พิมพ์ชนก POV:
หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นที่โรงแรม ทุกอย่างในชีวิตของฉันก็ดูเหมือนจะดีขึ้น
แม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เงินทองไม่ใช่ปัญหาใหญ่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
ฉันลาออกจากงานจ้างทั่วไป และกลับมาตั้งหน้าตั้งตาหางานประจำที่มั่นคง
ด้วยประสบการณ์ผู้ช่วยพยาบาลและวุฒิการศึกษาที่ฉันพยายามเรียนมาตลอด ฉันได้รับโอกาสที่ดี
ฉันได้งานธุรการที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
บริษัทแห่งนี้มีชื่อเสียงและมั่นคงมาก เงินเดือนก็ดีกว่าที่ฉันเคยได้มาหลายเท่าตัว
ฉันทุ่มเททำงานอย่างหนัก อยากให้ชีวิตมั่นคงเสียที
ฉันทำงานที่นี่มาได้ประมาณหกเดือนแล้ว
ทุกอย่างราบรื่นดี ฉันปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมงานและระบบงานได้เร็ว
จนกระทั่งวันหนึ่ง เลขานุการของประธานบริษัทประกาศลาออกอย่างกะทันหัน
ตำแหน่งเลขานุการประธานบริษัทเป็นตำแหน่งสำคัญและมีอำนาจมาก
ฉันเองก็ไม่ได้คิดว่าจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับตำแหน่งนั้น
แต่แล้ว ฉันก็ได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายบุคคลให้ไปสัมภาษณ์ในตำแหน่งนั้น
ฉันประหลาดใจมาก แต่ก็เตรียมตัวไปอย่างดีที่สุด
วันสัมภาษณ์ ฉันเดินเข้าไปในห้องประชุมใหญ่
ประธานบริษัทนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ
เธอคือคุณหทัย โกศล ผู้หญิงที่ฉันเคยติดต่อด้วยทางโทรศัพท์ในคืนนั้น!
ฉันจำเธอได้ทันที แม้จะเห็นแค่รูปในเว็บไซต์บริษัท
ใบหน้าของเธอสวยคม อายุประมาณสี่สิบ แต่ดูสง่างามและมีอำนาจมาก
หัวใจฉันเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ฉันพยายามสงบสติอารมณ์ และไม่แสดงพิรุธใดๆ ออกมา
คุณหทัยมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
เธอพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเริ่มบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเฉียบขาด
"สวัสดีค่ะคุณพิมพ์ชนก ดิฉันหทัย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"
ฉันตอบกลับไปอย่างสุภาพ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
"สวัสดีค่ะคุณหทัย ดิฉันพิมพ์ชนกค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ"
ตลอดการสัมภาษณ์ คุณหทัยถามคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์และทัศนคติในการทำงานของฉัน
ฉันตอบไปตามความจริงและสิ่งที่ฉันคิด
ฉันพยายามไม่มองไปที่เธอตรงๆ เพราะกลัวว่าเธอจะเห็นแววตาที่หวาดหวั่นของฉัน
หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ คุณหทัยบอกว่าจะแจ้งผลให้ทราบภายในหนึ่งสัปดาห์
ฉันเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยความรู้สึกสับสนปนโล่งอก
ฉันภาวนาขอให้เธอไม่จำฉันได้
แต่ลึกๆ แล้ว ฉันก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
สองวันต่อมา ฝ่ายบุคคลโทรมาแจ้งว่าฉันได้งานตำแหน่งเลขานุการประธานบริษัท
ฉันควรจะดีใจ แต่มันกลับมีความรู้สึกหนักอึ้งอยู่ในใจ
วันแรกของการทำงานในตำแหน่งใหม่ คุณหทัยเรียกฉันเข้าไปในห้องทำงานของเธอ
ห้องทำงานของเธอกว้างขวางและทันสมัยมาก
เธอแนะนำให้ฉันรู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้อง
"นี่นภดลค่ะ สามีของดิฉันเอง" คุณหทัยยิ้มเล็กน้อย
หัวใจฉันแทบหยุดเต้น
ผู้ชายคนนั้น... คือชายหนุ่มในคืนนั้น!
นภดลดูดีมากในชุดสูทเนี้ยบกริบ เขาหล่อเหลา สุภาพ และมีรอยยิ้มที่อ่อนโยน
แต่ในวินาทีที่เขามองมาที่ฉัน ดวงตาของเราประสานกัน
ฉันเห็นความตกใจและสับสนในแววตาของเขา ไม่ต่างจากฉันเลย
โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา
ฉันพยายามรวบรวมสติทั้งหมดไว้
"สวัสดีค่ะคุณนภดล ดิฉันพิมพ์ชนกค่ะ" ฉันพูดเสียงแผ่วเบา
เขายิ้มตอบกลับมา แต่รอยยิ้มนั้นดูแข็งเกร็งและเหมือนจะพยายามปิดบังบางอย่าง
คุณหทัยดูเหมือนจะสังเกตเห็นความผิดปกติเล็กน้อย
แต่เธอก็ไม่ได้ซักถามอะไร
เธอยังคงยิ้มบางๆ แล้วพูดต่อว่า "คุณนภดลก็ทำงานที่นี่ค่ะ แต่จะดูแลโปรเจกต์พิเศษบางอย่าง"
ฉันมองไปที่คุณหทัย
รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะมีความหมายแฝงบางอย่าง
ราวกับว่าเธอรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง
ฉันรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ
คุณหทัยจงใจให้ฉันมาเจอกับสามีของเธอ
เธอจงใจให้ฉันมาทำงานในตำแหน่งนี้
ฉันรู้สึกเหมือนถูกจับตาดูตลอดเวลา
หลังจากวันนั้น คุณหทัยก็มักจะสร้างสถานการณ์ให้ฉันกับนภดลได้ใกล้ชิดกัน
บางครั้งก็ให้ฉันเข้าไปรายงานเรื่องงานกับเธอในห้องที่มีนภดลอยู่ด้วย
บางครั้งก็ให้ฉันพาเอกสารไปให้นภดลเซ็นถึงที่ทำงานของเขา
ฉันพยายามหลีกเลี่ยงการสบตาหรือพูดคุยกับนภดลให้มากที่สุด
แต่เขาก็มักจะยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนเสมอ
รอยยิ้มนั้นทำให้ฉันรู้สึกผิดและสับสนมากขึ้นไปอีก
ฉันไม่รู้ว่านภดลรู้เรื่องคืนนั้นมากน้อยแค่ไหน
แต่ฉันก็รู้สึกได้ว่าเขาก็คงตกเป็นเหยื่อ ไม่ต่างจากฉัน
ความรู้สึกผิดที่เคยมีต่อแม่ ตอนนี้เพิ่มความรู้สึกผิดต่อนภดลเข้าไปอีกคน
ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหทัยต้องการอะไรจากเรื่องทั้งหมดนี้
แต่ฉันรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่บิดเบี้ยวจากตัวเธอ
เธอเหมือนนางพญาที่สง่างาม แต่จิตใจของเธอกลับโหดเหี้ยมและชอบควบคุม
ฉันต้องอดทนไว้
ต้องทำงานที่นี่ให้ดีที่สุด เพื่อแม่ของฉัน
และเพื่อรักษาสถานะของตัวเองไว้
ฉันไม่รู้เลยว่าเกมส์ที่คุณหทัยกำลังเล่นอยู่มันคืออะไร
แต่ฉันสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
และฉันก็ไม่รู้เลยว่า ฉันจะรับมือกับมันได้นานแค่ไหน
กระทั่งวันหนึ่ง คุณหทัยเรียกฉันเข้าไปในห้องทำงานของเธอ
"พิมพ์ชนกคะ ดิฉันมีงานสำคัญที่จะต้องให้คุณไปดูแล" เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่
"อะไรคะคุณหทัย" ฉันถามด้วยเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด
"ดิฉันอยากให้คุณไปดูงานที่ต่างจังหวัดสักสองสามวันค่ะ เป็นโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่เรากำลังจะพัฒนา" เธอพูดพลางยิ้มบางๆ
ฉันพยักหน้า รับทราบ
"ขอให้คุณช่วยเตรียมตัวให้พร้อมเดินทางพรุ่งนี้นะคะ"
ฉันตอบรับด้วยความกระตือรือร้น
"อ้อ... แล้วคุณนภดลก็จะไปกับคุณด้วยนะคะ เขาจะไปช่วยดูในส่วนของดีไซน์" คุณหทัยพูดเสริมขึ้นมาอย่างเนิบๆ
คำพูดนั้นทำให้ฉันชาวาบไปทั้งตัว
ฉันมองไปที่คุณหทัย ใบหน้าของเธอยังคงยิ้มแย้ม
แต่แววตาของเธอ... มันเต็มไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่น่าขนลุก
ฉันรู้สึกเหมือนถูกผลักเข้าสู่กับดักอีกครั้ง
และครั้งนี้ ฉันไม่รู้เลยว่าฉันจะหนีรอดไปได้อย่างไร
พิมพ์ชนก POV:
การเดินทางไปต่างจังหวัดครั้งนั้นเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น
ฉันพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่นับตั้งแต่วินาทีที่คุณหทัยประกาศว่านภดลจะเดินทางไปด้วย ความรู้สึกไม่สบายใจก็เกาะกินใจฉันไม่หาย
รถบริษัทขับพาเราเดินทางไปยังจังหวัดทางภาคเหนือ
ตลอดทาง นภดลพยายามชวนฉันคุยเรื่องงานบ้าง เรื่องทั่วไปบ้าง
เขาเป็นคนสุภาพและอ่อนโยนมาก ฉันรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่อ่อนล้าจากตัวเขา
ฉันก็ตอบคำถามเขาบ้าง ถามกลับบ้าง เพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดเกินไป
แต่ในใจฉันกลับเต็มไปด้วยคำถามและความระแวง
คุณหทัยวางแผนอะไรกันแน่?
เมื่อเราเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ
ทีมงานของบริษัทได้จัดการจองห้องพักไว้ให้เราที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมือง
ฉันเดินเข้าไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
พนักงานต้อนรับยิ้มแย้มต้อนรับเราอย่างอบอุ่น
"สวัสดีค่ะคุณพิมพ์ชนก คุณนภดล ทางเราได้เตรียมห้องพักไว้ให้แล้วค่ะ" พนักงานพูดพลางยื่นคีย์การ์ดมาให้ฉันสองอัน
"เอ่อ... ห้องของดิฉันกับของคุณนภดลแยกกันใช่ไหมคะ" ฉันถามออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก
พนักงานต้อนรับกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงงเล็กน้อย
"อ้อ... คุณลูกค้าคงเข้าใจผิดนะคะ ทางคุณหทัยได้แจ้งไว้ว่าให้เตรียมห้องสวีทสำหรับฮันนีมูนไว้ให้คุณลูกค้าทั้งสองท่านค่ะ บอกว่าคุณนภดลเป็นสามีของคุณพิมพ์ชนก"
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจฉัน
ฉันมองไปที่คีย์การ์ดในมือ ภาพห้องสวีทสำหรับฮันนีมูนผุดขึ้นมาในหัว
ฉันหันไปมองหน้านภดล เขาก็ดูตกใจไม่แพ้กัน
ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"คุณหทัย... พูดอย่างนั้นเหรอครับ" นภดลถามพนักงานเสียงเบา
พนักงานพยักหน้ายิ้มๆ "ใช่ค่ะ ทางคุณหทัยกำชับมาเป็นพิเศษเลยค่ะ บอกว่าคุณทั้งสองจะมาดูงานและถือโอกาสพักผ่อนไปในตัว"
ฉันรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง
นี่มันอะไรกัน? คุณหทัยเล่นเกมอะไรอยู่?
ฉันพยายามสงบสติอารมณ์ แล้วหันไปมองนภดล
"ไม่เป็นไรครับพิมพ์ชนก เดี๋ยวผมไปคุยกับทางโรงแรมเอง หาห้องอื่นให้ผมก็ได้" นภดลพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่พยายามปลอบโยน
แต่พนักงานต้อนรับกลับส่ายหน้าเบาๆ
"ต้องขออภัยด้วยนะคะคุณนภดล คืนนี้ห้องพักของเราเต็มหมดทุกห้องเลยค่ะ เป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวพอดี"
ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง โรงแรมแห่งนี้อยู่กลางป่าเขา ข้างนอกมีแต่ความมืดปกคลุม
ตัวเลือกอื่น... ไม่มีเลย
พนักงานต้อนรับเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเรา จึงเสนอทางออก
"แต่ห้องสวีทฮันนีมูนที่เราจัดเตรียมไว้ให้ ใหญ่มากนะคะ มีสองห้องนอนในตัว และมีประตูเชื่อมต่อกันค่ะ สะดวกสบายมากๆ เลยค่ะ"
ฉันมองไปที่นภดล เขายืนเงียบๆ ไม่พูดอะไร
"คุณพิมพ์ชนกคะ... คุณนภดลคงไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอกค่ะ" พนักงานกระซิบกับฉัน
ฉันรับรู้ได้ถึงความเข้าใจผิดของพนักงาน แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
ฉันถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง
"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันพูดกับพนักงานเสียงเบา
ฉันหันไปมองนภดล เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย
ฉันรู้ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
เราเดินขึ้นลิฟต์มายังห้องสวีทที่อยู่ชั้นบนสุด
เมื่อประตูเปิดออก ฉันเห็นห้องที่ใหญ่โตโอ่อ่า เตียงคิงไซส์สองเตียงอยู่ในห้องที่แยกจากกัน แต่มีประตูเชื่อมถึงกัน
มันดูเหมือนห้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อคู่รักจริงๆ
ฉันเลือกห้องด้านในสุด พยายามเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อย
นภดลเลือกห้องอีกฝั่งหนึ่ง เขาก็ดูเหมือนจะพยายามรักษาระยะห่างจากฉันเช่นกัน
หลังจากดูงานและทานอาหารเย็นกับทีมงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ฉันกลับมาที่ห้องด้วยความเหนื่อยล้า
ฉันรู้สึกไม่สบายใจตั้งแต่ที่มาถึงโรงแรมแห่งนี้
ฉันหยิบยาคลายเครียดที่หมอเคยให้ไว้ตอนที่แม่ป่วยหนักออกมาจากกระเป๋า
ปกติฉันไม่ค่อยกินมันหรอก แต่คืนนี้ฉันต้องการมันจริงๆ เพื่อให้ฉันนอนหลับได้สนิท
ฉันเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำชำระร่างกาย
เมื่อฉันเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมอาบน้ำ นภดลก็เดินออกมาจากห้องของเขาพอดี
เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ผมของเขายังเปียกชื้นเล็กน้อย
เสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมที่เขาใส่อยู่เปิดเผยแผงอกแข็งแรงของเขา
ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
เราต่างคนต่างยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
"เอ่อ... คุณกำลังจะนอนแล้วเหรอครับ" นภดลถามเสียงเบา ทำลายความเงียบ
ฉันพยักหน้า "ค่ะ ฉันคิดว่าจะกินยานอนหลับนิดหน่อย จะได้นอนหลับสบาย"
นภดลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ยานอนหลับเหรอครับ" เขาถาม
ฉันชี้ไปที่เม็ดยาในมือ "ค่ะ เป็นยาคลายเครียดที่หมอเคยให้ไว้ตอนแม่ป่วยหนักๆ มันจะช่วยให้ฉันหลับง่ายขึ้น"
นภดลมองเม็ดยาในมือฉันด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"อืม... มันจะช่วยให้คุณพักผ่อนได้เต็มที่" เขากล่าวเสียงเรียบ
ฉันพยักหน้า แล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มพร้อมกับเม็ดยา
ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะคิดอะไรได้มากกว่านี้
ความง่วงงุนเริ่มโรยตัวเข้ามา
ฉันเดินไปที่เตียง แล้วทิ้งตัวลงนอนทันที
ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลง ภาพของคืนนั้นที่โรงแรม ภาพของนภดลที่เมามาย
และรอยยิ้มของคุณหทัย... มันวนเวียนอยู่ในสมองฉัน
ฉันพยายามขับไล่มันออกไป
บอกกับตัวเองว่าคืนนั้นมันเป็นแค่ความฝันร้าย
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ หรอก
และแล้วสติของฉันก็ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดมิดของห้วงนิทรา
ฉันไม่รู้เลยว่าความฝันร้ายที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า