ตอน 1

ในห้องที่มืดสลัว คนสองคนกำลังนัวเนียกันอยู่บนเตียง

รูปถ่ายงานแต่งงานของเจ้าสาวรูปหนึ่งถูกแขวนอยู่บนผนังสีขาวตรงหัวเตียง เธอมองกล้องและยิ้มอย่างอ่อนโยน ดูเปี่ยมไปด้วยความสุข

“นี่ คุณคิดว่า ถ้าเหยาซีเยว่มาเห็นว่าเราสองคนกำลังทำเรื่องอย่างว่ากันบนเตียงในห้องหอแบบนี้ เธอจะโกรธมากจนร้องไห้ออกมาเลยไหม?”

“เหอะ เตียงห้องหออะไรล่ะ แต่งงานกันมาตั้งหลายปีแล้ว ผมยังไม่เคยได้แตะต้องเธอเลย เธอเอาแต่ไปนอนห้องนอนเล็กข้าง ๆ นั่นตลอด”

“พี่หยู พี่ใจดีกับฉันจัง......”

เสียงครวญครางหวาน ๆ ของทั้งสองคนดังขึ้นมาปะปนกับเสียงหอบหายใจ

หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนได้ยินบทสนทนาทั้งหมด เธอเอามือกุมปากน้ำตาไหลพลากแต่ไม่ส่งเสียงใด ๆ

หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม

หลินหยูก็สวมกางเกงขาสั้นเปิดประตูห้องนอน ทันใดนั้นเขาก็เห็นผู้หญิงที่นั่งเงียบ ๆ อยู่ในห้องนั่งเล่นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เหยาซีเยว่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่? เธอได้ยินอะไรไปบ้าง?

“คุณได้ยินหมดแล้วใช่มั้ย?”

เขาถามออกไปอย่างไม่แย่แสสนใจ แล้วเข้าไปรินน้ำอุ่นจากในครัวมาแก้วนึง จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โซฟาห้องนั่งเล่น

รูปร่างผอมเพรียว ผิวพรรณขาวใสของเขา ทว่ากลับมีรอยแดงหวานฉ่ำ เขาดูไม่แยแสกับมัน จิบน้ำสองสามคำอย่างสบายใจ

“ไหน ๆ คุณก็อยู่พอดี เซ็นซะ”

หลินหยูเปิดลิ้นชักใต้โต๊ะกาแฟ หยิบซองเอกสารออกมาจากด้านใน โยนมันลงบนโต๊ะกาแฟ “คุณก็ได้ยินแล้วนี่ ต่อให้ยื้อกันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”

เหยาซีเยว่เอื้อมมือไปหยิบเอกสารมา เปิดไปหน้าแรก คำว่า ‘ข้อตกลงการหย่า’ ก็ปรากฎขึ้นในม่านตาของเธออย่างจัง เธอเปิดไปจนถึงหน้าสุดท้าย แล้วก็พบว่าฝ่ายชายได้เซ็นชื่อของเขา——หลินหยู เอาไว้อย่างสละสลวยเรียบร้อยแล้ว

“ลองดูแล้วกันนะ ถ้าคุณมีเงื่อนไขอื่นก็บอกมาได้ แต่หากไม่มีข้อโต้แย้งอะไรก็เซ็นซะ”

ชายคนนั้นเอนหลัง แล้วจุดบุหรี่ ควันลอยขึ้นมาปกคลุมใบหน้าที่เย็นชาของเขา

“ไม่มีทางออกอื่นแล้วจริง ๆ เหรอ?”

เธอก้มหน้าลง เสียงของเธอแหบแห้งจากการร้องไห้เมื่อครู่นี้ ผมหน้าม้าของเธอก็ห้อยลงมาบนกรอบแว่นสีดำ ทำให้เธอดูน่าสงสารเป็นพิเศษ

ตั้งแต่ที่เธอแต่งงานเข้ามาในตระกูลหลิน เธอก็ทุ่มเทความพยายามกว่าร้อยเปอร์เซนต์ในการดูแลหลินหยู เธอคิดว่า สุดท้ายแล้วเธอกับเขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

เมื่อนึกถึงเด็กผู้ชายที่ถือร่มให้เธอท่ามกลางสายลมและหิมะ เธอก็เอามือทั้งสองข้างประสานกันแน่น ภวานาขอให้ความหวังอันริบหรี่นั้นเป็นจริงขึ้นมา

“เหยาซีเยว่ อย่าทำตัวน่าสมเพชนักเลย เรื่องของฉันกับเหลียนเหลียน เธอก็ได้ยินได้เห็นมาหมดแล้ว ทำไม เธอคิดจะกอดต่ำแหน่งคุณนายตระกูลหลินไว้ ไม่ละอายใจหรือไง?”

หลินยู่เคาะก้นบุหรี่ลงถ้วยเขี่ยบุหรี่ที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วก็เลิกคิ้วขึ้นมาอย่างหมดความอดทน “จะว่าไปการแต่งงานของเธอกับฉัน เราต่างก็ได้ในสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างต้องการกันทั้งนั้น”

หัวใจของเหยาซีเยว่แหลกสลายไปหมดแล้ว เย่เหลียน คือคนที่หลินหยูรักแต่ไม่ได้แต่งงานด้วย

ที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง

เธอก้มหน้าลงอย่างคนพ่ายแพ้ สองมือบิดชายเสื้อจนแน่น ราวกับว่าถ้ามีเย่เหลียนอยู่ สายตาของหลินหยูก็ไม่เคยละไปจากเย่เหลียนเลย

ตอนที่เย่เหลียนไปต่างประเทศ ระหว่างทางที่หลินหยูตามไปสนามบินเขาได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เดิมทีเหยาซวงซึ่งเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเหยาควรจะต้องแต่งงานกับหลินหยู แต่เธอดันไปมีลูกกับคนอื่นซะก่อน ดังนั้นตระกูลเหยาจึงส่งเหยาซีเยว่ไปแต่งงานกับเขาแทน

การแต่งงานแทนนี้ ทำให้เธอได้กลายเป็นภรรยาของหลินหยูไปโดยปริยาย

เธอดูแลหลินหยูอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เพื่อหลินหยู เธอแทบตัดขาดการติดต่อกับชีวิตก่อนแต่งงานของเธอไปเลย

เธอไม่ได้สัมผัสกับงานออกแบบ รถแข่ง มีดผ่าตัด และคอมพิวเตอร์มานานมากแล้ว

ปีที่แล้ว เมื่อหลินหยูฟื้นขึ้นมา เขาค่อย ๆ ฟื้นตัว ซึ่งเธอคือคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ เขาวันแล้ววันเล่า คอยไถ่ถามทุกข์สุข คอยดูแลอย่างเต็มที่ แล้วก็ไม่เคยที่จะจากไปไหน แต่เธอสู้กับการกลับมาของคนในใจของเขาไม่ได้ซะอย่างนั้น

หลังจากแต่งงานมาสองปี เธอก็ยังไม่เคยได้รับความรู้สึกอบอุ่นใด ๆ จากเขา

พอหลินหยูไม่ได้รับคำตอบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แล้วก็เงยหน้ามองขึ้นไปยังผู้หญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะกาแฟ

เหยาซีเยว่มีหน้าตาสะสวย แม้ว่าเธอจะมีผมหน้าม้าหนา และแว่นตาขอบดำที่หนาเตอะ แต่ยังมองเห็นได้ถึงความสวยของเธอ ปกติเธอมักจะละเลยเรื่องการแต่งตัว เธอจึงมักจะดูโทรมทั้งวัน

นิสัยของเธอก็น่าเบื่อเกินไป

หลังจากฟื้นขึ้นมา เขากับเธอจะอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่กลับไม่ได้มีความคิดอะไรเป็นอื่นเลย มันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ แล้วก็ไม่มีอะไรน่าสนใจด้วย

การดูแลและเอาใจใส่วันแล้ววันเล่า แต่กลับมีรูปลักษณ์และชีวิตเดิม ๆ ก็เปรียบเสมือนน้ำต้มสุกชามหนึ่งที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร มันจึงน่าเบื่อมาก

เขายอมรับนะว่า สองปีมานี้ที่เหยาซีเยว่อยู่ในตระกูลหลิน เธอเป็นคุณนายหลินได้อย่างเหมาะสม แต่เธอไม่เหมาะที่จะเป็นผู้หญิงของเขา เธอไม่มีคุณสมบัติมากพอ

เมื่อบุหรี่ทั้งมวนไหม้จนถึงก้นแล้ว หลินหยูก็บดบุหรี่ในถ้วยเขี่ยบุหรี่ แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างไม่แยแส “คุณมาอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน.....”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง พอเห็นว่าเธอยังคงก้มหน้าอยู่ ความรู้สึกคับข้องใจที่เธอแสดงออกมามันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดไปหมด

“ผมรู้เรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่คุณอยู่ที่ตระกูลเหยานะ หลังจากที่หย่ากันแล้ว นอกจากผมจะให้วิลล่าสามหลังแล้ว ผมจะให้เงินไปอีกหนึ่งร้อยห้าสิบล้าน ส่วนรถในโรงรถคุณสามารถเลือกเอาไปได้หนึ่งคัน หากมีของพวกนี้แล้ว การใช้ชีวิตของคุณในภายภาคหน้าจะดีขึ้นมาหน่อย”

เขายังคงจำตอนที่เขานอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลได้ เหยาซีเยว่ต้องลำบากลำบนคอยดูแลเขามาเป็นปี หลังจากที่เขาฟื้นขึ้นมา เธอก็ยังคอยอยู่กับเขาตอนที่ทำกายภาพบำบัดด้วย

แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ แต่พฤติกรรมของเธอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาจึงสามารถเอาเงินจากบัญชีส่วนตัวของเขาจ่ายชดเชยให้เธอได้โดยไม่ถือสาอะไร

อันที่จริงช่วงชีวิตของการเป็นวัยรุ่นที่เพอร์เฟคที่สุดของเธอ กลับต้องมาถูกขังอยู่ในตระกูลหลิน

เขาเอาสองมือกอดอก รอยสักเล็ก ๆ ที่เห็นได้ชัดเจนบนกระดูกไหปลาร้าของเขาบาดตาบาดใจเหยาซีเยว่อย่างมาก

YL ซึ่งก็คือเย่เหลียนนั่นเอง

“เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน ผมจึงจะให้เวลาคุณคิดหนึ่งวัน ถ้าไม่พอใจกับเงื่อนไขคุณก็สามารถเสนอมาได้ แต่อย่าให้มันมากจนเกินไปนักล่ะ...... ผมเป็นคนอารมณ์ไม่ดี คุณก็รู้อยู่แล้วหนิ.....”

“ไม่จำเป็นต้องคิดหรอกคะ”

เหยาซีเยว่หยิบปากกาบนโต๊ะกาแฟขึ้นมา แล้วก็เซ็นชื่อของเธออย่างสง่างามลงไปในตอนท้ายของข้อตกลงการหย่าร้าง

“เดี๋ยวฉันจะย้ายออกไปเอง จะได้ไม่รบกวนพวกคุณสองคน”

หลินหยูพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ได้”

ต้องยอมรับเลยว่า เขาชอบนิสัยเชื่อฟังของเหยาซีเยว่มากจริง ๆ ประหนึ่งเป็นทาสอย่างไรอย่างนั้น ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร เธอก็ไม่ปฏิเสธ

ตัวอย่างเช่นวันนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าเธอสามารถที่จะอาละวาดขึ้นมาได้ แต่เธอก็เลือกที่จะอดทนแทน

ซึ่งมันน่าเบื่อมาก

หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับคนแบบนี้มาเป็นเวลานาน เขาก็กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นคนแบบนี้ไป

เรื่องของความรู้สึก มันไม่สามารถบังคับกันได้

หลินหยูหยิบสัญญามาตรวจดู ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยพูด เย่เหลียนที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวก็เดินออกมาอย่างเงียบ ๆ

เนื่องจากความยาวของเสื้อเชิ้ตถึงแค่ต้นขา อีกทั้งกระดุมก็ติดเพียงแค่สองสามเม็ดเท่านั้น มันจึงเผยให้เห็นเนื้อหนังข้างในของเธอ

ผมของเธอยังเปียกอยู่ ทำให้เสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอนั้นเปียกเล็กน้อย เผยให้เห็นสิ่งที่น่าเย้ายวนใจที่เล็ดลอดออกมา

พอเหยาซีเยว่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจึงหันไปมอง แค่เห็นแวบเดียวเธอก็จำได้แล้วว่านี่คือเสื้อเชิ้ตของหลินหยู แล้วก็เป็นตัวที่เธอเลือกเองกับมือด้วย

ทันใดนั้นดวงตาของพวกเธอสองคนก็สบกัน คิ้วของเย่เหลียนโค้งลง เผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะออกมา นี่เป็นแค่การประกาศศักดาเท่านั้น

ตอนที่สายตาของหลินหยูกวาดมองมา เธอก็ซ่อนรอยยิ้มนั้นกลับไปแล้ว

“น้องซีเยว่ เจอกันครั้งแรกสินะ ฉันชื่อเย่เหลียนนะ”

เธอค่อย ๆ เดินไปนั่งลงข้างหลินหยู แล้วก็อิงซบไปที่ไหล่เขาอย่างอ่อนระทวยประหนึ่งไม่มีกระดูก จากนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “ได้ยินพี่หยูพูดถึงน้องซีเยว่อยู่บ่อย ๆ ในที่สุดก็ได้เจอสักทีนะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะ”

เหยาซีเยว่ลดสายตาลง ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

เมื่อเย่เหลียนเห็นเช่นนี้ เธอจึงผลักหลินหยู แล้วก็พูดอย่างออดอ้อนขึ้นมาว่า “เมื่อกี้นี้ฉันได้ยินพี่หยูบอกว่าจะมอบวิลล่าสามหลังให้กับน้องซีเยว่ พี่ก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันอยากได้วิลล่าติดทะเลสาบหลังนั้นน่ะ? ทำไมต้องให้หลังนั้นไปด้วยล่ะ พี่ไม่รักฉันแล้วเหรอ?”

หลินหยูมักจะเติมเต็มต่อคำขอของเย่เหลียนเสมอ เขาจึงพูดกับเหยาซีเยว่ว่า “ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่เหลียนเหลียนว่าแล้วกันนะ เดี๋ยวผมจะเลือกวิลล่าหลังอื่นให้คุณใหม่ก็แล้วกัน”

เหยาซีเยว่เงยหน้าขึ้น ตาใส ๆ ของเธอมองผ่านกรอบแว่นหนา ๆ ไปที่หลินหยู “คุณบอกว่าจะให้ฉันแล้วไม่ใช่เหรอ?”

เย่เหลียนพูดออดอ้อนขึ้นมาว่า “พี่หยู~”

สีหน้าของหลินหยูบ่งบอกว่าหมดความอดทนแล้ว “เหยาซีเยว่ คุณฟังภาษาคนไม่เข้าใจรึไง? ของพวกนี้ผมแค่ให้พิเศษกับคุณ ถ้าคุณไม่อยากได้ งั้นก็ไม้ต้องเอา”

ตอน 2

เย่เหลียนเอ่ยขึ้นว่า “น้องซีเยว่ ฉันอยากได้วิลล่าที่ติดทะเลสาบหลังนั้น เธอเลือกหลังอื่นไปสิ หลังนั้นฉันอยากเอาไว้ใช้เป็นห้องหอของฉันกับพี่หยูน่ะ”

เธอเอาตัวหมุดเข้าไปในอ้อมแขนของหลินหยูอย่างเขินอาย “ฉันจองเอาไว้หลายปีแล้วนะ”

เมื่อหลินหยูนึกถึงเรื่องในอดีต สีหน้าเขาก็ดูมีความสุขขึ้นมา

เมื่อเหยาซีเยว่ได้ยินเช่นนี้ เธอก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“เธอหัวเราะ?”

หลินหยูถามขึ้นมาด้วยความงุนงง

ผู้หญิงคนนี้แปลกคนจริง ๆ เขาพูดถึงขนาดนี้แล้ว เธอยังจะหัวเราะได้อยู่อีก

เย่เหลียนเบะปาก เธอซบอยู่กับตัวของหลินหยู คอเสื้อที่เปิดกว้างเผยให้เห็นผิวที่ขาวเนียนละเอียด เธอปัดผมขึ้นอย่างไม่แย่แส ทำให้ดึงดูดสายตาของหลินหยูได้สำเร็จ มือคู่หนึ่งยื่นออกมาโอบไหล่ของเธอเอาไว้

เหยาซีเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันหัวเราะเยาะที่ฉันโง่น่ะ”

เธอยกมือขึ้นไปหยิบแก้วน้ำของหลินหยู จากนั้นก็สาดไปที่ตัวของพวกเขาทั้งสองคน

จู่ ๆ ถูกน้ำอุ่นสาดใส่ พวกเขาทั้งสองแทบไม่อยากจะเชื่อ

หลินหยูโกรธมาก “เหยาซีเยว่ คุณบ้าไปแล้วรึไง? !”

เหยาซีเยว่ลุกขึ้นยืน เธอยืดหลังตรง “คุณชายหลินพูดคำไหนก็ต้องคำนั้นสิ จะให้ก็ให้ แต่ถ้าไม่ให้ก็ไม่เป็นไร”

เย่เหลียนมีหลินหยูคอยเอาอกเอาใจอยู่ ถ้าเป็นตอนปกติเธอคงอาละวาดขึ้นมาแล้ว เธอมักจะแสร้งทำตัวเป็นคนอ่อนแอโดนรังแกง่าย ซึ่งทำไปเพื่อต้องการดึงดูดความรักความเอ็นดูจากผู้ชายเท่านั้น

เธอยืนขึ้น และผลักเหยาซีเยว่อย่างแรง “ที่ฉันเรียกเธอว่าน้องซีเยว่ก็เพราะต้องการให้เกียรติเธอ เธอคิดว่าฉันเห็นเธอเป็นน้องสาวของฉันจริง ๆ เหรอ? เธอเป็นใครกัน? กล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับพี่หยู และฉัน?”

เธอหันกลับไปซบลงในอ้อมแขนของหลินหยู “พี่หยู เหยาซีเยว่จะทำเกินไปแล้วนะ พี่ต้องสั่งสอนเธอบ้างนะคะ”

เธอเงยหน้าขึ้น มองหลินหยูอย่างน่าสงสาร “ผมและเสื้อผ้าของฉันเปียกไปหมดแล้วเนี่ย”

เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกชื้นแนบไปกับผิวของเธอ เผยให้เห็นถึงส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงามของเธออย่างชัดเจน

เหยาซีเยว่มองดูทั้งสองคนตาแข็ง ราวกับกำลังดูตัวตลกอยู่อย่างไรอย่างนั้น

“ฉันไม่ได้ขอวิลล่า และทรัพย์สินเหล่านั้นสักหน่อย ครอบครัวของคุณชายหลินร่ำรวยมหาศาล แม้แต่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ยังคิดมาก ฉันไม่คู่ควรที่จะได้รับหรอก”

เห็นได้ชัดว่าเป็นน้ำเสียงที่ดูหมิ่นตัวเอง คำพูดที่พูดออกมาก็นุ่มนวล ไม่ก้าวร้าวใด ๆ แต่ทันใดนั้นหลินหยูกลับรู้สึกขึ้นมาว่าความแข็งแกร่งของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคนนี้จู่ ๆ ก็เปลี่ยนไป

เขากัดฟัน เช็ดน้ำออกจากใบหน้า และหันไปพูดกับเย่เหลียนว่า “ผมยังมีวิลล่าอีกเยอะ ถึงเวลานั้นคุณค่อยไปเลือกเอาก็แล้วกัน ชอบหลังไหน ผมจะโอนให้คุณทันที”

ทว่าเย่เหลียนกลับยังคงไม่พอใจเหยาซีเยว่อยู่ นอกจากพี่หยูที่กล้าดุเธอแล้ว ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิบัติต่อเธอแบบนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงคนนี้ยังเป็นอดีตภรรยาที่พี่หยูไม่ชอบอีกด้วย

เธอโกรธมากจึงยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่เหยาซีเยว่และพูดว่า “ฉันถามเธอว่า เธอจะให้หรือไม่ให้?”

เหยาซีเยว่ปฏิเสธออกไปตรง ๆ ว่า “ไม่ให้”

“เพี๊ยะ——!”

ฝ่ามือของเธอปะทะไปที่ใบหน้าของเหยาซีเยว่อย่างแรง

“เธออย่าหน้าด้านนักเลย เธอเป็นใครมาจากไหนกัน พอไม่มีความรักของพี่หยูแล้ว ถ้ากลับไปที่ตระกูลเหยาเธอก็ต้องถูกทรมานอยู่ดี! เธอมันก็แค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งเท่านั้น!”

สายตาของหลินหยูมืดมนขึ้นมาครู่หนึ่ง จากนั้นก็สงบลง เขาพูดขึ้นมาอย่างเฉยชาว่า “เหลียนเหลียน อย่าไปอารมณ์เสียกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องเลย”

เหยาซีเยว่เอามือกุมหน้าตัวเองไว้ ใบหน้าที่โดนตบร้อนผ่าวไปหมด เธอเอาปลายลิ้นไปดันตรงนั้น ลองลิ้มรสคาว ๆ ของเลือด แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้นมองไปที่เย่เหลียน “ไม่มีคนสั่งสอน.....”

เย่เหลียนถลาเข้าไปในอ้อมแขนของหลินหยู แล้วก็พูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันมีพี่หยู เธอนั่นแหละที่ไม่มีอะไรเลย เธอมันก็แค่สุนัขที่ถูกเจ้าของขับไล่ออกไป...... อร๊าย! เหยาซีเยว่!”

“เพล้ง!”

เหยาซีเยว่เขวี้ยงแจกันบนโต๊ะออกไป ทำให้เครื่องลายครามนั้นไปกระแทกกับพื้นกระเบื้องข้างโซฟา เสียงแตกของมันดังชัดเป็นพิเศษ

“เสียงหมาเห่านี่มันน่ารำคาญจริง ๆ”

เธอเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วก็ดึงผมของเย่เหลียนเพื่อจับหน้าเย่เหลียนให้เงยหน้าขึ้น จากนั้นก็ตบกลับไปอย่างแรง

เย่เหลียนกรีดร้องขึ้นมา “พี่หยู!! !”

หลินหยูพยายามระงับความโกรธเอาไว้ พฤติกรรมของเหยาซีเยว่ในวันนี้ได้เลยขีดจำกัดความบ้าคลั่งของเขาไปเลย

เหยาซีเยว่ปล่อยมือออก แล้วก็ถอยหลังไปหลายก้าว จากนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างชิว ๆ ว่า “ฉันไม่รบกวนพวกคุณทั้งสองคนแล้วล่ะ ขอให้พวกคุณรักกันตลอดไป มีลูกชายเร็ว ๆ อยู่ด้วยกันไปจนตาย”

ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเย่เหลียน เธอก็เดินออกไปจากบ้านของตระกูลหลิน

จนกระทั่งประตูถูกปิดลงด้วยเสียงดังก้อง เย่เหลียนก็ยังคงโกรธอยู่ เธอตะโกนอย่างสะอึกสะอื้นใส่หลินหยูว่า “พี่หยู พี่ดูเหยาซีเยว่สิ จู่ ๆ ก็มาสาดน้ำใส่พวกเรา แล้วก็ยังมาตบฉันอีก พี่ไปจับเธอกลับมา และสั่งสอนเธอให้หลาบจำเลยนะ.......”

“ไม่ต้องพูดแล้ว”

หลินหยูใช้นิ้วบีบระหว่างตา และพูดขึ้นมาว่า “ในเมื่อหย่ากันไปแล้ว ทำไมต้องไปยุ่งเกี่ยวกันอีกด้วยล่ะ เหลียนเหลียน ถ้าคุณอยากได้อะไรผมจะให้ทุกอย่าง แต่คุณหยุดโวยวายสักทีได้ไหม?”

เย่เหลียนเบะปาก และเข้าไปซุกตัวในอ้อมแขนของหลินหยู “ไม่ชอบท่าทีของเหยาซีเยว่ที่มีต่อพี่หยูนี่ ปกติพี่บอกว่าเธอเป็นคนเชื่อฟังมากเลยไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่เห็นว่าจะเป็นอย่างนั้นเลย พี่ดูเธอสิ เธอดุจะตายไป”

เมื่อหลินหยูได้ยินเช่นนี้ จู่ ๆ เขาก็นึกถึงท่าทางตอนที่เมื่อกี้นี้เหยาซีเยว่หยิบแก้วน้ำสาดใส่พวกเขาทั้งสองคนขึ้นมา ไหนจะท่าทางที่ดูดุร้ายตอนที่เธอตบหน้าเย่เหลียนอีก ท่าทางแบบนั้น เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย เขาเหมือน ไม่เคยเห็นธาตุแท้จริง ๆ ของภรรยาเขาคนนี้มาก่อนเลย.....

ภาพจำเดียวที่เขามีต่อเหยาซีเยว่ก็คือ เธอเชื่อฟังมาก

ตอนที่เหยาซีเยว่เพิ่งก้าวออกจากลานบ้าน รถเก๋งสีดำคันหนึ่งที่จอดอยู่ประตูก่อนหน้านี้แล้ว จู่ ๆ คนขับก็พูดขึ้นมาด้วยความเคารพว่า “คุณนายน้อย คุณหญิงท่านต้องการพบคุณครับ”

ตอนนั้นเหยาซีเยว่ไม่ได้คิดเอาไว้ว่าเธอจะไปไหน หลังจากได้ยินเช่นนี้ เธอก็ขึ้นรถไปโดยไม่ลังเลใจเลยสักนิด

รถค่อย ๆ มาจอดลงที่หน้าวิลล่าหลังหนึ่ง ที่นี่คือวิลล่าตระกูลหลิน คุณปู่ และคุณย่าของหลินหยูล้วนอาศัยอยู่ที่นี่

“คุณนายน้อย...”

พ่อบ้านมองไปที่เธอที่กำลังจิตใจฟุ้งซ่าน และเอ่ยทักทายขึ้นมา จากนั้นก็พาเธอเข้าไปข้างใน

ระหว่างทาง เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดออกไป

“คุณหญิงท่านพูดถึงคุณอยู่ตลอดเลยนะครับ บอกว่านานมากแล้วที่คุณไม่ได้มาที่นี่ จะได้ถือโอกาสตอนที่ยังไม่ได้ทานอาหารเย็น พูดคุยเป็นเพื่อนคุณหญิงท่านไปด้วยเลย”

เหยาซีเยว่ลดสายตาลง เธอไม่ได้ตอบรับแต่อย่างใด

วันนี้ที่คุณย่าต้องการพบเธอ เกรงว่าจะต้องการพูดโน้มน้าวเธอเสียมากกว่า

ในวิลล่าหลังใหญ่ปกติแล้วจะไม่มีคนอยู่จนมันอ้างว้างอย่างมาก มีเพียงแค่สามีภรรยาสูงอายุสองคนเท่านั้นที่อาศัยอยู่ที่นี่ ทันทีที่เธอเข้าไป คุณย่าที่นั่งอยู่บนโซฟาเมื่อเห็นเธอก็ทักทายเธออย่างอบอุ่นทันที “เยว่เยว่ มานี่สิ มานั่งตรงนี้”

เหยาซีเยว่พยายามเก็บอารมณ์ แล้วก็เดินไปนั่งด้วยรอยยิ้ม

ย่าหลินจับมือเหยาซีเยว่และพูดขึ้นมาว่า “เธอก็ใจร้ายเหมือนกันนะ นานมากแล้วนะที่เธอไม่ได้มาหาย่าเลย แล้วความสัมพันธ์กับหลินหยูเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

แอบลองเชิงงั้นเหรอ? เธอไม่เชื่อหรอกว่า ข่าวการกลับประเทศมาของเย่เหลียนจะสามารถปิดปกไม่ให้คุณย่ารู้ได้

เธอพูดอย่างเฉยชาว่า “หลินหยูบอกว่าฉันอยากกอดตำแหน่งคุณนายหลินเอาไว้ ฉันเพิ่งเซ็นชื่อในข้อตกลงหย่าร้างไปค่ะ จะได้มีที่ว่างสำหรับเย่เหลียน”

ย่าหลินทำเสียงหึขึ้นมาอย่างเย็นชา “เย่เหลียนเป็นใครกัน? ตอนนั้นก็เพราะเธอ หลินหยูถึงได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ แล้วนี่เธอยังจะมีหน้ากลับมายุ่งกับหลินหยูอีกเหรอ? เยว่เยว่เธอไม่ต้องกังวลนะ ย่าอยู่ข้างเธออยู่แล้ว เธอไม่หย่ากับหลินหยูได้ไหม?”

ท่าทางกังวลของเธอ ทำให้เหยาซีเยว่รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย

แต่เธอพยายามทำให้หลินหยูรักมาเป็นเวลาสองปีแล้ว เธอยังไม่สามารถกุมหัวใจของเขาเอาไว้ได้เลย

“หย่าเหรอ? หย่าไปก็ดีแล้วล่ะ!”

แม่หลินที่เพิ่งจะเข้ามาเอ่ยขึ้นมา เธอแต่งตัวหรูหรา เดินส่ายฉับ ๆ เข้ามา แลดูมีออร่า

เมื่อย่าหลินเห็นท่าทางเช่นนี้ของเธอ ย่าหลินก็โมโหขึ้นมาทันที “เดินให้มันดี ๆ ไม่ได้รึไง ทำไมต้องบิดเอวแอ่นก้นขนาดนั้นด้วย? ดูเสื่อมสิ้นดี”

แม่หลินที่ถูกทำให้เสียหน้ารู้สึกประหม่า เธอมองไปที่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ คุณย่า แล้วก็ทำเสียงหึขึ้นมาอย่างเย็นชา

“ตอนแรกคนที่จองไว้ให้หลินหยูคือเหยาซวงลูกสาวคนโตของตระกูลเหยา แต่ใครจะไปรู้ว่าเธอจะไร้ยางอายถึงขนาดไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นจนตั้งท้องขึ้นมา แล้วก็ส่งลูกสาวคนที่สองมาแต่งงานแทนซะอย่างนั้น เหอะ ฉันอยู่ในกลอเฟียมาก็นานหลายปี ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลยว่าตระกูลเหยามีลูกสาวอีกคนด้วย ไม่รู้ว่าไปลูกนอกคอกมาจากที่ไหน แล้วจู่ ๆ ก็มาครอบครองตำแหน่งคุณนายหลินไปถึงสองปี สองปีที่ผ่านมานี้ เธอคงได้รับความรุ่งโรจน์ และความมั่งคั่งไปเพียงพอแล้วสินะ?”

ตอน 3

เหยาซีเยว่จับมือคุณย่าเอาไว้ ราวกับว่าเธอไม่ได้ยินสิ่งที่แม่หลินพูด แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “คุณย่าไออยู่รึเปล่าคะ? เดี๋ยวฉันไปตุ๋นซุปลูกแพร์มาให้คุณย่าสักถ้วยดีกว่า ดื่มแล้วจะได้ดีขึ้นมาหน่อย”

ย่าหลินชอบหลานสะใภ้ที่เชื่อฟังและรู้จักววางตัวคนนี้มากที่สุด เธอจึงพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ขอบใจนะเยว่เยว่ ฉันก็อายุเยอะแล้ว ร่างกายก็เลยเจ็บป่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีเธอคอยห่วงใย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีใครมาคอยเป็นห่วงคนแก่อย่างฉันอีกรึเปล่า?”

แม่หลินที่ถูกเพิกเฉยทำหน้าขึงขังขึ้นมาทันที เธอพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเซ็นชื่อในข้อตกลงการหย่าไปแล้ว เธอก็ไม่ต้องมาทำตัวเสแสร้งอะไรอีก เธอคิดว่าการที่เธอคอยประจบประแจงคุณย่า จะทำให้เธอยังเป็นคุณนายตระกูลหลินได้อยู่อีกงั้นเหรอ?”

เหยาซีเยว่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ย่าหลินก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “ตั้งแต่เยว่เยว่แต่งงานเข้ามาในตระกูลหลินก็ขยันขันแข็งมาตลอด เยว่เยว่ดูแลหลินหยูที่ป่วยอยู่บนเตียงได้ดีแค่ไหน เธอไม่เห็นเลยเหรอ? นอกจากเยว่เยว่จะดีกับหลินหยูแล้ว เยว่เยว่เคยทำอะไรไม่ดีกับเธอหรือฉันไว้รึไง? ทำไม หลังจากได้รับการปรนนิบัติดูแลมาสองปี ก็จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทำเป็นไม่รู้จักซะแล้วเหรอ?”

“คุณแม่! เหยาซีเยว่เป็นแค่คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง ทำไมคุณแม่ต้องออกหน้าพูดแทนเธอด้วยล่ะคะ?”

แม่หลินถลึงตาใส่เหยาซีเยว่อย่างดุเดือด “ฉันพูดผิดตรงไหนเหรอ? คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ มีสิทธิ์อะไรมาเป็นคุณนายตระกูลหลิน? ตอนนั้นหากคุณแม่กับคุณพ่อไม่ยืนกรานที่จะปกป้องเธอ แต่งเธอเข้ามา เป็นตายร้ายดียังไงฉันก็จะไม่ยอมให้เธอได้เข้ามาในตระกูลหลินเด็ดขาด เธอเข้ามาเสพสุขกับความมั่งคั่งของตระกูลหลิน เธอก็ควรจะต้องดูแลหลินหยูให้ดี ๆ อยู่แล้วไม่ใช่หรือไงคะ? อีกอย่าง เธอแต่งงานได้สองปีแล้ว แต่ก็ไม่เห็นจะตั้งท้องสักที แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ ใครจะไปอยากได้กัน? ฉันคิดว่าหลินหยูก็คงจะหย่ากับเธอเพราะเหตุผลนี้นั่นแหละค่ะ”

ใบหน้าของย่าหลินเคร่งขรึมมากขึ้นเรื่อย ๆ “นี่เธอพูดบ้าอะไร?”

แม่หลินตกใจจนรีบหดคอทันที แต่ก็ยังพูดเสียงแข็งว่า “ที่ฉันพูดคือเรื่องจริงทั้งนั้น ก็ดีเหมือนกันที่ยังไม่มีลูก ไม่งั้นหากหย่าไปแล้วคงจะวุ่นวายน่าดู มีเธอเป็นแม่แบบนี้ ลูกที่คลอดออกมาไม่รู้เลยว่าจะเป็นยังไงบ้าง”

คำพูดเหล่านี้หยาบคายมาก สีหน้าของย่าหลินตอนนี้จึงบึ้งตึงขั้นสุด เธอจับมือของเหยาซีเยว่ไปและพูดว่า “เยว่เยว่ อย่าใส่ใจคำพูดของแม่สามีเธอเลยนะ เธอก็เป็นคนปากร้ายแบบนี้แหละ ฟังที่ย่าบอกเถอะนะ อย่าบุ่มบ่ามตัดสินใจเลย เข้าใจไหม? หลานสะใภ้ของตระกูลหลินของฉัน มีแค่เธอคนเดียว หากมีฉันกับคุณปู่อยู่ เธอไม่ต้องกังวลท่าทีของหลินหยู หนุ่มสาวอย่างพวกเธอ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันดี ๆ ”

แม่หลินเบิกตากว้าง แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยความเกลียดชังว่า “คุณแม่ เหยาซีเยว่ทำของอะไรใส่คุณแม่คะเนี่ย? ทำไมคุณแม่กับคุณพ่อถึงได้ปกป้องเธอตลอดเลยล่ะ? ! เหยาซีเยว่ เธอกับหลินหยูไม่มีทางที่จะไปด้วยกันได้หรอก เธอควรจะสำเหนียกตัวเองและออกไปเองจะดีกว่านะ”

เหยาซีเยว่เงยหน้าขึ้นมองย่าหลิน ดวงตาคู่นั้นของเธอเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา

ย่าหลินพูดอย่างใจเย็นว่า “ตัวตนของเยว่เยว่จะเป็นยังไงมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอสักหน่อย ฉันเคยบอกแล้วไงว่าเยว่เยว่คือคนที่ฉันจะคอยปกป้อง หากเธอจะตะโกนโวกเวกโวยวายใส่ฉันที่นี่อีก เธอก็ไสหัวออกไปซะ!”

หลังจากพูดคำที่รุนแรงเหล่านี้ออกไปแล้ว สีหน้าของแม่หลินทั้งดำทั้งแดง เธอกัดปากด้วยความโกรธ และไม่ได้พูดอะไรอีก

ย่าหลินหันไปมองเหยาซีเยว่และถามว่า “เยว่เยว่ เธอคิดยังไงบ้าง?”

เหยาซีเยว่เงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม เธอพูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า “คุณย่า วันนี้ฉันเห็นกับตาตัวเองว่าเย่เหลียนกับอาหยูกำลังเล่นมีความสัมพันธ์กันอยู่บนเตียงในห้องหอของเรา...... ไหนจะท่าทีของอาหยูอีก มันทำให้ฉันเข้าใจแล้วว่า คงไม่จำเป็นต้องรักษาการแต่งงานครั้งนี้ต่อไปแล้วล่ะค่ะ”

ใบหน้าของย่าหลินซีดเผือดขึ้นมาทันที ริ้วรอยบนใบหน้าของเธอก็สั่นไปด้วย “เป็น เป็นเพราะหลินหยูทำผิดต่อเธอนี่เอง”

ย่าหลินจับมือทั้งสองข้างของเหยาซีเยว่เอาไว้แน่นพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เธอคงทุกข์ทรมานมากเลยสินะ”

เหยาซีเยว่ไม่ตอบ ในห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง

วินาทีต่อมา เสียงแหลม ๆ ของแม่หลินก็ดังก้องไปทั่วห้องนั่งเล่น “นังสารเลวเย่เหลียนกลับมาแล้วเหรอ? คุณแม่ ฉันขอตัวก่อนนะคะ ฉันต้องไปจัดการนั่งสารเลวนั่นสักหน่อยแล้ว”

เธอรีบหยิบกระเป๋าและเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างร้อนรน จากนั้นก็หายออกไปจากที่นี่ทันที

เหยาซีเยว่เช็ดน้ำตา และพูดด้วยรอยยิ้มโล่งใจ “คุณย่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ”

ย่าหลินถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว งั้นย่าคงไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้แล้วล่ะ เยว่เยว่ต่อไปถ้าเธอมีเวลาว่างเธอต้องมาเยี่ยมย่าบ้างนะ มาพูดคุยเป็นเพื่อนย่า แค่นี้ย่าก็พอใจแล้วล่ะ”

เมื่อพูดถึงตอนสุดท้าย ตาทั้งสองข้างก็เรื่องมีน้ำตาคลอขึ้นมา เธอชอบหลานสะใภ้อย่างเหยาซีเยว่มาก ถ้าตอนนั้นไม่ใช่เหยาซีเยว่ที่แต่งงานเข้ามา จนถึงตอนนี้แล้วหลินหยูอาจจะยังไม่ฟื้นก็ได้

เหยาซีเยว่เช็ดน้ำตาให้คุณย่า หลายปีที่ผ่านมา เธอได้เห็นท่าทีของทุกคน และเรื่องราวต่าง ๆ แล้ว เธอพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยนว่า “ฉันต้องมาอยู่แล้วค่ะ แล้วเจอกันนะคะคุณย่า คุณย่าต้องอย่าลืมให้คนในครัวทำซุปลูกแพร์ด้วยนะคะ”

เธอเดินไปอย่างหนักแน่น ทำให้เธอไม่เห็นถึงความมุ่งมั่นในสายตาของคุณย่า

ย่าหลินเช็ดน้ำตาที่เหลือจากหางตาเบา ๆ แล้วก็สั่งพ่อบ้านขึ้นมาว่า “พรุ่งนี้ตอนเที่ยง เรียกพวกหลินหยูให้กลับมาที่บ้านหลังเก่าด้วย”

พ่อบ้านตอบรับว่า “ครับ”

เมื่อเหยาซีเยว่เดินออกจากวิลล่าตระกูลหลินไป คนขับรถของตระกูลหลินก็ขับรถออกมารับเธอ

“คุณนาย คุณจะไปไหนครับ?”

น้ำเสียงของคนขับยังคงให้ความเคารพ แล้วก็ยังปฏิบัติต่อเธอเหมือนเป็นนายหญิงของตระกูลหลินเช่นเคย

แต่หลังจากวันนี้ไป นายหญิงของตระกูลหลินจะไม่ใช่เธออีกแล้ว

เธอลดสายตาลง เปิดโทรศัพท์ แล้วข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา

หมี่เหยียน:【นางฟ้าเยว่ คืนนี้มีเวลาว่างให้เกียรติมาที่กลามอร์คลับรึเปล่า? ได้ยินว่าเย่เหลียนกลับมาแล้วนี่ แถมตอนเย็นเจ้าโง่หลินหยูนั่นจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้เธอด้วย มีหลายคนจะไปด้วยนะ เราก็ไป ไปทำให้หญิงร้ายชายเลวคู่นั้นตกใจตายไปเลย 】

เหยาซีเยว่:【ไปสิ! 】

หมี่เหยียน: 【ห่ะ? 】

เหยาซีเยว่:【ฉันหย่าแล้ว ตอนนี้โสด 】

แชทเงียบไปหนึ่งวินาที จากนั้นหน้าจอก็เต็มไปด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์ ซึ่งเพียงพอที่จะแสดงความตื่นเต้นของหมี่เหยียนได้อย่างชัดเจน

หมี่เหยียน:【นางฟ้าเยว่ เธออยู่ไหน? เดี๋ยวฉันไปรับเธอตอนนี้เลย! เธอนับถอยหลังถึงสิบ แล้วฉันจะไปถึงทันที! 】

เหยาซีเยว่รู้สึกตลกมาก เธอส่งโลเคชั่นไป จากนั้นก็พูดกับคนขับว่า “ไปที่อาคาร ฮังเย่ว”

อาคาร ฮังเย่วเป็นห้างสรรพสินค้าหรูหราที่มีชื่อเสียงในกลอเฟีย ด้านในจะมีแบรนด์หรูระดับไฮเอนด์จากทั่วทุกมุมโลก

เมื่อเหยาซีเยว่ปรากฏตัวก็มีคนเข้ามาต้อนรับเธอทันที

“โนเอล มาแล้วเหรอ มาส่งแบบร่างการออกแบบให้ผมใช่ไหม?”

ในห้องแต่งตัวที่หรูหรา มีชุดที่สวยหรูระดับไฮเอนด์มากมายแขวนอยู่เต็มไปหมด เพชรบนเสื้อผ้าที่โดยแสงไฟสะท้อนเปล่งประกายแวววับขึ้นมา

เอลวาดีไซเนอร์ระดับไฮเอนด์จากอโซเดนซ์เดินไปควงแขนเหยาซีเยว่ และพูดด้วยน้ำเสียงโอวอร์ว่า “โอ๊ย ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณอยู่ในสภาพนี้ หัวใจของผมมันปวดร้าวทุกทีเลย หน้าตาคุณสะสวยขนาดนี้ ทำไมคุณต้องปกปิดมันเอาไว้ด้วยล่ะ คุณคือสาวงามที่สวยที่สุดเลยนะ ควรจะเปิดเผยให้คนได้ชื่นชมสิถึงจะถูก”

เหยาซีเยว่กระพริบตาปริบ ๆ และพูดขึ้นว่า “ใช่ เอลวา คุณพูดถูก งั้นคุณช่วยฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองหน่อยได้ไหม?”

เอลวากำลังจะโน้มน้าวต่อ แต่แล้วเมื่อได้ยินคำพูดของเหยาซีเยว่ เขาก็ตกตะลึงไปเลย “โนเอล นี่คุณอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วเหรอ? พระเจ้า การมาหาผมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณอย่างแน่นอน”

เขาเพิกเฉยต่อเรื่องการออกแบบไปเลย แล้วจับเหยาซีเยว่ไปนั่งบนเก้าอี้แต่งหน้า จากนั้นก็พูดกำชับขึ้นมาว่า “โนเอล คุณนั่งตรงนี้แหละ ผมจะทำให้คุณมีลุคใหม่ขึ้นมาเอง”

เขามองดูเสื้อผ้าบนตัวเธอ และผมที่กระเซอะกระเซิงไปหมด จากนั้นก็หยิบแปรงแต่งหน้าออกมาด้วยความตื่นเต้น

เมื่อหมี่เหยียนมาถึง เหยาซีเยว่ยังคงแต่งหน้าอยู่

เธอกับเอลวารู้จักกัน หลังจากทักทายกันเสร็จเธอก็ไปนั่งบนเก้าอี้แต่งหน้าข้าง ๆ แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างสนอกสนใจ

“ขอแสดงความยินดีกับการกลับมาอย่างเป็นทางการของนางฟ้าเยว่ หมี่เหยียนแฟนคลับตัวยงของคุณพร้อมที่จะรับฟังคำสั่งคุณตลอดเวลาค่ะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED