ตอน 2

“เปล่าครับ” ไม่คิดว่างั้นนะ ทั้งน้ำเสียงและหน้าตามันตรงกันข้ามกับคำว่า ‘เปล่า’

“แล้วมาห้ามทำไมคะ” ฉันจงใจสอดนิ้วเข้าไปในเรือนผมสีบลอนด์นุ่มลื่น แล้วรั้งต้นคอเขาลงจนจมูกของเราเฉียดกันไปมา “ทีพี่สิงห์ทำเนตรยังไม่เคยเดือดร้อนเลย”

ถ้าให้ไล่วีรกรรมที่เขาเคยทำล่ะก็ พูดทั้งวันก็ไม่หมดมันเยอะจนขี้เกียจจะจดจำ! แต่บอกไว้ก่อนนะว่าคืนนี้ฉันไม่ได้ทำเพราะประชดประชันผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนี้หรอก ก็บอกแล้วว่ามันเป็น ‘วิถีของเนตร’ ที่บังเอิญเขาอยากมีส่วนร่วมในเกมก็เท่านั้น

“มันไม่เหมือนกันหรอก พี่สิงห์เป็นผู้ชายทำเรื่องแบบนี้ถือว่าปกติ แต่น้องเนตรเป็นผู้หญิงทำแบบนี้…เขาเรียกว่าอะไรนะ?” มุมปากผู้พูดกระตุกขึ้นอย่างร้ายกาจ เขาไม่ด่าออกมาตรง ๆ แต่พูดให้ฉันคิดเอง หึ...คิดว่าแคร์?

“เรียกว่า เสมอภาค กันไงคะ” ฉันเหยียดยิ้มใส่อย่างเกลียดชัง ทำไมสิ่งที่ผู้ชายทำได้ ผู้หญิงจะทำไม่ได้...? ฉันไม่สนหรอกว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมอะไรยังไง ในเมื่อเขาทำได้ฉันก็ทำได้เช่นกัน!

“ไม่จริงหรอกครับ น้องเนตรเป็นคนที่ไม่มีความยุติธรรม” พี่สิงห์ใช้ข้อมือทั้งสองข้างรั้งสะโพกฉันเข้าหาจนแทบชิด แรงมหาศาลที่หน่วงเหนี่ยวไว้ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้เลย ไม่ชอบเลยเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองถูกควบคุม ร่างกายเลยมีปฏิกิริยาต่อต้านอัตโนมัติ ฉันขืนตัวไว้สุดฤทธิ์เมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่น ๆ ปัดเฉียดแถวริมใบหู “ง่ายกับทุกคนยกเว้น ‘ผัว’ แบบนี้เรียกเสมอภาคเหรอครับน้องเนตร”

คำกระซิบแผ่วเบาราวมีดที่กรีดแทบเข้าไปในใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ยังเป็นผู้ชายที่หยาบคายและน่ารังเกียจ! บอกแล้วว่าฉันน่ะรักอิสระเป็นที่สุด เขารู้ว่าไม่ชอบให้ใช้สรรพนามที่แสดงว่าเป็นเจ้าของแบบนั้น แต่ก็ยังพูดมันออกมา

นั่นแหละอ่านไม่ผิดหรอก พี่สิงห์เป็นสามีของฉันเอง!

“เฮ้ออ ก็คนที่เรียกตัวเองว่า ‘ผัว’ มันแต่ไม่มุดหัวอยู่รูไหนก็ไม่รู้ เนตรเลยไปง่ายกับอื่นไงคะ”

“น้องเนตร” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากปากผู้ชายตรงหน้าแสดงถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

แต่ใครจะสน ฉันเบื่อที่จะเชือดเฉือนด้วยเต็มที เลยใช้จังหวะที่เขากำลังโกรธผลักอกเบา ๆ เพื่อดันตัวออกจากร่างกายที่แข็งแกร่ง ก็แค่สามีในนาม...พี่สิงห์ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวฉันเลยสักนิด!

ฉันเดินกลับมาที่โต๊ะด้วยอารมณ์ดีนิด ๆ ที่สามารถปั่นหัวเขาได้สำเร็จ พี่สิงห์ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่น้ำเสียงและการกระทำของเขามันช่างตรงกันข้าม ผู้ชายที่นอนกับผู้หญิงไม่เลือกคนนั้นกำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่กำราบฉันไม่สำเร็จ

ทันทีที่เดินมาถึงยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรกับใคร เสียงทุ้มต่ำจากทางด้านหลังก็ดังขึ้น “รบกวนหยิบกระเป๋าน้องเนตรให้หน่อยครับ ผัวมารับกลับบ้าน”

เพื่อนทั้งสองคนของฉันทำหน้าเหวอเหมือนเห็นผี โถ่เอ้ย! หมดกัน อีพี่สิงห์ประกาศซะดังลั่นแข่งกับเสียงเพลงซะขนาดนั้น ใครจะกล้าเข้ามายุ่งกับฉันอีกเนี่ย เขาแค่สามีในนาม...ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวฉันเลยสักนิด!

แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นจากความไม่เต็มใจ แต่เพราะฉันชอบความท้าทายไงล่ะ เราเกลียดกันแต่ก็ต้องอยู่ด้วยกันทุกวัน จึงมีข้อตกลงเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องการก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว ความจริงเรื่องมันก็ดำเนินไปด้วยดี ราบเรียบและเฉยเมย จนกระทั้งอีพี่สิงห์มันเกิดบ้าอะไรไม่รู้ ตามเฝ้าตามหวงจนน่ารำคาญนี่มันผิดข้อสัญญาที่เคยบอกไว้เมื่อตอนต้นชัด ๆ

ฉันจะย้อนให้ฟังว่าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากตรงไหน............

สองเดือนก่อน.....

"ตื่นได้แล้วยัยเนตร"

เสียงเอือม ๆ ของหญิงสูงวัยคนหนึ่งดังเข้ามาในโสตประสาท ช่างไม่ถูกจังหวะเอาเสียเลย เวลานี้ไม่อยากได้ยินอะไรแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง เพราะเมื่อคืนกลับเกือบเช้ากว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสี่ และตอนนี้ไม่อยากถูกใครรบกวนทั้งนั้นเลยมุดหัวเข้าไปใต้หมอนทั้งที่ยังหลับตาอยู่

"แม่บอกให้ตื่นไง! จะนอนไปถึงไหนนี่มันบ่ายโมงแล้วนะยัยตัวดี" แม้ไม่อยากจะได้ยิน แต่น้ำเสียงที่เกี้ยวกราดนั่น ก็แทรกผ่านหูเข้ามาอยู่

“อย่ากวนน่าแม่ เนตรจะนอนน”

“ไม่ให้นอนแล้ว ตื่นเดี๋ยวนี้ แม่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” หมอนที่ปิดหน้าฉันอยู่ถูกดึงออกอย่างแรง แสงจากหน้าต่างส่องสว่างเข้ามาเนื่องจากแม่มาเปิดผ้าม่านขึ้น มันแยงเข้าตาจนน่ารำคาญ “ลุกขึ้นเร็ว ๆ”

“ไว้ค่อยคุยได้ไม่ได้เหรอ เนตรง่วงง”

“ไม่ได้” หลังจบประโยคนั้น ฉันก็รู้สึกว่าร่างกายถูกดึงขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง แต่เพราะง่วงมากจริง ๆ ตัวเลยง่อนแง่นไปมาไร้เรี่ยวแรงไปหมด แม่เลยนั่งลงแล้วจับฉันไว้ไม่ให้ร่างกายไหลลงไปกองบนเตียงอีกครั้ง

“ฮึ่มม จริง ๆ เลย เราเนี่ย ดูผมดูเผ้าสิ จะเปลี่ยนเจ็ดวันเจ็ดสีเลยหรือไง ทำอะไรให้เหมือนคนอื่นเขาบ้างเถอะลูก”

“…..” เหมือนฉันกำลังโดนบ่นเรื่องสีผม...อ่อ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่แม่ชอบพูด เพราะฉันน่ะเปลี่ยนสีผมทุกวันเลย เดี๋ยวนี้มันมีแว็กซ์เปลี่ยนสี ราคาก็ไม่แพง ฉันเลยชอบซื้อมาเปลี่ยนเล่น

น่าเบื่อออกจะตายไปถ้าทนเห็นสีเดียวบนหัวไปตลอดเจ็ดวัน!

ตอน 3

“ลืมตาขึ้นมาฟัง สิ่งที่แม่จะพูดมันสำคัญนะน้องเนตร” น้ำเสียงที่จริงจังทำให้ฉันไม่อาจดื้อดึงอีกต่อไป จำต้องฝืนลืมตาขึ้นมาอย่างขะมุกขะมัว

“แม่มีเรื่องอะไรรีบ ๆ พูด เนตรจะได้นอนต่อ” คนฟังถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอื้อมกับพฤติกรรมการนอนของฉันเต็มที แต่ประโยคถัดมาที่แม่พูดทำประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวทันที

“แม่จะให้เนตรแต่งงาน”

“หะ! แม่ว่าอะไรนะ?!” ฉันถามทวนอีกครั้งเผื่อหัวฝาด หรือมโนไปเองเพราะยังไม่ตื่นเต็มที่...

“แม่จะให้เนตรแต่งงาน” คราวนี้แม่พูดช้า ๆ ชัด ๆ เน้นย้ำทุกคน จนฉันเข้าใจแจ่มแจ้ง เดี๋ยว ๆ อยู่ดี ๆ จะให้ลูกสาวแต่งงานกะทันหันเนี่ยนะ มันไม่เกินไปหน่อยหรือคะคุณนายโอบจิต !

“อะไรยังไงเนี่ยแม่ อธิบายมาเลย” ฉันมองผู้หญิงที่ขี้บ่นที่สุดในโลกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เพราะพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก แม่เลยเลี้ยงฉันมาด้วยตัวคนเดียว อย่างดีท่านก็แค่บ่นว่าเวลาเด็กดื้ออย่างฉันทำตัวมีปัญหา แต่ก็ไม่เคยบังคับ ท่านปล่อยให้ฉันคิดและตัดสินใจเอง ผิดบ้างถูกบ้างก็คอยนำทางกันไป แต่วันนี้มาบอกให้ฉันแต่งงาน...มันไม่ปกติเอาเสียเลย

“น้องเนตรไปเที่ยวกลับดึก ๆ ดื่นทุกคืน ทำตัวสำมะเลเทเมา แม่กลัวสักวันเราจะท้องไม่มีพ่อ” อย่างที่แม่บอกนั่นแหละ ฉันเป็นพวกติดเที่ยว แต่ก็ไม่มีคืนไหนเลยที่ไม่กลับบ้าน! อีกอย่างเรื่องทงเรื่องท้องเนี่ย ฉันรู้วิธีป้องกันตัวเป็นอย่างดี โอกาสที่จะเกิดเรื่องแบบนั้นแทบจะเป็นศูนย์ ฉันพูดเรื่องนี้ไปเป็นร้อย ๆ ครั้งละ แม่ก็ยอมไม่เข้าใจ

“แม่เลยจับลูกใส่ตะกร้าล้างน้ำ ว่างั้น?” เมื่อได้ยินประโยคประชดประชัน คุณนายโอบจิตก็มองดุฉันทางสายตาทันที

คนแถวนี้เขารู้กันทั่วแหละ ว่าลูกสาวบ้านนี้เสเพลขนาดไหน ฉันเที่ยวแทบทุกคืนและมีไม่กี่คืนเท่านั้นที่ไม่เมา มันก็เหมือนกับการติดสมาร์ทโฟน บางคนไม่ได้เล่นแค่ไม่กี่ชั่วโมงแทบขาดใจ ฉันก็เหมือนกัน...ถ้าไม่ได้เที่ยวคงแดดิ้นตายแน่ ๆ ชีวิตคงเหี่ยวเฉาเหมือนต้นไม้ที่ขาดน้ำใกล้ตายมะรอมมะร่อ

“จำน้ารัตน์ได้ไหม?” จำได้สิ น้ารัตน์เป็นเพื่อนสนิทแม่ที่คบกันมาตั้งแต่ยังเป็นสาว เมื่อก่อนน้าก็มาที่บ้านบ่อยนะ แต่ระยะหลัง ๆ เห็นว่าสุขภาพไม่ค่อยดีเลยไม่ค่อยออกจากบ้าน

“ทำไมเหรอแม่”

“วันนี้น้ารัตน์กับลูกชายจะมาทานข้าวเย็นที่บ้านเรา แล้วน้องเนตรก็ต้องไปอาบน้ำเตรียมตัวใส่ชุดเรียบร้อย ๆ มาคอยต้อนรับด้วย” แม้เน้นคำว่า ‘เรียบร้อย’ มาเป็นพิเศษ

ก็ตอนนี้สไตล์การแต่งตัวของฉันมันตรงข้ามกับคำนั้นลิบลับ อย่างเช่นชุดนอนที่ใส่อยู่เนี่ย เป็นเสื้อสายเดี่ยวผ้าซาติสเนื้อบาง กับกางเกงขาสั้นมาก ๆ กึ่งแพนตี้เลยด้วยซ้ำ แล้วในตู้เสื้อผ้าตอนนี้ก็มีแต่แนวเซ็กซี่ทั้งนั้นเลย จะเอาเรียบร้อยได้ที่ไหนคุณนายแม่! แต่เดี๋ยวก่อนนะ นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ควรกังวล การมาของน้ารัตน์ต่างหากที่สำคัญกว่า

“น้าไม่ใช่แค่มาทานข้าวเฉย ๆ ใช่ไหมแม่?” คุณนายหันมายิ้มเมื่อได้ยินคำถาม กะไว้แล้ว ห่างหายไปหลายปีอยู่ดี ๆจะมาทานข้าว คงไม่ได้แค่มาเยี่ยมแน่ ๆ

“ฉลาดมากลูกรัก น้าจะมาคุยเรื่องงานแต่งระหว่างลูกกับพ่อสิงห์” ลมหายใจขาดห้วงไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อลูกชายของน้ารัตน์ เมื่อก่อนเขามาที่นี่บ่อยนะ ก็มาพร้อมกับแม่เขานั่นแหละ

แต่มันก็แค่เรื่องในอดีต.....

“ทำไมเร็วนักล่ะแม่ เนตรยังไม่ทันได้เตรียมตัวเลย” อยู่ดี ๆ ก็มาบอกว่าจะให้แต่งงาน อยู่ดี ๆ ก็มานัดทานข้าว แล้วมาบอกเอาตอนนี้ด้วย ! กะไม่ให้เวลาเตรียมใจบ้างเลยเหรอ

“เร็วที่ไหนกัน แม่ปล่อยน้องเนตรเลอะเทอะมาหลายปีแล้วนะ” หลายปีที่ไหนกัน ก็แค่สามปีเองที่เริ่มเที่ยว!

“เลื่อนไปก่อนได้ไหมแม่ บอกว่าเนตรป่วยก็ได้ อาทิตย์หน้าค่อยมาใหม่” ฉันเข้าไปออดอ้อนแม่ด้วยการเข้าไปซุบในอ้อมกอด คือเวลาโดนดุทีไรใช้ไม้นี้มักได้ผลทุกที แต่ครั้งนี้กลับผิดคาดแฮะ

“ไม่ได้ ยิ่งแต่งเท่าไหร่ยิ่งดี จะไม่เลิกเป็นขี้ปากชาวบ้าน” ฉันรู้ว่าแม่อยากให้ใครสักคนมากำราบลูกสาวสุดดื้อให้ทำตัวเรียบร้อย คงคิดว่าหากฉันแต่งงานไปแล้วจะเลิกนิสัยเหลวไหลได้

หึ...แม่คิดผิดแล้วล่ะ

“ก็ได้ ๆ เนตรจะไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าย้ายไปอยู่บ้านเขาเลยดีไหมแม่” ฉันหยอก ๆ ออกแนวประชดจนแม่หมั่นไส้มองตาเขียวปั๊ด แล้วก็ใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากฉันจนเกือบหงายไปด้านหลัง

“ไม่ต้องมาพูดมาก รีบ ๆ ไปอาบน้ำ อย่าลืมล่ะ แต่งตัวเรียบร้อย ๆ ด้วย”

“ทราบแล้วค่ะ คุณนายแม่” ฉันคลายอ้อมแขนออกเพื่อปล่อยให้แม่ลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้อง

การแต่งงานสำหรับผู้หญิงถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน มันก็แค่....แค่การมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อใครนี่จริงไหม โดยเฉพาะกับการแต่งงานที่เป็นความต้องการของผู้ใหญ่ แน่นอนว่าไม่คัดค้านหรอก แม่ว่าไงก็ว่าตามกัน เพราะฉันมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้แล้ว

เอาล่ะ....เริ่มปฏิบัติการกลายร่างเป็นสาวใส!

ฉันเดินไปหยุดยืนส่องสรีระแสนสวยที่หน้ากระจก ยกสองมือขึ้นขยุ้มผมที่ดัดปลายอ่อน ๆ ขึ้น อืม..สีชมพูพลาสเทลแซมม่วงอ่อนที่ปลายผม ฉันว่าดูเรียบร้อยน่ารักดีนะ แต่คุณน้าคงไม่คิดงั้น เลยต้องเปลี่ยนสีสักหน่อย ฉันลดมือลงข้างหนึ่งเอื้อมเปิดลิ้นชักเพื่อเลือกแว็กซ์เปลี่ยนสีผม ดีที่ซื้อสีน้ำตาลอ่อนติดไว้สองกระปุก จะได้ใช้ก็คราวนี้แหละ!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED