ตอน 2

ตอนที่ 2

นราวดียกมือจับแก้ม มองพ่อด้วยสายตาปวดร้าว พ่อไม่เชื่อเธอยังจะพอทำใจได้ แต่ถึงกับตบหน้าเธอ เพราะคำพูดของคนที่เพิ่งจะเขามาอยู่ได้แค่ไม่นาน

“พ่อไม่นึกเลยว่าหนูจะทำตัวอย่างนี้ ทำไมหนูถึงทำตัวเหลวไหล พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้หนูทำตัวอย่างนี้เลยนะ” นราวดียังจำคำพูดที่พ่อตัดพ้อได้ขึ้นใจ

“หนูเปล่านะคะพ่อ หนูไม่ได้ทำ พ่อต้องเชื่อหนูสิ”

เธอพูดจนคอแห้ง แต่พ่อก็ไม่เชื่อ ได้แต่ส่ายหน้าและห้ามไม่ให้พูดถึงอีก พร้อมว่ากล่าวตักเตือนไม่ให้ทำตัวอย่างที่ก้าน ก่อนจะเดินหนีเธอไปหาน้องสาวที่นอนหลับอยู่ใกล้ๆ

จินดาก็เข้ามายืนใกล้ๆ ก้มกระซิบข้างหู “วันนี้แกหนีน้องชายฉันไปได้ แต่วันต่อไปอย่างหวังว่าจะรอดเลยนังนารา พอน้องชายฉันได้แกจนเบื่อเมื่อไหร่ แกก็เตรียมตัวไปเป็นเมียน้อยไอ้อ้วนหมูตอนเจ้าของร้านขายหมูในตลาดโน้น ฉันจะไม่เก็บแกไว้รกหูรกตาฉันกับครอบครัวแน่!”

จินดายิ้มเยาะ กวาดตาประเมินราคานราวดีอยู่ในใจ “หุ่นอย่างแก ไอ้อ้วนบอกว่าจะให้หลายหมื่นอยู่หรอกนะ ถ้าแกป่อง...เป็นหญิงมันก็จะให้ฉันหนึ่งแสน แต่ถ้าเป็นเด็กชายฉัน กับครอบครัวก็จะได้สบายไปตลอดชีวิตทีเดียว” จินดาเดินหัวเราะออกไปจากห้อง พร้อมกับบ่นว่าน้องชายที่ทำไม่สำเร็จ

คืนนั้นนราวดีน้ำตาไหลอาบแก้ม ทรุดตัวลงกองกับพื้นห้องทั้งน้อยใจและเสียใจที่เชื่อจินดากับน้องชาย ผลจากการนอนร้องไห้ทั้งคืน ใบหน้าเธอบวมเป่ง ตอนเช้าก็แทบจะลุกไปทำงานไม่ไหว อาการเจ็บปวดทางกายยังพอทน แต่เจ็บใจทำให้เธอใจลอย ทำงานพลาดจนถูกหัวหน้างานเรียกไปตักเตือน

รอดได้ครั้งหนึ่งแต่โชคไม่เข้าข้างเธอเสมอไป หากจะคอยแต่ระวังตัว สักวันมันก็จะต้องพลาด ยังมีเวลาอีกหลายวันกว่าจินดากับก้านจะลงนอกจากเธอจะเอามือปลายแหลมในครัวมาแอบไว้ใต้หมอน เพื่อรอวันเงินเดือนออก จะได้มีทุนในการหนีออกจากบ้าน พร้อมสร้อยคอทองเส้นเล็กที่แม่มอบให้เธอไว้ก่อนตาย

แล้ววันที่เธอรอคอยก็มาถึง จดหมายบอกลาวางไว้บนหนอนในห้องนอน ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กบรรจุเสื้อผ้าสามชุด รวมถึงหลักฐานเอกสารทางราชการทุกอย่างหิ้วออกไปจากบ้านโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต หรือพวกเขาคงจะไม่ทันคิดมากกว่า ผู้หญิงอ่อนแอและอ่อนต่อโลกจะกล้าหนีออกจากบ้าน

ในวันนั้นเธอสัญญากับตัวเอง จะไม่ขายสร้อยเส้นนี้เด็ดขาดถ้าไม่จำเป็นและจะไม่ขอกลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีกถ้ายังไม่ได้ดี!

นราวดียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า เมื่อคิดถึงเรื่องราวแต่หนหลังที่ทำให้เธอเป็นคนบ่อน้ำตาตื่นไปในทันที แม้จะบอกกับใจให้เข้มแข็ง อย่ายอมแพ้กับอุปสรรคที่ผ่านมา แต่ความปวดร้าวที่มีมันฝังลึกเกาะกินใจและคอยติดตามหลอกหลอนเธอบ่อยครั้ง

ก่อนหญิงสาวถอนหายใจ เลิกคิดเรื่องเศร้าและหดหู่ใจ ลุกจากเก้าอี้พร้อมหยิบซองใส่เอกสารสีน้ำตาลและกระเป๋าใบที่ใช้ใส่เงินและของจุกจิก เพื่อกลับไปบอกข่าวดีกับป้านวลคุณป้าเจ้าของบ้านเช่าที่แสนจะน่ารักและใจที่รักเธอเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่งดีกว่า

แม้จะห้ามไม่ให้คิด แต่เรื่องราวที่ผ่านมาก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวสมอง นราวดีเดินกลับบ้านอย่างเหงาหงอยและหนาวเหน็บ ราวกับมีน้ำแข็งเกาะกัดกินใจ ก่อนเธอจะหยุดเมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูง นัยน์ตาชวนฝันที่เคยเห็นจากนิตยสารที่เพื่อนข้างห้องนำมาให้ดู

“นี่นะนารา ผู้ชายคนนี้เป็นถึงลูกชายคุณหญิงเลยนะ ทั้งรูปหล่อพ่อแม่รวย หุ่นก็แหม...ดาร์กทอร์แอนด์แฮนด์ซั่มเลยนะ นาราไม่สนใจบ้างหรือไง ถ้าได้เป็นแฟน ถือเป็นโชคดีเลยล่ะ หน้าตาเราก็สวย...ใบหน้านวลเนียน ปากนิดจมูกหน่อย ดวงตาก็กลมสวย สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น”

ชมเธอจบ เพื่อนสาวข้างห้องก็หันไปให้สนใจและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของคนในรูปต่อ เธอได้แต่ยิ้มขำๆ กับใบหน้าเพ้อช่างฝันของแต่ละคน

“ดูนี่สิดูที่ตานะนารา แค่เห็นในหนังสือ ยังทำเอาเราแทบหัวใจแทบจะละลายกองไปกองอยู่ตรงหน้า ถ้าได้เห็นตัวเป็นๆ หรือได้อยู่ใกล้ๆ พี่คงจะต้องละลายเป็นน้ำกองอยู่ตรงหน้านั่นแหละ”

นับตั้งแต่ออกจากบ้านมา นราวดีจำได้ว่าวันนั้นเธอหัวเราะมากที่สุด หัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด

หญิงสาวมองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหลังพิงฝาผนัง ขาไขว้กัน สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แต่นราวดีไม่เห็นหรอกว่าหน้าตาที่แท้จริงของผู้ชายที่ยืนแอ็คท่าเก๊กหล่อกับคนในรูปที่เธอได้แค่ดูผ่านๆ ตาจะหล่อเหลาและเรียกความสนใจได้แต่ไหน หากเธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้โดดเด่น ดึงดูดสายตาให้ใครหลายคนอยากเข้าจะเข้าใกล้ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเธอเอง

หัวใจนราวดีเต้นระรัว ร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าอย่างที่เธอไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมถึงเป็นแบบนั้น หญิงสาวสะบัดศีรษะสลัดความคิดเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายที่เห็นทิ้งไป

อย่าคิดมากไปเลยนารา ผู้หญิงหน้าตาพอไปวัดไปวาอย่างแก เขาไม่แลหรอกน่าให้เสียสายตาหรอกน่า

ถึงจะมีหลายคนเคยชมว่าเธอสวยและน่ารักแต่นราวดีก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองให้มีความหวัง เพราะไม่อยากเจ็บปวดเมื่อต้องผิดหวัง แต่ถึงจะคิดแบบนั้น เธอก็อดเหลียวไปมองชายหนุ่มร่างสูง ที่เดินลับหายไปทางกลางฝูงชนกลุ่มใหญ่ไม่ได้

นราวดีเดินมองต้นไม้และดอกไม้ข้างทาง ก่อนจะหยุดเมื่อเห็นอะไรไหวๆ อยู่ที่พุ่มไม้ด้านหน้า ก่อนมีจะเสียงร้องไห้เธอเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ ทรุดตัวลงนั่งและแยกใบไม้ออกด้วยหัวใจที่เต้นแรงด้วยความอยากรู้

“เมี้ยว เมี้ยว”

สิ่งที่เห็นทำให้เธอยิ้มได้ขณะเดียวกันก็สลดหดหู่กับอีกภาพ...

แมวตัวใหญ่สีดำปลอดตลอดทั้งตัว มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ท้องและขา เลือดไหลนองทั่วพื้นนอนหายใจรวยริน ขาหน้ากระดิกยิก ๆ ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากกว้างเพื่อหายใจ แมลงวันบินวนรอบบาดแผลและปาก ระหว่างขาหน้าและขาหลังมีลูกแมวตัวเล็กสีดำเหมือนแม่หนึ่งตัวและอีกสองตัวเป็นสีขาวปนดำนอนตัวแข็งขาแข็งน้ำลายฟูมปากนอนตายคาอก แต่ก็ยังมีอีกตัวที่กระเสือกกระสนหาทางเอาชีวิตรอดด้วยการดูดนมจากแม่

นราวดีใช้มือหนึ่งหยิบเนื้อบริเวณลำคอลูกแมวตัวน้อย ทำเหมือนกับที่แม่ของมันคาบเอาเวลาจะพาลูกที่ไปหาที่ซ่อน อีกมือก็เอื้อมไปลูบหัวแม่แมวอย่างสงสาร

“ไม่ต้องห่วงลูกนะเจ้าเหมียว ลูกตัวนี้ของแกฉันจะเอาไปเลี้ยงให้ดีที่สุดเท่าที่คนอย่างฉันจะเลี้ยงดูมันได้”

เพียงแค่สิ้นคำพูดนราวดีราวกับว่าแม่แมวจะรับรู้ได้ ขาหน้าของมันหยุดเคลื่อนไหว ปากและดวงตาปิดลง นราวดีเอามือไปแตะปลายจมูกก็พบว่าแม่แมวสิ้นลมหายใจไปแล้ว หญิงสาวมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะก้มลงมองลูกแมวตัวน้อยที่ดูดนิ้วเธออย่างหิวโหย

นราวดีควานหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ามาห่อตัวลูกแมวไว้ ก่อนจะหาไม้ขนาดพอเหมาะมือมาขุดดินขุดหญ้าเพื่อนำร่างไร้วิญญาณของแม่แมวและลูกแมวที่ตายทั้งหมดฝังกลบ

“ไปดีนะเจ้าเหมียว”

นราวดีอุ้มลูกตัวน้อยที่ร้องหานมไม่ยอมหยุด พอนิ้วเธอไปถูกที่ปากมันก็เริ่มต้นดูดอย่างหิวกระหาย

“อดทนหน่อยนะเจ้าเหมียว เดี๋ยวนะฉันจะพาแกไปซื้อนม” นราวดีมัวแต่ก้มเจ้าลูกแมวตัวน้อยจนลืมดูถนน

เอี๊ยด!

“ว้าย!! ..” นราวดีมองด้านหน้าของรถที่เบรกจนควันสีขาวฟุ้งตลบอย่างตื่นตระหนก กายอรชรสั่นเทา

"เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ นี่ถ้าผมหยุดไม่ทันมีหวังได้ไปเจอยมบาลแล้วนะ แถมผมยังมีความผิดขับรถชนคนตายอีก"

ตอน 3

ตอนที่ 3

ร่างหนุ่มร่างใหญ่ที่ลงก้าวเท้าลงมาจากรถพูดอย่างหัวเสีย ใบหน้าเขาบึ้งตึง ขณะตวัดสายตาเจ้าเสน่ห์มองกายบอบบางตั้งแต่หัวจรดปลาย ก่อนจะยิ้มเหยียดๆ

แม้มองอย่างไม่ตั้งใจ แต่เขากลับจดจำรายละเอียดของสาวน้อยตรงหน้าได้ดี ใบหน้ารูปไข่ คิ้วโก่ง ดวงตากลมโตราวกับตากวาง จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อชวนมอง

นราวดีมองชายตรงหน้าอย่างหวั่นไหว หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ เธอคุ้นตาเหมือนกับเคยเห็นชายหนุ่มมาแล้ว ก่อนจะนึกออก เขา...คืนผู้ชายคนที่เพื่อนข้างห้องให้ความสนใจอยู่นั่นเอง

"นี่เธอ เป็นอะไรมากหรือเปล่า ทำไมถามแล้วไม่ตอบ" ชายหนุ่มเจ้าของรถถาม ขณะมองดูรถ มีรอยถลอกหรือบุบสลายบ้างหรือเปล่า

“ปะเปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร คุณเบรกทัน” นราวดีตอบอย่างอายๆ รู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาทันควัน เมื่อได้เจอกับหนุ่มในฝันของใครหลายๆ คนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเธอเองก็เป็นคนหนึ่งในนั้นด้วย

“ก็ดี”

“คะ” นราวดีเอียงคออย่างสงสัย

“ก็ดีที่เธอไม่เป็นไรไง ฉันจะได้ไปเสียที” ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตู ขณะจะก้าวขึ้นรถก็เผอิญนึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาที่มีประกายหวานอยู่เป็นนิจแวมวาวขึ้นเล็กน้อย

“ลืมไป...ฉันหวังว่าเธอคงจะไม่คิดเรียกร้องค่าเสียหายอะไรนะ เพราะคนที่ผิดนะเป็นเธอไม่ใช่ฉัน”

ดวงตากลมโตมีประกายไฟขึ้นมาอย่างฉับพลัน น่าตาก็หล่อดีหรอกนะ แต่รู้สึกว่าจะปากเสียไปหน่อย

“ค่ะ” ฉันเข้าใจดีว่า คนรวยอย่างพวกคุณ คิดว่าคนจนเดินข้างถนนชอบหาเงินทางลัด แต่ก็ไม่ใช่คนอย่างฉันหรอกค่ะ เสียแรงว่าหน้าตาก็ดูดีอยู่หรอก แต่พูดแต่ล่ะคำเหมือนพกหมาอยู่ในปาก ท่าทางและสายตานั่นอีก น่าเกลียดจริงๆ

นราวดีมองใบหน้าและท่าทางขี้แอ๊คของชายตรงหน้าอย่างขัดอกขัดใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดตามที่ใจคิดออกไปได้แต่รับคำสั้นๆ เสียงเบาหวิวจนคนฟังแทบจะไม่ได้ยิน

“ค่ะ ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรจากคุณ ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณเสียเวลา ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อน”

“ก็ดีจะได้ไม่เปลือง...น่าจะไปเสียตั้งนานแล้ว จะได้ไม่เสียเวลา” พูดจบชายหนุ่มก็ก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างไม่ใส่คนที่ยืนอยู่ นราวดีตกใจแทบจะกระโดดหนีรถแทบไม่ทัน

เสียดายความหล่อจัง ถึงจะหล่อแต่นิสัยแบบนี้ ขออย่าให้ได้พบได้กันอีกเลย หวังว่าชาตินี้เราคงไม่โชคร้ายต้องเจอะเจอกับผู้ชายคนนี้อีกนะ

หญิงสาวมองตามรถคันใหญ่จนลับหายไปจากสายตา ก่อนเธอจะเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์เสีย โลกคงจะไม่กลมขนาดให้คนอย่างเธอได้เจอกับชายหนุ่มรูปหล่อ มีฐานะและชาติตระกูล แต่นิสัยและปากเสียอย่างเขาคนนั้นอีก

“ว่าไงเจ้าเหมียว เรากลับบ้านกันดีกว่านะ แกจะได้กินนมด้วย” นราวดีพูดกับเจ้าแมวเหมียวตัวน้อยที่ขบกัดและเลียนิ้วชี้เธอจนเปียกชุ่ม

ปฐพีขับรถออกไปอย่างหัวเสีย เมื่อครู่เขาก็โดนแม่ด่ามาเป็นกระบุงโกย เรื่องที่ยอมให้เนตรดาวไปเรียนต่อแทนที่จะหมั้นและแต่งงานกับเขา ไหนจะเรื่องที่ผู้หญิงหลายรายพยายามเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาและครอบครัว บางคนถึงกับเดินไปแนะนำตัวกับแม่ถึงบ้าน ทำให้ท่านรำคาญใจ ถึงอยากให้เขาหมั้นและแต่งงานกับเนตรดาวไปเร็วๆ จะได้หมดเรื่องหมดราวเสียที

เขายังเกือบจะขับรถชนคน แต่จะว่าไปผู้หญิงเมื่อครู่นี้ก็ดูน่ารักดี ไม่รู้ทำไมเขาถึงจำลักษณะของผู้หญิงคนนั้นได้แม่นยำนัก ดวงตากลมโตเหมือนกับตากวาง ปากนิดจมูกหน่อย แถมปากรูปกระจับนั่นก็แดงอมชมพูระเรื่อน่าจูบชะมัด รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม เสียอย่างเดียวดูท่าทางจะซุ่มซ่ามไปหน่อยถึงได้เดินมาชนรถเขา นี่ถ้ารถเป็นรอย เขาคงจะหาเรื่องเรียกค่าเสียหายเป็นตัวเสียเลย

ตื๊ดๆ ตื๊ดๆ

ชายหนุ่มควานหาโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นสายของใคร เขาจึงเลือกที่จะไม่รับ เพราะอีกครู่ก็ได้เจอกันแล้ว ไม่นานอารมณ์ที่ปะทุอยู่ก็จะได้ระบายออกด้วยร่างอวบอิ่มเต่งตึงและเต็มไม้เต็มมือของหญิงที่โทรมา...แก้วกัลยา

เพียงแค่คิด ร่างกายเขาก็ตื่นตัว อยากที่จะถึงห้องทำงานเร็วๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปความอยากที่มีหดหายไปไม่มีเหลือ เมื่อได้ยินเสียงทักทายและเห็นใบหน้าบึ้งตึงราวกับโกรธใครมาสักสิบชาติของแก้วกัลยาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานสีดำตัวใหญ่

“ทำไมดินไม่รับโทรศัพท์ รู้ไหมแก้วกดโทรศัพท์จนมือหงิกแล้วนะ”

หญิงสาวร่างอวบอิ่มลุกขึ้นยืน สองมือเท้าสะเอว ใบหน้าบูดบึ้ง ดวงตาเล็กหยีเป็นสีแดง ปากสีแดงจัดราวกับเลือดกำลังจะถึงปลายจมูก

“ดินอยู่กับผู้หญิงคนอื่นใช่ไหม บอกแก้วมานะ บอกมา...” แก้วกัลยาวิ่งเข้ามาร่างใหญ่ พลางทุบอกกว้างอย่างที่ตัวเองคิดว่าน่ารักสุดๆ ในสายตาปฐพี แต่เธอไม่รู้เลยว่าทำให้เขารำคาญ เมื่อได้ยินเสียงดังอู้อี้ราวกับเด็กกำลังร้องไห้คร่ำครวญจะเอาอะไรสักอย่างจากพ่อแม่

“ปล่อยน่าแก้ว น่ารำคาญ” ปฐพีดันตัวแก้วกัลยาออกห่าง ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงมีแต่เรื่องให้หงุดหงิดใจ

แก้วกัลยาหยุดและเงยหน้าขึ้นมองปฐพี ปกติเวลาเธอทำอากัปกิริยาแบบนี้ เขาจะต้องงอนง้อขอโทษ ให้เงินไปซื้อของหรืออะไรสักอย่างที่เธอพอใจ แต่คราวนี้เขากลับทำเสียงรำคาญและผลักตัวเธอออกห่างด้วย

“หมายความว่าไงคะดิน ที่เมื่อกี้ไม่รับโทรศัพท์แก้ว เพราะดินอยู่กับผู้หญิงคนอื่นใช่ไหม บอกแก้วมานะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” แก้วกัลยายกมือทุบไปบนอกกว้างอย่างแรงหลายครั้ง

“บอกแก้วมานะดิน ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร บอกมา”

“หยุดได้แล้วแก้ว อย่ามาทำนิสัยเด็กๆ ที่นี่ ผมไม่ชอบและเธอก็ไม่มีสิทธิ์ เรารู้กันตั้งแต่แรกแล้วว่าคบหากันในฐานะอะไร อย่า...มาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของฉัน!”

ปฐพีดันร่างแก้วกัลยาออก เขาเดินไปนั่งบนเก้าอี้สีดำตัวใหญ่ ยื่นมือไปคว้าแฟ้มงานมาเปิดดูเป็นการตัดความรำคาญ บ้าจริง วันนี้มีแต่เรื่องกวนใจเขาไม่ได้หยุดหย่อนเลย

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เธอกลับไปก่อนนะแก้ว ฉันจะทำงาน”

ปฐพีมองแก้วกัลยาสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะหายไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะว่าไปแล้วแก้วกัลยาถือว่าเป็นคู่ควงที่ตอนคบกันใหม่ๆ เขาก็บอกแล้วว่าความสัมพันธ์นี้เป็นไปตามความพอใจของแต่ละคน ไม่มีข้อบังคับผูกพัน หากใครเจอคนที่ใช่ก็ให้มาบอกกัน ระยะเวลาไม่จำกัด หากตอนนี้ระยะเวลาไม่ถึงสามเดือน หญิงสาวเริ่มออกลายเรียกร้องจะเอาโน่นเอานี่จนเขาเริ่มจะเอือมระอาแล้วจริงๆ

เขาเบื่อกับความเรื่องมาก ชอบเอาแต่ใจของแก้วกัลยาที่ชอบให้งอนง้อด้วยคำพูดหวานๆ และข้าวของราคาแพง เขาไม่ใช่คนที่ง้อผู้หญิงได้นานๆ เสียด้วย จะเสียดายก็ตรงลีลาบนเตียงที่แก้วกัลยาช่างสรรหาวิธีทำให้เขาถึงจุดสุดยอด หรือเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้เขาเริ่มคิดที่หาผู้หญิงคนใหม่มาแทนแก้วกัลยา

สาวน้อยท่าทางบอบบางน่าทะนุถนอมแวบเข้ามาในสมองปฐพีที่ทำให้เขาเผลอยิ้มอย่างไม่ทันรู้ตัว

แก้วกัลยาทำท่าทางฮึดฮัด เมื่อเห็นปฐพีไม่สนใจที่จะงอนง้อขอคืนดี เธอเลยปรับกิริยาใหม่ ทำตัวน่ารักเพื่อจะต้องดึงความสนใจของปฐพีให้กลับมาสนใจเรือนร่างอันอวบอิ่มที่พร้อมจะมอบความสุขให้เขาอย่างไม่มีวันที่จะลืมได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนอยู่กับใครผู้หญิงคนไหนปฐพีจะต้องนึกถึงแต่เธอคนเดียวเท่านั้น

“ดินขา...แก้วขอโทษนะคะคนดี แก้วโมโหมากไปหน่อย ดีกันนะคะ” หญิงสาวลากไล้ปลายนิ้วไปบนลำแขนแข็งแกร่งจนถึงลำคอ ก่อนจะโน้นใบหน้าลงไปแตะปากนุ่มกับแก้มสาก

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED