ตอน 2

เธอบอกว่านิสัยของถังเฟิงดีมาก ดูแลตะกูลเล็ก ๆ ของพวกเขาได้ไม่เลวเลยจริง ๆ

แต่ว่าเนื่องจากตระกูลจ้าวเติบโตพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างก็ก้าวหน้าไปด้วย มีเพียงแค่ถังเฟิงที่เหยียบย่ำอยู่กับที่ ทำหน้าที่เป็นทำหน้าที่เป็นพ่อบ้านเต็มเวลาตลอด

ถ้าหากจ้าวหยิงหยิงขาดเพียงแค่คนดูแลชีวิตประจำวัน จ้างแม่บ้านมาก็สิ้นเรื่องแล้ว แต่สิ่งที่เธอต้องการคือสามีที่สามารถเติบโตไปด้วยกันกับเธอได้ ไม่ใช่ชายรับใช้ที่ทำเป็นแค่ซักผ้าทำอาหารอย่างเดียวเท่านั้น

สามารถคาดการณ์ได้ว่าหลังจากค่ำคืนนี้ไปตระกูลจ้าวจะยิ่งก้าวขึ้นไปอีกระดับ ถังเฟิงในปัจจุบันนี้ไม่ใช่แค่มีทัศคติที่ไม่ตรงกันกับเธอเท่านั้น แม้แต่วิสัยทัศน์และสถานภาพเองก็ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันตั้งนานแล้วเหมือนกัน คนที่ไม่ได้อยู่ในบรรทัดฐานเดียวกันไม่มีทางอยู่ด้วยกันไปได้นานหรอก

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ถังเฟิงก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด

จ้าวหยิงหยิงเมื่อในตอนแรกเป็นคนจิตใจดีอย่างมาก แถมยังเป็นคนที่อ่อนโยนและซื่อตรงอีกต่างหาก กับแค่รวยขึ้นมาเรื่อย ๆ เธอก็เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งเหล่านั้นแล้วงั้นเหรอ?

เขายิ้มอย่างหมดหนทาง ส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะพูดขึ้น “ทำไมก่อนหน้านี้คุณถึงไม่พูดล่ะ มาพูดตอนนี้เป็นเพราะว่าจะสร้างพันธมิตรกับตระกูลหลี่แล้วอย่างนั้นเหรอ”

ทันทีที่พูดจบ ก็มีเสียงของผู้ชายเสียงหนึ่งดังมาจากตรงปะตูของห้องอาหาร “ไอ้หนู นายฉลาดเหมือนกันนี่! คืนนี้พวกเราไม่เพียงแต่จะเป็นพันธมิตรกันแล้ว หยิงหยิงก็จะหย่าร้างกับนาย แล้วไปแต่งงานกับฉัน หลี่อวิ๋นเทียนอีกด้วย!”

ผู้ชายที่รูปร่างผอมสูงคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าเครื่องประดับตามตัวของเขาล้วนแต่บ่งบอกถึงความมั่งคั่งของเขา มีบอดี้การ์ดประมาณเจ็ดแปดคนตามอยู่ข้างหลัง ต่างคนต่างดูทรงพลังน่าเกรงขาม

เมื่อเห็นหลี่อวิ๋นเทียนมาแล้ว ทุกคนที่อยู่ในงานก็ทยอยกันลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงความเคารพทันที

ตระกูลจ้าวกับตระกูลหลี่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 10 และ 8 ของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหนานอวิ๋นตามลำดับ ช่วงนี้ตระกูลหลี่ได้ทำการซื้อขายออเดอร์ขนาดใหญ่ คาดว่าจะขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 7 หรืออาจจะสูงกว่านั้นอีกด้วย

แต่ถ้าทั้งสองตระกูลผนึกรวมกันเป็นพันธมิตรล่ะก็ การที่กระโดดขึ้นสู่อันดับที่ 5 มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก หลี่อวิ๋นเทียนหื่นกระหายในความงามของจ้าวหยิงหยิงมาตั้งนานแล้ว เงื่อนไขของการเป็นพันธมิตรกับตระกูลจ้าวก็คือให้จ้าวหยิงหยิงแต่งงานกับเขา

ส่วนตระกูลจ้าวปรารถนาในเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงแอบไปเจรจากับหลี่อวิ๋นเทียนอย่างลับ ๆ เอาให้เรียบร้อยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“หยิงหยิง นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า” อันที่จริงภายในใจของถังเฟิงมีคำตอบแล้ว แต่ยังคงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา

สีหน้าของจ้าวหยิงหยิงไร้อารมณ์ความรู้สึก เธอพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย “ถังเฟิง เมื่อตะกี้นี้ฉันบอกไปแล้วว่าพวกเราไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันแล้ว”

จ้าวตงกัดฟันจ้องตาเขม็ง กำหมัดแน่นพร้อมกับพูดข่มขู่ “ถังเฟิง! นายพูดกับพี่สาวของฉันด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ระวังฉันจะอัดนายเข้าให้ดู!”

ถังเฟิงยิ้มมุมปาก “พวกคุณรู้ไหมว่าตัวเองพัฒนาก้าวหน้ามาขนาดนี้ได้ยังไง”

จ้าวตงถลึงตาโตขึ้นมาทันที ก่อนจะตะโกนออกมา “ยังต้องพูดอีกหรือไง! เป็นเพราะว่าพี่สาวของฉันมีความสามารถโดดเด่น เป็นเพราะว่าตระกูลของพวกเราพยายาม...”

ยังพูดไม่ทันจบ ถังเฟิงก็โบกมือ พร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างไร้ซึ่งความเมตตาปรานี “ไม่ได้ถามนาย...”

พูดจบ ถังเฟิงก็ชี้นิ้วไปข้างหน้า บ่งบอกให้หลี่อวิ๋นเทียนที่เว้นที่นั่งเป็นคนตอบ “ผมถามคุณ”

หลี่อวิ๋นเทียนสีหน้าเหลือเชื่อ เหมือนกับได้ยินคำพูดที่น่าตลกขบขันที่สุดอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเยาะเย้ย “ฉันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม นายจะถามอะไรฉันไม่ทราบ?”

“ผมเป็นคนเตรียมการวางแผนการซื้อขายของตระกูลหลี่ แล้วก็เห็นแก่ที่คุณจะเป็นพันธมิตรกับตระกูลจ้าว แต่คิดไม่ถึงว่าพวกคุณสองตระกูลจะทำกับผมแบบนี้”

ถังเฟิงพูดออกมาอย่างเรียบเฉย

พูดจบ ในงานเลี้ยงก็เงียบสงัดไปชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นก็มีเสียงระเบิดหัวเราะดังขึ้นมายกใหญ่

จ้าวหยิงหยิงมีสีหน้าลำบากใจและอาลัยอาวรณ์ แต่ความคิดภายในใจมันกลับแยกแยะได้ยากมาก

เธอพูดขึ้นอย่างช้า ๆ “ถังเฟิง คุณมาทำเรื่องที่อับอายขายขี้หน้าแบบนี้มันดีจริงเหรอ ฉันรู้ว่าคุณเคารพศักดิ์ศรีของตัวเอง แต่คุณก็ต้องยอมรับความจริงด้วยสิ ตลอดสามปีที่ผ่านมาคุณไม่มีประโยชน์อะไรต่อการพัฒนาก้าวหน้าของตระกูลเลยสักนิด ฉันบอกไปแล้วว่าพวกเราไม่ใช่คนในระดับเดียวกัน จากกันไปด้วยดีไม่ดีเลยเหรอ ช่วยเหลือศักดิ์ศรีไว้ให้ตัวเองหน่อย ได้ไหม”

ทันใดนั้น ก็ได้เสียงดัง “พรึ่บ” จ้าวติงเทียนลุกขึ้น ตะโกนออกมาด้วยความโมโห “ถังเฟิง! ฉันว่าแกจงใจมาก่อปัญหาแล้วล่ะ ฉันขอประกาศตอนนี้เลยว่าไล่ถังเฟิงออกไปจากตระกูลอย่างสมบูรณ์ ไม่ข้องเกี่ยวอะไรกับตระกูลจ้าวของฉันอีก! ฉันจะดูซิว่าแกจะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง!”

พูดจบ จู่ ๆ ก็มีเสียงที่หนักแน่นของผู้หญิงดังขึ้นมาจากท่ามกลางฝูงคน “พวกคุณไม่ต้องการเขา แต่พวกเราต้องการ”

ตอน 3

เมื่อได้ยินแบบนี้ ทุกคนก็หันมองไปตามทิศทางของเสียงทันที

คนนั้นเป็นหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่ง รูปร่างหน้าตาและออร่าไม่ต่างอะไรกับจ้าวหยิงหยิง ถึงขนาดที่ดีกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ

เธอก็คือจางเสวี่ยจิ้ง คุณหนูของตระกูลจางแห่งเมืองหนานอวิ๋นนั่นเอง

ตระกูลจางถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 9 แน่นนอว่าศักยภาพนั้นอยู่เหนือกว่าตระกูลจ้าว สามารถต่อกรกับตระกูลหลี่ได้ เพียงแต่เนื่องจากความขัดแย้งกันภายในตระกูล ดังนั้นจึงมีพัฒนาการที่เชื่องช้าถึงขนาดที่ถดถอยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะไต่ขึ้นไปอยู่ใน 5 อันดับแรกไปแล้วก็ได้

ทุกคนต่างก็คิดไม่ถึงว่าจางเสวี่ยจิ้งจะออกหน้ามาช่วยถังเฟิง คนจำนวนไม่น้อยเริ่มพูดคุยซุบซิบกัน

“ทำไมคุณหนูใหญ่ของตระกูลจางถึงออกหน้ามาให้กับผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกินคนนี้กันนะ หรือว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกันอย่างนั้นเหรอ”

“ไร้สาระ จางเสวี่ยจิ้งจะชอบหมอนี่ได้ยังไง ฉันว่านะ บางทีตระกูลจางอาจจะขัดขวางไม่ให้ตระกูลจ้าวกับตระกูลหลี่เป็นพันธมิตรกัน จงใจคิดมิดีมิร้ายก็ได้นะ”

“มีเหตุผล นี่อาจเป็นแผนการของเขาก็ได้ รอดูอะไรสนุก ๆ ได้เลย”

จางเสวี่ยจิ้งเดินไปอยู่ตรงหน้าของถังเฟิง ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย “คุณถัง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

ถังเฟิงมองดูอย่างละเอียด ถึงจำอีกฝ่ายขึ้นมาได้

พวกเขาเคยพบกันโดยบังเอิญที่โรงพยาบาลเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนั้นถังเฟิงบังเอิญมาเจอพ่อของเธอป่วยหนัก จึงให้คำแนะนำด้วยความเห็นอกเห็นใจไป ซึ่งได้ช่วยชีวิตของพ่อเธเอาไว้

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จางเสวี่ยจิ้งก็เริ่มสังเกตและตรวจสอบถังเฟิง ความรู้สึกสนใจเริ่มแรงกล้ามากขึ้น และมักจะรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ถังเฟิงตอบกลับไปอย่างเรียบเฉย

บทสนทนาสองประโยคนี้เดิมทีก็ปกติทั่วไปไม่ได้แปลกประหลาดอะไร แต่เมื่อตระกูลจ้าวกับตระกูลหลี่ได้ยินแล้วกลับรู้สึกขัดหูเป็นพิเศษ ราวกับทำร้ายความรักในศักดิ์ศรีของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก

จ้าวหยิงหยิงเห็นว่าพวกเขาสองคนสนทนากันราวกับเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาหลายปีเลยทีเดียว สิ่งนี้มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบอารมณ์มากขึ้นไปอีก จึงจี้ถามขึ้นมาว่า “เสวี่ยจิ้ง เธอหมายความว่ายังไง”

จางเสวี่ยจิ้งตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ก็หมายความตามที่พูดเลย ถ้าอยู่ที่นี่ไม่เหมาะสม ก็ต้องมีสักที่ที่เหมาะสม พวกเธอไม่ต้องการคุณถัง แต่พวกเราต้องการ!”

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ทุกคนต่างพากันส่งเสียงฮือฮา

โดยเฉพาะคำว่า “ต้องการ” จางเสวี่ยจิ้งไม่ได้อธิบายให้มันชัดเจน ทำให้ทุกคนเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าทั้งสองคนนี้จะต้องมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกันอย่างแน่นอน

จ้าวตงหัวเราะอย่างเหน็บแนม ก่อนจะพูดขึ้นอย่างจิกกัด “จางเสวี่ยจิ้ง รสนิยมของเธอนี่ช่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริง ๆ เหล่าบรรดาคุณชายในแวดวงคนรวยมีตั้งมากมายไม่ชอบ ดันไปชอบผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกินแบบนี้สินะ”

“เหอะ ๆ จ้าวตง ตอนนี้ตระกูลจ้าวของพวกคุณนี่ไม่รู้จักเจียมตัวบ้างแล้วเลยนะ ถึงจะอวดอ้างไปทั่วว่าเป็นตระกูลที่สูงศักดิ์ร่ำรวย แต่ก็ยังคงหยาบคายดิบเถื่อนอยู่ในกระดูกอยู่ดี” จางเสวี่ยจิ้งพูดตอกกลับไปอย่างไม่รีบไม่ร้อน ซึ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนชวนให้คนรู้สึกอึดอัดไปหมด

จ้าวติงเทียนนไอกระแอมออกมาสองที สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ทว่าตระกูลจางเป็นตระกูลที่มีอำนาจเหนือกว่า เขาไม่คิดจะมีความขัดแย้งกับตระกูลจางอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงเวลาแบบในวันนี้

ในเวลานี้หลี่อวิ๋นเทียนที่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จามาโดยตลอดเอ่ยปากพูดขึ้นมาแล้ว “เสวี่ยจิ้ง ไม่ว่าพวกคุณจะมีความสัมพันธ์อะไรกัน แต่นี่คือเรื่องในตระกูลของตระกูลจ้าว เกรงว่าไม่จำเป็นต้องให้คุณมาคอยชี้นิ้วสั่งการหรอกนะ ต่อให้คุณอยากจะรับเจ้าหมอนี่ไป ก็ต้องรอจนกว่าพวกเขาสองคนหย่ากันก่อนใช่ไหม”

“คุณชายหลี่พูดได้ดี!” จ้าวตงเดินตรงไปหาหลี่อวิ๋นเทียนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สีหน้าท่าทางประจบสอพลอ ถ้าเจ้าหมอนี่มีหาง ตอนนี้ก็คงจะกระดิกริก ๆ ไปมาแล้วแน่ ๆ

“เอาล่ะ” จางเสวี่ยจิ้งหันไปหาถังเฟิง “คุณถังรีบตัดสินใจเร็วเข้าเถอะค่ะ ทำไมถึงต้องมาทนทุกข์ทรมานกับความอัปยศอดสูที่ตระกูลจ้าวด้วย คุณไม่ต้องห่วง ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไร ฉันจะสนับสนุนคุณเอง”

หลิวซู่อวิ๋นลดเปลือกตาลง สองตาคู่นั้นหรี่ลงเป็นเส้นตรง สายตาราวกับเข็มโลหะ ความชั่วร้ายที่แฝงอยู่ในนั้นแผ่ซ่านไปทั่วทุกที่ เธอพูดขึ้นอย่างช้า ๆ ว่า “คุณจาง อย่าไปปฏิบัติกับเด็กคนนี้เหมือนกับเป็นสิ่งล้ำค่าเด็ดขาดเลยนะ ฉันเคยไปหาหมอดูมาก่อน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาขัดดวงชะตาของพวกเราตระกูลจ้าวมาโดยตลอด ไม่อย่างนั้นการพัฒนาของตระกูลก็คงจะดีกว่าตอนนี้ไปแล้ว”

“เหอะ ไม่ทราบว่าชั้นล่างของการเริ่มทำธุรกิจของตระกูลจ้าว ใครเป็นคนให้กับพวกคุณเหรอครับ” ท่าทีของถังเฟิงในตอนนี้เปลี่ยนไป สองมือไขว้หลัง ราวกับเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง ไม่ใช่ขยะไร้ประโยชน์ที่อ่อนแอเหมือนกับที่พวกเขาพูด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED