ตอน 1

ตอนที่1 สู่โลกกว้าง

ผู้คนเดินกันขวักไขว่เสียงพ่อค้าแม่ค้าร้องอวดอ้างสรรพคุณของสินค้าตัวเองเซ็งแซ่ เสียงคนจ้อกแจ้กจอแจ ดูน่าตื่นตาตื่นใจและแปลกใหม่สำหรับ จิรัฐิติกาล ในร่างหนุ่มน้อยที่เพิ่งเคยออกจากบ้าน ที่จริงจะเรียกว่าบ้านก็ไม่ถูกเสียทีเดียว

“หลีกทางหน่อย”

เสียงตะโกนมาแต่ไกลพร้อมกับร่างแบบบางของ จิรัฐิติกาลถูกดึงให้พ้นทาง รถเข็นที่บรรทุกสินค้าซ้อนๆ กันจนสูงท่วมศีรษะผู้เข็นผ่านหน้าไปไวๆ

“เดินตลาดต้องระวังหน่อย” ไวกูณฐ์ชายหนุ่มวัยเบญจเพสหน้าตาเกลี้ยงเกลา ดวงตาสวยจนสาวๆ แอบอิจฉาเสียตรงที่มีแว่นสายตามาบดบัง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกบัณฑิตมิใช่พวกใช้แรงงาน ผู้ที่ดึงให้จิรัฐิติกาลหลบรถเข็นเอ่ยขึ้น

จิรัฐิติกาลดึงแขนออกอย่างถือตัวมองชายหนุ่มด้วยสายตาทรงอำนาจ แต่ไวกูณฐ์หาได้ใส่ใจไม่ เขาปล่อยมือแล้วเอ่ยต่อ

“หิวไหม”

“จวนจะกินช้างได้แล้ว” สาวน้อยในร่างหนุ่มตอบ

ไวกูณฐ์จึงเดินนำไปยังร้านอาหารข้างทางที่พอดูสะอาดสะอ้านหน่อย จัดแจงหาที่นั่งแล้วแล้วชวนให้หล่อนนั่ง จิรัฐิติกาลกวาดตามองไปทั่วแล้วแสยะปาก

“ที่นี่หรือ ไปภัตตาคารใหญ่ๆไม่ได้หรือ” ถึงแม้ร่ำร้องอยากออกมาเผชิญโชคข้างนอก แต่ก็ยังมิกล้าลองอาหารข้างทาง เพราะเคยได้รับการปลูกฝังและอบรมมา จะกินอะไรความสะอาดต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

“ที่นี่ก็ไม่เลวเกินไปหรอก ถ้าอยากนั่งภัตตาคารก็กลับบ้านไป” น้ำเสียงชายหนุ่มไม่ยินดียินร้ายนัก เขาไม่อยากพาหล่อนมาแต่ขัดไม่ได้ หล่อนจึงถือเป็นภาระสำหรับเขา

ราชสำนักสิงขรและมธุรภายใต้การปกครองของเจ้าหลวงรัฐสิงห์สีหนาทและราชินีทรรศินาเทวีอยู่เย็นเป็นสุข สิงขรที่เหมือนต้องคำสาปไม่มีลูกหลาน บัดนี้มลายสิ้นสองพระองค์มีโอรสและธิดาสี่พระองค์และพระอนุชาเจ้าชายดานุวงศ์ยังมีพระโอรสและธิดาอีกสามพระองค์

เจ้าฟ้าหญิงจิรัฐิติกาล พระธิดาองค์เดียวและองค์เล็กที่เจ้าหลวงทรงหวงและห่วงเป็นอันมาก ตามธรรมดาของผู้ชายเจ้าชู้ที่ว่ามักจะหวงลูกสาว ถึงแม้เจ้าหลวงจะถอดเขี้ยวเล็บมิได้มีพระสนมมากมายแต่ก็ทรงหวงพระธิดาองค์นี้มาก เมื่อพระธิดาร่ำร้องอยากไปเที่ยวนอกวัง คนเดียวที่พระองค์ไว้ใจคือ ไวกูณฐ์ บุตรชายของอินทราชิตและท่านผู้หญิงวิลาสินี

ตอน 2

“ถ้าลูกเปิดเผยตัวเองว่าเป็นใครและไม่เชื่อฟัง ไวกูณฐ์ พ่อจะให้คนส่งลูกกลับวังทันที ตกลงไหม หญิงน้อย”

“ค่ะ เจ้าพ่อ” เจ้าฟ้าหญิงรับคำเสียงอ่อย

“ฝากน้องด้วยนะ ไวกูณฐ์ ลุงอนุญาตให้เธอเป็นผู้ปกครอง สั่งสอนอบรมน้องได้ตลอดเวลา”

หันมารับสั่งกับชายหนุ่มที่ถือว่าเป็นลูกไม้ที่หล่นไกลต้นของอินทราชิต องครักษ์ผู้ภักดีมาแต่อดีตแม้ปัจจุบันจะมียศสูงเป็นถึงเจ้าคุณกลาโหม แต่อินทราชิตก็ยังอบรมและฝึกฝนทหารองครักษ์ด้วยตนเอง แต่กับลูกชายเพียงคนเดียวอินทราชิตมิได้สอนการรบหรือเชิงอาวุธเลย อาจเป็นเพราะไวกูณฐ์ไม่ใฝ่ศึกษาด้านนี้เขาจึงร่ำเรียนทางศิลปะและคีตศิลป์ เมื่อจบการศึกษาจากยุโรปก็เข้ามาสอนหนังสือในวังหลวงให้กับพระนัดดาของเจ้าหลวงและบุตรธิดาของข้าราชสำนัก

“ช่วยจับขโมยด้วย เจ้าข้าเอ๊ย”

เสียงตะโกนโหวกเหวกทำให้จิรัฐิติกาลเงยหน้าจากอาหารที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที เจ้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวขโมยท่าทางผอมโซ กำลังวิ่งหน้าตั้งมาตามถนนชนข้าวของล้มะเนระนาด

จิรัฐิติกาลลุกจากโต๊ะเอาเท้าขัดขา เจ้าหัวขโมยที่วิ่งมาถึงโดยที่ไม่ทันระวังหัวคะมำลงไปกองกับพื้นแล้วตามเข้าไปเตะเสยปลายคาง เจ้าหัวขโมยถึงกับสลบเหมือด เจ้าของทรัพย์วิ่งตามมาพร้อมทหาร ตรงเข้าหิ้วปีกเจ้าหัวขโมยนำไปสอบสวนทันที

“ขอบใจนะ พ่อหนุ่ม” เจ้าของทรัพย์เอ่ยกับจิรัฐิติกาลที่ยืนยิ้มแก้มแทบปริ เสียงผู้คนต่างสรรเสริญในความกล้าหาญของชายหนุ่มร่างบอบบางยิ่งกว่าหญิงสาวแต่ปราดเปรียวและกล้าหาญ แต่พอจิรัฐิติกาลกลับไปยังโต๊ะอาหาร ไวกูณฐ์กลับยืนหน้างอ บ่งบอกความไม่พอใจแค่พาจิรัฐิติกาลออกมายังไม่ทันข้ามวันก็มีเรื่องเสียแล้ว

“ไวกูณฐ์” หญิงสาวเรียกเสียงอ่อยๆ รู้ว่าตนเองไม่ควรเข้าไปยุ่งชาวบ้าน แต่ทำยังไงได้ ราษฎรของเจ้าพ่อเดือดร้อนมีหรือลูกอย่างเราจะทนนิ่งเฉย ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรเขาวางเงินไว้แล้วหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าที่สานขึ้นจากหวายใบย่อมของตนเอง กำลังจะเดินจากไป

“ถือของฉันมาด้วยสิ” จิรัฐิติกาลร้องสั่ง

“มีมือไหม ถ้ามีก็ถือมาเอง ไม่ได้หนักหนาอะไรนี่” พูดโดยไม่หันมามองแถมไม่หยุดรอ จิรัฐิติกาลแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความขัดใจ ฝากเอาไว้ก่อนกลับวังเมื่อไรเจอกัน

“ไปไหนต่อหรือ ไวกูณฐ์”

“หาที่พักพรุ่งนี้ค่อยไปต่อ”

“อ้าว ทำไมไม่ไปต่อเลยล่ะ ยังวันอยู่เลย” จิรัฐิกาลแปลกใจที่ไวกูณฐ์จะค้างแรมแค่ในตลาดที่ไม่ไกลจากวังหลวงเท่าใดนัก

ชายหนุ่มพาเดินเข้าไปที่พักริมทางสำหรับให้คนเช่าพักแรม เขาเข้าไปที่พนักงานที่อยู่ประจำขอเปิดห้องสองห้อง จากนั้นก็มีพนักงานอีกคนมานำทางและช่วยหิ้วกระเป๋าแต่เขาปฏิเสธเพราะกระเป๋าของเขาใบเล็กและไม่หนักเขาจึงถือขึ้นไปเอง จิรัฐิติกาลจำเป็นต้องหิ้วกระเป๋าเองตามผู้นำ พนักงานพาทั้งสองมาที่ห้องพักที่อยู่ชั้นสองริมทางเดินติดกันสองห้อง แล้วส่งกุญแจให้ไวกูณฐ์ ก่อนจะเดินกลับไปเขากระซิบข้างหูไวกูณฐ์ แต่ชายหนุ่มส่ายหน้า

จิรัฐิติกาลอดสงสัยไม่ได้ เมื่อพนักงานไปแล้ว เมื่อไวกูณฐ์เปิดห้องให้ หล่อนจึงถามขึ้น “เจ้าหมอนั่น กระซิบอะไรเธอหรือ ไวกูณฐ์”

“ม่ใช่เรื่องของเด็ก”

“ใครเด็ก ฉันอายุสิบเก้าแล้วนะ” หน้างอง้ำแบบเด็กที่ถูกขัดใจ

“ถึงไม่เด็กก็ไม่ใช่เรื่อง คืนนี้เราค้างกันที่นี่ห้ามออกไปข้างนอกนะ” ไวกูณฐ์ทำท่าจะเดินจากไป

“ไวกูณฐ์” น้ำเสียงทรงอำนาจแม้จะรับปากกับเจ้าพ่อว่าจะไม่แสดงตนว่าเป็นใคร แต่เมื่ออยู่ในที่รโหฐานจะใช้อำนาจบ้างใครจะรู้ ชายหนุ่มที่ถูกเรียกรับรู้ถึงน้ำเสียงที่วางอำนาจนั้น แม้จะได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดูแลและอบรมเจ้าฟ้าหญิงตรงหน้าได้ แต่ในบางทีก็ไม่สมควรจะตีตนเสมอเท่า เขาชะงักแล้วหันกลับมาทันที

“พนักงานนั่นกระซิบอะไรเธอหรือ ไวกูณฐ์” น้ำเสียงคนใคร่รู้อ่อนลงบ้างแล้ว

ชายหนุ่มส่ายหน้าอ่อนใจ “เขาเสนอจะหาผู้หญิงมาให้”

“ผู้หญิง?” จิรัฐิติกาลไม่เข้าใจว่าผู้หญิงในที่นี้หมายถึงอะไร

“นางคณิกา”

หญิงสาวร้องอ๋อเข้าใจทันที มิน่าไวกูณฐ์ถึงส่ายหน้า ชายไม่เต็มชายอย่างไวกูณฐ์ไม่แปลกที่ไม่ชอบผู้หญิง จิรัฐิติกาลคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับไวกูณฐ์ต่างมีลูกมีเมียกันไปเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเจ้าพี่ไชยวงศ์และเจ้าพี่สหัชไชยลูกเจ้าอาดานุวงศ์ เจ้าพี่นเรนทรสูรเจ้าพี่องค์โตของหล่อน แม้แต่เจ้าพี่นรบดีเจ้าพี่องค์รองที่อายุน้อยกว่าไวกูณฐ์สองปี ต่างก็อภิเษกสมรสหมดแล้วมีแต่ไวกูณฐ์นี่แหละที่ดูหงิมๆเหมือนพวกบัณเฑาะก์

“อย่าออกไปไหนนะ อาบน้ำแล้วเข้านอนปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อยด้วย” ไวกูณฐ์สั่งก่อนเดินออกจากห้องไป

จิรัฐิติกาลยักไหล่พูดกับตนเองเบาๆ “เรื่องอะไรจะเชื่อ” ทันทีที่ไวกูณฐ์เข้าห้องปิดประตู จิรัฐิติกาลก็ย่องลงบันได ที่หมายคือตลาดยามราตรี ที่ได้ยินเสียงร่ำลือว่า ครึกครื้นไปด้วยร้านรวงและแหล่งบันเทิง แต่มิวายไวกูณฐ์ก็ยังเห็นเข้าจนได้ จากหน้าต่างห้องพัก เขาส่ายหน้าเหลืออด นี่ถ้ามิใช่รับปากไว้กับเจ้าเหนือหัวเขาส่งเจ้าหล่อนกลับไปตั้งแต่กลางวันแล้ว

“เอาสิ่งนี้ไว้ ถ้าต้องการความช่วยเหลือก็เอาไปที่คนของราชสำนัก ทุกคนทุกระดับพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ” เจ้าหลวงรัฐสิงห์พระราชทานพระแสงมีดสั้นประจำพระองค์ พร้อมพระราชโองการลับให้ไวกูณฐ์ก่อนออกเดินทาง

“ถ้าน้องทำความรำคาญหรือทำให้เธอยุ่งยากใจก็ส่งกลับได้ทันทีไม่ต้องเกรงใจลุงนะ ไวกูณฐ์” ทรงเอ็นดูบุตรชายโทนขององครักษ์ผู้นี้มาก ทรงส่งไปศึกษาเล่าเรียนวิชาที่ไวกูณฐ์ชอบถึงยุโรปพร้อมกับพระโอรสของพระองค์เอง และวางใจที่สุดที่จะให้ไวกูณฐ์พาพระธิดาของพระองค์ออกท่องเที่ยวนอกวัง

ตอน 3

ในเมื่อไวกูณฐ์รับปากจะพาเจ้าหญิงท่องเที่ยวตามที่ปรารถนา เขาก็ต้องอดทนกับเจ้าฟ้าหญิงที่ไม่รู้จักโตองค์นี้ให้ถึงที่สุด ไวกูณฐ์ตัดสินใจเดินตามหล่อนไปในที่สุด

แสงสีในยามราตรีของร้านรวงต่างๆที่ประดับประดาไฟหลากสีสันเพื่อดึงดูดลูกค้า ดูตื่นตาตื่นใจอีกแล้วสำหรับหญิงสาวที่พ่อหวงให้อยู่แต่ในวัง ผู้คนเดินไปมาเบียดเสียดทำให้จิรัฐิติกาลระวังตัวขึ้นเมื่อนึกถึงคำของไวกูณฐ์ในตอนกลางวัน ใช่แล้วเดินตลาดต้องระวังตัว การระวังตัวมากไปก็กลายเป็นระแวงเมื่อมีมือหนักๆ มาจับไหล่จากทางด้านหลัง จิรัฐิติกาลตัดสินใจหันหน้ากลับไปพร้อมกับส่งกำปั้นสวนไปทันที

“โอ๊ย!” ไวกูณฐ์ลงไปกองกับพื้นเลือดกลบปาก จิรัฐิติกาลหน้าเหวอ

“อ้าว ไวกูณฐ์เองเหรอ ฉันนึกว่าพวก…..” จะพูดว่าพวกที่มาลวนลามคงไม่ได้ เพราะบัดนี้หล่อนอยู่ในร่างหนุ่มน้อยต่างหาก จิรัฐิติกาลจึงหยุดประโยคแค่นั้น พร้อมส่งมือให้ไวกูณฐ์หวังให้จับแล้วช่วยรั้งให้ลุกขึ้น ยิ้มหวานๆ ส่งให้เขาแบบที่คิดว่าหวานที่สุด หวังให้ไวกูณฐ์ยกโทษที่หนีออกมาแถมยังชกเขาเสียปากแตก

ไวกูณฐ์ปัดมือปีะจบประแจงนะนอย่างไม่แยแส เขาลุกขึ้นเองเอามือป้ายเลือดตรงมุมปากแล้วหันหลังกลับทันที จิรัฐิติกาลวิ่งตามไปทันที

“ไวกูณฐ์ ไวกูณฐ์ ไวกูณฐ์จ๋า” เรียกเสียงอ่อนเสียงหวานซึ่งได้ผลชะงัด ชายหนุ่มหยุดกึกแล้วหันมาดุเบาๆ

“พูดอะไรไม่คิด ตัวเองอยู่ในร่างชาย มาจ้ะ จ๋า เดี๋ยวเขาก็หาว่าเป็นพวกลักเพศหลอก”

จิรัฐิติกาลแลบลิ้นทำตาเหลือก พร้อมทำเสียง “แหวะ..ใครใช้ให้นายเดินหนีล่ะ”

“จะนั่งกองอยู่ตรงนั้นให้คนมองหรือไง” ชายหนุ่มสวมแว่นยังสาวเท้าต่อไปจนขึ้นไปถึงห้องพัก แต่จิรัฐิติกาลก็ยังตามติด

“กลับไปห้องตัวเองแล้วนอนได้แล้ว” เขากล้าออกคำสั่งกับหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้าหรือนี่ จิรัฐิติกาลก็ไม่ยอมเช่นกัน

“ยังไม่ง่วง เข้าไปสิจะดูแผลให้ ปากแตกฟันหักด้วยหรือเปล่านี่” หญิงสาวยิ้มใส่ตาแล้วเดินเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ ไวกูณฐ์จำต้องก้าวตามเข้าไป

“ออกไปนอนได้แล้ว แค่ปากแตกไม่ได้หนักหนาอะไร” ชายหนุ่มใช้มือลูบตรงมุมปาก แต่จิรัฐิติกาลกลับใช้มือบีบปากชายหนุ่มแล้วจับให้ส่ายไปมา

“โอ๊ย จะบ้าหรือเจ็บนะ” ไวกูณฐ์รีบดึงมือหญิงสาวออก

“ไหนบอกว่าไม่หนักหนาไง แล้วร้องทำไม” ทำหน้ากวนโทสะจนไวกูณฐ์เหลืออด

“จะออกไปดีๆ หรือจะให้จับโยนออกไป หา!” ข่มขู่พร้อมน้ำเสียงที่เข้มขึ้น

“อิ อิ ดุจัง ถามจริงนี่ดุครั้งแรกหรือครั้งที่เท่าไหร่ในชีวิต” ยังลอยหน้าลอยตายั่วโทสะ ไวกูณฐ์หมดความอดทน ถึงแม้เขาจะไม่ใช่พวกทหารร่างกายกำยำแต่ความที่เป็นชายร่างสูง และใหญ่กว่าหญิงสาวตรงหน้ามากพอสมควร จึงไม่ยากเลยกับการที่จับคอเสื้อของหล่อนแล้วลากออกไปโยนนอกห้อง

“โอ๊ย ไอ้บ้าฝากไว้ก่อนเถอะกลับไปเจอดีแน่ๆ” จิรัฐิติกาลขู่เขาอีกแล้ว ไวกูณฐ์ส่ายหน้าเหลือทนเต็มทีเขาปิดประตูใส่หน้าหญิงสาวดัง ปัง! ส่งผลให้จิรัฐิติกาลหน้างอง้ำลุกขึ้นปัดก้นเบาๆ รู้สึกเจ็บเล็กน้อยแต่ไม่เท่าเจ็บใจ ขณะที่ไวกูณฐ์ยืนลูบมุมปากเบาๆ แอบมองจากช่องกระดานที่มีรอยแยก พอเห็นหญิงสาวเข้าห้องปิดประตูแล้วเขาจึงกลับเข้าไปจัดแจงอาบน้ำ นอนพักผ่อนเพื่อวันพรุ่งนี้เขาจะได้เจอคนที่เขารอคอย….

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED