2. รอยเปื้อนบนผ้าปู
ท้ายที่สุดก็ทนเสียงรบเร้าและน้ำตาของน้องสาวไม่ไหว เขียนฝันได้ทำตามข้อเสนอของเขียนฟ้า สลับตัวกันแล้วสวมรอยเป็นเจ้าสาวแทน งานแต่งเมื่อวานผ่านไปอย่างราบรื่นดี เธอไม่ถูกดเต็มดวงผู้เป็นแม่จับได้ และเจ้าบ่าวของเธอก็ยังมองไม่ออก พอนึกถึงคืนเข้าหอที่เพิ่งผ่านมาพวงแก้มสองข้างก็แดงระเรื่อ ส่วนหนึ่งที่เขียนฝันตอบตกลงอาจเป็นเพราะมีใจให้อินทัชแต่แรก ครั้งแรกที่เจอกันอินทัชมาที่บ้าน เขียนฝันได้แต่หลบซ่อนตัวแอบมองอินทัชจากที่ไกล ๆ พอรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่เต็มดวงหมายมั่นอยากให้แต่งกับเขียนฟ้า เขียนฝันจึงพยายามตัดใจและแสดงความยินดีกับน้องสาว จนในที่สุดเขียนฟ้าและอินทัชก็ได้หมั้นหมายกันโดยมีเต็มดวงเป็นคนจัดการทุกอย่าง
อินทัชตกหลุมรักเขียนฟ้าแต่แรกเจอ เมื่อใดที่มาบ้านเต็มดวงเขาเคยเห็นเขียนฝันบ้างเป็นบางครั้ง แต่ส่วนมากเธอมักจะเข้าไปหลบในห้องไม่ออกมาให้เจอ ทำตัวลึกลับขี้อายและมักจะเงียบขรึมอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เขียนฝันยังงงว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงหรือฝัน สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับจุดสีแดงบนผ้าปูที่นอน ดวงตาของเธอเบิกโตกว่าเดิมเล็กน้อย แต่คิดไม่ออกว่าเมื่อคืนได้ผ่านการมีครั้งแรกกับเขาแล้วหรือยัง จึงรีบลุกขึ้นพร้อมจัดการดึงผ้าปูออกเพื่อจะเปลี่ยนผืนใหม่
"ให้แม่บ้านมาทำให้ก็ได้นะ"
อินทัชที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำพูดขึ้นแล้วเดินมาโอบกอดภรรยาจากทางด้านหลัง เขียนฝันสะดุ้งตกใจพยายามจะถอยห่าง แต่ถูกมือแกร่งคว้าเอวบางไว้
"เป็นอะไร ตกใจผมเหรอ"
"ปะ เปล่าค่ะ ฟ้าจะเอาผ้าปูที่นอนไปซัก ซักเองจะดีกว่าค่ะ อีกอย่างรอยนี้มันก็น่าอายด้วย"
"น่าอาย ? น่าอายตรงไหน"
"เอ่อ..."
เธอหน้าแดงเป็นลูกตำลึง พยายามบ่ายเบี่ยงเพื่อให้ตนเองได้หลุดจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย
"รอยเลือดบนผ้าปูที่นอนมันน่าอายค่ะ ปล่อยฟ้าก่อนเถอะค่ะ ฟ้าจะได้เอาไปซัก"
"อ๋อ เมื่อคืนนี้ผมไม่ทันระวังเผลอทำใบมีดโกนหนวดบาดมือ แล้วยังซุ่มซ่ามทำเลอะที่นอนอีก"
"มะ...มีดโกนบาดมือ"
"อื้ม รอยบนที่นอนนั่นเลือดผมเอง"
เขียนฝันชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นยิ้มออกมาอาย ๆ หมุนตัวเข้าหาอีกคน รีบคว้ามือหนามาตรวจสอบบาดแผล พบว่าอินทัชใช้พลาสเตอร์ยาปิดแผลไว้เรียบร้อยแล้ว
"บาดลึกไหมคะ คุณหนึ่งเจ็บมากมั้ย"
"ก็ไม่เท่าไร"
"ค่อยโล่งอกไปทีฟ้านึกว่ารอยนั่นเป็น"
เธอพูดแล้วก็อายปาก จึงหยุดไว้เท่านั้นไม่พูดต่อ แต่อินทัชมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเขียนฝันกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว เขาอมยิ้มโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเธอเบา ๆ เธอจึงฝืนตัวออกเล็กน้อยเพราะไม่คุ้นชิน เขาดูอ่อนโยนและอบอุ่นมาก แต่น่าเสียดายตรงที่คนที่เขาอยากอ่อนโยนด้วยคือเขียนฟ้าไม่ใช่เธอ
"เมื่อคืนนี้ไม่มีอะไรหรอก ผมเห็นคุณอาบน้ำเสร็จก็หลับไปเลย คุณคงจะเหนื่อยมากก็เลยปล่อยให้คุณนอน"
ไม่อยากเชื่อว่ายังมีสุภาพบุรุษหลงเหลืออยู่บนโลกอยู่อีก หญิงสาวยิ้มแห้ง ๆ แล้วผละตัวออก จากนั้นเดินไปหยิบเอาผ้าปูที่นอนมาถือเอาไว้
"ค่ะ เหนื่อยมาก ขอบคุณนะคะที่ไม่ปลุก"
พูดเพียงเท่านั้นเขียนฝันก็เดินลงมาชั้นล่าง เห็นป้าอิ่มกำลังจัดเตรียมอาหารเช้า ปกติป้าอิ่มจะมาแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมอาหารให้อินทัชทุกวัน ที่อยู่อาศัยของป้าอิ่มเป็นห้องพักสำหรับคนงานที่อินทัชสร้างแยกไว้ อยู่ในละแวกไม่ไกลจากนี้ พอทำงานทุกอย่างเสร็จสิ้นป้าอิ่มก็จะกลับไปทันที
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณฟ้า ป้าเตรียมอาหารเช้าไว้แล้ว คุณฟ้าจะทานเลยไหมคะ"
"ยังค่ะ ขอบคุณนะคะป้า"
"นั่นจะเอาผ้าปูที่นอนไปไหนคะ"
ป้าอิ่มมองผ้าปูที่นอนในมือหญิงสาวแล้วยิ้ม พลอยทำให้อีกคนเขินจนหน้าแดงไปด้วย
"ให้ป้าเอาไปซักให้มั้ยคะ ไม่ต้องเขินหรอกค่ะ ครั้งแรกส่วนมากเป็นกันแบบนี้ทุกคน"
"ไม่ใช่นะคะป้า ไม่ใช่อย่างที่ป้าคิด"
เขียนฝันส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างที่ป้าอิ่มคิดเลยสักนิด
"เอาไปซักเถอะครับป้า"
อินทัชเดินลงมาจากบันได มาทันได้ยินประโยคสนทนาของคนทั้งคู่พอดี
"ค่ะ ส่งมาค่ะป้าจัดการเอง เห็นแล้วก็นึกถึงตัวเองสมัยสาว ๆ ตอนนั้นป้าอายหน้าแดงยิ่งกว่าคุณฟ้าอีกนะคะ"
"พอ ๆ เลยป้า ไปแซวเมียผมแบบนี้ เดี๋ยวคุณฟ้าก็ไม่กล้าทานข้าวเช้ากันพอดี"
นอกจากไม่ปฏิเสธว่ารอยที่เปื้อนบนผ้าเกิดจากฝีมือตัวเอง อินทัชยังแกล้งให้ป้าอิ่มแซวเขียนฝันหนักกว่าเดิมอีก แบบนี้เท่ากับว่าจงใจให้คนอื่นเข้าใจผิดชัด ๆ ป้าอิ่มได้ผ้าไปแล้วก็เดินจากไป ปล่อยให้คู่สามีข้าวใหม่ปลามันคุยกันต่อ
"หิวรึยังครับ"
"ไม่ค่ะ ฟ้าว่าจะไปอาบน้ำก่อน ถ้าคุณหิวก็ทานได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอ"
บอกเพียงเท่านั้นเขียนฝันก็เดินขึ้นไปข้างบนจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เธอแต่งตัวชุดใหม่ดูทะมัดทะแมงขึ้นกว่าเดิม เดินลงมาข้างล่างเห็นอินทัชยังรออยู่ที่โต๊ะอาหาร
3. ไม่ดื่มกาแฟ
บนโต๊ะอาหารมีขนมปังโฮลวีท ไข่ดาว และกาแฟวางอยู่ เขียนฝันนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับอินทัช เธอยิ้มให้เขาเล็กน้อยจากนั้นหยิบกาแฟขึ้นจิบ
"นี่คุณดื่มกาแฟด้วยเหรอ"
"เอ่อ"
"ป้าอิ่มแกไม่รู้ว่าคุณไม่ดื่มก็เลยจัดไว้ให้น่ะ ปกติคุณไม่ดื่มกาแฟไม่ใช่เหรอ"
เขาพูดพร้อมทำหน้าแปลกใจ ถูกของอินทัช ปกติเขียนฟ้าไม่ดื่มกาแฟ ครั้งนี้ทำไมถึงหยิบแก้วกาแฟเข้าปากก่อนอย่างอื่น เขาถึงได้เอ่ยถามเพราะไม่เคยรู้มาก่อน
"ฟ้า...เอ่อ...ยังง่วงอยู่เลยค่ะ เลยอยากลองดื่มดูบ้าง"
"อ๋อ ครับ"
"คุณหนึ่งไม่ออกไปไหนเหรอคะวันนี้"
"เพิ่งแต่งงานได้วันเดียวอยากไล่ผมไปทำงานซะแล้ว"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ ฟ้าแค่อยากถามดู เผื่อฟ้าจะช่วยงานอะไรคุณหนึ่งได้บ้าง"
"ถ้าจะไปก็มีอยู่ที่เดียวหลัก ๆ คือโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ที่นั่นมีแต่ฝุ่นขี้เลื่อย อีกอย่างเสียงก็ดังมากด้วย ผมว่าอย่าไปเลยดีกว่า"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฟ้าอยากไป"
ว่าแล้วเขียนฝันก็ลุกเก็บจานทั้งของตัวเองและของสามี จากนั้นเดินตามกันขึ้นรถไปโรงงานเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านมากนัก ขับรถไปใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง อินทัชพาเขียนฝันไปแนะนำให้คนงานรู้จักในนามของเขียนฟ้า ซึ่งในตอนนั้นเขียนฝันก็รู้สึกละอายใจอยู่บ้าง แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อเลือกโกหกแล้วก็ต้องโกหกไปให้สุด หากกลับลำเรือเอาตอนนี้มีแต่เสียหายกันทุกฝ่าย
ขณะที่กำลังเดินดูโรงงานอย่างตื่นตาตื่นใจ เต็มดวงโทร.มาพอดี เขียนฝันรับสายใจเต้นตุบ ๆ กลัวว่าแม่จะจับได้ ดีที่ยังเฉลียวใจสลับเบอร์โทร.กับเขียนฟ้าไว้จึงทำให้เต็มดวงไม่สงสัยอะไร
"ค่ะแม่"
เขียนฝันพยายามทำน้ำเสียงให้เหมือนกับตอนที่เขียนฟ้าคุยกับแม่ เต็มดวงเมื่อได้ยินเสียงรับสายก็รีบพูดทันที
"ฟ้า ยัยฝันหายไปจากบ้านอีกแล้ว"
"ฝันหายไปเหรอคะ หายไปไหนคะ"
พอได้ฟังเขียนฝันก็แสร้งเป็นตกอกตกใจ พยายามคิดเรื่องที่เขียนฟ้าเคยบอกเอาไว้ จนในที่สุดก็คิดออก เขียนฟ้าเคยบอกว่าอยากเป็นนักบัลเลต์ เช่นนั้นก็คงจะหอบกระเป๋าหนีแม่เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ มาถึงตอนนี้เขียนฝันเข้าใจแล้วว่าที่เขียนฟ้าไม่อยากแต่งงานกับอินทัชเหตุผลหลัก ๆ คือต้องการไปตามหาความฝัน
"แม่ไม่รู้ คอยดูนะถ้าตามกลับมาได้แม่จะตีให้หลังลายเลย"
ก่อนวางสายเต็มดวงยังขู่ไว้ ทำให้เขียนฝันที่ใช้ชีวิตในนามเขียนฟ้าขนลุกไปทั้งตัว กว่าจะหนีออกมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากเต็มดวงรู้แล้วตามกลับไปอีกคราวนี้เห็นทีจะเจ็บหนักว่าที่ผ่านมา
เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแต่ก็ปกปิดอาการร้อนรนไว้ไม่มิด รีบเดินไปหาอินทัชที่กำลังนั่งคุยอยู่กับชาติชาย พออินทัชเห็นสีหน้ากังวลใจของภรรยาจึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
"อยากกลับแล้วเหรอครับ ไม่สบายรึเปล่าดูหน้าซีด ๆ"
"เปล่าค่ะ คุณหนึ่งคุยงานต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวฟ้าจะนั่งรอตรงนี้"
หญิงสาวเดินไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกมองดูอินทัชสั่งงานลูกน้อง จับใจความได้ว่าพนักงานที่ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ถูกคู่แข่งซื้อตัวไป จะต้องรับสมัครพนักงานมาทำตำแหน่งนี้ใหม่โดยไว ไม่เช่นนั้นโรงงานจะไม่สามารถผลิตเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่ออกมาวางขายได้ทันสิ้นปี เขียนฝันชะเง้อมองแบบร่างในมืออินทัช เธอเองก็เรียนทางด้านนี้มาจึงพอเข้าใจอยู่บ้าง เลยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก
"ขอโทษนะคะ ขอฟ้าพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ"
"อืม เอาสิครับ"
คนตัวเล็กเดินเข้าไปหา แล้วขอดูแบบชัด ๆ แบบร่างนี้คือแบบสำหรับชุดเก้าอี้รับแขก พอเห็นแวบแรกเขียนฝันก็จุดประกายไอเดียเสนอวิธีแก้ไขให้ทันที
"ฟ้ามีความเห็นว่าพนักพิงหลังมันเล็กแล้วก็แคบเกินไป อีกอย่างสีที่กำหนดมามันไม่สามารถยกไปวางห้องไหนก็ได้ เราน่าจะทำโทนสีดำ น้ำตาล ไม่ก็สีไม้วอลนัท โทนสีเหล่านี้สามารถเข้าได้ดีกับการตกแต่งห้องได้ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นโมเดิร์นหรือแบบร่วมสมัยอื่น ๆ นอกจากเฟอร์นิเจอร์จะใช้งานได้จริง ที่สำคัญคือต้องสวยด้วยค่ะ"
"อืม ผมก็เห็นด้วยกับคุณฟ้านะครับ"
ชาติชายพยักหน้าเห็นด้วย อินทัชเองก็เห็นด้วยตามที่เขียนฝันบอก ส่วนเรื่องของพนักพิงที่แคบและเล็กจนเกินไปเขียนฝันพูดถูกทุกประการ
"ถ้าอย่างนั้นคุณหนึ่งไม่ลองให้คุณฟ้าทำหน้าที่นี้ดูล่ะครับ ไหน ๆ ก็หาคนทำแทนยังไม่ได้"
"เอาอย่างนั้นเหรอ"
อินทัชหันมาถามความสมัครใจของเขียนฝัน แต่อีกคนยิ้มแห้ง ไม่แน่ใจว่าจะทำออกมาได้ดีอย่างที่มีคนตั้งความหวังไว้ได้หรือเปล่า
"ฟ้าว่า ฟ้าคงไม่เหมาะหรอกค่ะ ฟ้ายังไม่ค่อยมีประสบการณ์ เพิ่งจะเรียนจบมาค่ะ"
"ไม่เป็นไรครับ คุณไม่ได้ทำคนเดียวสักหน่อย เรากำลังหาทีมออกแบบใหม่อยู่ ระหว่างนี้คุณก็ช่วยผมไปก่อน โอเคมั้ย?"
"ค่ะ เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ"