แทนที่เบื้องหน้าจะเป็นบ้านพักต่างอากาศในบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันตกตอนใต้ของประเทศอังกฤษหรือที่เรียกกันว่า ‘The Cotswolds’ของเดซี่ แต่กลับเป็นตึกสูงระฟ้าแทนเสียนี่ มะลิจ้องมองทะลุกระจกรถออกไปด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยังไม่ทันหาคำตอบให้กับตัวเองได้สำเร็จรถสปอร์ตคันงามที่นั่งอยู่ก็จอดสนิทลงเสียก่อน พร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่สุดสมบูรณ์แบบของแมทธิวที่ก้าวลงไป
หล่อนเห็นเขาหยุดพูดกับผู้ชายแต่งตัวสุภาพคนหนึ่งที่ยืนค้อมศีรษะให้สองสามคำ ก่อนจะหายตัวเข้าไปภายในสิ่งก่อสร้างสุดวิจิตรเบื้องหน้า โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลกลับมามองหล่อนที่นั่งงงงวยอยู่ภายในรถเลยแม้แต่น้อย
นี่ก็บ่งบอกให้รู้แล้วล่ะว่าในสายตาของแมทธิว บราวน์ หล่อนคือตัวอะไร ขยะหรือไม่ก็หนูสกปรกที่เขาแสนจะขยะแขยงยังไงล่ะ ความเจ็บช้ำทำให้ฟันคมๆ ฝังลงบนกลีบปากอิ่มสีระเรื่อเต็มแรง ความทุกข์ทรมานจากความชิงชังของแมทธิว ทำให้หล่อนราวกับถูกผลักลงไปในเหวนรก หล่อนนั่งจมอยู่กับความปวดร้าวทรมานอยู่นานจนเจ้าหน้าที่ของตึกสูงตรงหน้าเข้ามาเคาะประตูเรียกนั่นแหละถึงได้รู้สึกตัว
“คุณผู้หญิงครับ กระผมต้องนำรถไปเก็บครับ”
คำพูดสุภาพจากปากของผู้ชายที่ยืนค้อมตัวอยู่ข้างประตูรถไม่ได้สามารถฉุดมะลิให้ขึ้นมาจากบ่อแห่งความเจ็บปวดได้เลย หล่อนซ่อนน้ำตาเอาไว้สุดความสามารถ หล่อนฝืนยิ้มเศร้าๆ ออกมาขณะรีบก้าวลงจากรถ
“เอ่อ ค่ะ”
ผู้ชายคนนั้นยิ้มให้หล่อนอย่างสุภาพตามมารยาทก่อนจะพารถสปอร์ตของแมทธิวทะยานจากไป ทิ้งให้หล่อนยืนคว้างอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักเพียงลำพัง เวลาคล้ายหมุนเร็วขึ้นเมื่อหล่อนเคลื่อนตัวกวาดมองไปรอบๆ กาย ทุกอย่างดูสับสนไปหมด ผู้คนแปลกหน้าแปลกภาษาที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างจ้องมองหล่อนราวกับหล่อนคือมนุษย์ต่างดาว บ้างก็จับกลุ่มกันซุบซิบบ้างก็มองอย่างเหยียดหยาม
“แม่นั่นไงที่มากับคุณแมทธิว แต่ถูกทิ้ง”
เสียงเหยียดหยันของสตรีคนหนึ่งดังมาเข้าหู ยิ่งตอกย้ำความขมขื่นให้เพิ่มทวีขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มะลิก้มหน้าซ่อนน้ำตาเอาไว้ ขณะฝืนใจก้าวเท้าเดินผ่านกลุ่มผู้หญิงที่กำลังนินทาหล่อนอยู่แต่หูไม่รักดีก็ยังซึมซับคำพูดเราะร้ายนั้นไม่หยุด
“สมควรแล้วล่ะที่ถูกทิ้ง จืดชืดราวกับแกงจืดแบบนี้”
“ใช่ อย่างคุณแมทธิวนะต้องแกงเผ็ด ยิ่งร้อนก็ยิ่งดี”
“นี่เธอรู้ได้ยังไงน่ะ เคยนอนกับคุณแมทธิวหรือ”
คำสนทนานี้ทำให้เท้าบอบบางที่กำลังจะก้าวพ้นจากสองสาวที่ยืนนินทาหล่อนอยู่พ้นแล้วต้องหยุดชะงักลง รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีสิทธิ์แต่หัวใจก็ยังอดเจ็บปวดไม่ได้
“ถ้าเคยก็ดีน่ะสิ...”
“แล้วเธอรู้ได้ยัง”
“ได้ยินคนเขาพูดกันต่อๆ มาน่ะ”
มะลิกัดปากแน่นกับสิ่งที่ได้ยิน แมทธิวเป็นผู้ชายที่สาวๆ เกือบค่อนโลกใฝ่ฝันอยากร่วมเตียงด้วย เขาสมบูรณ์แบบ หล่อเหลาและรวยล้นฟ้า ในขณะที่หล่อนต่ำต้อยราวกับมาจากนอกโลก จืดชืดเหมือนแกงจืดค้างคืน แถมยังเป็นคนที่เขาเกลียดสุดหัวใจเสียอีก จะคาดหวังให้แมทธิวมามีใจตอบนั้นคงไม่มีวันเป็นจริงไปได้ แม้แต่ในฝันก็ยังไม่คู่ควรเลย
“เอ่อ คุณมะลิใช่ไหมคะ”
เสียงเรียกสุภาพจากสุภาพสตรีคนหนึ่งดังขึ้นเบาๆ และนั่นก็ทำให้มะลิหลุดจากวังวนแห่งความโศกาได้ชั่วขณะ หญิงสาวฝืนยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้ารับน้อยๆ
“ค่ะ”
“คุณแมทธิวให้ดิฉันมาพาคุณขึ้นไปหาเธอค่ะ”
แล้วผู้หญิงคนนั้นที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ประจำตึกระฟ้านี้ก็เดินนำหล่อนตรงไปยังลิฟท์ตัวใหญ่ ใช้เวลาไม่นานหล่อนก็สามารถขึ้นมายืนอยู่ยอดตึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ หญิงสาวก้าวออกจากลิฟท์เดินตามคู่สนทนาไปด้วยความหวาดหวั่น ระหว่างทางก็อดมองไปรอบๆ อาณาจักรของแมทธิว บราวน์ไม่ได้
“ที่นี่เป็นเพ้นต์เฮ้าส์คุณแมทธิวค่ะ หรือจะเรียกว่าบ้านหลังที่สองของคุณแมทธิวก็ได้ค่ะ เพราะเธอจะมาพักที่นี่บ่อยมากอาทิตย์ล่ะสองสามวันเลยทีเดียวค่ะ” คู่สนทนาที่เดินนำหน้าอยู่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม
“เอ่อ ค่ะ...”
ไม่รู้จะตอบว่าอะไรนอกจากพยักหน้าและรับคำสั้นๆ ไม่นานหล่อนก็เดินผ่านสระว่ายน้ำขนาดมหึมามาอยู่ที่หน้าประตูไม้ขนาดใหญ่แทน เจ้าหน้าที่สาววางนิ้วเรียวยาวลงบนปุ่มที่ข้างประตูหนึ่งครั้งจากนั้นไม่นานเจ้าประตูบานใหญ่ก็เลื่อนเปิดออกอย่างง่ายดาย
“ระบบการรักษาความปลอดภัยของที่นี่ถือว่ายอดเยี่ยมติดอันดับโลกค่ะ เพราะไม่มีใครที่จะสามารถเข้าพบคุณแมทธิวได้ หากไม่ได้รับอนุญาต...” คู่สนทนาของหล่อนอธิบายไปพร้อมๆ กับการเดินนำเข้าไปด้านใน
“และเมื่อกี้ก็คือการแสกนนิ้วมือค่ะ”
“เอ่อ ค่ะ”
ตอนนี้คำอธิบายแสนสุภาพของคู่สนทนาจางหายไปจากหูราวกับไม่เคยได้ยินมันมาก่อน เมื่อสายตาของหล่อนรับภาพความโอ่อ่าอลังการของห้องกว้างหรูหราเบื้องหน้าเข้ามาเต็มตา ทุกส่วนถูกตกแต่งด้วยของใช้ที่เรียกได้ว่ามีชิ้นเดียวเพียงในโลก แถมยังถูกวางอย่างเหมาะเจาะลงตัว ทำให้สิ่งที่หล่อนได้เห็นเป็นยิ่งกว่าที่อยู่ของเทพบุตรบนชั้นฟ้าเสียอีก
ไม่หรอก... มันคือที่อยู่ของมัจจุราชจากขุมนรกต่างหาก
เสียงหนึ่งในสมองเถียงขึ้น และมันก็ทำให้สติสตังที่ถูกกลืนกินไปกลับความงดงามตรงหน้ากลับคืนมาอีกครั้ง มะลิเม้มปากแน่น ละสายตาจากโทนสีเข้มลึกลับของห้องกว้างเพื่อมองไปยังสตรีสาวที่เคยยืนอยู่ข้างๆ อีกครั้ง แต่ทุกอย่างที่ได้เห็นในตอนนี้กลับมีแต่เพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ข้างกายของหล่อนอีกแล้วนอกจากความน่าสะพรึงกลัวที่เกิดจากรังสีความอำมหิตของแมทธิว บราวน์
“เก็บไม่มิดเลยนะกับอาการชื่นชมความร่ำรวยของฉันน่ะ”
เสียงกระด้างไม่เป็นมิตรดังขึ้นด้านหลัง ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ดีว่าคนที่จงใจหาเรื่องนั้นคือใคร ก็จะเป็นใครไปได้ล่ะในเมื่อตอนนี้ ภายในห้องกว้างที่กินพื้นที่ทั้งหมดของชั้นบนสุดนี้มีเพียงหล่อนกับเขาเท่านั้น
มะลิค่อยๆ หันกลับไปมอง พยายามบังคับตัวเองให้เข้มแข็ง แต่เพียงแค่ได้สบตากับดวงตาคมกริบที่ทั้งหวานทั้งดุดันในคราวเดียวกันเท่านั้น หัวใจของหล่อน ไม่สิ... ไม่ใช่แค่หัวใจหรอก มันทั้งร่างกายและจิตวิญญาณเลยต่างหากที่สะท้านสะเทือนอย่างรุนแรง หล่อนแทบล้มลงกองกับพื้นเสียให้ได้
“คุณแมทธิว...”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มกับให้กับท่าทางตื่นกลัวแสนเสแสร้งของหญิงสาวตรงหน้า ไม่มีทางที่เจ้าหล่อนจะตื่นกลัวไปได้ หล่อนกำลังดีใจต่างหาก ดีใจจนเก็บไม่มิดเชียวแหละที่แผนการชั่วร้าย แผนการต่ำช้าของหล่อนกำลังจะเป็นความจริง
แมทธิวขบกรามแน่นจนขึ้นสัน พยายามยกทุกความชั่วช้าของสตรีขึ้นมาผลักไสความน่าปรารถนาของแม่ดอกมะลิอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ทำได้อยากยิ่ง เพราะถึงแม้จะเกลียดแทบตายแบบนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเจ้าหล่อนไม่น่าสนิทสิเน่หา
เรือนร่างบอบบางที่สั่นเทาเบื้องหน้านั้นซ่อนความอวบอิ่มและน่าอัศจรรย์เอาไว้มากมาย เขาพิสูจน์มันมาแล้ว พิสูจน์มันมาด้วยปาก ด้วยฝ่ามือ และด้วยร่างกายของตัวเอง หวานฉ่ำ นุ่มเนียน และน่าหลงใหล แม้จะยังไม่ถึงขั้นได้เสียกันแต่ร่างกายสดสวยของแม่ดอกมะลิก็ไม่ได้เป็นความลับใดๆ กับสายตาของเขาอีกต่อไปแล้ว
เขายังจำความรู้สึกตอนได้สัมผัสกับเต้างามอวบใหญ่เกินตัวของหล่อนได้เป็นอย่างดี เขาตกตะลึงที่ได้เห็นเจ้าก้อนเนื้อนวลที่มีอัญมณีสีชมพูระเรื่อเม็ดเล็กแต้มอยู่ปลายยอด เขาขยำ บีบเคล้น ฟอนเฟ้นเต้างามนั้นอย่างเมามัน ก่อนจะดูดกลืนปลายถันด้วยปากร้อนรุ่มของตัวเอง เสียงร้องครางหวานกังวานของเจ้าหล่อนผลักดันให้เขาถอยหลังไปจนสุดขอบเหว เขาเกือบตกลงไปในเหวลึกหากไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาเสียก่อน
คุณแม่ทำให้เขารอดพ้นจากการตกลงไปในเหวสวาทของแม่ดอกมะลิ เขาดีใจ ใช่ ควรจะดีใจ โล่งใจที่ไม่ต้องเกลือกกลั้วกับเจ้าหล่อน แต่ไหง... แต่ทำไมถึงได้รู้สึกเสียดายมาจนถึงบัดนี้นะ ทำไมจะต้องอยาก... อยากจะฝากฝังตัวเองลงไปในความเป็นหญิงคับแน่นของเจ้าหล่อนมากมายถึงเพียงนี้ ทำไมจะต้องหิวกระหาย ทำไมจะต้องอยากกินเจ้าหล่อนเข้าไปทั้งเนื้อทั้งตัวด้วย
ไม่มีคำตอบที่ดีเลย แม้จะตะโกนก้องร้องถามตัวเองมากมายแค่ไหนก็ตาม แมทธิวคิดอย่างขมขื่น เขาจะต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ยังอยากจะต่อยอดความสัมพันธ์ที่ถูกหยุดเอาไว้กลางคันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนอีกครั้งแบบนี้ ความสัมพันธ์ที่ทำให้เขาทุรนทุราย แสนทรมานในทุกๆ เสี้ยววินาทีที่เคลื่อนผ่าน
เขาพยายามทำเป็นไม่สนใจหล่อน พยายามร้ายกาจใส่หล่อน แต่แม่เจ้าประคุณก็ขยันเข้าใกล้เขาเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะตอนนี้... เขากับหล่อนอยู่กันตามลำพังในห้องรโหฐาน ไม่ยากเย็นเลยหากเขาจะจับร่างบางนั้นให้ชนกับผนังห้อง หรือนอนกับพื้นพรม และก็ตลบกระโปรงยาวกรอมเท้านั้นขึ้นไปที่เอว รูดกางเกงชั้นในลูกไม้ลงมาที่ข้อเท้า หรือไม่ก็แค่รวบให้มันไปรวมกันด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น จากนั้นก็... กดกระแทกความหิวกระหายที่อัดแน่นอยู่ในอกลงไปเต็มแรง กระหน่ำบดเคล้า โยกคลึงให้หายอยาก ก่อนจะเขี่ยหล่อนให้ตกลงจากสวรรค์เมื่อความอึดอัดถูกทำให้ผ่อนคลายลงแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ทำ... ศักดิ์ศรี ความโอหังและทระนงทำให้เขาเลือกที่จะอึดอัดต่อไป
แมทธิวก้มลงมองหลักฐานความปรารถนาที่ตื่นเร้าอยู่กลางลำตัวด้วยความเดือดดาล ไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหนทำให้ร่างกายของเขาเป็นแบบนี้ได้แค่เพียงจ้องมองมาก่อน แต่แม่ดอกมะลิ ผู้หญิงที่เขาแสนจะขยะแขยงกลับทำให้เขาไม่สามารถควบคุมเจ้าความกระหายอยากของเพศชายเอาไว้ได้เป็นครั้งแรกในชีวิต
มะลิเป็นเด็กสาวที่ยิ่งมองก็ยิ่งมีเสน่ห์ ภาพลักษณ์ภายนอกของหล่อนสะอาด บริสุทธิ์ และหอมหวานเหมือนชื่อของหล่อนนั่นแหละ หากเพียงเขาไม่ถูกหล่อนใช้วิธีสกปรกจับแบบนี้ล่ะก็ บางที... แค่บางทีนะ เขาอาจจะเป็นฝ่ายเดินเข้าหาหล่อนเองก็ได้
ระยำ!
ชายหนุ่มสบถในลำคอด้วยความเกรี้ยวกราด แม่ดอกมะลิคือนักขุดทอง หล่อนเป็นผู้หญิงละโมบ โลภมาก และไม่เคยรักใครจริง หล่อนยอมทอดกายให้ชายที่มีเงิน ต่อให้แก่คราวพ่อ หรืออัปลักษณ์ยิ่งกว่ายาจกหล่อนก็ไม่เคยปฏิเสธ ดังนั้นเขาจะต้องชิงชังหล่อน ขยะแขยงหล่อน ไม่ใช่มาปลาบปลื้ม หลงใหลผู้หญิงสารเลวอย่างหล่อนแบบนี้ ท่องเอาไว้แมทธิว ท่องเอาไว้! แมทธิว บราวน์ร้องสั่งตัวเองอย่างดุเดือดอยู่ภายในอก ก่อนจะผลักดันความหิวกระหายให้จมลึกลงไปในก้นบึ้งของความรู้สึกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มต้นทำสงครามอำมหิตกับมะลิอีกครั้ง
“ฉันพูดถูกต้องทุกอย่างใช่ไหมล่ะ”
ความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่อย่างอำมหิต มะลิซ่อนน้ำตาแห่งความร้าวรานเอาไว้ภายในอก ขณะก้มหน้าแก้คำกล่าวหาไร้หัวใจของผู้ชายหล่อระเบิดตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทาจนคนฟังอย่างแมทธิวอดยิ้มเยาะไม่ได้
น่าเวทนาหรือ... ไม่เลย ผู้หญิงคนนี้ไม่มีความน่าเวทนาแม้แต่น้อย หล่อนก็แค่บีบน้ำตาเก่ง แสดงบทบาทนางเอกผู้น่าสงสารได้ยอดเยี่ยมเท่านั้นเอง หล่อนเสแสร้ง แมทธิวคิดอย่างรู้ทัน และแม้จะพยายามขุดค้นหาความเลวของมะลิมากแค่ไหน แต่ไอ้ความหิวกระหายก็ยังก่อกวนกายหนุ่มไม่หยุดหย่อนอยู่ดี เขาต้องการแม่ดอกมะลิ ต้องการจนแทบบ้า...!
“มะลิ... ไม่เคยมีความคิด... แบบนั้นค่ะ”
“อมพระมาทั้งโบสถ์ฉันก็เชื่อคำพูดของผู้หญิงจอมละโมบอย่างเธอไม่ลงหรอกแม่ดอกมะลิ ผู้หญิงอย่างเธอมันมีดีก็แค่ดิ้นๆ ส่ายๆ ให้ผู้ชายโยกใส่เท่านั้นแหละ และป่านนี้...”
สายตาคมกริบกวาดมองร่างของหล่อนอย่างหยาบคายก่อนจะพูดต่อด้วยคำพูดหยาบคายยิ่งกว่าสายตาที่ทอดมองมาเสียอีก
“เครื่องเคราของเธอก็คงจะหย่อนคล้อย... ไม่สิ คงไม่ถึงกับหย่อนคล้อย เพราะเงินจำนวนมากที่เธอได้จากการยอมอ้าขาให้ผู้ชายจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าไปดำผุดดำว่ายน่ะคงจะช่วยให้เธอมีเงินไปพึ่งแพทย์ฝีมือดีเพื่อยกเครื่องให้ใหม่ใช่ไหมล่ะ”