ตอน 2

ในยามเช้าตรู่หนาวเหน็บยิ่งนัก สตรีร่างบางนอนสั่นเทิ้มอยู่ในเรือนเย็นหลังตำหนักโดยมีทหารเฝ้าเวรอยู่ด้านนอก สองนาย เสี่ยวเหลียนบ่าวคนสนิทรีบตื่นแต่เช้าเพื่อมาปรนนิบัติ ผู้เป็นเจ้านาย เมื่อไม่พบคุณหนูจึงสอบถามทหารยามและได้รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น นางตกใจเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยความที่เพิ่งมาอยู่ใหม่เรือนท้ายจวนนั้นอยู่ที่ใด เสี่ยวเหลียนมิอาจทราบได้ จำต้องอาศัยวานบ่าวในจวนด้วยเงินหนึ่งก้อนขาวเพื่อนำทางมาหาคุณหนูที่หลังจวน

ทหารยามที่อยู่หน้าเรือนเย็นเพียงแต่ถูกสั่งให้เฝ้า พระชายาให้ดี ทว่าไม่ได้ห้ามผู้ใดเข้าไปพบ เมื่อสาวใช้มาที่หน้าเรือนเย็นพวกเขาจึงปล่อยเสี่ยวเหลียนเข้าไปแต่โดยดี

ภายในเรือนยังคงมืดสนิทไร้แสงที่ส่องสว่างเข้ามา เสี่ยวเหลียนสอดส่ายสายตาจนกระทั่งพบเงาร่างหนึ่งขดอยู่บนเตียงที่ตั้งอยู่ด้านในชิดกำแพง

นางเพ่งสายตาอีกคราจึงเห็นร่างบอบบางของ เมิ่งลี่เฟยนอนสั่นสะท้านอยู่ในผ้าห่มเสี่ยวเหลียนพลันน้ำตาคลอหน่วยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ

"คุณหนูเกิดเรื่องอันใดขึ้นเจ้าคะ เหตุใดท่านไม่อยู่ใน เรือนหอเล่า ในเรือนนี้เย็นยิ่งนัก เตียงอุ่นไม่มีเตาอุ่นยังไม่มีอีก"

เสี่ยวเหลียนผวาไปที่เตียงทันใด เพียงมือสัมผัสเตียงแห่งนี้ เสี่ยวเหลียนก็รับรู้ได้ถึงความเย็นที่อาจทำให้คนหนาวตายได้

เสี่ยวเหลียนรีบปลดเสื้อคลุมสีฟ้าอันเป็นเสื้อคลุมของสาวใช้ประจำสกุลเมิ่งคลุมทับผ้าห่มนั่นอีกชั้นเพื่อคลายหนาวให้คุณหนู

ผ้าห่มนี้หากใช้กับเตียงอุ่นก็นับว่าช่วยให้ความอบอุ่นได้มาก ทว่าเตียงนี้กลับเย็นเยียบแล้วคุณหนูของนางอยู่บนเตียงนี้นานเท่าใดแล้ว

"เสี่ยวเหลียน..."

เสียงของคุณหนูแผ่วเบา มือของคุณหนูสัมผัสมือเย็นของเสี่ยวเหลียน อากาศหนาวยิ่งนักทว่ามือเล็กของคุณหนูกลับร้อนผ่าว

"คุณหนูจับไข้หรือเจ้าคะ คุณหนูแย่แล้วไยตัวร้อนเช่นนี้"

ร่างของเสี่ยวเหลียนสั่นเทาขึ้นมา นางจับใบหน้างามของเมิ่งลี่เฟยที่บัดนี้ซีดเซียวยิ่งกว่ากระดาษขาวกระทั่งในความมืดเช่นนี้ยังมองเห็นได้ชัดเจน เสียงของเมิ่งลี่เฟยแหบจนแทบฟังไม่เป็นเสียง ทว่าแม้ว่าเสียงนั้นจะเบายิ่งแต่สติของเมิ่งลี่เฟยยังมีอยู่มาก

"เขารู้ว่าข้าวางยา เขาจึงขังข้า เสี่ยวเหลียนข้าทั้งร้อนทั้งหนาวปวดร้าวไปทั้งตัวแล้ว เจ้ารีบไปตามท่านหมอมาให้ข้าเร็วเข้า"

เสี่ยวเหลียนน้ำตาไหลพราก เมื่อคืนนี้หลังจากคุณหนูถูกส่งเข้าหอท่านอ๋องก็ไล่คนออกไปจนหมดมิให้เข้าใกล้เรือนหอ นางเองก็ไม่ได้คิดมากวันส่งตัวเจ้าสาวเจ้าบ่าวคงไม่ต้องการให้ผู้ใดรบกวนจึงกลับเรือนบ่าวของตนเองไม่คิดว่ายามเช้าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

"บ่าวจะไปตามหมอ คุณหนูรอบ่าวสักครู่นะเจ้าคะ"

เมิ่งลี่เฟยจับมือของเสี่ยวเหลียนเอาไว้นางจดจำแววตาชิงชังของคนผู้นั้นได้ดี จึงเอ่ยคำเตือนเสี่ยวเหลียนคำหนึ่ง

"หากมีผู้ใดขวางเจ้า อย่าได้กลัว เจ้าเข้าใจหรือไม่ อย่างไรก็ต้องหาทางพาท่านหมอมา ข้าไม่ยอมตายอยู่ในเรือนเย็นนี้เป็นแน่"

"เจ้าค่ะ บ่าวไม่กลัว คุณหนูอดทนไว้นะเจ้าคะบ่าวจะรีบกลับมา"

เสี่ยวเหลียนรับคำวิ่งลนลานออกไปนอกประตูในขณะที่เมิ่งลี่เฟยกลับขดกายเข้าไปในผ้าห่มอีกครั้ง ตัวสั่นระริกฟันกระทบกันดังกึก ๆ

ด้วยไม่รู้ว่าท่านหมออยู่ที่ใดกันแน่ เสี่ยวเหลียนจึงสอบถามทหารที่เฝ้าอยู่หน้าเรือน

"ท่านหมออยู่ที่ใด เร็วเข้าพระชายาล้มป่วยรีบไปตามท่านหมอมาที่นี่"

ทหารผู้นั้นกลับอึกอัก ผู้มีอำนาจสั่งท่านหมอได้ในจวนแห่งนี้นอกจากท่านอ๋องก็คือพระชายารอง หากต้องการให้มารักษาพระชายาต้องได้รับอนุญาตเสียก่อน แต่ว่าหากให้บ่าว นางนี้ไปพบพระชายารองเพื่อขอร้องคงไม่เหมาะเป็นแน่ เช่นนั้นเขาคิดว่าต้องไปหาคนที่เป็นใหญ่ที่สุดในจวน

"หากต้องตามท่านหมอของจวน ต้องได้รับอนุญาตจากท่านอ๋องเสียก่อน เจ้าไปขออนุญาตจากท่านอ๋องแล้วกัน"

เสี่ยวเหลียนแทบจะโดดขย้ำคอของทหารผู้นั้น นางกระชากคอเสื้อของทหารอย่างแรง พลังมหาศาลนี้ทำให้เขาตกตะลึง

"เจ้าว่าอย่างไรนะ แค่ตามหมอต้องไปขออนุญาตจากท่านอ๋องก่อนหรือ"

ทหารผู้นั้นพลันเห็นไอสังหารจากร่างของเสี่ยวเหลียน เขาจึงรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย

"ใช่ เจ้าต้องไปขออนุญาตท่านอ๋องเสียก่อน กฎของที่นี่เข้มงวดยิ่งหากทำผิดกฎไม่ว่าผู้ใดก็ต้องถูกลงโทษ"

เขาปรายตามองพระชายาที่อยู่ในเรือนเย็นพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกสงสาร เขาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า

“รีบไปเถิด พระชายาอาการไม่สู้ดีแล้ว”

เสี่ยวเหลียนได้สติ จึงปล่อยทหารผู้นั้นวิ่งตรงไปที่เรือนใหญ่ที่ใช้เป็นเรือนหอในคืนที่ผ่าน เสี่ยวเหลียนรู้ว่าท่านอ๋อง ไม่ต้องการแต่งกับคุณหนูและท่าทางรังเกียจนั้นทำให้คุณหนูต้องวางยาคนผู้นั้นเพื่อร่วมหอกับเขาไม่ให้ไทเฮาตำหนิได้

อย่างไรก็ต้องมีเลือดที่บริสุทธิ์แปดเปื้อนผ้าขาวส่งเข้า วังหลวง หากท่านอ๋องไม่ร่วมหอแล้วคนที่ถูกประณามย่อมกลายเป็นคุณหนู ไม่มีทางที่คุณหนูจะยินยอมตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นนั้น ด้วยคนที่จับจ้องเล่นงานนอกจากท่านอ๋องแล้วยังมีไทเฮาอีกหนึ่งคน

เป็นพระชายาจวนอ๋องเจ็ดลำบากยิ่งกว่าฝ่าด่านบำเพ็ญตบะพันปีเพื่อขึ้นเป็นเซียนเสียอีกกระมัง

เสี่ยวเหลียนมาถึงเรือนหอที่ยังประดับตกแต่งด้วยผ้าแดงสวยงาม ทว่าเรือนแห่งนี้กลับไร้เงาของอ๋องเจ็ดเต๋อลู่หาน

"ท่านอ๋องอยู่ที่ใด"

เสี่ยวเหลียนถามเอาความกับองครักษ์ที่เฝ้าประตูเสียงสั่น ได้คำตอบที่ทำให้นางรู้สึกเจ็บช้ำใจยิ่งนัก

"ท่านอ๋องเช้านี้อยู่ที่เรือนพระชายารอง มีสิ่งใดหรือ"

องครักษ์ผู้นั้นยังคงให้เกียรติเสี่ยวเหลียนอยู่บ้าง อย่างไรสตรีผู้นี้ก็เป็นคนสนิทของพระชายาที่มาจากสกุลเมิ่งอันมีอำนาจล้นฟ้า

เสี่ยวเหลียนรู้สึกเจ็บแทนผู้เป็นนาย คืนเข้าหอแท้ ๆ ผ่านมาเพียงวันเดียวอ๋องเจ็ดโยนพระชายาไปที่ตำหนักเย็นในขณะที่ตนเองโผไปกกกอดพระชายารอง ช่างร้ายกาจยิ่งนัก

"นำทางข้า นำทางข้า ข้าต้องพบท่านอ๋อง เกิดเรื่องกับพระชายาแล้ว"

เห็นท่าทางร้อนรนของเสี่ยวเหลียน ทหารผู้นั้นจึงนำทางแต่โดยดี ทว่ากว่าจะเจอท่านอ๋องได้ ด้วยความใหญ่โตของจวนนี้เสี่ยวเหลียนใช้เวลาราวหนึ่งถ้วยน้ำชาจึงมาถึงเรือนของพระชายารอง

บ่าวรับใช้ของพระชายารองที่อยู่ด้านนอก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งจองหอง ยังมองเสี่ยวเหลียนอย่างดูแคลน

"เจ้ายังเข้าพบไม่ได้ ยามเช้าเช่นนี้ท่านอ๋องไม่ชอบให้ผู้ใดมาก่อกวน ยิ่งอยู่กับพระชายารองด้วยแล้วพวกเจ้ายิ่งไม่อาจส่งเสียงให้ระคายเคืองได้ มิเช่นนั้นคงได้โดนสั่งโบยเป็นแน่"

เสี่ยวเหลียนวิ่งมาจึงเหนื่อยหอบ นางหายใจฮึดฮัดด้วยไม่พอใจ คนที่ทอดทิ้งภรรยาเอกตั้งแต่วันแรกเช่นนี้ยังนับเป็นบุรุษอยู่หรือ เสี่ยวเหลียนเชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ยเสียงเย็น

"ก็ได้ หากพวกเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าเองนับว่าได้บอกกล่าวท่านอ๋องแล้ว เช่นนั้นข้าจะไปตามหมอสกุลเมิ่งมารักษาพระชายา หากเรื่องราวล่วงรู้ไปถึงคนภายนอกเช่นนี้แล้วจะหาว่าข้าข้ามหน้าข้ามตาจวนอ๋องมิได้"

เพียงเอ่ยคำนี้เสียงหนึ่งพลันสอดแทรกออกมาจากในเรือน เป็นเสียงของสตรีผู้หนึ่งน้ำเสียงหวานใสและดูอ่อนโยนยิ่งนัก มิต้องบอกว่าสตรีนางนั้นจะมีรูปโฉมงดงามเพียงใด

"ช้าก่อน"

ประตูเปิดออก เสี่ยวเหลียนหันไปมอง พลันสายตาปะทะกับสตรีร่างบอบบางนางหนึ่ง ใบหน้างามล้ำแลดูอ่อนหวานยิ่งนัก ทว่าในสายตาของเสี่ยวเหลียนสตรีที่งดงามที่สุดในใต้หล้าคือคุณหนูของนางเอง สตรีนางนี้จะมองว่างามก็งามแต่อย่างไรก็ดูจืดชืดอ่อนแอไปมาก

ข้างกายของนางผู้อ่อนหวานคือท่านอ๋องเจ็ดเต๋อลู่หาน ที่กำลังประคองร่างบอบบางอ่อนแอของคนงามอย่างทะนุถนอม เรียกว่าแทบจะวางไว้ในฝ่ามือมิให้สิ่งใดมากระทบร่างกายอันของสตรีนางนั้นได้

เสี่ยวเหลียนรู้โดยทันใดว่าคนผู้นี้คือเฉียนมี่พระชายารองของอ๋องเจ็ดเป็นแน่

เฉียนมี่ที่เลื่องลือไปทั่วแคว้นว่าท่านอ๋องรักใคร่หวงแหนหนักหนา

"เสี่ยวเหลียนบ่าวของพระชายาคารวะท่านอ๋อง คารวะพระชายารองเพคะ พระชายาล้มป่วยขอท่านอ๋องอนุญาตให้ท่านหมอไปรักษาพระนางเพคะ"

เสี่ยวเหลียนรีบทำความเคารพและเอ่ยเร่งร้อน

เอาเถิดบัดนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือตามท่านหมอให้เร็วที่สุด ไม่อาจรอช้าได้แล้ว

สตรีนางนั้นมองเสี่ยวเหลียนด้วยใบหน้าราบเรียบ พลางเอ่ยเสียงหวานใสดุจระฆังอันแก้วเสนาะหู

"ท่านอ๋องเพคะ พระชายาล้มป่วยเรื่องที่นางทำเอาไว้ก็ผ่อนปรนให้นางจะดีหรือไม่ อย่างไรฐานะของพระชายาก็สูงส่ง ท่านอย่าทรงใจดำนักเลย มี่เอ๋อร์เห็นแล้วไม่สบายใจนักรีบส่งท่านหมอไปดูนางเสียเถิดเพคะ"

น้ำเสียงนั้นติดอ่อนหวานและออดอ้อนคล้ายน้ำเสียงของลูกแมวตัวหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของอ๋องเจ็ดในยามที่จับจ้องมองร่างของเสี่ยวเหลียนดูเย็นชายิ่งนัก ทว่าเมื่อหันไปมองพระชายารองของเขานัยน์ตาเย็นเยียบนั้นพลันอ่อนแสงลงไปจนกลายเป็นอ่อนโยน

"นางร้ายกาจเพียงนั้น กล้าวางยาข้า มี่เอ๋อร์ของข้ายังมีน้ำใจให้คนเช่นนั้นหรือ ปล่อยให้นางได้รับบทเรียนไปเถิด ข้าไม่เชื่อว่านางจะป่วยจริง คงเป็นมารยาของนางมากกว่า ชื่อเสียงของนางเหม็นโฉ่ปานนั้นเจ้าอย่าได้หลงกลนางไป มี่เอ๋อร์ของข้าจะแสนดีเกินไปแล้ว"

"แต่ว่าคนล้มป่วยท่านอ๋องไม่ส่งท่านหมอไปดูหน่อยหรือเพคะ"

"มี่เอ๋อร์คนดีของเปิ่นหวาง อย่าสงสารคนเลวได้หรือไม่ นางร้ายกาจตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในจวนข้า มี่เอ๋อร์เป็นคนดีเช่นนี้ทำให้เปิ่นหวางห่วงยิ่งนัก ต่อไปคงไม่พ้นถูกนางรังแกเป็นแน่"

เฉียนมี่ยิ้มอ่อนหวานทั้งส่ายหน้า

"ท่านอ๋องทรงคิดมากแล้ว พระชายาคงไม่ใช่คนเช่นนั้นกระมังเพคะ"

“พอเถิด เรื่องของนางข้าไม่สนใจแล้ว” เขาลูบมือของเฉียนมี่ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเสี่ยวเหลียน

“บ่าวของพระชายาผู้นี้เจ้ากลับไปเถิด อย่ามารบกวนเปิ่นหวางอีกต่อไป”

เสี่ยวเหลียนร้อนรน ท่านอ๋องทั้งกล่าวหาคุณหนู ทั้งไม่ยอมส่งหมอ เสี่ยวเหลียนจึงคุกเข่าลงเพื่อขอร้องอ้อนวอนให้เต๋อลู่หานเปลี่ยนใจ

"ทูลท่านอ๋องพระชายาล้มป่วย เดิมทีร่างกายอ่อนแอบอบบางบ่าวไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอันใดขึ้น ทว่ายามนี้อยู่ในเรือนเย็นเช่นนั้นไม่อาจทนได้เพคะ ขอท่านอ๋องทรงโปรดส่งท่านหมอไปช่วยรักษา พระชายาป่วยจริงหากเรื่องนี้ท่านเสนาบดีรู้เข้า บ่าวคงถูกลงโทษที่ไม่อาจดูแลคุณหนูให้ดี ท่านอ๋องเพคะได้โปรดเถิดเพคะ"

เสี่ยวเหลียนโขกศีรษะลงบนพื้นอีกหลายครั้ง ยามนี้นางจำเป็นต้องยอมก้มหัว คุณหนูยอมหักไม่ยอมงอหากรู้ว่าเสี่ยวเหลียนคุกเข่าขอร้องคนเพียงนี้คงตำหนินางไม่น้อย

ทว่าเวลานี้จำต้องเก็บความเจ็บช้ำเอาไว้รักษาชีวิตของคุณหนูเอาไว้ หากไปตามท่านหมอจากข้างนอก ชื่อเสียงของคุณหนูย่อมป่นปี้ด้วยไม่ได้รับความโปรดปรานเป็นแน่ อีกทั้งจวนสกุลเมิ่งก็อยู่ไกลเพียงนั้นกว่าจะเดินทางไปกลับคุณหนูคงย่ำแย่เป็นแน่

เต๋อลู่หานกลับมีโทสะ บ่าวนางนี้ช่างบังอาจนักกล้าเอาเสนาบดีเมิ่งมีข่มขู่เขาหรือ ทว่าก่อนที่เขาจะสั่งลงโทษเสี่ยวเหลียน จู่ ๆ พระชายารองพลันน้ำตาคลอหน่วย เอ่ยวาจาอ่อนหวานออกหน้าให้คนรู้ว่านางเป็นสตรีที่มีน้ำใจต่อพระชายาเพียงใด

"ท่านอ๋องเพคะ มี่เอ๋อร์ขอร้องท่านแล้วส่งท่านหมอไปเถิดช่วยรักษาพระชายาด้วย จะแกล้งป่วยจริงเท็จให้ท่านหมอดูก็ทราบความจริงแล้ว หากเรื่องไปถึงจวนเสนาบดีเมิ่งก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่นะเพคะ"

เพราะน้ำตาของพระชายารองที่ใกล้จะไหลหยดลงมาทำให้อ๋องเจ็ดสูดลมหายใจลึก เขาลูบศีรษะของพระชายารองอย่างรักใคร่ ทั้งส่ายหน้าอย่างพ่ายแพ้

"เพื่อให้มี่เอ๋อร์ของข้าสบายใจ เช่นนี้ผู้ใดก็ได้ไปตามหมอดูนางเสียหน่อย แต่ห้ามปล่อยออกจากเรือนเย็นอย่างไรก็ต้องรับโทษ"

"ท่านอ๋องทรงมีน้ำพระทัยยิ่งนักเพคะ"

เฉียนมี่ยอบกายขอบคุณเต๋อลู่หานทว่าใบหน้ากลับแสดงอำนาจอันยิ่งใหญ่ออกมาให้บ่าวไพร่ประจักษ์ ว่าวาจาของนางมีผลต่อเต๋อลู่หานเสมอ เฉียนมี่จึงสั่งการบ่าวอีกคนหนึ่งว่า

"เจ้ารีบไปตามท่านหมอไปที่เรือนเย็น รักษาพระชายาให้ดีนี่เป็นคำสั่งของข้า"

เสี่ยวเหลียนกระจ่างแจ้งแก่ใจแล้วว่า ที่ผู้คนเล่าลือกันว่าท่านอ๋องผู้นี้หลงใหลพระชายารองเพียงใดนั้นไม่ผิด เห็นทีว่าคุณหนูยังต้องสู้รบตบมือกับสตรีนางนี้อีกมากนัก

เต๋อลู่หานพลันโอบมือรอบร่างเล็กของพระชายารอง ไม่สนใจเสี่ยวเหลียนและเรื่องของพระชายาอีกต่อไป

"กลับเข้าเรือนเถิด ข้างนอกลมเย็นนักหากมี่เอ๋อร์ต้องล้มป่วยเพราะนางผู้นั้นเห็นจะไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย"

ร่างสูงใหญ่ประคองพระชายารองเข้าเรือน ปิดประตูแน่นหนามิให้ผู้ใดรบกวนอีก

ด้านเสี่ยวเหลียน เมื่อได้รับอนุญาตจากท่านอ๋องและยังมีคนไปตามท่านหมอให้แล้ว เสี่ยวเหลียนจึงลุกขึ้นรีบวิ่งไปที่เรือนหอกวาดเอาอาภรณ์หนาแน่นทั้งเสื้อคลุมขนแกะและผ้าห่มผืนโตไปที่เรือนเย็น

ทว่าเมื่อออกมาจากเรือนหอของพระชายา กลับโดนสาวใช้กลุ่มหนึ่งดักหน้าขัดขวางมิให้เสี่ยวเหลียนนำข้าวของไปให้คุณหนูของนาง

"ผ้าห่มเอาไปไม่ได้ ที่เรือนเย็นมีกฎจนกว่าท่านอ๋องจะอนุญาต"

เสียงสตรีร่างบึกบึนดังขึ้น

“ถอยไป อย่ามาขวางทางข้าหากไม่อยากตาย”

เสี่ยวเหลียนมีหรือจะสนใจคุณหนูของนางหนาวสั่นปานนั้นหาก ที่นั่นไม่มีกระทั่งเตาอุ่นหากไม่ได้ผ้าห่มจะผ่านคืนหนาวเหน็บไปได้อย่างไร แต่บ่าวผู้นั้นยังไม่ยอมหลบ

เสี่ยวเหลียนสองมืออุ้มผ้าห่มแน่น ในขณะที่ยกเท้าถีบเข้าที่กลางอกของบ่าวผู้นั้นอย่างแรง

"นายของข้าคือพระชายาของจวนนี้ หากเจ้ากล้าลองดีก็เชิญ"

เสี่ยวเหลียนถุยน้ำลายใส่บ่าวที่นอนกองอยู่ที่พื้นนางนั้น เห็นได้ชัดว่าคงเป็นบ่าวที่มีใครสักคนส่งมาเป็นแน่

เอาสิหากต้องการเปิดศึกเสี่ยวเหลียนก็พร้อมสู้ตาย ผู้ใดหน้าไหนกล้าเข้ามาทำร้ายคุณหนูย่อมได้เห็นดีเป็นแน่!

ตอน 3

อ๋องเจ็ดเต๋อลู่หานนั่งจิบชาที่พระชายารองเฉียนมี่ตั้งใจชงถวายด้วยตัวของนางเอง อารมณ์โกรธเคืองลดลงไปมาก เพียงมี่เอ๋อร์ของเขาส่งเสียงหวานออกมาบรรยากาศรอบกายก็ดีขึ้นโดยพลัน

เขานั่งดูนางสนเข็มร้อยด้ายอย่างชำนาญ ก่อนจะเย็บถุงหอมด้วยความคล่องแคล่ว ด้วยสายตาชื่นชม

เย็บไม่นานถุงหอมนี้ก็เป็นรูปร่างขึ้นมาแล้ว ข้อมือขาวขยับไปมาชวนน่าดูเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีอ๋องเจ็ดเต๋อลู่หานยังมีเรื่องที่ต้องจัดการหลายประการหลังคืนสมรส ทว่าเมื่อเห็นว่าพระชายารองของเขามีสีหน้าไม่สู้ดีนักจึงเป็นห่วงยิ่งนักอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยนางเอาไว้เพียงลำพัง

"ยังไม่สบายอยู่เหตุใดจึงต้องมานั่งเย็บถุงหอมอยู่อีก พอเถิดพักผ่อนเถิด"

เฉียนมี่ยิ้มงดงามแล้วเอ่ยเสียงหวาน

"ถุงหอมนี้คือสิ่งที่หม่อมฉันคิดมอบให้พระชายาเพคะ วันนี้เห็นนางถูกท่านอ๋องลงโทษเช่นนั้นยิ่งรู้สึกไม่ดีนัก ท่านอ๋องสิ่งใดที่นางพลาดพลั้งไปท่านอ๋องก็โปรดมีใจเมตตาให้อภัยนางสักครั้งเถิดเพคะ"

ใบหน้าของเต๋อลู่หานเคร่งขรึมโดยพลัน

"พอแล้ว มี่เอ๋อร์ของข้าไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้นางผู้นั้น ของที่เจ้าทำข้าไม่ให้ผู้ใด มีเพียงข้าเท่านั้นที่ได้ครอบครอง"

ว่าแล้วเขาก็กระชากถุงหอมออกจากมือของเฉียนมี่อย่างแรง

เฉียนมี่ร้องโอ๊ยออกมาคำหนึ่งเต๋อลู่หานตกใจเป็นอย่างยิ่ง

"เป็นอะไร ข้าทำเจ้าเจ็บหรือ"

เฉียนมี่รีบซ่อนนิ้วมือไว้ข้างหลังไม่ยอมให้เขาเห็น ด้วยกลัวเขาจะเป็นห่วง

"ไม่มีอะไรเพคะ"

"ให้ข้าดูเถิด มานี่มาให้ข้าดูเสียหน่อย"

เมื่อไม่อาจปิดบังนางจึงทำใบหน้าซีดเซียวพร้อมกับยื่นนิ้วของนางให้เขาดู

เต๋อลู่หานเมื่อเห็นเลือดที่อยู่ปลายนิ้ว ใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็นขาวซีดลงด้วยความห่วงใย

“เจ้าเจ็บหรือ ข้าทำเจ้าเจ็บแล้ว”

"เล็กน้อยเพคะ แค่เข็มตำนิ้วเท่านั้น ท่านอ๋องไม่ต้องกังวลกับเรื่องเล็กเพียงนี้เลยเพคะ"

เต๋อลู่หานกลับเอ่ยเสียงเย็นโยนความผิดให้เมิ่งลี่เฟยทันใด

"เพราะนาง เพราะสตรีไร้ยางอายผู้นั้นทำให้สติของข้าหลุดจนทำเจ้าเจ็บแล้ว แต่เดิมมาข้าถนอมเจ้ายิ่งกว่าสิ่งใดแต่เพียงนางก้าวขาเข้าจวนเพียงวันเดียว ข้าก็ทำให้เจ้าได้เลือดแล้ว เจ้าต้องให้ท่านหมอดูเสียหน่อยนะคนดี"

"ท่านอ๋องแค่เข็มเล่มเล็ก มี่เอ๋อร์ไม่เป็นอันใดเลยเพคะ ท่านหมอยามนี้คงกำลังรักษาพระชายาอยู่ เรื่องเล็กน้อยอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลยเพคะ"

เฉียนมี่เสียงสั่นดูน่าสงสาร ยังมีความเห็นอกเห็นใจสตรีนางนั้นจนไม่คิดถึงตนเองสักนิด

เต๋อลู่หานยิ่งเห็นว่าพระชายารองของตนช่างน้ำใจงามเพียงนี้ หัวใจของเขายิ่งเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง บังเกิดความสงสารนางเป็นทวีคูณ

"ไปตามท่านหมอมา เรื่องของพระชายาให้รอไว้ก่อน เรื่องของมี่เอ๋อร์ของข้าสำคัญที่สุด"

เฉียนมี่แนบใบหน้าซบกับอกของเขา เสียงสั่นห้ามปราม

"ท่านอ๋อง มี่เอ๋อร์ไม่เป็นอันใดจริง ๆ เพคะ เชื่อหม่อมฉันเถิด ไม่ต้องรบกวนท่านหมอแล้ว"

ทว่าแม้น้ำเสียงจะอ่อนหวานเช่นนั้น แต่ใบหน้าที่ซุกอยู่บนอกนั้นช่างเย้ยหยันยิ่งนัก นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ทั้งลอบมองใบหน้าคมของเต๋อลู่หาน ที่ความหล่อเหลาของเขาทำให้สตรีทั้งเมืองหลงใหลจนเพ้อฝันด้วยความรู้สึกหวงแหนอย่างรุนแรง

ก็แค่พระชายาที่ท่านอ๋องไม่ไยดีผู้หนึ่ง คิดจะมาเทียบชั้นกับนางหรือ ต่อให้รอถึงชาติหน้าก็อย่าได้คิดจะมาแย่งชิงท่านอ๋องไปจากนางเป็นอันขาด

กว่าเสี่ยวเหลียนจะฝ่าด่านบ่าวเลวทรามของพระชายารองพวกนั้นมาถึงตำหนักเย็นได้ก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ปากของนางบวมเจ่อ ศีรษะถูกใครสักคนจิกจนเจ็บไปหมด ไม่รู้ว่าผมของนางร่วงหายไปกี่กำมือ แต่เพราะคิดสู้ตายเพื่อคุณหนูในที่สุดนางก็สามารถจัดการคนพวกนั้นแล้ววิ่งมาถึงที่ตำหนักเย็นจนได้

เดิมทีคิดว่าเมื่อมาถึงท่านหมอคงตามมาในไม่ช้า เสี่ยวเหลียนจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เมิ่งลี่เฟย ในขณะที่ผู้เป็นนายได้แต่นิ่งเงียบไร้เรี่ยวแรงกระทั่งเสี่ยวเหลียนจัดการเปลี่ยนอาภรณ์ให้เมิ่งลี่เฟยอย่างเรียบร้อย เมิ่งลี่เฟยก็ยังไม่พูดออกมาสักคำ

แม้สภาพของเสี่ยวเหลียนจะบาดเจ็บจนแทบก้าวขาไม่ไหว แต่ในยามนี้เมิ่งลี่เฟยกลับย่ำแย่กว่า ตัวของเมิ่งลี่เฟยร้อนดั่งไฟ เสี่ยวเหลียนที่ยังพอขยับไหวจึงกัดฟันข่มความเจ็บปวดเช็ดไปตามใบหน้าและต้นแขนให้คุณหนูโดยไม่หยุดมือ

"คุณหนูอดทนเสียหน่อยนะเจ้าคะ ครู่เดียวท่านหมอคงมาถึงแล้วเพคะ"

จู่ ๆ เมิ่งลี่เฟยที่ตาลอยก็เอ่ยคำหนึ่งออกมา

"เสี่ยวเหลียน นั่นใช่ท่านแม่ใช่หรือไม่ ท่านแม่อยู่ตรงนี้"

เสี่ยวเหลียนตกใจยิ่งนัก ด้วยฮูหยินใหญ่ได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว หากคุณหนูเห็นฮูหยินใหญ่นั่นเท่ากับว่าเห็นวิญญาณคนตายแล้ว

"ไม่ใช่นะเจ้าคะ คุณหนูเสี่ยวเหลียนอยู่ที่นี่ คุณหนูมองหน้าเสี่ยวเหลียนตรงนี้เจ้าค่ะ ไม่มีผู้ใดทั้งนั้นมีเพียงเสี่ยวเหลียน ฮูหยินใหญ่ไม่ได้อยู่ตรงนี้เจ้าค่ะ"

เสี่ยวเหลียนร้อนรน โอบกอดผู้เป็นนาย น้ำตาหยดเป็นสายไม่ว่าจะอยู่ที่จวนท่านเสนาหรือกระทั่งมีวาสนาเป็นถึงพระชายาในยามนี้ คุณหนูยังต้องต่อสู้เพื่อตนเองไปถึงเมื่อใด

สวรรค์เหตุใดถึงได้โหดร้ายกับคุณหนูเช่นนี้

เสี่ยวเหลียนไม่รู้เลยว่า เป็นเพราะพระชายารองถูกเข็มตำ ท่านอ๋องจึงมีคำสั่งให้ท่านหมอไปดูอาการของพระชายารองเสียก่อนแล้ว

เสี่ยวเหลียนชะเง้อคอรออยู่นับชั่วยาม นางไม่กล้าทิ้งคุณหนูไปตามท่านหมออีกด้วยกลัวว่าคุณหนูจะโดนคนพวกนั้นลอบทำร้ายในยามที่ตนเองไม่อยู่

กว่าท่านหมอจะมาถึงเรือนเย็น เมิ่งลี่เฟยก็เกือบจะไร้สติแล้ว เสี่ยวเหลียนกำมือแน่นความคับแค้นนี้หวังว่าเมื่อคุณหนูหายดีแล้วจะทวงคืนความยุติธรรมกลับมาได้

"ท่านหมอเหตุใดมาช้านักเจ้าคะ พระชายาของข้า...แทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว"

สายน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลลงมา และความอึดอัดคับแน่นในใจที่ล้นเอ่อด้วยความสงสารผู้เป็นนาย ทำให้เสี่ยวเหลียนไม่อาจพูดออกมาได้ ท่านหมอเห็นสภาพพระชายาแล้วให้รู้สึกเวทนานัก

ชื่อเสียงของพระชายานั้นมิใคร่ดี เป็นสตรีวายร้ายที่ไล่ตีเฆี่ยนคนในจวนและมักชอบลงโทษด้วยวิธีการโหดเหี้ยม อีกทั้งนางยังถือดีหยิ่งยโสกดข่มผู้คนไปทั่วแคว้นจนไม่มีผู้ใดกล้าให้ แม่สื่อไปเคาะประตูจวนสู่ขอให้บุตรชายตนเองกระทั่งเกือบจะพ้นวัยออกเรือนแล้ว

ด้วยความที่เป็นหมอผู้มีใจอันประเสริฐ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นผู้ใดเขาย่อมรักษาอย่างเต็มที่

อาการป่วยไข้นี้ล้วนเกิดจากการที่ร่างกายรับความเจ็บช้ำจากการเข้าหอไม่ไหว เมื่อตรวจดูโดยละเอียดแล้วจึงไม่นับว่าร้ายแรงนัก

"บ่าวพระชายาเจ้าฟังข้าให้ดี อาหารของพระชายาต้องเป็นของอ่อนและอุ่น ห้ามเย็นเป็นอันขาด ส่วนยาต้มเจ้าไปที่เรือนยาของข้าเพื่อรับให้ตรงเวลาทุกวัน สองสามวันอาการก็จะดีขึ้นแล้ว เมื่อไข้ลดก็หายเป็นปกติแล้ว"

เสี่ยวเหลียนปาดน้ำตา ได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยิ่งนัก

"ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ ข้าจะไปรับยาให้ตรงเวลาทุกวันเจ้าค่ะ"

เมื่อท่านหมอเห็นสภาพร่างกายอันบอบช้ำของเสี่ยวเหลียนแล้ว ท่านหมอที่ปกติรักษาเพียงแค่ท่านอ๋องและพระชายารองเท่านั้นรู้สึกเวทนานักจึงอดที่จะกระซิบหยิบยื่นน้ำใจของตนเองให้นางไม่ได้

"ที่เรือนยา ข้าจะสั่งให้คนจัดยาให้เจ้า ตอนไปรับยาต้มของพระชายาเจ้าก็รับยาของเจ้ามาด้วยก็แล้วกัน"

ท่านหมอเก็บล่วมยาของตนเองแล้วทำความเคารพพระชายาก่อนจาก

เสี่ยวเหลียนซาบซึ้งในน้ำใจของท่านหมอผู้นี้นัก จึงได้แต่คุกเข่าโขกศีรษะให้พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณไม่หยุด

หลังจากดื่มยาต้มหม้อแรกไปแล้วเมิ่งลี่เฟยก็หลับสนิท ร่างกายของนางอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย เสี่ยวเหลียนห่อร่างของเมิ่งลี่เฟยด้วยผ้าห่มผืนหนา กระทั่งผ้าห่มในเรือนของเสี่ยวเหลียนก็ถูกนำมาที่ตำหนักเย็นจนหมด

สองนายบ่าวคล้ายคนไร้ตัวตนในจวนแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือมาสอดเพราะกลัวความผิด

ยังดีที่เสี่ยวเหลียนยังมีก้อนเงินอยู่มาก ด้วยนิสัยเดิมของเมิ่งลี่เฟยคือสตรีผู้ใช้เงินมือเติบ ไปที่ไหนเงินทองมิเคยขาด เงินเหล่านี้ล้วนเป็นเสี่ยวเหลียนที่ดูแล แม้ว่าคนในจวนอ๋องเจ็ดจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพระชายาผู้นี้ ทว่าอำนาจเงินยังพอทำให้เสี่ยวเหลียนได้รับอาหารและยาที่ตรงเวลา จึงทำให้ร่างกายของเมิ่งลี่เฟยค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ในวันที่สามเมิ่งลี่เฟยก็ฟื้นแล้ว ใบหน้างามมีสีเลือดขึ้นมาเล็กน้อย ริมฝีปากยังแห้งแตกจนเป็นรอย

เมิ่งลี่เฟยนั่งอยู่บนเตียงปล่อยให้เสี่ยวเหลียนป้อนยาอย่างระมัดระวัง ความจริงวันนี้เมิ่งลี่เฟยต้องกลับบ้านเดิมเพื่อเยี่ยมครอบครัวตามธรรมเนียม ทว่าพระสามีมิเคยโผล่หน้ามาดูดำดูดีเลยแม้แต่น้อย เมิ่งลี่เฟยเองก็คร้านจะใส่ใจ ไม่กลับก็ไม่กลับนางเองก็ไม่สบาย เต๋ออ๋องคงส่งข่าวเพื่อหลีกเลี่ยงไปที่สกุลเมิ่งแล้วเป็นแน่

สตรีที่ออกเรือนแล้วประดุจน้ำที่ถูกสาดออกมา ถึงท่านพ่อของนางจะมีอำนาจมากเพียงใด ทว่าเรื่องในจวนนี้ท่านพ่อก็ไม่อาจยุ่งเกี่ยวได้

อีกทั้งเมิ่งลี่เฟยยังมีความผิดเรื่องวางยาสามี

หากอ๋องเจ็ดทูลฝ่าบาทเรื่องถูกนางวางยาปลุกกำหนัด ในยามนั้นชื่อเสียงสตรีสกุลเมิ่งก็คงไม่ต้องเอ่ยถึงแล้ว

จะมีมีภรรยาบ้านใดวางยาปลุกกำหนัดสามีกันเล่า สตรีใดที่ทำเช่นนี้ย่อมถูกประณามโดยมิอาจหลีกเลี่ยง

เพราะนางรู้ความผิดตนเองที่ก่อ ในยามนี้จึงได้แต่หาวิธีแก้ไข

อ๋องผู้นั้นไม่ยุ่งกับนางก็ช่างเถิด จะกกกอดพระชายารองของเขาจนไม่ก้าวมาเรือนของนางเมิ่งลี่เฟยก็หาได้สนใจแล้ว เพราะในยามนี้ตัวนางเองคิดเพียงแต่ว่าต้องหายดีเสียก่อนเพื่อตั้งรับต่อสู้กับคนพวกนั้น

ขอเพียงในจวนนี้อำนาจปกครองอยู่ในมือนาง สิ่งที่เมิ่งลี่เฟยไม่ยินยอมที่สุดคือการตกเป็นเบี้ยบ่อนรองผู้ใด

"เสี่ยวเหลียน อาการของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"

เมิ่งลี่เฟยลูบข้อมือของเสี่ยวเหลียนเบา ๆ ยังเห็นรอยช้ำเป็นริ้วชัดเจน

รอยนี้คล้ายมีผู้ใดจับแขนของเสี่ยวเหลียนบิดจนได้รับบาดเจ็บ เมิ่งลี่เฟยจดจำทุกรอยบนตัวของบ่าวคนสนิทเอาไว้ด้วยใบหน้าราบเรียบทว่าหัวใจเจ็บปวดนัก

"คุณหนูบ่าวสบายดีเจ้าค่ะ คุณหนูรักษาตนเองให้ดีก็พอนะเจ้าคะ บ่าวไม่เป็นไรบ่าวทนไหวเจ้าค่ะ"

หัวใจของเมิ่งลี่เฟยบัดนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกคับแค้นโหมกระหน่ำรุนแรง บัญชีแค้นนี้ต้องได้รับการสะสาง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED