“ อาทิตย์หน้าเราจะย้ายไปอยู่บ้านลุงวิชัย และเขากับแม่จะไปจดทะเบียนสมรสกันวันจันทร์หน้า แกโอเคไหม ”
หญิงสาวหน้าหวานได้แต่พยักหน้า เธอจะพูดอะไรได้ หนูไม่โอเค ไม่อยากให้แม่มีสามีใหม่ ไม่อยากมีใครมาแทนที่พ่อ อย่างนั้นเหรอ
รู้กันอยู่ว่าอย่างไรเสียแม่ก็ไม่มีทางฟัง...
รมย์รดี แม่ของเธอนั้นเป็นสาวสังคมมาดมั่นมาแต่ไหนแต่ไร การที่เดชา พ่อของริสาที่เป็นผู้ชายธรรมดาออกไปทางเงียบ ๆ เรียบร้อยได้เธอเป็นภรรยานั้นออกจะเหลือเชื่อสักหน่อยสำหรับคนรอบด้าน
พ่อบอกว่าทั้งคู่รักกัน แต่คำบอกเล่าของย่าที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับแม่นั้น มันไม่ใช่
“ แม่แกน่ะจับพ่อแกทำผัว เดชาน่ะมันโง่ ไม่ทันผู้หญิงเปิ๊ดสะก๊าดอย่างแม่แกหรอก ” แต่แม้ว่าย่าจะจงเกลียดจงชังแม่ของเธอแค่ไหน ทว่ากลับรักเธอเหลือเกิน นี่แหละหนาที่เขาว่าเกลียดปลาไหลกินน้ำแกง
“ ถ้าแม่จับพ่อ สมมุติว่าหนูไม่ใช่ลูกพ่อล่ะคะ ย่าจะเกลียดหนูหรือเปล่า ” ริสา ออดอ้อนหญิงชราที่โอบกอดหลานรักเอาไว้แน่น
“ หนูเป็นหลานย่า แล้วย่าก็รักที่สุด ห้ามถามย่าแบบนี้อีก รู้แค่ว่าย่ารักหนูที่สุด เท่านั้นพอ ”
ตอนแรกริสาไม่รู้ว่าแม่ของเธอร้ายกาจเช่นที่ย่าพูดจริงหรือไม่ แต่สุดท้ายทุกสิ่งอย่างก็ประจักษ์ให้เห็นแก่สายตาตั้งแต่เล็กจนโต เธออ้างว่าออกไปทำธุรกิจ ทำงาน ออกสังคม คุณพ่อที่ไม่ค่อยชอบความวุ่นวายก็อยู่แต่บ้าน จะออกไปก็แค่ทำงานเท่านั้น แต่มีเรื่องเข้าหูจากคนข้างนอกมาว่าแม่นั้นทั้งเข้าบ่อน เอาเงินไปบำเรอผู้ชายที่เด็กกว่าบ้าง ริสาก็ไม่รู้ หรอกว่าจริงหรือไม่
รมย์รดีไม่กลับบ้านบางคืน หนักเข้าก็หลายคืนเงินทองร่อยหรอ ก่อหนี้สร้างสิน พ่อทยอยเอาสมบัติที่มีไปขายเพื่อประคองชีวิต กระทั่งแอบเอาโฉนดที่ดินที่เป็นของย่าตามที่แม่ของเธอบอก จนย่ารู้แล้วล้มเจ็บเพราะตรอมใจแล้วเสียไปในที่สุด นั่นยิ่งเป็นช่องทางสะดวกให้กับรมย์รดี
แม่เปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่น เป็นแม่ที่ไม่เคยอยู่บ้านดูแลลูกสาวเลย แต่จะว่าแม่ไม่รักริสาก็ไม่น่าจะถูกนัก แม่คงรักและแสดงออกในแบบของแม่ได้แค่นี้ คงไม่มีแม่ที่ไหนที่ไม่รักลูกหรอก หญิงสาวพยายามคิดปลอบใจตัวเองเช่นนี้ ทั้งที่แอบน้อยใจลึก ๆ อยู่เสมอ
สมบัติพัสถานถูกเธอผลาญจนหมดสิ้น ตามมาด้วยพ่อที่ตรอมใจตั้งแต่เรื่องย่าแล้วตายตกไปตามกัน แม่ขายสมบัติทุกอย่างที่มีแล้วเอาไปใช้หนี้ กระนั้นมันก็ยังไม่เหลือเงินพอให้ใช้จ่ายได้อย่างสบาย หลังจากนั้นก็พาริสาออกไปหาเช่าบ้านอยู่
ตอนนี้แม่ทำงานเป็นเซลล์ขายรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง มีผู้ชายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาส่งไม่ซ้ำหน้าแต่ก็หายไป สุดท้ายหวยก็ไปตกอยู่กับผู้ชายที่ชื่อลุงวิชัยนี่แหละ
“ เดี๋ยวเราจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านลุงวิชัยกัน ต่อไปเราก็จะมีบ้านหลังใหญ่ ๆ ไม่ต้องทนอุดอู้อยู่ในบ้านเช่าเท่ารูหนูแบบนี้ ดีไหม ” รมย์รดีถาม ผู้เป็นบุตรสาวได้แต่ยิ้ม
“ แล้วลุงวิชัยเขาไม่มีครอบครัวเหรอคะ ”
“ มี แต่เขาเลือกแม่ แล้วตอนนี้เมียเขาก็ตายแล้ว ” แม่เธอตอบอย่างไม่ยี่หระ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ริสาเอื้อมมือไปคว้าบุหรี่ออกจากปากแม่แล้วทิ้งลงถังขยะ
“ แม่สัญญากับหนูแล้วว่าจะเลิกบุหรี่ แล้วไอ้เลิกแล้วของแม่เนี่ย คือแม่ไปทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกกันใช่ไหม แม่ทำให้เมียเขาตายหรือเปล่า ”
“ นี่นังริสา แกเป็นลูก ฉันเป็นแม่นะ ฉะนั้นอย่าสะเออะมาขึ้นเสียงใส่ฉันเหมือนย่าของแก แล้วไอ้เรื่องบุหรี่ มันต้องค่อย ๆ ลด ไม่ใช่ปุบปับจะเลิกได้ อย่าได้มาดึงบุหรี่ออกจากปากฉันแบบนี้อีก ฉันเกลียด ” นางกระแทกเสียงใส่ ริสาได้แต่เงียบ ก่อนเอ่ยขึ้น
“ อาจารย์ทวงค่าเทอมเทอมแรกมาค่ะ นี่มันก็จะสอบขึ้นเทอมสองแล้ว ”
“ เดี๋ยวลุงวิชัยเขาก็จัดการให้เอง ต่อไปนี้เราจะไม่มีปัญหาเรื่องเงินกันอีกแล้ว ” แม่ว่าพลางลุกขึ้นยืนแล้วหยิบบุหรี่ใส่ปากแทนตัวที่แล้ว
“ เก็บข้าวของให้เรียบร้อย ตอนนี้เลย เดี๋ยวแม่ออกไปธุระก่อน พรุ่งนี้เราจะย้ายบ้านกัน ”
“ ตอนนี้ไม่ได้หรอก หนูต้องออกไปทำงาน ”
“ เลิกทำมันได้แล้วไอ้งานเด็กเสิร์ฟกระจอก ๆ นั่น ต่อไปเราจะมีเงินถุงเงินถังให้ใช้เต็มที่ ”
“ มันเลิกปุบปับไม่ได้หรอกแม่ ต้องไปลาเขาก่อน ไปแจ้งให้เขารับคนใหม่ก่อน ไม่งั้นร้านเขาก็จะเสียหายเอาได้ เผลอ ๆ จะโดนปรับหรือเปล่าไม่รู้ ”
“ จะไปแคร์ทำไมวะ เสียหายก็เรื่องของมันสิ ตอนนี้เรามีเงินถุงเงินถังให้ใช้ ไม่ต้องไปทำงานงก ๆ รอรับเงินจากมันเสียหน่อย ถ้ามันมีปัญหาเดี๋ยวจะขอเงินลุงวิชัยไปฟาดหัวมันให้ เออ แค่นี้แหละ แม่ไปนะ รีบ ” แม่ว่าแล้วก็ขับรถออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว
ริสาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้ดีว่าแม่ไม่ได้มีธุระสำคัญที่ไหนหรอก ก็แค่ออกไปดื่มหรือไม่ก็เข้าบ่อนอย่างที่นางโปรดปรานนั่นแหละ
หญิงสาวเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสองและเริ่มทำงานพิเศษหาเลี้ยงชีพเพื่อนำเงินมาจ่ายค่าบ้านเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินอยู่ ที่แม่ของเธอมีจ่ายบ้าง ไม่มีจ่ายบ้าง กระนั้นมันก็ไม่ได้มากพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เธอเก็บข้าวของลวก ๆ แล้วเอามากองไว้บนเตียงนอน เพื่อเตรียมแพ็ค ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปทำงานพิเศษที่ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งในทันที
***
“ เป็นไร ทำไมทำหน้าเหมือนตูด ”
ธาวิน ชายหนุ่มหน้าคมเข้ม รูปร่างสูงใหญ่กล้ามแน่นในชุดกีฬาบาสเก็ตบอล ยัดชิ้นพิซซ่าเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนเอ่ยถาม นิรดาหรือแนน หญิงสาวผมสั้นบ๊อบเทตามสมัยที่นั่งหน้าคว่ำอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอค้อนขวับเขา ก่อนเอ่ยตอบ
“ ก็วินนั่นแหละ ไหนบอกจะพาไปกินพิซซ่า ”
“ อ้าว แล้วนี่มันไม่ใช่พิซซ่าตรงไหน ”
“ แนนหมายถึงพิซซ่าเตาถ่านในร้านอาหารอิตาเลี่ยน ไม่ใช่ร้านพิซซ่าตลาดล่างแบบนี้ ” อีกฝ่ายไม่สน ยังคงหยิบอีกชิ้นยัดเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“ ตลาดล่งตลาดล่างอะไรวะ มันก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ กิน ๆ ไปเหอะ อร่อยจะตาย ”
“ แนนเบื่อวิน ทำไมเป็นแบบนี้ตลอด ทำเหมือนไม่สนใจกัน ทุกวันนี้มีแต่แนนที่วิ่งตาม ”
คราวนี้ชายหนุ่มวางชิ้นพิซซ่าลงกับจานทันที ก่อนจะจ้องหน้าเธอเขม็ง
“ ดูเหมือนแนนจะลืมไปแล้วนะว่าเราเคยตกลงกันไว้ยังไง คืนนั้นไม่ใช่แนนเหรอที่ลากเราไปเอาในห้องน้ำผับแล้วขอเป็น Friend with benefit เราก็บอกแนนแล้วว่าไม่พร้อมที่จะจริงจังกับใคร แต่แนนยืนยันเสียงแข็งว่ารับได้ เรายังไม่พร้อมจะมีภาระผูกพันกับใครหน้าไหนทั้งนั้น ”
** (Friend with benefit คือ การคบหากันแบบมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน มีความสัมพันธ์ทางเพศกันได้ แต่อีกฝ่ายจะไปมีใครนั้นก็ไม่มีสิทธิ์หึงหวง)
“ แนนรู้ แต่วินไม่รู้สึกอะไรกับแนนเลยหรือไง นี่มันก็ร่วมปีแล้วนะที่เรามีกันและกันแบบนี้ แนนยอมรับว่าถลำใจให้วินมากกว่านั้นไปแล้ว แนนไม่อยากมีใคร แนนรักวิน ”
“ เหรอ แล้วที่ไปเอากับเด็กปีหนึ่งในลานจอดรถอาทิตย์ที่แล้วน่ะ มันอะไร ” หญิงสาวหน้าเจื่อนแล้วยิ้มกลบเกลื่อน
“ ก็... วันนั้นแนนซ้อมลีดเดอร์ให้รุ่นน้องแล้วเมาน่ะสิ เด็กนั่นมันบังคับแนนด้วย ”
“ บังคับอีท่าไหน ถึงได้มีคลิปหลุดว่าแนนเป็นคนขย่มไอ้นั่นจนรถโยก ”
“ วินหึงแนนเหรอ ”
“ เปล่า แค่ยกตัวอย่างหลักฐานมาประกอบรูปคดี ”
อีกฝ่ายเดินจากเก้าอี้ตัวเองไปนั่งซ้อนบนตักของชายหนุ่มอย่างไม่ละอาย เคราะห์ดีที่โต๊ะนั้นอยู่ในมุมอับและคนในร้านไม่เยอะ
“ ทำอะไรแนน นี่มันร้านพิซซ่านะ ”
แนนไม่ฟัง ก้มลงงับใบหูข้างหนึ่งของเขาเบา ๆ มือน้อยขยำเป้ากางเกงที่มีเพียงกางเกงกีฬาปกคลุม หล่อนลูบไล้คลึงเคล้าลิ่มลำนูนตุงทันที
“ เฮ้ย แนน ตรงนี้ไม่ได้นะ ” เขาว่า แต่ท่อนเนื้อนั้นมันดันทำตัวขัดกับคำพูดของเจ้าของ มันกำลังขยายใหญ่เหยียดยาวสู้มือนุ่มนิ่มนั้นอยู่
“ ไม่ได้จริงเหรอที่รัก ” หล่อนว่าก่อนล้วงมือเข้าใต้ขากางเกงกีฬาขาสั้นของอีกฝ่ายที่ไม่ได้สวมชั้นใน แล้วกำท่อนเนื้อนั้นไว้ก่อนรูดขึ้นรูดลงทันที
“ แนนชอบจังเวลาที่วินไม่ใส่กางเกงในแบบนี้ อู้ว ใหญ่จัง ”
หล่อนครางยั่ว ชายหนุ่มแอ่นเด้งมันเข้าใส่มือนุ่มทันที ทั้งที่เมื่อครู่ยังห้ามปรามอยู่เลย หญิงสาวยกยิ้มอย่างผู้ชนะ ผู้ชายมักมากในกามอย่างธาวินน่ะเหรอจะมีทางปฏิเสธการปลุกเร้าของสาวสวยผู้โชกโชนอย่างเธอได้
“ มันจะเร้าใจแค่ไหนน้า ถ้าแนนจะจับมันยัดใส่ร่องแล้วขย่มกลางร้านพิซซ่า ” คำพูดยั่วเย้ากระตุ้นเร้าให้เพลิงลุก เหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ ยิ่งเป็นไฟบรรลัยกัลป์อย่างธาวินเสียด้วย
“ ถอดกางเกงในออกสิ แหกรูแล้วจับมันยัดใส่เดี๋ยวนี้ ” เขาคำรามสั่งข้างหูเธออย่างงุ่นง่าน หล่อนสนองตอบทันควันด้วยการล้วงเข้าไปในกระโปรง แหวกชั้นในออกเบี่ยงไปทางหนึ่งพอให้รูร่องเปิดเปลือย
“ ไม่ถอดหรอก แหวกรูพอมีทางให้เสียบก็พอ ” หล่อนว่าก่อนแหวกขาอ้าร่องน้อยให้อ้าอมท่อนเนื้อใหญ่เข้าไปจนหมดทันที
“ โอววว ” ชายหนุ่มครางอย่างแสนกระสัน ยิ่งอยู่ในที่สาธารณะมันยิ่งตื่นเต้นเร้าใจ
“ ชอบไหมที่รัก ” แนนถามพลางยกตัวโยกร่องน้อยขึ้นลงกับท่อนเนื้อที่ตั้งโด่เบา ๆ
“ รักเลยแหละ แรงอีกสิ ” ธาวินว่าพลางจับเอวคอดยกขึ้นแล้วกดลงอย่างแรงพร้อมกับงัดลำเด้งสวนเข้าใส่ดังตั้บ เคราะห์ดีที่ร้านเปิดเพลงคลอแถมทั้งคู่อยู่ในมุมลับตา จึงไม่มีใครสงสัยเสียงหฤหรรษ์นั้น
“ แนนสัญญาว่าจะไม่ไปทำอย่างนั้นกับใครอีกแล้ว ถ้าวินรับปากจะจริงจังกับแนน พาแนนเข้าบ้านเสียที นะวินนะ แนนรักวินจะตาย ”
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรให้เสียอารมณ์ เขาทำเพียงเอื้อมมือไปบีบสองเต้าแล้วเคล้าคลึงรุนแรง ก่อนรูดมือลงมาสอดใต้กระโปรงนักศึกษาไปบดบี้ติ่งเนื้อน้อยกลางกลีบสาว กระตุ้นเร้าความกระสันให้ยิ่งพุ่งสูง สาวสวยโยกตัวขึ้นลงถี่ขึ้น ร่องรักตอดตุบกระชั้นขึ้น
เมื่อความหื่นบังเกิด สติก็เตลิดเกินไปหน่อย หญิงสาวปะป่ายมือไปโดนเป้ของชายหนุ่มที่วางไว้บนโต๊ะแล้วตกลงพื้นพร้อมกับจานมีดช้อนดังเพล้ง !
ทันใดนั้น หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดพนักงานก็โผล่พรวดมาทันที ทั้งคู่จำต้องหยุดกิจกรรมเข้าจังหวะกะทันหัน
หล่อนชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มหญิงสาวดูกำลังสวีทหวานเพราะถึงขั้นนั่งตักกันอยู่ แล้วยิ่งตกใจไปกันใหญ่เมื่อเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของผู้ชายคนนั้นชัดเจน
พี่ธาวิน วิศวะปีสี่ ผู้มีตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัย แถมยังเป็นนักบาสเก็ตบอลของมหาวิทยาลัยที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่งแล้ว
ยังจำได้ดีในวันนั้นที่เธอโดนรับน้องคณะบัญชีของตนเองอย่างหนักจนกระทั่งจะเป็นลมตอนเดินกลับบ้าน ผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอุ้มเธอไปวางไว้ที่เก้าอี้หินอ่อน หาน้ำมาให้ดื่ม จนกระทั่งเธออาการดีขึ้นจึงพาไปเรียกแท็กซี่ที่หน้ามหาวิทยาลัย
เป็นเขา พี่ธาวินคนนี้ ที่เธอแอบมีเขาในใจตั้งแต่วันนั้น ไม่เคยลืม แต่เขาเองคงจะลืมเธอไปแล้ว ที่นั่งตักอยู่นั่นก็พี่แนน ดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีสี่ พ่วงตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยไปด้วย ช่างเหมาะสมกันดีแท้
หัวใจของริสาแกว่งไกวนิดหนึ่งราวกับคนผิดหวังในความรัก ทว่าก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่
“ เดี๋ยวเก็บให้นะคะคุณลูกค้า ” เธอว่าพลางเดินกลับไปหยิบอุปกรณ์ในห้องพนักงาน จังหวะนั้นธาวินรีบยกตัวหญิงสาวออกจากการรวมร่างซึ่งเธอขืนขัดอย่างหงุดหงิด
“ เอาออกทำไมล่ะวิน ”
“ เธอจะบ้าหรือไงแนน เดี๋ยวเด็กนั่นก็กลับมาเก็บจานที่แตกอีก ”
“ แล้วไง มันเก็บแล้วเดี๋ยวมันก็ไป เราก็เอากันต่อได้ ”
“ ไม่ดีหรอก แค่นั่งตักกันก็น่าเกลียดแล้ว ”
“ ไม่ใช่ว่าอยากจะเคลมนังพนักงานนั่นหรอกนะวิน ”
“ บ้าน่าแนน ”
การถกเถียงจำต้องหยุดลงเมื่อพนักงานคนนั้นกลับมาพร้อมที่ตักที่ตักผงและไม้กวาด เธอก้มลงเก็บกระเป๋าเป้แล้ววางไปบนเก้าอี้ ก่อนจะหยิบเศษอันใหญ่ ๆ ใส่ที่ตักผง ความตื่นเต้นทำให้มือเธอสั่น แล้วโดนเศษจานบาดเอาทันที
“ อุ๊ย ! ” เธออุทานก่อนชักมือออก ชายหนุ่มรีบปรี่เข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
“ เฮ้ยน้อง เลือดออกเลย ” เธอจะชักมือกลับ ทว่าไม่ทันเสียแล้ว เพราะอีกฝ่าย จับนิ้วน้อยที่บาดเจ็บเข้าสู่ริมฝีปากสวยได้รูปเกินชายแล้วดูดมันเบา ๆ