The memories ซีรีส์ความทรงจำ
คุณหมอตัวประกอบขอเป็นพระเอก
Chapter 1
“พี่เต ถ้าอริสโต อริสจะเป็นเจ้าสาวพี่เต พี่เตต้องแต่งงานกับอริสนะ” เสียงเจื้อยแจ้วว่าอย่างเอาแต่ใจ มืออวบอูมของเด็กหญิงตัวอ้วนกลมดึงดอกหญ้าในสวนหลังบ้านขึ้นมากำหนึ่งส่งให้เด็กชายที่ไม่ได้รับอะไรไป
“รออะไรพี่เต? ทำแหวนดอกไม้ให้อริสสิ”
“พี่ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะแต่งงานกับอริส แล้วอริสรู้หรือไงว่าแต่งงานมันคืออะไร?”
เด็กชายวัยสิบสองขวบหน้าตางุนงงกับเพื่อนบ้านที่ชอบมาเล่นด้วย และก็จะตามตื๊อเรื่องแต่งงานทุกวัน นิสัยของเตชินนั้นเป็นเด็กฉลาดเกินวัย เขาก้มหน้าลงอ่านหนังสือต่อ ไม่ได้รู้ว่าเด็กหญิงอริสาโกรธจนหน้าแดงก่ำ เพราะถูกปฏิเสธความรักอย่างไม่ไยดี
“ไม่แต่งก็ต้องแต่ง!” ตวาดกร้าวพลันฝังคมเขี้ยวลงบนไหล่เล็กมิดฟันขาว สุดแรงเกิดเท่าที่เธอจะสามารถทำร้ายใครสักคนได้ด้วยความโกรธแค้นสาหัส เด็กชายเตชินส่งเสียงร้องดังลั่นสนั่นบ้านอย่างเจ็บปวด
“อ๊ากกก...!”
“ทักทายพี่เขาเสียหน่อยสิ อริส จำพี่เตไม่ได้หรือลูก?”
พิภพบอกคนในฝั่งตรงข้ามกันที่นั่งทำหน้านิ่ง ๆ บนโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาวเหยียดดูหรูหรา ถึงเขาจะเป็นพ่อที่ตามใจลูกสาวในทุกเรื่อง นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่ได้อบรมเรื่องมารยาท
อริสาได้รับการอบรมสั่งสอนจากเขาเป็นอย่างดี ตั้งแต่กลับมาอาศัยอยู่ด้วยกันอีกครั้งในฟาร์มม้าแห่งนี้
ฟาร์มม้ากว้างขวางโอบล้อมไปด้วยวิวภูเขาสวยงาม ตกแต่งสไตล์ดัชฟาร์มบนพื้นที่กว่าร้อยไร่ ดำเนินกิจการมากว่าสามสิบปี จากที่มีม้าไม่กี่ตัวเป็นฟาร์มเล็ก ๆ ในสมัยแรกเริ่ม ล้มลุกคลุกคลานขยายกิจการใหญ่โตมีหุ้นส่วนหลายมือ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน
ที่นี่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ฝึกขี่ม้า หรือจะพักผ่อนหย่อนใจเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้อาหารแกะ กระต่าย ยังมีสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น ๆ เช่น ไก่ เป็ด ปลา ห่าน หงส์ เน้นการจัดการเลี้ยงสัตว์ให้อยู่สุขสบายตามธรรมชาติอย่างเป็นสัดส่วน
ห้องพักแต่ละห้องอยู่ในราคาจับต้องได้จนถึงระดับเอ็กซ์คลูซีฟ มีบ้านพักทั้งแบบเป็นหลัง และแคมป์นอนพร้อมอุปกรณ์ทำครัวครบครัน
หากว่าใครได้มีวันหยุดพักผ่อนยาว ๆ แล้วล่ะก็ พลาดไม่ได้ที่จะต้องมาเช็คอินถ่ายรูปนอนเตะขาสัมผัสประสบการณ์อันแสนล้ำค่า ณ เขาใหญ่แฟมิลี่แคมป์รีสอร์ตแอนด์ฟาร์ม
ในส่วนของตัวบ้านหลังใหญ่โตท้ายฟาร์ม ได้รับการตกแต่งแตกต่างออกไป ในแบบที่คุณผู้หญิงคนเก่าของบ้านผู้ร่ำลาจากโลกนี้ไปนานถึงสิบห้าปีชื่นชอบเป็นที่สุด คือสไตล์คันทรี่โทนสีนุ่มนวล ได้กลิ่นอายของความเป็นชนบทของบ้านติดฟาร์มม้า ไม้ปูพื้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบธรรมชาติ
อริสาอาศัยอยู่กับพ่อและสุนัขตัวโปรด มีแม่บ้านสองคนคอยทำความสะอาดดูแล คอยทำอาหารให้ทุกมื้อตามประสาคนมีเงิน
“สวัสดีค่ะ คุณเตชิน” ร่างงามสง่าในเดรสลายลูกไม้สไตล์คุณหนูยกมือไหว้พอเป็นมารยาท ก่อนจะก้มหน้าก้มตาลงจัดการอาหารเช้าต่อ
ส่วนตัวเธอไม่ใช่คนมีอารมณ์ขัน หากไม่ใช่คนสนิทหรือจำเป็นต้องผูกมิตรในฐานะลูกค้า เธอคงไม่สะดวกใจกับการต้องเป็นผู้เปิดบทสนทนา
“สวัสดีครับ น้องอริส” แขกคนสำคัญพยายามยิ้มอย่างที่สุด เพื่อตอบรับไมตรีซึ่งไม่มีเลยสักนิด เจ้าของบ้านจึงต้องเอ่ยปาก
“นี่อริส.. ลูกน่ะ เมื่อก่อนออกจะสนิทกันกับพี่เต ไปเที่ยวบ้านเขาประจำ ทำไมเรียกพี่เขาอย่างนั้นล่ะ” บ่นแล้วกวักมือเรียก “มาลูกเต เข้ามานั่งคุยกันก่อน นั่งเลย ๆ”
“ขอบคุณครับ” เตชินยกมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ด้วยกิริยานอบน้อม เลือกที่นั่งข้างลูกสาวเจ้าของบ้านเพราะใกล้เขาที่สุด พิภพเรียกไม่บ้านให้นำน้ำมาเสิร์ฟต้อนรับแขกคนสำคัญ ก่อนหันไปถาม
“เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหมน่ะ?”
“สบายดีครับ อาภพสบายดีนะครับ?”
“สบายดี ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่มสูงหล่อเลยนะเรา” หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบสองเอ่ยปากชมเด็กชายเตชินที่เขาเคยให้ความเอ็นดูมาตั้งตัวเล็ก ๆ จนโตเป็นหนุ่มหล่อล่ำมาดดี
เจ้าของร่างสูงดูดี แต่งตัวโก้หรูในสไตล์ลูกผู้ดีมีเงินเป็นลูกชายเจ้าของร้านทองชื่อดังละแวกนี้ ยังเป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมานาน
ปลายหางตาตวัดมองลูกสาวให้สนใจคำพูดของเขาบ้าง แต่ไม่มีวี่แววว่าหล่อนจะสนใจอะไรไปมากกว่าผักในจานที่กิน ๆ เขี่ย ๆ
“ผมว่าอาภพดูไม่แก่ขึ้นเลยนะครับ หน้าตาถอดตอนอายุสามสิบกว่าเป๊ะ ผมบวกให้อีกแค่สิบปี”
“แน่นอน อาดูแลตัวเองนี่นะ” คนพูดยกยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ช่วงนี้ฟาร์มเป็นยังไงครับอาภพ ลูกค้าเยอะไหม?”
“เยอะ.. ลูกค้ามีมาเรื่อย ๆ กิจการราบรื่นดี มีปิดไปสามเดือนช่วงโควิด แต่พอไหว ช่วงนี้อาลองตลาดม้าใหม่ มีม้าแคระมาหลายตัวให้เด็ก ๆ ขี่ อาเพิ่งจ้างครูสอนขี่ม้าคนใหม่มาด้วย พ่อแม่ส่งลูกมาเรียนขี่ม้ากันยามว่าง ดีกว่าให้ไปไปเถลไถลที่ไหน เด็ก ๆ ได้สนุกกับม้า ฝึกสมาธิไปในตัว”
‘ม้า’ เป็นสมบัติล้ำค่าที่พิภพรักพอ ๆ กับลูกสาว แม้ความหวงลูกสาวนั้นมีมากกว่าหลายเท่า หวงจนถึงจุดจุดหนึ่งที่อริสามีแต่ความคิดจะกอดคานไปจนแก่ตาย ซึ่งคนเป็นพ่อคงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น
“อริสจะไม่คุยกับพี่เตหน่อยเลยรึเรา? ปล่อยให้พ่อเม้าท์มอยอยู่คนเดียว”
คำตอบของอริสาคือจิ้มผลไม้เข้าปาก เคี้ยวเอื้องเป็นม้า ไม่บอกก็รู้ว่าเธอกำลังไม่พอใจ แต่บางคนกลับไม่รู้ตัว
“ไม่เจอกันนาน คุณอริสาดูจะจำผมไม่ได้” พูดพลางตาคมตวัดมองคนข้างกายที่ไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ
เด็กสาวตัวอ้วนกลมบัดนี้กลายเป็นสาวเต็มตัว สวยสะพรั่งราวดอกไม้ผลิแรกแย้มบาน ทั้งวงหน้าสวยหวานลงตัวดูโฉบเฉี่ยวแต่ยังแฝงความใสซื่อไว้ในดวงตาคู่กลมโตเปล่งประกายมาดมั่น กระทั่งเรียวปากงามกระจับเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดรับเครื่องสำอางอ่อน บอกถึงความเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงเอาการ
“ยัยอริสลูกอาไม่ใช่คนพูดเยอะเท่าไร เต... เราอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม? พ่อครัวของฟาร์มอาทำอาหารอร่อยทุกอย่าง” หนุ่มใหญ่แสร้งขัด หน้าใหญ่คุยโต แม้แววตาคู่คมแผ่พุ่งรังสีอำมหิต ยามลูกสาวถูกจ้องตาเป็นมัน ถึงไม่ใช่เรื่องแปลก ลูกสาวเขาสวยขนาดนี้ ใครก็ต้องมอง
เตชินรู้ตัวว่าเผลอทำเสียมารยาทจึงเลื่อนสายตาไปยังคนถาม “ผมทานข้าวกับแม่มาแล้วครับอาภพ แค่น้ำผลไม้ก็พอครับ”
“โอเคไม่เป็นไร ไม่หิวก็ไว้มื้อหน้า”
ก็คงไม่แปลกที่อริสาจะอิ่มไปดื้อ ๆ เพราะเธอไม่คาดหวังว่ามันควรมีมื้อหน้า มือเรียววางช้อนลงรวบไว้ในจาน ด้วยสีหน้าอันยากคาดเดาอารมณ์ เธอรู้ว่าพ่อกำลังคิดอะไรอยู่เหมือนกับที่พ่ออ่านความคิดเธอออก ถึงได้บอกให้เธอแต่งตัวสวย ๆ ลงมาต้อนรับแขกแต่เช้า
ปรกติเธอหรือจะเคยหยิบเดรสมาใส่ มีแต่เสื้อโปโลกับกางเกงเข้ารูปสำหรับขี่ม้าตรวจงานในฟาร์ม ไม่ก็ยีนส์สบาย ๆ หากไม่โดนพ่อขู่ว่าจะขังเจ้าที่รักที่กำลังไม่สบายไว้ให้มันตายคากรง! ก็ฝันไปเถอะว่าจะเห็นอริสาในสภาพคุณหนูสุด ๆ ยังปาดลิปสติกสีแดงในมาดนางพญาไว้ข่มคนให้เป็นของแถม
ที่รัก สุนัขตัวโตขนยาวสลวยสีบรอนซ์ทองสมชื่อโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ นอนซมไข้อยู่ตรงมุมห้อง ได้รับความเป็นห่วงจากเจ้านายผ่านทางแววตาอยู่ตลอด มันได้แต่หวังว่าเจ้านายสาวของมันจะไม่นั่งสนทนากันนานนัก
พอแม่บ้านรินน้ำผลไม้ให้แขก เขาก็ย้ำกับลูกสาว “อริส อย่าทำเสียแขกพ่อเชียว ตอนเด็ก ๆ เรากับพี่เตเป็นเพื่อนเล่นกันมา วันไหนพ่อกับแม่ไม่ว่าง ป้าขวัญช่วยเลี้ยงเราตลอด ไม่มีป้าขวัญป่านนี้เราคงลำบาก ไม่ได้มีเงินเหลือกินเหลือใช้แบบนี้หรอก”
ขวัญฤดี เพื่อนบ้านคนสนิทแต่ก่อนนั้นรับฝากเลี้ยงดูแลอริสาในบางครั้งที่พิภพและภรรยาติดธุระ จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกตั้งแต่มารดาของอริสาเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งปอด ประกอบกับครอบครัว ‘สิงหวัฒน์’ ย้ายถิ่นฐานไปอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนกลับมาอยู่เขาใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
เป็นเรื่องยากสำหรับพิภพทุกคราวมองหน้าลูกสาวที่มีหน้าตาเหมือนเมียรักราวกับว่าเป็นคนคนเดียวกัน ติดแค่ความเอาแต่ใจบ้าง แต่อริสาก็ยอมฟังเหตุผลของพ่ออยู่หากเป็นเรื่องที่ควรฟัง
“ค่ะพ่อ หนูคิดถึงป้าขวัญอยู่เหมือนกัน”
“คิดถึงแต่ไม่เคยอยู่บ้านสักที ป้าขวัญมารอบนี้ทำตัวให้ว่างเลยนะ” เสียงทุ้มว่า ก่อนจะสาดตาคมวับไปทางชายหนุ่ม “เต เราอย่าลืมไปรับแม่มาเที่ยวฟาร์ม อานัดแกไว้แล้วล่ะ รีสอร์ตข้างในวิวสวยมาก ๆ อาให้แม่บ้านเคลียร์แขกเรียบร้อย จะมาอยู่สักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ได้ ถือเสียว่ามากักตัวที่ฟาร์มอาละกัน”
กักตัว! ไม่ใช่คนเดียวบนโต๊ะที่ตกใจกับคำนี้ เมื่อผู้คนเลิกทำเรื่องแบบนั้นกันไปนานโข โรคไข้หวัดสายพันธุ์โหดอย่างโควิด-19 ก็มีวัคซีนรักษาตั้งนานแล้ว
ฝ่ามือหนายังกุมแก้วน้ำผลไม้ที่มีไอเย็นเกาะอยู่โดยรอบ ชายหนุ่มยิ้มรับตามมารยาท “ครับ อาภพ ช่วงนี้ผมยังไม่ได้เริ่มงาน คงว่างเที่ยวอยู่ ผมกับแม่ต้องรบกวนอาแล้วล่ะครับ”
“ไม่มีปัญหาไอ้หลานรัก อาได้ยินจากพี่ขวัญว่าเราจบโทวิศวะที่อังกฤษเหรอ? เต”
“ครับ ผมส่งวิทยานิพนธ์เสร็จ ก็นั่งเครื่องกลับมาเลย รับปริญญาต้นปีหน้า คงต้องทำงานใช้ทุนกพ. ตอนไปไม่ได้ใช้เงินแม่ครับ” คนเอ่ยดูมีท่าทีภาคภูมิใจ เขาเรียนจบโดยไม่ได้ใช้เงินของครอบครัว นอกจากมารดาเอ่ยปากให้จุก ๆ จิก ๆ ตามประสาคนมีฐานะร่ำรวยอยู่พอประมาณ เปิดโอกาสให้คนช่างอวดได้อวดลูกสาว
Chapter 2
“เอ้อ ดีนะ เก่ง ๆ อาว่าเราเหมือนลูกอา อริสเรียนจบสัตวศาสตร์จากสวิตเซอร์แลนด์ ตอนเรียนตรีได้ทุนนักกีฬาทีมชาติ จบมาแล้วยังมาช่วยงานที่ฟาร์ม”
เตชินมีสีหน้าแปลกใจ “จริงหรือครับ? อาภพ ผมแค่เรียนอย่างเดียว ตรี โทที่อังกฤษยังรู้เลยว่ายาก ไม่น่าเชื่อว่าตัวเล็ก ๆ แบบนี้เป็นนักกีฬาด้วย?” ปลายเสียงหยุดอยู่กับใบหน้าสดสวยของคนที่รับประทานอาหารเสร็จ เอาแต่ส่งสายตาหาสุนัขตรงมุมห้อง แทนที่จะมองหน้าหล่อ ๆ ของหนุ่มวิศวะดีกรีอังกฤษ
น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาตอบ “ค่ะ”
“กลับไทยนานหรือยังน่ะ ผมมาคราวที่แล้วไม่ยักเจอ”
“ปีกว่าค่ะ”
พิภพเห็นท่าทีไม่ใคร่สนทนาของลูกสาว กลับไม่คิดว่าเสียเวลาอะไรมากมายหากเจ้าที่รักจะรออีกสักหน่อย เขายังสังเกตเห็นอีกด้วยว่าชายหนุ่มดูสนใจเธออยู่พอประมาณ ก็คงจะเข้าทาง...
“อริสเรียนจบโทตอนอายุยี่สิบห้า กลับมาช่วยงานได้เกือบสองปีแล้วล่ะ ปีนี้ย่างเข้ายี่สิบแปดปีแล้ว เราอายุเท่าไรน่ะเต”
“ผมสามสิบสองย่างเข้าสามสิบสามครับ”
“อายุห่างกันแค่สี่ปี จบนอกเหมือนกัน วัยไล่ ๆ กันน่าจะพูดคุยเข้าใจกันใช่ไหมล่ะลูก?” เจ้าของบ้านบอกลูกสาวที่ไม่ได้พูดอะไร มือหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“แล้วตอนนี้น้องช่วยงานอะไรบ้างครับ?”
“ลูกอาเป็นผู้จัดการใหญ่ คุมคนงาน ตรวจความเรียบร้อยในฟาร์ม อริสจบสัตวศาสตร์มา เก่งด้านจัดการการผลิต งานวิจัยสัตว์ประเภทอื่น ๆ พวกตลาดส่งออกเนื้อแพะ แกะ นี่ลูกอาทำหมดเลยนะ อาทำงานส่วนบริหารกับหุ้นส่วนอีกหลายคน งานเอกสารสัญญา กฎหมาย งานลงทุน บริษัททัวร์ อาเป็นคนตัดสินใจ”
“ท่าทางจะยุ่งนะครับ”
“ไม่เท่าไร ฟาร์มอามีพนักงานเป็นร้อย มีหัวหน้างานฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย ฝั่งรีสอร์ตก็มีผู้จัดการโรงแรมคอยช่วยอยู่ คนนี้มีฝีมือพอตัว อาแทบจะไม่ต้องไปยุ่งเลย” พิภพหลุบตามองลูกสาวครั้งหนึ่งและคนข้างกัน ในสายตาของเขาคู่หนุ่มสาวดูเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก เหมือนที่ภรรยาเคยบอก
“เอ้อ... เต เรามีแฟนหรือยังล่ะ?”
“พ่อจะคลุมถุงชนหนูหรือไง?” น้ำเสียงขุ่นเคืองโพล่งขึ้นมาเพราะคนที่พูดจ้อย ๆ ไม่หยุด แม้ว่าเธอจะส่งสายตาคมกริบตั้งหลายครั้ง
“พ่อแค่ถามเฉย ๆ...”
“พ่อไม่ได้ถามเฉย ๆ อย่าคิดว่าหนูไม่รู้” เสียงแข็งกระด้างเถียง อริสาไม่เคยพอใจในเรื่องนี้ ขนาดว่าไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายปี จนแม่เสียไปแล้วพ่อก็ยังไม่ล้มเลิกความคิด
“รู้ก็ดี แม่กับพ่อเห็นว่าเตเขาเข้ากันดีกับบ้านเรา ต่างคนก็ยังไม่มีแฟน ลองคุย ๆ กันเป็นเพื่อนเป็นพี่น้อง ไม่มีอะไรเสียหาย ถ้าเกิดว่าถูกใจกันขึ้นมาค่อยว่ากันดีไหม เตว่าไงล่ะ?” เขาถามชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มใสซื่อแต่เป็นอีกคนตอบ
“ถ้าหนูจะมีผัว หนูจะหาของหนูเอง พ่อช่วยเข้าใจด้วยนะ และแม่ไม่อยู่แล้ว” สิ้นคำ ร่างบางลุกขึ้นยืนสุดความสูง “หนูจะพาที่รักไปหาหมอ ไปก่อนนะ พ่อ”
“เออ... ก็ไปสิ แต่รถพ่อให้ครูเหนือยืมไปใช้ รถหนูพ่อเอาไปถ่ายน้ำมันเครื่อง ไปกับพี่เตเขานะ” เข้าแผนนายพิภพที่กำลังจะหาลูกเขยสักคนนั่นแหละ แต่เท่านี้ไม่สามารถทำอะไรอริสา หากเธอได้พูดแล้วว่าไม่ ก็คอยดูกันไป
“ค่ะ”
สีหน้าสุดแสนเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกเหนืออยู่ในสายตาของเตชิน เป็นธรรมดาที่เขาคงต้องมีไม่พอใจ และก็อยากจะรู้ว่าเธอจะแน่สักแค่ไหน จึงลุกขึ้นตามไป
ซึ่งหญิงสาวกลับกลายเป็นคนละคน พอก้าวไปนั่งพับเพียบลงบนพื้นหน้าสุนัขตัวโปรด มันส่ายหางไปมาอย่างดีใจแม้ร่างกายไม่สู้ดี
“ที่รัก.. แม่จะพาหนูไปหาหมอนะลูก” ทั้งน้ำเสียงและแววตาอ่อนโยน มือเล็กลูบไล้ขนสีบรอนซ์ทองสลวย มันก็ร้องครางอ้อนเจ้านาย
เจ้าที่รักเป็นสุนัขสายพันธุ์ดีจากฟาร์มที่มีชื่อเสียงในเมืองโคราช อริสาตัดสินใจซื้อมันมาด้วยอารมณ์เบื่อเซ็ง ๆ เล่นอินเตอร์เน็ตแล้วพบเข้าโดยบังเอิญเห็นว่ามันน่ารักดี พอเลี้ยงไปจึงเกิดความรู้สึกเมตตา มันเติมเต็มชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายในแต่ละวันให้มีสีสัน จนถึงทุกวันนี้ดันขาดมันไม่ได้สักวัน
“อ้าว.. เดี๋ยวนี้น้องอริสมีลูกเป็นหมา?” คนถามเลิกคิ้วขึ้นมองร่างบางในเดรสคุณหนูนั่งราบอยู่บนพื้น เจ้าของบ้านตอบให้แทน
“อย่างนั้นแหละ สองแม่ลูกรักกันปานจะกลืนกิน ตัวติดกันเป็นตังเม ไม่รู้วันไหนแต่งงานมีผัว จะนอนกับหมาหรือนอนกับผัว”
‘ผัว’ ย้ำให้ลูกสาวได้ยินแต่เธอก็ทำเป็นไม่สนใจ ไม่ต่อปากต่อคำกับพ่อเหมือนเคย แต่พูดกับหมา
“ลูกเดินไม่ไหว เดี๋ยวแม่อุ้มหนูนะลูก”
เจ้าหมาตัวโตกำลังแลบลิ้นน้ำลายเลอะเทอะไปหมด มันไม่สบายยังได้รับกำลังใจจากเจ้านายสาวที่ใจดีกับมันเสมอ แขนเรียวสอดเข้าช่วงท้องด้านหน้า ค่อย ๆ ยกเจ้าหมาเข้าหาอ้อมอก แนบไว้กับตัวอย่างนุ่มนวล
“ให้ช่วยไหมคุณ?” คำถามของเตชินได้รับการตอบรับด้วยสายตาเย็นยะเยียบของคนที่ตวัดหางตามอง
แน่ว่าการอุ้มสุนัขพันธุ์ใหญ่น้ำหนักกว่าสามสิบกิโลกรัมอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งจำเป็น ด้วยความเคยชินกับการอุ้มเจ้าตัวแสบมาแต่เล็กจนโตเต็มวัย มันจึงไม่ใช่ปัญหา
ใบหน้าสวยสะบัดกลับไปอย่างเชิดหยิ่ง ก่อนที่เธอจะเดินนำลิ่วไป เตชินส่ายหน้าไปมาอย่างเอือม ๆ ยกมือไหว้ลาเจ้าของบ้าน รับหน้าที่สารถีขับรถยนต์พาทั้งคนทั้งหมาไปโรงพยาบาลสัตว์
โรงพยาบาลสัตว์เอกชนบริการระดับมาตรฐาน มีคลินิกสัตว์เล็กใหญ่ครบวงจร อริสาเลือกที่จะมาใช้บริการที่นี่เป็นประจำ ตั้งแต่เจ้าที่รักรับวัคซีนเข็มแรก ซื้อของใช้จุกจิกของสุนัข ฝากเลี้ยง หรือแม้แต่นำสัตว์อื่น ๆ ที่ฟาร์มมารักษา
หลังจากที่เจ้าที่รักนั่งซมซุกตักส่งเสียงครวญครางตลอดทางกว่ายี่สิบกิโลฯ เธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์สนทนากับคนขับรถจำเป็น ถามคำก็ตอบคำจนชายหนุ่มต้องนั่งกุมพวงมาลัยไปเงียบ ๆ
บรรยากาศชวนน่าอึดอัดของคนทั้งคู่ยังคงอยู่จนนั่งรอคิวในคลินิก ผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวเข้ามาไถ่ถามอาการ
“เจ้าที่รักเป็นอะไรมาคะ? คุณอริสา”
“ที่รักซึม ตัวร้อนเป็นไข้ค่ะ” รีบตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ขณะนั่งกอดประคองกอดสุนัขในสภาพอิดโรยไว้บนตัก มันป่วยถึงขั้นว่าไม่มีอารมณ์วิ่งเล่นในสถานที่ที่มันชื่นชอบการทักทายสุนัขตัวอื่น ๆ ไปทั่ว และเจ้านายก็จะดุมัน
“หมามันตัวร้อนได้ด้วยเหรอครับ?” คำถามของเตชินถูกมองค้อนขวับ ก่อนจะได้รับคำตอบให้หายข้องใจ
“ได้สิคะคุณ น้องหมาที่เป็นไข้ส่วนใหญ่แล้วที่หูกับเท้าจะร้อนจัด ลองใช้มือหรือหลังมือของเราจับดูที่หูหรือที่เท้าของน้องหมาดูว่าร้อนมากไหม ให้ลองเทียบกับตัวเราดู โดยปกติแล้วหมาจะตัวอุ่นกว่า หรือจะใช้ปรอทวัดไข้วัดดูก็ได้ค่ะ”
เตชินถึงกับร้องอ๋อ ให้สีหน้าคลายความสงสัยไม่มีอะไรค้างคาใจอีก
“น้องมีอาการอะไรอีกไหมคะ? คุณอริสา อาเจียนไหม ทานข้าวได้ไหมคะ เป็นไข้มากี่วันแล้ว?”
“ไม่อาเจียนค่ะ ทานข้าวได้อยู่แต่ทานได้น้อยลง ขนมไม่ค่อยจะกิน เมื่อวานมันไปเล่นน้ำฝน ตื่นเช้ามามีไข้ ไม่แน่ใจว่าเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือเปล่า ฉันเลยรีบพามันมา เผื่อคุณหมอตรวจเลือดดูจะได้แน่ใจค่ะ”
คนรักสัตว์ลอบยิ้มกับความเอาใจใส่ของลูกค้าขาประจำ ก่อนผายมือเชื้อเชิญ “พาเจ้าที่รักมาทางนี้เลยค่ะ”
ผู้ชายตัวโตเตรียมให้ความช่วยเหลือเจ้าของหมาที่ทำท่าจะลุก ขณะที่เธอดันไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ใบหน้าสดสวยบึ้งตึงตลอดเวลา ยังออกคำสั่ง
“คุณเตชินเฝ้ากระเป๋าฉันไปแล้วกัน”
ชายหนุ่มย่นคิ้วเข้าหากัน เมื่อกระเป๋าสะพายหนังสีขาวถูกปลดจากบ่า ปลายนิ้วกรีดกรายดันมันไว้แนบติดกางเกงยีน เธอหลุบมองมันครั้งหนึ่งด้วยสายตาเฉียบคม
“กรุณาให้ความสำคัญกับมันด้วย เพราะกระเป๋าฉันแพงมาก ขอบคุณค่ะ”
ความหมายของเธอไม่ได้ประชดประชันเขาเลยเพราะกระเป๋าหนังจระเข้รุ่นนี้ก็ประมาณแสนกว่าบาทได้ ชายหนุ่มหน้ากระตุก จับมันวางไว้บนตักอย่างไม่ค่อยพอใจ
ร่างบางค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นพร้อมสุนัขซึ่งได้รับการโอบอุ้มอย่างนุ่มนวล มันรับรู้ได้ว่าข้างหน้ามีอะไร จึงเริ่มส่งเสียงครางด้วยความหวาดกลัวจับใจเหมือนทุกครั้งคราวเข้าห้องตรวจ
ในห้องที่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตลบอบอวลไปทั่ว พอผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวเดินหลีกไปในอีกทางหนึ่ง ดวงตาคู่กลมโตส่ายมองหาคุณหมอ และโต๊ะตัวใหญ่สำหรับวางสุนัข พอดีกับที่สายตาเหลือบไปเห็น
เจ้าของวงหน้าหล่อเหลาคมคายในชุดกาวน์แขนสั้นกำลังก้มหน้าอยู่กับแฟ้มและกระดาษกองหนึ่ง ไล่จากจมูกโด่งเป็นสันคม แม้เห็นใบหน้าของเขาเพียงเสี้ยวเดียว สัญชาตญาณของเธอบอกว่าพ่อคุณน่าจะเอาเรื่อง!
“วางน้องหมาลงเลยครับ”
เสียงทุ้มนุ่มละมุนผ่านหู ไม่ต่างจากนักร้องบอยแบนด์ยืนจับไมโครโฟน ลี้ดกีตาร์เท่ ๆ มีสาวกแม่ยกยืนกรี้ดคอแตก ก้อนเนื้อในอกสาวกระตุกไม่เป็นจังหวะทุกย่างก้าว เธอคงไม่มีทางเลือกที่จะถอยไปข้างหลัง
เจ้าหมาตัวโตได้รับความช่วยเหลือจากมือหนาใต้ถุงมือยางสีขาวในอีกฝั่งของเตียงเหล็ก มันสะดุ้งทันทีที่สัมผัสได้ถึงโลหะเย็นเฉียบ เหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกตกใจกลัวก็ถีบเท้ายันหน้ายันหลังสู้แรงมนุษย์ คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามกันจึงต้องออกแรงกดมันให้นอนราบลงในท่าตะแคงสักทางหนึ่ง
“โอ๊ย!” เสียงหวานอุทาน หลังหลบเท้าปุกปุยจนฟาดหน้าผากเข้ากับคุณหมอที่หลับตาปี๋เพราะความเจ็บ
Chapter 3
ดวงตาคู่กลมโตลืมพรึบมองขนตางอนเป็นแพหนารับจมูกโด่งเป็นสันคม วงหน้าหล่อเหลาลงตัวไม่มีแม้รอยฝ้ากระ ลูกกะตาเธอก็ติดหนึบอยู่กับหน้าคุณหมอหมา!
ขณะที่อีกคนไม่ได้ต่อว่าอะไรกับรอยแดงบนหน้าผาก นัยน์ตาคู่สีน้ำตาลสวยพร่างพราวสบมองมานิ่ง ๆ ไม่รู้ว่าเขาอาจนึกโกรธเธออยู่ลึก ๆ หรือว่ากำลังคิดอะไรแน่ อริสาพอตั้งสติได้ในอีกครู่หนึ่ง
“เอ่อ... ขอ.. โทษค่ะ” ตะกุกตะกักตอบ คุณหมอหนุ่มแย้มยิ้มอยู่บนใบหน้า เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย
“ไม่เป็นไรครับ”
รอยบุ๋มบนแก้มทั้งสองข้างทำเอาแทบจับไข้ตามหมา หญิงสาวกลอกตาไปมา ยืนตัวเกร็งมือเหงื่อชุ่มบีบขนสีทองอยู่แน่น กลายเป็นว่าสุนัขที่กำลังดิ้นพล่านไม่ต่างจากกามเทพดี ๆ สถานการณ์เป็นใจอะไรขนาดนี้!
“ไงล่ะ? เอ๋บอกแล้วว่าคุณอริสาส้วย สวย หมอจะตะลึง แหม.. ทีเมื่อกี้ทำเมิน เบอร์คุณอริสา เอ๋มีค่ะ เดี๋ยวเอ๋เอาให้หมอไอนะคะ”
ใบหน้าหล่อเหลามองขวับตามเสียงของหล่อนที่ทำความสะอาดอุปกรณ์อยู่ตรงมุมห้อง ขณะโถมน้ำหนักตัวลงกดสุนัข เสียงเข้ม ๆ จึงดังกว่าเสียงของสุนัขที่ร้องครวญครางไม่หยุด
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีครับคุณเอ๋ แต่มาช่วยกันจับก่อนดีไหม? ผมกดโกลเด้นอยู่นะ ไม่ใช่ปอมปอม ชิวาว่า”
“ไม่ได้อยากจะไม่ช่วยนะหมอไอ แต่โกลเด้นยังตัวเล็กกว่าหมอตั้งเยอะ เอ๋เตรียมของดีกว่า ยืนจีบกันไปก่อนเถอะ”
แทนที่คุณหมอหนุ่มจะโมโหขาใหญ่ประจำคลินิก กวนประสาทได้ทั้งวัน เขาหันกลับมาทางเจ้าของสุนัข แก้มแดงฉ่ำบอกอาการเก้อเขินหนักกับคำว่า ‘จีบกัน’ ทว่าเธอก็ให้ความร่วมมือสัตวแพทย์เป็นอย่างดี
“มันกัดไหมครับ?”
“ไม่ค่ะ มันแค่ดิ้นกลัว แรงมันเยอะ มันไม่เคยกัดใครค่ะ”
สัตวแพทย์หนุ่มจึงวางใจว่าหมาใจดีอย่างโกลเด้นรีทรีฟเวอร์จะไม่หันมาแว้งกัดจนต้องมัดปากไว้เหมือนหมาดุตัวอื่น ๆ ซึ่งหมอหมาหมอแมวอาจโดนแว้งกัดได้ก็เคยมีเกิดขึ้นอยู่ เขากดกำสองขาปุกปุยหน้าหลังไว้ด้วยมือแต่ละข้าง มีหญิงสาวโน้มน้ำหนักลงบนช่วงลำคอและช่วงตัวของสุนัข
“ไม่มีอะไรนะ ลูกแม่ คุณหมอมือเบ้า เบา นิดเดียว ไม่เจ็บ ไม่ดิ้นนะลูก” น้ำเสียงอ่อนโยนปลอบ สายตาของเธอจรดอยู่ตรงท่อนแขนเป็นล่ำสันเส้นเลือดปุด! กล้ามเป็นมัด ๆ บอกว่าเขาน่าจะเป็นคนชอบออกกำลังกาย ไม่ก็คงเป็นเพราะสู้แรงหมาทั้งวัน
“โฮ่ง ๆ!”
เจ้าหมาตัวโตทั้งร้องทั้งดิ้น กลัวหมอแปลกหน้าชนิดว่าสู้ตาย! เม็ดเหงื่อขึ้นแซมผ่านไรผมของเธอและเขา อริสาลอบมองคุณหมอครั้งหนึ่ง เห็นจะทนไม่ไหว พายุโทสะลูกหนึ่งจึงฟาดลงกับหมาจอมดื้อ
“ที่รัก.. อยู่นิ่ง ๆ! เดี๋ยวแม่ยิงไส้แตก..” ขู่ตะคอกเบา ๆ ผ่านไรฟันขาว
เจ้าหมาตัวโตเหลือกตามองผวา หยุดดิ้นทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ปืน’ หรือ ‘ยิง’ มันฉลาดมากพอจดจำคำศัพท์ของมนุษย์ได้เกือบถึงหนึ่งพันคำ จากที่มันเคยติดตามเจ้านายไปทุกที่แม้แต่สนามยิงปืนซึ่งมันไม่ชอบเสียงดัง ๆ อย่างนั้นเลย
“คุณอริสายิงหมา ก็ต้องมาคลินิกหมออยู่ดี อย่าเลยนะครับ” พูดเรื่อยเฉื่อย ตาคมลอบมองเรียวปากอิ่มงามกระจับด้วยลิปสติกสีแดงสดรับเครื่องสำอางอ่อน ๆ เขี้ยวคมตรงมุมปากยามขยับเอ่ยถ้อยคำ
“ฉันแค่ขู่ให้มันนิ่งเฉย ๆ ฉันไม่ได้ขู่มันบ่อย ใครจะไปกล้ายิงลูกสุดที่รักคะ? หมอไอ”
ไม่ใช่เรื่องแปลกกับการเรียกชื่อหมอ เธอเพิ่งรู้สึกมันแปลก เพราะดันเรียกตามผู้ช่วยที่เตรียมของนานกว่าปรกติ กระทั่งหล่อนเดินกลับมาพร้อมวางถาดลงบนโต๊ะ ลูกค้าประจำอย่างอริสารู้จักคุณหมอที่นี่ทุกคนคงต้องถาม
“อาจารย์นิธิไม่มาหรือคะ? คุณเอ๋...”
“อาจารย์ไม่สบายค่ะ แพร่เชื้อหวัดติดกันไปทั้งคลินิก คุณหมอไอศูรย์เลยมาช่วยงานชั่วคราว แต่ว่านะ งานหนักกว่าอาจารย์อยู่อีก เพราะตอนนี้สาว ๆ ไอเลิฟยูกันไปหมด” ท้ายประโยคบอกเจ้าของร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร
“ถ้าหมอไอจะเกิดมาขายาว หล่อล่ำกล้ามโต เบ้าหน้าส่งตรงจากเกาหลีขนาดนี้ ใส่หน้ากากเสียเถอะค่ะ ใส่ชุดหมีซาฟารีเลยยิ่งดี เอ๋ไม่อยากให้เจ้าของหมาหัวใจวายตาย”
“จะให้หมอใส่ชุดหมี หมาได้กัดหมอก่อนแน่ ๆ”
ผู้ช่วยสาวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนสลับที่กับคุณหมอหนุ่ม
สุนัขพันธุ์ใหญ่ถูกยกหาง จับปรอทวัดไข้เสียบก้น มันคงต้องหดตัวอย่างหวาดกลัวหูหางตก ต่างคนจับสุนัขแน่นมือให้คุณหมอได้ทำงานสะดวก ผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวชักชวนสนทนาไปเรื่อยเปื่อย ตามนิสัยหล่อนที่ช่างแซวเสียเหลือเกิน
ด้วยความที่เจอหน้ากันอยู่เป็นประจำ หากลูกค้าคนสวยไม่พาเจ้าที่รักมาฉีดวัคซีน ก็จะมาซื้อขนม อุปกรณ์สัตว์เลี้ยงที่นี่
“คุณอริสาพาเจ้าที่รักมาคนเดียวตลอดนี่คะ วันนี้มากับหนุ่มล้อ... หล่อ เดินเข้าคลินิกมา พี่เก๋บอกว่าเหมือน หมาก ปริญ สาว ๆ ข้างนอกนี่นั่งมองตาแทบหลุดเลยค่ะ”
อริสาทำหน้าครุ่นคิดอย่างไม่แน่ใจ “ก็ดูดี... มั้งคะ”
“แฟนหรือคะ?” กระซิบถามแววตาเป็นประกาย อาจไม่ใช่คนเดียวที่หูผึ่งรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันโสด”
“จริงหรือคะ? อุ๊ย.. พอดีเลย หมอไอก็โสด...” เหมือนว่าจุดประสงค์ของผู้ช่วยสาวจะประสบความสำเร็จ จึงส่งยิ้มให้คุณหมอ และเจ้าของหมาในฝั่งตรงกันข้ามอย่างไม่ต้องสืบความหมายมากมาย
แต่เวลางานก็ต้องเป็นเวลางาน สองหนุ่มสาวเพิกเฉยคำพูดของหล่อน ลิ้นตาของเจ้าที่รักละห้อยมองเข็มขนาดใหญ่ในมือหมอด้วยความหวาดกลัวจับใจ ส่งเสียงดังลั่นขนาดว่ายังไม่ได้ทำอะไร
“คุณเอ๋จับแน่น ๆ ไม่โดนแขนหมา จะเจ็บ...” น้ำเสียงเจือแววข่มขู่ คนที่ช่วยกันจับสุนัขอยู่จึงออกแรงมากกว่าเดิม คุณหมอหนุ่มไม่ได้ใช้เวลามากกับการลงมืออย่างมืออาชีพกดเข็มยาจนสุด ลูบเจ้าขนทองเบา ๆ ปลอบประโลมด้วยคำชมเชย
“เก่งมาก นิดเดียวเองเห็นไหม มดกัดนะ เจ้าที่รัก..” แล้วค่อยเงยหน้าขึ้นบอกเจ้าของสุนัข
“มีไข้สูงอยู่นะ หมอเพิ่งให้ยาลดไข้บรรเทาอาการ ระหว่างรอผลเลือด ถ้าสุนัขตัวร้อนมากกว่านี้ ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิปกติเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนได้ หมอขอฟังเสียงปอดน้องหน่อยว่าชื้นไหม ถ้าไม่มีก็น่าจะคลายกังวลพวกพยาธิในเม็ดเลือด..”
พยาธิในเม็ดเลือดเป็นโรคน่ากลัวที่คร่าชีวิตของสุนัขมาแล้วนักต่อนัก การกระทำของสัตวแพทย์หนุ่มที่แตะเครื่องฟังลงบนขนสีทองจนผละมือออก ใบหน้าสดสวยสะท้อนความร้อนรนอย่างชัดเจน
“ฉันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ค่ะ ถ้าอาการหนักยังไงฉันจะรีบพาที่รักมา”
“ครับ คลินิกเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าน้องหมาอาการไม่ดีขึ้นก็รีบมา เดี๋ยวได้ผลเลือด ทางคลินิกจะโทรไปแจ้งนะครับ” พอคุณหมอตอบ ผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม
“รีสอร์ตของคุณอริสาอยู่ตรงนี้เองค่ะ พี่บุษกับเอ๋เคยไปนอนตั้งแคมป์ดูนกชมม้า ดูแกะเพลิน วิวสวยมาก ๆ คุณอริสาให้โวเช่อดินเน่อร้านอาหารแถมมาด้วย คนอะไร สวย ใจดี แถมโสด..”
“ไว้จะไปเที่ยวแน่ ๆ ครับ” ในคำพูดมีนัยเขาแค่รักษามารยาท หญิงสาวกำลังเป็นห่วงเจ้าสุนัขหน้าซีดเซียวไปถนัดตา ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“ค่ะ.. ยินดีต้อนรับล่วงหน้าค่ะ ขอบคุณ คุณเอ๋ คุณหมอมาก ๆ” ความเป็นผู้น้อยกว่าเธอเป็นฝ่ายยกมือไหว้ลา โน้มตัวลงอุ้มหมาตัวโตออกจากห้องไป
ดวงตาคู่หวานคมมองตามแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่างโดยเจ้าตัวคงไม่รู้ หญิงสาวในชุดสีเขียวข้างกันขมวดคิ้วมุ่นมองหมอ
“เอ๊ะ... ปรกติหมอไอใส่หน้ากากอนามัยทำงานตลอดนี่คะ?”
คุณหมอหนุ่มเปรยยิ้ม ก้มหน้าลงหาผู้ช่วยสาวด้วยความสูงชะลูดของตัวเขา ส่ายหน้าไปมาและก็ไม่ได้ตอบอะไรแต่หมุนตัวเดินกลับไปทำงานอย่างอารมณ์ดี
ทางด้านหญิงสาว สุนัขตัวโปรดผู้เป็นดั่งดวงใจตามชื่อของมันคือ ‘สุดที่รัก’ พาดวงตาคู่สวยหม่นทอดมองใบหน้าอิดโรยของมัน
เตชินนั่งรออยู่พักใหญ่ ๆ พบหญิงสาวผู้หอบความหยิ่งผยองมาตลอดทาง หอบหมาตัวโตออกมาจากห้องตรวจด้วยสีหน้าเป็นกังวล จึงเดินไปหา ขนาดว่าเขาไม่ใช่คนรักสัตว์ยังอดห่วงไม่ไหว
“เป็นไงบ้าง?”
“ไม่ใช่ธุระของคุณ” เจ้าของสุนัขชักสีหน้าใส่ แล้วก็ถูกต่อว่า
“มาด้วยกันจะไม่ใช่ได้ไง โต ๆ กันแล้วหัดแยกแยะหน่อย ผมไม่ได้อยากมาดูแลคุณนักหรอก มาให้ผมอุ้มมันก่อน จะได้รับยากลับบ้านสักที เสียเวลา” เบ้ปากว่า ชักเริ่มรำคาญแม่คุณสวยรวยมาก เรื่องมากชะมัด! เตชินกำลังคิดอยู่ว่าหากเธอนิสัยดีกว่านี้ให้มันเข้ากับหน้าตาสะสวยคงดี
หญิงสาวหน้าตาบึ้งตึง ขี้เกียจอ้าปากเถียงกับเขาต่อ จึงยอมให้ลูกรักในอ้อมแขนถูกอุ้มไป ไปนั่งรอชำระเงิน ตาชำเลืองมองเจ้าที่รักซบหน้าลงบนตักชายหนุ่ม ไม่ว่ามันจะจงรักภักดีต่อเธอแค่ไหน โกลเด้นรีทรีฟเวอร์เป็นสุนัขที่เป็นมิตรกับทุกคน
ตลอดหนึ่งปีหนึ่งเดือนที่เธออยู่กับมันมา เจ้าที่รักร่างกายแข็งแรง ซุกซนตามลักษณะนิสัยสายพันธุ์ของมัน มันป่วยแทบนับครั้งได้ ความเศร้าหมองจึงกอบกุมจิตใจ ไม่ต่างจากผู้คนทั้งหลายที่นั่งอยู่ เจ้าของสุนัขทุกคนจมอยู่กับความหวาดกลัวว่ามันจะเป็นอะไรไป
เสียงถอนหายใจจึงหลุดออกจากริมฝีปากคู่งามมากกว่าหนึ่งครั้ง หากทว่าพอรับยาเรียบร้อยทางช่องชำระเงิน
“คุณอริสา... คุณเอ๋เธอฝากของมาให้ อยู่ข้างในนะคะ” พนักงานสาวอายุประมาณสามสิบได้ ส่งใบเสร็จให้เธอด้วยรอยยิ้ม
นัยน์ตาคู่สลดสวยฉายแวววูบวาบทันทีที่เปิดถุงกระดาษใส่ยา สังเกตเห็นกระดาษแข็งใบเล็ก ๆ มีตัวหนังสือชัดเจน!