เย่เหลียนเอ่ยขึ้นว่า “น้องซีเยว่ ฉันอยากได้วิลล่าที่ติดทะเลสาบหลังนั้น เธอเลือกหลังอื่นไปสิ หลังนั้นฉันอยากเอาไว้ใช้เป็นห้องหอของฉันกับพี่หยูน่ะ”
เธอเอาตัวหมุดเข้าไปในอ้อมแขนของหลินหยูอย่างเขินอาย “ฉันจองเอาไว้หลายปีแล้วนะ”
เมื่อหลินหยูนึกถึงเรื่องในอดีต สีหน้าเขาก็ดูมีความสุขขึ้นมา
เมื่อเหยาซีเยว่ได้ยินเช่นนี้ เธอก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ
“เธอหัวเราะ?”
หลินหยูถามขึ้นมาด้วยความงุนงง
ผู้หญิงคนนี้แปลกคนจริง ๆ เขาพูดถึงขนาดนี้แล้ว เธอยังจะหัวเราะได้อยู่อีก
เย่เหลียนเบะปาก เธอซบอยู่กับตัวของหลินหยู คอเสื้อที่เปิดกว้างเผยให้เห็นผิวที่ขาวเนียนละเอียด เธอปัดผมขึ้นอย่างไม่แย่แส ทำให้ดึงดูดสายตาของหลินหยูได้สำเร็จ มือคู่หนึ่งยื่นออกมาโอบไหล่ของเธอเอาไว้
เหยาซีเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันหัวเราะเยาะที่ฉันโง่น่ะ”
เธอยกมือขึ้นไปหยิบแก้วน้ำของหลินหยู จากนั้นก็สาดไปที่ตัวของพวกเขาทั้งสองคน
จู่ ๆ ถูกน้ำอุ่นสาดใส่ พวกเขาทั้งสองแทบไม่อยากจะเชื่อ
หลินหยูโกรธมาก “เหยาซีเยว่ คุณบ้าไปแล้วรึไง? !”
เหยาซีเยว่ลุกขึ้นยืน เธอยืดหลังตรง “คุณชายหลินพูดคำไหนก็ต้องคำนั้นสิ จะให้ก็ให้ แต่ถ้าไม่ให้ก็ไม่เป็นไร”
เย่เหลียนมีหลินหยูคอยเอาอกเอาใจอยู่ ถ้าเป็นตอนปกติเธอคงอาละวาดขึ้นมาแล้ว เธอมักจะแสร้งทำตัวเป็นคนอ่อนแอโดนรังแกง่าย ซึ่งทำไปเพื่อต้องการดึงดูดความรักความเอ็นดูจากผู้ชายเท่านั้น
เธอยืนขึ้น และผลักเหยาซีเยว่อย่างแรง “ที่ฉันเรียกเธอว่าน้องซีเยว่ก็เพราะต้องการให้เกียรติเธอ เธอคิดว่าฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวของฉันจริง ๆ เหรอ? เธอเป็นใครกัน? กล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับพี่หยู และฉัน?”
เธอหันกลับไปซบลงในอ้อมแขนของหลินหยู “พี่หยู เหยาซีเยว่จะทำเกินไปแล้วนะ พี่ต้องสั่งสอนเธอบ้างนะคะ”
เธอเงยหน้าขึ้น มองหลินหยูอย่างน่าสงสาร “ผมและเสื้อผ้าของฉันเปียกไปหมดแล้วเนี่ย”
เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชื้นแนบไปกับผิวของเธอ เผยให้เห็นถึงส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงามของเธออย่างชัดเจน
เหยาซีเยว่มองดูทั้งสองคนตาแข็ง ราวกับกำลังดูตัวตลกอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ฉันไม่ได้ขอวิลล่า และทรัพย์สินเหล่านั้นสักหน่อย ครอบครัวของคุณชายหลินร่ำรวยมหาศาล แม้แต่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ยังคิดมาก ฉันไม่คู่ควรที่จะได้รับหรอก”
เห็นได้ชัดว่าเป็นน้ำเสียงที่ดูหมิ่นตัวเอง คำพูดที่พูดออกมาก็นุ่มนวล ไม่ก้าวร้าวใด ๆ แต่ทันใดนั้นหลินหยูกลับรู้สึกขึ้นมาว่าความแข็งแกร่งของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไป
เขากัดฟัน เช็ดน้ำออกจากใบหน้า และหันไปพูดกับเย่เหลียนว่า “ผมยังมีวิลล่าอีกเยอะ ถึงเวลานั้นคุณค่อยไปเลือกเอาก็แล้วกัน ชอบหลังไหน ผมจะโอนให้คุณทันที”
ทว่าเย่เหลียนกลับยังคงไม่พอใจเหยาซีเยว่อยู่ นอกจากพี่หยูที่กล้าดุเธอแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิบัติต่อเธอแบบนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงคนนี้ยังเป็นอดีตภรรยาที่พี่หยูไม่ชอบอีกด้วย
เธอโกรธมากจึงยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่เหยาซีเยว่และพูดว่า “ฉันถามเธอว่า เธอจะให้หรือไม่ให้?”
เหยาซีเยว่ปฏิเสธออกไปตรง ๆ ว่า “ไม่ให้”
“เพี๊ยะ——!”
ฝ่ามือของเธอปะทะไปที่ใบหน้าของเหยาซีเยว่อย่างแรง
“เธออย่าหน้าด้านนักเลย เธอเป็นใครมาจากไหนกัน พอไม่มีความรักของพี่หยูแล้ว ถ้ากลับไปที่ตระกูลเหยาเธอก็ต้องถูกทรมานอยู่ดี! เธอมันก็แค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งเท่านั้น!”
สายตาของหลินหยูมืดมนขึ้นมาครู่หนึ่ง จากนั้นก็สงบลง เขาพูดขึ้นมาอย่างเฉยชาว่า “เหลียนเหลียน อย่าไปอารมณ์เสียกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องเลย”
เหยาซีเยว่เอามือกุมหน้าตัวเองไว้ ใบหน้าที่โดนตบร้อนผ่าวไปหมด เธอเอาปลายลิ้นไปดันตรงนั้น ลองลิ้มรสคาว ๆ ของเลือด แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่เย่เหลียน “ไม่มีคนสั่งสอน.....”
เย่เหลียนถลาเข้าไปในอ้อมแขนของหลินหยู แล้วก็พูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันมีพี่หยู เธอนั่นแหละที่ไม่มีอะไรเลย เธอมันก็แค่สุนัขที่ถูกเจ้าของขับไล่ออกไป...... อร๊าย! เหยาซีเยว่!”
“เพล้ง!”
เหยาซีเยว่เขวี้ยงแจกันบนโต๊ะออกไป ทำให้เครื่องลายครามนั้นไปกระแทกกับพื้นกระเบื้องข้างโซฟา เสียงแตกของมันดังชัดเป็นพิเศษ
“เสียงหมาเห่านี่มันน่ารำคาญจริง ๆ”
เธอเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วก็ดึงผมของเย่เหลียนเพื่อจับหน้าเย่เหลียนให้เงยหน้าขึ้น จากนั้นก็ตบกลับไปอย่างแรง
เย่เหลียนกรีดร้องขึ้นมา “พี่หยู!! !”
หลินหยูพยายามระงับความโกรธเอาไว้ พฤติกรรมของเหยาซีเยว่ในวันนี้ได้เลยขีดจำกัดความบ้าคลั่งของเขาไปเลย
เหยาซีเยว่ปล่อยมือออก แล้วก็ถอยหลังไปหลายก้าว จากนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างชิว ๆ ว่า “ฉันไม่รบกวนพวกคุณทั้งสองคนแล้วล่ะ ขอให้พวกคุณรักกันตลอดไป มีลูกชายเร็ว ๆ อยู่ด้วยกันไปจนตาย”
ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเย่เหลียน เธอก็เดินออกไปจากบ้านของตระกูลหลิน
จนกระทั่งประตูถูกปิดลงด้วยเสียงดังก้อง เย่เหลียนก็ยังคงโกรธอยู่ เธอตะโกนอย่างสะอึกสะอื้นใส่หลินหยูว่า “พี่หยู พี่ดูเหยาซีเยว่สิ จู่ ๆ ก็มาสาดน้ำใส่พวกเรา แล้วก็ยังมาตบฉันอีก พี่ไปจับเธอกลับมา และสั่งสอนเธอให้หลาบจำเลยนะ.......”
“ไม่ต้องพูดแล้ว”
หลินหยูใช้นิ้วบีบระหว่างตา และพูดขึ้นมาว่า “ในเมื่อหย่ากันไปแล้ว ทำไมต้องไปยุ่งเกี่ยวกันอีกด้วยล่ะ เหลียนเหลียน ถ้าคุณอยากได้อะไรผมจะให้ทุกอย่าง แต่คุณหยุดโวยวายสักทีได้ไหม?”
เย่เหลียนเบะปาก และเข้าไปซุกตัวในอ้อมแขนของหลินหยู “ไม่ชอบท่าทีของเหยาซีเยว่ที่มีต่อพี่หยูนี่ ปกติพี่บอกว่าเธอเป็นคนเชื่อฟังมากเลยไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่เห็นว่าจะเป็นอย่างนั้นเลย พี่ดูเธอสิ เธอดุจะตายไป”
เมื่อหลินหยูได้ยินเช่นนี้ จู่ ๆ เขาก็นึกถึงท่าทางตอนที่เมื่อกี้นี้เหยาซีเยว่หยิบแก้วน้ำสาดใส่พวกเขาทั้งสองคนขึ้นมา ไหนจะท่าทางที่ดูดุร้ายตอนที่เธอตบหน้าเย่เหลียนอีก ท่าทางแบบนั้น เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย เขาเหมือน ไม่เคยเห็นธาตุแท้จริง ๆ ของภรรยาเขาคนนี้มาก่อนเลย.....
ภาพจำเดียวที่เขามีต่อเหยาซีเยว่ก็คือ เธอเชื่อฟังมาก
ตอนที่เหยาซีเยว่เพิ่งก้าวออกจากลานบ้าน รถเก๋งสีดำคันหนึ่งที่จอดอยู่ประตูก่อนหน้านี้แล้ว จู่ ๆ คนขับก็พูดขึ้นมาด้วยความเคารพว่า “คุณนายน้อย คุณหญิงท่านต้องการพบคุณครับ”
ตอนนั้นเหยาซีเยว่ไม่ได้คิดเอาไว้ว่าเธอจะไปไหน หลังจากได้ยินเช่นนี้ เธอก็ขึ้นรถไปโดยไม่ลังเลใจเลยสักนิด
รถค่อย ๆ มาจอดลงที่หน้าวิลล่าหลังหนึ่ง ที่นี่คือวิลล่าตระกูลหลิน คุณปู่ และคุณย่าของหลินหยูล้วนอาศัยอยู่ที่นี่
“คุณนายน้อย...”
พ่อบ้านมองไปที่เธอที่กำลังจิตใจฟุ้งซ่าน และเอ่ยทักทายขึ้นมา จากนั้นก็พาเธอเข้าไปข้างใน
ระหว่างทาง เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดออกไป
“คุณหญิงท่านพูดถึงคุณอยู่ตลอดเลยนะครับ บอกว่านานมากแล้วที่คุณไม่ได้มาที่นี่ จะได้ถือโอกาสตอนที่ยังไม่ได้ทานอาหารเย็น พูดคุยเป็นเพื่อนคุณหญิงท่านไปด้วยเลย”
เหยาซีเยว่ลดสายตาลง เธอไม่ได้ตอบรับแต่อย่างใด
วันนี้ที่คุณย่าต้องการพบเธอ เกรงว่าจะต้องการพูดโน้มน้าวเธอเสียมากกว่า
ในวิลล่าหลังใหญ่ปกติแล้วจะไม่มีคนอยู่จนมันอ้างว้างอย่างมาก มีเพียงแค่สามีภรรยาสูงอายุสองคนเท่านั้นที่อาศัยอยู่ที่นี่ ทันทีที่เธอเข้าไป คุณย่าที่นั่งอยู่บนโซฟาเมื่อเห็นเธอก็ทักทายเธออย่างอบอุ่นทันที “เยว่เยว่ มานี่สิ มานั่งตรงนี้”
เหยาซีเยว่พยายามเก็บอารมณ์ แล้วก็เดินไปนั่งด้วยรอยยิ้ม
ย่าหลินจับมือเหยาซีเยว่และพูดขึ้นมาว่า “เธอก็ใจร้ายเหมือนกันนะ นานมากแล้วนะที่เธอไม่ได้มาหาย่าเลย แล้วความสัมพันธ์กับหลินหยูเป็นยังไงบ้างล่ะ?”
แอบลองเชิงงั้นเหรอ? เธอไม่เชื่อหรอกว่า ข่าวการกลับประเทศมาของเย่เหลียนจะสามารถปิดปกไม่ให้คุณย่ารู้ได้
เธอพูดอย่างเฉยชาว่า “หลินหยูบอกว่าฉันอยากกอดตำแหน่งคุณนายหลินเอาไว้ ฉันเพิ่งเซ็นชื่อในข้อตกลงหย่าร้างไปค่ะ จะได้มีที่ว่างสำหรับเย่เหลียน”
ย่าหลินทำเสียงหึขึ้นมาอย่างเย็นชา “เย่เหลียนเป็นใครกัน? ตอนนั้นก็เพราะเธอ หลินหยูถึงได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วนี่เธอยังจะมีหน้ากลับมายุ่งกับหลินหยูอีกเหรอ? เยว่เยว่เธอไม่ต้องกังวลนะ ย่าอยู่ข้างเธออยู่แล้ว เธอไม่หย่ากับหลินหยูได้ไหม?”
ท่าทางกังวลของเธอ ทำให้เหยาซีเยว่รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
แต่เธอพยายามทำให้หลินหยูรักมาเป็นเวลาสองปีแล้ว เธอยังไม่สามารถกุมหัวใจของเขาเอาไว้ได้เลย
“หย่าเหรอ? หย่าไปก็ดีแล้วล่ะ!”
แม่หลินที่เพิ่งจะเข้ามาเอ่ยขึ้นมา เธอแต่งตัวหรูหรา เดินส่ายฉับ ๆ เข้ามา แลดูมีออร่า
เมื่อย่าหลินเห็นท่าทางเช่นนี้ของเธอ ย่าหลินก็โมโหขึ้นมาทันที “เดินให้มันดี ๆ ไม่ได้รึไง ทำไมต้องบิดเอวแอ่นก้นขนาดนั้นด้วย? ดูเสื่อมสิ้นดี”
แม่หลินที่ถูกทำให้เสียหน้ารู้สึกประหม่า เธอมองไปที่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณย่า แล้วก็ทำเสียงหึขึ้นมาอย่างเย็นชา
“ตอนแรกคนที่จองไว้ให้หลินหยูคือเหยาซวงลูกสาวคนโตของตระกูลเหยา แต่ใครจะไปรู้ว่าเธอจะไร้ยางอายถึงขนาดไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นจนตั้งท้องขึ้นมา แล้วก็ส่งลูกสาวคนที่สองมาแต่งงานแทนซะอย่างนั้น เหอะ ฉันอยู่ในกลอเฟียมาก็นานหลายปี ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลยว่าตระกูลเหยามีลูกสาวอีกคนด้วย ไม่รู้ว่าไปลูกนอกคอกมาจากที่ไหน แล้วจู่ ๆ ก็มาครอบครองตำแหน่งคุณนายหลินไปถึงสองปี สองปีที่ผ่านมานี้ เธอคงได้รับความรุ่งโรจน์ และความมั่งคั่งไปเพียงพอแล้วสินะ?”
เหยาซีเยว่จับมือคุณย่าเอาไว้ ราวกับว่าเธอไม่ได้ยินสิ่งที่แม่หลินพูด แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “คุณย่าไออยู่รึเปล่าคะ? เดี๋ยวฉันไปตุ๋นซุปลูกแพร์มาให้คุณย่าสักถ้วยดีกว่า ดื่มแล้วจะได้ดีขึ้นมาหน่อย”
ย่าหลินชอบหลานสะใภ้ที่เชื่อฟังและรู้จักววางตัวคนนี้มากที่สุด เธอจึงพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ขอบใจนะเยว่เยว่ ฉันก็อายุเยอะแล้ว ร่างกายก็เลยเจ็บป่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีเธอคอยห่วงใย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีใครมาคอยเป็นห่วงคนแก่อย่างฉันอีกรึเปล่า?”
แม่หลินที่ถูกเพิกเฉยทำหน้าขึงขังขึ้นมาทันที เธอพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเซ็นชื่อในข้อตกลงการหย่าไปแล้ว เธอก็ไม่ต้องมาทำตัวเสแสร้งอะไรอีก เธอคิดว่าการที่เธอคอยประจบประแจงคุณย่า จะทำให้เธอยังเป็นคุณนายตระกูลหลินได้อยู่อีกงั้นเหรอ?”
เหยาซีเยว่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ย่าหลินก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “ตั้งแต่เยว่เยว่แต่งงานเข้ามาในตระกูลหลินก็ขยันขันแข็งมาตลอด เยว่เยว่ดูแลหลินหยูที่ป่วยอยู่บนเตียงได้ดีแค่ไหน เธอไม่เห็นเลยเหรอ? นอกจากเยว่เยว่จะดีกับหลินหยูแล้ว เยว่เยว่เคยทำอะไรไม่ดีกับเธอหรือฉันไว้รึไง? ทำไม หลังจากได้รับการปรนนิบัติดูแลมาสองปี ก็จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทำเป็นไม่รู้จักซะแล้วเหรอ?”
“คุณแม่! เหยาซีเยว่เป็นแค่คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง ทำไมคุณแม่ต้องออกหน้าพูดแทนเธอด้วยล่ะคะ?”
แม่หลินถลึงตาใส่เหยาซีเยว่อย่างดุเดือด “ฉันพูดผิดตรงไหนเหรอ? คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ มีสิทธิ์อะไรมาเป็นคุณนายตระกูลหลิน? ตอนนั้นหากคุณแม่กับคุณพ่อไม่ยืนกรานที่จะปกป้องเธอ แต่งเธอเข้ามา เป็นตายร้ายดียังไงฉันก็จะไม่ยอมให้เธอได้เข้ามาในตระกูลหลินเด็ดขาด เธอเข้ามาเสพสุขกับความมั่งคั่งของตระกูลหลิน เธอก็ควรจะต้องดูแลหลินหยูให้ดี ๆ อยู่แล้วไม่ใช่หรือไงคะ? อีกอย่าง เธอแต่งงานได้สองปีแล้ว แต่ก็ไม่เห็นจะตั้งท้องสักที แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ ใครจะไปอยากได้กัน? ฉันคิดว่าหลินหยูก็คงจะหย่ากับเธอเพราะเหตุผลนี้นั่นแหละค่ะ”
ใบหน้าของย่าหลินเคร่งขรึมมากขึ้นเรื่อย ๆ “นี่เธอพูดบ้าอะไร?”
แม่หลินตกใจจนรีบหดคอทันที แต่ก็ยังพูดเสียงแข็งว่า “ที่ฉันพูดคือเรื่องจริงทั้งนั้น ก็ดีเหมือนกันที่ยังไม่มีลูก ไม่งั้นหากหย่าไปแล้วคงจะวุ่นวายน่าดู มีเธอเป็นแม่แบบนี้ ลูกที่คลอดออกมาไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังไงบ้าง”
คำพูดเหล่านี้หยาบคายมาก สีหน้าของย่าหลินตอนนี้จึงบึ้งตึงขั้นสุด เธอจับมือของเหยาซีเยว่ไปและพูดว่า “เยว่เยว่ อย่าใส่ใจคำพูดของแม่สามีเธอเลยนะ เธอก็เป็นคนปากร้ายแบบนี้แหละ ฟังที่ย่าบอกเถอะนะ อย่าบุ่มบ่ามตัดสินใจเลย เข้าใจไหม? หลานสะใภ้ของตระกูลหลินของฉัน มีแค่เธอคนเดียว หากมีฉันกับคุณปู่อยู่ เธอไม่ต้องกังวลท่าทีของหลินหยู หนุ่มสาวอย่างพวกเธอ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันดี ๆ ”
แม่หลินเบิกตากว้าง แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยความเกลียดชังว่า “คุณแม่ เหยาซีเยว่ทำของอะไรใส่คุณแม่คะเนี่ย? ทำไมคุณแม่กับคุณพ่อถึงได้ปกป้องเธอตลอดเลยล่ะ? ! เหยาซีเยว่ เธอกับหลินหยูไม่มีทางที่จะไปด้วยกันได้หรอก เธอควรจะสำเหนียกตัวเองและออกไปเองจะดีกว่านะ”
เหยาซีเยว่เงยหน้าขึ้นมองย่าหลิน ดวงตาคู่นั้นของเธอเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
ย่าหลินพูดอย่างใจเย็นว่า “ตัวตนของเยว่เยว่จะเป็นยังไงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอสักหน่อย ฉันเคยบอกแล้วไงว่าเยว่เยว่คือคนที่ฉันจะคอยปกป้อง หากเธอจะตะโกนโวกเวกโวยวายใส่ฉันที่นี่อีก เธอก็ไสหัวออกไปซะ!”
หลังจากพูดคำที่รุนแรงเหล่านี้ออกไปแล้ว สีหน้าของแม่หลินทั้งดำทั้งแดง เธอกัดปากด้วยความโกรธ และไม่ได้พูดอะไรอีก
ย่าหลินหันไปมองเหยาซีเยว่และถามว่า “เยว่เยว่ เธอคิดยังไงบ้าง?”
เหยาซีเยว่เงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม เธอพูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า “คุณย่า วันนี้ฉันเห็นกับตาตัวเองว่าเย่เหลียนกับอาหยูกำลังเล่นมีความสัมพันธ์กันอยู่บนเตียงในห้องหอของเรา...... ไหนจะท่าทีของอาหยูอีก มันทำให้ฉันเข้าใจแล้วว่า คงไม่จำเป็นต้องรักษาการแต่งงานครั้งนี้ต่อไปแล้วล่ะค่ะ”
ใบหน้าของย่าหลินซีดเผือดขึ้นมาทันที ริ้วรอยบนใบหน้าของเธอก็สั่นไปด้วย “เป็น เป็นเพราะหลินหยูทำผิดต่อเธอนี่เอง”
ย่าหลินจับมือทั้งสองข้างของเหยาซีเยว่เอาไว้แน่นพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เธอคงทุกข์ทรมานมากเลยสินะ”
เหยาซีเยว่ไม่ตอบ ในห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง
วินาทีต่อมา เสียงแหลม ๆ ของแม่หลินก็ดังก้องไปทั่วห้องนั่งเล่น “นังสารเลวเย่เหลียนกลับมาแล้วเหรอ? คุณแม่ ฉันขอตัวก่อนนะคะ ฉันต้องไปจัดการนั่งสารเลวนั่นสักหน่อยแล้ว”
เธอรีบหยิบกระเป๋าและเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างร้อนรน จากนั้นก็หายออกไปจากที่นี่ทันที
เหยาซีเยว่เช็ดน้ำตา และพูดด้วยรอยยิ้มโล่งใจ “คุณย่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ”
ย่าหลินถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว งั้นย่าคงไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะ เยว่เยว่ต่อไปถ้าเธอมีเวลาว่างเธอต้องมาเยี่ยมย่าบ้างนะ มาพูดคุยเป็นเพื่อนย่า แค่นี้ย่าก็พอใจแล้วล่ะ”
เมื่อพูดถึงตอนสุดท้าย ตาทั้งสองข้างก็เรื่องมีน้ำตาคลอขึ้นมา เธอชอบหลานสะใภ้อย่างเหยาซีเยว่มาก ถ้าตอนนั้นไม่ใช่เหยาซีเยว่ที่แต่งงานเข้ามา จนถึงตอนนี้แล้วหลินหยูอาจจะยังไม่ฟื้นก็ได้
เหยาซีเยว่เช็ดน้ำตาให้คุณย่า หลายปีที่ผ่านมา เธอได้เห็นท่าทีของทุกคน และเรื่องราวต่าง ๆ แล้ว เธอพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยนว่า “ฉันต้องมาอยู่แล้วค่ะ แล้วเจอกันนะคะคุณย่า คุณย่าต้องอย่าลืมให้คนในครัวทำซุปลูกแพร์ด้วยนะคะ”
เธอเดินไปอย่างหนักแน่น ทำให้เธอไม่เห็นถึงความมุ่งมั่นในสายตาของคุณย่า
ย่าหลินเช็ดน้ำตาที่เหลือจากหางตาเบา ๆ แล้วก็สั่งพ่อบ้านขึ้นมาว่า “พรุ่งนี้ตอนเที่ยง เรียกพวกหลินหยูให้กลับมาที่บ้านหลังเก่าด้วย”
พ่อบ้านตอบรับว่า “ครับ”
เมื่อเหยาซีเยว่เดินออกจากวิลล่าตระกูลหลินไป คนขับรถของตระกูลหลินก็ขับรถออกมารับเธอ
“คุณนาย คุณจะไปไหนครับ?”
น้ำเสียงของคนขับยังคงให้ความเคารพ แล้วก็ยังปฏิบัติต่อเธอเหมือนเป็นนายหญิงของตระกูลหลินเช่นเคย
แต่หลังจากวันนี้ไป นายหญิงของตระกูลหลินจะไม่ใช่เธออีกแล้ว
เธอลดสายตาลง เปิดโทรศัพท์ แล้วข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา
หมี่เหยียน:【นางฟ้าเยว่ คืนนี้มีเวลาว่างให้เกียรติมาที่กลามอร์คลับรึเปล่า? ได้ยินว่าเย่เหลียนกลับมาแล้วนี่ แถมตอนเย็นเจ้าโง่หลินหยูนั่นจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้เธอด้วย มีหลายคนจะไปด้วยนะ เราก็ไป ไปทำให้หญิงร้ายชายเลวคู่นั้นตกใจตายไปเลย 】
เหยาซีเยว่:【ไปสิ! 】
หมี่เหยียน: 【ห่ะ? 】
เหยาซีเยว่:【ฉันหย่าแล้ว ตอนนี้โสด 】
แชทเงียบไปหนึ่งวินาที จากนั้นหน้าจอก็เต็มไปด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์ ซึ่งเพียงพอที่จะแสดงความตื่นเต้นของหมี่เหยียนได้อย่างชัดเจน
หมี่เหยียน:【นางฟ้าเยว่ เธออยู่ไหน? เดี๋ยวฉันไปรับเธอตอนนี้เลย! เธอนับถอยหลังถึงสิบ แล้วฉันจะไปถึงทันที! 】
เหยาซีเยว่รู้สึกตลกมาก เธอส่งโลเคชั่นไป จากนั้นก็พูดกับคนขับว่า “ไปที่อาคาร ฮังเย่ว”
อาคาร ฮังเย่วเป็นห้างสรรพสินค้าหรูหราที่มีชื่อเสียงในกลอเฟีย ด้านในจะมีแบรนด์หรูระดับไฮเอนด์จากทั่วทุกมุมโลก
เมื่อเหยาซีเยว่ปรากฏตัวก็มีคนเข้ามาต้อนรับเธอทันที
“โนเอล มาแล้วเหรอ มาส่งแบบร่างการออกแบบให้ผมใช่ไหม?”
ในห้องแต่งตัวที่หรูหรา มีชุดที่สวยหรูระดับไฮเอนด์มากมายแขวนอยู่เต็มไปหมด เพชรบนเสื้อผ้าที่โดยแสงไฟสะท้อนเปล่งประกายแวววับขึ้นมา
เอลวาดีไซเนอร์ระดับไฮเอนด์จากอโซเดนซ์เดินไปควงแขนเหยาซีเยว่ และพูดด้วยน้ำเสียงโอวอร์ว่า “โอ๊ย ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณอยู่ในสภาพนี้ หัวใจของผมมันปวดร้าวทุกทีเลย หน้าตาคุณสะสวยขนาดนี้ ทำไมคุณต้องปกปิดมันเอาไว้ด้วยล่ะ คุณคือสาวงามที่สวยที่สุดเลยนะ ควรจะเปิดเผยให้คนได้ชื่นชมสิถึงจะถูก”
เหยาซีเยว่กระพริบตาปริบ ๆ และพูดขึ้นว่า “ใช่ เอลวา คุณพูดถูก งั้นคุณช่วยฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองหน่อยได้ไหม?”
เอลวากำลังจะโน้มน้าวต่อ แต่แล้วเมื่อได้ยินคำพูดของเหยาซีเยว่ เขาก็ตกตะลึงไปเลย “โนเอล นี่คุณอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วเหรอ? พระเจ้า การมาหาผมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณอย่างแน่นอน”
เขาเพิกเฉยต่อเรื่องการออกแบบไปเลย แล้วจับเหยาซีเยว่ไปนั่งบนเก้าอี้แต่งหน้า จากนั้นก็พูดกำชับขึ้นมาว่า “โนเอล คุณนั่งตรงนี้แหละ ผมจะทำให้คุณมีลุคใหม่ขึ้นมาเอง”
เขามองดูเสื้อผ้าบนตัวเธอ และผมที่กระเซอะกระเซิงไปหมด จากนั้นก็หยิบแปรงแต่งหน้าออกมาด้วยความตื่นเต้น
เมื่อหมี่เหยียนมาถึง เหยาซีเยว่ยังคงแต่งหน้าอยู่
เธอกับเอลวารู้จักกัน หลังจากทักทายกันเสร็จเธอก็ไปนั่งบนเก้าอี้แต่งหน้าข้าง ๆ แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างสนอกสนใจ
“ขอแสดงความยินดีกับการกลับมาอย่างเป็นทางการของนางฟ้าเยว่ หมี่เหยียนแฟนคลับตัวยงของคุณพร้อมที่จะรับฟังคำสั่งคุณตลอดเวลาค่ะ”