ ของเธอที่ชีวิตนี้คงลงหลักปักฐานเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่กลับมาบ้านเกิดอีกแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งใจหายแต่นั่นคือชีวิตที่มิณทร์เลือก คนเป็นแม่แบบเธอก็ต้องทำใจให้ยอมรับ เกิดคนเดียวตายคนเดียวจะเป็นไรไป

“พี่เขาเกลียดม่อน ถ้าม่อนไปอยู่ใกล้จะยิ่งทำให้อึดอัดเอานะคะ”

ตอน 3

“นั่นมันปัญหาของพี่เขาไม่ใช่ของเรา ม่อนไปเพื่อเรียนรู้เพื่อหาประสบการณ์ คนเราต้องลองทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อค้นหาตัวเองว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร ม่อนเรียนจบภาษามาก็ต้องทำงานที่ใช้ภาษาจะให้มาคุยกับต้นไม้ใบหญ้าอีกหน่อยก็ลืมกันหมด ไหนบอกแม่ว่าถ้ามีโอกาศอยากไปเรียนต่อหรือทำงานต่างประเทศ อยู่กับแม่ที่นี่จะได้ไปหรือ” ธิดาพยายามหว่านล้อมแต่รู้ว่าคุยกับดารัณนั้นง่ายกว่าคนหัวแข็งอย่างมิณทร์มากนัก

ลูกชายเธอพอได้ปักใจอะไรแล้วก็ยากจะเปลี่ยน ที่เลี่ยงกลับมาบ้านคงตั้งใจเลี่ยงเจอหน้าดารัณเป็นแน่คิดเหรอว่าเธอรู้ไม่ทัน คงคิดว่าน้องยังรักตัวเองสินะพ่อคุณ

“แต่ม่อนเปลี่ยนใจแล้ว อยากอยู่กับแม่มากกว่า” น้ำเสียงรวมถึงแววตาที่แสดงออกมานั้นทำให้ธิดายิ่งเอ็นดูดารัณ ลูกสาวของเธอคนนี้ช่างงามทั้งหน้าตาและจิตใจ

“ห่วงอะไร คนที่นี่ออกเยอะแยะ อีกอย่างอย่ามัวแต่ห่วงแม่จนตัดโอกาสดีๆ ในชีวิตตัวเองสิม่อน ลูกแม่ต้องเติบโตไปในวันข้างหน้านะ” คำพูดของธิดาทำให้ดารัณเงียบไป เพราะตั้งแต่เล็กจนโตนั้นธิดาคอยสอนให้เธอเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และใช้ชีวิตอยู่กับความเปลี่ยนแปลงให้ได้ แม้แรกๆ มันยากแต่ก็ไม่ได้ยากเกินที่จะปรับตัว

“งั้นม่อนขอไปแค่หกเดือนได้ไหมคะ” เมื่อรู้ว่าปฏิเสธไม่ได้ดารัณก็ยื่นเงื่อนไขเรื่องเวลาแทน นั่นเพราะกรุงเทพฯ คือสถานที่ที่เธอไม่ค่อยอยากไปเป็นอันดับหนึ่ง

สาเหตุเพราะมิณทร์อยู่ที่นั่นต่อให้กรุงเทพฯ มันจะกว้างจนแทบไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันทว่าหากเลี่ยงได้ดารัณก็อยากจะเลี่ยง เวลาหกเดือนคงมากพอแล้วกับการลงไปทำงานหาประสบการณ์

ระหว่างนี้ก็จะพยายามค้นหาตัวตนของตัวเองว่าชอบทำอะไรแล้วต่อยอดสิ่งที่ชอบให้เป็นเงินได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเรื่องไปทำงานหรือเรียนต่อที่ต่างประเทศเธอก็ยังคงไม่ทิ้งเช่นกัน เธอต้องทำงานและยืนหยัดให้ได้ด้วยตัวเอง ส่วนใครที่ไม่ชอบหน้าเธอเธอก็จะอยู่ไกลๆ เข้าไว้ ไม่รบกวน ไม่สร้างความวุ่นวายให้เหมือนที่ผ่านๆ มา

“ต่อรองเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“นะคะแม่ ม่อนขอไปอยู่แค่หกเดือน”

“หกเดือนจะพออะไร”

“พอค่ะ” ดารัณตอบอย่างหนักแน่น

“เอาเถอะๆ หกเดือนหลังจากนี้ค่อยมาว่ากัน อ้อ…ข่าวดีอีกข่างคือม่อนไม่ต้องไปอยู่ห้องเดียวกันกับพี่เขาแล้วนะ แม่ซื้อห้องให้อยู่ต่างหากแล้วแต่ก็ยังเป็นคอนโดเดียวกันนั่นแหละ จะได้สบายใจกันทั้งคู่”

“ขอบคุณค่ะแม่” ดารัณยกมือไหว้ธิดา เพราะเธอเองก็กังวลเรื่องที่ต้องไปอยู่คอนโดมิเนียมมิณทร์มาก แม้จะอยู่กันคนละห้องแต่ก็ถือว่ายังอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เข้าออกหรือจะทำอะไรคงเลี่ยงการเผชิญหน้าไม่ได้ เขาไม่ชอบหน้าเธอขนาดนั้นแล้วเรื่องอะไรเธอต้องไปอยู่ใกล้ให้รำคาญ

เมื่อแยกตัวกับธิดาแล้วดารัณก็ตรงกลับมาห้องนอนตัวเองก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงขนาดหกฟุตแสนนุ่ม ก่อนจะนึกย้อนไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็กพร้อมกับตั้งคำถามว่าเธอทำแบบนั้นไปได้ยังไง

‘ม่อนรักพี่มิณทร์ โตขึ้นม่อนจะเอาพี่เป็นผัว คนอื่นห้ามยุ่ง’

ดารัณส่ายหน้าแรงๆ ไล่เหตุการณ์บ้าๆ ที่ตัวเธอก่อไว้ในอดีตออกไปจากสมอง แต่ไล่มาสิบปีแล้วก็ยังคงแจ่มชัดตอนนั้นเธอคงคิดน้อยไปแน่ๆ ถึงพูดออกไปหรือไม่ก็อาจจะไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแล้วก็อยากจิกหัวตัวเองในตอนนั้นนัก

“เห้อ…อยากย้อนเวลาได้จริงๆ จะโผล่ไปตอนนั้นแล้วเอามืออุดปากตัวเองซะ” เอ่ยจบก็คว้าหมอนอีกใบขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้

สิบปีที่ผ่านมาเธอรู้ว่ามิณทร์เลี่ยงเหตุการณ์ที่ทำต้องมาเจอหน้าเธอตลอด ซึ่งเธอเองก็ทำเช่นนั้นขนาดสอบได้มหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ที่ใครๆ ก็อยากเรียน ทว่าเธอกลับเลือกไปเรียนที่เชียงใหม่แทน สุดท้ายพอเรียนจบมาก็ต้องลงไปทำงานที่กรุงเทพฯ อยู่ดี หกเดือนคือเวลาที่ดารัณกำหนดกับตัวเอง หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน

ขณะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของดารัณก็ดังขึ้น ซึ่งคนที่โทรมาก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว ซึ่งโมนาคือสาวแกร่งที่ได้งานตั้งแต่เกรดยังออกไม่ครบทุกตัวเลยด้วยซ้ำ คุยไปคุยมาพอโมนารู้ว่าดารัณกำลังจะไปกรุงเทพฯ ก็กรี๊ดอย่างดีใจจนแสบคอไปหมด ก่อนที่ทั้งสองจะนัดหมายเจอกัน

สองอาทิตย์ต่อมา ดารัณกับธิดาก็ลงมากรุงเทพฯ โดยธิดาให้ลูกน้องที่สวนขับรถมาส่ง เรียกได้ว่ามาแบบไม่บอกไม่กล่าวเพราะขนาดลูกชายแท้ๆ อย่างมิณทร์เองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

แม้คอนโดมิเนียมที่ธิดาซื้อให้ดารัณนั้นจะได้ชื่อว่าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย แต่ก็ยังต้องซื้อของเพิ่มอีกเล็กน้อยซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของกินที่ธิดานั้นแทบจะเหมามาทั้งห้าง เมื่อจัดของเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงได้เวลาโทรหามิณทร์

“ว่าอะไรนะครับแม่ แม่บอกว่าตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ อย่างนั้นเหรอ” มิณทร์อุทานออกมาอย่างตกใจ นั่นเพราะไม่คิดมาก่อนว่าเวลานี้แม่จะอยู่กรุงเทพฯ

“ใช่…แม่อยู่กรุงเทพฯ”

“ตรงไหนของกรุงเทพฯ ครับหรือว่าคอนโด”

“อืม…คอนโด” ธิดาเอ่ยรับ

“แม่มาทั้งทีทำไมไม่บอกผม ผมจะได้ขับรถไปรับเองที่บ้าน”

“ขี้เกียจรอ ว่าแต่แถวนี้มีอะไรกินบ้างแม่กับน้องหิวแล้ว”

“เยอะครับ แต่ผมไม่มีคีย์การ์ดชั้นที่แม่อยู่ เอาเป็นว่าเราไปเจอกันที่ล็อบบี้น่าจะสะดวกกว่า” นั่นเพราะคอนโดมิเนียมที่นี่ค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องระบบความปลอดภัย คีย์การ์ดแต่ละห้องแต่ละชั้นจะล็อคไว้จึงไม่สามารถใช้กับชั้นอื่นได้ ถ้าจะไปที่ชั้นอื่นก็ต้องให้คนที่พักในชั้นนั้นๆ มารับที่หน้าล็อบบี้แล้วค่อยกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นที่พัก

“อืม เดี๋ยวแม่พาน้องลงไป”

“ครับแม่” มิณทร์เอ่ยรับ ก่อนจะคว้ากระเป๋ารวมถึงกุญแจรถติดมือมาจากนั้นก็รีบปิดห้องแล้วลงไปรอแม่กับน้องสาวบุญธรรมที่ล็อบบี้

เพราะวันนี้เป็นวันหยุดชายหนุ่มจึงแต่งตัวสบายๆ ต่อให้สวมเสื้อยืดกางเกงยีนมิณทร์ก็รอดทุกลุค ยิ่งมีรูปร่างหน้าตาเป็นทรัพย์ด้วยแล้วใส่อะไรก็ดูหล่อไปเสียหมด

ในขณะที่ดารัณก็เลือกที่จะใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวแถมยังเป็นโอเวอร์ไซซ์ทั้งเสื้อและกางเกง รองเท้าผ้าใบและยังเก็บผมยาวไว้ใต้หมวกแก๊ปสีดำไม่เพียงแค่นั้นยังสวมแมสอีกชิ้น โดยให้เหตุผลกับธิดาว่าเธอรู้สึกไม่ค่อยสบายจึงไม่อยากเอาเชื้อไปแพร่ให้คนอื่น

เธอจงใจแต่งตัวทอมบอยเพื่ออำพรางรูปร่างหน้าตาของตัวเอง อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าตอนนี้เธอยังคงขี้เหร่และไม่อยากเข้าใกล้เหมือนที่ผ่านๆ มา เขาหมางเมินใส่เธอแค่ไหนเธอเองก็จะหมางเมินใส่เขาหลายเท่า

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED