ตอน 1

"ไปให้พ้นหน้าข้า"

"ไท่จือโปรดฟ้งข้าก่อน"

รอยยิ้มหยันสุดป่าเถื่อนของต้าหมิงคุนเขม้นมองเหมือนจะฉีกเนื้อหนังของลี่หลันเล่อฉุดดึงร่างสั่นเทาด้วยลมหนาวและเกล็ดหิมะโปรยปรายให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้าสายตาที่มองไม่ต่างจากเดิมทว่ามืออุ่นภายใต้ถุงมืออุ่นนุ่มบีบปลายคางเย็นชืดสุดแรงจนลี่หลันเล่อต้องกัดฟันข่มความเจ็บปวด

"เจ้าส่งคนย่ำยีเมิ่งเม่ย แล้วปล่อยให้นางต้องตายเพื่อเจ้าสมหวัง ยังจะร้องขอให้ข้าฟังเจ้า ชิ"

ผลักลี่หลันเล่อให้ทรุดลงไปกองกับพื้น

"ข้า..ข้าไม่ได้ทำร้ายนาง..ได้โปรด"

ต้าหมิงคุนย่อกายลงจ้องมองใบหน้างดงาม ที่บัดนี้ริมฝีปากซีดเผือดด้วยความหนาวเหน็บ

"เจ้าหลงใหลใฝ่ฝันในตัวข้า.. มากเพียงนี้เชียวหรือคุณหนูลี่"

จ้องมองลี่หลันเล่อ ยกมืออุ่นขึ้นลูบที่แก้มเย็นเฉียบ ใบหน้าหล่อเหลากับท่าทีสง่างามที่ลี่หลันเลอคอยเฝ้าชื่นชมก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ทว่ามือใหญ่กับฉีกดึงอาภรณ์จนขาดหวิ่น ลี่หลันเล่อยกมือขึ้นปกปิดส่วนสำคัญของร่างกาย รอยยิ้มหยามเหยียดเย็นชาถูกแต้มที่ริมฝีปากหยักได้รูป

"เมิ่งเม่ย นางอ่อนต่อโลกไม่ได้ด้านชาเช่นเจ้านางจะต้องเจ็บปวดเพียงใดเมื่อถูกย่ำยี"

สายตาเกลียดชังยิ่งนัก

"ไท่จือ ข้าไม่ได้ส่งคนทำร้ายนาง ข้าไม่ได้ทำ นางเป็นสหายข้าข้าจะทำเรื่องแบบนี้ทำไมกัน เพื่อประโยชน์ใดกัน"

"เจ้าไม่ให้ข้าสนใจนางหมดหวังในตัวนาง เจ้ามันชั่วช้า ถึงจะไม่ตั้งใจฆ่านางแต่คนเช่นนางจะอยากมีชีวิตอยู่ด้วยถูกกระทำย่ำยีหรือไร"

สะบัดเสียง ลี่หลันเล่อเชิดหน้า เมิ่งเมิ่งเหนือกว่าลี่หลันเล่อในทุกด้านอย่างนั้นหรือ

"คุกเข่า อยู่ตรงนี้จนรุ่งสางบางทีข้าอาจละเว้นชีวิตเจ้า"

ไร้ทางออก จิตใจมืดมิดจมดิ่งไร้หนทาง เสียงลมหวีดหวิวเกล็ดหิมะโปรยปราย การตายของเมิ่งเม่ยยิ่งทำให้ต้าหมิงคุนเกลียดชังลี่หลันเล่อยิ่งขึ้น

……………………………………………………

"ข้ามองไท่จือต่างจากเจ้าหลันเล่อสายตาเจ้าชื่นชมเขาเสมอข้ารู้ดี"

เมิ่งเม่ยผู้ชึ่งเอ่ยปากออกมาเองว่าไม่เคยถูกใจไท่จือต้าหมิงคุนไม่เคยชอบแต่ต้าหมิงคุนผู้หยิ่งทะนง รักใคร่คาดหวังในตัวนางอย่างที่สุด

คุณหนูตระกูลลี่ผู้มากด้วยอำนาจเป็นบุตรีที่ถูกเลี้ยงดูด้วยความรักและตามใจ ลี่หลันเล่อที่คาดหวังในตัวของไท่จือจนออกนอกหน้าไม่สนใจคำทัดทานหรือท่าทีเดียจฉันท์ที่ต้าหมิงคุนมีให้ เขาสูงส่งลี่หลันเล่อก็สูงส่ง เช่นไรจึงไม่คู่ควร

ค่ำคืนหนาวเหน็บผ่านไปพร้อมกับเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาให้ทบทวน แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใบหน้าซีดเผือดแต่ความหยิ่งทะนงยังคงอยู่ ไม่ได้ทำแล้วคุกเข่าเพื่ออะไรกัน

มีเพียงลี่หลันเล่อที่รู้ดีคุกเข่าเพื่อ ร้องขอให้ต้าหมิงคุนยอมฟังถ้อยความจริงใจ ด้วยศรัทธาแรงกล้าว่าเขาจะมีเศษเสี้ยวใจเมตตาลี่หลันเล่อบ้าง แม้จะเพียงน้อยนิดก็ตาม ริมฝีปากสั่นระริกร่างกายสั่นเทา เกล็ดหิมะเกาะอยู่บนเรีอนผมหยาบกระด้าง บิดามารดาหายตัวสาปสูญตั้งแต่เกิดเรื่อง มีเพียงลี่หลันเล่อที่เดินเข้ามาสู่ประตูตำหนักบูรพา เพียงเพื่อคิดว่าต้าหมิงคุนจะยอมยกโทษให้ ประตูไม้หนักอึ้งเปิดอ้าออก องครักษ์หนุ่มก้าวออกมาจากบานประตูนั้น วางอาภรณ์ตัวใหม่ลงตรงหน้า

สายตาเย็นเยียบมองผ่านเลยเหมือนลี่หลันเล่อเป็นเพียงเกล็ดหิมะบนพื้น

"ไท่จือให้ท่าน.. คุณหนูลี่ไปเสียจากตำหนักบูรพา"

"จื่อจื่อ ท่านฟังข้าก่อน”

ใบหน้าขององครักษ์หนุ่มยังเฉยชา

“ไท่จือไม่ให้ท่านตายก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว ไปเสีย”

“จื่อจื่อข้าอยากพูดด้วยความสัตย์ท่านฟังข้า ข้าไม่เคยคิดทำร้ายเมิ่งเม่ย ไม่ใช่ข้า ข้าไม่เคยคิดจะปองร้ายนางด้วยซ้ำไป”

“คิดจะให้ข้าส่งต่อข้อความนี้กับไท่จือหรือไร หากไม่ใช่คุณหนูลี่แล้วจะมีผู้ใดที่คิดทำเรื่องต่ำช้าอย่างนี้ได้ ใต้หล้าไม่มีใครกล้ากับคุณหนูลี่ ใต้หล้ามีสิ่งใดที่คุณหนูลี่ต้องการแล้วไม่ได้มาครอบครอง นอกจากหัวใจของไท่จือ ท่านจึงเกลียดชังเมิ่งเม่ย ถึงกับส่งคนย่ำยีนางแล้วฆ่านางเสีย เมิ่งเม่ยเป็นน้องสาวคนเดียวของข้า คิดหรือว่าข้ายังจะเชื่อคำพูดของคุณหนูลี่”

ลี่หลันเล่อถึงกับเซถลาทำไมไม่เคยรู้มาก่อนว่าเมิ่งเม่ยเป็นน้องสาวของจื่อจื่อ

ดั้นด้นมาที่นี่คนเดียวยอมคุกเข่าทั้งคืนเพื่อให้คนสองคนเกลียดชัง

จื่อจื่อหันหลังกลับเข้าไปด้านใน ประตูไม้หนักอึ้งถูกปิดลง

เมิ่งเม่ยเป็นน้องสาวของจื่อจื่อมิน่าเล่าไท่จือจึงพบนางแล้วหลงใหล ท่าทีอ่อนหวานของนาง ลี่หลันเล่อโง่งม ยิ้มหยันให้กับสวรรค์ เมิ่งเม่ยเผชิญเคราะห์กรรมแต่นางกลับทิ้งรอยร้าวและบาปเคราะห์ไว้กับลี่หลันเล่อ

"ไท่จือนางไปแล้ว"

"ให้พ่อค้าทาสจับนางไปขายเสีย"

"ไท่จือ ท่านไม่กลัวว่า.."

"ความผิดของนางหลักฐานชัดแจ้งเสด็จพ่อให้ข้าตัดสินใจเพียงลำพัง นางส่งคนทำร้ายเมิ่งเม่ยจนตาย เจ้าคิดว่ามากไปหรือ ยึดทรัพย์ตระกูลนางบิดามารดานางหนีไปแล้วก็ช่างแต่นางต้องรับโทษทัณฑ์"

"ปะปะเปล่า ขอบพระทัยไท่จือที่คืนความเป็นธรรมให้กับเมิ่งเม่ย"

ลี่หลันเล่อโซเซกลับไปยังตระกูลลี่ ที่ยิ่งใหญ่บัดนี้กลับเงียบงัน ข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจายจากหัวขโมยที่ได้โอกาสในการหาประโยชน์ในตระกูลลี่

ไท่จือผู้ยิ่งใหญ่ ต้าหมิงคุนอำนาจล้นมือถือโอกาสนี้จัดการตระกูลลี่ที่ยิ่งใหญ่

และจัดการคุณหนูลี่ที่เขาเกลียดชัง

ลี่หลันเล่อทรุดกายลงบนขั้นบันได ลมหนาวยังพัดโชยบิดามารดาคงเร้นกายห่ยไปจากแคว้นนี้เสีย ในเมื่อต้าหมิงคุนมักจะไม่ปล่อยให้มีชีวิตสุขสบายหากบาดหมางกับเขา

ลุกขึ้นเดินไปยังห้องเดิมที่เคยนอน รื้อค้นจนทั่วอยากให้มีของสำคัญพอให้ได้เบิกทาง ตื่นเต้นดีใจอย่างยื่ง เมื่อค้นเจอถุงเงินเก่าที่เคยวางทิ้งขว้างไม่มีความหมายยามครั้งที่ ยังไม่เกิดเรื่องขึ้น

บุรุษท่าทางกักขฬะสองสามคนยืนรายล้อมถุงเงินถูกดึงไปไว้ในมือของหนึ่งในชายร่างใหญ่ ลี่หลันเล่ออ้าปากค้างหันหลังออกวิ่งแต่ช้าไป

"ไปกับเรา เจ้าหน้าตางดงามเพียงนี้คงขายได้ราคา"

"จะได้ราคาอย่างไรเราต้องการแรงงานเพื่อทำงานหนักแต่ดูแม่นางน้อยเร่ร่อนคนนี้สิไร้เรี่ยวแรงใครกันจะซื้อ"

อีกคนแย้งขึ้น

"หมิงคุนไท่จือบอกให้นำตัวนางไปขายก็ต้องน้อมบัญชาไท่จือ ไม่แน่อาจมีใครเห็นนางแล้วถูกใจซื้อไปเป็นเมียทาสหรือสาวใช้ไว้ปรนเปรอโชคดีหน่อยอาจเป็นอนุ"

หมิงคุนไท่จือ หมิงคุนไท่จือไม่ให้ตายแต่ให้อยู่ไม่สู้ตาย เขารักใครเมิ่งเม่ยจนยัดเยียดบาปเคราะห์ให้กับลี่หลันเล่อได้เพียงนี้เชียวรึ ฮ่องเต้ชราก็ปิดหูปิดตา ปล่อยให้ไท่จือกระทำตามใจถือว่าเป็นการล้างไพ่ในมือ ไพ่ตัวสำคัญอย่างใต้เท้าลี่บิดาของลี่หลันเล่อ

นอกเขตวังหลวง

"เดิน เดินเร็วเข้าชักช้าอยู่ได้"

ลี่หลันเล่อในอาภรณ์ขะมุกขะมอมถูกมัดมือติดกับทาสคนอื่นโยงลากจูงกันไปในซอกเขา

ท้องหิวกายเหนื่อยหมดเรี่ยวแรง

"ข้าเอาคนนี้ คนนี้แล้วก็คนนี้"

มืออ้วนน่าเกลียดชี้มาที่ร่างโซเซของลี่หลันเล่อ

"ดีแค่ไหนที่ไม่ต้องเดินไปถึงชายแดนที่นี่ยังมีงานหนักให้ทำ"

พ่อค้าทาสเอ่ยปากปลอบใจแบบจอมปลอม ความจริงดีใจยิ่งที่ไม่ต้องรับภาระพาพวกทาสไปถึงชายแดนเสียค่าอาหารให้เสียเปล่าๆ ลี่หลันเล่อถูกแก้มัดออก

"งานหนักของข้าแค่เพียงขุดแร่"

"นายท่านส่งแร่เข้าไปในวังหลวงคงได้เงินมากมาย"

ปากก็พูดมือก็แกะเชือกที่รัดมือทั้งสองข้างออก

"งานที่มีทำไม่ทันต้องหาคนขุดแร่เพิ่ม"

ลี่หลันเล่อหลุดจากเชือกที่มัด วิ่งออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วลี่หลันเล่อไม่มีทางทำงานหนักแบบนั้น นางสูงส่งไม่อาจลดตัว

"ทาสหนีพวกเจ้าตามจับตัวนางมาข้าจะลงโทษให้หนัก"

ล้มลุกคลุกคลานก็ยังหนีหนามเกี่ยวไม้เกาะก็วิ่งไม่หยุด

จนสุดท้ายจนมุมอย่างช่วยไม่ได้ บุรุษร่างกำยำทั้งดึงทั้งลากร่างอ่อนระโหยโรยแรงไปกับพื้น

“เจ้า อดยากมาหลายวัน ข้าขายไปจะได้กินอิ่มหนำยังหนีได้อีก ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนพวกเจ้าสั่งสอนนางต่อไปนางจะได้หลาบจำไม่กล้าหนีอีก”

หลายมือหลายเท้าต่างลงมือไม่อายนรกสวรรค์ ลี่หลันเล่อเจ็บแต่ไม่อาจร้องขอความเมตตารู้ดีว่าเปล่าประโยชน์ ได้แต่ยกมือกุมท้องที่โดนทั้งทุบทั้งตี

“จำไว้คราวหลังห้ามคิดหนีไปไหนอีก เป็นทาสหากไม่ยอมเชื่อฟังก็จะเจ็บตัวแบบนี้”

“นาง เป็นใครกันใบหน้าเมื่อก่อนคงงดงามไม่น้อย แต่ยามนี้คงลำบากยิ่งเห็นได้ชัดว่าซูบลงมากหากกินอิ่มนอนหลับคงดูดีกว่านี้”

“นางผู้นี้ไม่รู้นางทำอะไรให้ ไท่จือหมิงคุนไม่พอใจ จึงถูกสั่งให้ข้าจับตัวมาขายบ้านแตกสาแหรกขาด แล้วยังต้องมาเป็นทาส ดูนางตอนนี้สิเหมือนซากศพก็ไม่ปาน”

ลี่หลันเล่อกระอักเลือดสดๆ ออกมาดวงตาพร่ามัว ความเจ็บปวดที่มากมายทำเอา ร่างกายสั่นสะท้านหนาวร้อนจนไม่อาจแยกแยะ

“ข้าขอโทษ หลันเล่อ”

เสียง กระซิบแผ่วเบาของเมิ่งเม่ยดังจากที่ไกลแสนไกลน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ดวงตาเย้ยหยันเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

"ข้าไม่มีทางอภัยให้ท่านต้าหมิงคุน"

วังหลวงแคว้นหาน

“ไท่จือ คุณหนูลี่นางตายแล้ว”

“ตายหรือ จะไม่ง่ายไปหน่อยหรือไร” จื่อจื่อก้มหน้า

ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาประสานมือตรงหน้าด้วยท่าทีร้อนรน

“ไท่จือ มีคนอ้างว่า เป็นแม่นางเมิ่งเม่ยขอเข้าพบไท่จือ”

ตอน 2

18ปีผ่านไป

“องค์หญิง องค์หญิงเจ้าขาอย่าวิ่งเจ้าค่ะเดี๋ยวจะล้มลงไปแข้งขาเป็นรอย ไม่สวยนะเจ้าค่ะ”

ร่างบางระหงในอาภรณ์สีแดงสดตัดกับใบหน้าสว่างใสงดงาม ผิวขาวราวกับปุยนุ่นแต่ริมฝีปากกับมีสีแดงระเรื่อไม่ได้แต่งแต้ม คิ้วคมรับกับดวงตากลมเหมือนกำลังสงสัยใคร่รู้จมูกรั้นเชิดหยิ่ง เป็นใบหน้าของลี่หลันเล่อทว่านางกับน่าเอ็นดูยิ่งนักยังอ่อนโตโลกและไร้เดียงสา

“ข้าแค่อยากเห็นคนของแคว้นหานที่ยิ่งใหญ่ฮ่องเต้แคว้นหานมาถึงนี่ เจ้าไม่ตื่นเต้นหรือไร” 

ร่างสูงชะลูดกอดกระบี่ ยิ้มอ่อนโยนตรงหน้าก่อนจะยกมือขวางร่างบางที่วิ่งมาหยุดนิ่งกอดที่จะถึงอ้อมแขนแข็งแรงนั้น

“ซือฟุ ท่านมาขวางข้าทำไม คนจากแคว้นหานข้าอยากเห็นว่าจะมีใบหน้าเหมือนอาจารย์ไหม”

“เหมือนข้า องค์หญิงชอบหรือไม่”

ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆจ้องตาใสของอีกคน

“ชอบซี้ ชอบมากเลยทีเดียว ซือฟุเราไปดูพวกเขากัน”

คว้ามือของอีกคนวิ่งลิ่วไปยัง ท้องพระโรง

“หลันเล่อ องค์หญิงรองมานี่”

 หันซ้ายหันขาวยืนบิดไปบิดมาเมื่อพระสนมของบิดา เอ่ยปากทักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หลันเล่อถวายพระพรเสด็จพ่อเสด็จแม่พระสนมลู่ฟาง พี่ใหญ่”

ย่อกายลงเงอะงะไม่ได้มีท่าทีอ่อนหวานแม้แต่น้อย

“ฮองเฮา เจ้าตามใจนางจนเคยตัวไม่สำรวมสักนิด หลันเล่อวันนี้มีแขกเมืองฮ่องเต้แคว้นหาน เสด็จเยี่ยมเยือนเผ่าปาเอ่อถัวของเราเจ้าไม่สำรวมเช่นนี้ ยังกล้ามาวุ่นวาย”

หลบอยู่ด้านหลังสนมลู่ฟางที่ยกมือขึ้นคว้ามือของหลันเล่อใว้อย่างปลอบโยน ฮองเฮาหน้าตึง

“ฝ่าบาทนางยังเด็กนัก พร่ำสอนอีกไม่นานจะกลายเป็นองค์หญิงที่งดงามในไม่ช้า”ก้มหน้าซ่อนยิ้มภายใน

"ฮ่องเต้แคว้นหานมาดีมาร้ายไม่อาจหยั่งรู้ หลันเล่อเข้าไปข้างใน"

องค์ชายใหญ่ส่งสายตาดุดันมายังหลันเล่ออย่างจงใจทำให้หลันเล่อหดหัวไม่กล้า อีกทั้งยังก้มหน้านิ่ง

" ถงหมิ่นพานางกลับไปที่ห้องนาง"

องค์ชายใหญ่ออกไปสำทับเมื่อเห็นว่าทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาไม่มีการท้วงติง ถงหมิ่นพยักหน้าให้กับหลันเล่อที่ก้าวเดินนำออกจากท้องพระโรงไปในทันที

“ ต้าหมิงคุนฮ่องเต้แคว้นหานเสด็จจจจจจ”

"ขัาน้อยจื่อจื่อผู้แทนพระองค์ในต้าหมิงคุนฮ่องเต้”

จื่อจื่อ ประสานมือตรงหน้าท่าทีองอาจ

“ฮ่องเต้แคว้นหาน ไม่ปรากฏกาย ไร้ความจริงใจ”

“ฝ่าบาทโปรดอภัย ฝ่าบาทหมิงคุนของเราประชวรจากการเดินทางคาดว่าต้องใช้เวลาพักฟื้น เมื่ออาการดีขึ้นแล้วจึงจะแวะมาถวายพระพรฝ่าบาทอย่างแน่นอน” หลันเซ่อฮ่องเต้ ทำสีหน้าแสดงความไม่พอใจออกมาชัดเจน

“ข้าหลันเซ่อมิบังอาจ เห็นได้ชัดว่าฮ่องเต้แคว้นหานยิ่งใหญ่เพียงใดอีกทั้งยังเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ข้าแค่เพียงคนแก่ชรา ไม่อาจบังคับให้ใครต้องมาเกรงใจ”

“ฝ่าบาท ลู่ฟางเองก็คิดถึงหลานไม่น้อยเอาอย่างนี้ดีไหม ลู่ฟางอาสาเยี่ยมไข้ ต้าคุนหมิงฮ่องเต้บอกเล่าเจตนารมณ์ของฝ่าบาท”

น้ำเสียงอ่อนหวานจริงใจ แก้ไขสถานการณ์หลันเซ่อถอนหายใจเบือนหน้าหนี

“ตามใจเจ้า”น้ำเสียงอ่อนโยน

“ขอบพระทัยฝ่าบาท” หลันตี้ยิ้มมุมปาก

“เสด็จแม่ คนแค้นหานเป็นอย่างไรบ้าง”

หลันเล่อเอ่ยปากถามฮองเฮา

“เฮ้อ จะเป็นอย่างไรก็แค่พวกที่ตั้งใจมาสืบข่าวว่าเผ่าปาเอ่อถัวของเรามีสิ่งใดที่อยากได้บ้างก็เท่านั้น หากพึงใจก็ยกทัพหากไม่พึงใจก็แค่สานสัมพันธ์เหมือนที่เคยทำมานานนม”

“เสด็จแม่เหมือนที่เขาส่ง พระสนมลู่ฟางมาอย่างนั้นหรือ”

“สนมลู่ฟางเป็นเสด็จพ่อเจ้าที่พึงใจนาง แค่เพียงตั้งใจว่าจะช่วยเป็นด่านหน้าคอยปกป้องชายแดนของแคว้นหาน ต่อกรกับแคว้นฉินแคว้นใต้ ฮ่องเต้แคว้นหานก็ส่งนางมามานี่ทันที”

“เสด็จแม่แล้วเราต้องส่งใครไปไหม หากว่าเขาต้องการ”

“ไม่มีทาง เราไม่ต้องส่งใคร พี่ใหญ่ของเจ้าไม่มีทางยอมแม้เสด็จพ่อจะหลงใหลสนมลู่ฟางนางชี้นกเป็นไม้เสด็จพ่อก็คล้อยตาม แต่มีพี่ใหญ่เจ้าอยู่ทั้งคนไม่ต้องกลัวว่าจะต้องยอมคนของแคว้นหานที่กระหายในอำนาจนั่น”

“เสด็จแม่เช่นนั้นเราก็วางใจได้แล้วใช่ไหม”

“หลันเล่อเจ้าอย่าบอกนะว่าจะหนีออกไปเที่ยวนอกเขตวังหลวงอีกแล้ว”

“เสด็จแม่รู้ทันหลันเล่ออีกแล้ว”

ยกมือขึ้นลูบหลังเบาๆ

“หลันเล่อของแม่จะต้องระวังตัวให้มากมีคนต่างแคว้น เข้ามาในเขตวังหลวง ไม่ได้มาแค่คนสองคนแต่มาทั้งกองทัพเพื่ออารักขาฮ่องเต้ต้าหมิงคุน”

“ต้าหมิงคุน”ฮองเฮาพยักหน้า

“ฮ่องเต้หนุ่ม อายุอานามเพิ่งจะสามสิบหกแต่ก็มีชื่อก้องไปทั่วเจ็ดคาบสมุทร”

“ช่างเถอะท่านแม่ ข้าออกไปเดินเที่ยวในตลาดสักสองชั่วยาม เสด็จแม่ช่วยปิดอย่าให้พี่ใหญ่รู้ว่าข้าออกไป”

“เฮ้อ หลันเล่อ พี่ใหญ่เขาหวังดีกับเจ้าวันๆวิ่งตามแต่ซือฟุ แม่กำลังคิดว่าไม่อยากให้เจ้าใกล้ชิดซือฟุมากไปเพราะอย่างไรเขาก็คนที่อื่นไม่ใช่คนของเผ่าปาเอ่อถัวของเรา”

“อาจารย์ดีกับข้ายิ่งนักหากไม่ใช่อาจารย์ข้ายังนึกไม่ออกว่าจะเป็นใครได้อีก”

“อืม หลันเล่อสักวันจะต้องแต่งออกไปถึงเวลานั้นจะต้องมีคนที่รักจริงใจกับเจ้ายิ่งกว่าถงหมิ่น”

หลันเล่อยิ้มแม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่ดื้อรั้นแต่ภายในหลันเล่อกับรู้สึกว่า ในตอนนี้ไม่มีใครดีไปกว่าถงหมิ่น

“หลันเซ่อฮ่องเต้ มีท่าทีเช่นไร”

ต้าหมิงคุน ยืนเอามือไพล่หลังสิบแปดปีที่ผ่านมาใบหน้าแม้จะไร้รอยยิ้มทว่า กลับหล่อเหลาในแบบของบุรษหนุ่มที่องอาจสายตาประดุจเหยี่ยวคมกริบ หนวดเครารกครึ้ม

“ก็เพียงแต่ตัดพ้อ ความจริงฝ่าบาทไม่จำเป็นไปที่นั่นก็ได้ ไม่เห็นว่าจะต้องให้ความสำคัญกับเผ่าเล็กๆ เช่นนั้น”

“หลันเซ่อ หมดความน่าเกรงขามแล้ว หลันตี้ต่างหากที่ข้ากังวล หลันตี้ผู้ซึ่งตอนนี้ มีอำนาจยิ่งใหญ่ไม่แพ้หลันเซ่อแล้วอีกอย่างตอนนี้หลันตี้ เจรจากับเผ่าต่างๆ รวบรวมชนเผ่าเป็นปึกแผ่น นับว่าน่าหวั่นใจไม่น้อย”

“ฝ่าบาทก็ทำแบบเดิม ที่แคว้นหานมักจะเดินหมากในรูปแบบเดิม”

“สานสัมพันธ์โดยการแต่งงานอย่างนั้นหรือ.. ข้ายังไม่มีรัชทายาท เรื่องนี้คงต้องเลิกล้ม”

“ฝ่าบาท ข้าน้อยได้ยินมาว่า องค์หญิงรองเพิ่งจะโตตอนนี้งดงามจนเล่าขานไปทั่ว หลายชนเผ่าที่ยอมสวามิภักดิ์กับปาเอ่อถัวเพราะหมายมั่นองค์หญิงรองผู้นี้”

“ข้าบอกว่าขายังไม่มีรัชทายาทหากจะมีก็คงจะไม่ทันกาล”

“ฝ่าบาท ฝ่าบาทเองยังไร้ฮองเฮา”

ต้าหมิงคุน ขมวดคิ้วนานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องรักใคร่ตั้งแต่.. เมื่อไหร่กัน

“ฉึก”

เสียงธนูแหวก พงไม้เข้าหากระโจมใหญ่ เสียงโห่ร้องของโจรตามแนวชายแดนที่ชื่อว่าพรรคจิ้งจอกดำเข้าล้อมกระโจมใหญ่ เหล่าทหารชักทั้งดาบและกระบี่ออกห้ำหั่น จื่อจื่อยกมือขึ้นกันต้าหมิงคุนไว้ โยนเสื้อคลุมของสีทึบให้กับต้าหมิงคุน เพื่อปลอบตัวเป็นเพียงทหารธรรมดา พวกโจรฮึกเหิมพุ่งเข้ามาราวห่าฝน ในหุบเขาเริ่มอับแสง ดวงอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว

“ฝ่าบาทเร้นกายไปก่อนจื่อจื่อจะอยู่ที่นี่หลอกล่อพวกมัน ทางที่ดีอย่าเปิดเผยฐานะพวกโจรจิ้งจอกดำ มักจะออกปล้นฆ่าคนที่มาพักค้างแรมที่หุบเขาทั้งพ่อค้าและคหบดีฝ่าบาทรีบหนีไปเสียพวกมันเหี้ยมโหดยิ่งนัก” 

ต้าหมิงคุนคว้ากระบี่ หันหลังพุ่งตัวออกจากกระโจมไปในทันที

แต่หาได้รอดสายตาของโจรจิ้งจอกดำไม่ร่างสูงของหัวหน้าโจรบุกทะลวง ให้กระบี่ในมือกางกั้นไว้ จื่อจื่อถลาเข้าใช้กระบี่ของตัวเองรับคมกระบี่ของโจรป่าเสียงดังลั่น อีกคนพุ่งตรงเข้ามาจากด้านหลัง เงื้อกระบี่ฟันฉับเข้าที่แผ่นหลังของต้าหมิงคุน

“เอือก”

เลือดสีแดงไหลทะลัก

“ใครฆ่า ฮ่องเต้แค้วนหานได้มีรางวัลอย่างงาม”

เสียงตะโกนดังลั่นเท่านั้นเองกระบี่นับสิบพุ่งตรงเข้าใส่ต้าหมิงคุน จื่อจื่อพุ่งเข้ามาพยุง ต้าหมิงคุน

“ฝ่าบาทไหวหรือไม่”

ต้าหมิงคุนพยักหน้าหงึกหงัก

“ข้าจะต้านพวกมันไปไว้ฝ่า่บาทหาทางหนีไปเสีย” 

พูดเสร็จก็ทะยานขึ้นด้านบนกวัดแกว่งกระบี่เป็นวงกลม ฟาดฟันเหล่าโจรป่าล้มลุกคลุกคลาน ต้าหมิงคุนได้โอกาสพุ่งเข้าไปในดงไม้ทะยานขึ้นสู่คาคบไม้ พุ่งตัวไต่ไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว

บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังทำให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุด เพียงครู่สายตาก็พร่ามัวก่อนที่ร่างสูงจะทะยานลงจากกิ่งไม้เอนกายลงพิงต้นไม้ใหญ่สติดับวูบด้วยทนพิษบาดแผลไม่ไหว

“ตื่นๆๆๆ อย่าเพิ่งตาย ข้าเป็นองค์หญิงสั่งห้ามให้เจ้าห้ามตาย”

หลันเล่อตวาดดังลั่นมือไม้สั่นด้วยไม่เคยเห็นคนที่ถูกทำร้ายมาก่อน ตรงเข้าพยุงต้าหมิงคุนที่ยกกระบี่ขึ้นมาขวางไว้ไม่ให้หลันเล่อเข้าใกล้

“จะตายอยู่แล้วยังทำเก่ง ตกลงจะให้ข้าช่วยไหม”

ต้าหมิงคุนหลี่ตาก่อนจะดึงร่างบางพลิกตัวขึ้นทาบทับยกมือขึ้นอุดปากหลันเล่อไว้แน่น

“เงียบ”เค้นเสียงพูด

เสียงวิ่งฝ่าดงไม้อีกทาง หลันเล่อหุบปากสนิททั้งๆที่อยากจะโวยวายที่ถูกทับไว้อย่างนั้น

“ปล่อยข้า”

เสียงคนวิ่งผ่านไปแล้ว ดวงจันทร์บนฟากฟ้าโผล่พ้นเงาเมฆ ต้าหมิงคุนจ้องใบหน้างดงามเต็มตา

“ลี่หลันเล่อ”

ฟุบหน้าลงบนอกอุ่นหมดสติไปในทันที

ตอน 3

"ไม่น้าาาาจะตายไม่ได้ได้นะ ห้ามตายตรงนี้เจ้าคนถ่อย ลุกขึ้นมาข้าสั่งไม่ให้ตายจะตายทั้งๆ ที่ยังนอนอยู่บนตัวข้าไม่ได้น้าาาา" 

ทั้งผลักทั้งดันร่างสูงที่หนวดเครารุงรังแต่ด้วยร่างสูงที่ทั้งใหญ่ทั้งหนักหลันเล่อจึงเปลี่ยนวิธียกมือขึ้นกอดรวบลำตัวมือบางวางที่แผ่นหลังของเหลวเหนียวหนึบ หลันเล่อจ้องมือบางที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของตัวเอง

"บาดเจ็บนี่"

พลิกร่างสูงลงด้านล่างตัวเองนอนทับด้านบน หอบแฮ่กๆ

"คนอะไรตัวใหญ่เป็นบ้า ไปตามอาจารย์มาดีกว่า ไม่ได้สิต้องจัดการกับบาดแผลเสียก่อนค่อยตามอาจารย์"

ดึงมีดสั้นออกมาจากเอวขมวดคิ้วจรดมีดสั้นลงที่ลำคอของต้าหมิงคุน ลากมือขึ้นลงเบาๆ

"ไม่มีหนวดเคราแล้วค่อยดูดีมาหน่อย อีกอย่างพวกที่ตามล่าก็จะจำไม่ได้"

พลิกร่างใหญ่ให้นอนคว่ำหน้าด้วยแรงทั้งหมด ตัดเศษอาภรณ์ด้านหลังของต้าหมิงคุนออก แผลยาวเหวอะหวะฟาดยาวบนแผ่นหลัง ดึงถุงน้ำกระเพาะแพะมารินน้ำใส่ผ้าจนชุมเช็ดรอบๆ บาดแผล

"ไปปล้นฆ่าใครเขามา จึงถูกตามล่าเช่นนี้ แต่หายห่วงถึงมือหลันเล่อแล้วจะต้องปลอดภัย" 

หยิบยาสมานแผลขวดเล็กที่พกติดตัวเป็นประจำ ก็หลันเล่อมักจะบาดเจ็บมีบาดแผลเล็กน้อยไปทั่วกาย ถงหมิ่นจึงยัดยาสมานแผลใส่มือให้ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นของที่ต้องพกติดตัวเป็นประจำ โรยยาสมานแผล เทน้ำใส่ในผ้าอีกครั้ง เช็ดรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้าอีกครั้ง หลันเล่อชะงักมือ ด้วยใบหน้าหมดจดที่เห็นช่างหล่อเหลาในตอนที่มีหนวดเครามองเหมือนโจรป่า แต่พอโกนหนวดเคราออกเสียสิ้นกับมีสภาพ ดังอ๋องหรือองค์ชายของแคว้นใดสักแห่งหนึ่ง

หลันเล่อมองใบหน้าหล่อเหลารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด บังเกิดความรู้สึกประหลาด ที่หลันเล่อไม่เข้าใจว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ สะบัดหัวไปมา

"ไปตามอาจารย์ดีกว่า"

ลุกขึ้นยืนกับถูกร่างสูงดึงรั้งจนล้มลงบนอกของเขาทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงครู่เดียวร่างเล็กของหลันเล่อก็อยู่ใต้ร่างของต้าหมิงคุน

"เจ้าเป็นใคร"

"ขะขะ เอ่อหลันเล่อ"

"ไม่จริงลี่หลันเล่อนางตายไปแล้ว"

"ลี่หลันเล่อ ไม่ไม่ไม่ข้าเอ่อหลันเล่อองค์หญิงรองเผ่าปาเอ่อถัว"

ต้าหมิงคุนยกมือขึ้นกุมขมับ

"นางตายไปแล้ว"

พึมพำเบาๆ

"ท่านลุงเอ๊ยท่านอาท่านต้องใจเย็นๆ ข้าเป็นคนช่วยท่านไม่ได้คิดจะทำร้ายท่าน เห็นไหมบาดแผลของท่านก็เป็นยาสมานแผลที่ดีที่สุดของเผ่าเรามีใช้เฉพาะในวังหลวงชาวบ้านธรรมดาไม่มีโอกาสได้ใช้ยานี่ ถงหมิ่นให้ข้าพกไว้พอดีได้ใช้ช่วยชีวิตท่านอาพอดีเลย"

ต้าหมิงคุนได้ยินชื่อของถงหมิ่น

"ถงหมิ่น ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน"

"อาจารย์กับข้าเรามักจะร่ำสุราด้วยกันที่….ทำไมข้าต้องบอกท่านด้วย"

"ตามเขาให้ข้า"

น้ำเสียงดุดัน

"นี่พูดดีๆ หน่อยถ้าท่านอารู้จักซือฟุอยากพบซือฟุจะต้องพูดกับข้าดีๆ เพราะว่าข้าเป็นถึงองค์หญิง"

"ตามเขามาพบข้า"

ยังพูดคำเดิมซ้ำๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงแผ่หลาด้วยรู้สึกถึงความเจ็บปวดบริเวณบาดแผล

จื่อจื่อทะยานลงจากคบไม้ ตรงเข้าพยุงร่างสูงของต้าหมิงคุน

"ฮะฮะ ฮ่าฮ่า"

อดที่จะขำไม่ได้เมื่อเห็นว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราไม่เคยต้องคมมีดมานับสิบปีบัดนี้สะอาดหมดจดไม่เหลือเส้นขนบนใบหน้าแม้แต่เส้นเดียว

"นายท่าน ทำไมใบหน้าท่าน"

หลันเล่อเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม ยืนส่ายไปส่ายมา

"ข้ากลัวว่าพวกที่ตามล่าเขาจะจำเขาได้อีกอย่าง...ข้าไม่ชอบคนที่หนวดเครายาวรุงรังเหมือนโจรป่า"

ต้าหมิงคุนอ้าปากค้างยกมือขึ้นลูบที่ใบหน้าหมดจดของตัวเอง

"เจ้า นี่เจ้าทำอะไรข้า"

"เอ้า ก็แค่โกนหนวดเคราให้ แล้วก็ทำแผลไม่ได้ปล้นพรหมจรรย์เสียหน่อยทำไมต้องโมโหขนาดนั้น"

“เจ้าต้องชดใช้”

“จะบ้าหรือชดใช้เรื่องอะไรกัน ข้าช่วยชีวิตแค่กวนหนวดเคราด้วยความหวังดี อีกอย่างโกนขนพวกนี้ทิ้งแล้วก็หล่อเหลาไม่น้อย” 

จื่อจื่ออมยิ้มนึกขำ แม่นางน้อยผู้นี้ช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนัก นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่เห็นว่า ต้าหมิงคุนจะมีอาการวุ่นวายแบบนี้

จื่อจื่อหันมองหลันเล่อ ก่อนจะอ้าปากค้าง

"คุณหนูลี่"

"ไม่ไม่ไม่ข้าชื่อเอ่อหลันเล่อ" 

จื่อจื่อยังคงจ้องมองใบหน้าของหลันเล่อนิ่ง จะเป็นไปได้อย่างไรหากเป็นลี่หลันเล่อที่ไม่แก่เฒ่าแล้วยังสวยน่ารักแววตาใสซื่อไร้แววหยิ่งยโส

ลี่หลันเล่อที่เขาฝังนางกับมือ ต้าหมิงคุนหลบลี้หนีหน้าจากผู้คนนานนับเดือนด้วยเรื่องของลี่หลันเล่อ เมิ่งเม่ยที่แทบจะถอดใจเมื่อไม่อาจดึงรั้งต้าหมิงคุนให้กลับเป็นคนเดิม

"ไม่เอาดีกว่าท่านมีคนดูแลแล้ว ข้าไปก่อนดีกว่า”

ก้าวขาจากไป จื่อจื่อพยุงต้าหมิงคุนนั่งพิงต้นไม้ใหญ่

“นางยั่วโทสะข้า”

“นางน่าเอ็นดูอีกอย่างใบหน้าของนางช่างละม้ายกับแม่นางลี่แล้วยังมีชื่อเดียวกันด้วย” 

ต้าหมิงคุนยกมือขึ้นลูบหนวดเคราด้วยความรู้สึกแปลกไป ความจริงก็ดีไม่น้อยไม่มีหนวดเคราก็รู้สึกว่าใบหน้าสะอาดสะอ้าน ถอนหายใจกับคำว่าหล่อเหลาของแม่นางน้อยหลันเล่อ

“เจอตัวหรือไม่”

หลันตี้ ถามหัวหน้าโจรจิ้งจอกดำ

“ไม่เจอ ข้าส่งคนติดตามจนทั่วไม่พบแม้แต่เงา”

หานจงหัวหน้าโจรพรรคจิ้งจอกดำส่ายหน้าไปมา

“เรื่องง่ายดายทำให้เป็นเรื่องยาก อยู่ในเผ่าปาเอ่อถัวของเราจะสังหารคนล้วนง่ายดาย ข้ามักจะเปิดโอกาสให้พวกท่านได้ทำตามใจ ของที่ปล้นมาก็ไม่เคยเอาส่วนแบ่งเรื่องแค่นี้กลับทำไม่สำเร็จ”

“ต้าหมิงคุนได้รับบาดเจ็บสาหัส หากองค์ชายเพียงแค่ห้ามหมอในปาเอ่อถัวให้การรักษา คาดว่าบาดแผลอาจมีปัญหาในภายหลัง”

“โง่เสียจริงข้าจะสั่งแบบนั้นได้อย่างไร พรุ่งนี้พระสนมลู่ฟางก็จะต้องรับเอาหลานคนโปรดต้าหมิงคุนเข้ามาในวังหลวงอยู่แล้ว ความจริงควรจะจัดการให้สำเร็จในคืนนี้”

“ข้าส่งคนไปแล้วองค์ชายวางใจ ข้าจะทำให้ดีที่สุดตามที่ตกลงกันไว้”

“เรื่องน้องสาวของข้า องค์หญิงรองนะหรือข้ายังไม่ได้รับปากว่าจะทูลเสด็จพ่อเรื่องนี้”

“องค์ชาย แต่ข้าบอกท่านแล้วว่าที่ข้ายอมทำเรื่องทั้งหมดให้ท่านยอมเสี่ยงกับการยกทัพมาโจมตียอมเอาชีวิตของจอมโจรจิ้งจอกดำหลายร้อยชีวิตไปเสี่ยงก็เพราะว่าข้าแอบหมายปององค์หญิงรองหลันเล่อ เพียงท่านเอ่ยปากเชื่อว่าฝ่าบาทจะต้องไม่กล้าปฏิเสธ” 

หลันตี้ยิ้มมุมปาก ใครกันอยากจะให้ลูกสาวหรือน้องสาวที่น่าเอ็นดูอย่างหลันเล่อต้องไปเป็นภรรยาจอมโจรมีชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ

“ไว้ข้าคุยกับเสด็จพ่อเรื่องนี้อีกที เจ้าทำสิ่งที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จก่อนเถิด หานจง”

ลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อจากไปในทันที

“องค์หญิงรองหายออกจากวังหลวงอีกแล้ว กงเจี้ยนตามหาองค์หญิงให้กลับมาได้แล้ว”

หลันตี้สั่งดังๆ

“องค์ชาย คงอยู่กับถงหมิ่นเป็นแน่ไม่ได้หายไปไหน”

“นั่นยิ่งต้องตามนางกลับมา ถงหมิ่นเป็นคนแคว้นหานข้าไม่เคยไว้ใจเขา”

“ขอรับ”

กงเจี้ยนประสานมือ คว้ากระบี่ออกจากห้องไปอีกคน

หลันเล่อสาวเท้ากลับวังหลวงเร็วรี่วันนี้ไม่ได้ร่ำสุราเหมือนเช่นทุกครั้งที่หนีออกมาป่านนี้แล้ว อาจารย์ก็คงกลับวังหลวงแล้วเช่นกัน

“อุ๊ป”

ถงหมิ่นกางมือออกขวางหน้าหลันเล่อไว้ยิ้มด้วยแววตาอ่อนโยน

“องค์หญิงรองหนีอะไรมา” พูดยิ้มๆ

“อาจารย์ ดีใจจังข้าคิดว่าต้อง เดินกลับวังหลวงเพียงลำพังเสียแล้ว”

ยื่นหน้าเข้ามาใกล้

“ก็เลยคิดถึงอาจารย์ใช่หรือไม่”

“อาจารย์รู้ใจข้าที่สุด นี่ข้าเดินจนขาพังไปแล้ว”

ทรุดกายชันเข่านวดน่องเบาๆถงหมิ่นหันหลังให้

“มะ...อาจารย์แบกเจ้าไปดีไหม”

 หลันเล่อกระโดดขึ้นหลังของถงหมิ่นในทันที

“ดีมาก ไม่เห็นข้าไปก็ไม่ยอมตามหาข้า ต้องทำคุณไถ่โทษโดยการแบกข้ากลับวังหลวง”

ถงหมิ่นยิ้ม

“เต็มใจอย่างยิ่ง”

แสงจันทร์กระจ่างกับร่างเล็กบนแผ่นหลังที่เจื้อยแจ้วไม่หยุด ถงหมิ่นฟังไปยิ้มไป กับคำถามที่หลันเล่อสรรหามาถามเขาตลอดทาง

“อาจารย์ เมื่อครู่หลันเล่อช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งจากการถูกสังหาร”

ถงหมิ่นชะงักฝีเท้า

“ องค์หญิง ท่านทำเรื่องอันตรายเพียงนี้ คนผู้นั้นอาจไม่ใช่คนดี”

“ดีสิ เพราะเขารู้จักอาจารย์ เขายังบังคับให้ข้าตามอาจารย์ให้เขา”

"องค์หญิงเจอเขาที่ไหน”

“ป่าทางทิศใต้ก่อนถึงทางออกไปยังโรงเตี๊ยมที่เรามักจะพบกัน”

“องค์หญิง จากนี้ไปก็จะถึงตำหนักขององค์หญิงแล้ว ข้าน้อยขอตัว”

นั่งลงให้หลันเล่อลงจากแผ่นหลัง

“อ้าว ..อาจารย์ท่านไม่แบกข้าแล้วหรือ”

“อาจารย์มีเรื่องเร่งด่วนต้องไปทำ องค์หญิงอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังอย่าบอกใครว่าคนผู้นั้นรู้จักกับอาจารย์”

หลันเล่อพยักหน้ายิ้มๆ

“หากเป็นคำสั่งอาจารย์หลันเล่อจะปกปิดให้เอง”

ยิ้มกว้างถงหมิ่นรีบทะยานจากไป

“ฝ่าบาท ต้าหมิงคุนมาในครั้งนี้ เป็นเพราะลู่ฟางส่งสารไปเชิญเขามา”

“ข้ารู้ เจ้าหวังดี”

“ฝ่าบาทหากจะรักษาดินแดนของเผ่าปาเอ่อถัวไว้ได้ ไม่มีการรุกรานจากเผ่าอื่นและแคว้นใต้จะต้องอาศัยแคว้นหาน”

“หลันเล่อเพิ่งจะสิบแปดอีกอย่างข้าไม่อยากฝืนใจนาง”

“ฝ่าบาท ต้าหมิงคุนยังไม่มีฮองเฮารับนางไปแคว้นหาน ข้าช่วยพูดเสียหน่อย ตำแหน่งฮองเฮาคงจะต้องเป็นหลันเล่ออย่างแน่นอน”

“หลันเล่อยังเด็กนักเกรงว่าชีวิตในวังหลวงแคว้นหาน จะทำให้นางต้องพบกับความทุกข์มากกว่าความสุข”

“ นางเป็นองค์หญิง เรื่องบ้านเมืองล้วนสำคัญเหนืออื่นใด”

“ไว้ข้าไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ก่อน ไท่จือแคว้นใต้ก็กำลังจะส่งเครื่องบรรณาการมาสู่ขอนาง”

ลู่ฟางยิ้มอ่อนโยน

“ฝ่าบาทต้าหมิงคุน ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง หวังว่าฝ่าบาทจะเห็นแก่ข้ามอบนางให้เป็นคนของต้าหมิงคุน”

“ไม่มีทางนางพูดเอาเองตามแต่ใจของนาง คิดจะดองกับเผ่าปาเอ่อถัวเพื่อผลประโยชน์กดดันหลันเล่อของข้า นางแพศยาได้ใจฝ่าบาทไปยังคิดบงการลูกของข้าอีก”

ฮองเฮา ส่งเสียงดังลั่นเมื่อนางกำนัลที่ส่งไปยังตำหนักของลู่ฟางรีบคาบข่าวสำคัญนี้มาบอก

“ฝ่าบาทรับปากนางหรือไม่”

“ไม่เพคะฝ่าบาทไม่ยอมรับปาก อ้างว่าองค์หญิงยังเด็ก”

“ทั้งลู่ฟางและถงหมิ่นทั้งสองคนคิดจะบงการหลันเล่อของข้า ส่งข่าวบอกไท่จือแคว้นใต้ให้รีบเสด็จยังเผ่าปาเอ่อถัวโดยเร็วที่สุด”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED