ภาพปกนิยาย ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

7.9 / 10.0
ตลอดสี่ปีที่หลีย่างอยู่เคียงข้างฟู่เฉิงโจว เธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ตัวตนที่เขาไม่เคยคิดเปิดเผย ทว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์ที่เขาได้พบกับเย่เซี่ยจู เขากลับประกาศสถานะหมั้นหมายอย่างภาคภูมิใจ พร้อมตราหน้าว่าหลีย่างเป็นคนไม่สะอาดและไม่มีค่าพอจะได้รับเกียรติเท่าผู้หญิงคนใหม่ เมื่อความเจ็บช้ำถึงขีดสุด หลีย่างจึงเลือกจากไปเงียบๆ โดยไม่เรียกร้องสิ่งใด แต่ทันทีที่เธอจะก้าวออกไปจากชีวิต ฟู่เฉิงโจวกลับแสดงท่าทีคุ้มคลั่ง เขาพันธนาการเธอไว้ในอ้อมกอดด้วยความหึงหวงและประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีวันหนีไปหาคนรักเก่าได้สำเร็จ เพราะในชาตินี้เธอต้องเป็นสมบัติของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น

ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย ตอนที่ 1

“หนูเซี่ยจูของเราเพิ่งกลับจากเรียนเมืองนอก ยังไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร ฝากให้เฉิงโจวช่วยดูแล ฉันล่ะกลัวจริง ๆ ว่าเจ้าเด็กนี่จะทำให้แม่หนูที่ดีขนาดนี้ต้องน้อยใจ”

“คุณย่าครับ ผมรักและเอ็นดูเธอจะตายไป จะกล้าทำให้เธอน้อยใจได้ยังไงครับ?”

ฟู่เฉิงโจวหัวเราะเบา ๆ ดวงตาที่มักจะเย็นชาอยู่เสมอกลับฉายแววอ่อนโยนออกมาให้เห็น ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากนัก

หลีย่างที่เพิ่งถือเอกสารก้าวเข้ามาในห้อง รู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเหยียบอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ

ตอนที่เพิ่งคบกันใหม่ ๆ ฟู่เฉิงโจวเคยบอกไว้ว่า การที่ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์นั้นก็เพื่อให้เธอยืนหยัดในบริษัทได้อย่างมั่นคง และเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมากังขาในความสามารถด้านการทำงานของเธอ

ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลีย่างจึงทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับงาน ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษใด ๆ ในฐานะแฟนสาวของฟู่เฉิงโจวแม้แต่น้อย ต่อให้ต้องทำงานล่วงเวลาจนหัวหมุน หรือต้องไปสังสรรค์รับรองลูกค้าจนเลือดออกในกระเพาะ เธอก็ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ

ทว่าในเวลานี้ ขณะที่ยืนอยู่ตรงนี้ เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองดูเหมือนตัวตลกที่ถูกเปิดโปงอย่างน่าอับอาย

พ่อของฟู่เฉิงโจวคือบุคคลระดับสูงที่สุดในแวดวงราชการของเมืองจิง ส่วนแม่ก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนาน ผู้ถือสิทธิ์ในการสืบทอดมรดกนับแสนล้านของท่านผู้เฒ่าหนาน

คู่สามีภรรยาที่สมบูรณ์แบบที่สุดซึ่งครองทั้งอำนาจและเงินตรา ทั้งชีวิตนี้มีทายาทชายหญิงเพียงคู่เดียวเท่านั้น

ลูกชายอย่างฟู่เฉิงโจวนั้นเปรียบเสมือนดวงจันทร์ที่มีหมู่ดาวคอยล้อมรอบ คนธรรมดาทั่วไปแค่อยากจะเห็นหน้าเขาสักครั้งยังเป็นเรื่องยาก

ปลายเล็บจิกแน่นเข้าที่กลางฝ่ามือ ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาถึงขั้วหัวใจทำให้หลีย่างได้สติขึ้นมาบ้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองไปยังฝั่งตรงข้าม

เย่เซี่ยจูนั่งเอียงอายอยู่บนโซฟา และด้วยวัยเพียงยี่สิบต้น ๆ ผิวพรรณของเธอจึงดูอ่อนเยาว์เปล่งปลั่ง

ผมยาวดัดลอนทิ้งตัวสลวยลงบนบ่า หน้าม้าทรงปีกนกที่แสกข้างทิ้งตัวลงมาคลอเคลียใบหูทั้งสองข้างอย่างเป็นธรรมชาติ

ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเด็กสาวที่เงียบขรึมและว่านอนสอนง่าย

เป็นความสวยที่ดูบริสุทธิ์สะอาดตา ดูนิ่ง พูดน้อย

ฟู่เฉิงโจวนั่งอยู่ข้างกายเย่เซี่ยจู ทั้งสองนั่งชิดติดกันมาก แถมยังหันมาพูดคุยกระซิบกระซาบกันเป็นระยะ

ริ้วแดงระเรื่อบนพวงแก้มและรอยยิ้มของเย่เซี่ยจูไม่เคยจางหายไปเลย

หลีย่างคิ้วกระตุกขึ้นมาทันที

ก่อนหน้านี้ตระกูลฟู่ก็เคยจัดแจงให้ฟู่เฉิงโจวดูตัวกับผู้หญิงมาไม่น้อย แต่โดยปกติแล้วฟู่เฉิงโจวเพียงแค่ทำตามหน้าที่ไปอย่างนั้น ผ่านไปสามสี่วันก็เงียบหายไร้ความคืบหน้า

แต่ครั้งนี้ มันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เพราะบนตักของฟู่เฉิงโจวในเวลานี้ มีลูกสุนัขขนหยิกสีขาวตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่

ฟู่เฉิงโจวเกลียดสัตว์ที่มีขนยาวทุกชนิด

ตอนที่คบกันเข้าปีที่สาม ในวันเกิดของฟู่เฉิงโจว หลีย่างตั้งใจคัดสรรแมวพันธุ์แร็กดอลที่แสนเชื่องและน่ารักมามอบให้เขาเป็นของขวัญวันเกิด

แต่เขากลับรังเกียจจนไม่แม้แต่จะปรายตามอง และสั่งให้หลีย่างรีบเอามันออกไปให้พ้นหน้าทันที

มิหนำซ้ำยังขู่ว่าถ้าวันหลังเธอยังกล้าพาตัวอะไรแบบนี้เข้าบ้านมาอีก ก็ให้ไสหัวออกไปพร้อมกันเลย

ทว่าตอนนี้ เจ้าลูกสุนัขตัวนั้นของเย่เซี่ยจูกำลังแลบลิ้นอย่างมีความสุขอยู่บนตักของฟู่เฉิงโจว มันหรี่ตาพริ้มอย่างเพลิดเพลินขณะที่นิ้วเรียวยาวเห็นข้อกระดูกชัดเจนของเขากำลังลูบไล้ไปมาบนหลังของมัน

แววตาของหลีย่างเข้มข้นขึ้น สายตาที่มองไปยังเย่เซี่ยจูเพิ่มความพินิจพิเคราะห์ขึ้นอีกหลายส่วน

เธออยู่กับฟู่เฉิงโจวมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นฟู่เฉิงโจวยอมตามใจคนอื่น

พระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตกจริง ๆ

ภายในใจของเธอรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ราวกับมีเข็มเล่มเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนทิ่มแทงหัวใจ แต่เธอก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์ที่มาในครั้งนี้

เธอเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างกายฟู่เฉิงโจว ยื่นแฟ้มเอกสารให้เขาพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้ แล้วกระซิบเสียงแผ่ว “ซัพพลายเออร์ต้องได้รับสัญญาถึงจะเริ่มสั่งของได้ค่ะ ถ้าช้ากว่านี้จะกระทบกับกำหนดการส่งสินค้า”

ฟู่เฉิงโจวขยับตัวถอยห่างออกไปเล็กน้อย ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณไม่ควรมาที่นี่”

มือของหลีย่างที่กำแฟ้มเอกสารกระชับแน่นขึ้น เธอข่มใจอธิบายอย่างอดทน “คุณไม่รับโทรศัพท์ แล้วก็ไม่ตอบข้อความด้วย ฉันถึงได้มาหาคุณที่นี่ค่ะ”

“เฉิงโจวคะ คุณคนนี้เป็นใครเหรอ?”

เย่เซี่ยจูชะโงกหน้าเข้ามา ดวงตาคู่สวยเป็นประกายจ้องมองหลีย่างอย่างพิจารณา

“หน้าตาสวยจังเลยค่ะ”

“ขอบคุณค่ะคุณเย่ ดิฉันคือหลีย่าง หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ของหนานซื่อค่ะ”

หลีย่างคลี่ยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่ฟู่เฉิงโจว แล้วรายงานเรื่องงานต่อ

“คืนวันสุดสัปดาห์นี้ ลูกชายคนเดียวของประธานหลินซื่อกรุ๊ปจะจัดงานแต่งงาน สถานที่คือ……”

ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ถูกฟู่เฉิงโจวพูดแทรกขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ “คุณไปแทนก็พอแล้ว วันนั้นผมไม่ว่าง”

คุณนายฟู่เองก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง “เฉิงโจว ต่อไปเรื่องงานอย่าเอาเข้ามาทำที่บ้านอีกนะ ให้คนนอกเข้าออกบ้านตระกูลฟู่ตามใจชอบแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน ประเดี๋ยวพ่อแกรู้เข้า ก็จะดุแกอีก”

หญิงชราสวมชุดกี่เพ้าที่ปักด้วยฝีมือช่างชั้นอาวุโส เข้าชุดกับเครื่องประดับหยกจักรพรรดิสีเขียวมรกตครบเซ็ต น้ำเสียงยามเอื้อนเอ่ยแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม

ฟู่เฉิงโจวได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ

“ทราบแล้วครับคุณย่า เป็นเพราะลูกน้องไม่รู้ความเอง ครั้งหน้าผมจะไม่ให้เธอเข้ามาอีกแล้วครับ”

ร่างของหลีย่างเซวูบไปชั่วขณะ

ทั้งที่ฟู่เฉิงโจวเป็นคนพูดเองแท้ ๆ ว่าถ้าที่บริษัทมีเรื่องด่วน ให้มาหาเขาที่บ้านตระกูลฟู่ได้เลย

ผู้ชายที่เพิ่งจะหวานชื่นกับเธอก่อนไปดูงานต่างถิ่นคนนั้น มาในเวลานี้กลับยอมรับหน้าตาเฉยว่าเธอเป็น “คนนอก” ตามคำพูดของคุณนายผู้เฒ่า

ฟู่เฉิงโจวตวัดปากกาเซ็นชื่อลงบนหน้าสุดท้ายของสัญญาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารคืนให้หลีย่าง แล้วดึงทิชชูเปียกขึ้นมาเช็ดมือจนสะอาด

“วันหลังถ้าหาผมไม่เจอ ก็ฝากเอกสารไว้ที่ป้อมยามหน้าประตู”

หลีย่างถามอย่างไม่แน่ใจ “เอกสารสำคัญก็ด้วยเหรอคะ?”

ฟู่เฉิงโจวไม่ได้ตอบโต้ เพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาเรียบเฉยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยตำหนิ “วันนี้คุณพูดมากไปหน่อยนะ”

คุณนายฟู่เคยเจอหลีย่างอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอนัก

เธอมักจะรู้สึกว่าแววตาของแม่สาวคนนี้มีอะไรแอบแฝงมากเกินไป ดูไม่น่าไว้ใจ

จึงยิ้มบาง ๆ แล้วเตือนฟู่เฉิงโจว “อย่ามัวแต่คุยเรื่องงานสิ หันมาดูแลหนูเซี่ยจูบ้าง”

ฟู่เฉิงโจวละสายตากลับมา ก่อนจะหยิบขนมชิ้นหนึ่งจากบนโต๊ะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของเย่เซี่ยจู

“ทานอะไรรองท้องหน่อย อีกเดี๋ยวก็ได้เวลาตั้งโต๊ะแล้ว”

หลีย่างมองดูการกระทำที่แสนสนิทสนมของฟู่เฉิงโจวด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ราวกับว่าเธอเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ไม่เข้าพวกในคฤหาสน์อันเคร่งขรึมและเก่าแก่แห่งนี้

อ่านต่อ

สารบัญของ ขังหนูน้อยไว้ข้างกาย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบเรื่องนี้

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
สัมผัสเรื่องราวความรักสุดอันตรายของสามพี่น้องตระกูลชอว์นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจ เคน พี่ใหญ่ผู้เย็นชาในโลกมืดต้องรับมือกับหลิวหลิว หัวขโมยสาวที่ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็นแม้ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ขณะที่คิ้วท์ พี่รองเจ้าเสน่ห์ผู้ซ่อนรสนิยมลับไว้ภายใต้ธุรกิจโรงแรมหรู พยายามจะพิชิตใจเมษา สาวสวยผู้หยิ่งทะนงที่ไม่ยอมสยบให้ชายใดง่ายๆ ปิดท้ายด้วยเค น้องเล็กดีกรีผู้กำกับชื่อดังที่ใช้ความรักเป็นดั่งพันธนาการจองจำมดแดงไว้กับเขาเพียงคนเดียว ท่ามกลางความสัมพันธ์แบบสต็อกโฮล์มซินโดรมที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของพวกเธอ เมื่อความใกล้ชิดกับซาตานร้ายทำให้ค้นพบความปรารถนาที่แท้จริงซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้วงจรแห่งความแค้นและการครอบครองอันเบ็ดเสร็จ
ภาพปกนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญ สาวน้อยเจ้าของฉายาจอมจุ้นตกหลุมรัก มัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบที่เป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเข้าอย่างจัง คำอธิษฐานในงานวันเกิดส่งผลให้เธอได้รับเลือกเข้าทำงานในบริษัทของเขาและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาฯ ส่วนตัว แต่ความรักกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเจ้านายหนุ่มมาดดุคอยแต่จะคาดโทษและทำหน้ายักษ์ใส่จนเธอเริ่มท้อถอยและตัดสินใจถอยห่างเพื่อรักษาแผลใจ ทว่าฝ่ายมัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจเรื่องความรัก กลับเริ่มหวั่นไหวให้กับความสดใสของเลขาสาวจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อเห็นเธอพยายามตีตัวออกห่าง เสือยิ้มยากอย่างเขาจึงไม่อาจยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปได้ง่าย ๆ ยิ่งเธอถอยเขายิ่งรุกคืบเพื่อผูกมัดหัวใจจอมจุ้นไว้ให้อยู่หมัด
ภาพปกนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง แต่เขากลับจงใจแกล้งยึดผ้าห่มไว้เพียงเพื่อจะชื่นชมความงดงามของเธอให้เต็มตา ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านทำให้เขาต้องฝืนใจถอยห่างเพื่อไม่ให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ก่อนจากไปเขาประทับจูบอย่างแสนรักพร้อมย้ำเตือนถึงข้อตกลงลับระหว่างกัน ชติรสยอมเสียสละตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับลิก้าอย่างเด็ดขาด แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอับอายที่ถูกตราหน้าว่าน่าหลงใหลกว่าใคร แต่เธอก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษาคำสัญญานี้ไว้ แม้ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีของตนเองก็ตาม
ภาพปกนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
เมื่อความปรารถนาอันแรงกล้าปะทุขึ้นในใจของไรอัน เจ้าของธุรกิจสายการบินผู้มั่งคั่ง เขาจึงตัดสินใจทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ หญิงสาวผู้ใสซื่อที่ต้องตกอยู่ในฐานะเมียประมูล ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสาวน้อยที่ไม่เคยสัมผัสความสัมพันธ์แบบชายหญิง ไรอันต้องพยายามควบคุมตนเองและเริ่มถ่ายทอดบทเรียนรักที่แสนหวานเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนกระทั่งไฟเสน่หาแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ปัทมณฑ์ตกอยู่ในวังวนแห่งความรัญจวนจนแทบจะทนไม่ไหว ร่างกายบิดเร้าด้วยความซ่านสยิวภายใต้การนำพาของชายหนุ่ม แม้จะหวั่นเกรงในสัมผัสที่หนักหน่วงและร้อนแรงเพียงใด แต่เธอกลับโหยหาให้เขาช่วยดับไฟราคะที่ถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป

ซีรีส์สั้นยอดฮิต

ตอนทั้งหมด
อ่านเลย
แชร์
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED