ตอนที่ 2 เขย่าพุ่มโบตั๋น
ซ่งเว่ยเหลียงกลับไปเรือนจิ้งถงซึ่งเป็นเรือนส่วนตัวที่เขากับหลี่ซื่อ[2] อาศัยอยู่ เป็นเรือนที่มีสวนสวยที่สุดในจวนก็ว่าได้
ซ่งเว่ยเหลียงอายุยี่สิบแล้ว เขาแต่งหลี่ซวงเจี๋อเข้าจวนเป็นภรรยาเอกตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อน จวบจนบัดนี้ยังไม่มีบุตรสักคน เรื่องนี้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาก็ใช่ว่าจะไม่ร้อนใจ แต่จนใจที่บุตรหลานแซ่ซ่งมีบุตรยากอยู่แล้ว คงสืบเนื่องมาจากสายเลือดของสกุล เพราะคุณชายรองซ่งเสียเจิ้นแต่งภรรยาเข้าจวนมาสองปีกว่า ก็ยังไม่มีบุตรสักคน ยังมีอนุภรรยาของเขาอีกสองคนก็ไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์
[2] ธรรมเนียมการเรียกขานสตรีที่แต่งงานแล้วของจีน จะเติมคำว่า “ซื่อ” ที่แปลว่า “แซ่” ต่อท้ายแซ่เดิมของสตรีคนนั้น
อิ๋นจื่อเดินตามมาจนถึงประตูโค้งทางเข้าเรือนจิ้งถง นางหยุดฝีเท้าลงแค่นั้นเพราะเรือนจิ้งถงไม่ใช่สถานที่ที่นางควรเฉียดกราย
ซ่งเว่ยเหลียงเองก็หยุดและหันมองนาง “อีกสามวันกลับเยี่ยเฉิงไปเซ่นไหว้สุสานบรรพชน”
“เจ้าค่ะ” อิ๋นจื่อตอบรับพร้อมพยักหน้า
เขาเม้มปากและคว้าข้อมือนาง “ตามมา”
“คุณชาย! ตกลงกันแล้วว่าข้าจะไม่เข้าไปในเรือนจิ้งถง”
“กลัวซวงเจิ๋ย?”
อิ๋นจื่อไม่ตอบ นางถูกนายท่านซ่งเฉียงเก็บมาเมื่อเกือบสิบปีก่อน ตอนนั้นอายุแค่หกปี จำเรื่องราวที่ผ่านมาไม่ได้ รู้แค่ว่านางนอนอยู่ข้างถนน อากาศหนาว บาดเจ็บหลายแห่งเหมือนถูกทำร้ายมา มีไข้ขึ้นสูง ป่วยครั้งนั้นแทบจะคร่าชีวิตนางไปแล้ว วันนั้นนายท่านซ่งหรือบิดาของซ่งเว่ยเหลียงไปเจอเข้าและพากลับมาด้วย ปล่อยให้สาวใช้ในเรือนฮูหยินผู้เฒ่าดูแลจนนางหายป่วยแต่กลับทำให้น้ำหนักตัวนางเพิ่มขึ้นไม่ได้ นางตัวผอมแห้งเล็กบางตั้งแต่เล็กจนโต
มีครั้งหนึ่งซ่งเว่ยเหลียงกับซ่งเสียเจิ้นมาคำนับฮูหยินผู้เฒ่าและบิดามารดาตอนเช้า ซ่งเว่ยเหลียงเห็นนางยืนอยู่ในห้องโถงนั้นด้วย เขาจึงขอนางจากนายท่านซ่ง จากวันนั้นอิ๋นจื่อก็เลยมีหน้าที่ดูแลห้องหนังสือของคุณชายใหญ่และพักอยู่ในห้องปีกข้างของเรือนอักษรหลังนั้นจวบจนทุกวันนี้ เมื่อว่างจากงานในเรือนอักษร นางจะไปเรียนปักผ้า ทำกับข้าวและอื่นๆ อีกหลายอย่างกับพวกแม่นมและสาวใช้ของฮูหยินผู้เฒ่า
ส่วนเรือนอักษรกับเรือนจิ้งถงนั้นกั้นไว้ด้วยกำแพง แค่เดินผ่านประตูโค้งเข้าไปก็ถึงแล้ว เพียงแต่นางไม่ได้รับอนุญาตจากหลี่ซื่อภรรยาของเขา หลี่ซื่อเป็นคนขี้หึงมาก ขี้ระแวง แต่นางกลับมีใบหน้างดงาม ทั้งเรือนร่างเย้ายวนที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเทียบได้ หลี่ซื่อไม่อยากให้อิ๋นจื่นเข้าไปวุ่นวายในเรือนจิ้งถง เลยห้ามไม่ให้นางไปรับใช้ในเรือน ให้อยู่แต่ในเรือนอักษรเท่านั้น
อิ๋นจื่อไม่กล้าคิดกับซ่งเว่ยเหลียงเกินเลย แค่ทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อตอบแทนอาหารและที่พักและบุญคุณที่นายท่านซ่งช่วยเหลือไว้ก็พอ แต่ทั้งฮูหยินผู้เฒ่า นายท่านและซ่งฮูหยินไม่พูดถึงเรื่องสัญญาขายตัว ไม่ได้เอ่ยว่าจะให้นางขายตัวเป็นสาวใช้เข้าสกุลซ่ง ฐานะของนางจึงกำกวมจนถึงวันนี้ จะว่าเป็นเจ้านายก็ไม่ใช่ สาวใช้ก็ไม่เชิง ด้วยเพราะฮูหยินผู้เฒ่ากับซ่งฮูหยินดีกับนางมาก บางครั้งยังพาไปร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูง ให้แต่งตัวสวยๆ บอกกับใครต่อใครว่าเป็นเด็กสาวที่นายท่านซ่งช่วยไว้ บ่าวไพร่ในจวนเลยไม่มีใครกล้าล่วงเกินนาง มีก็แต่นายหญิงในเรือนจิ้งถงเท่านั้นที่เห็นนางต่ำต้อย มักจะดุด่าเสียดสี แต่อิ๋นจื่อก็ไม่อาจตอบโต้
ขณะที่เหม่อลอยอยู่นั้นก็ถูกซ่งเว่ยเหลียงดันไปใต้ต้นอู๋ถง ริมฝีปากประกบลงมาทันที จุมพิตเขาร้อนแรงนัก เขาตวัดลิ้นกวาดต้อนในโพรงปากนางด้วยความรวดเร็ว
“คุณชาย!” อิ๋นจื่อผลักอกเขา
“เงียบ!”
เขาเคล้นคลึงหน้าอกนุ่มผ่านเสื้อผ้าขณะที่มือหนึ่งตรึงท้ายทอยสวยให้นางรับจุมพิตร้อนแรงของเขาอีกครั้ง อิ๋นจื่อถูกจูบจนมึนงง หายใจติดขัด สองมือที่พยายามผลักแผ่นอกกว้างเปลี่ยนมาเป็นกำเสื้อตรงหน้าอกเขาไว้แน่น ริมฝีปากขยับตอบรับไปตามจังหวะบดเคล้าสอดแทรกลิ้น เสียงดูดดุนกังวานอยู่ในความเงียบของยามราตรีอันดำมืดและหนาวเหน็บ ไม่รู้นานเท่าใดที่เขาจูบนาง แต่รู้ว่านานมาก พอเขาถอนปากออกนางก็พยายามสูดลมหายใจ เขาก็ก้มลงมาจูบอีก เมื่อเห็นว่านางหายใจไม่ออก เขาก็ถอนปากออกให้นางสูดลมหายใจเข้าไป ทำอยู่เช่นนี้หลายรอบจนริมฝีปากนางถูกเขาบดจูบจนบวมเจ่อไปแล้ว
แคร่ก!
เสียงประหลาดดังมาจากทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหิน ตามมาด้วยเสียงกระซิบแหบแห้งของผู้ชาย
“อาซิ่ว” เสียงนั้นเรียกอาซิ่วที่กำลังเดินผ่านประตูโค้งเข้าไปยังเรือนจิ้งถง
“พี่ฮุ่ย” อาซิ่วหันมองเข้าไปในลานเรือน เห็นว่าไม่มีใครเลยเดินไปหาจงฮุ่ย ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวขาวจัด จงฮุ่ยเป็นคนสนิทข้างกายของซ่งเสียเจิ้น เรียกได้ว่าจงฮุ่ยกับคุณชายรองเติบโตมาด้วยกัน เป็นทั้งสหาย ทั้งนายและบ่าว
จงฮุ่ยเห็นเสื้อผ้าอาซิ่วไม่เรียบร้อยกับผมยุ่งเหยิงก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายเพิ่งไปทำอะไรมา เขากระชากอาซิ่วเข้าหาตัว ปล้ำกอดจูบ ใบหน้าซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวผ่อง ดูดเลียอย่างตะกละตะกลาม สองมือช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าของอาซิ่วจนเผยให้เห็นอกอวบใหญ่และปลายยอดสีคล้ำ
“พี่ฮุ่ย รอก่อน” อาซิ่วลากจงฮุ่ยไปข้างทาง แอบอยู่หลังพุ่มต้นโบตั๋นที่ปลูกเรียงรายไว้หลายต้น ใบหนาดกช่วยอำพรางสองร่างได้
จงฮุ่ยไม่รอให้ถอดเสื้อผ้าจนหมดก็ผลักอาซิ่วให้นอนลง ลมหายใจเขาหอบหนักมีอารมณ์เต็มที่แล้ว
อาซิ่วเองก็ยังไม่หนำใจจากซ่งเว่ยเหลียง นางจึงต้องการแท่งหยกของใครสักคนมาช่วยเติมเต็ม ดีที่จงฮุ่ยมาดักรออยู่ที่นี่ ไม่อย่างนั้นคืนนี้นางคงนอนไม่หลับ
อาซิ่วถลกชายกระโปรงขึ้น ชันเข่าและอ้าขากว้างรอท่า จงฮุ่ยเห็นเช่นนั้นเขาเร่งถลกชายชุดดึงกางเกงตัวในลงและสาวรูดแท่งหยกยาวสองสามครั้งและขยับไปนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาขาวผ่อง
“พี่ฮุ่ยเร็วๆ ใส่เข้ามา ข้าอยากจะตายแล้ว”
“หึ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าไปทำอะไรมา”
อาซิ่วได้ยินดังนั้นก็ยิ้มยั่วเขา “ข้าไปหาคุณชายใหญ่มา แต่ยังไม่หนำใจ พี่ฮุ่ยช่วยข้าทีเถอะ ข้าไม่ไหวแล้ว ของข้าคันไปหมดอยากได้แท่งหยกของพี่มาเกาให้หายคันหน่อย”
ที่ตรงนั้นทั้งมืดและเงียบ ใครก็ไม่รู้หรอกว่ามีอีกสองชีวิตใต้ต้นอู๋ถงที่หลบมาคลอเคลียกันก่อนหน้านี้ ส่วนอาซิ่วกับจงฮุ่ยก็หลบอยู่ไม่ไกลกันนัก ทุกถ้อยคำของคนคู่นั้นซ่งเว่ยเหลียงกับอิ๋นจื่อได้ยินทั้งหมด
ซ่งเว่ยเหลียงยิ้มมุมปาก เขาก้มหน้าลงไปอีกแต่ถูกอิ๋นจื่อผลักออก เขาจูบนางหนักๆ ครั้งหนึ่งก่อนจะนั่งลงใต้ต้นอู่ถงและดึงนางให้นั่งลงบ้าง
ทางด้านอาซิ่วกับจงฮุ่ยเริ่มเขย่าพุ่มโบตั๋นกันเรียบร้อยแล้ว เหมือนอาซิ่วพยายามกลั้นเสียงไว้จึงได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงและเสียงเนื้อกระทบเนื้อผสานไปกับเสียงแจ๊ะๆ ฟังแล้วชวนสยิวยิ่ง
“อ่าส์ พี่ฮุ่ย ดีมาก ดี แรงๆ ให้ข้าเสร็จสักน้ำก่อนพี่ฮุ่ย ข้าไม่ไหวแล้ว อ่าส์ๆ อ๊าส์ๆ” อาซิ่วเกร็งกระตุกเสร็จสมไปด้วยความรวดเร็ว
จงฮุ่ยอัดกระแทกไม่หยุดแม้อาซิ่วจะสุขสมไปแล้วแต่เขายังไม่ถึงฝั่งฝัน ในร่องหลืบตอดรัดรัวเร็วทั้งหลั่งรินน้ำคาวออกมาไม่หยุดและมากจนขนดกหนาของทั้งสองเปียกชุ่ม
“เจ้าเปียกขนาดนี้” จงฮุ่ยใช้สองนิ้วบี้ตุ่มไตแข็งตั้งบนเนินเนื้ออวบอูม ขยับนิ้วรัวเร็วขณะที่สะโพกขยับโยกรุนแรงอัดเข้าใส่เสียงดังตับๆ
แม้พยายามทำกันเสียงเบาแค่ไหน แต่แรงอารมณ์ไม่อาจยับยั้ง หญิงใจง่ายกับชายหื่นกระหายมีหรือจะพอแค่ครั้งเดียว
อาซิ่วเคล้นคลึงสองเต้า ร้องเรียกให้จงฮุ่ยก้มลงมาดูดเลีย อีกฝ่ายก็ไม่ทำให้นางต้องคอย ก้มลงไปละเลงลิ้นรัวบนยอดสีคล้ำแข็งตั้งชันสู้ลิ้น
เสียงกระแทกตับๆ ดังไปพร้อมกับเสียงครวญครางที่ไม่อาจยับยั้งได้แล้ว คนทั้งสองกำลังหลงในรสสวาท มัวเมาเกินกว่าจะสนใจรอบข้าง จงฮุ่ยจับอาซิ่วลุกขึ้นให้หันหลังแอ่นสะโพกอวบขึ้น จับแท่งลำสาวรูดสองสามครั้ง จ่อหัวบานใหญ่กับกลีบบุปผา ถูไถบดเบียดติ่งกระสันสองสามครั้งจนมันเปียกลื่นเพราะน้ำคาวสีใส
“พี่ฮุ่ยใส่เข้ามาเถอะ อ่าส์ ข้าอยากได้อีก อูยส์” อาซิ่วเร่งเร้าเสียงสั่น ร่อนสะโพกตามการถูไถของจงฮุ่ย
อาซิ่วถอดชุดที่เหลือติดร่างจนหมดและโยนไปด้านข้าง นางยังไม่อยากให้ชุดสกปรก นางรู้ว่าตัวเองต้องปล่อยน้ำจนเปียกชุ่มเหมือนในห้องหนังสือของคุณชายใหญ่ ถ้านางไม่ได้ปลดปล่อยน้ำออกมา นางจะไม่สุขสมถึงใจ
“อ่าส์ อา ของพี่ฮุ่ยดีจริง หัวบาน แทงท้องข้าแทบทะลุแล้ว พี่ฮุ่ย พี่ฮุ่ย แรงๆ อ่าส์ อาๆ ดีเหลือเกิน อ่าส์”
“เจ้ามันร่านนัก แต่ข้าชอบ โอว อ่าส์ รัดข้าให้แรงอีกสิ” เขาสั่งขณะที่ขยับสะโพกกระแทกแท่งลำลึกจนไปชนสุดด้านในดังกึกๆ พร้อมกับเสียงสวบๆ
จงฮุ่ยถอดเสื้อผ้าไปด้วยบดสะโพกบี้วนหนักๆ เมื่อถอดชุดจนเสร็จก็เริ่มอัดกระแทกอีกครั้ง ที่บริเวณนั้นมืดก็จริง แต่อาซิ่วผิวกายขาวผ่องจึงทำให้เห็นนางได้ชัดเหมือนกับตัวนางเปล่งแสงได้อย่างไรอย่างนั้น
“พี่ฮุ่ย ข้าจะแตกแล้ว น้ำจะแตกแล้วพี่ฮุ่ย” ขณะที่นางร้องครางอยู่นั้นน้ำอุ่นร้อนก็เริ่มไหลออกมาแล้ว
“ยืนขึ้น” จงฮุ่ยสั่งและดึงนางลุกขึ้นหันหน้ามาหาเขา บุปผาอวบอูมอยู่ตรงหน้า กลิ่นคาวสวาทหอมหวน เขาแนบหน้าลงไปละเลงลิ้นรัวเร็วใช้สองมือช่วยเปิดทางกลุ่มขนและกลีบเนื้อสีคล้ำ แหย่แยงลิ้นลึกเข้าไปหาต้นน้ำที่ยังหลั่งไหลไม่หยุด
“อ่าส์ อา อ่าส์ ซี๊ด พี่ฮุ่ย อูย อย่างนั้น เลียเร็วๆ รัวลิ้นอีกเร็วเข้า” น้ำกามคาวไหลเปื้อนใบหน้าจงฮุ่ย แต่เขาไม่สน ยังคงตวัดลิ้นใส่ร่องหลืบ ดูดกลืนน้ำราวกับหิวกระหายมาแรมปี
อาซิ่วเด้งสะโพกรับใบหน้าและลิ้นร้อน สองมือจิกทึ้งศีรษะจงฮุ่ยกดให้ใบหน้าแนบกับเนื้ออวบอูมของตน สองขาสั่นย่อเข่าและแบะอ้าให้กว้างขึ้น ใบหน้าเคลิ้มลอย
“อ่าส์ เสียว อ่าส์ มาแล้ว เลียเร็วๆ กินน้ำของข้า กินให้หมด อ่าส์ๆ อ๊าส์ๆ” อาซิ่วตัวเกร็งกระตุกสุขสมอีกครั้ง ปลดปล่อยฉี่อุ่นร้อนออกมาอาบหน้าจงฮุ่ย สองขาอ่อนแรงจนสุดจะห้าม เลยหงายหลังลงไปนอนอ้าขาให้สายน้ำฉีดพุ่งเป็นเส้นโค้ง จงฮุ่ยก็ตามอ้าปากกลืนกินทุกหยาดหยด
“ดับกระหายข้าได้ดีจริงๆ” จงฮุ่ยกลืนน้ำอึกแล้วอึกเล่าลำตัวเปียกเปื้อนไปด้วยแต่เขาก็พอใจยิ่ง
ตอนที่ 3 สุขสมใต้ต้นอู๋ถง
จงฮุ่ยกับอาซิ่วระเริงรักกันดุเดือด ใช้เวลาไปราวหนึ่งชั่วยาม[3] ซ่งเว่ยเหลียงกับอิ๋นจื่นยังนั่งอยู่ใต้ต้นอู๋ถง ช่วงแรกเขายินยอมนั่งฟังทั้งสองอยู่เงียบๆ เมื่อได้ยินเสียงอาซิ่วเสร็จสมไปสองครั้งเขาก็เริ่มขยับกายดึงอิ๋นจื่อมานั่งอยู่ระหว่างขา ให้นางเอนหลังพิงอกตน มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาเคล้าคลึงหน้าอกนุ่มเด้งมือ
อิ๋นจื่นนั่งฟังพวกอาซิ่วก็หน้าแดงกระอักกระอ่วนใจมากพอแล้ว ยิ่งถูกซ่งเว่ยเหลียงบังคับเอาแต่ใจ นางก็ยิ่งร้อนรนกลัวว่าอาซิ่วกับจงฮุ่ยจะเห็น
[3] 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
อิ๋นจื่อในสายตาคนอื่นนั้นก็คือเด็กสาวที่นายท่านซ่งช่วยไว้และมีหน้าที่หลักคือคอยดูแลและช่วยงานของคุณชายใหญ่เท่าที่ทำได้ แต่ก็ใช่ว่าคนอื่นจะไม่คิดว่านางจะปีนขึ้นเตียงคุณชายใหญ่ ต่อให้ปฏิเสธ ก็ไม่มีใครเชื่อและอิ๋นจื่อก็ไม่มีอะไรต้องปฏิเสธ บ่าวไพร่ในจวนก็ไม่มีใครกล้าสอดปากเอ่ยถามความสัมพันธ์ของนางกับคุณชายใหญ่ตรงๆ เช่นกัน
อิ๋นจื่อกุมทับมือเขา ลงแรงกดให้เขาอยู่นิ่ง แต่ซ่งเว่ยเหลียงสะบัดมือนางออกและเริ่มบีบเคล้นหนักมือกว่าเดิม ใบหน้าเขาก้มต่ำลงมาข้างหูนาง ลมหายใจเขาอุ่นร้อนและกระซิบ “ขอแค่คุณชายพอใจ อิ๋นจื่อก็สบายใจ เจ้าเคยพูดเช่นนี้ไม่ใช่หรือ?” พูดจบเขาแลบลิ้นเลียหลังใบหูนาง อ้าปากงับใบหูครั้งหนึ่ง “ตอนนี้ข้าอยากจะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือไง”
ซ่งเว่ยเหลียงดันขาสองข้างของนางให้แยกออกจากกัน ถลกกระโปรงนางขึ้น สอดมือเขาไปยังกางเกงตัวในของนางด้วยความรวดเร็ว มืออุ่นไล้ไปมาบนเนินเนื้อน้อยๆ มีหญ้าสั้นๆ ประปรายและเลื่อนต่ำลงไปยังพื้นที่เปียกเหนียวลื่น เขาหัวเราะใส่หูนาง “เปียกขนาดนี้แล้ว ยังจะต่อต้านข้าอีก อิ๋นจื่อหนออิ๋นจื่อ”
อิ๋นจื่อก้มหน้างุด หากบริเวณนี้สว่างสักหน่อยเขาคงเห็นพวงแก้มแดงปลั่งของนางไปนานแล้ว
“ข้าบอกเจ้าหลายครั้งแล้วไม่ใช่หรือว่าหากเจ้ามีอารมณ์ก็รีบบอกข้า เจ้าจะเหนียมอายไปทำไม”
“คุณชายหยุดเถอะเจ้าค่ะ” อิ๋นจื่นกระซิบบอกเขา ทั้งพยายามกลั้นเสียงครางเอาไว้สุดกำลัง
ซ่งเว่ยเหลียงถูกไถบุปผาสวาทของนางแผ่วเบา เขาชักมือกลับ ยกมือจ่อตรงหน้านาง กลิ่นกรุ่นรัญจวนลอยเตะจมูก กลิ่นเช่นนี้จะมีอะไรอีกนอกจากร่างกายนางหลั่งรินความกระหายอยากออกมาประจานตัวเอง
“เจ้ายังไม่เชื่ออีก ร่างกายเจ้าเป็นของข้า ใจเจ้าก็ไม่อาจออกห่างจากข้าและห้ามต่อต้านข้า จำเอาไว้อิ๋นจื่อ” ซ่งเว่ยเหลียงสอดมือกลับเข้าไปที่เนินบุปผาเช่นเดิม สอดนิ้วกลางแทรกผ่านความอ่อนนุ่มคับแคบ ขยับวนนิ้วรับสัมผัสความเปียกอุ่นภายในอย่างแช่มชื่นใจ
เพียะ!
“อ๊าส์ ไม่เอาแล้ว อ่าส์ ข้าจะตายอยู่แล้วพี่ฮุ่ย” เสียงของอาซิ่วดังแทรกมาพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของจงฮุ่ยและเสียงฟาดก้น เสียงกระแทกเนื้อหนังดังสนั่น
“สองคนนั้นยังไม่อายเลย” ซ่งเว่ยเหลียงก้มลงมากระซิบอีกครั้ง
มันแน่อยู่แล้ว อาซิ่วมั่วสวาทไปทั่ว ทั้งนายทั้งบ่าวถูกอาซิ่วกวาดกินมาตั้งหลายปีแล้ว เดิมทีอาซิ่วอายุก็ยี่สิบปีแล้ว หากนางคิดจะออกเรือน เชื่อว่าหลี่ซื่อก็ไม่ขัด แต่อาซิ่วมีบ่อสวาทให้กระโดดลงไปกักเก็บอิ่มหนำอยู่ทุกวัน ไหนเลยนางยังคิดเรื่องออกเรือนอยู่อีก ผิดกับอิ๋นจื่อที่ไม่ได้เต็มใจให้ใครเชยชมง่ายดายเพียงนั้น นางแค่ถูกคุณชายใหญ่หว่านล้อมจนไม่อาจขัดขืนได้ต่างหาก
ซ่งเว่ยเหลียงเริ่มชักนิ้วสอดเข้าสอดออก จังหวะเนิบช้า อีกมือหนึ่งล้วงเข้าไปในชุดกระโปรงทางด้านบน กอบโกยอกนุ่มเด้งมือคลึงเคล้าหนัก สองนิ้วบีบบี้เม็ดชมพูเล็กด้วยความมัวเมาในความนุ่มเล็กน่าทะนุถนอมของมัน
“อือ...” อิ๋นจื่อครางออกมาครั้งหนึ่ง นางปั่นป่วนไปหมด ทั้งบนล่างถูกจู่โจมพร้อมกัน ทั้งหูยังได้ยินเสียงร่วมรักของอาซิ่วดังไม่หยุด หากจะบอกว่านางไม่เกิดอารมณ์หวั่นไหวก็คงจะโกหกเกินไป
สองขาขยับแยกกว้างโดยไม่รู้ตัว ซ่งเว่ยเหลียงเห็นนางลืมตัว เขายิ้มในความมืด สายตาร้ายกาจของเขาซ่อนอยู่ในเงามืดได้มิดชิด เขาจับแขนข้างหนึ่งของนางให้คล้องคอตัวเองไว้และก้มลงไปงับปลายอดอกสีระเรื่อ ไล้เลียแผ่วเบา กดลิ้นปาดไปทั่วทั้งเนินเต้า ฐานตั้งเต้าและไต่กลับมาที่ปลายยอด ครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนชื้น ดูดดุนราวทารกกระหายหิว
“คุณชาย! รอก่อน อือ” อิ๋นจื่อเสียวซ่านจนแทบทนไม่ไหว หน้าอกด้านซ้ายคือจุดอ่อนไหวของนาง ซึ่งซ่งเว่ยเหลียงรู้ดีและจะใช้มันควบคุมนางอยู่ทุกครั้งไป
เขาไม่ฟัง ซ้ำยังขยับกายดันนางให้นั่งเอนหลังพิงต้นอู๋ถง ชุดด้านบนถูกรั้งลงมาอยู่ใต้อกกลมกลึงสองเต้า กระโปรงถลกขึ้นไปเหนือต้นขาและถอดกางเกงตัวในของนางออก สองขาขาวผ่องอยู่ในราตรีมืดมิด มันแยกออกจากกันเพราะซ่งเว่ยเหลียงขยับมานั่งระหว่างขานาง สอดนิ้วกลับเข้าไปก่อกวนอยู่ในหลืบลึกอ่อนนุ่มเช่นเดิม ใบหน้าก้มต่ำลงมาดูดเลียยอดอกที่ถูกเขาบังคับดันแผ่นหลังให้อกแอ่นขึ้น ท่าทางเช่นนี้ทำให้เขากระแทกนิ้วรัวเข้าร่างกายนางได้สะดวกขึ้น ทำให้เขาทรมานนางหนักมือขึ้นเช่นกัน
“อือ คุณชาย ช้าหน่อย ช้าๆ คะ คุณ... ชาย อ๊าส์ๆ” อิ๋นจื่อแหงนหน้าลำตัวแอ่น ปลายเท้าจิกลงดิน สองมือกำแขนเสื้อซ่งเว่ยเหลียง ส่งเสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาแทบจะเหมือนลูกแมวน้อย
“คุณชาย ละเว้นอิ๋นจื่อสักครั้งเถอะ ไม่ไหวแล้ว” อิ๋นจื่อเอ่ยกับเขาเสียงสั่น ซ่งเว่ยเหลียงยังรัวนิ้วชักเข้าออกรัวเร็ว เขาขยับมาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มจนเป็นรอยแดงจางๆ และก็รอฟังเสียงอ้อนวอนรัญจวนใจของนางต่อไป เพราะเขาไม่คิดหยุดมือ
เขาดึงมือนางนำมันไปลูบไล้ยังระหว่างขาตน ท่อนลำแท่งอวบใหญ่กำลังแข็งขึง เพียงแค่ปลดปล่อยมันออกจากพันธนาการมันก็คงผงาดพร้อมจะโลดโผนโจนทะยานเข้าไปในหลืบร่องอุ่นชื้นของนางแล้ว
อิ๋นจื่อเห็นว่ายิ่งขอร้องก็ยิ่งถลำลึก จึงไม่ได้เอ่ยปากขอร้องเขาอีก นางลูบลงไปยังส่วนแข็งขึงตามการนำพา ใจสั่นหวิว กายสั่นระริก นางจำได้ว่าครั้งแรกที่เขาใช้แท่งหยกลำใหญ่นี้สอดเข้าไปในกายนาง มันคือฝันร้ายที่เจ็บปวดแสนสาหัส นางฉีกขาด แต่เขายังแทรกมันเข้าออกสุขสมไปหลายครั้งจนนางหมดสติไป หลังจากนั้นเขาใจดีหน่อยที่เล้าโลมเตรียมความพร้อมให้นางก่อนจะสอดแท่งหยกเข้าไป แต่ถึงกระนั้นจนถึงวันนี้นางยังคับตึงและจุกท้องตลอดที่เขาแทรกกายเข้ามา นางเป็นคนตัวเล็ก ทั้งร่างผอมบาง ไหนเลยจะรับแรงกระแทกอันน่าอึดอัดจากเขาได้ แต่ซ่งเว่ยเหลียงก็คือซ่งเว่ยเหลียง เขาอยากได้อะไรต้องได้ นางจึงต้องก้มหน้ารับชะตากรรมเรื่อยมา ทว่ามันไม่ได้ทรมานเพียงอย่างเดียว เขาทำให้นางสุขสมได้ทุกครั้งและไม่ยากเกินจะรับมือเลย
“อ๊ะ...” อิ๋นจื่อสะดุ้งเมื่อเขาชักนิ้วออกมาบดขยี้ตุ่มเนื้อเหนือเนินบุปผาแทน “คุณชาย” นางเรียกซ่งเว่ยเหลียงด้วยเสียงแหบแห้ง
เขาประกบริมฝีปากลงมาบดเคล้า ดูดริมฝีปากอิ่มสีชมพูและสอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปกวาดต้อนหยอกล้อลิ้นเรียวเล็ก ในโพรงปากนางหอมหวาน เขามักเมามันอยู่กับจุมพิตครั้งแล้วครั้งเล่า จูบเท่าไรก็ไม่เบื่อ จูบจนนางหายใจลำบากนั่นแหละถึงจะยอมถอนปากออก
“เสร็จสมให้ข้าดูสักครั้งสิแล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป” เขากระซิบเสียงพร่า สอดนิ้วกลับเข้าไปในร่องหลืบอีกครั้ง คราวนี้เป็นสองนิ้ว เมื่อช่องทางถูกขยายจนคับแน่น ทั้งยังรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมานิดๆ อิ๋นจื่อก็ไม่มีเวลาไปคำนึงถึงสิ่งใดอีกแล้ว นางขยับสะโพกไปตามนิ้วยาว ตอบรับแรงกระแทกรัวเร็วจนหลืบเร้นหลั่งรินน้ำหวานออกมาเปรอะมือใหญ่ ในหลืบลื่นเหนียวและอุ่นจัดทั้งยังตอดกระตุกเป็นบางครั้ง
ใบหน้าเขาซุกซบซอกคอขาวผ่อง ริมฝีปากขบเม้มสลับกับไล้เลียจนต้นคอนางเปียกชื้นไปหมด
อิ๋นจื่นกายสั่น แม้นางไม่ปล่อยเสียงครางให้หลุดลอดออกมา แต่นางก็หายใจหอบหนักถี่กระชั้นขึ้น ตัวเกร็ง หยัดลำตัวขึ้นจนสะโพกลอยเหนือพื้นตามติดนิ้วเรียวยาวร้ายกาจไปทุกที่ เสียงแจ๊ะๆ จากการรัวกระแทกและน้ำหวานหลั่งไหลออกมามากล้น ช่วยให้บรรยากาศใต้ต้นอู๋ถงหอมหวานและกำลังล่องลอย
“คุณชาย อ๊าส์ เร็วอีก อ๊าส์ๆ อ๊ะๆ” ในที่สุดนางก็ตัวเกร็งกระตุกปลดปล่อยเสียงครางแผ่วเบากรอกช่องหูเขา ภายในร่องเร้นลับบีบรัดจนนิ้วเขาแทบขาด สองแขนกอดลำคอแกร่ง ซุกใบหน้ากับซอกคอเขา
“ดีมาก” ซ่งเว่ยเหลียงเอ่ยชมเสียงแหบแห้ง ถอนนิ้วออกมาส่งมันเข้าปากตัวเอง ดูดกลืนความหอมหวาน “หวาน เจ้ายังหวานเหมือนทุกครั้ง อิ๋นจื่อ เจ้าไม่เหมือนใคร ไม่มีทางเหมือน”
อิ๋นจื่นยังอยู่ในภวังค์ความหอมหวาน นางไหนเลยจะได้ยินสิ่งที่เขาพูด ไม่รู้ว่าที่เขาพูดหมายความว่าอย่างไร แต่นางได้ยินเสียงเขาแหบแห้ง เหมือนเขาพยายามอดกลั้นไม่จับนางกดลงพื้นและกระหนำแทงด้วยอาวุธกลางกาย
นางถูกซ่งเว่ยเหลียงบดจูบอีกครั้ง เคล้าคลอแผ่วเบา นุ่มนวลกว่าเมื่อสักครู่มาก นางเลยขยับริมฝีปากตอบรับเขาอย่างพออกพอใจ จนเขาผละออกเผชิญหน้ากันระยะเอื้อมมือ
ซ่งเว่ยเหลียงเรือนกายสูงโปร่งภายใต้อาภรณ์สีแสงจันทร์กับเรือนผมยาวสยายที่ไม่ได้เกล้ารวบ เขาเหมือนกับปีศาจร้าย ดวงตาทั้งสองแดงก่ำกับรอยยิ้มแสนเย็นยะเยือกในเงามืดอันชั่วร้าย แต่อิ๋นจื่อกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เหนือกว่านั้น เหมือนนางเห็นประกายหวานล้ำจากแววตาของเขา แม้อยากจะมองให้ชัดแต่จนใจที่บริเวณนั้นมืดเกินไป
ซ่งเว่ยเหลียงก็ยังยิ้มอยู่ในความมืดนั้น มองใบหน้างามขาวผ่องอยู่กลางความมืดและก้มลงไปจูบซอกคอนางครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ช่วยนางแต่งตัวและนั่งลงสงบจิตสงบใจอยู่ใต้ต้นอู๋ถงต่อไป