ตอน 2

จะโทษใครได้ล่ะนอกจากโทษตัวเอง เพราะน้าชายจะไม่รู้เรื่องนี้เลยถ้าเธอไม่ปากโป้งไปบอก

ชายร่างท้วม พุงพลุ้ย วงหน้าอวบและมีคางยาวลงมาเหมือนกับหมูชอบมองเธอด้วยสายตาโลมเลียและหื่นกระหาย

บางครั้งพูดจาแทะโลมด้วยซ้ำ ซึ่งเธอทำอะไรไม่ได้ด้วย

เพราะเสี่ยหมูตอนเป็นลูกค้าเจ้าประจำและเป็นเจ้าของพื้นที่ซึ่งใช้ทำมาหากินเลี้ยงปากท้องอยู่

“น้าจะเอาเท่าไหร่ หนูมีให้ไม่เยอะนะ

ต้องเอาไปซื้อของอีก” กันติชาค่อยๆ ดึงเงินใบสีเขียวๆ สองสามใบส่งให้น้าชายที่พอรู้ว่าจะมีเงินไปทานเหล้าอีกก็ลุกขึ้นปร๋อ

กระปรี้กระเปร่าเหมือนไม่ใช่คนเมาเลยสักนิด

“เออ...ให้เท่าไหร่ก็เอามาเถอะ ให้กูมีเงินไปซื้อเหล้าก็พอ

อ้อ...แล้วอย่าลืมไปจ่ายค่าเหล้าให้ด้วยนะ เดี๋ยวแม่เมี้ยนไม่ยอมให้ติดอีก” ฤทธิ์รงค์บอกเสียงเบาและหวาน

แต่คนที่ได้ยินกลับรู้สึกว่าเป็นเสียงปีศาจมาจากนรกมากกว่า

กันติชามองชายวัยกลางคนที่ยืนนับเงินและยกขึ้นจูบเบาๆ

ด้วยความดีใจแล้วก็อดที่จะสะเทือนใจไม่ได้ เมื่อก่อนน้าชายไม่ได้เป็นแบบนี้

รูปร่างหล่อเหลา หน้าที่การงานดี แต่เพราะถูกผู้หญิงหักอกหนีไปก่อนถึงวันแต่งงานเพียงแค่วันเดียว

โดยไม่บอกกล่าวให้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ ไหนจะสูญเสียพี่ชายและพี่สะใภ้ในเวลาไล่เลี่ยกันอีก

ทำให้คนที่อ่อนแออย่างฤทธิ์รงค์รับไม่ได้ จึงหันหน้าเข้าพึ่งเหล้า

จากที่กินเพียงแค่นิดๆ หน่อยๆ ก็เพิ่มปริมาณมากขึ้น จนกินแทนข้าวในปัจจุบัน

น้ำตาอุ่นร้อนเอ่อล้นในดวงตากลมโตจนต้องรีบเบือนไปอีกฝั่ง

รู้ดีว่าถ้าปล่อยให้ความอ่อนแอเข้ามาครอบงำ ทั้งตัวเธอและน้าชายจะต้องพ่ายแพ้ชะตาชีวิตที่มีอยู่

ดังนั้นเธอจึงล้มไม่ได้ ต้องเข้มแข็ง ด้วยความรักที่มีอยู่รอบๆ ตัว

ถึงแม้น้าชายจะไม่ได้เรื่องได้ราว แต่ก็รักเธอที่สุด เป็นคนเดียวในครอบครัวที่เหลืออยู่

ปลายนิ้วยาวยกขึ้นซับน้ำตา

ก่อนจะหันกลับไปและยิ้มหวานให้น้าชายที่รัก “หนูว่าน้าเมามากแล้ว ไปพักก่อนดีกว่า

เดี๋ยวหนูไปจ่ายตลาดแล้วจะซื้อเหล้ามาให้น้าดีไหม” หญิงสาวปะเหลาะเสียงหวานนุ่ม

พร้อมรอยยิ้มมีเลศนัยที่ผุดขึ้นบนวงหน้า

จำไม่ได้เหมือนกัน ได้วิธีนี้มาจากไหน

อ่านหรือดูละครที่มีนางเอกมีแม่เป็นคนขี้เมาและเป็นคนไปซื้อเหล้ามาแบ่งๆ

และผสมน้ำลงไปในปริมาณที่มากกว่าให้กิน ซึ่งเธอก็แอบทำตามทุกครั้ง

เท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย

“จริงนะโว้ยยายว่าว เออ...กูไปนอนก็ได้

มึงดีอย่างนี้เอง กูรักตายเลย ขนาดไอ้เสี่ยอ้วนนั้นมาทาบทามสู่ขอตั้งหลายครั้งแล้ว

กูยังไม่คิดจะยกให้เลยว่ะ” ฤทธิ์รงค์ร้องตะโกนเหมือนกับถูกหวย

วันนี้กันติชาใจดีจะซื้อเหล้ารสชาติแปลกๆ มาให้เขากินอีกแล้ว

ถึงจะไม่ชอบในรสชาติเท่าไหร่ แต่ปริมาณที่ได้หลายขวดก็ทำให้ลืมเลือนรสชาติไปเยอะล่ะ

ร่างผอมกะหร่องกะแหร่งผุดลุกจากที่นั่งและ

เดินโซซัดโซเซเข้าไปในห้องพักด้วยความดีใจเป็นที่สุด คิดไม่ผิดที่ทำตามคำขอของพี่สาว

เลี้ยงหลานให้ดี รักให้เหมือนกับลูกตัวเอง

เขารู้ว่าคนกินเหล้าอยู่ได้ไม่นานนักหรอก แต่ก่อนตาย...เมื่อรักและปรารถนาดีกับหลานสาวที่เก่งการบ้านการเรือน

นิสัยก็น่ารักช่างเอาอกเอาใจและใส่ใจกับคนรอบข้างเสมออย่างนี้ สมควรที่ได้กับผู้ชายรวยๆ

จะได้สบายไปทั้งชาติอย่างเจ้านายของนังแก่จันทร์เหี่ยวนั่นมากกว่า

ที่เหมาะสมและคู่ควร ไม่ควรที่จะกลายเป็นเมียน้อยของเสี่ยปล่อยเงินกู้หน้าเลือดนั่น

คิดแล้วก็เสียอารมณ์เหมือนกัน หลานสาวดันทำเหมือนกับคนโง่และหยิ่งในศักดิ์ศรีบ้าๆ

บอๆ ที่ขายเอามาซื้อเหล้ากินไม่ได้ หน้าตาก็สวยและได้ไปทำอาหารที่บ้านหลังนั้นอยู่บ่อยครั้ง

แทนที่จะอ่อยไอ้หนุ่มหน้าหล่อและร่ำรวยนั่นให้มาสนใจและจับเอาทำผัวซะ ทั้งเขาและตัวเองจะได้สบาย

ดันบอกว่าไม่เคยเจอไม่เคยเห็น

คอยดูนะถ้ายายแก่จันทร์เหี่ยวมาจ้างให้ไปทำงานอีกละก็ คราวนี้....

รอยยิ้มแต้มบนใบหน้าเหี่ยวย่นราวกับคนวัยชรา

จะว่าเขาเป็นคนรักสบาย เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองหรืออะไรก็ตาม รู้เพียงอย่างเดียว

ถ้ากันติชาทำตามที่เขาคิด ทุกคนก็สบาย นายของยายแก่จันทร์เหี่ยวได้เพชรเม็ดงามไปประดับข้างกาย

รวมถึงเขาและกันติชาก็สบาย วินวินทั้งคู่

ฤทธิ์รงค์คิดอย่างมาดหมาย ดวงตาแดงก่ำเป็นประกายมุ่งมั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ดวงตาเริ่มจะฝ้าฝางและแดงก่ำวามวาวด้วยความหวังที่มี

กันติชายืนหน้าคฤหาสน์ด้วยความตื่นเต้นและตื่นกลัว แม้จะมาที่บ้านหลังนี้หลายครั้งแล้ว

แต่ความใหญ่โตและหรูหราก็ยังข่มหญิงสาวตัวเล็กๆ อย่างเธอให้มีอาการตื่นตระหนกและกังวลได้เสมอ

ที่ต้องรีบระงับอารมณ์ดังกล่าวทิ้งไป เหลือไว้เพียงแค่คำว่างานและเงินเท่านั้น

มือเล็กยื่นไปกดกริ่งประตูบ้านสองสามครั้งและรอให้คนในบ้านมาเปิด

ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วอาณาเขตคฤหาสน์ที่พรุ่งนี้จะมีงานใหญ่อีกแล้ว และอย่างเดิมก็คือเจ้าของบ้านชอบที่จัดงานกลางแจ้งและไพล่ไปถึงสระน้ำที่อยู่ด้านข้างเพื่อให้เพื่อนพ้องและสาวๆ

ที่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นและยังจะบางเบา จนเห็นรูปร่างภายในเต้นรำท่ามกลางแสงไฟและร้องวี้ดว้ายเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

ส่วนเธอก็คอยแอบดูอย่างอิจฉา

“ไม่รู้ต้องมาทำไมกัน

บอกป้าจันทร์ไว้ก็หมดเรื่องแล้ว” บ่นพึงพำ ริมฝีปากอวบอิ่มขยับไปมาสลับคิ้วโก่งได้รูปขมวดเข้าหากัน

ด้วยทุกครั้งที่มีงาน ป้าจันทร์จะเขียนเมนูพร้อมส่งเงินเธอไปเลือกหาซื้อข้าวของมาไว้

แต่คราวนี้ป้าจันทร์กลับบอกให้มาหาที่บ้านก่อน

“คิดว่าเราจะอมเงินหรือไง ถ้าทำนะ...ทำนานแล้ว”

ทุกครั้งที่ไปซื้อของ เธอจะมีบิลบอก ใช้จ่ายอะไรไปบ้าง

เหลือเท่าไหร่ก็คืนกลับไปหมดไม่เคยหมกเม้มหมกเม็ดแม้แต่บาทเดียว

กันติชายืนทอดถอนใจ ความจริงแล้วเธอไม่อยากรับงานนี้เลยสักนิด

เพราะแค่งานขายอาหารที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด จนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว

ยิ่งมาเจอกับงานที่ทั้งเหนื่อยและวุ่นวายกับพวกสาวๆ

เรื่องมากถึงมากที่สุดที่มาร่วมงานก็ให้เข็ดขยาดจนอยากกินยาพาราสักห้าถึงสิบเม็ดมากิน

แต่...

ไม่ได้เป็นคนงกนะ แค่รู้คุณค่าของเงินทุกบาทที่ได้มาก็เท่านั้น

และจำนวนที่ป้าจันทร์บอกมาก็ทำให้เธอตาโต เพราะมันมากมายกว่าที่เธอทำทุกวันหลายเท่านั้นและแถมได้เป็นเงินก้อนเสียอีกด้วย

มันเลยทำให้เธอตาโตใสแจ๋วแวววาวและยิ้มออก

เงินที่เจ้านายป้าจันทร์อาจจะคิดว่าไม่มาก แต่เงินก้อนนี้สามารถต่อชีวิตของเธอและน้าชายไปอีกหลายเดือนทีเดียว

อีกทั้งยังสามารถชดใช้หนี้สินให้กับเสี่ยอ้วนพุงพลุ้ยเจ้าของตลาดที่มีชื่อว่า “วสันต์” ได้เยอะเสียด้วย

ถ้ามีงานแบบนี้ขอแค่เดือนละสองครั้งเท่านั้นเอง เชื่อว่าปีเดียวเธอก็สามารถใช้หนี้ที่น้าชายก่อไว้ได้จนหมดแน่นอน

ตอน 3

หลังจากกดกริ่งและยืนรอเพียงไม่นาน

กันติชาก็ได้เห็นชายร่างสูงใหญ่ โดดเด่นตั้งแต่ผมสีดำสนิทสะท้อนแสงเงางามน่าจับต้องด้วยกระหายใคร่รู้ว่ามันจะนุ่มเพียงใดยามได้สัมผัสแตะต้อง

‘บ้าแล้ว นี่เราเป็นอะไรไปนี่’ กันติชาพึมพำอย่างงุนงง

เมื่อห้ามสายตาให้ไล่มองเค้าโครงหน้าที่แข็งแกร่งและดุกร้าวไปถึงลำคอใหญ่และลาดไหล่ไม่ได้

ดวงตากลมโตเป็นประกายพร่างพราวด้วยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่...เธอกำลังเล่นกับไฟที่พร้อมจะลวกและเผาทั้งร่างกายและหัวใจให้แหลกละเอียดเป็นผุยผงได้ในพริบตาเดียว

ตึก ตึก ตึก… ‘หยุดนะ...อย่าเต้นอย่างนี้สิ’

ยิ่งชายหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่

หัวใจดวงน้อยก็ยิ่งเต้นรัวเร็วเหมือนกับกลองสะบัดชัย ด้วยหุ่นใหญ่ล่ำชวนมอง

ยามเมื่อเขาก้าวเดิน สาบเสือคลุมที่แยกออกเลยทำให้เห็นแผ่นอกกำยำกับไรขนเส้นเล็กๆ

สีดำสนิทที่ขึ้นประปราย ทำเอากันติชาถึงกับหน้าแดงก่ำ

รู้สึกกระหายน้ำขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

สองแก้มร้อนผ่าว ลำขาเรียวยาวสั่นระริก

เมื่อไล่มองลงไปแล้วเห็นทุกครั้งที่ชายหนุ่มย่ำเท้าก้าวมาข้างหน้า

ทำให้เธอได้เห็นขาแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งและทรงพลัง

‘เฮ้ย...!!! ฉันกำลังคิดอะไรอยู่นี่’

กันติชาร้องครางเสียงแผ่ว รีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดแปลกๆ

ที่ผุดขึ้นเหมือนกับดอกเห็ด แม้จะก่นด่าและดุตัวเองในใจ

ก็ยังทำให้เธอห้ามความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นไม่ได้

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกเช่นนี้กับชายคนที่เพิ่งจะได้เจอหน้ากันครั้งแรก

รัศมีแห่งอำนาจและบางอย่างชวนให้ถวิลหาที่นำพาซึ่งความเร่าร้อนราวจะแผดเผา

ก่อเกิดความกลัวแล่นลิ่วเข้ามาเกาะกุมหัวใจดวงน้อย

เมื่อร่างหนาเดินมุ่งหน้าตรงมาเรื่อยๆ เอื่อยๆ

ราวกับราชสีห์ที่กำลังขี้เกียจและเพิ่งจะตื่นจากนอนจำศีล แต่ก็มีอะไรบางอย่างบอกว่า

สิ่งที่เห็นนั้นเป็นเพียงม่านมายาหลอกตาเท่านั้น

เพราะเพียงแค่เผลอนิดเดียวเจ้าสัตว์ร้ายก็พร้อมกระโดดกัดกินเนื้อสมันนุ่มนิ่มอย่างเร็วไว

‘หยุดได้แล้วยายว่าว’

กันติชาพยายามบังคับให้ตัวเองถอนสายตาจากร่างหนาแกร่งนั่น แต่ทำอย่างไรเธอก็ทำไม่ได้

การเยื้องย่างแต่ละครั้งที่ก้าวแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของเรือนกายกำยำและทรงพลังที่ทำให้เธอร้อนวูบวาบราวกับโดนไฟเผา

กันติชายิ้มแหยๆ พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ขนลุกซู่

เรือนกายสั่นสะท้านไหววูบขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ เมื่อเขาคนนั้นเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้า

เท้าเรียวยาวพาร่างโปร่งบางถอยไปด้านหลังเล็กน้อย

เพราะรัศมีแห่งอำนาจและความดุร้ายระคนวาบหวามที่แผ่กระจายมา

ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับหลุบลงมองพื้นอย่างไม่สามารถประสานสายตาอันคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงในทรวงได้

สิ่งที่เห็นเมื่อครู่ชัดเจนยิ่งขึ้น

‘ทำไมเขาถึงได้ดูดี...ไม่ใช่ ต้องเรียกว่าเฟอร์เฟ็ก

สุดยอดที่สุดต่างหากล่ะ’

ใบหน้าออกเค้าสี่เหลี่ยมแข็งแกร่งและคมคร้าม

หน้าตารกครึ้มด้วยหนวดและเคราที่ขึ้นเขียวครึ้ม นอกจากจะสร้างความหวาดกลัวให้แล้ว

ยังซุกซ่อนอารมณ์บางอย่างเอาไว้อย่างที่คนมองไม่เคยจะรู้มาก่อนว่ามีอยู่

ราชันย์สบถเบาๆ อย่างหงุดหงิดและรำคาญ เมื่อต้องตื่นเพราะเสียงกริ่งที่ดังหนวกหูรบกวนการหลับนอน

แล้วก็ต้องมาหงุดหงิดกับท่าทางตื่นกลัวและตระหนกตกใจในดวงตากลมโตของแม่สาวน้อยร่างโปร่งบางอวบอัดด้วยวัยสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหน้า

เรือนกายสูงโปร่งในชุดเก่าๆ จะขาดอยู่รอมร่อ กลับยิ่งเน้นความอวบอิ่มของสัดส่วนเรือนกายสาว

ที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งน่าจับต้อง เพียงแค่ได้เห็นครั้งแรกก็ทำเอาไฟอารมณ์ในกายเขาถึงกับลุกโชนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เกิดอาการกำหนัดอยากจับยายเด็กน้อยมาอัดฟัดอย่างเร็วไว

‘ยายเด็กน่าฟัดนี่ลูกเต้าเหล่าใคร

ถึงได้มายืนยั่วให้เขาอยากจับโยนขึ้นเตียงอยู่ได้’ สายตาคมกริบสีนิลวาววับจับจ้องไปบนใบหน้ารูปหัวใจ

พวงแก้มใสเป็นสีชมพูระเรื่อชวนให้กดปลายจมูกลงไปดมดอม

วงหน้าส่วนที่เด่นที่สุดนอกจากดวงตากลมโตเหมือนกับดวงตาของสมันตัวน้อย

เปิดเผยความกลัวและอยากรู้อยากเห็นและที่สำคัญคืออยากลอง ก็คงจะเป็นเรียวปากรูปกระจับอวบอิ่มเป็นสีชมพูระเรื่อที่ดูท่าจะหวานหอมน่าลิ้มลอง

ที่เขาอยากยื่นมือไปคว้ากายโปร่งบางมาจูบให้หนำใจ

‘บ้าชะมัด’

ราชันย์สบถก่นด่าตัวเองที่ดันเกิดความปรารถนาในตัวยายเด็กสาวท่าทางยังโตไม่เต็มที่และเพิ่งเจอหน้าเพียงครั้งแรกคนนี้มาอยู่เหนืออารมณ์และเหตุผล

แต่ช่างแม่งปะไร ยังไงเขาก็ไม่คิดจะสนใจใครอยู่แล้วนี่นา ถ้าอยากได้ก็ต้องได้

‘โทษตัวเองแล้วกันหนูน้อย เธอมายั่วให้ฉันอยากเอง’

เพียงคิดว่าจะได้ลิ้มลองรสชาติสาวน้อยแรกผลิเหมือนกุหลาบแรกแย้มบาน เพราะรู้โดยสัญชาตญาณของนักล่า

สาวน้อยตรงหน้าไม่เคยเจอภมรชอนไช ความแข็งแกร่งในเรือนกายที่หลับใหลอยู่ก็ตื่นตัว

พร้อมคำสั่งห้ามปล่อยแม่จอมยั่วหลุดรอดมือไปโดยเด็ดขาด

‘ได้ยายเด็กนี่มาครอบครอง

เตียงเขาคงได้ร้อนเป็นไฟไม่ต้องหลับต้องนอนกันล่ะ’ รอยยิ้มมาดหมายผุดขึ้นบนมุมหนึ่งของปากหนา

ก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

โดยที่สาวน้อยซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ทันจะได้เห็น ดวงตาคมกริบมองลงไปตามส่วนอื่นของเรือนกายสาว

‘อื้อฮือ...อวบอิ่มน่าสัมผัสชะมัด’

ทรวงอกอวบอิ่มดุนดันเสื้อยืดกระชับตัวกำลังสะท้อนขึ้นและลงตามการหายใจ ท้ายสุดดวงตาคมดุก็หยุดที่ช่วงขาเรียวยาวที่โผล่พ้นขอบกางเกงยีนนวลเนียนและดูท่าจะนุ่มน่าสัมผัสจริงๆ

เพียงแค่ได้สบสายตาคมดุราวกับพญาเหยี่ยวที่กวาดมองไปทั่วร่าง

เหมือนกับกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ออกโยนทิ้งไป กันติชาถึงกับตัวสั่นใจสั่น

ขาเรียวพยายามจะก้าวถอยไปด้านหลังอ่อนยวบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนต้องยืนอยู่กับที่

‘เธอเป็นบ้าอะไรนี่’

ใช่ว่าจะไม่เคยมีชายใดสนใจ เพราะแถวบ้านมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แวะเวียนมาแจกขนมจีบเป็นประจำ

แต่เธอไม่สนใจเอง ผิดกับชายคนนี้ที่เพียงแค่กวาดสายตามองมา หัวใจดวงน้อยๆ

ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ร่างกายอ่อนยวบอ่อนระทวยเหมือนเรี่ยวแรงที่มีจะถูกดูดหายไป

แต่ก็เหมือนกับมีอะไรดึงรั้งเอาไว้ไม่ให้ถอนสายตาจากบุรุษหนุ่มเจ้าเสน่ห์ชวนหลงใหล

อยากถูกเติมไฟ...ปรารถนา

‘อา...ร้อนจังเลย’

ปลายลิ้นเล็กสีชมพูยื่นออกมาไล้เลียริมฝีปากด้วยความกระหายอยากที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่ทันรู้ตัว

ดวงตามองชายตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวกึ่งอยากรู้อยากลอง

มือเล็กเรียวเย็นเฉียบด้วยความงุนงงและสงสัย เธอเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ร้อนวูบวาบเหมือนถูกไฟเผา

เกิดอารมณ์อยากกระโดดเข้าหา กดกอดและจุมพิตปากหนาๆ นั่นเร็วๆ

‘หยุด...หยุดได้แล้วยายว่าว หยุดคิดเรื่องบ้าๆ

เสียที แกมาทำงาน นะ ไม่ใช่มาให้ปล้ำผู้ชาย’ กันติชาพยายามเตือนและดึงสติตัวเองให้กลับมาสู่ปัจจุบันตรงหน้า

แต่ทำอย่างไรเธอก็ยังอดที่จะวาดภาพตัวเองตกอยู่ในอ้อมกอดชายหนุ่มตรงหน้า คลอเคลียแนบชิดและ...จุมพิตอย่างหนักหน่วงถึงใจไม่ได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED