ตอน 2

Chapter 2

“เอ้อ ดีนะ เก่ง ๆ อาว่าเราเหมือนลูกอา อริสเรียนจบสัตวศาสตร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ตอนเรียนตรีได้ทุนนักกีฬาทีมชาติ จบมาแล้วยังมาช่วยงานที่ฟาร์ม”

เตชินมีสีหน้าแปลกใจ “จริงหรือครับ? อาภพ ผมแค่เรียนอย่างเดียว ตรี โทที่อังกฤษยังรู้เลยว่ายาก ไม่น่าเชื่อว่าตัวเล็ก ๆ แบบนี้เป็นนักกีฬาด้วย?” ปลายเสียงหยุดอยู่กับใบหน้าสดสวยของคนที่รับประทานอาหารเสร็จ เอาแต่ส่งสายตาหาสุนัขตรงมุมห้อง แทนที่จะมองหน้าหล่อ ๆ ของหนุ่มวิศวะดีกรีอังกฤษ

น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาตอบ “ค่ะ”

“กลับไทยนานหรือยังน่ะ ผมมาคราวที่แล้วไม่ยักเจอ”

“ปีกว่าค่ะ”

พิภพเห็นท่าทีไม่ใคร่สนทนาของลูกสาว กลับไม่คิดว่าเสียเวลาอะไรมากมายหากเจ้าที่รักจะรออีกสักหน่อย เขายังสังเกตเห็นอีกด้วยว่าชายหนุ่มดูสนใจเธออยู่พอประมาณ ก็คงจะเข้าทาง...

“อริสเรียนจบโทตอนอายุยี่สิบห้า กลับมาช่วยงานได้เกือบสองปีแล้วล่ะ ปีนี้ย่างเข้ายี่สิบแปดปีแล้ว เราอายุเท่าไรน่ะเต”

“ผมสามสิบสองย่างเข้าสามสิบสามครับ”

“อายุห่างกันแค่สี่ปี จบนอกเหมือนกัน วัยไล่ ๆ กันน่าจะพูดคุยเข้าใจกันใช่ไหมล่ะลูก?” เจ้าของบ้านบอกลูกสาวที่ไม่ได้พูดอะไร มือหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม

“แล้วตอนนี้น้องช่วยงานอะไรบ้างครับ?”

“ลูกอาเป็นผู้จัดการใหญ่ คุมคนงาน ตรวจความเรียบร้อยในฟาร์ม อริสจบสัตวศาสตร์มา เก่งด้านจัดการการผลิต งานวิจัยสัตว์ประเภทอื่น ๆ พวกตลาดส่งออกเนื้อแพะ แกะ นี่ลูกอาทำหมดเลยนะ อาทำงานส่วนบริหารกับหุ้นส่วนอีกหลายคน งานเอกสารสัญญา กฎหมาย งานลงทุน บริษัททัวร์ อาเป็นคนตัดสินใจ”

“ท่าทางจะยุ่งนะครับ”

“ไม่เท่าไร ฟาร์มอามีพนักงานเป็นร้อย มีหัวหน้างานฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย ฝั่งรีสอร์ตก็มีผู้จัดการโรงแรมคอยช่วยอยู่ คนนี้มีฝีมือพอตัว อาแทบจะไม่ต้องไปยุ่งเลย” พิภพหลุบตามองลูกสาวครั้งหนึ่งและคนข้างกัน ในสายตาของเขาคู่หนุ่มสาวดูเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก เหมือนที่ภรรยาเคยบอก

“เอ้อ... เต เรามีแฟนหรือยังล่ะ?”

“พ่อจะคลุมถุงชนหนูหรือไง?” น้ำเสียงขุ่นเคืองโพล่งขึ้นมาเพราะคนที่พูดจ้อย ๆ ไม่หยุด แม้ว่าเธอจะส่งสายตาคมกริบตั้งหลายครั้ง

“พ่อแค่ถามเฉย ๆ...”

“พ่อไม่ได้ถามเฉย ๆ อย่าคิดว่าหนูไม่รู้” เสียงแข็งกระด้างเถียง อริสาไม่เคยพอใจในเรื่องนี้ ขนาดว่าไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายปี จนแม่เสียไปแล้วพ่อก็ยังไม่ล้มเลิกความคิด

“รู้ก็ดี แม่กับพ่อเห็นว่าเตเขาเข้ากันดีกับบ้านเรา ต่างคนก็ยังไม่มีแฟน ลองคุย ๆ กันเป็นเพื่อนเป็นพี่น้อง ไม่มีอะไรเสียหาย ถ้าเกิดว่าถูกใจกันขึ้นมาค่อยว่ากันดีไหม เตว่าไงล่ะ?” เขาถามชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มใสซื่อแต่เป็นอีกคนตอบ

“ถ้าหนูจะมีผัว หนูจะหาของหนูเอง พ่อช่วยเข้าใจด้วยนะ และแม่ไม่อยู่แล้ว” สิ้นคำ ร่างบางลุกขึ้นยืนสุดความสูง “หนูจะพาที่รักไปหาหมอ ไปก่อนนะ พ่อ”

“เออ... ก็ไปสิ แต่รถพ่อให้ครูเหนือยืมไปใช้ รถหนูพ่อเอาไปถ่ายน้ำมันเครื่อง ไปกับพี่เตเขานะ” เข้าแผนนายพิภพที่กำลังจะหาลูกเขยสักคนนั่นแหละ แต่เท่านี้ไม่สามารถทำอะไรอริสา หากเธอได้พูดแล้วว่าไม่ ก็คอยดูกันไป

“ค่ะ”

สีหน้าสุดแสนเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกเหนืออยู่ในสายตาของเตชิน เป็นธรรมดาที่เขาคงต้องมีไม่พอใจ และก็อยากจะรู้ว่าเธอจะแน่สักแค่ไหน จึงลุกขึ้นตามไป

ซึ่งหญิงสาวกลับกลายเป็นคนละคน พอก้าวไปนั่งพับเพียบลงบนพื้นหน้าสุนัขตัวโปรด มันส่ายหางไปมาอย่างดีใจแม้ร่างกายไม่สู้ดี

“ที่รัก.. แม่จะพาหนูไปหาหมอนะลูก” ทั้งน้ำเสียงและแววตาอ่อนโยน มือเล็กลูบไล้ขนสีบรอนซ์ทองสลวย มันก็ร้องครางอ้อนเจ้านาย

เจ้าที่รักเป็นสุนัขสายพันธุ์ดีจากฟาร์มที่มีชื่อเสียงในเมืองโคราช อริสาตัดสินใจซื้อมันมาด้วยอารมณ์เบื่อเซ็ง ๆ เล่นอินเตอร์เน็ตแล้วพบเข้าโดยบังเอิญเห็นว่ามันน่ารักดี พอเลี้ยงไปจึงเกิดความรู้สึกเมตตา มันเติมเต็มชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายในแต่ละวันให้มีสีสัน จนถึงทุกวันนี้ดันขาดมันไม่ได้สักวัน

“อ้าว.. เดี๋ยวนี้น้องอริสมีลูกเป็นหมา?” คนถามเลิกคิ้วขึ้นมองร่างบางในเดรสคุณหนูนั่งราบอยู่บนพื้น เจ้าของบ้านตอบให้แทน

“อย่างนั้นแหละ สองแม่ลูกรักกันปานจะกลืนกิน ตัวติดกันเป็นตังเม ไม่รู้วันไหนแต่งงานมีผัว จะนอนกับหมาหรือนอนกับผัว”

‘ผัว’ ย้ำให้ลูกสาวได้ยินแต่เธอก็ทำเป็นไม่สนใจ ไม่ต่อปากต่อคำกับพ่อเหมือนเคย แต่พูดกับหมา

“ลูกเดินไม่ไหว เดี๋ยวแม่อุ้มหนูนะลูก”

เจ้าหมาตัวโตกำลังแลบลิ้นน้ำลายเลอะเทอะไปหมด มันไม่สบายยังได้รับกำลังใจจากเจ้านายสาวที่ใจดีกับมันเสมอ แขนเรียวสอดเข้าช่วงท้องด้านหน้า ค่อย ๆ ยกเจ้าหมาเข้าหาอ้อมอก แนบไว้กับตัวอย่างนุ่มนวล

“ให้ช่วยไหมคุณ?” คำถามของเตชินได้รับการตอบรับด้วยสายตาเย็นยะเยียบของคนที่ตวัดหางตามอง

แน่ว่าการอุ้มสุนัขพันธุ์ใหญ่น้ำหนักกว่าสามสิบกิโลกรัมอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งจำเป็น ด้วยความเคยชินกับการอุ้มเจ้าตัวแสบมาแต่เล็กจนโตเต็มวัย มันจึงไม่ใช่ปัญหา

ใบหน้าสวยสะบัดกลับไปอย่างเชิดหยิ่ง ก่อนที่เธอจะเดินนำลิ่วไป เตชินส่ายหน้าไปมาอย่างเอือม ๆ ยกมือไหว้ลาเจ้าของบ้าน รับหน้าที่สารถีขับรถยนต์พาทั้งคนทั้งหมาไปโรงพยาบาลสัตว์

โรงพยาบาลสัตว์เอกชนบริการระดับมาตรฐาน มีคลินิกสัตว์เล็กใหญ่ครบวงจร อริสาเลือกที่จะมาใช้บริการที่นี่เป็นประจำ ตั้งแต่เจ้าที่รักรับวัคซีนเข็มแรก ซื้อของใช้จุกจิกของสุนัข ฝากเลี้ยง หรือแม้แต่นำสัตว์อื่น ๆ ที่ฟาร์มมารักษา

หลังจากที่เจ้าที่รักนั่งซมซุกตักส่งเสียงครวญครางตลอดทางกว่ายี่สิบกิโลฯ เธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์สนทนากับคนขับรถจำเป็น ถามคำก็ตอบคำจนชายหนุ่มต้องนั่งกุมพวงมาลัยไปเงียบ ๆ

บรรยากาศชวนน่าอึดอัดของคนทั้งคู่ยังคงอยู่จนนั่งรอคิวในคลินิก ผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวเข้ามาไถ่ถามอาการ

“เจ้าที่รักเป็นอะไรมาคะ? คุณอริสา”

“ที่รักซึม ตัวร้อนเป็นไข้ค่ะ” รีบตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ขณะนั่งกอดประคองกอดสุนัขในสภาพอิดโรยไว้บนตัก มันป่วยถึงขั้นว่าไม่มีอารมณ์วิ่งเล่นในสถานที่ที่มันชื่นชอบการทักทายสุนัขตัวอื่น ๆ ไปทั่ว และเจ้านายก็จะดุมัน

“หมามันตัวร้อนได้ด้วยเหรอครับ?” คำถามของเตชินถูกมองค้อนขวับ ก่อนจะได้รับคำตอบให้หายข้องใจ

“ได้สิคะคุณ น้องหมาที่เป็นไข้ส่วนใหญ่แล้วที่หูกับเท้าจะร้อนจัด ลองใช้มือหรือหลังมือของเราจับดูที่หูหรือที่เท้าของน้องหมาดูว่าร้อนมากไหม ให้ลองเทียบกับตัวเราดู โดยปกติแล้วหมาจะตัวอุ่นกว่า หรือจะใช้ปรอทวัดไข้วัดดูก็ได้ค่ะ”

เตชินถึงกับร้องอ๋อ ให้สีหน้าคลายความสงสัยไม่มีอะไรค้างคาใจอีก

“น้องมีอาการอะไรอีกไหมคะ? คุณอริสา อาเจียนไหม ทานข้าวได้ไหมคะ เป็นไข้มากี่วันแล้ว?”

“ไม่อาเจียนค่ะ ทานข้าวได้อยู่แต่ทานได้น้อยลง ขนมไม่ค่อยจะกิน เมื่อวานมันไปเล่นน้ำฝน ตื่นเช้ามามีไข้ ไม่แน่ใจว่าเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือเปล่า ฉันเลยรีบพามันมา เผื่อคุณหมอตรวจเลือดดูจะได้แน่ใจค่ะ”

คนรักสัตว์ลอบยิ้มกับความเอาใจใส่ของลูกค้าขาประจำ ก่อนผายมือเชื้อเชิญ “พาเจ้าที่รักมาทางนี้เลยค่ะ”

ผู้ชายตัวโตเตรียมให้ความช่วยเหลือเจ้าของหมาที่ทำท่าจะลุก ขณะที่เธอดันไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ใบหน้าสดสวยบึ้งตึงตลอดเวลา ยังออกคำสั่ง

“คุณเตชินเฝ้ากระเป๋าฉันไปแล้วกัน”

ชายหนุ่มย่นคิ้วเข้าหากัน เมื่อกระเป๋าสะพายหนังสีขาวถูกปลดจากบ่า ปลายนิ้วกรีดกรายดันมันไว้แนบติดกางเกงยีน เธอหลุบมองมันครั้งหนึ่งด้วยสายตาเฉียบคม

“กรุณาให้ความสำคัญกับมันด้วย เพราะกระเป๋าฉันแพงมาก ขอบคุณค่ะ”

ความหมายของเธอไม่ได้ประชดประชันเขาเลยเพราะกระเป๋าหนังจระเข้รุ่นนี้ก็ประมาณแสนกว่าบาทได้ ชายหนุ่มหน้ากระตุก จับมันวางไว้บนตักอย่างไม่ค่อยพอใจ

ร่างบางค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นพร้อมสุนัขซึ่งได้รับการโอบอุ้มอย่างนุ่มนวล มันรับรู้ได้ว่าข้างหน้ามีอะไร จึงเริ่มส่งเสียงครางด้วยความหวาดกลัวจับใจเหมือนทุกครั้งคราวเข้าห้องตรวจ

ในห้องที่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตลบอบอวลไปทั่ว พอผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวเดินหลีกไปในอีกทางหนึ่ง ดวงตาคู่กลมโตส่ายมองหาคุณหมอ และโต๊ะตัวใหญ่สำหรับวางสุนัข พอดีกับที่สายตาเหลือบไปเห็น

เจ้าของวงหน้าหล่อเหลาคมคายในชุดกาวน์แขนสั้นกำลังก้มหน้าอยู่กับแฟ้มและกระดาษกองหนึ่ง ไล่จากจมูกโด่งเป็นสันคม แม้เห็นใบหน้าของเขาเพียงเสี้ยวเดียว สัญชาตญาณของเธอบอกว่าพ่อคุณน่าจะเอาเรื่อง!

“วางน้องหมาลงเลยครับ”

เสียงทุ้มนุ่มละมุนผ่านหู ไม่ต่างจากนักร้องบอยแบนด์ยืนจับไมโครโฟน ลี้ดกีตาร์เท่ ๆ มีสาวกแม่ยกยืนกรี้ดคอแตก ก้อนเนื้อในอกสาวกระตุกไม่เป็นจังหวะทุกย่างก้าว เธอคงไม่มีทางเลือกที่จะถอยไปข้างหลัง

เจ้าหมาตัวโตได้รับความช่วยเหลือจากมือหนาใต้ถุงมือยางสีขาวในอีกฝั่งของเตียงเหล็ก มันสะดุ้งทันทีที่สัมผัสได้ถึงโลหะเย็นเฉียบ เหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกตกใจกลัวก็ถีบเท้ายันหน้ายันหลังสู้แรงมนุษย์ คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามกันจึงต้องออกแรงกดมันให้นอนราบลงในท่าตะแคงสักทางหนึ่ง

“โอ๊ย!” เสียงหวานอุทาน หลังหลบเท้าปุกปุยจนฟาดหน้าผากเข้ากับคุณหมอที่หลับตาปี๋เพราะความเจ็บ

ตอน 3

Chapter 3

ดวงตาคู่กลมโตลืมพรึบมองขนตางอนเป็นแพหนารับจมูกโด่งเป็นสันคม วงหน้าหล่อเหลาลงตัวไม่มีแม้รอยฝ้ากระ ลูกกะตาเธอก็ติดหนึบอยู่กับหน้าคุณหมอหมา!

ขณะที่อีกคนไม่ได้ต่อว่าอะไรกับรอยแดงบนหน้าผาก นัยน์ตาคู่สีน้ำตาลสวยพร่างพราวสบมองมานิ่ง ๆ ไม่รู้ว่าเขาอาจนึกโกรธเธออยู่ลึก ๆ หรือว่ากำลังคิดอะไรแน่ อริสาพอตั้งสติได้ในอีกครู่หนึ่ง

“เอ่อ... ขอ.. โทษค่ะ” ตะกุกตะกักตอบ คุณหมอหนุ่มแย้มยิ้มอยู่บนใบหน้า เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย

“ไม่เป็นไรครับ”

รอยบุ๋มบนแก้มทั้งสองข้างทำเอาแทบจับไข้ตามหมา หญิงสาวกลอกตาไปมา ยืนตัวเกร็งมือเหงื่อชุ่มบีบขนสีทองอยู่แน่น กลายเป็นว่าสุนัขที่กำลังดิ้นพล่านไม่ต่างจากกามเทพดี ๆ สถานการณ์เป็นใจอะไรขนาดนี้!

“ไงล่ะ? เอ๋บอกแล้วว่าคุณอริสาส้วย สวย หมอจะตะลึง แหม.. ทีเมื่อกี้ทำเมิน เบอร์คุณอริสา เอ๋มีค่ะ เดี๋ยวเอ๋เอาให้หมอไอนะคะ”

ใบหน้าหล่อเหลามองขวับตามเสียงของหล่อนที่ทำความสะอาดอุปกรณ์อยู่ตรงมุมห้อง ขณะโถมน้ำหนักตัวลงกดสุนัข เสียงเข้ม ๆ จึงดังกว่าเสียงของสุนัขที่ร้องครวญครางไม่หยุด

“ขอบคุณสำหรับความหวังดีครับคุณเอ๋ แต่มาช่วยกันจับก่อนดีไหม? ผมกดโกลเด้นอยู่นะ ไม่ใช่ปอมปอม ชิวาว่า”

“ไม่ได้อยากจะไม่ช่วยนะหมอไอ แต่โกลเด้นยังตัวเล็กกว่าหมอตั้งเยอะ เอ๋เตรียมของดีกว่า ยืนจีบกันไปก่อนเถอะ”

แทนที่คุณหมอหนุ่มจะโมโหขาใหญ่ประจำคลินิก กวนประสาทได้ทั้งวัน เขาหันกลับมาทางเจ้าของสุนัข แก้มแดงฉ่ำบอกอาการเก้อเขินหนักกับคำว่า ‘จีบกัน’ ทว่าเธอก็ให้ความร่วมมือสัตวแพทย์เป็นอย่างดี

“มันกัดไหมครับ?”

“ไม่ค่ะ มันแค่ดิ้นกลัว แรงมันเยอะ มันไม่เคยกัดใครค่ะ”

สัตวแพทย์หนุ่มจึงวางใจว่าหมาใจดีอย่างโกลเด้นรีทรีฟเวอร์จะไม่หันมาแว้งกัดจนต้องมัดปากไว้เหมือนหมาดุตัวอื่น ๆ ซึ่งหมอหมาหมอแมวอาจโดนแว้งกัดได้ก็เคยมีเกิดขึ้นอยู่ เขากดกำสองขาปุกปุยหน้าหลังไว้ด้วยมือแต่ละข้าง มีหญิงสาวโน้มน้ำหนักลงบนช่วงลำคอและช่วงตัวของสุนัข

“ไม่มีอะไรนะ ลูกแม่ คุณหมอมือเบ้า เบา นิดเดียว ไม่เจ็บ ไม่ดิ้นนะลูก” น้ำเสียงอ่อนโยนปลอบ สายตาของเธอจรดอยู่ตรงท่อนแขนเป็นล่ำสันเส้นเลือดปุด! กล้ามเป็นมัด ๆ บอกว่าเขาน่าจะเป็นคนชอบออกกำลังกาย ไม่ก็คงเป็นเพราะสู้แรงหมาทั้งวัน

“โฮ่ง ๆ!”

เจ้าหมาตัวโตทั้งร้องทั้งดิ้น กลัวหมอแปลกหน้าชนิดว่าสู้ตาย! เม็ดเหงื่อขึ้นแซมผ่านไรผมของเธอและเขา อริสาลอบมองคุณหมอครั้งหนึ่ง เห็นจะทนไม่ไหว พายุโทสะลูกหนึ่งจึงฟาดลงกับหมาจอมดื้อ

“ที่รัก.. อยู่นิ่ง ๆ! เดี๋ยวแม่ยิงไส้แตก..” ขู่ตะคอกเบา ๆ ผ่านไรฟันขาว

เจ้าหมาตัวโตเหลือกตามองผวา หยุดดิ้นทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ปืน’ หรือ ‘ยิง’ มันฉลาดมากพอจดจำคำศัพท์ของมนุษย์ได้เกือบถึงหนึ่งพันคำ จากที่มันเคยติดตามเจ้านายไปทุกที่แม้แต่สนามยิงปืนซึ่งมันไม่ชอบเสียงดัง ๆ อย่างนั้นเลย

“คุณอริสายิงหมา ก็ต้องมาคลินิกหมออยู่ดี อย่าเลยนะครับ” พูดเรื่อยเฉื่อย ตาคมลอบมองเรียวปากอิ่มงามกระจับด้วยลิปสติกสีแดงสดรับเครื่องสำอางอ่อน ๆ เขี้ยวคมตรงมุมปากยามขยับเอ่ยถ้อยคำ

“ฉันแค่ขู่ให้มันนิ่งเฉย ๆ ฉันไม่ได้ขู่มันบ่อย ใครจะไปกล้ายิงลูกสุดที่รักคะ? หมอไอ”

ไม่ใช่เรื่องแปลกกับการเรียกชื่อหมอ เธอเพิ่งรู้สึกมันแปลก เพราะดันเรียกตามผู้ช่วยที่เตรียมของนานกว่าปรกติ กระทั่งหล่อนเดินกลับมาพร้อมวางถาดลงบนโต๊ะ ลูกค้าประจำอย่างอริสารู้จักคุณหมอที่นี่ทุกคนคงต้องถาม

“อาจารย์นิธิไม่มาหรือคะ? คุณเอ๋...”

“อาจารย์ไม่สบายค่ะ แพร่เชื้อหวัดติดกันไปทั้งคลินิก คุณหมอไอศูรย์เลยมาช่วยงานชั่วคราว แต่ว่านะ งานหนักกว่าอาจารย์อยู่อีก เพราะตอนนี้สาว ๆ ไอเลิฟยูกันไปหมด” ท้ายประโยคบอกเจ้าของร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร

“ถ้าหมอไอจะเกิดมาขายาว หล่อล่ำกล้ามโต เบ้าหน้าส่งตรงจากเกาหลีขนาดนี้ ใส่หน้ากากเสียเถอะค่ะ ใส่ชุดหมีซาฟารีเลยยิ่งดี เอ๋ไม่อยากให้เจ้าของหมาหัวใจวายตาย”

“จะให้หมอใส่ชุดหมี หมาได้กัดหมอก่อนแน่ ๆ”

ผู้ช่วยสาวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนสลับที่กับคุณหมอหนุ่ม

สุนัขพันธุ์ใหญ่ถูกยกหาง จับปรอทวัดไข้เสียบก้น มันคงต้องหดตัวอย่างหวาดกลัวหูหางตก ต่างคนจับสุนัขแน่นมือให้คุณหมอได้ทำงานสะดวก ผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวชักชวนสนทนาไปเรื่อยเปื่อย ตามนิสัยหล่อนที่ช่างแซวเสียเหลือเกิน

ด้วยความที่เจอหน้ากันอยู่เป็นประจำ หากลูกค้าคนสวยไม่พาเจ้าที่รักมาฉีดวัคซีน ก็จะมาซื้อขนม อุปกรณ์สัตว์เลี้ยงที่นี่

“คุณอริสาพาเจ้าที่รักมาคนเดียวตลอดนี่คะ วันนี้มากับหนุ่มล้อ... หล่อ เดินเข้าคลินิกมา พี่เก๋บอกว่าเหมือน หมาก ปริญ สาว ๆ ข้างนอกนี่นั่งมองตาแทบหลุดเลยค่ะ”

อริสาทำหน้าครุ่นคิดอย่างไม่แน่ใจ “ก็ดูดี... มั้งคะ”

“แฟนหรือคะ?” กระซิบถามแววตาเป็นประกาย อาจไม่ใช่คนเดียวที่หูผึ่งรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“ไม่ใช่ค่ะ ฉันโสด”

“จริงหรือคะ? อุ๊ย.. พอดีเลย หมอไอก็โสด...” เหมือนว่าจุดประสงค์ของผู้ช่วยสาวจะประสบความสำเร็จ จึงส่งยิ้มให้คุณหมอ และเจ้าของหมาในฝั่งตรงกันข้ามอย่างไม่ต้องสืบความหมายมากมาย

แต่เวลางานก็ต้องเป็นเวลางาน สองหนุ่มสาวเพิกเฉยคำพูดของหล่อน ลิ้นตาของเจ้าที่รักละห้อยมองเข็มขนาดใหญ่ในมือหมอด้วยความหวาดกลัวจับใจ ส่งเสียงดังลั่นขนาดว่ายังไม่ได้ทำอะไร

“คุณเอ๋จับแน่น ๆ ไม่โดนแขนหมา จะเจ็บ...” น้ำเสียงเจือแววข่มขู่ คนที่ช่วยกันจับสุนัขอยู่จึงออกแรงมากกว่าเดิม คุณหมอหนุ่มไม่ได้ใช้เวลามากกับการลงมืออย่างมืออาชีพกดเข็มยาจนสุด ลูบเจ้าขนทองเบา ๆ ปลอบประโลมด้วยคำชมเชย

“เก่งมาก นิดเดียวเองเห็นไหม มดกัดนะ เจ้าที่รัก..” แล้วค่อยเงยหน้าขึ้นบอกเจ้าของสุนัข

“มีไข้สูงอยู่นะ หมอเพิ่งให้ยาลดไข้บรรเทาอาการ ระหว่างรอผลเลือด ถ้าสุนัขตัวร้อนมากกว่านี้ ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิปกติเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนได้ หมอขอฟังเสียงปอดน้องหน่อยว่าชื้นไหม ถ้าไม่มีก็น่าจะคลายกังวลพวกพยาธิในเม็ดเลือด..”

พยาธิในเม็ดเลือดเป็นโรคน่ากลัวที่คร่าชีวิตของสุนัขมาแล้วนักต่อนัก การกระทำของสัตวแพทย์หนุ่มที่แตะเครื่องฟังลงบนขนสีทองจนผละมือออก ใบหน้าสดสวยสะท้อนความร้อนรนอย่างชัดเจน

“ฉันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ค่ะ ถ้าอาการหนักยังไงฉันจะรีบพาที่รักมา”

“ครับ คลินิกเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าน้องหมาอาการไม่ดีขึ้นก็รีบมา เดี๋ยวได้ผลเลือด ทางคลินิกจะโทรไปแจ้งนะครับ” พอคุณหมอตอบ ผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม

“รีสอร์ตของคุณอริสาอยู่ตรงนี้เองค่ะ พี่บุษกับเอ๋เคยไปนอนตั้งแคมป์ดูนกชมม้า ดูแกะเพลิน วิวสวยมาก ๆ คุณอริสาให้โวเช่อดินเน่อร้านอาหารแถมมาด้วย คนอะไร สวย ใจดี แถมโสด..”

“ไว้จะไปเที่ยวแน่ ๆ ครับ” ในคำพูดมีนัยเขาแค่รักษามารยาท หญิงสาวกำลังเป็นห่วงเจ้าสุนัขหน้าซีดเซียวไปถนัดตา ไม่ได้ใส่ใจมากนัก

“ค่ะ.. ยินดีต้อนรับล่วงหน้าค่ะ ขอบคุณ คุณเอ๋ คุณหมอมาก ๆ” ความเป็นผู้น้อยกว่าเธอเป็นฝ่ายยกมือไหว้ลา โน้มตัวลงอุ้มหมาตัวโตออกจากห้องไป

ดวงตาคู่หวานคมมองตามแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่างโดยเจ้าตัวคงไม่รู้ หญิงสาวในชุดสีเขียวข้างกันขมวดคิ้วมุ่นมองหมอ

“เอ๊ะ... ปรกติหมอไอใส่หน้ากากอนามัยทำงานตลอดนี่คะ?”

คุณหมอหนุ่มเปรยยิ้ม ก้มหน้าลงหาผู้ช่วยสาวด้วยความสูงชะลูดของตัวเขา ส่ายหน้าไปมาและก็ไม่ได้ตอบอะไรแต่หมุนตัวเดินกลับไปทำงานอย่างอารมณ์ดี

ทางด้านหญิงสาว สุนัขตัวโปรดผู้เป็นดั่งดวงใจตามชื่อของมันคือ ‘สุดที่รัก’ พาดวงตาคู่สวยหม่นทอดมองใบหน้าอิดโรยของมัน

เตชินนั่งรออยู่พักใหญ่ ๆ พบหญิงสาวผู้หอบความหยิ่งผยองมาตลอดทาง หอบหมาตัวโตออกมาจากห้องตรวจด้วยสีหน้าเป็นกังวล จึงเดินไปหา ขนาดว่าเขาไม่ใช่คนรักสัตว์ยังอดห่วงไม่ไหว

“เป็นไงบ้าง?”

“ไม่ใช่ธุระของคุณ” เจ้าของสุนัขชักสีหน้าใส่ แล้วก็ถูกต่อว่า

“มาด้วยกันจะไม่ใช่ได้ไง โต ๆ กันแล้วหัดแยกแยะหน่อย ผมไม่ได้อยากมาดูแลคุณนักหรอก มาให้ผมอุ้มมันก่อน จะได้รับยากลับบ้านสักที เสียเวลา” เบ้ปากว่า ชักเริ่มรำคาญแม่คุณสวยรวยมาก เรื่องมากชะมัด! เตชินกำลังคิดอยู่ว่าหากเธอนิสัยดีกว่านี้ให้มันเข้ากับหน้าตาสะสวยคงดี

หญิงสาวหน้าตาบึ้งตึง ขี้เกียจอ้าปากเถียงกับเขาต่อ จึงยอมให้ลูกรักในอ้อมแขนถูกอุ้มไป ไปนั่งรอชำระเงิน ตาชำเลืองมองเจ้าที่รักซบหน้าลงบนตักชายหนุ่ม ไม่ว่ามันจะจงรักภักดีต่อเธอแค่ไหน โกลเด้นรีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขที่เป็นมิตรกับทุกคน

ตลอดหนึ่งปีหนึ่งเดือนที่เธออยู่กับมันมา เจ้าที่รักร่างกายแข็งแรง ซุกซนตามลักษณะนิสัยสายพันธุ์ของมัน มันป่วยแทบนับครั้งได้ ความเศร้าหมองจึงกอบกุมจิตใจ ไม่ต่างจากผู้คนทั้งหลายที่นั่งอยู่ เจ้าของสุนัขทุกคนจมอยู่กับความหวาดกลัวว่ามันจะเป็นอะไรไป

เสียงถอนหายใจจึงหลุดออกจากริมฝีปากคู่งามมากกว่าหนึ่งครั้ง หากทว่าพอรับยาเรียบร้อยทางช่องชำระเงิน

“คุณอริสา... คุณเอ๋เธอฝากของมาให้ อยู่ข้างในนะคะ” พนักงานสาวอายุประมาณสามสิบได้ ส่งใบเสร็จให้เธอด้วยรอยยิ้ม

นัยน์ตาคู่สลดสวยฉายแวววูบวาบทันทีที่เปิดถุงกระดาษใส่ยา สังเกตเห็นกระดาษแข็งใบเล็ก ๆ มีตัวหนังสือชัดเจน!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED