ตอน 1

“คุณเย่ เซ็นชื่อเถอะครับ” ทนายความกล่าวพร้อมกับยื่นหนังสือยินยอมสำหรับการผ่าตัดทำกิ๊ฟท์ไปตรงหน้าเย่ชิงซี

เย่ชิงซีนั่งอยู่บนโซฟา เธอกำปากกาในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เวลาที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดคือวันพรุ่งนี้ อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันแต่งงานของเธออีกด้วย

คนที่ออกสเปิร์มให้คือเสิ่นเซียวเหยา ลูกชายคนโตของตระกูลเสิ่น ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวของงานแต่งงานที่เลิศหรูอลังการแห่งศตวรรษครั้งนี้

แต่น่าเสียดายที่เจ้าบ่าวดันมาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน จึงทำให้เขาต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เขาจึงไม่สามารถมาร่วมงานแต่งงานของวันนี้ได้ด้วย

มีข่าวลือว่า ดวงของเสิ่นเซียวเหยากำลังจะถึงฆาต คาดว่าเขาคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน

ตระกูลเสิ่นเป็นตระกูลที่ร่ำรวยและมีอำนาจมาเป็นเวลายาวนาน พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องทายาทและการสืบทอดความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จึงเป็นสาเหตุที่เสิ่นชางป๋อต้องรีบจัดงานแต่งงานให้กับลูกชายของเขา ก่อนที่เสิ่นเซียวเหยาจะตาย เขาต้องรีบใช้สเปิร์มที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนให้ได้

เย่ชิงซีอ่านข้อตกลงที่อยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ขาวกระจ่างใสของเธอตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาอันสดใสคู่นั้น ฉายแววความตื่นตระหนกอย่างยากที่จะสังเกตได้ขึ้นมา

“ขอโทษนะคะ พอดีฉันต้องอ่านให้ละเอียดก่อน คุณออกไปก่อนได้ไหมคะ?”

ทนายเงียบไปหลายวินาที หลังจากนั้นก็พยักหน้าและลุกขึ้นเดินออกจากห้องเตรียมการแต่งงานไป

หลังจากที่เขาออกไปแล้ว เย่ชิงซีก็รีบวางสัญญาลง แล้วก็โทรหาแฟนของเธอด้วยความตื่นตระหนก

ใช่ เธอมีแฟนแล้ว แต่ไม่มีใครรู้

แล้วที่มันบังเอิญก็คือ แฟนคนนี้ยังเป็นลูกชายคนที่สองของตระกูลเสิ่นอีกด้วย เขาชื่อเสิ่นเจ๋อ เป็นน้องชายต่างแม่ของเสิ่นเซียวเหยา

ส่วนการงานแต่งงานครั้งนี้ จริง ๆ แล้วเป็นแผนที่ชั่วร้ายของเสิ่นเจ๋อ

หนึ่งเดือนที่แล้ว พ่อของเย่ชิงซีเสียชีวิตเนื่องจากอาการป่วย ส่วนหลินเซี่ยะ แม่เลี้ยงของเธอก็ได้ฉวยโอกาสตอนนี้ในการยึดทรัพย์สินของครอบครัวไป แล้วก็ขับไล่เย่ชิงซีออกจากบ้าน แถมยังยึดข้าวของของแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอไปอีกด้วย

เย่ชิงซีถูกบังคับให้จนมุมชีวิตไม่มีทางออก บังเอิญว่าเสิ่นเจ๋อแฟนของเธอมาหาเธอที่บ้านในเวลานี้พอดี เขาแนะนำให้เย่ชิงซีแกล้งทำเป็นแต่งงานกับเสิ่นเซียวเหยา แล้วก็หาโอกาสทำลายการผ่าตัดทำกิ๊ฟท์นั้นซะ ด้วยวิธีนี้ รอถึงเวลาที่เสิ่นเซียวเหยาตายไป เสิ่นเจ๋อก็จะได้เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่นเท่านั้นแล้ว

เสิ่นเจ๋อสัญญากับเย่ชิงซีว่าจะแต่งงานกับเธอในเมื่อเรื่องต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงแล้ว แล้วก็จะช่วยเธอเอาของที่ระลึดของแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกลับคืนมาให้ได้ด้วย

ภายใต้การเข้ามายั่วยุในทุกวิถีทางของเสิ่นเจ๋อ เย่ชิงซีจึงใจอ่อนตอบตกลงไป แต่เมื่อเรื่องกำลังจะมาถึงนั้น เธอกลับลังเลใจแล้ว เธอพบว่า เธอไม่สามารถทำเรื่องแบบนี้ลงได้

เป็นเพราะโทรไม่ติด เย่ชิงซีจึงเริ่มวิตกกังวลขึ้นมา เธอเดินไปเดินมาในห้อง แล้วสุดท้ายก็เลือกที่จะแอบย่องออกไปตามหาเสิ่นเจ๋อ

เย่ชิงซีกังวลใจเป็นอย่างมาก กลัวว่าจะถูกคนอื่นจับได้ เธอไม่กล้าแม้แต่จะขึ้นลิฟต์ ดังนั้นเธอจึงถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วเดินลงบันไดแทน

เมื่อผ่านห้องรับรองห้องสุดท้ายที่อยู่ปลายสุดของทางเดิน ฝีเท้าของเย่ชิงซีก็หยุดชะงักไปอย่างกะทันหัน

เป็นเพราะประตูห้องรับรองไม่ได้ปิดสนิท เสียงหัวเราะอันแสนหวานที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากช่องของประตู

“เสิ่นเจ๋อ อยู่กับฉันต่ออีกหน่อยเถอะนะ ยังไงตอนนี้เย่ชิงซีก็ไม่มีเวลามาหาคุณหรอก”

หัวใจของเย่ชิงซีบีบรัดแน่นทันที เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างเบา ๆ แล้วก็มองผ่านช่องเล็กของประตูนั้นเข้าไป

เธอเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่สวมเสื้อผ้าวับ ๆ แวม ๆ กำลังนั่งอยู่ด้วยกันบนโซฟาในท่าทางที่ชวนคิดไปไกล ผู้หญิงที่นอนซบอยู่ด้านบนคือเย่หว่านหว่าน น้องสาวคนละแม่ของเธอ ส่วนผู้ชายที่อยู่ข้างล่างตัวเธอ ก็คือเสิ่นเจ๋อ แฟนหนุ่มที่เย่ชิงซีกำลังตามหาด้วยความยากลำบากอยู่นั่นเอง

“ผมกลัวว่าเธอจะกลับใจและหนีไปจากการแต่งงานน่ะสิ หากไม่ได้ไปจับตาดูเธอผมคงไม่สบายใจ” น้ำเสียงของเสิ่นเจ๋อดูรำคาญใจมาก เขาผลักตัวเย่หว่านหว่านออก พยายามจะลุกขึ้น

แต่เย่หว่านหว่านกลับไม่ยอม เธอก้มหน้าลงไปจูบเสิ่นเจ๋ออย่างเร่าร้อนก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ไม่มีทางหรอก เธอเชื่อฟังคุณจะตาย อีกอย่าง ของที่ระลึกของแม่เธอก็ยังอยู่ในมือของพวกเราด้วย เธอจะกล้าได้ยังไงล่ะ”

“ก็จริง” เสิ่นเจ๋อพลิกตัวและกดเย่หว่านหว่านไว้ใต้ตัวเขา จากนั้นก็จูบเธออย่างเร่าร้อนดูดดื่มอย่างทนไม่ไหวอีกแล้ว “ขอบคุณคุณมากเลยนะ ที่รัก ถ้าแผนการทุกอย่างเสร็จสิ้นลงเมื่อไหร่ ผมจะสลัดผู้หญิงร่านที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วคนนั้นทิ้งไปทันทีเลย ผมต้องการแค่คุณคนเดียวเท่านั้น……”

ฉากหลังจากนั้นเธอไม่สามารถที่จะทนดูได้อีกแล้ว ในห้องเหลือแต่เสียงหอบหายใจที่ฟังดูคลุมเครือของชายหญิงทั้งคู่นั้น

เย่ชิงซีไม่สามารถที่จะฝืนทรงตัวเอาไว้ได้ จึงเซไปข้างหลังสองก้าว

ที่แท้เสิ่นเจ๋อก็ทรยศเธอมานานแล้ว! ความรักที่เขาพูดออกมานั้น มันก็แค่คำโกหกที่เอาไว้หลอกใช้เธอเท่านั้นแหละ! น้ำตาของเธอไหลออกมาจากเบ้าตา ความจริงอันโหดร้ายนี้ทำให้เย่ชิงซีถึงกับหายใจไม่ออก

เธอบีบชายกระโปรงแน่น พอได้ยินเสียงที่ดังมาจากในห้อง เธอก็เคียดแค้นจนกัดฟันแน่นกรอด

ในเมื่อพวกเขาต้องการยึดครองตระกูลเสิ่น งั้นเธอก็จะทำให้พวกเขาต้องไม่สมปรารถนาอย่างแน่!

เย่ชิงซีเช็ดน้ำตาจนแห้ง สวมรองเท้าส้นสูง แล้วก็เดินกลับไปที่ห้องเตรียมงานแต่งงานทีละก้าว จากนั้นก็ลงนามในข้อตกลงโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

เธอต้องการที่จะเป็นนายหญิงใหญ่ของตระกูลเสิ่นตัวจริง แล้วก็จะคอยเฝ้าดูชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นต้องตกนรกทั้งเป็นด้วยตาของเธอเอง!

-

ในตอนกลางคืน ที่คฤหาสน์ของตระกูลเสิ่น โคมไฟเปิดสว่างไสว

ทันทีที่งานแต่งงานจบลงไปแล้ว เย่ชิงซีก็ถูกส่งตัวมาที่นี่ โดยมีผู้ดูแลบ้านที่เป็นคนพาเธอมาที่ห้องของเสิ่นเซียวเหยา

นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ชิงซีได้เห็นสามีของตัวเอง

จากที่เธอฟังมาจากปากของเสิ่นเจ๋อ เสิ่นเซียวเหยาเป็นคนที่มักจะอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอ นิสัยวิปริต โหดเหี้ยมไร้ความปรานีกับผู้อื่น แม้ว่าจะกับญาติสนิทเขาก็ยังไม่แยแสใครทั้งนั้น เรียกได้ว่าคำคุณศัพท์ที่แย่ที่สุดล้วนถูกเสิ่นเจ๋อเอามาใช้บรรยายถึงเสิ่นเซียวเหยาทั้งหมดแล้ว รวมไปถึงคำว่าอัปลักษณ์ด้วย

เย่ชิงซีเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง เธอจึงเตรียมใจที่จะต้องมาเผชิญหน้ากับสามีที่อัปลักษณ์คนนี้ไว้มานานแล้ว แต่เธอกลับไม่คาดคิดเลยว่า ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอจะหล่อเหลามากขนาดนี้ แม้ว่าเขาจะยังป่วยอยู่ แต่ก็ไม่สามารถปกปิดออร่าอันสูงส่งที่มีมาโดยกำเนิดของเขาได้เลย

เธอยืนอยู่ข้างเตียงด้วยความงุนงง มองดูใบหน้าที่คมคายราวกับมีดของเสิ่นเซียวเหยา ทำให้เธอเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที

สรุป ที่เสิ่นเจ๋อพูดเป็นเรื่องโกหกทั้งหมดงั้นเหรอ ?

ทันใดนั้น ประตูได้ถูกผลักเปิดออกอย่างรุนแรง เสิ่นเจ๋อที่ดื่มเหล้าเมาเดินโซเซเข้ามาพร้อมกับขวดไวน์ เขาพูดเสียงดังอย่างไม่มีความละอายใจใด ๆ ทั้งนั้น ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยว่าเสิ่นเซียวเหยาที่นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่นี้จะตื่นขึ้นมา

“ซีซี ผมต้องขอโทษด้วยนะ พอดีวันนี้ผมงานยุ่งมากเลย ก็เลยไม่รับสายคุณ จนเมินคุณไปเลย”

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาฉีกหน้ากากเขา เย่ชิงซีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทนต่อความน่ารังเกียจและความเย่อหยิ่งของเสิ่นเจ๋อไปก่อน “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย”

เสิ่นเจ๋อยกมือขึ้นมาเพื่อจิบไวน์อึกหนึ่ง แล้วก็พูดด้วยยิ้มที่มั่นใจมากว่า “ผมรู้อยู่แล้วแหละ คุณรักผมมากขนาดนี้ ยังไงคุณก็ต้องเข้าใจผมอยู่แล้ว”

เย่ชิงซีกำหมัดแน่น เธอทนจนเส้นเลือดขมับโปนขึ้นมาแล้ว “นี่ก็ดึกมากแล้ว มีเรื่องอะไรไว้เราค่อยคุยกันพรุ่งนี้ดีกว่านะคะ.......”

หลังจากเธอพูดจบ เสิ่นเจ๋อก็ไปล็อคประตู ปิดไฟ แล้วก็เดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว

เย่ชิงซีก้าวถอยหลังไปอย่างระมัดระวัง “เสิ่นเจ๋อ คุณจะทำอะไรน่ะ?”

“คืนวันแต่งงานที่มีค่าแบบนี้ อย่าทำให้เสียเปล่าสิ” เสิ่นเจ๋อเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา แล้วก็รีบวิ่งปรี่เข้ามาทั้งที่เนื้อตัวมีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์เต็มไปหมด "ถ้าคุณตั้งท้องลูกของผม เขาก็สามารถสืบทอดตระกูลเสิ่นได้เหมือนกัน”

เขาไม่เห็นเสิ่นเซียวเหยาอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ ถึงขนาดกล้าคิดมาปล้ำพี่สะใภ้แบบต่อหน้าต่อตาเขาเช่นนี้ได้ยังไง!

“ปล่อยฉันนะ!” เย่ชิงซีถึงขั้นสุดจะทน และพยายามขัดขืนสุดชีวิต แล้วตอนที่พวกเขากำลังจะสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นี้ จู่ ๆ เธอก็พบว่าเสิ่นเจ๋อหยุดการเคลื่อนไหวไปซะเลย

เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง แล้วก็เห็นว่าเสิ่นเจ๋อกำลังมองข้างหลังเธอด้วยสีหน้าหวาดกลัว ราวกับเห็นผีเข้าอย่างไรอย่างนั้น

“พี่ พี่ใหญ่......”

ตอน 2

เสิ่นเจ๋อตกใจมากจนฉี่รดกางเกง เเล้ววิ่งหนีออกไป

หรือว่าเสิ่นเซียวเหยาจะฟื้นแล้ว?

เย่ชิงซีหันหน้ากลับไปมองทันที แต่ด้านหลังของเธอกลับเงียบสงบไม่มีอะไรเลย

เธอเปิดไฟด้วยความหวาดกลัว แล้วมองไปที่หัวเตียง เสิ่นเซียวเหยายังคงนอนหลับสนิทไร้ความรู้สึกอยู่เหมือนเดิม แม้แต่ลมหายใจของเขาก็ยังเงียบสงบอยู่อย่างนั้น

มีเพียงมือข้างหนึ่งที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม

เย่ชิงซีเอียงหน้ามองมือที่โผล่ออกมานั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บางทีน่าจะถูกเสิ่นเจ๋อเคลื่อนไหวโดนตอนที่กระชากลากถูกัน

“เสิ่นเซียวเหยา?” เย่ชิงซีลองเรียกชื่อเขา

ไม่มีการตอบสนอง

ดังนั้นเธอจึงเพิ่มระดับเสียงเรียกให้ดังมากขึ้น “นี่ เสิ่นเซียวเหยา?”

ยังคงไม่มีการตอบสนอง

เย่ชิงซีกลืนน้ำลาย ค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปที่ข้างเตียงเบา ๆ และเอามือของเสิ่นเซียวเหยาวางกลับเข้าไปในผ้าห่มอย่างระมัดระวัง อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบสนอง แม้จะตบหน้าเขาทีหนึ่ง คาดว่าเขาก็คงไม่ตื่น

ดังนั้นเมื่อครู่น่าจะเป็นเพราะเสิ่นเจ๋อทำเรื่องไม่ดีแล้วหลอนไปเอง

เย่ชิงซีจับหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หางตาเหลือบไปเห็นขวดเหล้าที่เสิ่นเจ๋อทำตกทิ้งไว้ เธอรีบเอาไปโยนทิ้งแล้วล็อกประตูจากด้านใน

ห้องนอนก็เงียบสงบลงอย่างสิ้นเชิง เย่ชิงซียังคงใจเต้นตุบตับ ๆ อยู่ เนื่องจากลัวว่าคนที่นอนเป็นผักคนนี้จู่ ๆ จะลืมตาขึ้นมา เธอคอยนั่งจับตาอยู่ขอบเตียง แต่ไม่สามารถทนความเหนื่อยล้าได้ จากนั้นก็เอนตัวลงพิงหัวเตียงแล้วหลับใหลไปโดยไม่รู้ตัว

วันต่อมา

ขณะที่ตื่นขึ้น เย่ชิงซีเห็นว่าตัวเธอนอนฟุบอยู่ที่ขอบเตียงก็ตกใจ โชคดีที่เสิ่นเซียวเหยาที่อยู่บนเตียงยังคงนอนอยู่ในท่าเดิม แม้แต่เส้นผมก็ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่นิด ถึงตอนนี้เย่ชิงซีถึงได้โล่งอก

ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวเมื่อคืนนี้น่าจะเป็นแค่การเข้าใจผิดเท่านั้น

เย่ชิงซีเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แต่กลับเห็นที่ลำคอของเธอมีรอยแดงผ่านทางกระจก เหมือนกับถูกบีบคอ

คิดว่าน่าจะเป็นตอนที่กระชากลากถูกับเสิ่นเจ๋อเมื่อคืนแล้วทิ้งร่องรอยไว้มั้ง

คลื่นแห่งความขยะแขยงก่อตัวขึ้นในใจของเธอ

เย่ชิงซีวางแปรงสีฟันลงอย่างงัวเงีย จากนั้นก็เดินไปที่ห้องนอน เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตคอสูงมาสวมปกปิดลำคอไว้

หลังจากจัดการเรียบร้อย เย่ชิงซีก็ลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ชั้นล่าง

ทันทีที่เธอมาถึงทางขึ้นบันไดก็ถูกเสิ่นเจ๋อลากเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ที่กั้นเอาไว้

“ไอ้เศษสวะนั่นฟื้นแล้วเหรอ” เสิ่นเจ๋อกลัวว่าจะถูกคนอื่นได้ยินเข้า เขาจึงเข้ามาพูดใกล้ ๆ เธอ

เย่ชิงซีถอยหลังออกไปสองสามก้าวอย่างไม่ชอบใจ แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ว่า “ยังไม่ฟื้น”

“งั้นก็ดี เหมือนว่าเมื่อคืนผมจะเมามากไป จู่ ๆ ก็มองเห็นไอ้เศษสวะนั่นลืมตาขึ้นมาจ้องมองผม” เสิ่นเจ๋อถอนหายใจด้วยความโล่งอก และใบหน้าที่เคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลง เปลี่ยนมาเป็นใบหน้าอ่อนโยน สดใส เหมือนปกติ

เย่ชิงซีก้มหน้าลง ไม่พูดอะไร กลัวว่าเสิ่นเจ๋อจะสังเกตเห็นความเกลียดชังในดวงตาของเธอ

เสิ่นเจ๋อคิดว่าเย่ชิงซีไม่พอใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาพูดขอโทษเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นว่า “ผมขอโทษ เมื่อคืนผมดื่มมากไปหน่อย ผมเลยทำอะไรบุ่มบ่ามไป”

เย่ชิงซีพยายามระงับอารมณ์ที่ปั่นป่วนในใจ เธอก็ยังพูดขึ้นอย่างอดทนว่า “ไม่เป็นไร”

จากนั้น เธอก็หาข้ออ้างสลัดตัวเธอออกจากเสิ่นเจ๋อ แล้วเดินออกไปจากห้องเล็ก ๆ ที่กั้นเอาไว้

ในห้องอาหาร เสิ่นชางป๋อนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ สีหน้าของเขาจริงจัง เคร่งขรึม เมื่อเห็นเย่ชิงซีก็พยักหน้าเล็กน้อย ท่าทางดูเย็นชามาก

ในทางตรงกันข้าม เจียงเหม่ยเยี่ยนแม่เลี้ยงของเสิ่นเซียวเหยากลับดูใจดี อบอุ่นกับเย่ชิงซีมาก เธอคือแม่แท้ ๆ ของเสิ่นเจ๋อ และน่าจะเป็นคนที่รู้แผนการของเสิ่นเจ๋อด้วย ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่เอาอกเอาใจเย่ชิงซีขนาดนี้

อาหารมื้อนี้ เย่ชิงซีทานแล้วรู้สึกอึดอัดมาก เธออยากจะหนีไป

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เย่ชิงซีก็ถูกเสิ่นชางป๋อพาไปผ่าตัดทำกิ๊ฟท์ที่โรงพยาบาลเอกชนของตระกูลเสิ่น และเสิ่นเจ๋อก็ติดตามไปด้วย

ก่อนที่จะเข้าไปในห้องผ่าตัด เสิ่นเจ๋อไม่วางใจ คอยแอบส่งสายตาให้กับเย่ชิงซีตลอดเวลา

เย่ชิงซีรู้ว่า เสิ่นเจ๋อกำลังเตือนให้เธออย่าลืมแผนการของพวกเขา

เธอมีรอยยิ้มอ่อน ๆ ปรากฏขึ้น บอกให้เขาวางใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยสีหน้าเย็นชา

แม้ว่าตอนนี้เธอจะกลัวมาก แต่เย่ชิงซีก็ยังกัดฟันเดินเข้าไป เพื่อแก้แค้น เพื่อทวงคืนสิ่งที่เป็นของเธอกลับคืนมา!

หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยเเล้ว เย่ชิงซีก็เดินออกมาด้วยสีหน้าซีดเซียว หมอถอดหน้ากากออก และรายงานผลการผ่าตัดกับเสิ่นชางป๋อว่า “การผ่าตัดเรียบร้อยดีครับ แต่ต้องรอให้ครบหนึ่งเดือนแล้วค่อยกลับมาตรวจอีกครั้งว่าตั้งครรภ์หรือไม่”

เมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของเสิ่นเจ๋อที่อยู่ข้าง ๆ ก็มืดมนลงทันที

ในทางกลับกัน เสิ่นชางป๋อที่มีสีหน้าเคร่งขรึมกลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจมาก สายตาที่เขามองเย่ชิงซีในที่สุดก็มีความอ่อนโยนไม่น้อย จากนั้นก็ให้คนขับรถไปส่งเย่ชิงซีกับเสิ่นเจ๋อกลับไปที่บ้านตระกูลเสิ่น

ตลอดทาง เสิ่นเจ๋อมีสีหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดอะไรสักคำ

เย่ชิงซีขี้เกียจจะสนใจเขา เหม่อลอยมองวิวนอกหน้าต่างรถอยู่อย่างนั้น

เมื่อลงมาจากรถ เสิ่นเจ๋อก็ระเบิดอารมณ์ขึ้นทันที เขาลากเย่ชิงซีไปถามในสวนทันที

“ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าคุณจะทำลายการผ่าตัดนั่น ทำไมคุณถึงไม่ทำตาม” เสิ่นเจ๋อตะคอกขึ้นด้วยความโกรธ

การผ่าตัดสำเร็จแล้ว เย่ชิงซีขี้เกียจจะแสร้งเล่นละครกับเสิ่นเจ๋อต่อ เธอสะบัดมือของเขาออกอย่างไม่เกรงใจ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เคารพกันหน่อย ตอนนี้ฉันเป็นพี่สะใภ้ของคุณนะ”

เสิ่นเจ๋อหัวเราะขึ้นด้วยความโกรธ และเตะไปที่ต้นไม้เหมือนกับระบายความโกรธ “พี่สะใภ้งั้นเหรอ เเม่งเอ๊ย หลอกกูเหรอ”

เย่ชิงซีตกใจมาก หันหลังกลับอยากจะเดินออกไป แต่กลับถูกเสิ่นเจ๋อจับข้อมือไว้อีกครั้ง

“ฉันให้เธอไปได้เเล้วเหรอ ยังพูดกันไม่เคลียร์เลย เธอคิดจะไปไหน” สีหน้าของเสิ่นเจ๋อถมึงทึงน่าหวาดกลัว หางตาแดงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธ

เย่ชิงซีไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขา เธอกัดฟันแล้วจ้องหน้าเขา “ปล่อย”

เสิ่นเจ๋อทำเสียงฮึดฮัดด้วยความโกรธ แล้วค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ ๆ เย่ชิงซี พลางข่มขู่ออกมาว่า “นังสารเลว เธอคงคิดว่าเกาะเสิ่นเซียวเหยาได้ แล้วคิดจะสลัดฉันงั้นสิ ฉันจะบอกเธอให้นะ ไม่มีทาง เด็กจะติดไหมก็ไม่แน่ ต่อให้ติด เสิ่นเซียวเหยาก็อยู่ได้อีกไม่นาน ปกป้องเธอกับลูกไม่ได้หรอก”

“แล้วยังไง ตอนนี้เสิ่นเซียวเหยาก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ?” เย่ชิงซีพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “ต่อให้เขาตาย ฉันก็ยังเป็นพี่สะใภ้ของคุณ เป็นนายหญิงใหญ่ของตระกูลเสิ่นอย่างชอบธรรม!”

เสิ่นเจ๋อถูกคำพูดของเธอยั่วจนโมโห เขาคิดจะลงมือกับเธอ

โชคดีที่ในตอนนี้ มีคนรับใช้วิ่งออกมาจากบ้านพอดี และเมื่อเห็นเย่ชิงซีจากไกล ๆ ก็แสดงความดีใจออกมา ตะโกนเรียกเสียงดังขึ้นว่า “นายหญิงใหญ่คะ! คุณชายใหญ่ฟื้นแล้วค่ะ ต้องการพบคุณค่ะ!”

ตอน 3

เสิ่นเซียวเหยาตื่นแล้ว

เรื่องที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้เย่ชิงซีและเสิ่นเจ๋อตกใจเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเสิ่นเจ๋อ หน้าตาเขาดูแย่มาก มือที่เขาจับแขนเย่ชิงซีเอาไว้อย่างแรงยิ่งออกแรงมากขึ้น "คุณโกหกผมเหรอ? ผมไม่ได้ตาฝาดแน่ ๆ เมื่อคืนนี้เสิ่นเซียวเหยาตื่นแล้วใช่ไหม! ผมถึงรู้ว่าทำไมวันนี้คุณทำตัวแปลก ๆ !"

เย่ชิงซีไม่ได้อธิบายอะไร เธอหัวเราะเยาะเย้ยและปัดมือของเสิ่นเจ๋อออก จากนั้นก็เดินตามคนรับใช้ไป

เสิ่นเจ๋อโกรธมากจนแทบจะเป็นบ้า แต่กลับไม่กล้าที่จะตามไปด้วย เขาทำได้เพียงแค่มองไปที่แผ่นหลังของเย่ชิงซีที่ค่อย ๆ ไกลห่างออกไปพลางกำมือแน่น จากนั้นก็หันกลับมาเตะกระถางดอกไม้ที่อยู่ข้าง ๆ

บ้านตระกูลเสิ่นใหญ่มาก อีกทั้งยังมีสีสันสดใส แค่เดินตรงระเบียงทางเดินที่ทอดยาวนี้ก็กินเวลาไปหลายนาทีมากแล้ว เสิ่นเซียวเหยาอาศัยอยู่ในวิลล่าเดี่ยวเล็ก ๆ หลังสวน สภาพแวดล้อมเงียบสงบ มีแสงสว่างเพียงพอ มีต้นไผ่สีเขียวมากมายปลูกอยู่รอบ ๆ เหมาะมากสำหรับการพักฟื้นร่างกาย

แต่เย่ชิงซีกลับไม่มีอารมณ์ที่จะมาชื่นชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเหล่านี้หรอก หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ตอนนี้หัวสมองของเธอกำลังว้าวุ่นมาก

เธอไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนเสิ่นเซียวเหยาตื่นขึ้นมาจริงรึเปล่า แล้วก็ไม่มั่นใจมาก ๆ ด้วยว่าเขาได้ยินบทสนทนาของเธอกับเสิ่นเจ๋อไหม

ถ้าหากได้ยินขึ้นมา......

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าเล็ก ๆ ของเย่ชิงซีก็ซีดเผือดลงทันที เธอยิ่งคิดวนไปวนมาครั้งแล้วครั้งเล่าเข้าไปใหญ่

สามีในนามของเธอคนนี้ไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่าย ๆ นัก มีข่าวลือว่าวิธีการของเสิ่นเซียวเหยานั้นโหดเหี้ยมมาก ไม่ว่าจะคนสายขาวหรือสายดำต่างก็ต้องให้ความเคารพเขา คนที่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจมักจะไม่มีจุดจบที่ดีเสมอ

"นายหญิงใหญ่ ถึงแล้วค่ะ" เสียงของคนรับใช้เรียกติของเย่ชิงซีกลับมา

มีประตูเหล็กแกะสลักสีขาวอยู่ตรงหน้าเธอ เธอหายใจเข้าลึก ๆ ค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในวิลล่าหลังเล็กนั้น แล้วก็บังเอิญไปเจอกับเสิ่นชางป๋อที่กลับมาอย่างรีบร้อน

เย่ชิงซีก้มหน้าลงเรียกเขา เสิ่นชางป๋อแค่ตอบรับกลับมาอย่างเย็นชาคำหนึ่ง แล้วทั้งสองคนก็เข้าไปในห้องของเสิ่นเซียวเหยาด้วยกัน

ข้างเตียงขนาดใหญ่ กลุ่มแพทย์กำลังล้อมรอบเสิ่นเซียวเหยาอยู่

หลังจากเสร็จสิ้นการตรวจ แพทย์ก็ถอนหายใจ "แม้ว่าคุณชายใหญ่ฟื้นแล้ว แต่โรคยังไม่หายเด็ดขาด โดยเฉพาะที่ขาทั้งสองข้างที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ในอนาคตเขาอาจจะไม่สามารถเดินได้เหมือนคนปกติอีก ต้องคงใช้เวลานานในการฟื้นตัวนานมาก ๆ เลยล่ะครับ"

"คุณหมายถึงเขาพิการงั้นเหรอ?" เสิ่นชางป๋อถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

เย่ชิงซีขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าใบหน้าของเสิ่นชางป๋อจะดูผ่อนคลายมากขึ้น

"ใช่ครับ" คุณหมอถอนหายใจออกมาด้วยความเสียใจ

"ผมเข้าใจแล้ว พวกคุณออกไปกันก่อนเถอะ" เสิ่นชางป๋อโบกมือให้หมอออกไปก่อน ตอนที่เขาหันหน้ามาหาเสิ่นเซียวเหยา เขาก็เผยรอยยิ้มที่สดใสหาดูได้ยากออกมา "ตอนนี้นายต้องพักผ่อนเยอะ ๆ นะ อย่าคิดอะไรมาก ฉันจะหาหมอที่ดีที่สุดมารักษาขาของนายเอง ส่วนเรื่องอื่น ๆ นายก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว"

หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็เรียกเย่ชิงซีไปที่ข้างเตียงอีกครั้ง "ต่อจากนี้ไปคงต้องรบกวนเธอดูแลเซียวเหยาด้วย"

เขาพูดมาแบบนี้ ทำเอาเย่ชิงซีเกือบจะคิดว่าเธอเป็นพยาบาลอยู่แล้วล่ะ

เสิ่นเซียวเหยาเอนตัวครึ่งบนพิงไปกับหัวเตียง หน้าตาของเขาดูเย็นชาและไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ดูไม่ออกเลยว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไรอยู่ ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาดูเยือกเย็นราวกับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง หากเธอมองนานกว่านี้อีกหน่อยอาจจะทำให้หัวใจสั่นสะท้านได้ ราวกับว่าเขาไม่แยแสอะไรทั้งนั้น

จนถึงตอนนี้ เขามองมาที่เธออย่างเย็นชา ดวงตาที่เฉียบคมของเขามองผ่านเย่ชิงซีไปอย่างเฉยเมย แล้วก็ตรงไปที่เสิ่นชางป๋อแทน "เธอเป็นใคร?"

คำถามสั้น ๆ ประโยคนี้ทำให้เย่ชิงซีรู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที เธอไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเสิ่นเซียวเหยาอย่างไร

แล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะแนะนำตัวเองอย่างไรดี

เสิ่นเซียวเหยาสามารถยกเลิกการแต่งงานที่มาจากข้อตกลงนี้ได้ในทุกเมื่อ

แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นแผนการแก้แค้นของเย่ชิงซีก็จะพังไม่เป็นท่า

"เธอเป็นภรรยาของนายน่ะ ชื่อเย่ชิงซี"

เสิ่นชางป๋อที่อยู่ข้าง ๆ ตอบสนองขึ้นมาก่อน จึงตอบคำถามเขากลับไป

สีหน้าของเสิ่นเซียวเหยาแย่กว่าเดิมมาก เขาพูดขึ้นมาอย่างเย้ยหยันว่า "ทำไมผมถึงจำไม่ได้เลยล่ะว่าผมมีภรรยาด้วย พ่อไปเอาคนหลอกลวงมาจากที่ไหนเหรอ"

"ฉันจัดการให้นายเอง คนนอกต่างก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว"

แต่เสิ่นเซียวเหยากลับไม่เชื่อฟัง "ถ้าอย่างนั้นก็หย่าซะ! ไม่ใช่ทุกคนที่จะมาเป็นภรรยาของผมได้ ถ้าพ่ออยากให้มีคนมาคอยดูแลผม ทำไมไม่จ้างพยาบาลโดยตรงเลยล่ะ"

จู่ ๆ บรรยากาศก็อึมครึมขึ้นมา รวมไปถึงใบหน้าของเสิ่นชางป๋อด้วย ใบหน้าของเขากระตุก ราวกับว่าเขาพยายามข่มความโกรธเอาไว้อยู่อย่างนั้น "เรื่องหย่าเป็นไปไม่ได้หรอก"

เสิ่นเซียวเหยาหัวเราะแบบเย้ยหยันขึ้นมา แล้วก็พูดจาดูถูกเหยียดหยามขึ้นมาว่า "เสิ่นชางป๋อ คุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนผมไม่ทราบ?"

ต่อให้เย่ชิงซีตาบอด เธอยังมองออกเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกคู่นี้ดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

เธอยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความอึดอัด รู้สึกว่าเธอเป็นส่วนเกินอย่างมาก

เสิ่นชางป๋อโกรธจนตัวสั่นไปหมด เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมขึ้นมาเบา ๆ ว่า "เรื่องนี้มันถูกกำหนดไว้แล้ว เย่ชิงซีเพิ่งทำการผ่าตัดทำกิ๊ฟท์เสร็จ เธออาจจะตั้งท้องลูกของนายอยู่"

เมื่อเสิ่นเซียวเหยาได้ยินเช่นนี้ เขาก็หันหน้ามามองไปที่เย่ชิงซีทันที ราวกับกำลังตรวจสอบสินค้าชิ้นหนึ่งอยู่อย่างไรอย่างนั้น

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แล้วก็ถามเย่ชิงซีอย่างไม่สนใจใยดีว่า "การทำแท้งด้วยคนกับการทำแท้งด้วยยา ชอบอันไหนกันเหรอ?"

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED