“แบบนี้เหรอครับเรียกว่าสวย...” ภูริพูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย
“คงมีแกคนเดียวนั่นแหละที่มองไม่เห็นความสวยของหม่อน” ภูผาพูดตอบกลับน้องชายของตนที่ตั้งท่าไม่ชอบเธอทั้งที่ความจริงแล้วเธอเองก็เป็นสาวสวยคนหนึ่ง
“ตักข้าวเถอะหม่อน เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยหลังทานข้าวเสร็จ” ภูดิทพูดบอกกับหม่อนและน้องชายของตน เพราะเห็นว่าสมควรแก่เวลาของอาหารเช้าแล้ว
“ค่ะคุณชาย”
ในทุกเช้าใบหม่อนจะมีหน้าที่ช่วยแม่และป้าแม่บ้านเตรียมอาหาร รวมถึงตั้งโต๊ะทานข้าวให้กับเจ้านายทั้งสี่ทุกๆ มื้อ อีกทั้งงานเช็ดถูปัดกวาดก็เป็นหน้าที่ของเธอด้วยเช่นกัน
ซึ่งในช่วงวัยของเธอตอนนี้ควรจะเป็นวัยที่เรียนอยู่ระดับมหาลัย แต่ด้วยความรักที่มีต่อคุณชายมันเลยทำให้เด็กเรียนเก่งอย่างเธอเลือกทางผิด เธอขอแม่จบแค่มัธยมปลายและทำงานเป็นคนใช้อย่างเต็มตัว เงินเดือนที่ได้ก็แค่หมื่นห้าต่อเดือนเท่านั้น แต่ที่พักรวมถึงค่าข้าวฟรีทั้งหมด แถมยังฟรีค่าน้ำค่าไฟชีวิตที่เป็นอยู่ของเธอและแม่จึงไม่ได้ลำบากอะไรในการเป็นคนใช้
แต่แม่ของเธอก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการที่เธอเลือกทำเช่นนั้น และจะพูดบ่นลูกสาวอยู่บ่อยครั้งที่เธอโง่เง่ากับความรักจนละทิ้งทุกอย่างที่อาจจะทำให้เธอมีชีวิตที่ดีมากขึ้นกว่าการเป็นคนใช้ให้ใครเขาดูถูก
สวนข้างบ้านช่วงสาย...
“หม่อนถามได้ไหมคะ ว่าทำไมคุณชายถึงจะพาหม่อนไปออกงาน?” เธอถามคุณชายคนกลางไปอย่างใคร่รู้เมื่อได้อยู่กับเขาสองคน
“เพราะฉันอยากให้ทุกคนเห็นความสวยของหม่อนไง โดยเฉพาะน้องชายของฉัน”
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะคะ?”
“เพราะว่า...” ผมชอบผู้หญิงคนนึงอยู่ เธอชื่อว่า ‘มิเกล’ แต่เหมือนว่าเธอจะชอบไอภูริน้องชายของผม และหากใบหม่อนสมหวังกับไอภูริคงเป็นเรื่องดีที่เธอจะเปิดใจให้กับผม
มิเกลเป็นสาวรุ่นน้องของภูผา เขาเคยพาเธอมาที่นี่อยู่สองสามครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่เธอเจอกับภูริเธอก็จะแสดงท่าทางสนใจเขาเป็นพิเศษ ต่างจากภูริที่ไม่ได้มองหรือให้ความสนใจอะไรกับเธอมาก เพราะคิดเพียงแค่ว่าเธอเป็นแขกของพี่ชาย
ซึ่งภูผาไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้ เพราะกลัวว่าวันนึงน้องชายของเขาจะเริ่มสนใจคนที่เขาชอบกลับหากว่าเธอเข้าหาเขามากขึ้นกว่าทุกครั้ง เลยคิดว่าจะจับคู่ให้เขากับสาวสวยอีกคนที่ดูจะรักน้องชายของเขาอย่างใจจริง แต่นั่นเป็นเรื่องยากเพราะน้องชายของเขาดูจะไม่ชอบหน้าเธอเลย และมักจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่าเธอเป็นคนใช้ไม่คู่ควรกับรักดีๆ ของคุณชายเพอร์เฟคอย่างเขา
“เพราะฉันอยากช่วยให้หม่อนสมหวังกับไอภูริไง”
“...คุณชาย พูดจริงๆ เหรอคะ” เด็กสาวตาเบิกโตด้วยความดีใจและแปลกใจในเวลาเดียวกัน
“ใช่ ฉันเชียร์หม่อนนะ”
“คุณชาย~” คนตัวเล็กยืนเกาะแขนล่ำโยกไปมา พรางลากเสียงหวานใส่คุณชายกลางท่าทางน่าเอ็นดูพร้อมกับรอยยิ้มที่ล้นทะลักไปด้วยความสุข
“อ่อยอะไรพี่ฉันอยู่ล่ะ?” ภูริที่เดินมาเห็นท่าทางนั้นของใบหม่อนก็คิดไปว่าเธอกำลังให้ท่าพี่ชายของเขา เหมือนกับที่ทำใส่ตนอยู่ทุกวี่วัน
“หม่อนเปล่านะคะ” เธอรีบปล่อยมือออกจากแขนของอีกคนเพราะไม่อยากให้คุณชายที่เธอชอบเข้าใจผิด
“และพี่คิดอะไรอยู่เนี่ย จะพาคนใช้ไปออกงานสังคมแบบนั้น อายคนตาย” เขาพูดดูถูกเธอไม่พอยังใช้สายตามองเหยียดเธอหัวจรดเท้า แต่ทว่าใบหม่อนกับชอบใจในท่าทางยืนล้วงกางเกง ใบหน้าหยิ่งๆ คำพูดร้ายๆ นั้น
“หล่อจัง^^” จู่ๆ เธอก็พูดคำที่คิดอยู่ในหัวนั้นออกมา
“เหอะ!” ภูริเห็นท่าทางของใบหม่อนที่มองเขาอยู่แล้วก็ต้องถอนหายใจ เพราะดูเหมือนว่าคำด่าของเขาจะไม่เข้าหัวเธอเลย “คนอะไรจะมึนได้ขนาดนี้”
“ก็คนมันรักหนิคะ ถ้าคุณชายรักใครสักคนแล้วจะเข้าใจ”
“รักบ้าบออะไรของเธอ เคยมีความรักสักครั้งหรือยัง ถึงกล้าพูดได้เต็มปาก?”
“ยังค่ะ เพราะหม่อนสนใจแค่คุณชายคนเดียว รักแรกของหม่อน...” เธอพูดไปพรางทำหน้าเขินอาย ก่อนที่คุณชายคนที่เธอชอบจะเดินหนีหน้าไปเพราะรำคาญสิ่งที่เธอพร่ำพูดบอกกับเขา
“สู้ๆ นะหม่อน ฉันเอาใจช่วย” คุณชายภูผาลูบหัวปลอบใจเด็กสาวเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอถอนหายใจออกมาเสียงดังพรางทำหน้าเศร้าที่ถูกน้องชายของเขาปฏิเสธเป็นครั้งที่ร้อย
“ค่ะคุณชาย แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไร?”
“หม่อนแต่งหน้าไม่เป็นค่ะ เลยไม่รู้ว่าจะเป็นคนสวยให้คุณชายได้แค่ไหน” เธอพูดเสียงเอื่อยเพราะไม่มีความสามารถในด้านนั้นเลย และโดยปกติก็ใช้ชีวิตแบบหน้าสดมาตลอด จะมีก็แค่ครีมซองกันแดดที่ใช้อยู่ทุกวัน
“งั้น...ช่วงใกล้ๆ เย็นขึ้นไปหาฉันที่ห้องแล้วกันนะ เดี๋ยวฉันให้ช่างมาแต่งหน้าให้”
“ขึ้นไปชั้นบนเหรอคะ?”
“เข้าห้องฉันนะ ไม่ใช่เดินไปเข้าห้องไอภูริมัน” เขาพูดอย่างรู้ทันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเด็กสาว ซึ่งมันก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามเธอ
“หม่อนรู้แล้วค่ะ^^”
ห้องนอนคนใช้...
เธอกลับมาที่ห้องนอนส่วนตัวของเธอกับแม่ที่อาศัยนอนอยู่ร่วมกันในห้อง เพื่อพูดอวดเรื่องที่คุณชายกลางชวนเธอไปออกงานสังคมในคืนวันนี้ และที่น่าตื่นเต้นคือเธอจะได้ใส่ชุดสวยๆ เดินอยู่ในงานเดียวกันกับผู้ชายที่เธอชอบ หรือมากกว่านั้นเธออาจจะได้ยืนสวยๆ อยู่ข้างเขา
“คุณชายภูผาเหรอ?”
“ใช่แม่ เขาเป็นคนเอ่ยปากชวนหม่อนเองเลยนะ” เธอพูดบอกแม่ของเธอที่นั่งอยู่ปลายเตียง พรางทาบชุดสวยที่คุณชายให้มาไปบนตัวและหมุนมองความสวยไปมาท่าทางอารมณ์ดี
“ชุดสวยไหมแม่?”
“สวย แต่ไม่เหมาะกับแก...”
“แม่~”
“แกเป็นคนใช้นะอย่าลืมสิ ส่วนเขาน่ะเป็นคุณชาย เจียมตัวหน่อยสิหม่อน…”
“หม่อนรู้แล้วน่าแม่ จะพูดย้ำทำไมนักเนี่ย”
“รู้แล้วก็หยุดเถอะหม่อน อยู่ในที่ของเรา...”
“ที่หม่อนทำอยู่ หม่อนไม่ได้ทำเพราะอยากได้ผัวรวยนะ แต่หม่อนทำเพราะหม่อนชอบคุณชายเขาจริงๆ แล้วหม่อนผิดตรงไหนล่ะ”
“ก็ผิดตรงที่เขาไม่ได้ชอบแก แล้วแกยังจะไปตื๊อให้เขารำคาญไง”
เธอรู้และเห็นท่าทีของคุณชายคนเล็กที่แสดงออกต่อลูกสาวของเธออยู่ตลอด ทั้งสายตาคำพูดเขาแสดงออกชัดว่าไม่ชอบหน้าเธอ ซึ่งคนเป็นแม่ก็อดกลัวไม่ได้ว่าเธอจะเสียใจและเสียเวลาหากว่าพยายามผิดที่ผิดคน
“ชอบคนที่เขาชอบเราดีกว่านะหม่อน แม่เตือนก็เพราะแม่หวังดี...”
“หม่อนรู้ว่าแม่หวังดี แต่หม่อนเลิกชอบเขาไม่ได้จริงๆ” พูดจบเธอก็วางชุดสวยลงที่เตียง และเดินถือผ้าขนหนูเข้าไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวไปหาคุณชายภูผาที่คฤหาสน์ใหญ่
ส่วนคนเป็นแม่ก็ได้แต่นั่งท้อใจกับลูกสาวหัวดื้อของเธอ ถึงแม้จะรู้ว่าลูกสาวของเธอมีคนเอ็นดูอยู่มากในคฤหาสน์หลังนี้ แต่เธอก็ไม่อยากให้ใบหม่อนอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะไม่ควร หรือใฝ่สูงเกินตัวเช่นนั้น
ห้องคุณชายภูผา ช่วงเย็น...
“แต่งเสร็จหรือยังครับ?” เสียงคุณชายเจ้าของห้อง เอ่ยถามกับเมคอัพอาร์ติสที่เขาจ้างมา ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของใบหม่อนที่กำลังหลับตาพริ้มให้ช่างแต่งตาให้อยู่
“เสร็จแล้ว ลืมตาได้เลยค่ะ”
“อือ สวยกว่าที่คิดอีกแฮะ” ภูผาพูดออกมาเมื่อเห็นความสวยของเธอเปล่งประกายอยู่รอบตัว อีกทั้งชุดสุดหรูที่เธอสวมใส่ตัดกับผิวขาวเนียน และใบหน้าที่ถูกแต่งเติมเครื่องสำอางลงไป ทำให้ใบหน้าแสนธรรมดาของเธอดูสวยสง่าขึ้นมา
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
“หม่อนสวยจริงๆ เหรอคะ?” เธอถามคุณชายอย่างตื่นเต้นเพราะเวลานั้นยังไม่เห็นลุคใหม่ของตัวเอง
“มาดูกระจกสิ” เขาเรียกให้เธอมายืนดูกระจกในที่ที่เขายืนอยู่ เพื่อให้เธอสามารถมองเห็นความสวยของตัวเองได้ชัดเจน
“ว้าว~”
“สวยใช่ไหมล่ะ?”
“คุณชายว่า หม่อนสวยถูกใจคุณชายภูริหรือยังคะ?” เธอไม่พูดเปล่าหมุนตัวให้อีกคนดู แต่ไม่ทันระวังส้นสูงที่ใส่อยู่ขาจึงพลิก “อุ๊ย!”
หมับ!
ทว่าโชคยังดีที่ชายร่างสูงคว้าเอวบางของเธอไว้ได้ทัน เธอจึงไม่หงายหลังไปซะก่อน “ระวังด้วย” เขาพูดเสียงนุ่ม
“ค่ะคุณชาย”
“หม่อนต้องทำให้ไอภูริเปลี่ยนใจมาชอบหม่อนได้แน่ อย่าพึ่งท้อนะ”
“...” เธอเงียบและไม่ได้ตอบอะไรกับไป เพราะตอนนี้เธอกลับรู้สึกไม่มั่นใจว่าเขาจะชอบเธอได้ แต่ในใจก็ไม่เคยนึกท้อและคิดจะเลิกชอบเขาสักวินาที
“เราลงไปข้างล่างกันเถอะ เผื่อคนอื่นรอเราอยู่...”
“ค่ะคุณชาย”
ชั้นล่างของบ้าน...
เมื่อทั้งคู่เดินลงมา ก็เห็นว่ามีคนนั่งรออยู่ที่ห้องโถงใหญ่กลางบ้านถึงสองคน นั่นคือคุณชายใหญ่และคุณชายเล็กของบ้าน จะเหลือก็แต่คุณพ่อของทั้งสามหนุ่มที่ยังไม่ลงมาจากห้อง
“ว้าว ได้สาวสวยควงไปงานจริงๆ ด้วยแฮะ” ภูดิทพี่ใหญ่พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหม่อนนั้นสวยผิดหูผิดตาไปจากเดิมที่เห็นทุกวัน
“เธอเป็นคนสวยอยู่แล้ว แต่งนิดแต่งหน่อยก็สวยแล้วครับ”
“หม่อนสวยไหมคะคุณชาย^^” ใบหม่อนเดินไปเสนอหน้าให้คุณชายภูริที่นั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ให้มองดูความสวยของเธอ เพราะต้องการจะได้รับคำชมจากเขา แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เขาไม่ได้ตะลึงกับความสวยของเธอเลยสักนิด
“อย่างเธอใช้คำว่าสวยไม่ได้หรอก...แล้วนี่จะไปออกงานด้วยกันจริงๆ เหรอ แต่งตัวไม่แมทกันสักนิด สีไปคนละทางเลย...”
“แต่ว่าชุดของหม่อน เข้ากันกับชุดของคุณชายเลยนะคะ^^” เธอพูดด้วยรอยยิ้มและท่าทางสดใสเช่นเดิม แม้ว่าอีกคนจะพูดจาไม่น่ารักใส่
เขาก้มมองชุดของตัวเองแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ที่สีชุดของตนเข้ากันกับชุดของสาวใช้อย่างที่เธอว่า...
“เสร็จกันแล้วใช่ไหม งั้นไปกันเถอะ”
“ผมขอไปเปลี่ยนชุดก่อนได้ไหมครับพ่อ”
“ชุดนี้หล่อแล้ว ไปกันเถอะ” คุณพ่อคนสุขุมพูดบอกกับลูกชายคนเล็กของเขาท่าทางอบอุ่น ก่อนจะเดินนำออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่นอกบ้าน
งานเลี้ยงบริษัท...
เมื่อเจ้างานมาถึงที่งาน แขกมากหน้าหลายตาที่มาถึงก่อนก็ต่างพากันหาโอกาสเข้าหาเพื่อที่จะได้พูดคุยกับเขา และหวังว่าจะได้ร่วมงานใหญ่ๆ ด้วยกันโดยให้บริษัทยักใหญ่ของคุณภาคภูมิหนุนหลังให้
“ยินดีครับ เชิญตามสบายได้เลยนะครับ ขาดเหลืออะไรบอกกับพนักงานเราได้เลยนะครับ..” ท่าทางที่นุ่มนวลและให้เกียรติคนอื่นเสมอของคุณภาคภูมิทำให้เขาเป็นที่รักของลูกน้องและผู้ร่วมลงทุนหลายๆ คนในงาน
“วันนี้คุณท่านดูหล่อเท่ห์จังเลยนะคะ” ใบหม่อนพูดชมนายใหญ่ของเธอท่าทางปลื้มปริ่ม แต่กลับถูกอีกคนเข้าใจผิด
“กับพ่อฉันก็จะไม่เว้นเลยเหรอ”
“อะไรกันคะ หม่อนก็แค่...”
“เกลียดจริงๆ เด็กชอบเถียง”
“หม่อนยังไม่ทัน...”
“นี่!...” เขาเหลือกตาใส่เพื่อให้เธอเลิกแก้ตัว และเงียบปากลงเพราะเสียงของเธอมันน่ารำคาญในความคิดของเขา
“หม่อนทำอะไรก็ผิด” คนตัวเล็กพูดบ่นงึมงำขึ้นอย่างน้อยใจ
ภูริเดินเบี่ยงตัวไปทางอื่นเพราะไม่อยากมองเห็นใบหม่อนอยู่ในสายตา แต่กลับกัน แม้ว่าใบหม่อนจะน้อยใจคุณชายคนเล็กแค่ไหนแต่ในโฟกัสของเธอก็ยังมีแค่เขา
“หิวหรือเปล่าหม่อน ของในงานหยิบกินได้เลยนะ” คุณชายใหญ่พูดบอกกับคนใช้สาวสวยหน้านิ่ง
“หม่อนกินอะไรไม่ลงหรอกค่ะ โดนดุอีกแล้ว...” เธอพูดปากคว่ำแต่สายตาก็ยังจ้องมองไปยังคนที่เธอชอบไม่เปลี่ยนโฟกัส
“นี่! ทำอะไรของคุณ กล้ามาแต๊ะอั๋งฉันเหรอ!” เสียงโวยวายของหญิงสาวดังมาจากทางที่ภูริยืนอยู่ ซึ่งเขาก็เป็นผู้ชายโรคจิตคนนั้นที่เธอยืนด่าอยู่อย่างไม่อายผู้คนในงาน
“เหอะ! ฉันเนี่ยนะ…”
“ไม่ใช่นะคะ ผู้ชายคนนี้ต่างหากที่จับก้นคุณ” ใบหม่อนเดินเข้ามาขวางหน้าคนที่เธอชอบเพื่อออกตัวปกป้องเขา พร้อมกับชี้นิ้วไปที่ชายโรคจิตตัวจริง
“นี่ยัยเด็กบ้า แกกล้ามาใส่ร้ายลุงฉันเหรอ?!”
“เธอคิดว่าก้นของเธอ มันดึงดูดมือของฉันให้ไปจับของสกปรกอะไรแบบนั้นเหรอ?” ภูริพูดพร้อมกับมองเหยียดรูปร่างของสาวตรงหน้าที่ดูไม่มีอะไรให้น่าสนใจเลยสักนิด ใบหม่อนที่เขามองว่าน่าเกลียดแล้วเธอยิ่งน่าเกลียดซะกว่า
“ไอบ้านี่!”
ซ่าส์!
เธอสาดไวน์ที่ถืออยู่ในมือใส่ภูริชายปากเสีย ทว่าใบหม่อนกลับบังเขาจนมิดเพื่อไม่ให้น้ำนั้นกระเด็นโดนเขาแม้แต่หยดเดียว
“ขอโทษนะครับ ผมว่ามีอะไรค่อยๆ คุยกันดีกว่า” ภูผาคนใจเย็นเดินเข้ามาห้ามทัพไว้เพราะเห็นว่าเรื่องเริ่มใหญ่กว่าแค่มีปากเสียงกัน
“แต่ว่าคุณชายภูริไม่ผิดนะคะ หม่อนเห็นกับตาเลยว่า...”
“ชั่งเถอะหม่อน ชั่งเถอะ” ภูผาพูดหยุดเธอไว้ ไม่ให้พูดความจริงต่อเพราะกลัวว่าเรื่องจะบานปลายและแขกในงานจะแตกตื่นมากไปกว่านี้
ส่วนคนที่ถูกกล่าวหานั้นก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่น้อย ที่โดนหญิงแปลกหน้าดูถูกว่าตนทำสิ่งน่ารังเกียจแบบนั้น ทั้งที่เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนตาต่ำและไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่
“เปียกแขนเสื้อหมดเลย..” เสียงที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงของใบหม่อนพูดขึ้นพร้อมกับใช้ทิชชูเช็ดแขนเสื้อให้คนตัวสูง คุณชายคนที่เธอชอบสุดใจ
“ทำอะไรของเธอ?”
การกระทำน่าหงุดหงิดนั้นทำให้คุณชายคนเล็กต้องรีบสะบัดมือของเธอออกจากแขนเสื้อของเขา เพราะเวลานี้สภาพของเธอดูน่าสมเพชเป็นที่สุด แต่กลับมาห่วงภาพลักษณ์ของเขาที่โดนน้ำไม่กี่หยดกระเด็นใส่แขนเสื้อ
“เดี๋ยวหม่อนเช็ดให้ค่ะ แขนเสื้อคุณชายมันเลอะ”
“อย่ามาจับตัวฉัน” เขาพูดห้ามสาวคนใช้เสียงแข็ง แถมขมวดคิ้วไม่ชอบใจมองไปที่เธอ
“หม่อนก็แค่...”
“พอเถอะหม่อน ออกไปข้างนอกกับฉันดีกว่า” คุณชายกลางเจ้าของน้ำเสียงนุ่มนวลพูดบอกกับใบหม่อน
“แต่ว่า...”
“ไปเถอะ เดี๋ยวฉันยืนอยู่เป็นเพื่อนไอภูริมันเอง” คุณชายใหญ่พูดขึ้นเพราะรู้ว่าเธอเป็นห่วงน้องชายคนเล็กของเขา แต่เวลานี้เธอก็น่าเป็นห่วงไม่ต่างกัน ทั้งสภาพและจิตใจที่โดนน้องชายของเขาย่ำยีไม่รู้กี่ครั้ง และเนื้อตัวของเธอเวลานี้ก็เปียกปอนไปด้วยไวน์
ภูผาคว้าแขนของใบหม่อนเดินออกจากงานไป เพราะคิดว่าต้องพาเธอไปล้างเนื้อล้างตัวจากคราบไวน์สีเข้มที่ติดอยู่ทั้งบนใบหน้าสวย และเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่
ปุก!
“โอ๊ย ตีผมทำไมเนี่ย?”
“ขอบคุณเธอสักคำมันจะตายหรือไง ใบหม่อนอุตส่าห์ปกป้องแกนะ” พี่ใหญ่อดไม่ได้ที่จะพูดเตือนน้องชายถึงพฤติกรรมที่ไม่น่ารักต่อสาวคนใช้
“ผมไม่ได้ขอให้เธอช่วยสักหน่อย”
“ไอเด็กเวรนี่!” เขาง้างมือใส่น้องชายเมื่อเห็นว่าคนเย็นชาพูดตอบกลับเขาแบบนั้น
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]