ตอน 2

“ไอ้ดาวรอฉันด้วยดิวะ ฉันยิ่งขาสั้น ๆ อยู่” จันทร์เจ้ารีบส่งเสียงร้องบอกเมื่อปลาดาวไม่มีทีท่าว่าจะหยุดวิ่ง

นี่เธอออกตัววิ่งมานานแล้วนะยังตามปลาดาวไม่ทันเลย ไม่ได้แข่งวิ่งโอลิมปิกสักหน่อย ทำไมต้องวิ่งเร็วด้วยก็ไม่รู้ ไม่เห็นใจคนขาสั้นที่เร่งวิ่งตามมาเอาซะเลย

“แล้วแกจะตามฉันมาทำไมจันทร์เจ้า ตอนนี้ฉันอยากอยู่คนเดียวสักพัก”

“ฉันก็เป็นห่วงแกนะสิ นี่มันก็มืดแล้วกลับโรงแรมกันเถอะนะ” จันทร์เจ้าที่เห็นว่าเพื่อนหยุดวิ่งแล้วหันมาพูดกับตนแบบนั้น ก็ถอนหายใจก่อนจะบอกออกไป

จะให้เธอปล่อยเพื่อนไว้คนเดียวได้ยังไง ปลาดาวเวลาโกรธหรือเสียใจยิ่งชอบหายตัวไปอยู่เงียบ ๆ คนเดียวอยู่เรื่อย นั่นทำให้เพื่อนในกลุ่มค่อนข้างเป็นห่วงอย่างมาก แล้วยิ่งวันนี้มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจด้วยแล้ว ถ้าเธอไปตามมาแล้วปลาดาวคิดทำอะไรบ้า ๆ ขึ้นมาก็แย่น่ะสิ ด้านมารินยังมีกอหญ้าอยู่ยังไงก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ เธอถึงได้ตัดใจวิ่งมาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนกับปลาดาวแทน ที่ตอนนี้ดูท่าจะบอบช้ำทางใจที่สุด

ปลาดาวได้ยินจันทร์เจ้าพูดออกมาแบบนั้นก็ระบายยิ้มบาง ๆ รู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่อย่างน้อยเพื่อนคนนี้ก็อยู่ข้าง ๆ เธอ หญิงสาวจึงได้แต่ตอบจันทร์เจ้ากลับไปว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถึงยังไงเธอคงตัดใจได้ไวแน่ จันทร์เจ้าที่ได้ยินแบบนั้นก็เอ่ยปากตอบว่าจะเลี้ยงเหล้าปลอบใจ สุดท้ายสองสาวจึงไปนั่งอยู่ที่บาร์กันเพียงสองคน

บีชบาร์

บีชบาร์ คือบาร์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมที่แก๊งรวมดาวพักอยู่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืน ที่เหล่าผีเสื้อราตรีมักออกมาโยกย้ายส่ายสะโพกกัน

หญิงสาวสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งของร้านที่ไม่เป็นที่สะดุดตานัก ถึงจะบอกว่าไม่เป็นที่สะดุดตาก็คงไม่ได้ แม้โต๊ะที่หญิงสาวเลือกนั่งจะเป็นมุมอับ แต่หน้าตาและความสวยของคนทั้งสองก็เรียกเหล่าหมู่มวลภมรเข้ามาหาได้ไม่ยาก

จันทร์เจ้าได้แต่ส่งสายตาไม่เป็นมิตรให้กับผู้ชายเหล่านั้นทั้งยังกล่าวปฏิเสธไปโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด ด้วยถ้อยคำที่ใครได้ยินก็ต่างคิดเช่นเดียวกันว่าอยากจะสั่งสอนหญิงสาวตรงหน้าให้สิ้นฤทธิ์ ที่พวกเขารู้สึกเช่นนั้นก็คงไม่แปลก แล้วจะไม่ให้พวกเขารู้สึกอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อเธอพูดว่า

‘มารยาทรู้จักไหม นั่งมุมอับขนาดนี้ยังจะหน้าด้านเข้ามาทักอีก ออกไปเลยนะ ไม่ต้องชวน ไม่ต้องจีบ น่ารำคาญ’

และก็อีกหลายคำที่หลุดออกจากปากสวยของเธอ ด้านคนที่ได้ยินคำพูดนี้ก็ได้แต่ถอยกลับไปคนแล้วคนเล่า ทั้งก่อนจากยังมองใบหน้าของจันทร์เจ้าอีกครั้งก่อนจะหลุดคำพูดที่ทำให้หญิงสาวอดรู้สึกหัวร้อนไม่ได้

‘หน้าตารึก็สวยดี ไม่น่าปากเสียเลย’ หลายครั้งที่ได้ยินคำพูดนี้ จันทร์เจ้าแม่สาวสุดแสบก็แทบถลาไปซัดหน้าคนพูดเข้าให้สักหลายที ติดก็แต่เพื่อนสาวคนสนิทอย่างปลาดาวที่คอยห้ามปรามไว้

“เบา ๆ ก็ได้แก นี่อะไรพอมาถึงก็กระดกเลย” จันทร์เจ้าเอ่ยเตือนเพื่อน ทั้งยังมองด้วยความเป็นห่วง

จะไม่ให้เอ่ยห้ามยังไงไหว ก็แม่เจ้าประคุณเล่นดื่มเอา ๆ ตั้งแต่มาถึงด้วยเครื่องดื่มสุดโปรดอย่าง Long Island ที่เจ้าตัวชื่นชอบ จนตอนนี้ใบหน้าของเพื่อนสนิทคนนี้แดงก่ำบ่งบอกความเมาอย่างเห็นได้ชัด

“จะทำไมล่ะ ก็ฉันอยากจะเมานี่”

‘ฟังซะที่ไหน’ จันทร์เจ้าส่ายหัวไปมาพูดในใจด้วยความปลดปลง ก่อนจะปรายสายตาไปบนโต๊ะของพวกเธออีกครั้ง กวาดสายตามองบรรดาแก้วเหล้าและเครื่องดื่มที่ถูกสั่งมาแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจให้กับตัวเอง

‘เงินฉันทั้งนั้น รถ คอนโดฯ ยังผ่อนไม่หมด ยังจะกล้าพูดว่าเลี้ยงอีกนะ จันทร์เจ้านะจันทร์เจ้า! พูดออกไปได้ยังไงเนี่ย ฮือ... เงินฉัน เงินที่รัก’

ประโยคดังกล่าว เป็นประโยคที่หญิงสาวพูดในใจกับตัวเองเท่านั้น ไม่ได้พูดให้อีกคนได้ยิน ในเมื่อออกปากพูดออกไปแล้วว่าจะเลี้ยงเธอก็จะเลี้ยง คนอย่างจันทร์เจ้าพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีวันคืนคำหรอก เพียงแต่ว่าพอมองรายการเครื่องดื่มที่สั่งมาแล้วมันก็อดไม่ได้ที่จะเจ็บปวดและเสียดายเงินที่ต้องถูกควักจ่ายออกไป

“แกนั่งรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง ปวดฉี่ว่ะ” หลังจากที่ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกายหลายแก้ว ผลข้างเคียงของคนดื่มเครื่องดื่มก็เริ่มออกฤทธิ์ ตอนนี้จันทร์เจ้าปวดฉี่มากและต้องการเข้าห้องน้ำที่สุด เท่านั้นยังไม่พอ ใบหน้าของเธอยังเห่อร้อนและรู้สึกตึง ๆ จากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป หลังจากบอกเพื่อนและเห็นเพื่อนรับปากดีแล้วว่าจะไม่ไปไหน เธอจึงได้ลุกออกจากโต๊ะและตรงไปเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวทันที

“อืม... คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ไปแค่แป๊บเดียวเท่านั้น ลมทะเลปะทะหน้าสักหน่อยเราน่าจะสดชื่นขึ้น กลับมาไอ้ดาวคงไม่ไปไหน” หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ จันทร์เจ้าก็อยากไปเดินรับลมทะเล เพื่อที่ร่างกายจะได้สดชื่นปัดเป่าความร้อนแรงของแอลกอฮอล์ออกไป เธอเดินออกมามองไปยังจุดที่ปลาดาวนั่งอยู่เพียงเล็กน้อย แล้วตัดใจออกไปเดินรับลมที่ชายหาดแทน

ตอน 3

ซ่า ซ่า

ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืนของทะเลมีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงคลื่นทะเลกระทบชายหาดเท่านั้น จันทร์เจ้าเดินทอดน่องไปตามชายหาดยาวไปเรื่อย ๆ สองตาก็มองปูลมที่วิ่งล้อแสงจันทร์บนชายหาดไปด้วย ลมทะเลพัดพาเส้นผมปลิวไสวทั้งยังปะทะใบหน้าสวยทำให้จันทร์เจ้ารู้สึกสดชื่นขึ้น จนไม่ได้รู้ตัวเลยว่า เธอเดินห่างไกลจากบีชบาร์มามากพอสมควรแล้ว หญิงสาวยังเดินต่อและครุ่นคิดถึงการดำเนินชีวิตของตัวเองนับจากนี้ต่อไปทั้งอย่างนั้น

“จะเอาไงต่อไปดีวะเนี่ย เงินเก็บก็น้อยนิด งานก็ถูกพัก ผู้จัดการบ้านั่นก็ไม่ยอมสืบสาวราวเรื่อง เอะอะพักงาน ๆ วู้ว!” หญิงสาวบ่นพึมพำพร้อมกับสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ เมื่อต้องนึกถึงสาเหตุที่ต้องทำให้เธอโดนพักงานแบบนี้

จันทร์เจ้าประกอบอาชีพเป็นไกด์นำเที่ยวของบริษัททัวร์ชื่อดังแห่งหนึ่ง จุดเริ่มต้นของอาชีพนี้มาจากที่รุ่นพี่ที่รู้จักเห็นแววจึงได้ลองพาเธอไปดูการทำงานจริงของอาชีพนี้ โดยตอนแรกให้เธอศึกษาวิธีการการเป็นมัคคุเทศก์เบื้องต้นก่อน จากนั้นรุ่นพี่คนดังกล่าวก็เริ่มชักชวนเธอเก็บประสบการณ์โดยการออกพื้นที่ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่พี่เขาเป็นไกด์นำเที่ยว เมื่อได้ดูได้เห็นบ่อยขึ้นก็ทำให้เกิดความคุ้นเคย จนกระทั่งได้รับโอกาสจากรุ่นพี่คนเดิมให้ทดลองเป็นไกด์นำเที่ยวที่จังหวัดอยุธยาโดยมีพี่เขาคอยประกบชี้แนะอีกที ผลปรากฏว่าเธอทำได้ดี หลังจากนั้นเรื่อยมาหญิงสาวก็ได้งานพาร์ทไทม์โดยเป็นไกด์นำเที่ยวระหว่างเรียนอยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งเรียนจบจันทร์เจ้าจึงได้ยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลักในการเลี้ยงดูตนเอง

ที่จันทร์เจ้าเลือกที่จะประกอบอาชีพนี้เป็นหลักนั่นก็เพราะว่า นอกจากเงินจะดีแล้ว ตัวเธอยังได้ท่องเที่ยวระหว่างทำงานด้วย ด้วยความที่เป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบทำงานภายใต้แรงกดดัน ไม่ชอบทำอะไรจำเจซ้ำ ๆ เดิม ๆ เช่นการเป็นพนักงานออฟฟิศ ซึ่งอาชีพดังกล่าวไม่ตอบโจทย์กับความต้องการและอุปนิสัยเธอเลย ดังนั้นการเป็นไกด์นำเที่ยวคือทางออกที่ดีที่สุดของเธอแล้ว ไว้มีโอกาสมีเงินเก็บมากพอค่อยเริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ เป็นนายตัวเองตอนนั้นก็ยังไม่สาย แต่ตอนนี้ต้องทำงานเก็บเงินไปก่อน

ชีวิตของจันทร์เจ้าดำเนินมาอย่างดีมาโดยตลอด เรียกได้ว่าดวงรุ่งพุ่งกระฉูด มีรถ มีคอนโดฯ มีทรัพย์ ไม่มีอุปสรรคหนัก ๆ เลยสักนิด ตัดภาพมาที่ตอนนี้ ดูเหมือนเธอจะใช้โชคไปหมดแล้วหรืออย่างไรก็ไม่สามารถทราบได้

เพราะต้นเดือนมาก็ถูกพักงานเลยทันที! เหตุเพราะเธอต่อยลูกทัวร์จนตาเขียว!

แล้วจะไม่ให้เธอต่อยนักท่องเที่ยวหรือลูกทัวร์คนนั้นได้อย่างไร ในเมื่อคนคนนั้นจับก้นเธอ! และไม่ได้จับครั้งเดียว สองครั้ง! เขาจับถึงสองครั้ง! เมื่อเตือนแล้วไม่ฟังพอมีครั้งสองมันก็ต้องโต้ตอบกันบ้าง ไม่อย่างนั้นคงขัดกับนิสัยของตัวเองแน่ ๆ

ปกติจันทร์เจ้าเป็นคนใจเย็น อัธยาศัยดีคนหนึ่ง และยิ้มเก่งอีกต่างหาก นี่คือคุณสมบัติอันดับต้น ๆ ของคนที่จะประกอบอาชีพไกด์นำเที่ยวเลยก็ว่าได้ อะไรในตัวของจันทร์เจ้าก็ออกจะดีหมดทุกประการ ไม่ว่าจะการเรียนหรือหน้าตา ติดอย่างเดียว เจ้าตัวค่อนข้างเป็นคนอารมณ์ร้อนและไม่ยอมใคร ฉายา ‘ตัวแสบ’ ประจำแก๊งรวมดาวที่เพื่อนตั้งให้ บอกเลยว่าไม่ใช่ได้มาเฉย ๆ แต่มันมาจากนิสัยหลักของเธอล้วน ๆ

คิดถึงต้นเหตุที่ทำให้เธอถูกพักงานทีไรก็อดจะหัวร้อนไม่ได้ หญิงสาวเดินก้มหน้าฮึดฮัดเตะทรายต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง

ปึก!

“โอ๊ย! เดินประสาอะไรเนี่ย ไม่เห็นคนหรือไง!” เสียงหวานสะบัดถามเสียงห้วน พร้อมกับเงยหน้ามองกำแพงมนุษย์ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

ด้านคนถูกถามเสียงห้วนก็เลิกคิ้วด้วยความไม่พอใจแต่ใบหน้ากลับนิ่งเฉย

“นี่! ไม่ได้ยินคนถามหรือไง หรือว่าเป็นใบ้?” จันทร์เจ้าถามซ้ำอักครั้งทั้งยังมองไล่สายตาไปยังคนตรงหน้าอย่างพิจารณา มองตั้งแต่ปลายเท้าและไล่ต่อไปเรื่อย ๆ หยุดที่แผงอกล่ำสันใต้เสื้อเชิ้ตตัวบาง ก่อนจะไล่สายตาขึ้นไปอีกจวบจนกระทั่งไปถึงสายตาคมกริบเรียบนิ่งคู่นั้น...

จันทร์เจ้าก็หยุดชะงักไป

ใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าพาใจหญิงสาวกระตุก ตั้งแต่เกิดมาเธอก็เจอคนหล่อและหน้าตาดีมาเยอะ ทั้งยังเจอแบบหลากหลายเชื้อชาติ ทว่าก็ไม่มีใครสักคนที่จะทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรงแบบนี้

ใบหน้าคมเข้มได้รูป แววตาคมกริบติดเรียบนิ่ง คิ้วหนารับสันจมูกโด่ง กอรปกับริมฝีปากได้รูปของเขา ช่างลงตัวทั้งสิ้น นี่ยังไม่รวมรูปร่างกำยำของบุรุษที่พึงมีอีกนะ มองยังไงคนตรงหน้าก็เปรียบดั่งเทพบุตรชัด ๆ ไม่สิ ไม่ใช่ คนตรงหน้าไม่ใช่เทพบุตร แต่เป็นซาตาน...

ซาตานที่พร้อมมาพรากหัวใจของผู้หญิงหลาย ๆ คน

“เป็นใบ้สินะ” เมื่อพิจารณาใบหน้าคนตรงหน้าเรียบร้อยและดึงตัวเองออกจากภวังค์แล้ว จันทร์เจ้าก็พูดอีกครั้ง แต่เป็นการพูดคนเดียวซะมากกว่า

“หึ!” คำเดียวที่หลุดออกมาจากลำคอของเขา ทำให้หญิงสาวที่ตั้งท่าจะก้าวขาเดินจากไปต้องหันไปมองอีกครั้ง

‘หน็อยแน่ อีตานี่ พูดได้แล้วไม่พูดใช่ไหม รู้จักจันทร์เจ้าน้อยไป’ หญิงสาวพูดกับตัวเองภายในใจ ก่อนจะเปลี่ยนสายตามองชายหนุ่มด้วยสายตาท้าทาย

“หน้าตาก็ดี รูปร่างก็ดีไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนไร้มารยาท” พูดแล้วก็ก้มหน้ายิ้มกับตัวเอง ก่อนจะยิ้มค้างเมื่อคำพูดของเขาหลุดออกจากปาก

“หึ! แสดงว่าคุณมารยาทดีมากสินะถึงได้วิจารณ์รูปร่างและหน้าตาผมดิบดีขนาดนี้... คนอะไรหน้าตาก็ดีไม่รู้จักมารยาทที่ดีเอาซะเลย”

“ไอ้!”

“อ๊ะ อ๊ะ อย่านะ ผมไม่ผิดนะ คุณเริ่มก่อน”

“แต่คุณชนฉันก่อน!”

“คิดให้ดีสิครับคุณผู้หญิง ว่าใครชนใครกันแน่” ชายหนุ่มพูดพร้อมยกยิ้มมุมปาก มองกลับมาที่เธอด้วยสายตาท้าทายเช่นกัน จันทร์เจ้ากำมือแน่นก่อนจะคิดตามคำพูดของคนตรงหน้า

จะว่าไปจันทร์เจ้าก็พูดไม่ถูกนัก ที่ไปปรักปรำว่าเขาชนเธอ ทั้งที่เป็นเธอเองแท้ ๆ ที่ไม่มองทางทั้งยังเอาแต่เดินก้มหน้า ทบทวนถึงตรงนี้ก็รู้สึกผิดนิดหน่อย ครั้นจะให้เอ่ยขอโทษมันก็ไม่ใช่นิสัยเธออีกนั่นแหละ สำหรับจันทร์เจ้าแล้วหากเธอผิดจริงเธอพร้อมยอมรับผิดเสมอ แต่สำหรับเรื่องนี้แล้ว... เธอมั่นใจว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างกับยักษ์ปักหลั่นตรงหน้าก็ผิดไม่แพ้กัน

ที่จันทร์เจ้ามั่นใจว่าเขาผิดนั่นก็เพราะว่า ตอนที่เธอเงยหน้าขึ้นมานั้นก็เห็นเขามองมาที่เธออยู่แล้ว แม้ใบหน้าและสายตาจะเรียบนิ่ง แต่มุมปากที่ยกสูงนั้นไม่ได้หลุดรอดไปจากสายตาเธอเลย ก็ในเมื่อเขาต้องมองมาข้างหน้าอยู่แล้วแสดงว่าเขาต้องเห็นว่าเธอกำลังเดินอยู่สิ แล้วในเมื่อเห็นว่าเธอเดินอยู่ทำไมไม่หลบ? เขาจะเอาตัวเองมาขวางทางให้เธอชนเพื่ออะไร เรื่องนี้ไม่ว่าจะคิดอีกกี่ตลบก็แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายจงใจ!

สรุปแล้วก็คือทั้งเขาและเธอต่างผิดกันคนละครึ่ง!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED