ตอน 2

เสิ่นเจ๋อตกใจมากจนฉี่รดกางเกง เเล้ววิ่งหนีออกไป

หรือว่าเสิ่นเซียวเหยาจะฟื้นแล้ว?

เย่ชิงซีหันหน้ากลับไปมองทันที แต่ด้านหลังของเธอกลับเงียบสงบไม่มีอะไรเลย

เธอเปิดไฟด้วยความหวาดกลัว แล้วมองไปที่หัวเตียง เสิ่นเซียวเหยายังคงนอนหลับสนิทไร้ความรู้สึกอยู่เหมือนเดิม แม้แต่ลมหายใจของเขาก็ยังเงียบสงบอยู่อย่างนั้น

มีเพียงมือข้างหนึ่งที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม

เย่ชิงซีเอียงหน้ามองมือที่โผล่ออกมานั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บางทีน่าจะถูกเสิ่นเจ๋อเคลื่อนไหวโดนตอนที่กระชากลากถูกัน

“เสิ่นเซียวเหยา?” เย่ชิงซีลองเรียกชื่อเขา

ไม่มีการตอบสนอง

ดังนั้นเธอจึงเพิ่มระดับเสียงเรียกให้ดังมากขึ้น “นี่ เสิ่นเซียวเหยา?”

ยังคงไม่มีการตอบสนอง

เย่ชิงซีกลืนน้ำลาย ค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปที่ข้างเตียงเบา ๆ และเอามือของเสิ่นเซียวเหยาวางกลับเข้าไปในผ้าห่มอย่างระมัดระวัง อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบสนอง แม้จะตบหน้าเขาทีหนึ่ง คาดว่าเขาก็คงไม่ตื่น

ดังนั้นเมื่อครู่น่าจะเป็นเพราะเสิ่นเจ๋อทำเรื่องไม่ดีแล้วหลอนไปเอง

เย่ชิงซีจับหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หางตาเหลือบไปเห็นขวดเหล้าที่เสิ่นเจ๋อทำตกทิ้งไว้ เธอรีบเอาไปโยนทิ้งแล้วล็อกประตูจากด้านใน

ห้องนอนก็เงียบสงบลงอย่างสิ้นเชิง เย่ชิงซียังคงใจเต้นตุบตับ ๆ อยู่ เนื่องจากลัวว่าคนที่นอนเป็นผักคนนี้จู่ ๆ จะลืมตาขึ้นมา เธอคอยนั่งจับตาอยู่ขอบเตียง แต่ไม่สามารถทนความเหนื่อยล้าได้ จากนั้นก็เอนตัวลงพิงหัวเตียงแล้วหลับใหลไปโดยไม่รู้ตัว

วันต่อมา

ขณะที่ตื่นขึ้น เย่ชิงซีเห็นว่าตัวเธอนอนฟุบอยู่ที่ขอบเตียงก็ตกใจ โชคดีที่เสิ่นเซียวเหยาที่อยู่บนเตียงยังคงนอนอยู่ในท่าเดิม แม้แต่เส้นผมก็ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่นิด ถึงตอนนี้เย่ชิงซีถึงได้โล่งอก

ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวเมื่อคืนนี้น่าจะเป็นแค่การเข้าใจผิดเท่านั้น

เย่ชิงซีเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แต่กลับเห็นที่ลำคอของเธอมีรอยแดงผ่านทางกระจก เหมือนกับถูกบีบคอ

คิดว่าน่าจะเป็นตอนที่กระชากลากถูกับเสิ่นเจ๋อเมื่อคืนแล้วทิ้งร่องรอยไว้มั้ง

คลื่นแห่งความขยะแขยงก่อตัวขึ้นในใจของเธอ

เย่ชิงซีวางแปรงสีฟันลงอย่างงัวเงีย จากนั้นก็เดินไปที่ห้องนอน เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตคอสูงมาสวมปกปิดลำคอไว้

หลังจากจัดการเรียบร้อย เย่ชิงซีก็ลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ชั้นล่าง

ทันทีที่เธอมาถึงทางขึ้นบันไดก็ถูกเสิ่นเจ๋อลากเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ที่กั้นเอาไว้

“ไอ้เศษสวะนั่นฟื้นแล้วเหรอ” เสิ่นเจ๋อกลัวว่าจะถูกคนอื่นได้ยินเข้า เขาจึงเข้ามาพูดใกล้ ๆ เธอ

เย่ชิงซีถอยหลังออกไปสองสามก้าวอย่างไม่ชอบใจ แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ว่า “ยังไม่ฟื้น”

“งั้นก็ดี เหมือนว่าเมื่อคืนผมจะเมามากไป จู่ ๆ ก็มองเห็นไอ้เศษสวะนั่นลืมตาขึ้นมาจ้องมองผม” เสิ่นเจ๋อถอนหายใจด้วยความโล่งอก และใบหน้าที่เคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลง เปลี่ยนมาเป็นใบหน้าอ่อนโยน สดใส เหมือนปกติ

เย่ชิงซีก้มหน้าลง ไม่พูดอะไร กลัวว่าเสิ่นเจ๋อจะสังเกตเห็นความเกลียดชังในดวงตาของเธอ

เสิ่นเจ๋อคิดว่าเย่ชิงซีไม่พอใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาพูดขอโทษเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นว่า “ผมขอโทษ เมื่อคืนผมดื่มมากไปหน่อย ผมเลยทำอะไรบุ่มบ่ามไป”

เย่ชิงซีพยายามระงับอารมณ์ที่ปั่นป่วนในใจ เธอก็ยังพูดขึ้นอย่างอดทนว่า “ไม่เป็นไร”

จากนั้น เธอก็หาข้ออ้างสลัดตัวเธอออกจากเสิ่นเจ๋อ แล้วเดินออกไปจากห้องเล็ก ๆ ที่กั้นเอาไว้

ในห้องอาหาร เสิ่นชางป๋อนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ สีหน้าของเขาจริงจัง เคร่งขรึม เมื่อเห็นเย่ชิงซีก็พยักหน้าเล็กน้อย ท่าทางดูเย็นชามาก

ในทางตรงกันข้าม เจียงเหม่ยเยี่ยนแม่เลี้ยงของเสิ่นเซียวเหยากลับดูใจดี อบอุ่นกับเย่ชิงซีมาก เธอคือแม่แท้ ๆ ของเสิ่นเจ๋อ และน่าจะเป็นคนที่รู้แผนการของเสิ่นเจ๋อด้วย ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่เอาอกเอาใจเย่ชิงซีขนาดนี้

อาหารมื้อนี้ เย่ชิงซีทานแล้วรู้สึกอึดอัดมาก เธออยากจะหนีไป

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เย่ชิงซีก็ถูกเสิ่นชางป๋อพาไปผ่าตัดทำกิ๊ฟท์ที่โรงพยาบาลเอกชนของตระกูลเสิ่น และเสิ่นเจ๋อก็ติดตามไปด้วย

ก่อนที่จะเข้าไปในห้องผ่าตัด เสิ่นเจ๋อไม่วางใจ คอยแอบส่งสายตาให้กับเย่ชิงซีตลอดเวลา

เย่ชิงซีรู้ว่า เสิ่นเจ๋อกำลังเตือนให้เธออย่าลืมแผนการของพวกเขา

เธอมีรอยยิ้มอ่อน ๆ ปรากฏขึ้น บอกให้เขาวางใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยสีหน้าเย็นชา

แม้ว่าตอนนี้เธอจะกลัวมาก แต่เย่ชิงซีก็ยังกัดฟันเดินเข้าไป เพื่อแก้แค้น เพื่อทวงคืนสิ่งที่เป็นของเธอกลับคืนมา!

หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยเเล้ว เย่ชิงซีก็เดินออกมาด้วยสีหน้าซีดเซียว หมอถอดหน้ากากออก และรายงานผลการผ่าตัดกับเสิ่นชางป๋อว่า “การผ่าตัดเรียบร้อยดีครับ แต่ต้องรอให้ครบหนึ่งเดือนแล้วค่อยกลับมาตรวจอีกครั้งว่าตั้งครรภ์หรือไม่”

เมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของเสิ่นเจ๋อที่อยู่ข้าง ๆ ก็มืดมนลงทันที

ในทางกลับกัน เสิ่นชางป๋อที่มีสีหน้าเคร่งขรึมกลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจมาก สายตาที่เขามองเย่ชิงซีในที่สุดก็มีความอ่อนโยนไม่น้อย จากนั้นก็ให้คนขับรถไปส่งเย่ชิงซีกับเสิ่นเจ๋อกลับไปที่บ้านตระกูลเสิ่น

ตลอดทาง เสิ่นเจ๋อมีสีหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดอะไรสักคำ

เย่ชิงซีขี้เกียจจะสนใจเขา เหม่อลอยมองวิวนอกหน้าต่างรถอยู่อย่างนั้น

เมื่อลงมาจากรถ เสิ่นเจ๋อก็ระเบิดอารมณ์ขึ้นทันที เขาลากเย่ชิงซีไปถามในสวนทันที

“ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าคุณจะทำลายการผ่าตัดนั่น ทำไมคุณถึงไม่ทำตาม” เสิ่นเจ๋อตะคอกขึ้นด้วยความโกรธ

การผ่าตัดสำเร็จแล้ว เย่ชิงซีขี้เกียจจะแสร้งเล่นละครกับเสิ่นเจ๋อต่อ เธอสะบัดมือของเขาออกอย่างไม่เกรงใจ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เคารพกันหน่อย ตอนนี้ฉันเป็นพี่สะใภ้ของคุณนะ”

เสิ่นเจ๋อหัวเราะขึ้นด้วยความโกรธ และเตะไปที่ต้นไม้เหมือนกับระบายความโกรธ “พี่สะใภ้งั้นเหรอ เเม่งเอ๊ย หลอกกูเหรอ”

เย่ชิงซีตกใจมาก หันหลังกลับอยากจะเดินออกไป แต่กลับถูกเสิ่นเจ๋อจับข้อมือไว้อีกครั้ง

“ฉันให้เธอไปได้เเล้วเหรอ ยังพูดกันไม่เคลียร์เลย เธอคิดจะไปไหน” สีหน้าของเสิ่นเจ๋อถมึงทึงน่าหวาดกลัว หางตาแดงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธ

เย่ชิงซีไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขา เธอกัดฟันแล้วจ้องหน้าเขา “ปล่อย”

เสิ่นเจ๋อทำเสียงฮึดฮัดด้วยความโกรธ แล้วค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ ๆ เย่ชิงซี พลางข่มขู่ออกมาว่า “นังสารเลว เธอคงคิดว่าเกาะเสิ่นเซียวเหยาได้ แล้วคิดจะสลัดฉันงั้นสิ ฉันจะบอกเธอให้นะ ไม่มีทาง เด็กจะติดไหมก็ไม่แน่ ต่อให้ติด เสิ่นเซียวเหยาก็อยู่ได้อีกไม่นาน ปกป้องเธอกับลูกไม่ได้หรอก”

“แล้วยังไง ตอนนี้เสิ่นเซียวเหยาก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ?” เย่ชิงซีพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “ต่อให้เขาตาย ฉันก็ยังเป็นพี่สะใภ้ของคุณ เป็นนายหญิงใหญ่ของตระกูลเสิ่นอย่างชอบธรรม!”

เสิ่นเจ๋อถูกคำพูดของเธอยั่วจนโมโห เขาคิดจะลงมือกับเธอ

โชคดีที่ในตอนนี้ มีคนรับใช้วิ่งออกมาจากบ้านพอดี และเมื่อเห็นเย่ชิงซีจากไกล ๆ ก็แสดงความดีใจออกมา ตะโกนเรียกเสียงดังขึ้นว่า “นายหญิงใหญ่คะ! คุณชายใหญ่ฟื้นแล้วค่ะ ต้องการพบคุณค่ะ!”

ตอน 3

เสิ่นเซียวเหยาตื่นแล้ว

เรื่องที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้เย่ชิงซีและเสิ่นเจ๋อตกใจเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสิ่นเจ๋อ หน้าตาเขาดูแย่มาก มือที่เขาจับแขนเย่ชิงซีเอาไว้อย่างแรงยิ่งออกแรงมากขึ้น "คุณโกหกผมเหรอ? ผมไม่ได้ตาฝาดแน่ ๆ เมื่อคืนนี้เสิ่นเซียวเหยาตื่นแล้วใช่ไหม! ผมถึงรู้ว่าทำไมวันนี้คุณทำตัวแปลก ๆ !"

เย่ชิงซีไม่ได้อธิบายอะไร เธอหัวเราะเยาะเย้ยและปัดมือของเสิ่นเจ๋อออก จากนั้นก็เดินตามคนรับใช้ไป

เสิ่นเจ๋อโกรธมากจนแทบจะเป็นบ้า แต่กลับไม่กล้าที่จะตามไปด้วย เขาทำได้เพียงแค่มองไปที่แผ่นหลังของเย่ชิงซีที่ค่อย ๆ ไกลห่างออกไปพลางกำมือแน่น จากนั้นก็หันกลับมาเตะกระถางดอกไม้ที่อยู่ข้าง ๆ

บ้านตระกูลเสิ่นใหญ่มาก อีกทั้งยังมีสีสันสดใส แค่เดินตรงระเบียงทางเดินที่ทอดยาวนี้ก็กินเวลาไปหลายนาทีมากแล้ว เสิ่นเซียวเหยาอาศัยอยู่ในวิลล่าเดี่ยวเล็ก ๆ หลังสวน สภาพแวดล้อมเงียบสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ มีต้นไผ่สีเขียวมากมายปลูกอยู่รอบ ๆ เหมาะมากสำหรับการพักฟื้นร่างกาย

แต่เย่ชิงซีกลับไม่มีอารมณ์ที่จะมาชื่นชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเหล่านี้หรอก หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ตอนนี้หัวสมองของเธอกำลังว้าวุ่นมาก

เธอไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนเสิ่นเซียวเหยาตื่นขึ้นมาจริงรึเปล่า แล้วก็ไม่มั่นใจมาก ๆ ด้วยว่าเขาได้ยินบทสนทนาของเธอกับเสิ่นเจ๋อไหม

ถ้าหากได้ยินขึ้นมา......

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าเล็ก ๆ ของเย่ชิงซีก็ซีดเผือดลงทันที เธอยิ่งคิดวนไปวนมาครั้งแล้วครั้งเล่าเข้าไปใหญ่

สามีในนามของเธอคนนี้ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย ๆ นัก มีข่าวลือว่าวิธีการของเสิ่นเซียวเหยานั้นโหดเหี้ยมมาก ไม่ว่าจะคนสายขาวหรือสายดำต่างก็ต้องให้ความเคารพเขา คนที่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจมักจะไม่มีจุดจบที่ดีเสมอ

"นายหญิงใหญ่ ถึงแล้วค่ะ" เสียงของคนรับใช้เรียกติของเย่ชิงซีกลับมา

มีประตูเหล็กแกะสลักสีขาวอยู่ตรงหน้าเธอ เธอหายใจเข้าลึก ๆ ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในวิลล่าหลังเล็กนั้น แล้วก็บังเอิญไปเจอกับเสิ่นชางป๋อที่กลับมาอย่างรีบร้อน

เย่ชิงซีก้มหน้าลงเรียกเขา เสิ่นชางป๋อแค่ตอบรับกลับมาอย่างเย็นชาคำหนึ่ง แล้วทั้งสองคนก็เข้าไปในห้องของเสิ่นเซียวเหยาด้วยกัน

ข้างเตียงขนาดใหญ่ กลุ่มแพทย์กำลังล้อมรอบเสิ่นเซียวเหยาอยู่

หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจ แพทย์ก็ถอนหายใจ "แม้ว่าคุณชายใหญ่ฟื้นแล้ว แต่โรคยังไม่หายเด็ดขาด โดยเฉพาะที่ขาทั้งสองข้างที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ในอนาคตเขาอาจจะไม่สามารถเดินได้เหมือนคนปกติอีก ต้องคงใช้เวลานานในการฟื้นตัวนานมาก ๆ เลยล่ะครับ"

"คุณหมายถึงเขาพิการงั้นเหรอ?" เสิ่นชางป๋อถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

เย่ชิงซีขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าใบหน้าของเสิ่นชางป๋อจะดูผ่อนคลายมากขึ้น

"ใช่ครับ" คุณหมอถอนหายใจออกมาด้วยความเสียใจ

"ผมเข้าใจแล้ว พวกคุณออกไปกันก่อนเถอะ" เสิ่นชางป๋อโบกมือให้หมอออกไปก่อน ตอนที่เขาหันหน้ามาหาเสิ่นเซียวเหยา เขาก็เผยรอยยิ้มที่สดใสหาดูได้ยากออกมา "ตอนนี้นายต้องพักผ่อนเยอะ ๆ นะ อย่าคิดอะไรมาก ฉันจะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาขาของนายเอง ส่วนเรื่องอื่น ๆ นายก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว"

หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็เรียกเย่ชิงซีไปที่ข้างเตียงอีกครั้ง "ต่อจากนี้ไปคงต้องรบกวนเธอดูแลเซียวเหยาด้วย"

เขาพูดมาแบบนี้ ทำเอาเย่ชิงซีเกือบจะคิดว่าเธอเป็นพยาบาลอยู่แล้วล่ะ

เสิ่นเซียวเหยาเอนตัวครึ่งบนพิงไปกับหัวเตียง หน้าตาของเขาดูเย็นชาและไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไรอยู่ ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาดูเยือกเย็นราวกับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง หากเธอมองนานกว่านี้อีกหน่อยอาจจะทำให้หัวใจสั่นสะท้านได้ ราวกับว่าเขาไม่แยแสอะไรทั้งนั้น

จนถึงตอนนี้ เขามองมาที่เธออย่างเย็นชา ดวงตาที่เฉียบคมของเขามองผ่านเย่ชิงซีไปอย่างเฉยเมย แล้วก็ตรงไปที่เสิ่นชางป๋อแทน "เธอเป็นใคร?"

คำถามสั้น ๆ ประโยคนี้ทำให้เย่ชิงซีรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที เธอไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเสิ่นเซียวเหยาอย่างไร

แล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะแนะนำตัวเองอย่างไรดี

เสิ่นเซียวเหยาสามารถยกเลิกการแต่งงานที่มาจากข้อตกลงนี้ได้ในทุกเมื่อ

แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นแผนการแก้แค้นของเย่ชิงซีก็จะพังไม่เป็นท่า

"เธอเป็นภรรยาของนายน่ะ ชื่อเย่ชิงซี"

เสิ่นชางป๋อที่อยู่ข้าง ๆ ตอบสนองขึ้นมาก่อน จึงตอบคำถามเขากลับไป

สีหน้าของเสิ่นเซียวเหยาแย่กว่าเดิมมาก เขาพูดขึ้นมาอย่างเย้ยหยันว่า "ทำไมผมถึงจำไม่ได้เลยล่ะว่าผมมีภรรยาด้วย พ่อไปเอาคนหลอกลวงมาจากที่ไหนเหรอ"

"ฉันจัดการให้นายเอง คนนอกต่างก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว"

แต่เสิ่นเซียวเหยากลับไม่เชื่อฟัง "ถ้าอย่างนั้นก็หย่าซะ! ไม่ใช่ทุกคนที่จะมาเป็นภรรยาของผมได้ ถ้าพ่ออยากให้มีคนมาคอยดูแลผม ทำไมไม่จ้างพยาบาลโดยตรงเลยล่ะ"

จู่ ๆ บรรยากาศก็อึมครึมขึ้นมา รวมไปถึงใบหน้าของเสิ่นชางป๋อด้วย ใบหน้าของเขากระตุก ราวกับว่าเขาพยายามข่มความโกรธเอาไว้อยู่อย่างนั้น "เรื่องหย่าเป็นไปไม่ได้หรอก"

เสิ่นเซียวเหยาหัวเราะแบบเย้ยหยันขึ้นมา แล้วก็พูดจาดูถูกเหยียดหยามขึ้นมาว่า "เสิ่นชางป๋อ คุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนผมไม่ทราบ?"

ต่อให้เย่ชิงซีตาบอด เธอยังมองออกเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกคู่นี้ดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

เธอยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความอึดอัด รู้สึกว่าเธอเป็นส่วนเกินอย่างมาก

เสิ่นชางป๋อโกรธจนตัวสั่นไปหมด เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมขึ้นมาเบา ๆ ว่า "เรื่องนี้มันถูกกำหนดไว้แล้ว เย่ชิงซีเพิ่งทำการผ่าตัดทำกิ๊ฟท์เสร็จ เธออาจจะตั้งท้องลูกของนายอยู่"

เมื่อเสิ่นเซียวเหยาได้ยินเช่นนี้ เขาก็หันหน้ามามองไปที่เย่ชิงซีทันที ราวกับกำลังตรวจสอบสินค้าชิ้นหนึ่งอยู่อย่างไรอย่างนั้น

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แล้วก็ถามเย่ชิงซีอย่างไม่สนใจใยดีว่า "การทำแท้งด้วยคนกับการทำแท้งด้วยยา ชอบอันไหนกันเหรอ?"

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED