หยุนเวยเวยถามอย่างใคร่สงสัย “นี่พี่สาว พี่ทำงานในร้านขายอุปกรณ์ดิจิตัลเหรอ แล้วเงินเดือนสูงมากใช่ไหมคะ? เจ้านายถึงขั้นจ่ายไม่ไหวเลยเหรอคะ?”
เธออยากรู้อยากเห็นมาก
ในเมือง s แห่งนี้ หยุนหลงซานถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งและมีชื่อเสียงอีกคนหนึ่ง
หยุนเวยเวยเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เธอเป็นถึงศิลปินในสังกัดของบริษัทYZ เธอเข้าวงการมาได้เพียงแค่ครึ่งปีก็สามารถทำกำไรให้บริษัทตั้งมากมาย
เธอถ่ายละครและได้ไปออกรายการรายการหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้แตะหลักล้านได้อย่างสบาย ๆ
ต่างกับหยุนซี ที่ทำงานในร้านขายสินค้าดิจิตัลในเมืองเล็ก ๆ หลังจากที่เรียนจบเพียงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หยุนเวยเวยจึงสนใจ อยากจะรู้เรื่องรายได้ของเธอ อาจเป็นไปได้ว่า… มันไม่พอค่าชานมที่เธอซื้อกินอยู่ทุกเดือนก็เป็นได้
“รายได้ไม่คงที่หรอก คำนวณเอาตามยอดการรับงานน่ะ พักนี้ร้านขายสินค้าดิจิตัลผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เจ้าของก็พากันขาดทุนไปตาม ๆ กัน ก็เลยต้องเอาของไปจำนองเป็นเงินมาจ่ายเป็นเงินเดือนน่ะสิ”
หยุนซีพูดด้วยหน้าที่เฉยเมย นั่นทำให้หยุนเวยเวยหัวเราะออกมา
“จ่ายเงินตามยอดการรับงานเหรอ? มันก็เหมือนพวกพนักงานชั่วคราวตามโรงงานน่ะสิ?”
หยุนเวยเวยไม่พูดอะไรต่อ ถึงอย่างไรเธอก็ได้เปรียบหยุนซีที่เป็น ‘สาวโรงงาน’ ไปแล้ว
จังหวะนั้น ก็มีข้อความเด้งขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของหยุนซี
“เทพหยุน รับงานไหม?”
หยุนซีรีบกวดตามองรายละเอียดของงานที่เด้งขึ้นมามาอย่างรวดเร็ว มีองค์กรกองทุนเพื่อการกุศลนานาชาติสำหรับเด็กองค์กรหนึ่ง เว็บไซต์ถูกแฮ็กเกอร์โจมตี จึงอยากจะลงไฟร์วอลล์ป้องกันอย่างเร่งด่วน
แต่พอมองดูตัวเลขค่าจ้างแล้วนั้น มันช่างไม่คุ้มเอาเสียเลย แค่หนึ่งล้านห้าแสนเอง
ไอดีบนเครือข่ายของหยุนซีคือ ‘หยุน’ แต่คนอื่น ๆ มักจะเรียกเธอว่า ‘เทพหยุน’ เพราะองค์กรแฮ็กเกอร์แห่งประเทศอย่างหลิงเซียวเตี้ยน มักจะเติมคำว่า เทพ ตามหลังชื่อของพวกแฮ็กเกอร์ชั้นนำ เพื่อยกย่องผลงานระดับชั้นนำอย่างเธอ
แต่เงินแค่ล้านห้าไม่เพียงพอในการเชิญตัวระดับเทพแห่งหลิงเซียวเตี้ยนออกมาทำงานให้ได้ แถมยังแทบจะไม่พอค่าจ้างแฮ็กเกอร์ระดับทั่วไปในหลิงเซียวเตี้ยนด้วยซ้ำ
แต่สถานการณ์ขององค์กรการกุศลนี้ต่างออกไป ปกติเว็บไซต์แบบนี้มีมาตราการด้านความปลอดภัยที่สูงอยู่แล้ว ถ้ายังต้องการการอัปเกรดที่สูงขึ้นอยู่ก็ต้องงัดเทคนิคพิเศษออกมาใช้ ลำพังแค่ความสามารถของแฮ็กเกอร์ทั่วไปอย่างเดียวคงไม่สามารถทำได้หรอก
คนเก่าแห่งหลิงเซียวเตี้ยนรู้ดีว่าในบรรดาเหล่าเทพทั้งหลาย มีเพียงเทพหยุนคนเดียวเท่านั้นที่รับงานโดยไม่สนใจราคาค่าจ้าง แต่รับงานตามอารมณ์ล้วน ๆ
ถ้ามันเข้าตา นับประสาอะไรกับล้านห้า ถ้าอารมณ์ดีหน่อยเงินแค่แสนห้าหยุนเสินก็พร้อมรับงานทั้งนั้น
อีกฝ่ายลองเข้ามาจ้างหยุนซีดูเผื่อจะโชคดี ทำเอาหัวใจของคนที่อยู่อีกฟากของจอเต้นระส่ำระสาย
“รับค่ะ ขอข้อมูล IP กับข้อมูลที่เกี่ยวข้องของลูกค้าด้วย เดี๋ยวฉันจะจัดการอัปเดตให้ทางออนไลน์”
เมื่อได้รับคำตอบยืนยันที่แน่ชัดแล้ว คนที่อยู่อีกฟากของหน้าจอได้แต่แสดงสีหน้าทั้งประหลาดใจและดีใจเป็นล้นพ้น!
ไม่ช้า หยุนซีก็ได้รับข้อมูลตามที่เอ่ยปากขอ
มือสองข้างของเธอรัวแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์ได้อย่างแม่นยำแต่ก็ยังแฝงไปด้วยท่วงท่าที่แผ่วเบาราวกับนักเปียโน ดวงตาคู่สวยที่งามล้ำยิ่งกว่าไข่มุกสีดำก็จับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่กระพริบ
แป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กไร้เสียงระดับไฮเอนด์แบบนี้ ต่อให้จะกดรัวสักแค่ไหนก็ไม่ส่งเสียงรำคาญออกมาแม้แต่น้อย
ผ่านไปแค่พริบตาเดียว หยุนซีก็เขียนโค้ดหน้าตาอ่านยากยิ่งกว่าตำราเล่มหนา ๆ เสร็จ
“เรียบร้อยแล้ว”
พอกดปุ่ม enter เสร็จ หยุนซีก็ส่งข้อความไปหาลูกค้าด้วยคำง่าย ๆ สามคำ
ปกติแล้ว เมื่อแฮ็กเกอร์ทำงานตามหน้าที่เสร็จ ต้องรอให้ลูกค้าตรวจสอบงานเสียก่อน
แต่เมื่อลูกค้าได้ยินว่าหยุนซีแห่งหลิงเซียวเตี้ยนเป็นคนรับงานเอง ลูกค้าก็ไม่รอตรวจสอบและรอให้เธอทำงานจนเสร็จก่อนด้วยซ้ำก็โอนเงินมาให้เธอแล้ว!
แต่ในขณะที่หยุนซีกำลังทำงาน ธนาคารกลับมีปัญหาล่าช้าอันเกิดจากการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างธนาคาร กว่าค่าจ้างล้านค่าจะโอนเข้า เธอก็ทำงานจนเสร็จ
“ขอบ… ขอบคุณเทพหยุน! ด้วยการช่วยเหลือของคุณ เงินบริจาคทั้งหมดรักษาไว้ได้ทันเวลาพอดี! เด็กที่ได้รับการช่วยเหลือจากองค์กรการกุศลเหล่านั้น จะต้องขอบคุณคุณอย่างแน่นอน! ”
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ ฉันแค่ทำงานตามที่จ้างเท่านั้น”
หยุนซีส่งข้อความตอบกลับ แล้วกดปิดแชท
“ทำไมพี่ไม่เล่นแล้วล่ะ?”
หยุนเวยเวยแอบดูหยุนซีอยู่นานสองนาน เธอรู้สึกว่าหยุนซีจ้องหน้าคอมอย่างเอาเป็นเอาตายมาก ไม่เหมือนคนเล่นเกมสักนิด
“แบตหมดน่ะ” หยุนซีพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“คิกคิก! ”
หยุนเวยเวยอดหัวเราะในสิ่งที่ตัวเองได้ยินไม่ได้
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มันแย่ขนาดไหนกันเนี่ย?
หยุนซีเอาออกมาเล่นยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเอง แต่แบตก็ดันหมดแล้วเนี่ยนะ?
สามเดือนที่แล้ว หยุนเวยเวยเพิ่งจะซื้อแล็ปท็อบเครื่องใหม่ด้วยราคาหกหลักไป ไม่ต้องเสียบสายชาร์จก็ใช้งานได้ตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมง!
ณ ริเวอร์วิววิลล่า
ในขณะที่หยุนซีลงมาจากรถบีเอ็มดับเบิลยู ก่อนอื่นเลยเธอเห็นแม่เลี้ยงมายืนต้อนรับอยู่หน้าประตูวิลล่า
“คุณท่าน คุณหนู ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ อาหารกลางวันพร้อมแล้วค่ะ”
“ได้ทำกุ้งทอดกระเทียมที่ฉันชอบหรือเปล่า? คุณน้าหลี่”
หยุนเวยเวยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ขณะที่คุณน้าหลี่ซึ่งเป็นแม่บ้านก็ได้รับกระเป๋ามาจากมือของเธออย่างชำนาญ
“ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญคุณหนูมาลองชิมระหว่างที่อาหารยังร้อน ๆ อยู่นะคะ” คุณน้าหลี่พูดพลางยิ้มร่า สายตาที่เธอมองหยุนเวยเวยนั้นราวกับเหล่าบรรดาแฟนคลับมองไอดอลของพวกเขาอย่างชื่นชมอย่างไรอย่างนั้น
หยุนหลงซานพูดกับหยุนซีว่า “เธอเพิ่งมาถึงแบบนี้อาจจะไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเท่าใดนัก ให้คุณน้าหลี่ซึ่งเป็นแม่บ้านพาเธอชมบ้านใหม่สักหน่อย เดี๋ยวฉันไปจัดเตรียมห้องให้หนูเอง”
แล้วเขาก็พูดกับคุณน้าหลี่อีกครั้ง “หยุนซีย้ายสำมะโนครัวมายังบ้านของพวกเราแล้ว ต่อไปก็นับว่าเธอเป็นลูกสาวของผมแล้ว คุณช่วยพาเธอกลับไปที่ห้องก่อนแล้วกันนะ”
“รับทราบค่ะ คุณท่าน”
คุณน้าหลี่โค้งตัวเป็นการตอบรับ แต่มือของเธอกลับไม่ขยับเขยื้อนใด ๆ
หล่อนมองหยุนซีอย่างเย็นชาเพียงแวบหนึ่ง แต่กลับไม่ได้ดูแลเธอเหมือนกับหยุนเวยเวยเลย แล้วเธอก็รับกระเป๋าเดินทางของหยุนซีมา
“มากับฉัน” น้ำเสียงของคุณน้าหลี่เบามาก พูดจบเธอก็หันกลับเข้าไปในตัวบ้านทันที
หยุนซีไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เธอลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองแล้วเดินตามไป
แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ขณะที่กระเป๋าเดินทางอันหนักอึ้งนั้นลากผ่านพื้นไปได้ส่งเสียงดังอึกทึกเป็นที่สุด
แต่หยุนซีงลากสัมภาระใบนั้นด้วยมือเพียงข้างเดียว แถมยังดูเบาสบายมากราวกับว่าลากปุยนุ่นอยู่
“นี่คือห้องนอนของคุณ”
คุณน้าหลี่พาหยุนซีไปยังห้องพักแขกที่ชั้นหนึ่ง ขนาดห้องกว้างเพียงสิบกว่าตารางเมตร มีเตียงเดี่ยวอยู่หลังหนึ่ง มีตู้เสื้อผ้าเรียบ ๆ และโต๊ะเก้าอี้อีกชุดหนึ่ง พื้นที่ที่เหลือแทบไม่สามารถวางอะไรอีกเลย
แววตาของหยุนซีเคลื่อนคล้อยไปทางบันได
คุณน้าหลี่สังเกตเห็นแววตาของเธอ ก็พูดอย่างยิ้มเยาะว่า “ริเวอร์วิววิลล่าแห่งนี้สร้างขึ้นโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงระดับสากล ภายในอาคารสามชั้นของวิลล่านั้นตกแต่งขึ้นเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันก็ผสมผสานกับเทคนิคการออกแบบชั้นสูงและโครงสร้างงานวิจิตรศิลป์ได้เป็นอย่างดี คุณอยู่แค่ชั้นหนึ่งพอนะ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรอย่าขึ้นไปชั้นสองกับชั้นสามนะคะ เดี๋ยวคุณจะหลงทางเอาได้”
น้ำเสียงที่เธอพูดนั้นไม่น่าฟังเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ปกปิดความเหยียดหยามดูถูกคนจากชนบทเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่คุณน้าหลี่ซึ่งเป็นแม่บ้านนั้นก็ไม่ได้พูดโกหก เมื่อตอนที่เธอเพิ่งเข้ามาที่ตระกูลหยุนเป็นครั้งแรก เธอเคยหลงทางอยู่ในทางเดินระหว่างห้องต่าง ๆ อยู่หลายครั้ง ถึงกระทั่งเผลอบุกเข้าไปในห้องอาบน้ำของคุณผู้ชายเลยก็มี
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอมีทักษะการทำอาหารที่ดีซึ่งหยุนเวยเวยชื่นชอบมาก คุณน้าหลี่อีกนิดเดียวก็คงจะถูกไล่ออกไปแล้ว
“ฉันรู้แล้ว” หยุนซียังคงพูดอย่างเรียบนิ่งเช่นเดิม
“คุณรู้แล้วเหรอ? เหอะ!”
คุณน้าหลี่เหมือนกับว่าได้ฟังเรื่องตลก เสียงถอนหายใจของเธอเล็ดลอดออกมาจากไรฟัน
หญิงสาวที่มาจากชนบท ที่จะมาเป็นตัวตายตัวแทนในการเข้างานวิวาห์ให้กับคุณหนูเวยเวย มีเหรอจะมารู้จักการออกแบบที่ซับซ้อนและประณีตของวิลล่าแห่งนี้ได้?
คุณน้าหลี่เพิ่งทราบข่าวมาจากแม่บ้านจากวิลล่าหลังอื่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า แบบแปลนในการการออกแบบริเวอร์วิววิลล่านั้น คือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ได้รับเงินจำนวนมหาศาลจากบุคคลลึกลับคนหนึ่งให้จ้างวานสถาปนิกอันลือชื่อมาออกแบบให้
ได้ยินมาว่าสถาปนิกที่ชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงการออกแบบนั้นไม่ยินดีเท่าใดนักที่จะรับทำงานนี้ แต่บังเอิญว่าเขาร้อนเงิน จำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนพอดี จึงฝืนยอมตกลงรับงานนี้มา
ต่อมามีข่าวลือออกมาว่า สถาปนิกคนนั้นใช้เวลาเพียงวันเดียวในการทำแบบแปลนให้เสร็จสิ้น
เป็นเพราะว่าเวลาที่ใช้นั้นสั้นเกินไป บริษัทอสังหาริมทรัพย์จึงเกิดข้อสงสัยว่า สถาปนิกคนนั้นทำงานอย่างขอไปที จึงป่าวประกาศไปทั่วสี่ทิศ หวังจะทำลายชื่อเสียงของสถาปนิกคนนี้
แต่ผ่านไปเพียงสามเดือน ในงานแข่งขันด้านการออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกนั้น สถาปนิกคนนี้ได้รับรางวัลเหรียญทองจาก แบบแปลนที่ได้ส่งตีพิมพ์ไป
ประธานของบริษัทจึงได้รีบออกมากล่าวขอโทษต่อหน้าสาธารณชนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อต้องการติดต่อสถาปนิกคนนั้นให้มาออกแบบ แบบแปลนเป็นครั้งที่สอง กลับพบว่าตัวเองนั้นถูกบล็อคการติดต่อไปแล้ว
ข่าวที่สถาปนิกระดับเทพบล็อคการติดต่อประธานบริษัทได้แพร่กระจายออกไปภายในวงการอย่างรวดเร็ว เหล่านักออกแบบที่มีชื่อเสียงค่อย ๆ ปฏิเสธการรับงานออกแบบจากบริษัทนี้ไปทีละราย ๆ
ประธานบริษัทที่เคยทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากแบบแปลนใบหนึ่งของสถาปนิก สุดท้ายกลับต้องอำลาจากวงการอสังหาริมทรัพย์ไป เปลี่ยนไปประกอบอาชีพทางด้านอื่น
“ยังไงก็จำไว้แล้วกันนะว่า ต่อไปถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็อยู่ในห้องของตัวเองไป เดี๋ยวถึงเวลากินข้าวแล้วฉันจะมาเรียกคุณเอง นอกจากนี้ คุณอยู่ในห้องก็อย่าส่งเสียงดังเอะอะโวยวายอะไร ฉันพักอยู่ที่ห้องข้าง ๆ คุณ ช่วงนี้ฉันนอนไม่ค่อยหลับ ดังนั้นช่วงที่พักผ่อนจึงไม่ต้องการให้ใครทำเสียงหนวกหูรบกวน!”
ที่แท้หยุนซีก็พักอยู่ห้องข้าง ๆ แม่บ้านงั้นเหรอ?
นี่คือตัวตนของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหยุนสินะ นี้มันไม่ได้ปลอมแค่นิดเดียว แต่มันมันดูปลอมมากจริง ๆ