18ปีผ่านไป
“องค์หญิง องค์หญิงเจ้าขาอย่าวิ่งเจ้าค่ะเดี๋ยวจะล้มลงไปแข้งขาเป็นรอย ไม่สวยนะเจ้าค่ะ”
ร่างบางระหงในอาภรณ์สีแดงสดตัดกับใบหน้าสว่างใสงดงาม ผิวขาวราวกับปุยนุ่นแต่ริมฝีปากกับมีสีแดงระเรื่อไม่ได้แต่งแต้ม คิ้วคมรับกับดวงตากลมเหมือนกำลังสงสัยใคร่รู้จมูกรั้นเชิดหยิ่ง เป็นใบหน้าของลี่หลันเล่อทว่านางกับน่าเอ็นดูยิ่งนักยังอ่อนโตโลกและไร้เดียงสา
“ข้าแค่อยากเห็นคนของแคว้นหานที่ยิ่งใหญ่ฮ่องเต้แคว้นหานมาถึงนี่ เจ้าไม่ตื่นเต้นหรือไร”
ร่างสูงชะลูดกอดกระบี่ ยิ้มอ่อนโยนตรงหน้าก่อนจะยกมือขวางร่างบางที่วิ่งมาหยุดนิ่งกอดที่จะถึงอ้อมแขนแข็งแรงนั้น
“ซือฟุ ท่านมาขวางข้าทำไม คนจากแคว้นหานข้าอยากเห็นว่าจะมีใบหน้าเหมือนอาจารย์ไหม”
“เหมือนข้า องค์หญิงชอบหรือไม่”
ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆจ้องตาใสของอีกคน
“ชอบซี้ ชอบมากเลยทีเดียว ซือฟุเราไปดูพวกเขากัน”
คว้ามือของอีกคนวิ่งลิ่วไปยัง ท้องพระโรง
“หลันเล่อ องค์หญิงรองมานี่”
หันซ้ายหันขาวยืนบิดไปบิดมาเมื่อพระสนมของบิดา เอ่ยปากทักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“หลันเล่อถวายพระพรเสด็จพ่อเสด็จแม่พระสนมลู่ฟาง พี่ใหญ่”
ย่อกายลงเงอะงะไม่ได้มีท่าทีอ่อนหวานแม้แต่น้อย
“ฮองเฮา เจ้าตามใจนางจนเคยตัวไม่สำรวมสักนิด หลันเล่อวันนี้มีแขกเมืองฮ่องเต้แคว้นหาน เสด็จเยี่ยมเยือนเผ่าปาเอ่อถัวของเราเจ้าไม่สำรวมเช่นนี้ ยังกล้ามาวุ่นวาย”
หลบอยู่ด้านหลังสนมลู่ฟางที่ยกมือขึ้นคว้ามือของหลันเล่อใว้อย่างปลอบโยน ฮองเฮาหน้าตึง
“ฝ่าบาทนางยังเด็กนัก พร่ำสอนอีกไม่นานจะกลายเป็นองค์หญิงที่งดงามในไม่ช้า”ก้มหน้าซ่อนยิ้มภายใน
"ฮ่องเต้แคว้นหานมาดีมาร้ายไม่อาจหยั่งรู้ หลันเล่อเข้าไปข้างใน"
องค์ชายใหญ่ส่งสายตาดุดันมายังหลันเล่ออย่างจงใจทำให้หลันเล่อหดหัวไม่กล้า อีกทั้งยังก้มหน้านิ่ง
" ถงหมิ่นพานางกลับไปที่ห้องนาง"
องค์ชายใหญ่ออกไปสำทับเมื่อเห็นว่าทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาไม่มีการท้วงติง ถงหมิ่นพยักหน้าให้กับหลันเล่อที่ก้าวเดินนำออกจากท้องพระโรงไปในทันที
“ ต้าหมิงคุนฮ่องเต้แคว้นหานเสด็จจจจจจ”
"ขัาน้อยจื่อจื่อผู้แทนพระองค์ในต้าหมิงคุนฮ่องเต้”
จื่อจื่อ ประสานมือตรงหน้าท่าทีองอาจ
“ฮ่องเต้แคว้นหาน ไม่ปรากฏกาย ไร้ความจริงใจ”
“ฝ่าบาทโปรดอภัย ฝ่าบาทหมิงคุนของเราประชวรจากการเดินทางคาดว่าต้องใช้เวลาพักฟื้น เมื่ออาการดีขึ้นแล้วจึงจะแวะมาถวายพระพรฝ่าบาทอย่างแน่นอน” หลันเซ่อฮ่องเต้ ทำสีหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาชัดเจน
“ข้าหลันเซ่อมิบังอาจ เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้แคว้นหานยิ่งใหญ่เพียงใดอีกทั้งยังเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ข้าแค่เพียงคนแก่ชรา ไม่อาจบังคับให้ใครต้องมาเกรงใจ”
“ฝ่าบาท ลู่ฟางเองก็คิดถึงหลานไม่น้อยเอาอย่างนี้ดีไหม ลู่ฟางอาสาเยี่ยมไข้ ต้าคุนหมิงฮ่องเต้บอกเล่าเจตนารมณ์ของฝ่าบาท”
น้ำเสียงอ่อนหวานจริงใจ แก้ไขสถานการณ์หลันเซ่อถอนหายใจเบือนหน้าหนี
“ตามใจเจ้า”น้ำเสียงอ่อนโยน
“ขอบพระทัยฝ่าบาท” หลันตี้ยิ้มมุมปาก
“เสด็จแม่ คนแค้นหานเป็นอย่างไรบ้าง”
หลันเล่อเอ่ยปากถามฮองเฮา
“เฮ้อ จะเป็นอย่างไรก็แค่พวกที่ตั้งใจมาสืบข่าวว่าเผ่าปาเอ่อถัวของเรามีสิ่งใดที่อยากได้บ้างก็เท่านั้น หากพึงใจก็ยกทัพหากไม่พึงใจก็แค่สานสัมพันธ์เหมือนที่เคยทำมานานนม”
“เสด็จแม่เหมือนที่เขาส่ง พระสนมลู่ฟางมาอย่างนั้นหรือ”
“สนมลู่ฟางเป็นเสด็จพ่อเจ้าที่พึงใจนาง แค่เพียงตั้งใจว่าจะช่วยเป็นด่านหน้าคอยปกป้องชายแดนของแคว้นหาน ต่อกรกับแคว้นฉินแคว้นใต้ ฮ่องเต้แคว้นหานก็ส่งนางมามานี่ทันที”
“เสด็จแม่แล้วเราต้องส่งใครไปไหม หากว่าเขาต้องการ”
“ไม่มีทาง เราไม่ต้องส่งใคร พี่ใหญ่ของเจ้าไม่มีทางยอมแม้เสด็จพ่อจะหลงใหลสนมลู่ฟางนางชี้นกเป็นไม้เสด็จพ่อก็คล้อยตาม แต่มีพี่ใหญ่เจ้าอยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัวว่าจะต้องยอมคนของแคว้นหานที่กระหายในอำนาจนั่น”
“เสด็จแม่เช่นนั้นเราก็วางใจได้แล้วใช่ไหม”
“หลันเล่อเจ้าอย่าบอกนะว่าจะหนีออกไปเที่ยวนอกเขตวังหลวงอีกแล้ว”
“เสด็จแม่รู้ทันหลันเล่ออีกแล้ว”
ยกมือขึ้นลูบหลังเบาๆ
“หลันเล่อของแม่จะต้องระวังตัวให้มากมีคนต่างแคว้น เข้ามาในเขตวังหลวง ไม่ได้มาแค่คนสองคนแต่มาทั้งกองทัพเพื่ออารักขาฮ่องเต้ต้าหมิงคุน”
“ต้าหมิงคุน”ฮองเฮาพยักหน้า
“ฮ่องเต้หนุ่ม อายุอานามเพิ่งจะสามสิบหกแต่ก็มีชื่อก้องไปทั่วเจ็ดคาบสมุทร”
“ช่างเถอะท่านแม่ ข้าออกไปเดินเที่ยวในตลาดสักสองชั่วยาม เสด็จแม่ช่วยปิดอย่าให้พี่ใหญ่รู้ว่าข้าออกไป”
“เฮ้อ หลันเล่อ พี่ใหญ่เขาหวังดีกับเจ้าวันๆวิ่งตามแต่ซือฟุ แม่กำลังคิดว่าไม่อยากให้เจ้าใกล้ชิดซือฟุมากไปเพราะอย่างไรเขาก็คนที่อื่นไม่ใช่คนของเผ่าปาเอ่อถัวของเรา”
“อาจารย์ดีกับข้ายิ่งนักหากไม่ใช่อาจารย์ข้ายังนึกไม่ออกว่าจะเป็นใครได้อีก”
“อืม หลันเล่อสักวันจะต้องแต่งออกไปถึงเวลานั้นจะต้องมีคนที่รักจริงใจกับเจ้ายิ่งกว่าถงหมิ่น”
หลันเล่อยิ้มแม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่ดื้อรั้นแต่ภายในหลันเล่อกับรู้สึกว่า ในตอนนี้ไม่มีใครดีไปกว่าถงหมิ่น
“หลันเซ่อฮ่องเต้ มีท่าทีเช่นไร”
ต้าหมิงคุน ยืนเอามือไพล่หลังสิบแปดปีที่ผ่านมาใบหน้าแม้จะไร้รอยยิ้มทว่า กลับหล่อเหลาในแบบของบุรษหนุ่มที่องอาจสายตาประดุจเหยี่ยวคมกริบ หนวดเครารกครึ้ม
“ก็เพียงแต่ตัดพ้อ ความจริงฝ่าบาทไม่จำเป็นไปที่นั่นก็ได้ ไม่เห็นว่าจะต้องให้ความสำคัญกับเผ่าเล็กๆ เช่นนั้น”
“หลันเซ่อ หมดความน่าเกรงขามแล้ว หลันตี้ต่างหากที่ข้ากังวล หลันตี้ผู้ซึ่งตอนนี้ มีอำนาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้หลันเซ่อแล้วอีกอย่างตอนนี้หลันตี้ เจรจากับเผ่าต่างๆ รวบรวมชนเผ่าเป็นปึกแผ่น นับว่าน่าหวั่นใจไม่น้อย”
“ฝ่าบาทก็ทำแบบเดิม ที่แคว้นหานมักจะเดินหมากในรูปแบบเดิม”
“สานสัมพันธ์โดยการแต่งงานอย่างนั้นหรือ.. ข้ายังไม่มีรัชทายาท เรื่องนี้คงต้องเลิกล้ม”
“ฝ่าบาท ข้าน้อยได้ยินมาว่า องค์หญิงรองเพิ่งจะโตตอนนี้งดงามจนเล่าขานไปทั่ว หลายชนเผ่าที่ยอมสวามิภักดิ์กับปาเอ่อถัวเพราะหมายมั่นองค์หญิงรองผู้นี้”
“ข้าบอกว่าขายังไม่มีรัชทายาทหากจะมีก็คงจะไม่ทันกาล”
“ฝ่าบาท ฝ่าบาทเองยังไร้ฮองเฮา”
ต้าหมิงคุน ขมวดคิ้วนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องรักใคร่ตั้งแต่.. เมื่อไหร่กัน
“ฉึก”
เสียงธนูแหวก พงไม้เข้าหากระโจมใหญ่ เสียงโห่ร้องของโจรตามแนวชายแดนที่ชื่อว่าพรรคจิ้งจอกดำเข้าล้อมกระโจมใหญ่ เหล่าทหารชักทั้งดาบและกระบี่ออกห้ำหั่น จื่อจื่อยกมือขึ้นกันต้าหมิงคุนไว้ โยนเสื้อคลุมของสีทึบให้กับต้าหมิงคุน เพื่อปลอบตัวเป็นเพียงทหารธรรมดา พวกโจรฮึกเหิมพุ่งเข้ามาราวห่าฝน ในหุบเขาเริ่มอับแสง ดวงอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว
“ฝ่าบาทเร้นกายไปก่อนจื่อจื่อจะอยู่ที่นี่หลอกล่อพวกมัน ทางที่ดีอย่าเปิดเผยฐานะพวกโจรจิ้งจอกดำ มักจะออกปล้นฆ่าคนที่มาพักค้างแรมที่หุบเขาทั้งพ่อค้าและคหบดีฝ่าบาทรีบหนีไปเสียพวกมันเหี้ยมโหดยิ่งนัก”
ต้าหมิงคุนคว้ากระบี่ หันหลังพุ่งตัวออกจากกระโจมไปในทันที
แต่หาได้รอดสายตาของโจรจิ้งจอกดำไม่ร่างสูงของหัวหน้าโจรบุกทะลวง ให้กระบี่ในมือกางกั้นไว้ จื่อจื่อถลาเข้าใช้กระบี่ของตัวเองรับคมกระบี่ของโจรป่าเสียงดังลั่น อีกคนพุ่งตรงเข้ามาจากด้านหลัง เงื้อกระบี่ฟันฉับเข้าที่แผ่นหลังของต้าหมิงคุน
“เอือก”
เลือดสีแดงไหลทะลัก
“ใครฆ่า ฮ่องเต้แค้วนหานได้มีรางวัลอย่างงาม”
เสียงตะโกนดังลั่นเท่านั้นเองกระบี่นับสิบพุ่งตรงเข้าใส่ต้าหมิงคุน จื่อจื่อพุ่งเข้ามาพยุง ต้าหมิงคุน
“ฝ่าบาทไหวหรือไม่”
ต้าหมิงคุนพยักหน้าหงึกหงัก
“ข้าจะต้านพวกมันไปไว้ฝ่า่บาทหาทางหนีไปเสีย”
พูดเสร็จก็ทะยานขึ้นด้านบนกวัดแกว่งกระบี่เป็นวงกลม ฟาดฟันเหล่าโจรป่าล้มลุกคลุกคลาน ต้าหมิงคุนได้โอกาสพุ่งเข้าไปในดงไม้ทะยานขึ้นสู่คาคบไม้ พุ่งตัวไต่ไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว
บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุด เพียงครู่สายตาก็พร่ามัวก่อนที่ร่างสูงจะทะยานลงจากกิ่งไม้เอนกายลงพิงต้นไม้ใหญ่สติดับวูบด้วยทนพิษบาดแผลไม่ไหว
“ตื่นๆๆๆ อย่าเพิ่งตาย ข้าเป็นองค์หญิงสั่งห้ามให้เจ้าห้ามตาย”
หลันเล่อตวาดดังลั่นมือไม้สั่นด้วยไม่เคยเห็นคนที่ถูกทำร้ายมาก่อน ตรงเข้าพยุงต้าหมิงคุนที่ยกกระบี่ขึ้นมาขวางไว้ไม่ให้หลันเล่อเข้าใกล้
“จะตายอยู่แล้วยังทำเก่ง ตกลงจะให้ข้าช่วยไหม”
ต้าหมิงคุนหลี่ตาก่อนจะดึงร่างบางพลิกตัวขึ้นทาบทับยกมือขึ้นอุดปากหลันเล่อไว้แน่น
“เงียบ”เค้นเสียงพูด
เสียงวิ่งฝ่าดงไม้อีกทาง หลันเล่อหุบปากสนิททั้งๆที่อยากจะโวยวายที่ถูกทับไว้อย่างนั้น
“ปล่อยข้า”
เสียงคนวิ่งผ่านไปแล้ว ดวงจันทร์บนฟากฟ้าโผล่พ้นเงาเมฆ ต้าหมิงคุนจ้องใบหน้างดงามเต็มตา
“ลี่หลันเล่อ”
ฟุบหน้าลงบนอกอุ่นหมดสติไปในทันที
"ไม่น้าาาาจะตายไม่ได้ได้นะ ห้ามตายตรงนี้เจ้าคนถ่อย ลุกขึ้นมาข้าสั่งไม่ให้ตายจะตายทั้งๆ ที่ยังนอนอยู่บนตัวข้าไม่ได้น้าาาา"
ทั้งผลักทั้งดันร่างสูงที่หนวดเครารุงรังแต่ด้วยร่างสูงที่ทั้งใหญ่ทั้งหนักหลันเล่อจึงเปลี่ยนวิธียกมือขึ้นกอดรวบลำตัวมือบางวางที่แผ่นหลังของเหลวเหนียวหนึบ หลันเล่อจ้องมือบางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของตัวเอง
"บาดเจ็บนี่"
พลิกร่างสูงลงด้านล่างตัวเองนอนทับด้านบน หอบแฮ่กๆ
"คนอะไรตัวใหญ่เป็นบ้า ไปตามอาจารย์มาดีกว่า ไม่ได้สิต้องจัดการกับบาดแผลเสียก่อนค่อยตามอาจารย์"
ดึงมีดสั้นออกมาจากเอวขมวดคิ้วจรดมีดสั้นลงที่ลำคอของต้าหมิงคุน ลากมือขึ้นลงเบาๆ
"ไม่มีหนวดเคราแล้วค่อยดูดีมาหน่อย อีกอย่างพวกที่ตามล่าก็จะจำไม่ได้"
พลิกร่างใหญ่ให้นอนคว่ำหน้าด้วยแรงทั้งหมด ตัดเศษอาภรณ์ด้านหลังของต้าหมิงคุนออก แผลยาวเหวอะหวะฟาดยาวบนแผ่นหลัง ดึงถุงน้ำกระเพาะแพะมารินน้ำใส่ผ้าจนชุมเช็ดรอบๆ บาดแผล
"ไปปล้นฆ่าใครเขามา จึงถูกตามล่าเช่นนี้ แต่หายห่วงถึงมือหลันเล่อแล้วจะต้องปลอดภัย"
หยิบยาสมานแผลขวดเล็กที่พกติดตัวเป็นประจำ ก็หลันเล่อมักจะบาดเจ็บมีบาดแผลเล็กน้อยไปทั่วกาย ถงหมิ่นจึงยัดยาสมานแผลใส่มือให้ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นของที่ต้องพกติดตัวเป็นประจำ โรยยาสมานแผล เทน้ำใส่ในผ้าอีกครั้ง เช็ดรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้าอีกครั้ง หลันเล่อชะงักมือ ด้วยใบหน้าหมดจดที่เห็นช่างหล่อเหลาในตอนที่มีหนวดเครามองเหมือนโจรป่า แต่พอโกนหนวดเคราออกเสียสิ้นกับมีสภาพ ดังอ๋องหรือองค์ชายของแคว้นใดสักแห่งหนึ่ง
หลันเล่อมองใบหน้าหล่อเหลารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด บังเกิดความรู้สึกประหลาด ที่หลันเล่อไม่เข้าใจว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ สะบัดหัวไปมา
"ไปตามอาจารย์ดีกว่า"
ลุกขึ้นยืนกับถูกร่างสูงดึงรั้งจนล้มลงบนอกของเขาทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงครู่เดียวร่างเล็กของหลันเล่อก็อยู่ใต้ร่างของต้าหมิงคุน
"เจ้าเป็นใคร"
"ขะขะ เอ่อหลันเล่อ"
"ไม่จริงลี่หลันเล่อนางตายไปแล้ว"
"ลี่หลันเล่อ ไม่ไม่ไม่ข้าเอ่อหลันเล่อองค์หญิงรองเผ่าปาเอ่อถัว"
ต้าหมิงคุนยกมือขึ้นกุมขมับ
"นางตายไปแล้ว"
พึมพำเบาๆ
"ท่านลุงเอ๊ยท่านอาท่านต้องใจเย็นๆ ข้าเป็นคนช่วยท่านไม่ได้คิดจะทำร้ายท่าน เห็นไหมบาดแผลของท่านก็เป็นยาสมานแผลที่ดีที่สุดของเผ่าเรามีใช้เฉพาะในวังหลวงชาวบ้านธรรมดาไม่มีโอกาสได้ใช้ยานี่ ถงหมิ่นให้ข้าพกไว้พอดีได้ใช้ช่วยชีวิตท่านอาพอดีเลย"
ต้าหมิงคุนได้ยินชื่อของถงหมิ่น
"ถงหมิ่น ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน"
"อาจารย์กับข้าเรามักจะร่ำสุราด้วยกันที่….ทำไมข้าต้องบอกท่านด้วย"
"ตามเขาให้ข้า"
น้ำเสียงดุดัน
"นี่พูดดีๆ หน่อยถ้าท่านอารู้จักซือฟุอยากพบซือฟุจะต้องพูดกับข้าดีๆ เพราะว่าข้าเป็นถึงองค์หญิง"
"ตามเขามาพบข้า"
ยังพูดคำเดิมซ้ำๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงแผ่หลาด้วยรู้สึกถึงความเจ็บปวดบริเวณบาดแผล
จื่อจื่อทะยานลงจากคบไม้ ตรงเข้าพยุงร่างสูงของต้าหมิงคุน
"ฮะฮะ ฮ่าฮ่า"
อดที่จะขำไม่ได้เมื่อเห็นว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราไม่เคยต้องคมมีดมานับสิบปีบัดนี้สะอาดหมดจดไม่เหลือเส้นขนบนใบหน้าแม้แต่เส้นเดียว
"นายท่าน ทำไมใบหน้าท่าน"
หลันเล่อเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม ยืนส่ายไปส่ายมา
"ข้ากลัวว่าพวกที่ตามล่าเขาจะจำเขาได้อีกอย่าง...ข้าไม่ชอบคนที่หนวดเครายาวรุงรังเหมือนโจรป่า"
ต้าหมิงคุนอ้าปากค้างยกมือขึ้นลูบที่ใบหน้าหมดจดของตัวเอง
"เจ้า นี่เจ้าทำอะไรข้า"
"เอ้า ก็แค่โกนหนวดเคราให้ แล้วก็ทำแผลไม่ได้ปล้นพรหมจรรย์เสียหน่อยทำไมต้องโมโหขนาดนั้น"
“เจ้าต้องชดใช้”
“จะบ้าหรือชดใช้เรื่องอะไรกัน ข้าช่วยชีวิตแค่กวนหนวดเคราด้วยความหวังดี อีกอย่างโกนขนพวกนี้ทิ้งแล้วก็หล่อเหลาไม่น้อย”
จื่อจื่ออมยิ้มนึกขำ แม่นางน้อยผู้นี้ช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนัก นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เห็นว่า ต้าหมิงคุนจะมีอาการวุ่นวายแบบนี้
จื่อจื่อหันมองหลันเล่อ ก่อนจะอ้าปากค้าง
"คุณหนูลี่"
"ไม่ไม่ไม่ข้าชื่อเอ่อหลันเล่อ"
จื่อจื่อยังคงจ้องมองใบหน้าของหลันเล่อนิ่ง จะเป็นไปได้อย่างไรหากเป็นลี่หลันเล่อที่ไม่แก่เฒ่าแล้วยังสวยน่ารักแววตาใสซื่อไร้แววหยิ่งยโส
ลี่หลันเล่อที่เขาฝังนางกับมือ ต้าหมิงคุนหลบลี้หนีหน้าจากผู้คนนานนับเดือนด้วยเรื่องของลี่หลันเล่อ เมิ่งเม่ยที่แทบจะถอดใจเมื่อไม่อาจดึงรั้งต้าหมิงคุนให้กลับเป็นคนเดิม
"ไม่เอาดีกว่าท่านมีคนดูแลแล้ว ข้าไปก่อนดีกว่า”
ก้าวขาจากไป จื่อจื่อพยุงต้าหมิงคุนนั่งพิงต้นไม้ใหญ่
“นางยั่วโทสะข้า”
“นางน่าเอ็นดูอีกอย่างใบหน้าของนางช่างละม้ายกับแม่นางลี่แล้วยังมีชื่อเดียวกันด้วย”
ต้าหมิงคุนยกมือขึ้นลูบหนวดเคราด้วยความรู้สึกแปลกไป ความจริงก็ดีไม่น้อยไม่มีหนวดเคราก็รู้สึกว่าใบหน้าสะอาดสะอ้าน ถอนหายใจกับคำว่าหล่อเหลาของแม่นางน้อยหลันเล่อ
“เจอตัวหรือไม่”
หลันตี้ ถามหัวหน้าโจรจิ้งจอกดำ
“ไม่เจอ ข้าส่งคนติดตามจนทั่วไม่พบแม้แต่เงา”
หานจงหัวหน้าโจรพรรคจิ้งจอกดำส่ายหน้าไปมา
“เรื่องง่ายดายทำให้เป็นเรื่องยาก อยู่ในเผ่าปาเอ่อถัวของเราจะสังหารคนล้วนง่ายดาย ข้ามักจะเปิดโอกาสให้พวกท่านได้ทำตามใจ ของที่ปล้นมาก็ไม่เคยเอาส่วนแบ่งเรื่องแค่นี้กลับทำไม่สำเร็จ”
“ต้าหมิงคุนได้รับบาดเจ็บสาหัส หากองค์ชายเพียงแค่ห้ามหมอในปาเอ่อถัวให้การรักษา คาดว่าบาดแผลอาจมีปัญหาในภายหลัง”
“โง่เสียจริงข้าจะสั่งแบบนั้นได้อย่างไร พรุ่งนี้พระสนมลู่ฟางก็จะต้องรับเอาหลานคนโปรดต้าหมิงคุนเข้ามาในวังหลวงอยู่แล้ว ความจริงควรจะจัดการให้สำเร็จในคืนนี้”
“ข้าส่งคนไปแล้วองค์ชายวางใจ ข้าจะทำให้ดีที่สุดตามที่ตกลงกันไว้”
“เรื่องน้องสาวของข้า องค์หญิงรองนะหรือข้ายังไม่ได้รับปากว่าจะทูลเสด็จพ่อเรื่องนี้”
“องค์ชาย แต่ข้าบอกท่านแล้วว่าที่ข้ายอมทำเรื่องทั้งหมดให้ท่านยอมเสี่ยงกับการยกทัพมาโจมตียอมเอาชีวิตของจอมโจรจิ้งจอกดำหลายร้อยชีวิตไปเสี่ยงก็เพราะว่าข้าแอบหมายปององค์หญิงรองหลันเล่อ เพียงท่านเอ่ยปากเชื่อว่าฝ่าบาทจะต้องไม่กล้าปฏิเสธ”
หลันตี้ยิ้มมุมปาก ใครกันอยากจะให้ลูกสาวหรือน้องสาวที่น่าเอ็นดูอย่างหลันเล่อต้องไปเป็นภรรยาจอมโจรมีชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ
“ไว้ข้าคุยกับเสด็จพ่อเรื่องนี้อีกที เจ้าทำสิ่งที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จก่อนเถิด หานจง”
ลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อจากไปในทันที
“องค์หญิงรองหายออกจากวังหลวงอีกแล้ว กงเจี้ยนตามหาองค์หญิงให้กลับมาได้แล้ว”
หลันตี้สั่งดังๆ
“องค์ชาย คงอยู่กับถงหมิ่นเป็นแน่ไม่ได้หายไปไหน”
“นั่นยิ่งต้องตามนางกลับมา ถงหมิ่นเป็นคนแคว้นหานข้าไม่เคยไว้ใจเขา”
“ขอรับ”
กงเจี้ยนประสานมือ คว้ากระบี่ออกจากห้องไปอีกคน
หลันเล่อสาวเท้ากลับวังหลวงเร็วรี่วันนี้ไม่ได้ร่ำสุราเหมือนเช่นทุกครั้งที่หนีออกมาป่านนี้แล้ว อาจารย์ก็คงกลับวังหลวงแล้วเช่นกัน
“อุ๊ป”
ถงหมิ่นกางมือออกขวางหน้าหลันเล่อไว้ยิ้มด้วยแววตาอ่อนโยน
“องค์หญิงรองหนีอะไรมา” พูดยิ้มๆ
“อาจารย์ ดีใจจังข้าคิดว่าต้อง เดินกลับวังหลวงเพียงลำพังเสียแล้ว”
ยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ก็เลยคิดถึงอาจารย์ใช่หรือไม่”
“อาจารย์รู้ใจข้าที่สุด นี่ข้าเดินจนขาพังไปแล้ว”
ทรุดกายชันเข่านวดน่องเบาๆถงหมิ่นหันหลังให้
“มะ...อาจารย์แบกเจ้าไปดีไหม”
หลันเล่อกระโดดขึ้นหลังของถงหมิ่นในทันที
“ดีมาก ไม่เห็นข้าไปก็ไม่ยอมตามหาข้า ต้องทำคุณไถ่โทษโดยการแบกข้ากลับวังหลวง”
ถงหมิ่นยิ้ม
“เต็มใจอย่างยิ่ง”
แสงจันทร์กระจ่างกับร่างเล็กบนแผ่นหลังที่เจื้อยแจ้วไม่หยุด ถงหมิ่นฟังไปยิ้มไป กับคำถามที่หลันเล่อสรรหามาถามเขาตลอดทาง
“อาจารย์ เมื่อครู่หลันเล่อช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งจากการถูกสังหาร”
ถงหมิ่นชะงักฝีเท้า
“ องค์หญิง ท่านทำเรื่องอันตรายเพียงนี้ คนผู้นั้นอาจไม่ใช่คนดี”
“ดีสิ เพราะเขารู้จักอาจารย์ เขายังบังคับให้ข้าตามอาจารย์ให้เขา”
"องค์หญิงเจอเขาที่ไหน”
“ป่าทางทิศใต้ก่อนถึงทางออกไปยังโรงเตี๊ยมที่เรามักจะพบกัน”
“องค์หญิง จากนี้ไปก็จะถึงตำหนักขององค์หญิงแล้ว ข้าน้อยขอตัว”
นั่งลงให้หลันเล่อลงจากแผ่นหลัง
“อ้าว ..อาจารย์ท่านไม่แบกข้าแล้วหรือ”
“อาจารย์มีเรื่องเร่งด่วนต้องไปทำ องค์หญิงอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังอย่าบอกใครว่าคนผู้นั้นรู้จักกับอาจารย์”
หลันเล่อพยักหน้ายิ้มๆ
“หากเป็นคำสั่งอาจารย์หลันเล่อจะปกปิดให้เอง”
ยิ้มกว้างถงหมิ่นรีบทะยานจากไป
“ฝ่าบาท ต้าหมิงคุนมาในครั้งนี้ เป็นเพราะลู่ฟางส่งสารไปเชิญเขามา”
“ข้ารู้ เจ้าหวังดี”
“ฝ่าบาทหากจะรักษาดินแดนของเผ่าปาเอ่อถัวไว้ได้ ไม่มีการรุกรานจากเผ่าอื่นและแคว้นใต้จะต้องอาศัยแคว้นหาน”
“หลันเล่อเพิ่งจะสิบแปดอีกอย่างข้าไม่อยากฝืนใจนาง”
“ฝ่าบาท ต้าหมิงคุนยังไม่มีฮองเฮารับนางไปแคว้นหาน ข้าช่วยพูดเสียหน่อย ตำแหน่งฮองเฮาคงจะต้องเป็นหลันเล่ออย่างแน่นอน”
“หลันเล่อยังเด็กนักเกรงว่าชีวิตในวังหลวงแคว้นหาน จะทำให้นางต้องพบกับความทุกข์มากกว่าความสุข”
“ นางเป็นองค์หญิง เรื่องบ้านเมืองล้วนสำคัญเหนืออื่นใด”
“ไว้ข้าไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ก่อน ไท่จือแคว้นใต้ก็กำลังจะส่งเครื่องบรรณาการมาสู่ขอนาง”
ลู่ฟางยิ้มอ่อนโยน
“ฝ่าบาทต้าหมิงคุน ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง หวังว่าฝ่าบาทจะเห็นแก่ข้ามอบนางให้เป็นคนของต้าหมิงคุน”
“ไม่มีทางนางพูดเอาเองตามแต่ใจของนาง คิดจะดองกับเผ่าปาเอ่อถัวเพื่อผลประโยชน์กดดันหลันเล่อของข้า นางแพศยาได้ใจฝ่าบาทไปยังคิดบงการลูกของข้าอีก”
ฮองเฮา ส่งเสียงดังลั่นเมื่อนางกำนัลที่ส่งไปยังตำหนักของลู่ฟางรีบคาบข่าวสำคัญนี้มาบอก
“ฝ่าบาทรับปากนางหรือไม่”
“ไม่เพคะฝ่าบาทไม่ยอมรับปาก อ้างว่าองค์หญิงยังเด็ก”
“ทั้งลู่ฟางและถงหมิ่นทั้งสองคนคิดจะบงการหลันเล่อของข้า ส่งข่าวบอกไท่จือแคว้นใต้ให้รีบเสด็จยังเผ่าปาเอ่อถัวโดยเร็วที่สุด”