ซีรีส์บำเรอรักเจ้าพ่อเถื่อน
เล่ม 1. บำเรอรักเจ้าพ่อเถื่อน
“นี่เหรอลูกสาวของแก” ทศเอ่ยถามเสียงกร้าวเมื่อลูกหนี้ของเขาส่งตัวลูกสาวมาปลดหนี้ด้วยท่าทีอิดออด
ธนัชเป็นทั้งศัตรู เป็นทั้งลูกหนี้ที่เขาต้องแก้แค้น เพราะมันหักหลังพ่อของเขาจนหมดตัว ทำให้ชีวิตวัยเด็กของเขาต้องลำบากและทุกข์ทรมาน พ่อของเขาพาเขาเร่ร่อนไปทั่ว ยิ่งกว่าขอทานข้างถนน กว่าจะลืมตาอ้าปากได้
หลังจากบิดาเสียชีวิต ท่านก็บอกให้เขาอโหสิกรรม แต่เขาไม่มีวันลืมว่าครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตาและมีความสุขล่มสลายเพราะผู้ชายที่ชื่อธนัช เขาไม่มีวันลืมมันเด็ดขาด
เขาเพียรสร้างเนื้อสร้างตัวอยู่หลายปี ก่อนจะกลับมาแก้แค้นเมื่อรู้ว่ามันกำลังประสบปัญหาทางด้านการเงินและติดหนี้การพนันอย่างหนัก
เป้าหมายของเขาก็คือลูกสาวคนสวยของมัน ลูกสาวที่มันรักมากที่สุด การจะทำให้มันเจ็บต้องจัดการที่หัวใจของมัน และเขาสืบรู้มาว่ามันรักลูกสาวของมันมาก
“ฉันขอร้องเถอะนะ อย่าทำอะไรรุนแรงกับลูกสาวของฉันเลย” ธนัชเอ่ยขอร้อง
“แล้วตอนที่แกทำกับฉันกับครอบครัวของฉันล่ะ”
“หมายความว่ายังไง” ธนัชเอ่ยถามอย่างตกใจ
“แกยังจำเพื่อนรักที่แกทรยศได้ไหม” ทศเอ่ยถาม เพราะเขาเปลี่ยนชื่อนามสกุล ธนัชเลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร
“แก แกเป็นลูกของไอ้อัฐอย่างนั้นเหรอ” ธนัชยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่
“ยังดีนะที่แกยังจำได้ว่าเคยทรยศเพื่อนของแก แสดงว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตามที”
“ทุกอย่างเป็นแผนการของแกอย่างนั้นเหรอ” ธนัชเอ่ยถาม
“ใช่ ฉันรอวันนี้มายี่สิบกว่าปี รอเวลาที่จะได้แก้แค้นแก ฉันจะบดขยี้ลูกสาวของแกให้แหลกคามือ” ทศกระชากร่างบอบบางของน้ำรินมากอดรัดเอาไว้ หญิงสาวพยายามดิ้นรน
“อย่าทำอะไรน้ำรินนะ ฉันขอร้อง” ธนัชยอมลงทุนคุกเข่าอ้อนวอน
“อย่าทำอย่างนั้นเหรอ” ทศก้มลงบดจูบหญิงสาวอย่างป่าเถื่อน น้ำรินพยายามดิ้นรน แต่ไม่เป็นผล
“อย่าทำอะไรลูกสาวของฉันนะ”
“กระทืบมันให้ปางตายแล้วก็จับมันโยนออกไปนอกบ้าน ไม่ต้องให้มันตายหรอก แต่ให้มันไปเป็นขอทานข้างถนน” ทศสั่งเสียงกร้าว
“อย่าทำอะไรคุณพ่อเลยนะคะ อย่าทำคุณพ่อนะ ฉันยอมทำตามที่คุณต้องการทุกอย่าง” เธอคุกเข่าอ้อนวอนเขา ทำท่าจะเข้าไปช่วยบิดาแต่โดนทศกระชากเอาไว้
“กระทืบมันเข้าไป เอาให้ปางตายแต่อย่าให้ตาย สะใจจริงโว้ย คนสารเลวโกงเพื่อน ทำลายครอบครัวเพื่อนมันต้องเจอแบบนี้ แล้วก็เอามันไปโยนไว้ตรงถังขยะข้างถนน เผื่อมันหิวจะได้รื้อค้นขยะกิน”
“ส่วนเธอมานี่” ทศกระชากน้ำรินให้เดินตามเขาเข้าไปในห้องด้านบนของคฤหาสน์
น้ำรินมองเขาเขม็ง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น หายใจหอบรุนแรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“ขอเช็กของหน่อย” เขาย่างสามขุมเข้าหา
“อย่าเข้ามานะ”
“เก็บคำนั้นไว้รองครางจะดีกว่า” ทศพูดเสียงกร้าว ก่อนที่จะกดร่างของเธอลงบนที่นอนหนานุ่ม
“เธอรู้ไหม ฉันเลือกที่นอนหนานุ่มให้เธอแทนที่จะจับเธอกระแทกในห้องโสโครก”
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ” เธอยกมือขึ้นไหว้เขาปลก ๆ แต่เขาหาได้ปรานีไม่ กระชากเสื้อผ้าของเธอจนขาดวิ่น ก่อนที่จะบดจูบเธออย่างเร่าร้อน
ปากน้อยโดนกระแทกจนชอกช้ำ เธอพยายามเบี่ยงหลบเขาก็บีบปลายคางของเธอเอาไว้จนเจ็บ
“ดิ้นสิ ฉันชอบ” ทศหัวเราะเหยื่อสาวอันโอชะ ความแค้นที่สั่งสมทำให้เขาไร้ความปรานีต่อเธอ
ร่างน้อยถูกกระแทกกระทั้นจนตัวโยน เมื่อความเป็นชายสอดเสียบเข้าไปในร่องเสียว เขาไม่ปรานี แค่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงร่องที่คับแคบ
“เจ็บ โอ๊ย! เจ็บจัง ปล่อยนะ” น้ำรินร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาก็ไม่คิดปรานี ยังกระแทกจนร่องเสียวฉีกขาด หยดเลือดพรหมจรรย์เปรอะเปื้อน เขาบีบเคล้นขยำขยี้จนเนื้อตัวของเธอเป็นรอยช้ำแดงไปหมด
“ไม่คิดว่าลูกสาวของไอ้ธนัชจะยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่แบบนี้ สุดยอดจริงๆ” เขาผละออกห่าง ผลักร่างของเธอออกอย่างรังเกียจ
ก่อนจะถอดเครื่องป้องกันออกจากกายชายและมองร่างบอบช้ำไม่วางตา
“ไม่เคยแบบนี้ฉันคงไม่ต้องป้องกันอีก เธอไม่เป็นโรคติดต่อแน่นอน”
“อย่าทำแบบนั้นนะคะ” น้ำรินได้ยินก็สะดุ้งตกใจ เธอคลานหนี เขาก็กดทับมาทางด้านหลัง ก่อนจะแยกขาเธอออก
“อยากได้ท่าหมาจัง ร่องแน่นแบบนี้ฉันจะกระแทกให้มันไปเลย”
“อย่านะ” เธอกรีดร้องเสียงหลง ก่อนที่จะสลบไป
น้ำรินตื่นขึ้นมาเธอก็รับรู้ได้ถึงแรงเสียดสีกระแทกกระทั้นในร่องเสียว เธอไม่ได้รับความสุขเลยสักนิด มีแต่ความเจ็บปวดจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่
น้ำรินตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากสลบไปรอบสอง ก็เห็นสาวใช้นำอาหารมาให้ ข้อเท้าของเธอถูกล่ามโซ่เอาไว้
เธอมีท่าทีหวาดกลัว จนสาวใช้ต้องรีบพูด
“คุณไม่ต้องกลัวดิฉันหรอกค่ะ คุณทศให้เอาอาหารมาให้คุณค่ะ กินซะนะคะ จะได้กินยา” สาลี่รู้สึกสงสารหญิงสาวจับใจ
“ฉันไม่หิว” น้ำรินมองออกไปนอกหน้าต่าง
ความจริงเธอไม่ใช่ลูกของธนัช ธนัชไม่เคยรักเธอ เขาหวังแค่จะเอาเธอไปขายให้เสี่ยรวยๆ สักคนเพื่อหวังเงินก้อน
เธอเป็นลูกติดของมารดาที่เขามาแต่งงานด้วย มารดาของเธอกำลังป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล ธนัชสัญญากับเธอว่าจะรักษามารดาให้หาย เธอจึงยอมมาเป็นตัวขัดดอกให้ธนัช
ไม่คิดว่าจะหนีเสือปะจระเข้ ธนัชว่าใจร้ายแล้ว แต่ทศใจร้ายยิ่งกว่า
ทศเกลียดธนัช เขาเลยเกลียดเธอไปด้วย เธอต้องเล่นบทลูกสาวที่รักพ่อ และธนัชต้องเล่นบทพ่อที่รักลูกสาว มันคือการแสดงทั้งสิ้น
แต่ที่เป็นกังวลในเวลานี้คืออาการป่วยของมารดา หากธนัชโดนซ้อมปางตายหรือเกือบตาย แล้วใครจะจัดการค่ารักษามารดาล่ะ
เธอเพิ่งเรียนจบยังไม่มีงานทำ เงินก็ไม่มี เธอรู้สึกมืดแปดด้านไปหมด
ถ้าเธอบอกความจริงกับทศทุกอย่าง แล้วให้เขาช่วยมารดาของเธอเขาจะช่วยไหม
เธอกลัวเขาไม่ช่วย และยิ่งจะปล่อยให้แม่ของเธอตายเพราะแม่ของเธอคือเมียของธนัช
เธอจะทำยังไงดี เธอจะทำยังไงดี หญิงสาวคิดในใจอย่างสับสนไปหมด
เสียงประตูเปิดเข้ามาโครมใหญ่ ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว น้ำรินหาทางเอาตัวรอดให้ตัวเอง เธอต้องเสี่ยงดูสักครั้ง
“พ่อของฉันเป็นยังไงบ้าง” น้ำรินเอ่ยถาม รอดูปฏิกิริยาของเขา เธอก็เห็นแต่ความเกลียดชัง
“ยังไม่ตาย แต่หายใจพะงาบ ๆ ฉันเอาพ่อสารเลวของเธอไปทิ้งไว้ข้างถังขยะ คนสารเลวทรยศเพื่อนแบบนั้นก็สมควรไปอยู่ในที่สกปรกแบบนั้น” ได้ยินประโยคของเขาแล้วทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดหวั่น
“ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณ” เธอต้องเสี่ยง เพราะตอนนี้เธอหวังพึ่งพิงอะไรธนัชไม่ได้อีก
“มีอะไรจะบอกฉันก็รีบบอกมา ก่อนที่ฉันจะส่งเธอไปทำงานในซ่อง” แม้จะรู้สึกเสียดายความสาวความสดและติดใจอยู่มาก แต่หล่อนคือลูกสาวศัตรูที่เขาต้องบดขยี้ให้ย่อยยับ
“ฉันไม่ใช่ลูกสาวในไส้ของธนัชค่ะ” เธอพูดแล้วกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเขาหรี่ตามองพลางขมวดคิ้วเข้าหากัน
“หมายความว่ายังไง”
“ฉันเป็นลูกติดของคุณแม่ คุณแม่แต่งงานกับคุณพ่อ ก็เลยรับฉันเป็นลูก แต่คุณพ่อไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครตอนนั้นแม่ของฉันกำลังท้องฉันอยู่ ฉันเป็นลูกติดท้อง ที่คลอดก่อนกำหนด พ่อเลยรู้ว่าฉันไม่ใช่ลูกของเขา เขาเลยไม่รักฉันเลย นอกจากด่าว่าทุบตีแล้วยังพานไปทำร้ายแม่อีก”
“เธอพูดโกหกหรือเปล่า”
“ไม่ได้โกหก คุณจะตรวจดีเอ็นเอฉันกับเขาก็ได้”
“แล้วทำไมเธอยอมมาเป็นตัวขัดดอกให้ธนัชล่ะ” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย ในเมื่อธนัชทำไม่ดีขนาดนี้ แล้วทำไมยังยอมเอาตัวเองมาช่วยเหลือธนัชอีก
“แม่ของฉันป่วยหนัก พ่อบอกว่าจะช่วยจ่ายค่ารักษาให้แม่ แลกกับที่ฉันต้องยอมมาเป็นตัวขัดดอกให้ท่าน ฉันรักแม่มาก ไม่รู้จะทำยังไงเลยยอม”
“แล้วทำไมเธอถึงเพิ่งมาบอกความจริงกับฉันล่ะ”
“เพราะฉันเห็นคุณซ้อมเขาปางตาย เขาอาจจะไม่รอด แล้วใครจะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลแม่ของฉันล่ะ”
“เธอบอกว่าเขาเกลียดเธอกับแม่ แล้วเขาจะยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่ของเธอเหรอ” เขาเลิกคิ้วขึ้นพลางเอ่ยถาม
“ฉันไม่รู้หรอกค่ะ แต่ไม่มีทางเลือกอะไรมาก ต้องยอมอย่างเดียวเท่านั้น ที่ฉันบอกคุณเพราะเห็นคุณเกลียดเขามาก มีความแค้นต่อกัน คุณคงไม่ยอมปล่อยทั้งฉันและเขาไปแน่นอน ฉันเลยตัดสินใจบอกความจริงทุกอย่างกับคุณ เผื่อคุณจะเวทนาช่วยเหลือแม่ของฉัน” เธอยกมือไหว้เขาปลก ๆ
“คนอย่างฉันไม่เคยเชื่อใครง่าย ๆ หรอก” เขาพูดจบก็สั่งให้ลูกน้องไปจัดการสืบเรื่องทุกอย่างมาโดยด่วนที่สุด
เขาทอดสายตามองเธอไม่วาง เดินไปเดินมา มองแล้วมองอีก มองตั้งแต่หัวจรดเท้า หรือเขาจะโดนธนัชหลอกให้อีกหน
ลูกน้องบอกว่าธนัชหนีไปแล้ว ที่กองขยะนั้นไม่มีแม้แต่เงา ขนาดโดนซ้อมปางตาย หรือหมอนี่หาทางหนีทีไล่เอาไว้แล้ว
“ว่าไง” ชายหนุ่มรับโทรศัพท์ พลางเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่ให้ไปสืบข่าวมาให้
เขามีเงิน มีอำนาจ มีทุกอย่างแค่อยากจะสืบเรื่องของใครสักคนไม่เกินความสามารถ
“อืม... เข้าใจแล้ว” ทศรับคำก่อนจะกดวางสาย มองหญิงสาวที่มองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่วาง
“ลูกน้องของฉันไปสืบมาแล้ว เรื่องทุกอย่างที่เธอพูดเป็นความจริง ฉันอยากรู้ว่าเธอต้องการอะไร” เขารู้อยู่เต็มอกว่าเธอต้องการให้เขาช่วยแม่ของเธอ แต่เขาก็อยากถามซ้ำเพื่อให้แน่ใจ
“ฉันอยากให้คุณช่วยแม่ของฉันหน่อยค่ะ ขอร้องเถอะค่ะ” เธอยกมือไหว้เขาปลกๆ
“ถ้าฉันช่วยแม่ของเธอ แล้วฉันจะได้อะไรล่ะ” เขากวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ทุกอย่างที่คุณต้องการจากฉัน ฉันให้คุณได้ทุกอย่างค่ะ”
“ก็ดี จำคำของเธอเอาไว้” ทศกดโทรศัพท์หาลูกน้องให้ไปจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลของนารี มารดาของน้ำริน ทำให้คุณหมอที่กำลังจะผ่าตัดจัดการดำเนินการในทันที
“ฉันจะบอกอะไรเธออย่างนึง ไอ้ธนัชมันหนีไปแล้ว มันไม่ได้ทำตามที่บอกเธอเอาไว้หรอก ว่าถ้าเธอยอมมาอยู่กับฉันแล้วมันจะช่วยแม่ของเธอ” ประโยคของเขาทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากจนเจ็บ คนเลวร้ายแบบธนัชไม่เคยรักษาคำพูด เธอไม่น่าไปเชื่อเขาเลย แต่ตอนนั้นมันมืดแปดด้านไปหมด เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเช่นกัน
“ฉันอยากเจอแม่ค่ะ” เธอเอ่ยบอกเขา
“ได้สิ” เขาเอ่ยอนุญาต ในตอนนี้ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากฝีมือของเขา ทศสบถยาวเหยียดที่เขาทำอะไรเลวร้ายแบบนี้กับผู้หญิง
พอมาคิดดูเขาก็ไม่ต่างจากธนัชที่เคยทำร้ายแม่ของเขาแบบนี้
เขาไม่อยากเห็นรอยฟกช้ำ หรือรอยแผลเป็นของเธออีก เขาจึงอนุญาตให้เธอไปเยี่ยมแม่ของเธอได้ และจนกว่าเธอจะหายดี เขาถึงจะเรียกร้องในสิ่งที่ตนเองปรารถนา
เธอพยายามใส่เสื้อผ้ามิดชิดปกปิดรอยฟกช้ำ และใส่หน้ากากอนามัยด้วย มารดาฟื้นขึ้นมาจะได้ไม่ตกใจ
ทศอนุญาตให้เธอไปเฝ้ามารดาจนท่านอาการดีขึ้น ก่อนที่จะหาที่พักฟื้นให้
“หนูได้งานทำแล้วเหรอจ๊ะ”
“ใช่ค่ะแม่ เจ้านายใจดีมากเลยค่ะ ให้ยืมเงินมาจ่ายค่ารักษาคุณแม่ก่อน น้ำเลยต้องทำงานชดใช้ให้เขาน่ะค่ะ หนูจ้างพี่เจี๊ยบมาเป็นคนดูแลแม่นะคะ เพราะหนูอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่กับคุณแม่ เนื่องจากต้องไปทำงาน คุณแม่ไม่ว่าหนูใช่ไหมคะ”
“ไม่ว่าจ้ะ แล้วพ่อของหนูล่ะ”
“พ่อหายสาบสูญไปตั้งแต่คุณแม่ป่วยค่ะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณพ่อหายไปไหน” เธอโกหกคำโต ไม่อยากเล่าเรื่องราวเลวร้ายอะไรให้ท่านได้ฟังอีก กลัวท่านจะเครียดคิดมากและจิตตกมีผลกับการรักษาตัว
“จ้ะ” นารีรับคำแต่ไม่ได้พูดอะไรอีก บางทีเธอก็คงสิ้นเวรสิ้นกรรมกับธนัชแล้วนั่นเอง
เธออยากจะเลิกกับธนัชตั้งหลายครั้ง แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเลิก ข่มขู่สารพัด ถึงขนาดขู่ฆ่ากันเลยทีเดียว นั่นทำให้เธอไม่กล้าเลิกรากับธนัช และอีกทั้งยังห่วงลูกสาวด้วย
ธนัชเป็นคนร้ายกาจมาก เขาไม่ได้แสนดีอย่างที่แสดงออกให้ใคร ๆ เห็น เบื้องหลังแล้วคือความเลวร้าย ความโสมม และความชั่วช้าสามาน
เมื่ออยู่เฝ้ามารดาหลายวันจนออกจากโรงพยาบาล และพามารดาไปพักยังบ้านพักที่ทศจัดให้ เธอก็ต้องเดินทางไปเป็นผู้หญิงขัดดอกให้เขา เขาเสียค่ารักษาพยาบาลให้มารดาของเธอ เขาไม่ได้ให้เปล่า ๆ แต่ต้องการสิ่งตอบแทน
นั่นก็คือร่างกายของเธอนั่นเอง
ทศกำลังรอเธออยู่ พอเธอเดินเข้าไปในบ้าน ก็สบประสานสายตาคมเข้มของเขา
แม้ยังหวาดกลัวเขาอยู่มาก แต่ใจดวงน้อย ๆ ก็บอกตัวเองว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของเธอ ช่วยเหลือมารดาของเธอเอาไว้ ไม่อย่างนั้นมารดาของเธอคงจะจากโลกนี้ไปแล้ว
“มานั่งตักฉันสิ” เขาตบหน้าตักของตัวเอง
น้ำรินเดินไปนั่งบนตักแกร่งของเขาอย่างไม่อิดออด ในเวลานี้เขาให้ทำอะไรเธอก็ต้องทำอย่างไม่บิดพลิ้ว
คิดว่าหากเธอทำให้เขาพึงพอใจ เขาก็จะไม่ทำอะไรรุนแรง และเมตตาเธอเผื่อแผ่ไปถึงมารดาที่ต้องพักรักษาตัวอีกนาน และต้องการใช้เงินในการรักษาครั้งนี้
“แม่เธออาการเป็นยังไงบ้าง” เขารู้แล้วเพราะคนที่ไปดูแลมารดาของเธอคือคนของเขา แต่เขาก็อยากถามไถ่อย่างใส่ใจ ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกใส่ใจเธอนัก
“อาการดีขึ้นแล้วค่ะ ต้องขอบคุณคุณมากนะคะ” เธอยกมือไหว้ทศ ในขณะที่มือหนาไล้แขนของเธอเล่น
“ถ้าวันนั้นเธอบอกฉันว่าเธอไม่ใช่ลูกของของธนัช ฉันคงไม่ทำอะไรรุนแรงกับเธอแบบนั้น” เขาพูดเหมือนสำนึกผิดหรือเธอคิดไปเองก็ไม่รู้
“ช่างมันเถอะค่ะ ตอนนั้นน้ำรินกลัวมาก”
“เธอไม่ตำหนิฉันเลยเหรอ” เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ไม่หรอกค่ะ ก็คุณแค้นคุณพ่อ ได้โอกาสแก้แค้นคุณก็เลยจัดเต็ม ฉันเองต่างหากที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย คุณพ่อแค่บอกว่าติดหนี้คุณให้ฉันมาขัดดอก คุณพ่อบอกแค่นั้นจริงๆ” เธอบอกเขาตามตรง
“เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ”
“คะ” เธองุนงงกับสิ่งที่เขาพูดมันออกมา
เขาเองก็งุนงงเหมือนกันที่รู้สึกแบบนี้กับเธอ ตั้งแต่ที่ธนัชเสนอลูกสาวมาขัดดอก เขาก็พร้อมสนองเพราะอยากแก้แค้น แต่ลึก ๆ แล้วได้เห็นเธอคราแรกหัวใจของเขากลับสั่น ทั้ง ๆ ที่เขาเคยเจอผู้หญิงสวยมาเยอะ
เขากุมใบหน้าของเธอมาจุมพิตอย่างหนักหน่วง เธอก็พยายามจูบตอบเขาไปแต่มันเงอะงะเต็มที
คำว่าทำให้เขาพึงพอใจก็คือเรื่องเซ็กซ์จริง ๆ อย่างที่เธอเข้าใจแต่แรก เพราะแค่จูบก็ทำให้เธอหลงมัวเมาไปกับจูบของเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังของเธอก็ถูกกดไปกับเตียงนอนกว้างเสียแล้ว
ริมฝีปากร้อนรุ่มบดจูบริมฝีปากอิ่มหวานของเธออย่างดุดันเร่าร้อน ลมหายใจฟืดฟาดของเขาทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันแสนร้อนแรงของเขา
มือหนาของเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนกายของเธอ เขาทำทุกอย่างได้รวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน เพียงไม่นานเขาก็แนบชิดเข้ามาหา สอดแทรกเรือนกายฝากฝังล้ำลึก
เธอเกร็งรับแต่มันไม่ได้เจ็บปวดทรมานเหมือนในครานั้น มันกลับเสียวซ่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาค่อย ๆ สอดแทรกเรือนกายเข้าหา ไม่ได้กระทำรุนแรงเหมือนครั้งก่อน ๆ หน้า
“ไม่ต้องเกร็ง ต่อจากนี้ไปจะไม่เจ็บอีกแล้ว” ประโยคของเขาวาบหวามก็จริง แต่มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบกำลังประทับลงมาหาอีกครั้ง เธอเผยอปากรอคอยยินยอมพร้อมใจไปกับเขา
ร่างกายท่อนล่างกำลังโรมรันกันอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่นานเขาก็ทำให้เธอถึงจุดหมายปลายทางเป็นครั้งแรกด้วยความสุขสม