คฤหาสน์หรูสไตล์โคโลเนียลตั้งอยู่บนอาณาจักรกว้างขวางถึง 15 เอเคอร์ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร คฤหาสน์หลังนี้เป็นคฤหาสน์สีขาวทั้งหลัง ชวนตะลึงด้วยวิวทิวทัศน์ของเมืองลอนดอนและทะเลสาบที่ถูกจำลองขึ้นมาได้อย่างเหมือนจริง ในขณะที่ด้านหน้ามีแม่น้ำเทมส์เป็นที่เปรียบประดุจดั่งสายเลือดของคนอังกฤษไหลผ่าน ด้านข้างมองเห็นลอนดอนอายหรือมิลเลเนียลวีลได้ไม่ยากเย็นนัก ทุกอย่างดูเหมาะสมและลงตัวอย่างที่สุด แต่ทำไมนะ ทำไมมะลิกลับมีความรู้สึกว่ามันยังไม่ถูกต้อง มันยังมีอะไรผิดที่ผิดทางอยู่
ก็ตัวหล่อนยังไงล่ะ หญิงสาวบอกตัวเองอย่างขมขื่น ตัวของหล่อนเองที่ผิดที่ผิดทางมาตลอด ผู้หญิงที่ต่ำยิ่งกว่าเศษขยะในถัง ผู้หญิงที่ไร้ค่าจนแทบไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมองแผ่นฟ้ากว้างได้เต็มตา ผู้หญิงที่สกปรกยิ่งกว่าหนูโสโครกเสียอีก สายตาของแมทธิว บราวน์บอกแบบนั้นทุกครั้งที่จ้องมองมายังหล่อน
ความเจ็บปวดไหลพล่านไปตามกระแสเลือดอย่างรุนแรง น้ำตาแห่งความอัปยศอดสูซึมออกมาคลอเบ้า พยายามจะไม่ร้องไห้ พยายามจะไม่เสียใจ แต่ก็ทำไม่ได้ ทำไม่ได้เลยจริงๆ เมื่อสายตาของแมทธิวที่มองมานั้นมันตอกย้ำว่าหล่อนควรอยู่ตรงไหน อยู่ตรงไหนในคฤหาสน์หรูแห่งนี้
ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นจ้าวหัวใจของเขาได้ เป็นได้แค่เพียงผู้หญิงไร้ค่าที่เขาไม่มีทางปฏิเสธได้เท่านั้น ผู้หญิงแพศยา ผู้หญิงละโมบ ผู้หญิงที่ร้ายกาจยิ่งกว่าแม่สาวนักขุดทองก็คือหล่อน นี่แหละคือสิ่งที่หล่อนเป็นในสายตาของแมทธิว บราวน์
น้ำตาที่พยายามจะซ่อนเอาไว้ทะลักออกมาลวกแก้มนวลอย่างสุดกลั้น สาวน้อยสะอื้นไห้เบาๆ และก็ต้องรีบยกมือขึ้นป้ายมันทิ้งอย่างลนลานเมื่อเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นด้านหลัง เสียงเท้าหนักๆ แบบนี้ไม่มีทางเป็นใครไปได้นอกจาก...
หญิงสาวหมุนตัวกลับมาแล้วก็พบว่าคนที่ยืนด้านหลังคือแมทธิว บราวน์ ผู้ชายที่ฝังแน่นอยู่ในสมองของหล่อนราวกับถูกติดด้วยกาวตราช้าง ทุกลมหายใจของหล่อนมีแต่เขา มีแต่ผู้ชายหล่อลากไส้แต่สายตาแสนดุดันคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่รู้หรอกว่าหลงรักเขาได้ยังไง หลงรักตั้งแต่เมื่อไหร่ พอมารู้ตัวอีกทีก็มีเขาอยู่เต็มหัวใจเสียแล้ว สลัดยังไงก็ไม่ยอมออก เขาฝังแน่นฝังลึกและกัดกินไปทั้งจิตวิญญาณของหล่อนจนหมดสิ้น ไม่เหลืออะไรให้หล่อนภาคภูมิใจเลยแม้แต่นิดเดียว
“คุณแมทธิว...”
“อย่ามาทำหน้าดีใจแบบนั้น”
น้ำเสียงถือตัวของเขายิ่งตอกย้ำว่าเขานั้นเกลียดชังขยะแขยงในตัวของหล่อนมากแค่ไหน มะลิก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่กำลังจะทะลักออกมาเอาไว้อย่างสุดกำลัง ก่อนจะฝืนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาจนน่าเวทนา
“มะลิไม่ได้ดีใจ...”
“แล้วยิ้มทำไม อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าไอ้เรื่องบ้าๆ นี่เป็นความคิดของใคร...”
ในสายตาของเขาหล่อนไม่มีความดีเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่าง... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหล่อนผิดมาตลอด ผิดตั้งแต่เหยียบย่างมาบนผืนแผ่นดินของอังกฤษแล้วล่ะ ผิด... ที่มาเจอเขาที่นี่ และก็ผิดที่จะต้องกลายเป็นเจ้าสาวนอกหัวใจของเขา
“มะลิขอโทษค่ะ คือมะลิ...”
“หุบปากซะ ฉันไม่อยากฟังคำพูดของผู้หญิงแพศยาแบบเธออีก” เขาจ้องเขม็งมองมาที่หล่อน กระแสความชิงชังพุ่งพล่านออกมาจากดวงตาคมกริบนั้นจนหล่อนต้องเมินหน้าหนี เจ็บปวดจนแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด
“มะลิ... มะลิขอโทษ”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษแล้ว เพราะสิ่งที่เธอต้องทำในตอนนี้ก็คือรองรับอารมณ์เถื่อนของฉันให้สุดความสามารถก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มตวาดใส่หน้าหล่อนเสียงเกรี้ยวกราด ทุกอณูเนื้อของเขาถูกห่อหุ้มด้วยโทสะร้าย เปลวไฟเผาไหม้อยู่ในดวงตาคมกริบ มะลิน้ำตาทะลักออกมาอย่างสุดกลั้น กายสาวสั่นระริกขณะลนลานถอยหลังหนีเมื่อพ่อตัวโตขยับเข้ามาหาด้วยท่าทางคุกคามไม่ผิดจากเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อไร้ทางสู้
“แล้วเธอจะรู้ว่า...มัจจุราชที่ว่าร้ายน่ะ ยังร้ายน้อยกว่าฉันเสียอีก...”
ทำไมหล่อนจะไม่รู้ล่ะ ทำไมหล่อนจะไม่ซาบซึ้งว่าแมทธิว บราวน์ร้ายกาจแค่ไหน โดยเฉพาะกับหล่อน กับผู้หญิงที่เขาเกลียดเข้าไส้แบบหล่อน มะลิสะอื้นไห้ด้วยความเจ็บช้ำ พลางยกมือขึ้นป้ายน้ำตาทิ้งเมื่อเห็นเดซี่เดินเข้ามาสมทบ
“ทำอะไรน้องอีกล่ะแมทธิว ดูสิตาแดงเชียว”
คนถูกเรียกกระแทกลมหายใจออกมาก่อนจะหันไปตอบมารดาบังเกิดเกล้าของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ทั้งต่ำทั้งลึกบอกให้รู้ว่าข่มโทสะเอาไว้แค่ไหน
สำออย บีบน้ำตา เจ้ามารยา นี่แหละสิ่งที่แม่ดอกมะลิกำลังแสดงอยู่ นึกว่าเขาตามเกมของหล่อนไม่ทันหรือไง พอเห็นแม่ของเขาเดินเข้ามาก็น้ำตาร่วงราวกับนักแสดงเจ้าบทบาท ทุเรศสิ้นดี ผู้หญิงอย่างนี้น่ะหรือจะมาเป็นเมียเป็นแม่ของลูกเขา ไม่มีทาง!
“ผมจะไปทำอะไรลูกสะใภ้คนดีของคุณแม่ได้ล่ะครับ เธอเก่งจะตายไป” แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ละเว้นหล่อน ยังเหยียดหยามเย้ยหยันให้หล่อนต่ำต้อยยิ่งกว่าเศษหญ้าใต้ฝ่าเท้าของเขาเสียอีก มะลิป้ายน้ำตาทิ้งก่อนจะปั้นยิ้มขมขื่นออกมา
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณป้า มะลิแค่... ฝุ่นเข้าตา...”
นึกแล้วเชียวว่าจะต้องแสดงบทนางเอกแบบนี้ ฝุ่นเข้าตา แมทธิวหยันเยาะอยู่ภายในอก มองแม่ดอกมะลิที่ตีบทนางเอกเจ้าน้ำตาแตกกระจุยด้วยความดูแคลน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม่นี่จะเล่นละครได้เก่งฉกาจถึงเพียงนี้ เก่งชนิดที่เรียกได้ว่าหากเขาไม่รู้เช่นเห็นชาติของหล่อนเสียก่อน คงเชื่อสนิทใจเลยว่าเจ้าหล่อนเป็นคนดี น่าสงสาร และน่าทะนุถนอม
“โธ่หนูมะลิของป้า... อย่าเสียใจเลยนะเพราะสักวันเจ้าคนที่บอกว่าเกลียดหนูนักเกลียดหนูหนาจะต้องมาคุกเข่าขอความรักจากหนูเชื่อป้าสิ”
เดซี่ดึงร่างอรชรของมะลิเข้ามากอดอย่างรักใคร่ พลางจ้องมองหน้าลูกชายอย่างตำหนิติเตียน แต่พ่อเจ้าประคุณหาสนใจที่ไหน ยังคงแค่นยิ้มหยันออกมาไม่สร่างซา แถมยังปากดีโจมตีลูกสะใภ้ของหล่อนไม่หยุดเสียอีก
“อย่าหวังว่าจะเป็นผมนะครับ เพราะสิ่งใดที่ผมเกลียด... ผมก็จะเกลียดมากขึ้นทุกวินาที ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้”
มะลิเจ็บปวดกับคำพูดบาดลึกของแมทธิวยิ่งนัก แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้นอกจากสะอื้นไห้เงียบๆ กับอกของเดซี่ต่อไป
เดซี่มองมะลิอย่างสงสาร ก่อนจะซัดลูกชายตัวแสบกลับไปอย่างไม่ปรานี “แล้วแม่จะคอยดู จะคอยดูวันที่ลูกแพ้หัวใจตัวเอง และวันนั้นอย่ามาให้แม่ช่วยก็แล้วกัน”
“ผมว่าคุณแม่ขึ้นสวรรค์ไปสักร้อยปีแล้ว เรื่องน่าสะอิดสะเอียนแบบนั้นก็คงไม่มีทางเกิดขึ้น”
ไหล่กว้างทรงพลังของแมทธิวไหวน้อยๆ อย่างไม่แยแส ขณะเดินผิวปากตรงไปยังประตูทางออกห้องรับแขก แต่เหมือนคิดอะไรได้จึงหยุดเดิน
“ผมให้เวลาห้านาทีนะครับ ถ้าลูกสะใภ้คนดีของคุณแม่ยังไม่ไปที่รถ ผมจะไม่รอ...”
แล้วร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีเขียวขี้ม้าก็ก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องรับแขกกว้าง เดซี่มองตามไปด้วยสายตาอ่อนอกอ่อนใจ
“ไอ้ลูกคนนี้มันปากจัดติดใครนะ”
เดซี่พึมพำก่อนจะดันร่างของมะลิที่สะอื้นเบาๆ กับอกของตัวเองให้ออกห่าง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“หนูมะลิ... เชื่อป้านะว่าสักวัน แมทธิวจะต้องรักหนู...”
มันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีทางเป็นอย่างที่เดซี่กำลังบอกได้ แต่หล่อนก็ไม่มีทางปริปากพูดออกไปให้ผู้มีพระคุณไม่สบายใจหรอก หล่อนยิ้ม ใช่ ต้องยิ้มกว้างเท่านั้น แม้ว่าภายในใจจะรวดร้าวทรมานสักแค่ไหนก็ตาม
“ความดีของหนูจะทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเจ้าแมทธิวมันอ่อนลง เชื่อป้านะ...”
ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก นอกจากพยักหน้ารับน้อยๆ มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็วเมื่อมันทำท่าจะไหลออกมาประจานความเจ็บปวดของหล่อนอีก
“มะลิจะพยายามค่ะ”
“ขอบคุณมากนะหนูมะลิ ถ้าลูกสะใภ้ของป้าคือหนูมะลิ ป้าคงตายตาหลับ”
หญิงสาวได้แต่ฝืนยิ้มแห้งแล้งมอบให้ ก่อนจะก้มหน้าซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ภายในอกด้วยการมองปลายเท้าของตัวเอง เดซี่ยกมือขึ้นลูบศีรษะทุยสวยของเด็กสาวตรงหน้า
“ไปเถอะ ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวครั้งนี้นะจ๊ะ”
ความรู้สึกของหล่อนช่างห่างไกลจากคำว่าสนุกเหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถแสดงมันออกไปได้ นอกจากยิ้ม ยิ้มอย่างเดียวเท่านั้น
“ค่ะคุณป้า...”
“งั้นไปเถอะ เดี๋ยวพ่อลูกชายอารมณ์ร้อนของป้าจะอาละวาดใส่ถ้าไปช้า”
และมันก็เป็นอย่างที่เดซี่คาดเดาไว้จริงๆ เมื่อพอหล่อนพาร่างบอบบางของตัวเองก้าวขึ้นมาบนรถเท่านั้นพ่อคุณพ่อทูนหัวก็เริ่มต้นชวนลงสนามสงครามทันที
“คิดว่าเป็นใครกัน ถึงให้ฉันนั่งรอนานขนาดนี้”
“คือมะลิ”
“เลิกติดอ่างได้ไหมเวลาอยู่ต่อหน้าฉันน่ะ ทำไม... บทนางเอกที่เขียนเอาไว้เขาให้แกล้งทำเป็นติดอ่างตลอดเวลาที่อยู่ต่อหน้าว่าที่ผัวหรือไง ใช่ไหม แม่ดอกมะลิ”
เขาหยามหยันเสียงกระด้าง มองหล่อนอย่างชิงชัง มะลิน้ำตาซึมขยับกายชิดประตูฝั่งตัวเองอย่างสุดความสามารถ
“ไม่ใช่นะคะ... มะลิไม่ได้เป็นแบบนั้น...”
“รู้ไหมว่าไม่มีผู้ชายดีๆ ทีไหนอยากได้เธอเป็นเมียหรอก หากไม่ถูกบังคับน่ะ”
น้ำตาที่ซ่อนเอาไว้ทะลักออกมาอาบแก้ม เขาขยับเข้ามาใกล้ มองอย่างชิงชังจนคนถูกมองหัวใจแทบแหลกสลาย
“น่าขยะแขยงที่สุด...”
“มะลิขอโทษ... มะลิขอโทษ”
“เก็บคำขอโทษของเธอไปใช้กับไอ้หน้าโง่คนอื่นเถอะ เพราะฉันฉลาดพอที่จะรู้ว่าทุกคำพูดที่เล็ดลอดออกมาจากปากของเธอนั้นมันปลิ้นปล้อนแค่ไหน...”
แล้วรถสปอร์ตคันงามก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยร่างเล็กถลาไปด้านหน้าจนศีรษะแทบจะชนกับกระจกหน้ารถ มือบางลนลานคว้าเข็มขัดนิรภัยมารัดรอบกาย ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองค่อยๆ ล่วงลงสู่ก้นเหวแห่งความทุกข์ทรมานอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เจ็บปวดหรือเกินกับความเกลียดชังที่แมทธิว บราวน์มอบให้ เขาเกลียดหล่อน เกลียดหล่อนยิ่งกิ้งกือไส้เดือนและแน่นอนว่าเขาจะเกลียดหล่อนไปจนวันตาย
แทนที่เบื้องหน้าจะเป็นบ้านพักต่างอากาศในบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันตกตอนใต้ของประเทศอังกฤษหรือที่เรียกกันว่า ‘The Cotswolds’ของเดซี่ แต่กลับเป็นตึกสูงระฟ้าแทนเสียนี่ มะลิจ้องมองทะลุกระจกรถออกไปด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยังไม่ทันหาคำตอบให้กับตัวเองได้สำเร็จรถสปอร์ตคันงามที่นั่งอยู่ก็จอดสนิทลงเสียก่อน พร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่สุดสมบูรณ์แบบของแมทธิวที่ก้าวลงไป
หล่อนเห็นเขาหยุดพูดกับผู้ชายแต่งตัวสุภาพคนหนึ่งที่ยืนค้อมศีรษะให้สองสามคำ ก่อนจะหายตัวเข้าไปภายในสิ่งก่อสร้างสุดวิจิตรเบื้องหน้า โดยไม่แม้แต่จะชายตาแลกลับมามองหล่อนที่นั่งงงงวยอยู่ภายในรถเลยแม้แต่น้อย
นี่ก็บ่งบอกให้รู้แล้วล่ะว่าในสายตาของแมทธิว บราวน์ หล่อนคือตัวอะไร ขยะหรือไม่ก็หนูสกปรกที่เขาแสนจะขยะแขยงยังไงล่ะ ความเจ็บช้ำทำให้ฟันคมๆ ฝังลงบนกลีบปากอิ่มสีระเรื่อเต็มแรง ความทุกข์ทรมานจากความชิงชังของแมทธิว ทำให้หล่อนราวกับถูกผลักลงไปในเหวนรก หล่อนนั่งจมอยู่กับความปวดร้าวทรมานอยู่นานจนเจ้าหน้าที่ของตึกสูงตรงหน้าเข้ามาเคาะประตูเรียกนั่นแหละถึงได้รู้สึกตัว
“คุณผู้หญิงครับ กระผมต้องนำรถไปเก็บครับ”
คำพูดสุภาพจากปากของผู้ชายที่ยืนค้อมตัวอยู่ข้างประตูรถไม่ได้สามารถฉุดมะลิให้ขึ้นมาจากบ่อแห่งความเจ็บปวดได้เลย หล่อนซ่อนน้ำตาเอาไว้สุดความสามารถ หล่อนฝืนยิ้มเศร้าๆ ออกมาขณะรีบก้าวลงจากรถ
“เอ่อ ค่ะ”
ผู้ชายคนนั้นยิ้มให้หล่อนอย่างสุภาพตามมารยาทก่อนจะพารถสปอร์ตของแมทธิวทะยานจากไป ทิ้งให้หล่อนยืนคว้างอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักเพียงลำพัง เวลาคล้ายหมุนเร็วขึ้นเมื่อหล่อนเคลื่อนตัวกวาดมองไปรอบๆ กาย ทุกอย่างดูสับสนไปหมด ผู้คนแปลกหน้าแปลกภาษาที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างจ้องมองหล่อนราวกับหล่อนคือมนุษย์ต่างดาว บ้างก็จับกลุ่มกันซุบซิบบ้างก็มองอย่างเหยียดหยาม
“แม่นั่นไงที่มากับคุณแมทธิว แต่ถูกทิ้ง”
เสียงเหยียดหยันของสตรีคนหนึ่งดังมาเข้าหู ยิ่งตอกย้ำความขมขื่นให้เพิ่มทวีขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มะลิก้มหน้าซ่อนน้ำตาเอาไว้ ขณะฝืนใจก้าวเท้าเดินผ่านกลุ่มผู้หญิงที่กำลังนินทาหล่อนอยู่แต่หูไม่รักดีก็ยังซึมซับคำพูดเราะร้ายนั้นไม่หยุด
“สมควรแล้วล่ะที่ถูกทิ้ง จืดชืดราวกับแกงจืดแบบนี้”
“ใช่ อย่างคุณแมทธิวนะต้องแกงเผ็ด ยิ่งร้อนก็ยิ่งดี”
“นี่เธอรู้ได้ยังไงน่ะ เคยนอนกับคุณแมทธิวหรือ”
คำสนทนานี้ทำให้เท้าบอบบางที่กำลังจะก้าวพ้นจากสองสาวที่ยืนนินทาหล่อนอยู่พ้นแล้วต้องหยุดชะงักลง รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีสิทธิ์แต่หัวใจก็ยังอดเจ็บปวดไม่ได้
“ถ้าเคยก็ดีน่ะสิ...”
“แล้วเธอรู้ได้ยัง”
“ได้ยินคนเขาพูดกันต่อๆ มาน่ะ”
มะลิกัดปากแน่นกับสิ่งที่ได้ยิน แมทธิวเป็นผู้ชายที่สาวๆ เกือบค่อนโลกใฝ่ฝันอยากร่วมเตียงด้วย เขาสมบูรณ์แบบ หล่อเหลาและรวยล้นฟ้า ในขณะที่หล่อนต่ำต้อยราวกับมาจากนอกโลก จืดชืดเหมือนแกงจืดค้างคืน แถมยังเป็นคนที่เขาเกลียดสุดหัวใจเสียอีก จะคาดหวังให้แมทธิวมามีใจตอบนั้นคงไม่มีวันเป็นจริงไปได้ แม้แต่ในฝันก็ยังไม่คู่ควรเลย
“เอ่อ คุณมะลิใช่ไหมคะ”
เสียงเรียกสุภาพจากสุภาพสตรีคนหนึ่งดังขึ้นเบาๆ และนั่นก็ทำให้มะลิหลุดจากวังวนแห่งความโศกาได้ชั่วขณะ หญิงสาวฝืนยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้ารับน้อยๆ
“ค่ะ”
“คุณแมทธิวให้ดิฉันมาพาคุณขึ้นไปหาเธอค่ะ”
แล้วผู้หญิงคนนั้นที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ประจำตึกระฟ้านี้ก็เดินนำหล่อนตรงไปยังลิฟท์ตัวใหญ่ ใช้เวลาไม่นานหล่อนก็สามารถขึ้นมายืนอยู่ยอดตึกได้อย่างน่าอัศจรรย์ หญิงสาวก้าวออกจากลิฟท์เดินตามคู่สนทนาไปด้วยความหวาดหวั่น ระหว่างทางก็อดมองไปรอบๆ อาณาจักรของแมทธิว บราวน์ไม่ได้
“ที่นี่เป็นเพ้นต์เฮ้าส์คุณแมทธิวค่ะ หรือจะเรียกว่าบ้านหลังที่สองของคุณแมทธิวก็ได้ค่ะ เพราะเธอจะมาพักที่นี่บ่อยมากอาทิตย์ล่ะสองสามวันเลยทีเดียวค่ะ” คู่สนทนาที่เดินนำหน้าอยู่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นเดิม
“เอ่อ ค่ะ...”
ไม่รู้จะตอบว่าอะไรนอกจากพยักหน้าและรับคำสั้นๆ ไม่นานหล่อนก็เดินผ่านสระว่ายน้ำขนาดมหึมามาอยู่ที่หน้าประตูไม้ขนาดใหญ่แทน เจ้าหน้าที่สาววางนิ้วเรียวยาวลงบนปุ่มที่ข้างประตูหนึ่งครั้งจากนั้นไม่นานเจ้าประตูบานใหญ่ก็เลื่อนเปิดออกอย่างง่ายดาย
“ระบบการรักษาความปลอดภัยของที่นี่ถือว่ายอดเยี่ยมติดอันดับโลกค่ะ เพราะไม่มีใครที่จะสามารถเข้าพบคุณแมทธิวได้ หากไม่ได้รับอนุญาต...” คู่สนทนาของหล่อนอธิบายไปพร้อมๆ กับการเดินนำเข้าไปด้านใน
“และเมื่อกี้ก็คือการแสกนนิ้วมือค่ะ”
“เอ่อ ค่ะ”
ตอนนี้คำอธิบายแสนสุภาพของคู่สนทนาจางหายไปจากหูราวกับไม่เคยได้ยินมันมาก่อน เมื่อสายตาของหล่อนรับภาพความโอ่อ่าอลังการของห้องกว้างหรูหราเบื้องหน้าเข้ามาเต็มตา ทุกส่วนถูกตกแต่งด้วยของใช้ที่เรียกได้ว่ามีชิ้นเดียวเพียงในโลก แถมยังถูกวางอย่างเหมาะเจาะลงตัว ทำให้สิ่งที่หล่อนได้เห็นเป็นยิ่งกว่าที่อยู่ของเทพบุตรบนชั้นฟ้าเสียอีก
ไม่หรอก... มันคือที่อยู่ของมัจจุราชจากขุมนรกต่างหาก
เสียงหนึ่งในสมองเถียงขึ้น และมันก็ทำให้สติสตังที่ถูกกลืนกินไปกลับความงดงามตรงหน้ากลับคืนมาอีกครั้ง มะลิเม้มปากแน่น ละสายตาจากโทนสีเข้มลึกลับของห้องกว้างเพื่อมองไปยังสตรีสาวที่เคยยืนอยู่ข้างๆ อีกครั้ง แต่ทุกอย่างที่ได้เห็นในตอนนี้กลับมีแต่เพียงความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ข้างกายของหล่อนอีกแล้วนอกจากความน่าสะพรึงกลัวที่เกิดจากรังสีความอำมหิตของแมทธิว บราวน์
“เก็บไม่มิดเลยนะกับอาการชื่นชมความร่ำรวยของฉันน่ะ”
เสียงกระด้างไม่เป็นมิตรดังขึ้นด้านหลัง ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ดีว่าคนที่จงใจหาเรื่องนั้นคือใคร ก็จะเป็นใครไปได้ล่ะในเมื่อตอนนี้ ภายในห้องกว้างที่กินพื้นที่ทั้งหมดของชั้นบนสุดนี้มีเพียงหล่อนกับเขาเท่านั้น
มะลิค่อยๆ หันกลับไปมอง พยายามบังคับตัวเองให้เข้มแข็ง แต่เพียงแค่ได้สบตากับดวงตาคมกริบที่ทั้งหวานทั้งดุดันในคราวเดียวกันเท่านั้น หัวใจของหล่อน ไม่สิ... ไม่ใช่แค่หัวใจหรอก มันทั้งร่างกายและจิตวิญญาณเลยต่างหากที่สะท้านสะเทือนอย่างรุนแรง หล่อนแทบล้มลงกองกับพื้นเสียให้ได้
“คุณแมทธิว...”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มกับให้กับท่าทางตื่นกลัวแสนเสแสร้งของหญิงสาวตรงหน้า ไม่มีทางที่เจ้าหล่อนจะตื่นกลัวไปได้ หล่อนกำลังดีใจต่างหาก ดีใจจนเก็บไม่มิดเชียวแหละที่แผนการชั่วร้าย แผนการต่ำช้าของหล่อนกำลังจะเป็นความจริง
แมทธิวขบกรามแน่นจนขึ้นสัน พยายามยกทุกความชั่วช้าของสตรีขึ้นมาผลักไสความน่าปรารถนาของแม่ดอกมะลิอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ทำได้อยากยิ่ง เพราะถึงแม้จะเกลียดแทบตายแบบนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเจ้าหล่อนไม่น่าสนิทสิเน่หา
เรือนร่างบอบบางที่สั่นเทาเบื้องหน้านั้นซ่อนความอวบอิ่มและน่าอัศจรรย์เอาไว้มากมาย เขาพิสูจน์มันมาแล้ว พิสูจน์มันมาด้วยปาก ด้วยฝ่ามือ และด้วยร่างกายของตัวเอง หวานฉ่ำ นุ่มเนียน และน่าหลงใหล แม้จะยังไม่ถึงขั้นได้เสียกันแต่ร่างกายสดสวยของแม่ดอกมะลิก็ไม่ได้เป็นความลับใดๆ กับสายตาของเขาอีกต่อไปแล้ว
เขายังจำความรู้สึกตอนได้สัมผัสกับเต้างามอวบใหญ่เกินตัวของหล่อนได้เป็นอย่างดี เขาตกตะลึงที่ได้เห็นเจ้าก้อนเนื้อนวลที่มีอัญมณีสีชมพูระเรื่อเม็ดเล็กแต้มอยู่ปลายยอด เขาขยำ บีบเคล้น ฟอนเฟ้นเต้างามนั้นอย่างเมามัน ก่อนจะดูดกลืนปลายถันด้วยปากร้อนรุ่มของตัวเอง เสียงร้องครางหวานกังวานของเจ้าหล่อนผลักดันให้เขาถอยหลังไปจนสุดขอบเหว เขาเกือบตกลงไปในเหวลึกหากไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาเสียก่อน
คุณแม่ทำให้เขารอดพ้นจากการตกลงไปในเหวสวาทของแม่ดอกมะลิ เขาดีใจ ใช่ ควรจะดีใจ โล่งใจที่ไม่ต้องเกลือกกลั้วกับเจ้าหล่อน แต่ไหง... แต่ทำไมถึงได้รู้สึกเสียดายมาจนถึงบัดนี้นะ ทำไมจะต้องอยาก... อยากจะฝากฝังตัวเองลงไปในความเป็นหญิงคับแน่นของเจ้าหล่อนมากมายถึงเพียงนี้ ทำไมจะต้องหิวกระหาย ทำไมจะต้องอยากกินเจ้าหล่อนเข้าไปทั้งเนื้อทั้งตัวด้วย
ไม่มีคำตอบที่ดีเลย แม้จะตะโกนก้องร้องถามตัวเองมากมายแค่ไหนก็ตาม แมทธิวคิดอย่างขมขื่น เขาจะต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ยังอยากจะต่อยอดความสัมพันธ์ที่ถูกหยุดเอาไว้กลางคันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนอีกครั้งแบบนี้ ความสัมพันธ์ที่ทำให้เขาทุรนทุราย แสนทรมานในทุกๆ เสี้ยววินาทีที่เคลื่อนผ่าน
เขาพยายามทำเป็นไม่สนใจหล่อน พยายามร้ายกาจใส่หล่อน แต่แม่เจ้าประคุณก็ขยันเข้าใกล้เขาเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะตอนนี้... เขากับหล่อนอยู่กันตามลำพังในห้องรโหฐาน ไม่ยากเย็นเลยหากเขาจะจับร่างบางนั้นให้ชนกับผนังห้อง หรือนอนกับพื้นพรม และก็ตลบกระโปรงยาวกรอมเท้านั้นขึ้นไปที่เอว รูดกางเกงชั้นในลูกไม้ลงมาที่ข้อเท้า หรือไม่ก็แค่รวบให้มันไปรวมกันด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น จากนั้นก็... กดกระแทกความหิวกระหายที่อัดแน่นอยู่ในอกลงไปเต็มแรง กระหน่ำบดเคล้า โยกคลึงให้หายอยาก ก่อนจะเขี่ยหล่อนให้ตกลงจากสวรรค์เมื่อความอึดอัดถูกทำให้ผ่อนคลายลงแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ทำ... ศักดิ์ศรี ความโอหังและทระนงทำให้เขาเลือกที่จะอึดอัดต่อไป
แมทธิวก้มลงมองหลักฐานความปรารถนาที่ตื่นเร้าอยู่กลางลำตัวด้วยความเดือดดาล ไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหนทำให้ร่างกายของเขาเป็นแบบนี้ได้แค่เพียงจ้องมองมาก่อน แต่แม่ดอกมะลิ ผู้หญิงที่เขาแสนจะขยะแขยงกลับทำให้เขาไม่สามารถควบคุมเจ้าความกระหายอยากของเพศชายเอาไว้ได้เป็นครั้งแรกในชีวิต
มะลิเป็นเด็กสาวที่ยิ่งมองก็ยิ่งมีเสน่ห์ ภาพลักษณ์ภายนอกของหล่อนสะอาด บริสุทธิ์ และหอมหวานเหมือนชื่อของหล่อนนั่นแหละ หากเพียงเขาไม่ถูกหล่อนใช้วิธีสกปรกจับแบบนี้ล่ะก็ บางที... แค่บางทีนะ เขาอาจจะเป็นฝ่ายเดินเข้าหาหล่อนเองก็ได้
ระยำ!
ชายหนุ่มสบถในลำคอด้วยความเกรี้ยวกราด แม่ดอกมะลิคือนักขุดทอง หล่อนเป็นผู้หญิงละโมบ โลภมาก และไม่เคยรักใครจริง หล่อนยอมทอดกายให้ชายที่มีเงิน ต่อให้แก่คราวพ่อ หรืออัปลักษณ์ยิ่งกว่ายาจกหล่อนก็ไม่เคยปฏิเสธ ดังนั้นเขาจะต้องชิงชังหล่อน ขยะแขยงหล่อน ไม่ใช่มาปลาบปลื้ม หลงใหลผู้หญิงสารเลวอย่างหล่อนแบบนี้ ท่องเอาไว้แมทธิว ท่องเอาไว้! แมทธิว บราวน์ร้องสั่งตัวเองอย่างดุเดือดอยู่ภายในอก ก่อนจะผลักดันความหิวกระหายให้จมลึกลงไปในก้นบึ้งของความรู้สึกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มต้นทำสงครามอำมหิตกับมะลิอีกครั้ง
“ฉันพูดถูกต้องทุกอย่างใช่ไหมล่ะ”
ความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่อย่างอำมหิต มะลิซ่อนน้ำตาแห่งความร้าวรานเอาไว้ภายในอก ขณะก้มหน้าแก้คำกล่าวหาไร้หัวใจของผู้ชายหล่อระเบิดตรงหน้าออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทาจนคนฟังอย่างแมทธิวอดยิ้มเยาะไม่ได้
น่าเวทนาหรือ... ไม่เลย ผู้หญิงคนนี้ไม่มีความน่าเวทนาแม้แต่น้อย หล่อนก็แค่บีบน้ำตาเก่ง แสดงบทบาทนางเอกผู้น่าสงสารได้ยอดเยี่ยมเท่านั้นเอง หล่อนเสแสร้ง แมทธิวคิดอย่างรู้ทัน และแม้จะพยายามขุดค้นหาความเลวของมะลิมากแค่ไหน แต่ไอ้ความหิวกระหายก็ยังก่อกวนกายหนุ่มไม่หยุดหย่อนอยู่ดี เขาต้องการแม่ดอกมะลิ ต้องการจนแทบบ้า...!
“มะลิ... ไม่เคยมีความคิด... แบบนั้นค่ะ”
“อมพระมาทั้งโบสถ์ฉันก็เชื่อคำพูดของผู้หญิงจอมละโมบอย่างเธอไม่ลงหรอกแม่ดอกมะลิ ผู้หญิงอย่างเธอมันมีดีก็แค่ดิ้นๆ ส่ายๆ ให้ผู้ชายโยกใส่เท่านั้นแหละ และป่านนี้...”
สายตาคมกริบกวาดมองร่างของหล่อนอย่างหยาบคายก่อนจะพูดต่อด้วยคำพูดหยาบคายยิ่งกว่าสายตาที่ทอดมองมาเสียอีก
“เครื่องเคราของเธอก็คงจะหย่อนคล้อย... ไม่สิ คงไม่ถึงกับหย่อนคล้อย เพราะเงินจำนวนมากที่เธอได้จากการยอมอ้าขาให้ผู้ชายจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าไปดำผุดดำว่ายน่ะคงจะช่วยให้เธอมีเงินไปพึ่งแพทย์ฝีมือดีเพื่อยกเครื่องให้ใหม่ใช่ไหมล่ะ”