ภาพปกนิยาย เพลิงเพรงมาร

เพลิงเพรงมาร

8.6 / 10.0
เฟอร์นัลโด เวลัสโค หนุ่มโสดในฝันของสาวๆ ชายหนุ่มเป็นเพลบอยนักรักชื่อก้อง แต่แล้วพญามัจจุราชดันมากระชากขาของเขาให้ตกลงไปในขุมนรก เมื่อจู่ๆ เขากลับกลายเป็นพ่อของเด็กชายคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เขาดันด้นข้ามขอบฟ้าบินไปเมืองไทยเพื่อจัดการกับผู้หญิงแพศยาที่บังอาจทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมามัวหมอง แต่ครั้นได้สบตาแม่กวางสาว หัวใจหนุ่มกลับสั่นไหวรุนแรงแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับหญิงใดมาก่อน แล้วแบบนี้เขาจะจัดการกับหล่อนยังไงดีล่ะ ให้ตำรวจลากหล่อนเข้าคุก หรือว่าจับแม่คนสวยโยนขึ้นเตียงดี?! เฟอร์นัลโด เวลัสโค หนุ่มหล่อเพลบอยผู้เพียบพร้อม ชีวิตของเขาเสมือนอยู่บนสรรค์ แค่เพียงกระดิกนิ้วเท่านั้น สิ่งที่ต้องการก็ลอยมากองอยู่แทบฝ่าเท้า แต่แล้วจู่ๆ สวรรค์ก็พลิกกลับด้านกลายเป็นนรกอเจเวจี เมื่อข่าวลือหนาหูดังกระฉ่อนปิดกันให้แซ่ดว่าผู้ชายหล่อเร้าเป้าเลิศอย่างเขาแอบซุกลูกเอาไว้ที่เมืองไทย เอาละซิ งานนี้ไม่หมู่ก็จ่าแน่ๆ เขาต้องรีบบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปลากแม่สาวตัวต้นเรืองเข้าซังเตเสียให้เข็ดหลาบ จะได้ไม่ต้องไปทำแบบนี้กับใครอีก แต่ให้ตายเถอะ... เพียงแค่สบตากับแม่กวางสาวเท่านั้น เลือดหนุ่มในกายก็พลันเดือดพล่าน ความต้องการเฉกเช่นบุรุษนักรักอบอวลจนถึงขั้นมึนเมา จากที่เคยอยากจะลากแม่สิบแปดมงกุฎเข้าซังเต ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจอยากลากขึ้นเตียงมากกว่า?! “ฉันยอมแล้ว...” “ยอมอะไร... ยอมให้ฉันทำเหมือนเดิมใช่ไหม” ปากร้อนจัดของเฟอร์นัลโดกดนาบลงกับผิวนุ่มที่ซอกคอระหง พร้อมกับดูดแรงๆ จนเกิดรอยแดงช้ำแห่งใหม่ “อา...” ณัชชาอรเผลอตัวครางเบาๆ ก่อนจะรีบเรียกสติคืนมา “ฉันหมายถึง... ยอมเล่าทุกอย่าง...” เฟอร์นัลโดหัวเราะหึหึในลำคอ และยอมที่จะปล่อยให้ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง “เล่ามาสิ ก่อนที่ฉัน... จะรอไม่ไหว” นัยน์ตาสีสนิมเป็นประกายวาววับ ณัชชาอรรีบหลบสายตา และก็รีบฉวยโอกาสลุกขึ้นหนีไปยืนอยู่ห่างๆ เฟอร์นัลโดหัวเราะขบขัน “ถ้าฉันต้องการ เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือ” “คุณ... ไม่มีทางต้องการฉันหรอกค่ะ ฉันก็แค่...” คนตัวเล็กน้ำตาซึม ก่อนจะรีบกะพริบไล่มันให้กลับไปด้านใน “สิบแปดมงกุฎ คนโกหกหลอกลวง และน่ารังเกียจ” “ใช่... ถูกต้อง...”

เพลิงเพรงมาร ตอนที่ 1

ปุยนุ่นสีขาวสะท้อนแสงแดดที่ลอยอยู่นอกหน้าต่างเครื่องบินเป็นภาพที่น่าเบื่อที่สุดสำหรับมหาเศรษฐีชื่อก้องโลกอย่าง เฟอร์นัลโด เวลัสโค เพราะด้วยอาชีพและธุรกิจมากมายที่ล้นมือทำให้เขาต้องเดินทางไกลข้ามน้ำข้ามทะเลเดือนละหลายๆ ครั้ง จนบางครั้งเขาก็อยากจะวางมือและเดินทางไปหาที่สงบๆ พักผ่อนหย่อนกายบ้าง

แต่กลับไม่มีโอกาสนั้นสำหรับเขาเลยให้ตายสิ!

“ผมขอร้องล่ะพี่ฟรานซ์ ช่วยไปดูแลงานที่เมืองไทยให้ผมหน่อยนะครับ ตอนนี้กำลังมีปัญหาหนัก และผมก็ไม่สามารถปลีกตัวไปจัดการเองได้ด้วย”

คำพูดวิงวอนของอาลันโด เวลัสโคผู้เป็นน้องชายดังผ่านสายโทรศัพท์และกระเด็นมาเข้าหูของเขาในตอนกลางคืนของเมื่อวานซืนที่ผ่านมายังติดแน่นอยู่ในสมอง

“นายว่าอะไรนะ อาลัน?”

“งานของผมที่เมืองไทยกำลังมีปัญหา และผมก็ไม่สามารถปลีกตัวไปจัดการกับปัญหานี้เองได้ ผมจึงอยากรบกวนพี่ฟรานซ์...”

ทุกคำพูดของอาลันโดค่อยๆ ดังเข้ามาในหู และสมองที่ถูกเรียกให้ตื่นขึ้นมากลางดึกก็กำลังแปรความหมายทีละพยางค์

“นายคงไม่ได้หมายความว่าจะให้พี่ไปที่เมืองไทย ไปจัดการกับปัญหาของนายหรอกใช่ไหม อาลันโด”

ใช่... เขาคาดหวังแบบนั้น แต่แล้วก็...

“ผม... รบกวนพี่ฟรานซ์บินไปเมืองไทย และจัดการปัญหาแทนผมด้วยครับ”

เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะในยามค่ำคืน เฟอร์นัลโดที่เปลือยเปล่าไปทั้งตัวแทบจะทรุดตกลงมาจากเตียงนอน

“ให้พี่บินไปเมืองไทย?”

“ครับ ผมมองไม่เห็นใครแล้วจริงๆ พี่ฟรานซ์ช่วยผมหน่อยนะครับ”

เฟอร์นัลโดแค่นยิ้มหยัน พลางก้าวลงจากเตียง มือหนาสีแทนกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่น พลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“นายก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบประเทศแถบเอเชียเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมืองไทย”

“ผมรู้ครับ แต่ว่าผมมองไม่เห็นใครที่จะช่วยผมได้เลยนอกจาก... พี่ฟรานซ์”

“เจ้าคริส เจ้ามาร์ค หรือว่าพี่บิลก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่พี่”

“โธ่ พี่ฟรานซ์ ผมขอร้องทุกคนแล้วครับ แต่ไม่มีใครว่างเลย พี่คริสติดช่วยคุณดาหลาเลี้ยงลูก ส่วนพี่มาร์คก็กำลังมีปัญหาที่บริษัทเหมือนกันเลยไปไม่ได้”

“แล้วพี่บิลล่ะ พี่บิลเก่งฉลาด และแน่นอนว่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้อยู่แล้ว”

เฟอร์นัลโดมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ช้าก็ถูกคำพูดของอาลันโดทำลายจนพินาศยับเยิน

“พี่บิลต้องบินไปที่รัสเซียครับ ต้องไปเป็นประธานเปิดตัวสาขาใหม่ที่นั่น”

“ทุกคนยุ่งหมด?”

เฟอร์นัลโดทวนคำเยาะหยันไม่อยากเชื่อในลำคอ

“ใช่ครับ ผมถึงต้องมาขอร้องพี่ฟรานซ์ยังไงล่ะครับ ผมมองไม่เห็นใครแล้วจริงๆ ครับ”

หลังจากผ่านความเงียบงันไปนานหลายอึดใจ เฟอร์นัลโดก็เค้นเสียงเครียดถามน้องชายออกมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ซ่อนเร้นไม่ได้

“แล้วทำไมนายไม่ไปเอง”

“ผมก็อยากไปเองนะครับพี่ฟรานซ์แต่ว่า... พี่ก็รู้นี่ว่าผมกำลังฮันนีมูนอยู่กับแสนรัก ผมไม่อยากทำให้เธอเสียความรู้สึก”

“นี่นายเห็นแก่เมียมากกว่างานอย่างนั้นหรือ”

เฟอร์นัลโดถามออกไปเสียงเหลือเชื่อ ก่อนที่อาลันโดจะหัวเราะขบขันระคนขัดเขิน

“ก็ผมรักแสนรักมากนี่ครับ ก็เลย...”

“บอกแล้วว่าผู้หญิงน่ะทำให้สมองของผู้ชายทำงานน้อยลง และทั้งนายและเจ้าคริสก็ทำให้พี่เห็นแล้วว่าควรอยู่ห่างจากสตรี”

เสียงของเฟอร์นัลโดเต็มไปด้วยความสยดสยอง

“แหม พี่ฟรานซ์ก็พูดเกินไปครับ”

“พี่ไม่ได้พูดเกินไปหรอก แต่มันคือเรื่องจริง แล้วเป็นไงล่ะ สุดท้ายก็ต้องมารบกวนพี่อีก ทั้งๆ ที่พี่ไม่ชอบเมืองไทยเอาเสียเลย”

“ผมขอโทษครับพี่ฟรานซ์ แต่ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ”

อาลันโดขอโทษขอโพยมาตามสาย เห็นใจพี่ชายไม่น้อย เพราะรู้ดีว่าเฟอร์นัลโดไม่ชอบประเทศแถบๆ เอเชียนัก เนื่องจากในอดีตเคยถูกผู้หญิงไทยมาแบล็คเมย์บอกว่าท้องด้วย แม้จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ แต่กระนั้นก็ทำให้พี่ชายของเขาเข็ดขยาดมาถึงทุกวันนี้

“เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะหาผู้หญิงให้สักคน ในระหว่างที่พี่ฟรานซ์อยู่ที่เมืองไทย พี่จะได้ไม่เหงายังไงล่ะครับ”

“ไม่เอา อย่าเด็ดขาดเชียว พี่ไม่ชอบผู้หญิงไทย”

“ผมรู้ครับ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบที่พี่ฟรานซ์เคยเจอหรอกครับ ดูอย่างแสนรักสิครับ เธอเป็นคนดี และใจดีมากๆ”

แม้จะเห็นด้วยกับคำพูดของน้องชายในกรณีของแสนรัก แต่เฟอร์นัลโดก็อดที่จะเบ้ปากด้วยความเยาะหยันไม่ได้

“ก็มีแค่คุณแสนรักคนเดียวเท่านั้นแหละมั้งที่เป็นคนดี เอาล่ะ นายไม่ต้องพูดมากแล้ว เอาเป็นว่าพี่จะไปจัดการปัญหาให้ แต่...”

“แต่อะไรครับ”

“แต่พี่จะอยู่เมืองไทยแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น ต่อจากนั้นถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นอีก นายจะต้องเป็นคนมาจัดการเอง โอเคไหม”

อาลันโดยิ้มกว้างอย่างโล่งใจ

“ได้ครับพี่ฟรานซ์ และก็ขอบคุณมากครับ”

“น้ำเสียงนายนี่ยินดีราวกับได้แก้วได้แหวนเลยนะเจ้าอาลันโด”

เฟอร์นัลโดประชดประชันน้องชายของตัวเองอย่างหมั่นไส้ยิ่งนัก

“ผมก็ต้องดีใจสิครับ ได้ฮันนีมูนต่อกับแสนรักทั้งที”

“นายดีใจ แต่พี่กำลังทุกข์ใจ”

อาลันโดได้ยินคำพูดของพี่ชายก็อดที่จะปลอบใจไม่ได้

“ผมคิดว่าคงไม่มีเหตุการณ์แบบเมื่อสามปีก่อนเกิดขึ้นอีกหรอกครับ”

“แน่นอน เพราะพี่จะไม่เผลอไปนอนกับใครที่เมืองไทยอีก”

น้ำเสียงของเฟอร์นัลโดหนักแน่น

“เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่จะนอนต่อ นายก็ไปสวีตกับเมียเถอะ”

เมื่อเห็นพี่ชายจะวางสาย อาลันโดก็รีบเรียกเอาไว้ทันที

“เดี๋ยวครับพี่ฟรานซ์”

“มีอะไรอีกล่ะอาลัน”

น้ำเสียงของเฟอร์นัลโดเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย

“คือผมแค่จะบอกว่า เลขาฯ ของผมจัดการจองตั๋วเครื่องบินเอาไว้ให้กับพี่ฟรานซ์แล้วครับ พี่ฟรานซ์แค่พาตัวเองนั่งเครื่องไปเมืองไทยก็พอ”

“พี่หวังว่าคงไม่ใช่ภายในอาทิตย์นี้ใช่ไหมที่พี่ต้องไปเมืองไทย”

เสียงของอาลันโดหัวเราะเบาๆ มาตามสาย ก่อนที่คำตอบของเขาจะทำให้เฟอร์นัลโดแทบทรุดลงกองกับพื้นห้อง

“พรุ่งนี้ครับ”

“พรุ่งนี้?”

“ครับพี่ฟรานซ์ พรุ่งนี้ตอนบ่ายสามโมงเย็น เหลือเวลาอีกตั้งสิบห้าสิบหกชั่วโมง เตรียมตัวทันอยู่แล้วล่ะครับ”

“พี่ไม่ได้นึกถึงเรื่องเตรียมตัว แต่ที่พี่สงสัยก็คือทำไมมันเร็วนักวะเจ้าอาลัน”

คนถามเค้นเสียงหงุดหงิด และก็อดกระแทกลมหายใจออกมาไม่ได้

“นายกำลังทำให้พี่อึดอัดมาก”

“ผมขอโทษครับพี่ฟรานซ์ แต่มันจำเป็นจริงๆ ครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เล็กๆ ผมถึงต้องรีบให้พี่ฟรานซ์บินด่วนไปจัดการยังไงล่ะครับ เพราะถ้าช้าไปอาจจะไม่ทันการ”

เฟอร์นัลโดไม่มีอะไรจะพูดอีกนอกจาก ถอนใจออกมาอย่างปวดกบาล

“โอเค พี่เข้าใจแล้ว และขอตัวไปนอนก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเตรียมตัวบินไปเมืองไทยไม่ทัน”

อาลันโดรู้ดีว่าพี่ชายประชดประชันแต่ก็อดทำเป็นไม่สนใจ

“ครับพี่ฟรานซ์ ฝันดีนะครับ และก็ขอบคุณมาก”

“นายยังคิดว่าพี่จะยังฝันดีได้อีกหรือ อาลัน”

คำถามยอกย้อนของพี่ชายทำให้อาลันโดหัวเราะแห้งๆ ออกมา ก่อนที่เขาจะรีบวางสายไป ในขณะที่เฟอร์นัลโดหมุนตัวเดินกลับมาที่เตียงนอน สีหน้าและแววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเครียดขรึมเย็นชา

“นี่เราต้องกลับไปที่นั่นอีกจริงๆ หรือ”

เขาได้แต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้นหลายต่อหลายครั้ง และคำตอบที่ได้ก็คือเขาต้องไป ต้องเดินทางกลับไปยังเมืองไทยอย่างไม่มีทางเลือก

และนี่ไงคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาต้องจำใจนั่งเครื่องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมุ่งหน้าสู่ประเทศไทยแบบนี้ ต้องมาทั้งๆ ที่เกลียดยิ่งนัก เฟอร์นัลโดถอนใจออกมาหลายครั้งติด จากนั้นเขาก็เลือกที่จะละสายตาจากก้อนเมฆสีขาว และปิดเปลือกตาลงช้าๆ เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าด้วยความเข้มแข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้

อ่านต่อ

สารบัญของ เพลิงเพรงมาร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
ภาพปกนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญ สาวน้อยเจ้าของฉายาจอมจุ้นตกหลุมรัก มัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบที่เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเข้าอย่างจัง คำอธิษฐานในงานวันเกิดส่งผลให้เธอได้รับเลือกเข้าทำงานในบริษัทของเขาและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัว แต่ความรักกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเจ้านายหนุ่มมาดดุคอยแต่จะคาดโทษและทำหน้ายักษ์ใส่จนเธอเริ่มท้อถอยและตัดสินใจถอยห่างเพื่อรักษาแผลใจ ทว่าฝ่ายมัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจเรื่องความรัก กลับเริ่มหวั่นไหวให้กับความสดใสของเลขาสาวจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อเห็นเธอพยายามตีตัวออกห่าง เสือยิ้มยากอย่างเขาจึงไม่อาจยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่าย ๆ ยิ่งเธอถอยเขายิ่งรุกคืบเพื่อผูกมัดหัวใจจอมจุ้นไว้ให้อยู่หมัด
ภาพปกนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อโชคชะตาขีดเขียนให้เธอต้องกลายเป็นเพียงลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ ตกอยู่ภายใต้อำนาจมืดของชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนซาตานร้ายในคราบมนุษย์ ทุกย่างก้าวของชีวิตเธอถูกพันธนาการไว้ด้วยเงื้อมมือที่พร้อมจะบีบให้แหลกคลาอก หรือจะคลายเพื่อมอบสัมผัสอันแสนรัญจวนใจที่ยากจะต้านทานไหว ท่ามกลางเกมแห่งความใคร่ที่ร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย เธอไม่มีสิทธิ์เลือกสิ่งใดนอกจากต้องเผชิญกับพายุพิศวาสที่เขาเป็นผู้ควบคุมแต่เพียงผู้เดียว ท้ายที่สุดแล้วหัวใจที่บอบบางดวงนี้จะพังทลายลงหรือจะมอดไหม้ไปกับความเร่าร้อนที่เขาปรนเปรอให้ในทุกค่ำคืนที่แสนยาวนาน
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง แต่เขากลับจงใจแกล้งยึดผ้าห่มไว้เพียงเพื่อจะชื่นชมความงดงามของเธอให้เต็มตา ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้เขาต้องฝืนใจถอยห่างเพื่อไม่ให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ก่อนจากไปเขาประทับจูบอย่างแสนรักพร้อมย้ำเตือนถึงข้อตกลงลับระหว่างกัน ชติรสยอมเสียสละตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับลิก้าอย่างเด็ดขาด แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอับอายที่ถูกตราหน้าว่าน่าหลงใหลกว่าใคร แต่เธอก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษาคำสัญญานี้ไว้ แม้ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีของตนเองก็ตาม
ภาพปกนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เรื่องราวความรักสุดร้อนแรงที่เริ่มต้นขึ้นจากความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและหนักแน่น เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งต้องเผชิญกับบททดสอบความอดทนในค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนกับชายหนุ่มที่เธอปรารถนาจะครอบครองเป็นเจ้าของชีวิตคู่ แม้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความดุดันและหนักหน่วงจากความแข็งแกร่งทางร่างกายของฝ่ายชายที่เกินกว่าเธอจะรับไหว แต่เขาก็ได้ย้ำเตือนให้เธอมีความอดทนและเข้มแข็งเข้าไว้ หากต้องการที่จะก้าวเข้ามาเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาอย่างเต็มตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศและความเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้ในโลกยุคปัจจุบัน

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED