หากเป็นปกติคงไม่เล้าโลมขนาดนี้ แต่นี่เห็นว่าคำก็ที่รัก สองคำก็ที่รักหรอกนะ
ต่อดันเรียวขาเธอให้แยกออกจากกัน ประคองความพรักพร้อมเข้ากับความฉ่ำชื้น เสียงร้องของคนใต้ร่างเหมือนกระตุ้นให้เขาเหยียบคันเร่งจนมิด เขาโน้มตัวกัดผิวเนื้อตรงเนินอกนุ่มเพื่อเบี่ยงความสนใจแล้วดันสะโพกจนสุดแรง
“อ๊า!...อึก!”
ริมฝีปากแนบชิดแทบจะทันทีที่เริ่มดันสะโพก แต่เมื่อดันจนสุดและรู้สึกถึงความผิดปกติ ปากของเขาก็ถูกอีกฝ่ายกัดจนได้กลิ่นคาวเลือดแล้ว ทั้งสองเหมือนเพิ่งได้สติ มือที่จับไหล่เขายิ่งจิกเล็บจนรู้สึกเจ็บแปลบ ความเจ็บปวดและความอึดอัดเมื่อทั้งสองสอดประสานในครั้งแรกค่อยๆ สลายไป พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่เริ่มกลับคืนมา
“เจ็บ...”
เสียงเล็กที่พึมพำนั้นทำให้ต่อต้องข่มกลั้นความอึดอัดไว้แล้วรวมมือของเธอพร้อมกับกดเข้ากับเตียงนุ่ม
“สายเกินไปแล้ว จะต่อไหม” เขาว่า ลำคอแห้งผาก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำผิดร้ายแรง ความต้องการพุ่งสูงมากจนตอนนี้แทบจะปลดปล่อยออกมา ทว่าคนที่ตัวสั่นอยู่ใต้ร่างนี้ทำให้เขาทำตัวไม่ถูก
“มาถึงขั้นนี้แล้ว...หยุดได้เหรอ” เธอว่า แม้จะเจ็บจนน้ำตาซึม แต่อารมณ์มันมาจนเบรกไม่อยู่แล้ว ขอให้มันจบไปก่อนได้ไหม
ต่อค่อยๆ ขยับสะโพก ซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอระหงพลางกระซิบถาม
“เธอ...ตะวันฉาย?”
ตะวันฉายกู้คืนสติมาได้บางส่วน กัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองเปล่งเสียงน่าอายออกมา น่าเจ็บใจนักที่คิดว่าหมอนี่เป็นไอดอลในวงที่เธอชอบไปได้ ทั้งอายทั้งโกรธตัวเอง
“ฉันหวังว่านายจะไม่ใช่คนที่ฉันคิด...อึก!”
เขาหัวเราะในลำคอ จงใจเน้นสะโพกจนเธอต้องกัดฟัน
“นายต่อ!”
“หึ...ผิดหวังหรือไง คนที่กำลังเอากับเธอตอนนี้เป็นฉันน่ะ”
“ก็แค่เซ็กส์” เธอว่า พยายามกลั้นเสียงสะอื้น แม้ว่าร่างกายจะตอบรับการสอดประสานของเขา แต่เมื่อเธอมีสติแบบนี้ ไม่มีทางจะให้เขารู้แน่ๆ
“ดี...ครั้งแรกของเธอ ฉันจะทำให้รู้ว่าความมันส์คืออะไร”
“อ๊ะ!”
ตะวันฉายผวาเยือกเมื่อเขาถอนกายออกกะทันหัน เธอถูกอีกฝ่ายจับคว่ำหน้า มือแกร่งช้อนสะโพกงอนขึ้นแล้วสอดประสานจากทางด้านหลังจนร่างของเธอเสียวแปลบ หญิงสาวต้องเอามือปิดปากไว้เพื่อไม่ให้เสียงครางดังจนปลุกคนในบ้านพักให้ตื่นขึ้น ทว่าต่อเหมือนยังไม่พอใจ เมื่อเขาเลื่อนมือมาบีบขยำอกนิ่มพร้อมกับกระแทกสะโพกอย่างหนักหน่วงจนเธอไม่สามารถกลั้นเสียงครางได้ สุดท้ายก็ปล่อยเสียงครางออกมาแผ่วหวิว
ไม่รู้ว่าเขาเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เพราะพอร่างของเธอสั่นกระตุก ท้องน้อยก็อุ่นวาบ
คนบ้านี่ถึงกับไม่ใช้ถุงยางอนามัย
“ทำไมไม่ใช้ถุงยาง”
“เมา...” เขาตอบเสียงห้วน
“รู้แล้วทำไมยังทำต่อ” เธอถามเสียงเย็น
“ไม่ทันแล้ว พอเหยียบคันเร่งแล้ว จนกว่าน้ำมันจะหมด คงหยุดไม่ได้”
“ไม่นะ” ฉายอุทาน เพราะหลังเขาพูดจบเขาก็ช้อนตัวเธอขึ้นแล้วอุ้มพาดบ่าพาเข้าไปในห้องน้ำ ร่างสูงหยุดตรงหน้าประตูแล้วลงกลอน พอเปิดไฟในห้องน้ำจนสว่างโร่ก็ปิดประตูทันที ไม่สนใจคนที่ดิ้นพล่านอยู่บนบ่าเลยแม้แต่น้อย
ตะวันฉายกลัวคนด้านนอกได้ยินจึงแหกปากไม่ได้ ทำได้เพียงรัวมือทุบบ่าเขาแรงๆ จนเกิดรอยแดงไปทั่ว
“ทุบไปเถอะ วันนี้ยังไม่จบง่ายๆ หรอก” เขาว่า วางเธอลงบนพื้น
ตะวันฉายรีบนั่งงอตัวทันทีเพราะไม่อยากให้เขาเห็นร่างกายเปลือยเปล่า ทว่าต่อกลับไม่สน อากาศในห้องน้ำเย็นกว่าด้านนอก ยังดีที่อุ่นกว่านอกบ้านมากจึงไม่หนาวเกินไปนัก เขาเปิดน้ำร้อน มองคนที่นั่งงอตัวด้วยสายตาเย็นชา “โบราณว่าเกลียดอะไรจะได้สิ่งนั้น เธอเมาแล้วมาปลุกอารมณ์ฉันเอง ต้องทนหน่อยล่ะ”
ผิวของฉายขาวจัด เส้นผมยาวเปียกน้ำแนบไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งบนร่างกายทำให้เลือดลมต่อสูบฉีด ต่อค่อยๆ ดึงแขนเรียวให้เธอลุกขึ้น มองร่างที่สั่นเทาของเธอ อยู่ๆ ในใจก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ เพราะเนินเนื้อนุ่มนิ่มเป็นรอยแดงเพราะถูกเขาฝากร่องรอยไว้เมื่อกี้
ตะวันฉายมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลามีรอยปากกาเคมีจางๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่อาจกลบความหล่อร้ายของเขาไปได้
รังเกียจหรือ? ก็ไม่
แต่เป็นความรู้สึกแปลกๆ นึกไม่ถึงว่าผู้ชายที่เธอหมั่นไส้เพราะความกวนตีนคนนี้จะกลายมาเป็นผู้ชายคนแรก แถมยังเป็นคนที่ทำให้เลือดลมในกายร้อนระอุ เธอจึงบังคับตัวเองไม่ให้มองกล้ามหน้าท้องและตรงนั้นของเขา เพราะมันอาจทำให้เธอใจแตก
อีกใจหนึ่งเริ่มคิดได้ว่าเซ็กส์มันก็แค่เรื่องธรรมชาติ
นึกถึงอดีตแฟนหนุ่มอย่างเมฆที่แอบกินกับผู้หญิงคนอื่น แถมยังพยายามเคลมเธอครั้งแล้วครั้งเล่า หลอกล่อเธอด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ สุดท้ายก็หักหลังเธออย่างเลือดเย็น กลัวว่าถ้าเธอไม่จับได้คาหนังคาเขา นอกจากจะเสียตัวให้คนเฮงซวยนั่น ยังเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคนก็ได้
เข้าใจแล้ว...ตะวันฉายเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงบางคนถึงอยากไปบาร์โฮสต์หลังจากถูกหักหลัง
มีทองท่วมหัวไม่ต้องมีผัวก็ได้ ในที่สุดเธอก็เข้าใจสัจธรรมนี้ แน่นอนว่าเธอมีเงิน ถ้าเป็นแบบนี้จะซื้อใครก็ได้ใช่ไหม
ยกเว้นความรัก…
ตะวันฉายไม่พูดอะไร เธอรวบผมตัวเองไปด้านหลัง น้ำร้อนที่ราดลงมาเกาะตามผิวกายของทั้งคู่แล้วค่อยๆ ไหลลงช้าๆ ตะวันฉายมองใบหน้าหล่อร้ายของผู้ชายตรงหน้า มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย มือสองข้างเลื่อนจากหน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ไล่ไปยังลำคอแกร่งแล้วหยุดที่แก้มสาก สัมผัสชวนจักจี้ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อก้มต่อมองเธอด้วยสายตามืดทมิฬขึ้นเรื่อยๆ ตะวันฉายจึงเอ่ยขึ้น
“ก็ได้...เรื่องมันเลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว สอนฉันหน่อยได้มั้ยว่าอะไรคือ One Night Stand”
“ได้สิ ฉันจะทำให้เธอลืมไม่ลงเลยล่ะ” เขาพึมพำเหมือนคนที่ตกอยู่ในภวังค์ เธอเบียดชิดหน้าอกเข้าหาเขาอย่างเต็มใจ เขย่งปลายเท้าเพื่อประทับจูบที่ปลายคางเขา
ต่อไม่รอให้เธอได้เป็นฝ่ายเริ่ม เพราะเขาใช้ปลายเท้าเปิดน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำพร้อมกับกดริมฝีปากเธออย่างหนักหน่วง
One Night Stand?
เธอหาคนสอนถูกแล้ว
ผ่านไปราวชั่วโมงครึ่ง หลังออกมาจากห้องน้ำแล้วทั้งสองก็ยังคงสานต่อบทเรียนเซ็กส์อย่างดุเดือด ตะวันฉายเป็นผู้หญิงหัวไว ไวจนต่อคิดไม่ถึงว่าเธอจะไม่เคยผ่านผู้ชายคนไหนมาก่อน ทว่าเมื่อเริ่มมีอะไรกันโดยที่ไฟยังเปิดอยู่ ชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกแล้วว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการจริงๆ
นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเย็นชาที่เห็นนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความอ่อนแอ หากเขาคาดเดาไม่ผิด ตอนนี้เขาได้กลายเป็นเครื่องมือสอนความใคร่ของผู้หญิงที่เพิ่งอกหักมาเสียแล้ว
ซึ่งนี่เป็นกฎเหล็กที่เขาไม่น่าแหกมาเลย
นอนกับคนที่อยากประชดชีวิตตัวเอง ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะคนที่ถูกเขาจับได้
ยัยบ้านี่คิดประชดชีวิตด้วยการทำแบบนี้ ถ้าหากเขาหยุดไปตั้งแต่แรกก็คงจะดี แต่โดนผู้หญิงที่พอลอกคราบแล้วหุ่นล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้ ใครจะอดใจไหว
เซ็กซี่เป็นบ้า โดยเฉพาะน้ำหอมกลิ่นนั้น
พอตอนนี้ทั้งคู่กลับมาแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนั่งนิ่งบนเตียงด้วยกัน ต่อยิ่งเกิดความตะขิดตะขวงใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาทำหน้าไม่ถูก ตะวันฉายทำตัวเหมือนผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาหลายร้อย เธอนั่งชันเข่า เล่นโทรศัพท์เหมือนเมื่อกี้ไม่ได้ผ่านสมรภูมิรักมา
"เรื่องของเราจะเป็นความลับตลอดไป ฉันไม่ต้องการให้นายมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น" ตะวันฉายพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน
"แต่ว่า..."
"วางใจเถอะ ฉันไม่ติดใจอะไร คิดเสียว่าเราต่างฝ่ายต่างซื้อกินก็แล้วกัน"
"เธอทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ"
"จะว่าปกติไหม ก็ไม่นะ แต่คนอย่างฉัน...ตะวันฉายมีเรื่องให้เสียใจจนอยากย้อนเวลาอยู่สองเรื่อง หนึ่งคือกดบัตรคอนฯ ไม่ทัน สองคือไว้ใจคนง่ายเกินไป เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างเราไม่ทำให้ฉันเก็บไปคิดหรอก"
ต่อมองเธอด้วยแววตาสับสน ไม่ได้เตรียมตัวมารับบทผู้ชายข้ามคืน มองดูผู้หญิงตรงหน้าเตรียมควักเงินออกมาฟาดหัวแล้วบอกว่า "ลืมเรื่องของเราในคืนนี้ไปซะ" หรอกนะ
"ฉันไม่ใช่ผู้ชายขายตัว"
"อุ๊ปส์ส์ ขอโทษที เงินนี่ถือว่าจ่ายค่าปิดปากนายก็แล้วกันนะ"
เธอควักเงินออกมาปึกหนึ่งจนเขาอดถลึงตามองไม่ได้
นั่นไง! นี่มันโลกยุคไหน ทำไมถึงเป็นแบบนี้!