รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กส์ ซีรี่ส์ ระดับไฮเอนด์คันหนึ่งจอดอยู่ข้างถนนอันทรุดโทรมในชนบทเล็ก ๆ
หญิงสาวสวมกางเกงยีนส์ที่ซักจนขาวซีด มือลากกระเป๋าเดินทางเก่า ๆ ใบหนึ่ง กำลังยืนอยู่หน้าประตูรถด้วยใบหน้าอันไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ
ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่เบาะคนขับรถปรายตามองหญิงสาวด้วยหางตาพลางขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าเขาไม่พอใจที่เธอสวมใส่เสื้อผ้าเชย ๆ
“ขึ้นรถซะ”
ใบหน้าของหญิงสาวยังคงไร้อารมณ์
เธอไม่ได้ตกตะลึงกับการที่เธอได้ขึ้นรถคันหรู และก็ไม่ได้ตกใจต่อท่าทีที่เฉยชาของชายคนนั้นอีกด้วย
เธอดึงประตูรถให้เปิดออก แล้วนั่งลงที่เบาะหลัง
หญิงสาวพบแต่แรกแล้วว่า ที่เบาะหน้าข้างคนขับรถ มีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอคนหนึ่งนั่งอยู่
หล่อนแตกต่างไปจากคนบ้าน ๆ อย่างเธอ เสื้อผ้าของหญิงสาวผู้นั้นดูงดงามเป็นประกาย เป็นชุดที่ไม่เคยพบเห็นในชนบทแห่งนี้มาก่อน
“เป็นเธอนี่เอง” หยุนซีคิดอยู่ในใจ
เธอเคยเห็นหล่อนในรายการวาไรตี้มาก่อน หล่อนเป็นนักแสดงหน้าใหม่นามว่า “หยุนเวยเวย” ซึ่งในตอนนี้ชื่อเสียงของหล่อนกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ นับได้ว่าค่อนข้างจะเป็นคนดังมีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็ถือซะว่าตัวเองเป็นลูกสาวของฉัน หยุนหลงซาน ตอนนี้ฉันจะพาเธอกลับไปยังเมือง s เดี๋ยวฉันจะจัดคนมาสั่งสอนเธอ ให้เธอกลายเป็นคุณหนูแห่งตระกูลหยุนที่เพียบพร้อมในเร็ววัน”
“นอกจากนี้ ขอแนะนำเธอให้รู้จักสักหน่อย นี่คือหยุนเวยเวย เป็นลูกสาวของฉันเอง เธอคงจะเคยเห็นหยุนเวยเวยมาก่อนแล้วบนอินเทอร์เน็ตใช่ไหมล่ะ?”
พอหยุนหลงซานพูดจบ หญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาราวกับลั่นกระดิ่งเงินรัว ๆ
เมื่อสิ้นเสียงหัวเราะ หยุนเวยเวยก็พูดเป็นภาษาอังกฤษขึ้นว่า “แด๊ดดี้เคอะ ชียากจนขนาดนี้ ชีจะดูวาไรตี้โชว์ออนดิอินเทอร์เน็ตด้วยเหรอเคอะ?”
หยุนหลงซานตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้าอย่างชื่นชม แล้วตอบเป็นภาษาอังกฤษเช่นกันว่า “ภาษาพูดของยูเวรี่พัฒนาเลยล่ะ ฟอร์ยัวคำถามอ่ะนะ ไอว่ามันโนแฮฟมารยาท”
หยุนเวยเวยได้ยินเช่นนั้น ก็หัวเราะคิกคักขึ้นมาอีกครั้ง และยังคงตอบกลับไปเป็นภาษาอังกฤษว่า “ไอกลัวว่ามายนิวโอลเดอร์ซิซเตอร์จะไม่แฮปปี้เท่าไร ไอเลยจงใจสปีคอิงลิชกับยูน่ะเค่อะ!”
หยุนหลงซานถูกลูกสาวของเขาพูดแหย่จนมีความสุขมาก จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นมาสบาย ๆ ว่า “ถึงแม้ชีจะไม่เอคเซลเลนท์เท่ายู แต่ยังไงก็เป็นรีเลทีฟฟาร์ ๆ กับตระกูลหวินของพวกเราอยู่นะ ถ้าทีชชีให้มีแอดติจูดไฮ ๆ แล้วแมรี่เข้าไปยังตระกูลกู้แทนยูได้ แดทซ์อะกู้ดไอเดียเวรี่มัช”
“คิก ๆ ๆ ๆ แด๊ดดี้เคอะ ยูสปีคแบบนี้ ก็โนแฮฟมารยาทเหมือนกันนี่เคอะ”
สองพ่อลูกสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยด่วนสรุปไปเองว่าหยุนซีที่นั่งอยู่เบาะหลังจะฟังไม่ออก
เนื่องจากพวกเขาได้ตรวจสอบมาล่วงหน้าแล้ว ชนบทอันห่างไกลแห่งนี้มีครูสอนภาษาอังกฤษเพียงสองท่านเท่านั้น อีกทั้งยังจบการศึกษาเพียงระดับปวช.
ขนาดครูยังอยู่แค่นี้ นับประสาอะไรกับหยุนซีที่ไม่เคยออกไปจากชนบทเลย เธอจะมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีไปได้อย่างไรกัน?
รถหรูติดเครื่องขึ้น แล้วค่อย ๆ ขับออกจากชนบทไป
ระหว่างทาง หยุนซีหยิบคอมพิวเตอร์พกพาเก่า ๆ โทรม ๆ ออกมาจากกระเป๋าเป้สะพายหลัง
เธอเหมือนกับว่าไม่ได้ยินบทสนทนาภาษาอังกฤษของสองพ่อลูกนั้นทั้งหมด เพียงแค่ก้มหัวเคาะแป้นพิมพ์เท่านั้น
“พี่หยุนซี พี่มีคอมพิวเตอร์พกพาด้วยเหรอ? แล้วพี่พิมพ์อักษรเป็นด้วยเหรอ?”
หยุนเวยเวยเห็นหยุนซีหยิบคอมพิวเตอร์พกพาออกมา ก็แสดงอาการตกใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
เพราะเท่าที่เธอรู้มา ในชนบทแห่งนี้มีตระกูลหยุนอยู่ร้อยกว่าครัวเรือน แม้ว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับพ่อของเธออย่างหยุนหลงซาน แต่ก็ล้วนเป็นเหล่าบรรดาญาติที่ยากจนทั้งสิ้น
อีกทั้งหยุนซียังไม่มีพ่อแม่ เธอใช้ชีวิตอยู่กับร้อยกว่าครัวเรือนนี้ตั้งแต่เด็ก ดูท่าทางจะเติบโตมาด้วยข้าวของร้อยครัวเรือนนี้
เธอไม่ได้อดตายเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ได้ยินว่าสามารถสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายได้อย่างอัศจรรย์
คนแบบหยุนซีเนี่ยนะ จะมีคอมพิวเตอร์พกพาด้วย?
“ไว้ใช้เล่นเกมน่ะ” เสียงของหยุนซีเบามาก
พอได้ฟังคำตอบของเธอแล้ว ดวงตาของหยุนเวยเวยพลันฉายแววดูถูกเหยียดหยาม
เกมคอมพิวเตอร์งั้นเหรอ?
เหมาะสมแล้วแหละที่จะเป็นกิจกรรมบันเทิงของพวกไพร่ชั้นต่ำ
หยุนเวยเวยค้นพบได้ในทันทีว่า เคสคอมพิวเตอร์พกพานั้นเก่าไม่ไหว ถึงกระทั่งแยกไม่ออกว่าเป็นของยี่ห้ออะไร
“พี่สาว พี่ซื้อคอมพิวเตอร์มาราคาเท่าไรเหรอ?” หยุนเวยเวยแกล้งทำเป็นถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ไม่ได้เสียตังค์เลย” หยุนซีตอบ “ฉันไปทำงานที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในชนบทน่ะ เจ้านายฉันไม่มีเงินจ่ายค่าจ้างให้ เลยให้เศษชิ้นส่วนมาเป็นค่าชดเชย ฉันประกอบมันขึ้นมาเอง”
เครื่องประกอบอย่างนั้นเหรอ?
นี่มันคือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์เกรดต่ำที่ไม่ได้มาตราฐานเลยด้วยซ้ำ!?
ด้วยความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ของหยุนเวยเวย ก็มองออกในทันทีว่าคอมพิวเตอร์ของหยุนซีนั้นเป็นขยะที่ขุดขึ้นมาจากถ้ำคนจนแน่ ๆ
“พี่สาว คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เหมาะกับพี่มากเลย” หยุนเวยเวยพูดพลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
หยุนเวยเวยถามอย่างใคร่สงสัย “นี่พี่สาว พี่ทำงานในร้านขายอุปกรณ์ดิจิตัลเหรอ แล้วเงินเดือนสูงมากใช่ไหมคะ? เจ้านายถึงขั้นจ่ายไม่ไหวเลยเหรอคะ?”
เธออยากรู้อยากเห็นมาก
ในเมือง s แห่งนี้ หยุนหลงซานถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งและมีชื่อเสียงอีกคนหนึ่ง
หยุนเวยเวยเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เธอเป็นถึงศิลปินในสังกัดของบริษัทYZ เธอเข้าวงการมาได้เพียงแค่ครึ่งปีก็สามารถทำกำไรให้บริษัทตั้งมากมาย
เธอถ่ายละครและได้ไปออกรายการรายการหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้แตะหลักล้านได้อย่างสบาย ๆ
ต่างกับหยุนซี ที่ทำงานในร้านขายสินค้าดิจิตัลในเมืองเล็ก ๆ หลังจากที่เรียนจบเพียงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หยุนเวยเวยจึงสนใจ อยากจะรู้เรื่องรายได้ของเธอ อาจเป็นไปได้ว่า… มันไม่พอค่าชานมที่เธอซื้อกินอยู่ทุกเดือนก็เป็นได้
“รายได้ไม่คงที่หรอก คำนวณเอาตามยอดการรับงานน่ะ พักนี้ร้านขายสินค้าดิจิตัลผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เจ้าของก็พากันขาดทุนไปตาม ๆ กัน ก็เลยต้องเอาของไปจำนองเป็นเงินมาจ่ายเป็นเงินเดือนน่ะสิ”
หยุนซีพูดด้วยหน้าที่เฉยเมย นั่นทำให้หยุนเวยเวยหัวเราะออกมา
“จ่ายเงินตามยอดการรับงานเหรอ? มันก็เหมือนพวกพนักงานชั่วคราวตามโรงงานน่ะสิ?”
หยุนเวยเวยไม่พูดอะไรต่อ ถึงอย่างไรเธอก็ได้เปรียบหยุนซีที่เป็น ‘สาวโรงงาน’ ไปแล้ว
จังหวะนั้น ก็มีข้อความเด้งขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของหยุนซี
“เทพหยุน รับงานไหม?”
หยุนซีรีบกวดตามองรายละเอียดของงานที่เด้งขึ้นมามาอย่างรวดเร็ว มีองค์กรกองทุนเพื่อการกุศลนานาชาติสำหรับเด็กองค์กรหนึ่ง เว็บไซต์ถูกแฮ็กเกอร์โจมตี จึงอยากจะลงไฟร์วอลล์ป้องกันอย่างเร่งด่วน
แต่พอมองดูตัวเลขค่าจ้างแล้วนั้น มันช่างไม่คุ้มเอาเสียเลย แค่หนึ่งล้านห้าแสนเอง
ไอดีบนเครือข่ายของหยุนซีคือ ‘หยุน’ แต่คนอื่น ๆ มักจะเรียกเธอว่า ‘เทพหยุน’ เพราะองค์กรแฮ็กเกอร์แห่งประเทศอย่างหลิงเซียวเตี้ยน มักจะเติมคำว่า เทพ ตามหลังชื่อของพวกแฮ็กเกอร์ชั้นนำ เพื่อยกย่องผลงานระดับชั้นนำอย่างเธอ
แต่เงินแค่ล้านห้าไม่เพียงพอในการเชิญตัวระดับเทพแห่งหลิงเซียวเตี้ยนออกมาทำงานให้ได้ แถมยังแทบจะไม่พอค่าจ้างแฮ็กเกอร์ระดับทั่วไปในหลิงเซียวเตี้ยนด้วยซ้ำ
แต่สถานการณ์ขององค์กรการกุศลนี้ต่างออกไป ปกติเว็บไซต์แบบนี้มีมาตราการด้านความปลอดภัยที่สูงอยู่แล้ว ถ้ายังต้องการการอัปเกรดที่สูงขึ้นอยู่ก็ต้องงัดเทคนิคพิเศษออกมาใช้ ลำพังแค่ความสามารถของแฮ็กเกอร์ทั่วไปอย่างเดียวคงไม่สามารถทำได้หรอก
คนเก่าแห่งหลิงเซียวเตี้ยนรู้ดีว่าในบรรดาเหล่าเทพทั้งหลาย มีเพียงเทพหยุนคนเดียวเท่านั้นที่รับงานโดยไม่สนใจราคาค่าจ้าง แต่รับงานตามอารมณ์ล้วน ๆ
ถ้ามันเข้าตา นับประสาอะไรกับล้านห้า ถ้าอารมณ์ดีหน่อยเงินแค่แสนห้าหยุนเสินก็พร้อมรับงานทั้งนั้น
อีกฝ่ายลองเข้ามาจ้างหยุนซีดูเผื่อจะโชคดี ทำเอาหัวใจของคนที่อยู่อีกฟากของจอเต้นระส่ำระสาย
“รับค่ะ ขอข้อมูล IP กับข้อมูลที่เกี่ยวข้องของลูกค้าด้วย เดี๋ยวฉันจะจัดการอัปเดตให้ทางออนไลน์”
เมื่อได้รับคำตอบยืนยันที่แน่ชัดแล้ว คนที่อยู่อีกฟากของหน้าจอได้แต่แสดงสีหน้าทั้งประหลาดใจและดีใจเป็นล้นพ้น!
ไม่ช้า หยุนซีก็ได้รับข้อมูลตามที่เอ่ยปากขอ
มือสองข้างของเธอรัวแป้นพิมพ์บนคอมพิวเตอร์ได้อย่างแม่นยำแต่ก็ยังแฝงไปด้วยท่วงท่าที่แผ่วเบาราวกับนักเปียโน ดวงตาคู่สวยที่งามล้ำยิ่งกว่าไข่มุกสีดำก็จับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่กระพริบ
แป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กไร้เสียงระดับไฮเอนด์แบบนี้ ต่อให้จะกดรัวสักแค่ไหนก็ไม่ส่งเสียงรำคาญออกมาแม้แต่น้อย
ผ่านไปแค่พริบตาเดียว หยุนซีก็เขียนโค้ดหน้าตาอ่านยากยิ่งกว่าตำราเล่มหนา ๆ เสร็จ
“เรียบร้อยแล้ว”
พอกดปุ่ม enter เสร็จ หยุนซีก็ส่งข้อความไปหาลูกค้าด้วยคำง่าย ๆ สามคำ
ปกติแล้ว เมื่อแฮ็กเกอร์ทำงานตามหน้าที่เสร็จ ต้องรอให้ลูกค้าตรวจสอบงานเสียก่อน
แต่เมื่อลูกค้าได้ยินว่าหยุนซีแห่งหลิงเซียวเตี้ยนเป็นคนรับงานเอง ลูกค้าก็ไม่รอตรวจสอบและรอให้เธอทำงานจนเสร็จก่อนด้วยซ้ำก็โอนเงินมาให้เธอแล้ว!
แต่ในขณะที่หยุนซีกำลังทำงาน ธนาคารกลับมีปัญหาล่าช้าอันเกิดจากการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างธนาคาร กว่าค่าจ้างล้านค่าจะโอนเข้า เธอก็ทำงานจนเสร็จ
“ขอบ… ขอบคุณเทพหยุน! ด้วยการช่วยเหลือของคุณ เงินบริจาคทั้งหมดรักษาไว้ได้ทันเวลาพอดี! เด็กที่ได้รับการช่วยเหลือจากองค์กรการกุศลเหล่านั้น จะต้องขอบคุณคุณอย่างแน่นอน! ”
“ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ ฉันแค่ทำงานตามที่จ้างเท่านั้น”
หยุนซีส่งข้อความตอบกลับ แล้วกดปิดแชท
“ทำไมพี่ไม่เล่นแล้วล่ะ?”
หยุนเวยเวยแอบดูหยุนซีอยู่นานสองนาน เธอรู้สึกว่าหยุนซีจ้องหน้าคอมอย่างเอาเป็นเอาตายมาก ไม่เหมือนคนเล่นเกมสักนิด
“แบตหมดน่ะ” หยุนซีพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“คิกคิก! ”
หยุนเวยเวยอดหัวเราะในสิ่งที่ตัวเองได้ยินไม่ได้
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้มันแย่ขนาดไหนกันเนี่ย?
หยุนซีเอาออกมาเล่นยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเอง แต่แบตก็ดันหมดแล้วเนี่ยนะ?
สามเดือนที่แล้ว หยุนเวยเวยเพิ่งจะซื้อแล็ปท็อบเครื่องใหม่ด้วยราคาหกหลักไป ไม่ต้องเสียบสายชาร์จก็ใช้งานได้ตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมง!
ณ ริเวอร์วิววิลล่า
ในขณะที่หยุนซีลงมาจากรถบีเอ็มดับเบิลยู ก่อนอื่นเลยเธอเห็นแม่เลี้ยงมายืนต้อนรับอยู่หน้าประตูวิลล่า
“คุณท่าน คุณหนู ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ อาหารกลางวันพร้อมแล้วค่ะ”
“ได้ทำกุ้งทอดกระเทียมที่ฉันชอบหรือเปล่า? คุณน้าหลี่”
หยุนเวยเวยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ขณะที่คุณน้าหลี่ซึ่งเป็นแม่บ้านก็ได้รับกระเป๋ามาจากมือของเธออย่างชำนาญ
“ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญคุณหนูมาลองชิมระหว่างที่อาหารยังร้อน ๆ อยู่นะคะ” คุณน้าหลี่พูดพลางยิ้มร่า สายตาที่เธอมองหยุนเวยเวยนั้นราวกับเหล่าบรรดาแฟนคลับมองไอดอลของพวกเขาอย่างชื่นชมอย่างไรอย่างนั้น
หยุนหลงซานพูดกับหยุนซีว่า “เธอเพิ่งมาถึงแบบนี้อาจจะไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมเท่าใดนัก ให้คุณน้าหลี่ซึ่งเป็นแม่บ้านพาเธอชมบ้านใหม่สักหน่อย เดี๋ยวฉันไปจัดเตรียมห้องให้หนูเอง”
แล้วเขาก็พูดกับคุณน้าหลี่อีกครั้ง “หยุนซีย้ายสำมะโนครัวมายังบ้านของพวกเราแล้ว ต่อไปก็นับว่าเธอเป็นลูกสาวของผมแล้ว คุณช่วยพาเธอกลับไปที่ห้องก่อนแล้วกันนะ”
“รับทราบค่ะ คุณท่าน”
คุณน้าหลี่โค้งตัวเป็นการตอบรับ แต่มือของเธอกลับไม่ขยับเขยื้อนใด ๆ
หล่อนมองหยุนซีอย่างเย็นชาเพียงแวบหนึ่ง แต่กลับไม่ได้ดูแลเธอเหมือนกับหยุนเวยเวยเลย แล้วเธอก็รับกระเป๋าเดินทางของหยุนซีมา
“มากับฉัน” น้ำเสียงของคุณน้าหลี่เบามาก พูดจบเธอก็หันกลับเข้าไปในตัวบ้านทันที
หยุนซีไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เธอลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองแล้วเดินตามไป
แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า ขณะที่กระเป๋าเดินทางอันหนักอึ้งนั้นลากผ่านพื้นไปได้ส่งเสียงดังอึกทึกเป็นที่สุด
แต่หยุนซีงลากสัมภาระใบนั้นด้วยมือเพียงข้างเดียว แถมยังดูเบาสบายมากราวกับว่าลากปุยนุ่นอยู่
“นี่คือห้องนอนของคุณ”
คุณน้าหลี่พาหยุนซีไปยังห้องพักแขกที่ชั้นหนึ่ง ขนาดห้องกว้างเพียงสิบกว่าตารางเมตร มีเตียงเดี่ยวอยู่หลังหนึ่ง มีตู้เสื้อผ้าเรียบ ๆ และโต๊ะเก้าอี้อีกชุดหนึ่ง พื้นที่ที่เหลือแทบไม่สามารถวางอะไรอีกเลย
แววตาของหยุนซีเคลื่อนคล้อยไปทางบันได
คุณน้าหลี่สังเกตเห็นแววตาของเธอ ก็พูดอย่างยิ้มเยาะว่า “ริเวอร์วิววิลล่าแห่งนี้สร้างขึ้นโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงระดับสากล ภายในอาคารสามชั้นของวิลล่านั้นตกแต่งขึ้นเป็นพิเศษ ในขณะเดียวกันก็ผสมผสานกับเทคนิคการออกแบบชั้นสูงและโครงสร้างงานวิจิตรศิลป์ได้เป็นอย่างดี คุณอยู่แค่ชั้นหนึ่งพอนะ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรอย่าขึ้นไปชั้นสองกับชั้นสามนะคะ เดี๋ยวคุณจะหลงทางเอาได้”
น้ำเสียงที่เธอพูดนั้นไม่น่าฟังเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังไม่ปกปิดความเหยียดหยามดูถูกคนจากชนบทเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่คุณน้าหลี่ซึ่งเป็นแม่บ้านนั้นก็ไม่ได้พูดโกหก เมื่อตอนที่เธอเพิ่งเข้ามาที่ตระกูลหยุนเป็นครั้งแรก เธอเคยหลงทางอยู่ในทางเดินระหว่างห้องต่าง ๆ อยู่หลายครั้ง ถึงกระทั่งเผลอบุกเข้าไปในห้องอาบน้ำของคุณผู้ชายเลยก็มี
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอมีทักษะการทำอาหารที่ดีซึ่งหยุนเวยเวยชื่นชอบมาก คุณน้าหลี่อีกนิดเดียวก็คงจะถูกไล่ออกไปแล้ว
“ฉันรู้แล้ว” หยุนซียังคงพูดอย่างเรียบนิ่งเช่นเดิม
“คุณรู้แล้วเหรอ? เหอะ!”
คุณน้าหลี่เหมือนกับว่าได้ฟังเรื่องตลก เสียงถอนหายใจของเธอเล็ดลอดออกมาจากไรฟัน
หญิงสาวที่มาจากชนบท ที่จะมาเป็นตัวตายตัวแทนในการเข้างานวิวาห์ให้กับคุณหนูเวยเวย มีเหรอจะมารู้จักการออกแบบที่ซับซ้อนและประณีตของวิลล่าแห่งนี้ได้?
คุณน้าหลี่เพิ่งทราบข่าวมาจากแม่บ้านจากวิลล่าหลังอื่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า แบบแปลนในการการออกแบบริเวอร์วิววิลล่านั้น คือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ได้รับเงินจำนวนมหาศาลจากบุคคลลึกลับคนหนึ่งให้จ้างวานสถาปนิกอันลือชื่อมาออกแบบให้
ได้ยินมาว่าสถาปนิกที่ชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงการออกแบบนั้นไม่ยินดีเท่าใดนักที่จะรับทำงานนี้ แต่บังเอิญว่าเขาร้อนเงิน จำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนพอดี จึงฝืนยอมตกลงรับงานนี้มา
ต่อมามีข่าวลือออกมาว่า สถาปนิกคนนั้นใช้เวลาเพียงวันเดียวในการทำแบบแปลนให้เสร็จสิ้น
เป็นเพราะว่าเวลาที่ใช้นั้นสั้นเกินไป บริษัทอสังหาริมทรัพย์จึงเกิดข้อสงสัยว่า สถาปนิกคนนั้นทำงานอย่างขอไปที จึงป่าวประกาศไปทั่วสี่ทิศ หวังจะทำลายชื่อเสียงของสถาปนิกคนนี้
แต่ผ่านไปเพียงสามเดือน ในงานแข่งขันด้านการออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกนั้น สถาปนิกคนนี้ได้รับรางวัลเหรียญทองจาก แบบแปลนที่ได้ส่งตีพิมพ์ไป
ประธานของบริษัทจึงได้รีบออกมากล่าวขอโทษต่อหน้าสาธารณชนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อต้องการติดต่อสถาปนิกคนนั้นให้มาออกแบบ แบบแปลนเป็นครั้งที่สอง กลับพบว่าตัวเองนั้นถูกบล็อคการติดต่อไปแล้ว
ข่าวที่สถาปนิกระดับเทพบล็อคการติดต่อประธานบริษัทได้แพร่กระจายออกไปภายในวงการอย่างรวดเร็ว เหล่านักออกแบบที่มีชื่อเสียงค่อย ๆ ปฏิเสธการรับงานออกแบบจากบริษัทนี้ไปทีละราย ๆ
ประธานบริษัทที่เคยทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำจากแบบแปลนใบหนึ่งของสถาปนิก สุดท้ายกลับต้องอำลาจากวงการอสังหาริมทรัพย์ไป เปลี่ยนไปประกอบอาชีพทางด้านอื่น
“ยังไงก็จำไว้แล้วกันนะว่า ต่อไปถ้าไม่มีเรื่องอะไรก็อยู่ในห้องของตัวเองไป เดี๋ยวถึงเวลากินข้าวแล้วฉันจะมาเรียกคุณเอง นอกจากนี้ คุณอยู่ในห้องก็อย่าส่งเสียงดังเอะอะโวยวายอะไร ฉันพักอยู่ที่ห้องข้าง ๆ คุณ ช่วงนี้ฉันนอนไม่ค่อยหลับ ดังนั้นช่วงที่พักผ่อนจึงไม่ต้องการให้ใครทำเสียงหนวกหูรบกวน!”
ที่แท้หยุนซีก็พักอยู่ห้องข้าง ๆ แม่บ้านงั้นเหรอ?
นี่คือตัวตนของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหยุนสินะ นี้มันไม่ได้ปลอมแค่นิดเดียว แต่มันมันดูปลอมมากจริง ๆ