ภายในห้องพักของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดระหว่างคนสองคน ทั้งคู่นั่งเงียบจมอยู่ในความคิดของตัวเองมาร่วมครึ่งชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบและข้อสรุปที่ลงตัวได้
“หยุดร้องก่อนได้ไหมฉาย”
เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด หลังจากที่เขานั่งทนฟังเสียงร้องไห้ของหญิงสาวมาร่วมชั่วโมงกว่าเกือบจะสองชั่วโมงได้
“ฉายไม่ได้อยากร้อง แต่ว่ามันหยุดไม่ได้ ฮึก! แล้วพี่สงจะให้ฉายทำยังไง” หญิงสาวตอบกลับพลางสะอื้นไห้
สงกรานต์ ชายหนุ่มเจ้าของชื่อสะบัดหน้าหันไปมองหญิงสาวด้วยสายตาคมกริบ เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัทออกแบบภายในที่กำลังโด่งดัง ทั้งยังได้รับฉายานักธุรกิจหนุ่มอนาคตไกลผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าพลาดเลยในชีวิต
ทว่าวันนี้หลังจากได้รับฟังคำพูดของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันก็ทำให้เขาถึงกับหัวเสีย ชายหนุ่มยกมือลูบใบหน้าตัวเองด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตเขาจะมีวันนี้ วันที่เขา... พลาด!
ใช่แล้ว เขาพลาดทำหญิงสาวที่แทนตัวเองว่าฉายท้อง!!
จันทร์ฉาย เป็นหนึ่งในพนักงานบริษัทของเขา เจ้าของใบหน้ารูปไข่หน้าตาสะสวยรูปร่างดี ชอบดูแลคนอื่นทั้งยังเป็นคนอัธยาศัยดีใครเห็นใครก็ชอบ และก็ใช่เขาเองก็เช่นกัน
สงกรานต์ยอมรับว่าจันทร์ฉายมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่ตรงสเปกเขา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะยินดีเรื่องที่เธอท้อง ทุกอย่างมันคงดีกว่านี้ถ้าหากเขาและเธอเป็นคนรักกัน ไม่ใช่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจะไม่รู้ว่าจันทร์ฉายคิดกับเขาเช่นไร เพราะเขารู้เขาถึงให้เธอเป็นได้แค่นั้น เป็นแค่คนในความลับตลอดมานั่นก็เพราะว่าเขาไม่ได้รักเธอ
ไม่เคยรัก...
ก่อนหน้าที่ความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเขาและเธอจะเกิดขึ้น
จันทร์ฉายเป็นเพียงพนักงานในบริษัท ตำแหน่งคือผู้ช่วยเลขาของเขา
หญิงสาวถูกฝากเข้างานโดยเพื่อนสนิทที่มีชื่อว่า ‘อรอุมา’
อรอุมาคือเพื่อนที่เขาไม่ได้คิดกับเธอแค่เพื่อน...
ครั้งแรกที่เจ้าตัวมาบอกเขาว่าขอฝากน้องทำงานด้วยคนหนึ่ง ชายหนุ่มเองไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่นัก แต่ด้วยความที่ไม่อยากขัดใจคนที่ตัวเองชอบ ทั้งเจ้าตัวยังพูดมาเสียดิบดีว่าจันทร์ฉายเป็นคนเก่งฉลาดเฉลียว เขาจึงได้จำใจยอมรับเธอเข้าทำงาน
หลังจากรับจันทร์ฉายเข้าทำงานมาเรียบร้อยแล้ว สงกรานต์ก็บอกให้เลขาสอนงานและจับตาดูเธอไว้ให้ดีแล้วมารายงานให้เขาฟังว่าเธอเก่งสมคำพูดของอรอุมาหรือไม่
หลังจากนั้นเขาก็ได้รับฟังคำชมเธอจากปากของเลขาอยู่ตลอด ด้วยความสงสัยและไม่อยากเชื่อจึงได้หาเวลาว่างมาคอยจับตาดูเธอห่าง ๆ แทน และเขาก็ยอมรับว่าเธอเป็นคนฉลาดและทำงานเก่งทั้งยังมีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม
ด้วยความที่จันทร์ฉายเป็นคนน่ารักช่างพูดช่างเจรจา เข้าอกเข้าใจคนรอบตัวไปซะหมด พอได้อยู่ใกล้พลันทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นมา หลัง ๆ เขาจึงอยากอยู่ใกล้เธอมากขึ้น
ทว่าจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ในความลับมันเกิดขึ้นหลังจากนั้นต่างหาก ความสัมพันธ์ที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้เกิดขึ้นแล้วเพียงเพราะคืนคืนเดียว!
คืนที่เขาเมา...
เริ่มจากวันหนึ่งสงกรานต์ได้รู้ข่าวว่าอรอุมาเดินทางไปต่างประเทศ แม้เขาและเธอจะไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากคำว่าเพื่อน แต่ชายหนุ่มก็ไม่สามารถห้ามให้ตัวเองรู้สึกไม่พอใจที่อรอุมาไม่บอกกล่าวล่วงหน้าได้ ครั้นบอกก็บอกเมื่อกระชั้นชิดแล้ว อยากจะไปด้วยก็ไปไม่ได้เพราะในวันเดียวกันจะมีงานเลี้ยงฉลองให้กับพนักงานที่สามารถปิดจบงานใหญ่ของบริษัทลงได้
ด้วยอารมณ์คุกรุ่นและไม่พอใจกับการตัดสินใจของอรอุมา ชายหนุ่มจึงดื่มแอลกอฮอล์ต่างน้ำในค่ำคืนเลี้ยงฉลองนั่นเอง ดีกรีความแรงของแอลกอฮอล์ที่สงกรานต์ดื่มเข้าไปจำนวนมากขนาดนั้นมีหรือที่เขาจะสามารถต้านฤทธิ์มันได้ สุดท้ายเขาก็เมาไม่ได้สติ
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ไม่รู้เช่นกันว่าเขามาอยู่ในห้องของโรมแรมได้เช่นไร เรื่องนั้นไม่น่าตกใจเท่าเมื่อสายตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องแล้วมาหยุดที่ลาดไหล่เปล่าเปลือยที่นอนอยู่ข้างกาย นี่ต่างหากคือสิ่งที่น่าตกใจ
เพราะคนที่นอนโป๊เปลือยข้างเขาก็คือจันทร์ฉาย ผู้ช่วยเลขาคนเก่งนั่นเอง
เพียงเท่านั้นไม่ต้องให้ใครมาบอกเขาก็สำนึกรู้ได้เองแล้วว่าคืนที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น ยิ่งมองเห็นร่องรอยที่โผล่พ้นผ้าห่มเป็นจ้ำ ๆ ตามร่างกายของจันทร์ฉาย และอาการแสบบริเวณหน้าอกและแผ่นหลังของตัวเองก็รู้ได้ทันทีว่าคืนที่ผ่านมาเขาเร่าร้อนกับหญิงสาวไปมากขนาดไหน
และเรื่องมันจะไม่ยุ่งยากขนาดนี้เลยถ้าหางตาเขาไม่เหลือบไปเห็นรอยเลือดจาง ๆ ที่ย้ำชัดว่า เขาได้ทำลายความบริสุทธิ์ของเธอไปเรียบร้อยแล้ว
‘คุณสงไม่ต้องคิดมากนะคะ เพราะฉายก็จะไม่คิดเช่นกัน ลืมมันไปให้หมดเถอะค่ะ คิดเสียว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น’
ประโยคคำพูดที่จันทร์ฉายใช้พูดกับเขาหลังจากตื่นขึ้นมา คราแรกยอมรับว่าตกใจ แต่พอตั้งสติได้เขากลับรู้สึกโกรธทั้งที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาโกรธอะไร เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้นก็ตั้งใจจะปล่อยผ่านตามความต้องการของเจ้าตัว แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ดังแว่วออกมาจากห้องน้ำก็เกิดเปลี่ยนใจ เปลี่ยนใจที่จะไม่ทำตามความต้องการของเธอ แต่ทำตามความต้องการของเขาเอง
ในเมื่อเธอเป็นของเขาแล้วก็ควรจะเป็นของเขาต่อไปจนกว่าเขาจะเบื่อไม่ใช่เหรอ ?
หลังจากที่หญิงสาวออกจากห้องน้ำ สงกรานต์ก็เปิดปากพูดเรื่องที่ต้องการในทันที เขายังจำสีหน้าของจันทร์ฉายได้ดี เธอทั้งตกใจและโกรธ ก่อนจะหยุดด้วยแววตาตัดพ้อหลังจากได้ฟังข้อเสนอต่าง ๆ มากมายที่หลุดออกจากปากของเขา
กว่าจะตกลงกันได้ เขาและเธอก็โต้แย้งกันเกือบชั่วโมง จนในที่สุด
หญิงสาวก็ยอมรับความสัมพันธ์นี้โดยมีข้อตกลงบางอย่างที่เธอเป็นคนเสนอขึ้นมาเอง และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ต้องห้ามฉบับคนในความลับระหว่างเขาและเธอเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้
จันทร์ฉายยอมเป็นคนในความลับของสงกรานต์เรื่อยมานานหกเดือน เรื่องบนเตียงทั้งสองล้วนเข้ากันได้ดียิ่ง ทั้งยังรู้นิสัยใจคอของกันและกันมากยิ่งขึ้น แน่นอนด้วยความสดใหม่และสะอาดของเธอทำให้สงกรานต์คิดอยากลองรสสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อดูสักครั้งเขาจึงตั้งใจไม่ใส่ถุงยางกับหญิงสาว
ความต้องการของเขาจันทร์ฉายล้วนไม่ยินยอม แต่ก็เป็นเขาอีกนั่นแหละที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมกับเธอ
เมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อไป จนในที่สุดเขาก็พลาดทำเธอท้องแบบนี้! เขาไม่รู้ว่าพลาดได้ยังไงในเมื่อจันทร์ฉายก็ทานยาคุมอยู่ตลอด หรือจะเป็นวันนั้นของเดือนที่แล้ว ที่หญิงสาวเมาไม่ได้สติแล้วเขาเกิดความต้องการจึงได้ทำการลักหลับเธอ
ทว่าไม่ว่าสงกรานต์จะขบคิดเรื่องนี้อีกกี่ร้อยกี่พันครั้งที่จะมาแก้ต่างความผิดพลาดให้ตัวเองก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะพลาดก็คือพลาด จะมานั่งหาเหตุผลให้ปวดหัวไปทำไมในเมื่อตอนนี้เธอท้องแล้ว หลักฐานชี้ชัดก็ไอ้ขีดแดง ๆ สองขีดที่ขึ้นโชว์บนที่ตรวจครรภ์นั่นไง!
สายตาคมดุของสงกรานต์ตวัดไปมองหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารด้วยสายตาไม่พอใจ ไม่รู้ว่าไม่พอใจที่เธอท้องหรือไม่พอใจที่เธอเสียใจเพราะท้องลูกของเขากันแน่ เรื่องนี้เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ทว่าเห็นแล้วกลับรู้สึกไม่ชอบใจเลยสักนิด
“หยุดร้องก่อนเถอะฉาย แค่นี้พี่ก็เครียดจะตายอยู่แล้ว” ชายหนุ่มว่า
จันทร์ฉายเงยหน้ามองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูกในท้อง มองคนที่เธอแอบรัก
ใช่ เธอแอบหลงรักเขา แต่เธอก็รู้ฐานะตัวเองดีว่าเธอเป็นได้มากสุดแค่ไหน และก็รู้ด้วยว่าหัวใจเขามันเป็นของใคร รู้ว่าเขาไม่มีทางรักเธอ แทนที่จะตัดใจตามการสั่งการของสมองแต่ใจเจ้ากรรมกลับไม่เคยฟัง ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ความรักที่มีให้เขามันยากจะถอนตัวแล้ว
จันทร์ฉายส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจความกลัวและกังวลไปยังชายหนุ่ม ให้เขาได้รับรู้ว่าเธอก็เครียดไม่ต่างกัน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่นำพาความรู้สึกของเธอเลยสักนิด ชายหนุ่มเอาแต่ก้มหน้ายกมือทึ้งผมและหัวของตัวเอง เมื่อเห็นแบบนั้นจันทร์ฉายก็ยอมรับความจริงและตัดสินใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนี้ได้
ปากกระจับได้รูปของเธอเม้มเข้าหากันแน่น หญิงสาวพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ หยุดสะอึกสะอื้นกลืนน้ำลายและความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอให้ลงคอไป ก่อนจะฉีกยิ้มเยาะให้กับตัวเองอย่างสมเพชพร้อมคำพูดที่ออกจากปากว่า
“พี่สงไม่ต้องเครียดหรอกค่ะ หลังจากวันนี้ฉายจะหายไปจากชีวิตพี่สงเอง”
“ว่าไงนะ!”
สงกรานต์ได้ยินคำพูดของเธอ จากที่เครียดอยู่แล้วก็เครียดเข้าไปอีก ชายหนุ่มส่งสายตากดดันถามหญิงสาว เขาไม่แม้จะเอ่ยปากพูดนั่นก็เพราะเขาพูดไม่ออก เพราะคิดไม่ถึงว่าคนที่มีนิสัยหัวอ่อนที่แอบรักเขาและยอมเขาเรื่อยมาอย่างจันทร์ฉายจะพูดเรื่องนี้ออกมาได้ง่าย ๆ
คำพูดง่าย ๆ แค่ได้ยินก็ทำให้เขาไม่พอใจแล้ว เธอจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าการที่เธอพูดแบบนี้นั้นหมายความว่ายังไง และคิดหรือว่าเขาจะยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ
“ฉายบอกว่าฉายจะกลับบ้านไปอยู่ในที่ของฉาย ฉายจะไม่อยู่ที่กรุงเทพอีก”
“แล้วลูกในท้อง ?”
“เขาคือลูกของฉาย ฉายจะดูแลเขาอย่างดี พี่สงไม่ต้องห่วง ฉายสัญญาว่าจะไม่ทำให้พี่สงลำบากใจ” จันทร์ฉายพูดออกมามองสบตากับเขาด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว
สงกรานต์รู้สักไม่พอใจกับคำพูดของเธอมาก เธอพูดว่าจะไม่ทำให้เขาลำบากใจ แล้วถามเขาสักคำหรือยังว่ามีตรงไหนที่เขาลำบากใจไหม!
“ไม่ได้! พี่ไม่ยอม เด็กในท้องเป็นลูกของพี่ พี่มีสิทธิ์ที่จะรู้พัฒนาการความเป็นไปของเขา พี่ไม่ยอมให้เราพรากลูกในท้องไปจากพี่เด็ดขาด พี่จะรับผิดชอบ” ชายหนุ่มพูดด้วยสายตาจริงจังไม่ต่างกัน
จันทร์ฉายตีหน้ายุ่งมองเขาด้วยความแปลกใจ เธอไม่เข้าใจว่าเขาจะรั้งเธอไว้ทำไม เขาควรจะดีใจสิที่ไม่มีบ่วงมาคอยผูกมัดเขาไว้ และเขาควรดีใจที่ไม่มีเธอคอยเป็นก้างชิ้นใหญ่ระหว่างเขากับคนที่เขารัก
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงคะ ในเมื่อพี่สง... ไม่ได้รักฉาย”
จันทร์ฉายแย้งเสียงเบา ตอนแรกที่ได้ยินสงกรานต์บอกว่าจะรับผิดชอบลูกในท้อง หญิงสาวก็อดรู้สึกดีใจไม่ได้รอยยิ้มเล็ก ๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก แต่แล้วเมื่อนึกถึงความจริงข้อนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเศร้าใจ ความเสียใจฉายชัดที่ใบหน้าหวานอย่างเห็นได้ชัด
หากสงกรานต์รับผิดชอบลูกในท้องของเธออย่างที่พูดจริงก็คงดี เพราะลูกจะได้ไม่เป็นกำพร้าเหมือนกันกับเธอ ด้วยรู้ดีว่าชีวิตครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์นั้นมันรู้สึกอย่างไร หญิงสาวย้อนนึกไปถึงชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง
จันทร์ฉายใช้ชีวิตอยู่กับคุณตาคุณยายที่ต่างจังหวัด พ่อแม่เธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อครั้งที่เธอมีอายุได้ 10 ขวบปี หลังจากวันนั้นเธอก็ใช้ชีวิตกับญาติผู้ใหญ่ทั้งสองที่มอบความรักและความจริงใจให้กับเธอมาโดยตลอด ชีวิตของเธอดูเหมือนจะมีความสุขดีและไม่ได้ขาดความรัก ทว่าจันทร์ฉายก็อดรู้สึกคิดถึงอ้อมกอดและความรักของคนเป็นพ่อแม่ไม่ได้ ไหนจะคำล้อเลียนสมัยเด็กอีก มีหลายครั้งที่เธอต้องแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวเพราะคำล้อที่ว่า
‘ลูกกำพร้า’
คิดไปถึงตรงนี้จันทร์ฉายก็ยิ่งรู้สึกเศร้า เพราะหญิงสาวไม่ได้อยากให้ลูกในท้องต้องประสบปัญหาและรู้สึกเช่นเดียวกันกับที่เธอเคยรู้สึก แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเธอก็ทำอะไรมากไม่ได้ ครั้นจะให้เธอไปทำแท้ง หญิงสาวก็ไม่กล้าพอและก็ไม่คิดทำ ที่สำคัญหากทำจริงขึ้นมาตัวเธอคงจะรู้สึกผิดบาปในใจไปชั่วชีวิต
อย่างไรก็ตาม จันทร์ฉายตัดสินใจกับตัวเองหลังจากที่รู้ตัวว่าท้องแล้วว่า เธอจะเลี้ยงดูลูกคนนี้ให้ดีที่สุด ลูกที่เกิดจากคนที่เธอรัก หญิงสาวจะเป็นทั้งพ่อและแม่ที่ดีที่สุดให้แก่เขา เมื่อหาข้อสรุปให้กับตัวเองได้ หญิงสาวจึงได้มาบอกให้ชายหนุ่มทราบว่าเธอตั้งท้องเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะให้เขารับผิดชอบเลยสักนิด
ด้วยความที่รู้ฐานะตัวเองดี ทั้งยังรู้ว่าใจของสงกรานต์ไม่เคยมีเธอ ถ้าให้ชายหนุ่มรับผิดชอบ คงจะเป็นการฝืนความรู้สึกของสงกรานต์เกินไป ดังนั้นจันทร์ฉายจึงคิดแบกรับความรู้สึกอันหนักอึ้งนี้ไว้เพียงคนเดียว
ทว่าหลังจากบอกกล่าวให้เขาได้รู้แทนที่เขาจะปล่อยเธอไปกลับบอกว่าจะรับผิดชอบ เรื่องนี้เกินความคาดหมายของเธอไปมาก
‘พี่จะรับผิดชอบ’ แค่คำนี้ที่หลุดออกมาจากปากของเขาก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นถี่ระรัวได้แล้ว ลึก ๆ ภายในใจจันทร์ฉายรู้สึกดีใจที่ได้ยินเขาพูดคำนี้ออกมา แต่เมื่อระลึกได้ถึงความจริงที่ว่าเขาไม่ได้รักเธอความดีใจในตอนแรกก็กลายมาเป็นความเศร้า ก้อนสะอื้นที่กล้ำกลืนไปครั้งแรกแล่นมาจุกอยู่ที่ลำคอไม่ช้าเธอก็ปล่อยน้ำตาไหลรินร้องไห้โฮราวกับเขื่อนแตก
ความรับผิดชอบของเขาจะเป็นแบบไหนเธอไม่อาจจินตนาการได้ ให้เธออยู่ในความลับต่อไปแล้วส่งเสียเลี้ยงดูอย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะต่างอะไรกับการเป็นเมียน้อยคนรวย จันทร์ฉายรับไม่ได้ เธอไม่อยากให้ลูกที่กำลังจะเกิดมาถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย แม้ว่าตอนนี้สงกรานต์จะยังไม่มีสถานะผูกมัด แต่เธอที่อยู่กับเขามาร่วมหกเดือนนั้นรู้ดีว่าหากคนของใจเขากลับมาเมื่อไหร่เขาคงจะขอเธอแต่งงานแน่ เธอคนนั้นที่ดีกับเธอเสมอมา
“ฉาย... หยุดร้องได้แล้ว ยังไงพี่ก็รับผิดชอบแล้ว เลิกร้องเถอะ”
สงกรานต์พูดออกมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจที่เห็นว่าหญิงสาวร่ำไห้ไม่ยอมหยุด เขาอยากจะปลอบเธอมากกว่านี้แต่ก็ติดที่ว่าเขาปลอบใครไม่เป็นและที่สำคัญเขายังตั้งตัวไม่ได้กับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้
“รับผิดชอบ ? ยังไงคะ จะให้ฉายอยู่ในสถานะลับ ๆ ของพี่งั้นเหรอคะ ? ไม่หรอกค่ะ ฉายไม่ยอม ฉายไม่อยากให้ลูกของฉายถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย” ความรู้สึกไม่ยินยอมที่มีอยู่ในจิตใจฉายชัด จันทร์ฉายก็โพล่งขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียน ภาพที่เห็นนี้ทำให้เธอน่าสงสารยิ่งนัก
“!!!” กลับกันสงกรานต์เมื่อได้ยินคำพูดของเธอก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ เขามองใบหน้าสวยด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ พร้อมทั้งคิดในใจว่า เธอเห็นเขาเป็นคนแบบไหนกันที่จะได้ให้เธอไปอยู่ในสถานะนั้น
แม้ตอนนี้เขาไม่ได้รักเธอ แต่เขาก็ไม่ได้เลวร้ายพอที่จะทิ้งลูกและเมียของตัวเองนะ!
“เอาตามที่ฉายว่าเถอะค่ะ จากนี้พี่สงก็ใช้ชีวิตตามสบายได้เลย ฉายไม่มารบกวนและสร้างปัญหาให้พี่แน่นอน” จันทร์ฉายที่เห็นเขาไม่พูดอะไรก็เข้าใจว่าสิ่งที่เธอพูดไปนั้นถูก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วพูดออกมา ทว่าคำพูดของเธอนั้นกลับทำให้คนฟังอย่างสงกรานต์โมโหทันที
“ฉาย! พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะรับผิดชอบ อย่าดื้อและอวดดีได้ไหม”
“ฉายไม่ได้อวดดี”
“ไม่ได้อวดดีแล้วที่พูดอยู่คืออะไร” ชายหนุ่มถามกลับเสียงห้วน หญิงสาวเม้มปาก
“ฉายแค่ไม่อยากสร้างปัญหาให้พี่...”
“ถ้าไม่อยากสร้างปัญหาให้พี่ก็อยู่เฉย ๆ อย่าได้คิดและตัดสินใจเองคนเดียว”
“แต่ว่าถ้าพี่อรกลับมา...” เธอยังพูดไม่ทันจบ เขาก็สวนขึ้นมา
“เรื่องนั้นพี่จัดการเอง ฉายอยู่เฉย ๆ ดูแลลูกในท้องให้ดีก็พอ”
ชายหนุ่มพูดจบก็มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตากดดัน จนหญิงสาวยอมพยักหน้านั่นแหละ เขาถึงได้สลายสายตานั้นไป
ภายในห้องพักของคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ มีร่างบอบบางของจันทร์ฉายนั่งทอดถอนใจอยู่ร่วมชั่วโมง สามวันแล้วหลังจากที่เธอได้บอกสงกรานต์ว่าท้องไป คนที่เอ่ยปากว่าจะรับผิดชอบกลับหายหน้าหายตาไปทำงานไม่มาดูดำดูดี ได้แต่บอกกล่าวให้เธอพักผ่อนอยู่ที่ห้อง ส่วนงานก็ให้หยุดพักชั่วคราวไม่ต้องทำแล้วเช่นกัน
กริ๊ง... กริ๊ง...
เสียงเรียกเข้าของสมาร์ตโฟนยี่ห้อดังของเธอดังขึ้น ทำให้จันทร์ฉายหลุดจากภวังค์ความคิด หญิงสาวหยิบมือถือนั้นขึ้นมาตั้งใจว่าจะกดรับ ทว่าเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมกลับทำให้ชะงัก จันทร์ฉายใจกระตุก
‘พี่อร’
ชื่อที่ปรากฏอยู่หน้าจอสมาร์ตโฟนเครื่องหรูทำให้ร่างบอบบางของจันทร์ฉายตัวแข็งค้าง ใจสั่นสะท้านมองชื่อที่ปรากฏอยู่นิ่งนานก่อนจะทำใจกดรับสายและยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู
“สวัสดีค่ะพี่อร” เสียงหวานกรอกไปตามสายโดยพยายามทำให้ตัวเองร่าเริงที่สุด
(สวัสดีค่ะน้องฉาย น้องฉายสบายดีไหมคะ)
ความห่วงใยที่แฝงมาพร้อมประโยคคำถามจากคนปลายสายนั้น ทำเอาร่างบางถึงกับสะอึก เธอเงยหน้าขึ้นกะพริบตาถี่ ๆ หลายครั้ง เพื่อไล่หยาดน้ำตาที่กำลังจะรินไหล
“สบายดีค่ะพี่อร พี่อรล่ะคะสบายดีไหม”
(พี่สบายดี นี่พี่คิดถึงเรามาก ๆ เลยนะ แล้วทำงานเป็นยังไงบ้าง สงไม่ได้ใช้งานฉายหนักเกินไปใช่ไหม)
“ไม่ค่ะ ไม่เลย”
(ดีแล้วล่ะ ถ้าสงใช้งานฉายหนักมากเกินไป ฉายต้องบอกพี่ทันทีเลยนะ พี่จะจัดการสงให้เอง)
“ค่ะพี่อร ว่าแต่พี่อรจะกลับไทยเมื่อไหร่คะ” หญิงสาวถามกลับ
(คงอีกสักระยะเลยน้องฉาย พี่คิดถึงเรานะ จำเอาไว้ว่าเราเป็นน้องสาวของพี่ หากมีอะไรที่ไม่สบายใจสามารถปรึกษาพี่สาวคนนี้ได้เสมอ)
“ฮึก! ค่ะพี่อร ฉายจะจำไว้ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวพยายามกลั้นเสียงสะอื้น
(จ้า งั้นพี่ไม่กวนเราแล้ว บายนะจ๊ะ)
“สวัสดีค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
(จ้า เช่นกันนะคะคนเก่ง)
จบคำพูดของอรอุมาหญิงสาวก็วางสายไป
จันทร์ฉายกำโทรศัพท์ในมือแน่นก่อนจะปล่อยโฮออกมาในที่สุด
ร่างบางทรุดลงไปนั่งกอดเข่าที่พื้นหลังพิงเตียงไว้ ความใจดีความเอาใจใส่ของอรอุมาประเดประดังเข้ามาในมโนสำนึกจนทำให้เธอไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้
“ฮึก! พี่อร... ฉายขอโทษ ฮือ ฉายขอโทษ”
หญิงสาวร่ำไห้พร่ำพูดว่าขอโทษไม่หยุด เธอรู้สึกเสียใจมากที่ทำลายความหวังดี ความไว้เนื้อเชื่อใจที่อรอุมามีให้
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด...
“ฉายขอโทษ ฮึก! ฮือ... พี่อร ฉายขอโทษ”
ร่างบางยังคงนั่งกอดเข่าหลังพิงเตียงร้องไห้อยู่อย่างนั้น กระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วโมงถึงได้หยุด
มือบางของจันทร์ฉายยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวก ๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว กลืนความรู้สึกผิดนั้นไว้ก่อน เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญเกี่ยวพันถึงชีวิตของเด็กคนหนึ่ง เนื่องจากหญิงสาวตั้งใจจะไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล
ด้วยความที่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เมื่อหยุดร้องไห้และตั้งสติได้ หญิงสาวก็รีบจัดการกับเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับฝากครรภ์ทันที โชคดีที่เธอจัดเตรียมเอกสารเหล่านั้นไว้ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา วันนี้เพียงหยิบซองเอกสารและตรวจเช็กเท่านั้น
เมื่อเช็กเอกสารที่ต้องใช้เรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ยิ้มออกมา เอกสารสำคัญเหล่านี้จะทำให้เธอฝากครรภ์ได้ หากจะขาดก็ขาดแค่เพียงเอกสารพ่อของลูกเท่านั้น
เดิมทีสงกรานต์บอกกับเธอว่า เขาจะเป็นคนพาเธอไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอง ซึ่งจันทร์ฉายก็รู้สึกดีที่เขาจะทำแบบนั้น หากแต่เมื่อคุยโทรศัพท์กับอรอุมาจบเธอก็รู้สึกผิดจนไม่สามารถพูดคุยหรือสนทนากับสงกรานต์ได้
หญิงสาวคิดเพียงว่าหากไม่มีชื่อของสงกรานต์ในสมุดฝากครรภ์อะไร ๆ ก็คงจะง่ายขึ้นเมื่ออรอุมากลับมา เธอและสงกรานต์จะได้ไม่มีเรื่องอะไรต้องยุ่งยากใจ สิ่งที่เธอกำลังทำนี้แน่นอนว่าคือการขัดคำสั่งของเขา
คำสั่งที่ว่า ห้ามเธอไปฝากครรภ์คนเดียว!
จันทร์ฉายคว้าหยิบกุญแจรถและคีย์การ์ดของคอนโดฯ จากนั้นก็ออกจากห้องไป หญิงสาวตรงไปยังรถที่จอดเอาไว้ก่อนจะขับไปโรงพยาบาลที่หมายมาดไว้ในใจ
ตลอดระยะเวลาในการขับรถหญิงสาวครุ่นคิดเรื่องของเธอกับสงกรานต์ตลอดเวลา และเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะทำอะไรต่อไปหลังจากนี้
จันทร์ฉายตั้งใจว่าจะกลับบ้านต่างจังหวัดไปหาครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ ผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรทั้งสอง ตากับยายสุดที่รักของเธอ กลับไปสารภาพความผิด ที่เธอประพฤติตัวไม่ดีจนทำให้ตัวเองต้องตั้งท้อง กลับไปขอโทษที่ทำผิดจากคำสั่งสอนของผู้เป็นยาย และความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้เป็นตา เมื่อทั้งสองคนให้อภัยเธอแล้วหญิงสาวก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น
ที่บ้านของเธอ...
ณ โรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง
“คุณจันทร์ฉายค่ะ” เสียงเรียกชื่อของพยาบาลทำให้เจ้าของชื่ออย่างจันทร์ฉายหลุดจากภวังค์ความคิด เธอยกมือแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของชื่อ ก่อนจะเดินตามร่างของพยาบาลที่เดินนำเธอเข้าไปในห้อง
จากนั้นพยาบาลวัยกลางคนก็เริ่มกรอกรายละเอียดส่วนตัวและซักถามประวัติของเธอคร่าว ๆ เสร็จแล้วจึงทำการตรวจปัสสาวะของหญิงสาว เมื่อผลออกมาว่าท้องก็ให้เธอเข้าพบคุณหมอเป็นลำดับต่อไป
“เชิญเข้าไปพบคุณหมอด้านในได้เลยค่ะ” พยาบาลพูดก่อนจะบอกให้หญิงสาวเดินเข้าไปในห้อง
“สวัสดีค่ะ มาฝากครรภ์ใช่ไหมคะ”
ภายในห้องตรวจมีคุณหมอหญิงวัยกลางคนหน้าตาดีคนหนึ่งนั่งรออยู่ เธอส่งรอยยิ้มพร้อมเอ่ยถามอย่างใจดี
“ค่ะ เอ่อ คือ” หญิงสาวไม่รู้ว่าควรพูดอะไร คุณหมอที่เข้ามานั่งส่งยิ้มให้หญิงสาวเพราะเข้าใจอาการของจันทร์ฉายได้อย่างดี แน่นอนว่าคนที่มีอาการประหม่าแบบนี้เธอเจอมานับไม่ถ้วน
“ท้องแรกใช่ไหมคะ” คุณหมอสาวเอ่ยถามเครื่องหน้ายังคงประดับรอยยิ้มจาง ๆ ไม่ขาดหาย
“ค่ะ” หลังจากได้เห็นรอยยิ้มของคุณหมอ จันทร์ฉายก็รู้สึกดีขึ้น ไม่ได้เกร็งเหมือนตอนที่เธอเดินเข้ามาภายในห้องครั้งแรก
“ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่คะ”
“เดือนที่แล้วค่ะ”
คุณหมอพยักหน้ารับ ก่อนจะให้จันทร์ฉายขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วเริ่มการตรวจท้องของหญิงสาวด้วยวิธีการคลำ ระหว่างนั้นก็ชวนหญิงสาวคุยไปด้วยเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกเกร็งจนเกินไป เสร็จแล้วคุณหมอก็ยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ดีใจด้วยนะคะ คุณจันทร์ฉายตั้งครรภ์ได้สองอาทิตย์แล้วค่ะ”
จันทร์ฉายยิ้มรับอย่างมีความสุข ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความกังวล
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ มีข้อมูลคุณแม่มือใหม่อยู่ คุณจันทร์ฉายสามารถหยิบไปอ่านได้ค่ะ มาค่ะ เดี๋ยวหมอจะจัดยาให้”
จันทร์ฉายจะพยักหน้ารับ ก่อนจะลงจากเตียงตรวจและไปนั่งที่เก้าอี้ รอคุณหมอจัดยาให้
“นี่เป็นยาทั้งหมดนะคะ มีทั้งยาบำรุงต่าง ๆ คุณจันทร์ฉายทานตามที่หมอเขียนแนะนำได้เลย ส่วนอาการแพ้ท้องที่คุณแม่ทุกคนจะมี หมอก็ได้จัดยาแก้แพ้ไว้ให้เรียบร้อยแล้วเช่นกันค่ะ”
“...”
“เนื่องด้วยครรภ์นี้เป็นครรภ์แรกของคุณจันทร์ฉาย ดังนั้นคุณจันทร์ฉายที่เป็นคุณแม่มือใหม่ต้องระวังให้มาก ๆ นะคะ โดยเฉพาะครรภ์อ่อน ๆ แบบนี้ พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารให้ครบห้าหมู่ รวมถึงห้ามยกของหนักด้วยนะคะ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะส่งผลกระทบกับเด็กในท้อง”
“ค่ะคุณหมอ” หญิงสาวรับคำอย่างตั้งใจ
คุณหมอมองหน้าจันทร์ฉายพลางครุ่นคิดกับตัวเองก่อนจะมองหน้าหญิงสาวด้วยความจริงจัง ก่อนจะกล่าวคำแนะนำออกมา
“หมอไม่รู้นะคะว่าคุณจันทร์ฉายมีเรื่องอะไรให้ต้องกังวล แต่ว่าสิ่งที่คุณจันทร์ฉายต้องระวังมาก ๆ อีกหนึ่งอย่างเลยคือความเครียดค่ะ พยายามอย่าเครียดนะคะ”
จันทร์ฉายฟังที่คุณหมอแนะนำก็หน้าเสียเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา พร้อมทั้งตอบรับด้วยเสียงแผ่วเบา เสร็จแล้วเธอก็กลับออกมาจากห้องตรวจ
จันทร์ฉายสัญญากับตัวเองว่าจะต้องไม่เครียดเธอจะต้องอารมณ์ดีอยู่เสมอ เพื่อลูกในท้องของเธอ ลูกที่เธอรักแม้ยังไม่เห็นหน้า ลูกที่เธอสาบานว่าจะเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด
จันทร์ฉายเผยรอยยิ้มบาง รอยยิ้มแห่งความสุขใจ เพียงพูดถึงลูกก็ทำให้เธอสามารถสงบจิตใจได้ หญิงสาวยกมือลูบหน้าท้องตัวเองไปมาเบา ๆ ก่อนจะตรงไปที่รถแล้วจึงขับรถกลับคอนโดมิเนียมเป็นลำดับต่อไป