ภาพปกนิยาย ร้อยเล่ห์กลหัวใจ

ร้อยเล่ห์กลหัวใจ

9.2 / 10.0
“ไม่รู้เรื่องได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ถูกแม่บังคับให้ต้องแต่งงาน” “อ๋อ...หวงชีวิตโสด” ธีรนัยน์เสียงขลุกขลักในลำคอ “คนอะไรไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วยังทำตัวลอยชาย มุดห้องนี้ออกห้องโน้นอยู่ได้ นอนไม่หลับหรือไงถ้าไม่มีตุ๊กตามีชีวิตนอนเคียงข้างน่ะ” “ถามตัวเองดีกว่ามั้งลูกตาล เพราะฉันคนนี้ไม่อยู่ในห้องนอนให้เธอกอดไม่ใช่หรือไง เธอถึงได้หงุดหงิด จนต้องออกมาเดินตากลมชมดาวบนท้องฟ้าคนเดียวน่ะ” “เปล่า ฉันกำลังหาทางทำให้คุณล้มเลิกความคิดบ้าๆ นั่นต่างหากล่ะ ไม่เสียเวลามาคิดเรื่องไม่มีคนให้นอดกอดหรอกย่ะ” โชคดีที่ได้รู้เรื่องจากนิสากรมาก่อน ทำให้เธอพอมีเวลาคิดหาคำพูดโน้มน้าวใจให้สิงขรยกเลิกความคิด

ร้อยเล่ห์กลหัวใจ ตอนที่ 1

ตอนที่ 1.

“ได้ข่าวไอ้เจ้านั่นแล้วใช่ไหม” เมื่อประตูห้องทำงานเปิดออกโดยไม่มีการบอกกล่าว ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งที่โต๊ะทำงานหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกรบกวน แต่เพราะรู้ว่าคนที่เข้ามาเป็นใครโดยไม่แหงนหน้าขึ้นดูจึงให้อภัยได้ แล้วเอ่ยถามด้วยเสียงเข้มและกระด้างอันเป็นนิสัยส่วนตัว

“ขอโทษที่รีบเข้ามาโดยไม่ทันได้เคาะประตูครับนาย เมื่อกี้ผมเดินผ่านบ้านใหญ่เห็นคุณครีมลงจากรถพอดี เลยคิดว่าต้องรีบมาบอกนายก่อน” ผู้เข้ามานามว่าอติภัทร ซึ่งเป็นลูกน้องคู่ใจเอ่ยขึ้นอย่างรู้ดีว่าเจ้านายไม่ชอบหญิงนามครีม หรือคุลิกาที่บิดาและมารดาหวังได้เป็นศรีสะใภ้สักเท่าไหร่ ถ้าหลีกเลี่ยงได้ชายหนุ่มก็จะทำเสมอ

“ส่วนเรื่องที่ให้หา ผมไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า”

คำรายงานทำให้ชายที่เพิ่งจะลุกจากเก้าอี้เดินไปคว้าหมวกใบโปรดมาสวมศีรษะถึงกับหยุดชะงัก เหลียวใบหน้าคร้ามแกร่งและดุไปมองคนพูดที่ขณะมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยิ่งได้เห็นคิ้วหนาเป็นปื้นขมวดมุ่นเข้าหากัน ประกายในดวงตาสีดำสนิทราวกับนิลเต็มไปด้วยคำถาม ก็ทำให้ผู้เป็นลูกน้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง

“หมายความว่ายังไง...เดินไปคุยไปแล้วกัน” คนเป็นนายเอ่ยและเดินนำลูกน้องหลบออกจากบ้านทางประตูด้านข้าง เพื่อเลี่ยงที่จะเจอกับ...ครีม หญิงสาวผู้ที่ถูกวางตัวเป็นว่าที่คู่หมั้นและนิสากร! น้องสาวจอมก่อเรื่องที่ทำให้เขาต้องตามแก้ไขไม่หยุดหย่อน หากเจอกัน อากาศที่ปลอดโปร่งอยู่คงจะมีเมฆฝนตั้งเค้าก่อนพายุฝนจะโปรยปรายลงมาอย่างหนัก พาให้คนรอบข้างโดนกระแสน้ำร้อนสาดกระเซ็นให้เจ็บกายไปตามๆ กันหลายคน

“เราได้ข่าวมาแค่ว่าไอ้หนุ่มนั่น...เดินทางกลับจากกรุงเทพมาที่นี่ด้วยรถโดยสารเที่ยวหกโมงเย็น จะมาถึงที่เกือบรุ่งสาง แต่...”

“มีอะไรผิดปกติไปหรือไง” ผู้เป็นนายเอ่ยถาม คิ้วหนาเป็นปื้นเลิกขึ้นเล็กน้อย ด้วยน้ำเสียงของอติภัทรออกจะไม่มั่นใจ คล้ายยังมีบางอย่างทำให้คลางแคลงใจ

“เมื่อตอนเที่ยง คนของเรายังเจอไอ้เจ้านั่นควงสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเที่ยวห้างอยู่เลย” อติภัทรขมวดคิ้วเข้าหากัน จะเป็นไปได้ยังไงที่คนสองคนจะอยู่ต่างที่แต่ในเวลาเดียวกัน ถึงจะเป็นคู่แฝดก็ต้องมีส่วนที่แตกต่างให้จับพิรุธได้

“หือ...ข่าวไม่ได้ผิดพลาด” คนได้ฟังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความจริงเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากหากน้องสาวจะมีแฟน ถึงจะเป็นพี่ชายแต่ก็ควรทำเพียงแค่คอยสอดส่องดูแลไม่ให้ทำอะไรเกินเลยไปเท่านั้น หากตั้งแต่ที่นิสากรได้คบหากับเด็กหนุ่มคนนั้น เงินที่เคยมีในบัญชีเริ่มร่อยหรอลงไป…แต่ละครั้งไม่น้อยเลย จากไม่คิดก็ต้องคิด ที่ไอ้เจ้าเด็กตัวแสบนั่นพาตัวมาสนิทสนม คบหากับน้องสาวเขาไม่ใช่เพราะรักจริง แต่อยากได้เงิน!

คนฉลาดคิดเป็น ย่อมจะไม่เอาในคราวเดียวเยอะๆ แต่จะค่อยๆ ล้วงเอาทีละน้อย เรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย หากที่เขาคิดได้อย่างหนึ่งก็คือ เจ้าเด็กนั่นไม่สะเพร่าก็สมองกลวง ถึงได้ทำอะไรอย่างคนคิดตื้นๆ ถึงได้ขอทีละเยอะๆ เมื่อหาเงินได้ง่ายๆ ก็ใช้จ่ายไปอย่างสุรุ่ยสุร่าย หลงระเริงกับความสุขฉาบฉวยจนลืมตัว เพราะคิดเพียงว่า เดี๋ยวหมดเมื่อไหร่ก็จะมาออดอ้อนขอจากนิสากรใหม่ ด้วยเหตุผลนานัปการที่ยกมาอ้าง ที่คนใจอ่อน ขี้สงสารมองโลกในแง่ดีอย่างนิสากรก็จะหลงกล ยอมให้ไปอีกก้อนโตๆ

“ข่าวไม่พลาดครับ มีผู้โดยสารชื่อธีรนัยน์ ชาวีชงโค เดินทางด้วยรถโดยสารเที่ยวหกโมงเย็นแน่นอนครับ”

“ตอนนี้...” ฟังอติภัทรบอก เขาก็รีบก้มหน้าลงมองนาฬิกาข้อมือ เลยทำให้ไม่ทันได้มองร่างบอบบางที่ถลันออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้าง

“หยุดนะพี่ช้าง! คุยกับนิก่อน” สาวน้อยร่างเล็กตะโกนเสียงแหลม พร้อมวิ่งกางแขนออกมาดักร่างผู้เป็นพี่ชายเอาไว้ ใบหน้าเธององ้ำ ดวงตากลมโตฉายแววเกรี้ยวกราดมองสบกับนัยน์ตาสีดำสนิทราวกับนิลของที่มองอย่างอิดหนาระอาใจ

“เข้าไปมุดหาอะไรอยู่น่ะเรา ถูกมดกัดจนผิวแดงหมดแล้ว ไม่เจ็บหรือไง ระวังนะถ้าไม่รีบไปอาบน้ำ ทายาจะคันคะเยอ กลายเป็นยายตุ่มลายแดง หมดสวยแล้วยังจะถูกคนอื่นล้ออีกนะ” ผู้เป็นพี่ชายกระเซ้าน้องสาวน้ำเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ

ปกติแล้วความสวยเป็นหนึ่งเสมอ ทว่าคราวนี้นิสากรกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่สนใจ พลางปรายสายตาประหนึ่งแมวขู่ศัตรูไปยังคนช่างฟ้องที่พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

“ช่างสิ ถ้านิไม่สวย เป็นแผลยับเยิน ก็เพราะพี่ช้างนั่นแหละ”

“อ้าว! เกี่ยวอะไรกับพี่ล่ะ ก็เรามุดไปให้มดมันกัดเองไม่ใช่หรือไง” เขายังถามเหมือนกำลังกลั้นหัวเราะ ใบหน้าคร้ามแกร่งเหลอหลา นัยน์ตาพร่างพราวระยับทอดมองน้องสาวด้วยความรักระคนเอ็นดูแกมอิดหนาระอาใจ

“ไม่ต้องมาทำเสียงเอือมระอาอย่างนั้นเลยนะพี่ช้าง คุณด้วย...อติภัทร หยุดหัวเราะและมองเหมือนนิเป็นเด็กไม่รู้จักโตได้แล้ว” เพราะหงุดหงิดจากการถูกพี่ชายสั่งกักบริเวณไม่ให้ออกไปไหน ทำให้นิสากรอารมณ์เสียอย่างหนัก จนระงับเอาไว้ไม่ได้ ปล่อยให้โทสะอยู่เหนือการควบคุม ออกอาการกระฟัดกระเฟียดฟาดงวงฟาดงาใส่คนไม่เกี่ยวข้องไปหลายยกแล้ว

“นิสากร!”

“ว่าไงคะคุณพี่สิงขร วงกตคีรีขา”

อติภัทรรีบเบือนหน้าที่เมื่อแรกยิ้มๆ อยู่ไปอีกทาง ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะหลุดออกมาอย่างไม่กลัวถูกผู้เป็นนายเขม่น เพราะถูกน้องสาวสุดที่รักยั่วกลับ

สิงขรร้ายได้กับทุกคน โดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนด้วย เพียงแค่ทำให้เขาไม่พอใจเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะแกร่งแค่ไหนทุกคนก็ย่อมมีจุดอ่อน ซึ่งก็คือนิสากรที่นายเขายอมให้ทุกอย่าง แต่ถ้าเมื่อใดที่พี่ชายบอกว่าไม่! น้องสาวก็จะต้องเชื่อฟังเช่นกัน

สิงขรทำหน้าเอือมระอา นัยน์ตาสีนิลกลอกไปมาอย่างระอาใจ “พี่ต้องรีบไปธุระ อาจกลับดึก มีอะไรเอาไว้คุยกันพรุ่งนี้ดีกว่านะ”

“ฮึ!” นิสากรทำเสียงขลุกขลักในลำคอ พลางย่นจมูกเล็กน้อย

“กี่ครั้งแล้วที่พี่ช้างบอกแบบนี้ แต่เอาเข้าจริงก็หลบหน้าไม่ยอมฟังนิพูด บางทีก็หายไปเป็นอาทิตย์ คราวนี้นิไม่ยอมแล้วค่ะ ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง...เดี๋ยวนี้!”

“ทำไม มีอะไรสำคัญนักหนาหรือ เราถึงได้ร้อนอยู่ไม่ติดที่ ต้องวิ่งออกมาเต้นกระด้องกระแด้งเหมือนมดกัดเท้า” สิงขรถามประชดประชัน

“เย็นนี้นิมีนัดกับนัย” เธอรู้ดีว่าใช้ไม้แข็งกับสิงขรไม่ได้ นิสากรเลยรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสและสาวเท้าไปหา ก่อนสอดสองมือเล็กกับแขนกำยำ

“ให้นิไปนะคะพี่ช้าง สัญญาเลยจะทำตัวดีๆ ไม่ให้พี่ชายใจดีคนนี้ปวดหัวเด็ดขาด” รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะไม่พอ นิสากรยังจะยกมือชูสองนิ้วให้สัญญาอีกด้วย

คำพูดของน้องสาวทำให้สิงขรเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าคร้ามแกร่งหันไปมองพร้อมนัยน์ตาสีนิลยิงคำถามใส่อติภัทร

“ไม่พลาดครับ มีรูปให้ดูด้วย” อติภัทรก็ยืนยันในสิ่งที่ตนเองได้รับข่าวสารมา ที่ยังไงก็ไม่ผิดพลาดแน่นอน!

“คุยอะไรกัน...ท่าทางมีลับลมคมใน แบบนี้คิดไปทำอะไรไม่ดีกันอีกละสิ” ก่อนนิสากรจะร้องครางในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างพอๆ กับปากที่อ้าอย่างไม่กลัวแมลงวันจะบินเข้าไปวางไข่ พลางส่ายศีรษะเป็นระวิง

“อย่าบอกนะ...พี่ช้างกับพี่ภัทรจะไปจัดการกับนัยน่ะ ไม่นะคะ นิไม่ยอม นัยไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ถ้าขืนพี่ทำอะไรรุนแรง นิโกรธ...งอน ไม่คุยด้วยเลยเอาสิ”

อ่านต่อ

สารบัญของ ร้อยเล่ห์กลหัวใจ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีของชีวิตสมรส สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากการใช้ชีวิตบนหนามแหลม จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกไปอย่างไร้เยื่อใย เพื่อเปิดทางให้คนรักเก่าของเขาที่กำลังจะกลับมา เธอจึงตัดสินใจเซ็นใบหย่าและเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่เสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ทว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากสิ้นสุดความสัมพันธ์ ทั้งคู่กลับได้พบกันอีกครั้งในสถานการณ์ที่สเตลล่าอยู่ในอ้อมแขนของชายคนใหม่ ความสุขที่เธอแสดงออกมาทำให้เวย์ลอนที่เคยเย็นชากลับรู้สึกโกรธแค้นจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาเอ่ยปากประชดประชันถึงความรวดเร็วในการหาคนใหม่ แต่สเตลล่ากลับตอกกลับอย่างไม่ใยดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตของเธออีกต่อไป พร้อมแสดงความรักต่อชายคนใหม่ต่อหน้าเขาอย่างเปิดเผย
ภาพปกนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
แม้แม่หญิงชบาจะสมหวังได้แต่งงานกับชายในดวงใจที่หลงรักมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีไม่ยอมร่วมหอลงโรงฉันสามีภรรยา งานนี้เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงออกมาใช้เพื่อให้เขาใจอ่อนยอมมานอนร่วมเตียง ด้วยคำสั่งสอนจากแม่ผัวที่ย้ำชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผัวเมียนั้นไม่ใช่เพียงแค่การจับมือกันหลับไป แต่ต้องอาศัยความใกล้ชิดสนิทเสน่หาแบบเนื้อแนบเนื้อ จากสาวแก่นเซี้ยวที่เคยเอาแต่เล่นซนจนเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้งานบ้านงานเรือน ชบาจึงต้องเผชิญบททดสอบใหม่ในการเป็นเมียที่ดี ซึ่งต้องปรนนิบัติพัดวีและมัดใจสามีให้สำเร็จ ท่ามกลางความเขินอายเมื่อต้องใกล้ชิดกับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก
ภาพปกนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับหนุ่มผู้เย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อแม่ของเขาพยายามฆ่าตัวตาย เพราะพ่อพาเมียน้อยคราวลูกอย่าง นับดาว เข้ามาเริงรักในบ้านอย่างไม่เกรงใจ นับดาวสาวสวยผู้หิวกระหายความสุขสบายพยายามปั่นหัวให้พ่อของสไนเปอร์หย่าขาดจากภรรยาหลวง โดยใช้จริตมารยาปรนเปรอสวาทจนชายวัยคราวพ่อหลงจนโงหัวไม่ขึ้น แม้สไนเปอร์จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอาย แต่เธอกลับจ้องมองเขาด้วยความเสน่หาและไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าทอ ความแค้นที่สไนเปอร์มีต่อหญิงแพศยาผู้ทำลายครอบครัวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทลงโทษอันเร่าร้อน เมื่อเขาตัดสินใจจะลากเธอลงนรกด้วยน้ำมือของเขาเองในฐานะทาสสวาทที่ต้องชดใช้ด้วยร่างกายอย่างสาสม
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาเล่นตลกให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยการบังคับขู่เข็ญ เขาเป็นฝ่ายกำชัยชนะในบทแรกด้วยการพรากความบริสุทธิ์ของเธอมาครอง ทว่าเกมหัวใจในครั้งนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อสาวธรรมดาที่เขาเคยมองข้ามกลับมีความพยศและไม่ยอมศิโรราบต่ออำนาจมืดใดๆ ความแข็งกร้าวของเธอสั่นคลอนหัวใจมาเฟียผู้เย็นชาจนเขาต้องปราชัยให้แก่ความรักเป็นครั้งแรก จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความรุนแรงกลับถักทอเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่พิสูจน์ว่ารักแรกพบและพรหมลิขิตในนิยายนั้นมีอยู่จริง เคลวินต้องตัดสินใจว่าจะปล่อยเธอไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าดวงใจกลับคืนมา
ภาพปกนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
ชีวิตวัยยี่สิบสี่ปีของพบูที่เพิ่งตกงานเริ่มมีความหวังอีกครั้ง เมื่อเธอได้รับตั๋วเรือสำราญฟรีจากการเล่นเกม หญิงสาวหวังว่ากลิ่นอายทะเลจะช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ ทว่าการเดินทางครั้งนี้กลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่คาดคิด เมื่ออาเชอร์ชายหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์กลับสะดุดตากับความสวยสง่าของเธอท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อครอบครองดอกไม้แสนงามดอกนี้ แม้พบูจะพยายามต่อต้านจนทำให้เขาขุ่นเคือง แต่อาเชอร์ก็ยังดึงดันหลอกล่อจนได้ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ทว่าเมื่อถึงเวลาที่เขาคิดจะสลัดเธอทิ้ง เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่ใจคิด เมื่อบ่วงรักครั้งนี้ผูกมัดเขาไว้แน่นจนยากจะถอนตัว

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED