ตอน 2

“ขอบคุณค่ะ พี่สาว”

ขวัญณภัทรยิ้มรับ กำลังจะเปิดปากพูดว่า “ไม่เป็นไร” เสียงซึ่งทีแรกก็ฟังหวานดี แต่บัดนี้ติดจะเย็นชาของมารดาเด็กหญิงก็แซงขึ้น

“มาเร็วเข้าเถอะ”

ขวัญณภัทรยิ้มเจื่อนเมื่อดวงตาคมงามของหญิงสาวผู้เป็นมารดาของเด็กหญิงตวัดมามองหล่อนคล้ายไม่ชอบใจ ก็เลยรีบเบือนหน้าเสไปมองรอบๆ พบว่าผู้คนออกไปกันกว่าครึ่งแล้วจึงรีบลุกขึ้นเพื่อเดินตามคนอื่นๆ ไป

ความรู้สึกว่าลุงของเด็กหญิงหน้าตาน่ารักคนนั้น ส่งสายตาเข้มคมตามหลังมา ทำเอาหล่อนเกือบสะดุดเท้าตัวเอง

อยากหันกลับไปมองเขาอีกสักครั้ง แต่ความเขินใจทำให้ไม่กล้า

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกซ่านซ่าจากสัมผัสโดยไม่ตั้งใจของเขา ก็ยังตามติด ถึงกับเกิดความใคร่รู้ขึ้นมารุนแรงว่าเขาเป็นใคร ชื่อเรียงเสียงไร มีคนรัก หรือแต่งงานหรือยัง ถ้าเขายังโสดก็แปลกว่ามาชมอุปรากรกับเด็กและแม่ของเด็กที่อาจเป็นน้องสาว หรือน้องสะใภ้ และถ้าผู้หญิงสวยคนนั้นเป็นน้องสะใภ้ น้องชายเขาไปอยู่เสียที่ไหนจึงไม่มาด้วยกัน แล้วเขามาทำอะไรที่นี่ มาเที่ยว มาทำธุรกิจ หรือเป็นอีกหนึ่งคนไทยพลัดถิ่น?

ความสงสัยใคร่รู้ เกือบจะเป็นติดใจในรูปลักษณ์คมเข้มสะดุดตาของชายหนุ่มแปลกหน้า จะยังคงตามติดขวัญณภัทรไปอีกนานนับเดือน และแน่ละ หล่อนไม่คิดแม้สักขณะจิตว่าจะได้เจอเขาอีก แม้ทฤษฎีโลกกลมจะได้รับการพิสูจน์นานแล้วก็ตาม

วินภวัต เทพฉัตร ยืนมองวิวภายนอกโรงแรมที่พักกลางมหานครนิวยอร์ก ด้วยแววตาบอกความเบื่อหน่าย

ในความรู้สึกของเขา เมืองใหญ่ไม่ว่าลอนดอน นิวยอร์ก โตเกียว แม้กระทั่งกรุงเทพฯ ดูจะเหมือนๆกันทั้งนั้น ทั้งเรื่องการจราจรติดขัด เต็มไปด้วยอาคารสูงๆ ตามด้วยมลพิษทางอากาศ เพราะอย่างนี้เขาถึงชอบอยู่ที่ไร่ต่างจังหวัดมากกว่า ที่นั่นเงียบ ไร้มลพิษทางอากาศ ผู้คนก็ไม่มากมายชวนเวียนหัว

เขานึกถึงบ้านไร่ด้วยความคิดถึงทั้งที่จากมาเพียงสัปดาห์เศษๆ แม้ว่าที่นั่นจะมีเรื่องเลวร้ายแทรกอยู่เป็นยาดำ ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ถูกผู้คนบางคนกังขาว่าอาจจะเป็นฆาตกรใจเหี้ยมลงมือสังหารว่าเจ้าสาวของตัวเอง ก่อนจะถึงวันเข้าพิธีวิวาห์เพียงสองวัน

เขารู้สึกเศร้าใจระคนขุ่นแค้นเมื่อนึกถึงเจ้าสาวผู้โชคร้ายที่ต้องมาตายด้วยวัยเพียงยี่สิบสอง แม้ว่าเขาจะไม่ได้หลงรักหล่อน แต่เขาก็มีความเอ็นดูให้หล่อนระดับหนึ่ง เขาเสียใจที่เกิดเหตุร้ายไม่คาดฝันกับหล่อน ยิ่งเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งทวีความโกรธตัวเองที่จนบัดนี้ก็ยังไม่สามารถหาตัวฆาตกรที่ลงมือฆ่าหล่อนอย่างเหี้ยมโหดมารับโทษได้จนแล้วจนรอด และดูเหมือนว่ายิ่งเวลาผ่านไป เบาะแสที่จะควานหาตัวคนร้ายก็ทำได้ยากยิ่งขึ้น

เขาพยายามนึกถึงใบหน้าว่าที่สาวผู้โชคร้าย แต่กลับมีภาพใบหน้าของหญิงสาวแปลกหน้าโผล่ขึ้นมาแทน

หล่อนเป็นใคร เขาไม่รู้ แต่ก็เห็นด้วยกับหลานสาวตัวน้อยของเขาเมื่อมองหล่อนเต็มตา

“คุณลุงขา ดูผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ยุงสิคะ น่ารักจัง ยังกะตุ๊กตาบาร์บี้”

เสียงกระซิบกระซาบของหลานน้อยทำให้เขาอดที่จะชำเลืองมองนิดหนึ่งไม่ได้ เขาไม่กล้ามองนาน กลัวจะเป็นการเสียมารยาท แต่ถึงจะลอบมองแวบเดียวเขาก็ออกจะเห็นด้วยกับหลานว่าหล่อนเป็นคนน่ารัก และยิ่งได้มองหล่อนเต็มตา ได้สบตากลมโตสีช็อกโกแลตทั้งหวานและนุ่มนวลในกรอบตาเรียวกว้าง แทบลืมไปเลยว่ายังวางมือทับอยู่บนมือหล่อน กระทั่งมือเรียวนุ่มขยับเบาๆ ภายใต้อุ้งมือของเขา นั่นแหละเขาถึงได้รู้ตัวว่าเผลอจ้องตาโตล้อมกรอบด้วยพัดขนตาเล่มจิ๋วราวถูกสะกดด้วยเวทมนต์

เขาถอนใจ เมื่อนึกถึงรอยยิ้มหวานๆ ที่หล่อนยิ้มกับหลานสาวของเขา เมื่อหลานสาวเขาหันมาพูดอย่างเขินๆ ว่า “ขอบคุณค่ะ พี่สาว” ด้วยภาษาอังกฤษที่เรียนมา ก่อนผละไปเข้าห้องน้ำกับมารดา และเขายังทันเห็นอีกว่า รอยยิ้มหวานนั้นดูเจื่อนลงในวินาทีสุดท้ายก่อนหล่อนจะหันไปมองรอบตัว และรีบลุกตามคนอื่นไปที่ประตู ออกจากโรงอุปรากรไป

หล่อนมาคนเดียว... นั่นคือสิ่งที่เขารับรู้หลังจากหล่อนลับจากสายตาเขาแล้ว

ขณะมองตามแผ่นหลังบอบบางตั้งตรง ด้วยความรู้สึกเหมือนจะใจหายวูบขึ้นมา เพียงคิดไปว่าคงไม่ได้พบหล่อนอีก เขาก็นึกอยากรู้ขึ้นมาว่าหล่อนเป็นชนชาติไหน

หล่อนมีจมูกโด่งเรียวออกลักษณะชาวตะวันตก มีนัยน์ตาสีน้ำตาลนุ่มนวลแทบจะทำให้เขาคิดถึงช็อกโกแลตชงอุ่นๆ ปากบางได้รูปงามอ่อนช้อย ริมฝีปากล่างอวบอิ่มกว่าเรียวปากบน มุมปากหยักยกพร้อมจะคลี่ยิ้มหวานชวนให้ผู้ได้รับรอยยิ้มจากหล่อนตรึงตาตรึงใจ ผมของหล่อนออกสีน้ำตาลปนแดง ซึ่งน่าจะเป็นสีผมจริง ไม่ใช่สีจากน้ำยาเคมี

จะว่าไป หล่อนน่าจะมีสายเลือดผสมตะวันออก เพราะผิวของหล่อนขาวนวลปนน้ำตาลแกมทอง เกือบจะเป็นสีน้ำผึ้งเจือจางยามสะท้อนแสงแดดอ่อนอุ่น

ว่าไม่ได้ หล่อนอาจมีสายเลือดไทยอย่างเขานี้เอง อย่างน้อยก็หนึ่งในสาม หรือสี่

นึกแล้วก็ให้เสียดายนัก เขาน่าจะลองพูดกับหล่อนเป็นภาษาไทย อย่างน้อยก็ลองดู แต่จะมาคิดขึ้นได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เขาคงไม่มีโอกาสได้พบหล่อนอีก ต่อให้ที่นี่ไม่ใช่นิวยอร์ก แต่เป็นกรุงเทพฯ การจะได้เจอคนแปลกหน้าที่บังเอิญโคจรมาพบกันเป็นครั้งที่สองโอกาสเป็นไปได้เท่ากับเป็นไปไม่ได้นั่นเลย

มีเสียงเคาะเบาๆ ก่อนประตูจะถูกผลักเข้ามา

“พี่วินเก็บของเสร็จหรือยังคะ ถ้ายัง ศิจะได้ช่วย”

น้องสะใภ้ที่ตกพุ่มม่ายแต่ยังสาวของเขา ถามมาพร้อมร่างโปร่งระหงก้าวเข้าประตูมาช้าๆ แปลกว่าเขารู้สึกอัดอัด เมื่อร่างงามเหมือนจะไม่เคยผ่านทั้งการมีสามีและบุตร เข้ามาอยู่ในห้องเดียวกัน จึงลอบถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อเสียงเล็กใสส่งเสียงมาก่อนตัวจะตามมารดาเข้ามา

“คุณลุงขา ไปกันหรือยังคะ ยุงตื่นเต้นจะตายแล้วที่จะได้กลับบ้านเราเสียที ได้มาเที่ยวไกลๆ ในที่แปลกตาก็ดีหรอกค่ะ แต่ยุงก็ยังชอบบ้านเรามากกว่า”

เขานึกรักหลานขึ้นอีกทั้งที่รักมากอยู่แล้ว ทั้งรักทั้งสงสารว่าต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์

“ไปเดี๋ยวนี้แหละ” เขาตอบ เดินเข้าไปหาหลาน โอบร่างเล็กนั้นเข้ามาชิดตัว

ท่าทีที่ลุงก้มลงพูดกับหลาน ดูอ่อนโยนนักหนาไม่ว่าในสายตาของใครก็ตาม จึงไม่แปลกที่หน่วยตาคมงามของมารดาเด็กหญิงจะฉายแววบางอย่างแวบหนึ่ง

ตอน 3

ขณะพลิกดูหนังสือที่เพิ่งหยิบจากชั้นโชว์หนังสือมาใหม่ในร้าน ซึ่งมีหนังสือทุกประเภทจากหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย วางจำหน่าย ขวัญณภัทร จันทร์ฉาย- เกรย์เมอร์ หรือนามที่ใช้ในปัจจุบัน คลารา เคท เกรย์เมอร์ ก็บอกตัวเองว่านี่คือปาฏิหาริย์สำหรับหล่อน

ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือที่หล่อนกำลังจ้องอยู่ด้วยสายตาตื่นตะลึง แต่เป็นชื่อผู้แต่ง เพียงแต่หนังสือเล่มที่หล่อนกำลังพลิกดูมือไม้สั่น ใช้คำว่า ‘ผู้รวบรวม’ แปลว่าไม่ได้เขียนขึ้นเอง เป็นแต่เพียงผู้สรรหาจากสิ่งที่มีอยู่เดิมมาพิมพ์รวมเล่มเอาไว้ อาจจะเพื่ออนุรักษ์ หรือเพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูลสำหรับอนุชนรุ่นหลัง

ด้านหน้าปกมีชื่อหนังสือ‘ดนตรีและศิลปวัฒนธรรมไทย’

มุมขวาล่างมีระบุเอาไว้ รวบรวมโดย... ‘แสงโสม จันทร์ฉาย’

คำว่า ‘จันทร์ฉาย’ เหมือนจะลอยเด่นขึ้นมาในม่านตาเบิกกว้างของหล่อน เพราะตรงกับนามสกุล ของบิดาที่หล่อนไม่เคยรู้จัก

พ่อ...ซึ่งเคยพูดกับแม่ของหล่อนเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหล่อนเกิด หากมีลูกสาวจะให้ชื่อขวัญนภัทร ในเวลาต่อมาก็กลายเป็นชื่อต้นตามกฎหมายที่หล่อนใช้ตั้งแต่แรกเกิดจนอายุแปดขวบ

ชีวิตของขวัญณภัทรอาจสะดวกสบาย แต่ไม่น่าสนุกเท่าใดนัก

มารดาของหล่อน เจสสิก้า จันทร์ฉาย- เกรย์เมอร์ หรือ เจน จากไปเพราะอาการปอดติดเชื้อรุนแรง ขณะขวัญณภัทรอายุเจ็ดขวบ ทำให้ขวัญณภัทรต้องอยู่ในปกครองอันเข้มงวดของ มาเรีย เกรย์เมอร์ ผู้เป็นยาย มีเบ็ตติน่าเป็นพี่เลี้ยง

หลังมรณกรรมของมารดา คุณยายให้หล่อนใช้ชื่อ คลารา เคท เกรย์เมอร์ ตัดทิ้งทั้งชื่อไทย และนามสกุลบิดาที่หล่อนเคยใช้ตั้งแต่แรกเกิด ขวัญณภัทร จันทร์ฉาย-เกรย์เมอร์ จึงเป็นเพียง คลารา เคท เกรย์เมอร์ แต่ขวัญณภัทรก็ไม่เคยลืมว่าในตัวหล่อนมีสายเลือดไทยอยู่ครึ่งหนึ่ง

ขวัญณภัทรใจเต้นแรง หลังเปิดดูเนื้อหาด้านในพบว่ามีการลงภาพผู้เขียน ซึ่งในที่นี้เป็นผู้รวบรวมเนื้อหาในหนังสือเล่มที่หล่อนถืออยู่ แทรกเอาไว้ในหน้าที่ห้า นับจากปกหน้า เป็นภาพขาวดำ

ภาพดังกล่าวเกือบเป็นพิมพ์เดียวกับภาพถ่ายในซองพลาสติก ที่หล่อนเก็บเอาไว้อย่างทะนุถนอมมาหลายปี

สมัยยังเด็กใครบอกยังไงหล่อนก็เชื่อ แต่จำได้ว่าเคยถามเบ็ตติน่าเกี่ยวกับพ่อที่ให้กำเนิด ว่าเป็นคนยังไง หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำตอบเพียงว่า ตายไปแล้วจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก เป็นคนหน้าตาดี ผมดำ ตาดำแต่เบ็ตติน่าก็กำชับว่าไม่ควรไปถามคุณยาย เพราะจะทำให้คุณยายโกรธเอาได้ ซึ่งหล่อนก็เชื่อมาตลอด

กระทั่งอายุสิบสาม หล่อนพบรูปถ่ายใบหนึ่ง สอดอยู่ในหนังสือที่เป็นของสะสมของมารดาในลังกระดาษแข็ง พิมพ์ด้วยภาษาที่หล่อนอ่านไม่ออก เป็นรูปชายหนุ่มหน้าตาเข้มคมคาย ผมดกดำ คิ้วหนา ดวงตาพร่างยิ้ม

มีลายมือเขียนหวัดๆ ไว้ข้างหลังรูปว่า ‘เจน ดาร์ลิ่ง’ เป็นภาษาอังกฤษ เซ็นชื่ออักษรย่อด้วย ‘PS’ ซึ่งหล่อนคิดว่าคงจะย่อมาจากชื่อ ‘ภูมิ จันทร์ฉาย’ อันเป็นชื่อบิดาที่ให้กำเนิด แต่แปลกว่าเขาใช้ ‘S’ แทนที่จะใช้ ‘J’

บรรทัดถัดลงมาจากชื่อย่อ มีเครื่องหมายขีดเล็กๆ เหมือนตัวเอ็กซ์ ไว้สองสามอัน ซึ่งหล่อนทราบว่าเป็นเครื่องหมายแทนจุมพิต

หล่อนตัดสินใจนำหนังสือเล่มนั้นไปถามผู้ที่หล่อนคิดว่าจะให้คำตอบได้ และก็เลยได้รู้ว่า เป็นหนังสือกาพย์-กลอน ไทย

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หล่อนก็พยายามขวนขวายที่จะเรียนรู้ภาษาไทย โดยปิดเป็นความลับ ไม่ให้คุณยายรู้ อีกทั้งไม่บอกใครเรื่องรูปชายหนุ่มที่หล่อนเจอโดยบังเอิญ และได้นำไปสอดใส่ซองพลาสติกเก็บไว้อย่างทะนุถนอม

เวลาผ่านไปหลายปี ความรู้ภาษาไทยของหล่อนแตกฉาน โดยเฉพาะการพูด เพราะมีคนไทยพอสมควรในเมืองที่หล่อนอยู่ ทำให้ได้ฝึกพูดออกเสียงเป็นประจำ และอาจจะเป็นได้ว่า เมื่อหล่อนเริ่มเรียนพูดไทย อายุยังไม่มาก ลิ้นยังไม่แข็งจนเกินไป สำเนียงภาษาจึงใกล้เคียงเจ้าของภาษาแทบจะไม่เพี้ยนถ้าไม่ตั้งใจจับสังเกต

คนไทยที่หล่อนรู้จัก รวมถึงครูที่สอน ซึ่งเป็นนึกศึกษาชาวไทยที่เดินทางมาเรียนต่อในระดับปริญญาโท ด้านการศึกษา เคยชมหล่อนว่าพูดไทยชัดกว่านักเรียนไทยที่มาเรียนต่างประเทศสี่ห้าปีบางคนเสียอีก

ขวัญณภัทรรีบนำหนังสือไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ จากนั้นก็รีบดิ่งกลับบ้าน

ถึงบ้าน ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ขนาดสามห้องนอน มีห้องนั่งเล่น และห้องรับแขกแยกเป็นสัดส่วน ก็ตรงเข้าห้องนอนส่วนตัว มือไม้สั่นขณะเปิดกระเป๋าถือแบบสะพายที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งเมื่อออกไปยังร้านหนังสือ หล่อนหยิบแต่กระเป๋าสตางค์ติดตัวไป เพราะร้านอยู่ไม่ไกลจากบ้าน

ซองพลาสติกที่ใส่ไว้ซอกเล็กถูกดึงออกมาวางเทียบรูปที่ลงแทรกไว้ในหนังสือ

รูปในซองนั้นเป็นรูปขนาดโปสการ์ด เห็นดวงหน้าชัด และเห็นลงมาเพียงอก ขณะรูปที่ลงแทรกไว้ในหนังสือขยายสามในสี่ของขนาดหนังสือ เป็นรูปถ่ายเล่นธรรมดาเต็มตัวของบุรุษ สวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อน ดวงหน้ามีริ้วรอย ขอบหางตาก็มีรอยตีนกา หน้าผากมีรอยย่น รอยจากจมูกลงมามุมปากก็เห็นชัดว่าอายุมากกว่าคนในรูปในซองพลาสติก

ขวัญณภัทรรีบพลิกกลับมาดูหน้าในหลังปกหนังสือ เพื่อดูปีพ.ศ. ที่ตีพิมพ์ พบว่าเป็นเล่มที่ตีพิมพ์ครั้งที่สาม สองปีมาแล้ว

หล่อนเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไร เพื่อติดต่อสืบเสาะหาตัวคนเขียนหนังสือเล่มนี้ ถึงแม้จะใช้ชื่อผู้หญิง แต่ก็อาจจะเป็นแค่นามแฝง เพราะรูปที่ลงแทรกเอาไว้เป็นรูปบุรุษ ซึ่งหล่อนอดคิดไม่ได้ว่า อาจจะเป็นบิดาที่ยังมีชีวิตอยู่

ไม่แน่ ข้อมูลที่ว่าบิดาของหล่อนเสียชีวิตไปแล้ว อาจจะเป็นแค่คำลวงตามบัญชาของคุณยาย ซึ่งหล่อนพอจะทราบว่าคุณยายไม่เคยชอบลูกเขยคนไทย ฉะนั้นก็คงไม่อยากให้หลานสาวเสาะแสวงหาพ่อที่ให้กำเนิด จึงตัดปัญหาด้วยการบอกว่าตายไปแล้ว

ขวัญณภัทรลุกขึ้น ตามหาเบ็ตนิน่า คนเดียวที่น่าจะให้คำตอบแก่หล่อนได้

ตั้งแต่คุณยายเสีย คู่หมั้นของหล่อน สตีฟ เคลเลอร์ ก็แนะนำให้เช่าบ้านหลังใหญ่ของตระกูลเกรย์เมอร์ ซึ่งตั้งอยู่ไกลตัวเมืองออกไปเกือบสามสิบไมล์ ให้ย้ายมาอยู่อพาร์ตเมนต์ใจกลางเมืองชั่วคราว ก่อนจะย้ายไปบ้านเขา เมื่อแต่งงานกันแล้ว เพื่อเขาจะได้ดูแลสะดวก ไปมาหาสู่ก็ง่าย

ขวัญณภัทรทำตาม เพราะรู้สึกอยู่บ้านใหญ่เมื่อไม่มีคุณยายออกจะวังเวง คนรับใช้ทุกคนต้องออกจากงาน โดยที่หล่อนจ่ายเงินเดือนให้คนละหนึ่งปีทุกคน แม้สตีฟค้านว่ามากไป

อันที่จริง เรื่องแต่งงานนี้ ควรจะแต่งานก่อนหน้านี้ ถ้าคุณยายของหล่อนไม่มาเสียซะก่อน ทำให้ต้องเลื่อนเวลาออกไป

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED