มนพัทธ์ สว่างโชติ สาววัยเบญจเพสถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าเมื่อหล่อนเดินตามหาบ้านเลขที่ที่เคยมีคนเขียนใส่กระดาษให้มาไม่พบเสียที หล่อนถามคนละแวกนี้แล้วไม่ได้คำตอบที่ดีเท่าไรนัก บ้านแต่ละหลังหรูหราอย่างกับวัง รั้วสูง กำแพงหนา ประตูบ้านเป็นเหล็กดัดงามวิจิตร หากแต่น้ำใจคนดูแลบ้านเหล่านั้นกลับไม่มี เพียงแค่หล่อนไปทายทักอ้าปากจะถามหาบ้านที่ตามหาก็ถูกเมินและไล่หนีราวกับว่าหล่อนกำลังมาขอเงินก็มิปาน
ท้องถนนเล็กแคบที่ทอดตัวไปสู่จุดหมายปลายทางที่มนพัทธ์กำลังจะตามไปค้นหาเริ่มมืดครึ้มมาเฉียบพลัน หญิงสาวหยุดเดินและควานมือเข้าไปในกระเป๋าสานใบโตค้นหาร่มพกคันเล็กที่ติดกระเป๋าไว้
ตอนนี้เป็นหน้าฝน บรรยากาศขมุกขมัวตามถนนมีแอ่งน้ำขนาดย่อมหลายจุดบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าฝนเคยตกหนักมาก่อนจนน้ำระบายไม่ทัน โชคดีที่หล่อนเป็นพวกบ้าหอบฟาง ชอบพกของมากมายจึงไม่หวั่นแม้วันฝนตก แต่มันก็โชคร้ายนิดหน่อยที่ของเยอะกว่าจะค้นเจอสายฝนก็เริ่มโปรยปรายแล้ว
หากแต่ยังไม่ทันกางร่มดี มวลน้ำก็สาดเข้ามาที่ตัวหล่อนอย่างรุนแรงเฉียบพลันโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
“กรี๊ด” มนพัทธ์กรีดร้องอย่างตกใจเมื่อสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่น้ำฝนหากแต่เป็นน้ำที่กระเด็นกระดอนมาจากแอ่งน้ำไม่ไกลจากหล่อน เงยหน้ามองหาที่มาแล้วเห็นรถต้นเหตุที่มีคันเดียวบนท้องถนนเคลื่อนตัวผ่านไปช้าๆ แล้วก็จอดไม่ไกลจากหล่อนนัก ประตูรถรุ่นหรูที่ไม่ได้เห็นทั่วไปบนท้องถนนเปิดออกพร้อมกับคนในรถก้าวขาออกมาแล้วยืนเต็มความสูง
โลกที่ดำมืดทะมึนเหมือนหยุดหมุนชั่วขณะ
เจ้าของดวงหน้าหล่อเหลาคมคาย แต่เต็มไปด้วยความเฉยเมยและแววตาแสนเย็นชากำลังก้าวเข้ามาหาหล่อน เขาจะมาด่าหรือว่ามาขอโทษหล่อนสาบานได้ว่าดูไม่ออก ตามสถานการณ์แล้วเขาควรขอโทษแต่ดูจากใบหน้าเฉยเมยเหมือนเบื่อโลกใบนี้แล้วเขาน่าจะด่าหล่อนมากกว่า อดเผลอคิดในใจไม่ได้ว่าเกิดมาดูดีน่าดึงดูดจนมองแล้วแทบลืมหายใจทั้งทีเขาก็น่าจะทำหน้ายิ้มแย้มให้โลกมันสดใสกว่านี้
ตาดุอีกต่างหาก หญิงสาวค่อนขอดเขาในใจ
“เป็นอะไรมากไหม”
เสียงทุ้มของเขาทำให้หัวใจหล่อนกระตุกจนเผลอกัดริมฝีปาก จ้องมองเขาขลาดๆ เนื่องจากเขาทำเหมือนรำคาญหล่อน
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวบอกก่อนจะปัดเนื้อตัวเอาน้ำที่เลอะเปรอะเปื้อนกายออก
“ฉันขอโทษนะ พอดีพ่อฉันไม่สบาย ฉันรีบไม่ทันมอง” เขาบอกพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ การแสดงออกที่แข็งกระด้างนั่นดูอ่อนโยนขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นความปรารถนาดีของเขา
“อะ เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันมีกระดาษทิชชู เดี๋ยวผ้าเช็ดหน้าคุณจะเปื้อนเปล่าๆ” หล่อนบอกพร้อมกับเปิดกระเป๋าโดราเอมอนเพื่อควานหากระดาษทิชชูเปียกซองเล็กที่มักพกติดตัวเสมอ รู้สึกร้อนๆ ลำคอนิดหน่อยเพราะรู้สึกว่าเขาจ้องมอง
แก้มนวลแดงก่ำขึ้นมาอย่างขัดเขิน หล่อนทำอะไรไม่ถูกและเสียความเชื่อมั่นในตัวเองทั้งหมดยามเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ชายหนุ่มตรงหน้ามีอิทธิพลกับหล่อนมากมายทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันสักนิด
“งั้น เธอก็คงอยากได้นี่มากกว่าผ้าเช็ดหน้าสินะ” เขาพูดขึ้นมา หล่อนจึงละจากการค้นหาไปมองหน้าเขา เห็นเขาเปิดกระเป๋าสตางค์ออกแล้วดึงธนบัตรสีเทาหลายใบมายัดใส่มือหล่อนแล้วพึมพำเบาๆ
“ขอโทษด้วยนะ ฉันมีเวลาไม่มาก”
แล้วเขาก็เดินจากไป
“คุณคะ เดี๋ยว คุณ” กว่าจะรู้ตัวและร้องเรียกเขา รถสปอร์ตสีดำมันปลาบก็เคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หล่อนยืนอ้าปากค้างอยู่เพียงลำพังพร้อมกับฝนที่เริ่มโปรยปราย
“อะไรของเขากันนะ”
หญิงสาวเก็บร่มที่ทำหลุดมือตอนเห็นหน้าชายหนุ่มขึ้นมากาง หันรีหันขวางอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี
“คุณธีร์ลงไปคุยกับพวกนั้นอยู่นานเลยนะคะ มีอะไรหรือเปล่า” หญิงสาวที่นั่งรอในรถพักใหญ่เอ่ยถามเมื่อธีภพกลับเข้ามา
มนพัทธ์ไม่มีโอกาสเห็นตุ๊กตาหน้ารถของเขา หญิงสาวผิวขาวจัดสวมชุดสีเม็ดมะปรางโดดเด่นขับผิว หล่อนดูโฉบเฉี่ยวสมเป็นนักแสดงมืออาชีพประดับวงการบันเทิง ตอนแรกหล่อนอาสาจะลงไปเจรจาให้แต่ว่าธีภพเลือกที่จะไปคุยกับหญิงสาวเอง
“ไม่มีอะไรหรอก ตอนแรกจะขอโทษแต่เห็นทำท่าทางแปลกๆ สงสัยอยากได้เงินเลยให้ไป”
“ตายแล้ว คุณให้ง่ายๆ อย่างนั้นเลยหรือคะ”
“ช่างเถอะ ถือเป็นค่าเสียหายแล้วกัน โดนสาดเปียกไปทั้งตัว ผมรีบไม่มีโอกาสรับผิดชอบหรือว่าขอโทษจริงจัง เขาควรได้รับ”
“คุณธีร์ใจดีตลอดเลยนะคะ แล้วว่าแต่วันนี้จะใจดีให้ไอรีนเข้าบ้านไปเยี่ยมคุณพ่อคุณด้วยได้ไหมคะ”
หญิงสาวฉอเลาะ ริมฝีปากสีเดียวกับชุดหุบฉับเมื่อเขาตวัดสายตามามองหล่อนเป็นการเตือนกลายๆ ว่าอย่าให้พูดมากไปกว่านี้ ถ้ารักจะคบหากับเขาและไม่อยากให้เขาตีจาก หล่อนต้องเลือกเป็นแบบที่เขาชอบ
แม้ว่าบางทีจะอึดอัด แต่ไอรีนก็ยอมทน นอกจากความหล่อเหลาและรูปร่างเร้าใจทั้งยามสวมใส่และเปลื้องผ้าแล้ว ลีลาบนเตียงของเขายังซาบซ่านร้อนเร่าผิดกับความเย็นชาของเขาลิบลับ นอกนั้นเงินที่เขามอบให้พร้อมของขวัญที่ได้รับเป็นข้อแลกเปลี่ยนสำหรับเซ็กซ์ที่ไม่ผูกมัดนั้นทำให้หล่อนมุ่งเป้ามาที่เขา และพยายามเอาอกเอาใจเขาทุกประการ
เพราะหวังว่าสักวันหนึ่งหล่อนจะผูกมัดเขาไว้กับตัวหล่อนได้
“รอที่รถดีแล้ว ผมให้คุณเข้าบ้านไม่ได้ มันเป็นกฎของผมที่ตกลงกับครอบครัวเอาไว้ว่าจะไม่พาผู้หญิงที่ไม่ได้คิดจะแต่งงานด้วยเข้าบ้าน”
“...” ว่าสายตาของเขาเย็นชาแล้ว คำพูดของเขายังเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ไอรีนทำหน้างอ แต่เขามองที่ท้องถนนไม่สนใจ
นางเอกสาวได้แต่ปรามาสในใจ ตอนนี้หล่อนใกล้ชิดกับเขามากที่สุด นานที่สุด หล่อนจะเอาชนะเขาและครอบครัวให้ได้
“ไอรีนขอโทษคุณธีร์นะคะ ไอรีนจะไม่รบเร้าและไม่รุกล้ำข้อตกลงของเราอีก เดี๋ยวคุณธีร์โกรธแล้วไอรีนจะไม่มีใครให้นอนกอดคืนนี้”
เพราะผลประโยชน์อารมณ์โกรธจึงกลายเป็นการออดอ้อนได้อย่างน่าอัศจรรย์ นางเอกผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเรื่องมากและไม่ยอมลงให้กับใครซ้ำยังมีกรณีวิวาทกับนักข่าวเสมอๆ เพราะความร้ายกาจยอมอ่อนข้อธีภพแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น
มนพัทธ์เรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับคอนโดมิเนียมของเพื่อนซึ่งหล่อนมาขออาศัยอยู่ระหว่างทำธุระที่กรุงเทพฯ วันนี้นอกจากทำภารกิจไม่บรรลุเป้าหมายแล้วยังเพิ่มปัญหามาอีกหนึ่งอย่างนั่นคือหล่อนต้องหาทางเอาเงินแปดพันบาทคืนชายแปลกหน้าที่หล่อนจำหน้าเขาและยี่ห้อรถกับเลขทะเบียนได้อย่างแม่นยำให้ได้
“มน กลับมาแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง หาบ้านตามที่อยู่ในกระดาษที่ลุงเขียนให้เจอไหม” ตรี เนตรตรียา เพื่อนสนิทที่สุดในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเดินเข้ามาหาทันทีที่หล่อนเปิดประตูห้องเข้าไป ท่าทางสอบถามแบบกระตือรือร้นของเพื่อนทั้งที่หล่อนก็ตามหาบ้านหลังนี้มาสองวันแล้วทำให้หล่อนค่อนข้างแปลกใจ
“ยังไม่เจอ ทำไมเหรอตรี”
“ก็ถามไปอย่างนั้นล่ะ กำลังลุ้นไงว่ามนจะหาเจอหรือเปล่า”
มนพัทธ์เล่าให้เนตรตรียาฟังเรื่องเหตุผลที่หล่อนเดินทางจากพัทยามาจากกรุงเทพฯ โดยไม่ปิดบัง ก่อนหน้านี้หล่อนเรียนชั้นอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านรังสิตและได้กลับไปทำงานที่บ้านเกิดที่พัทยา หล่อนได้เคยช่วยเหลือยามเฝ้าบ้านของเศรษฐีหลังหนึ่งแล้วเขามอบที่อยู่กับสร้อยล็อกเกตให้หล่อนพร้อมกับบอกว่าเป็นบ้านเจ้านายเขาที่อยู่กรุงเทพฯ เจ้านายเขามีโรงแรมหลายๆ สาขาทั่วประเทศเขาสนิทกับเจ้านายมากและจะฝากงานให้หล่อนหากหล่อนต้องการหางานทำ
ตัวเขาเองไม่ได้มาบ้านที่พัทยาบ่อยเพราะเฝ้าบ้านให้เจ้านายที่กรุงเทพฯ จะตามมาพัทยาในช่วงที่เจ้านายมาพัทยาเท่านั้นถ้าหล่อนต้องการงานหรือว่ามีเรื่องเดือดร้อนให้มาหาที่บ้านนั้นพร้อมกับยื่นล็อกเกตให้ลุงยามจะขอร้องเจ้านายให้ช่วยหล่อนตอบแทนที่หล่อนช่วยชีวิตลุงเอาไว้
มนพัทธ์คิดว่าเป็นเรื่องตลกและไม่คิดว่าจะไปหาลุงตามที่คิด แต่มัวแต่ช่วยลุงที่เป็นโรคหัวใจกำเริบจนลืมคืนล็อกเกตคุณลุง พอมีรถมูลนิธิพาคุณลุงยามคนนั้นเข้าโรงพยาบาลแล้วหล่อนก็ตามหาเขาไม่พบ ล็อกเกตจึงถูกเปิดออกดู พอเห็นว่าเป็นรูปคุณลุงกับผู้หญิงวัยเดียวกับท่านซึ่งอาจจะเป็นของสำคัญเพียงชิ้นเดียวของลุงยามคนนั้น
แม้ว่าไม่มีราคาค่างวดแต่หล่อนก็คิดว่าน่าจะสำคัญกับคุณลุงจึงตั้งใจจะนำมาคืน ประจวบเหมาะกับช่วงนี้หล่อนโดนเลย์ออฟเพราะว่าโรงแรมที่ทำงานอยู่ปิดกิจการ มนพัทธ์จึงเดินทางมาเพื่อหางานทำ ช่วงระหว่างรอเรียกสัมภาษณ์หล่อนก็ไปตามหาบ้านเจ้านายคุณลุงยามผู้ใจดี และถ้าหางานไม่ได้จริงๆ อาจจะหน้าด้านช่วยให้ลุงยามของานให้ทำด้วยให้รู้แล้วรู้รอดเพราะช่วงนี้งานหายากหาเย็นเหลือเกิน
“หาไม่เจอแถมยังได้งานงอกขึ้นมาอีกต่างหากล่ะตรี” มนพัทธ์ยื่นเงินปึกหนึ่งให้เพื่อนดูแล้วก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เนตรตรียาฟัง
“ช่วงนี้ดวงมนมีแต่คนให้ของนะเนี่ย” เนตรตรียาแซว “เอ่อ มน ถ้าตรีช่วยให้หาเจ้าของรถคันนี้เจอได้ มนช่วยตรีกลับเรื่องหนึ่งได้ไหม” เนตรตรียาบอกอย่างตื่นเต้น ดวงตาคู่สวยที่ไหวระริกของเพื่อนทำให้มนพัทธ์กังขา
“ตรีทำท่าตื่นเต้นลุกลี้ลุกลนตั้งแต่มนเปิดประตูเข้ามาแล้ว จริงๆ ตรีอยากพูดเรื่องนี้กับมนแต่แรกหรือเปล่า จริงๆ ไม่ได้สนใจเรื่องของมนหรอกใช่ไหม”
“แหม รู้ทันจริง ตอนแรกจะขอให้มนช่วยอย่างที่มนว่าล่ะ รอมนมาทั้งวันเลยล่ะ แต่ว่าตอนนี้ เรามีข้อแลกเปลี่ยนกันแล้วล่ะ ว่าไงๆ ตกลงไหม”
“ตกลงจ้ะ ถึงตรีไม่ช่วยอะไรเรา เราก็ช่วยตรีอยู่แล้วล่ะ แล้วว่าแต่อยากให้เราช่วยอะไร เล่ามาเถอะก่อนที่ตรีจะอกแตกตาย” ท่าทางตื่นเต้นและยิ้มแก้มแทบปริของเพื่อนทำให้มนพัทธ์แกล้งบอกเสียงขึงขัง เนตรตรียาโผเข้ามากอดและหอมแก้มฟอดใหญ่เป็นการขอบคุณ
“มนน่ารักที่สุดเลย คืองี้ พี่คนหนึ่งที่มนเคยเจอที่ร้านบีทวิน” เนตรตรียาเอ่ยถึงร้านอาหารกึ่งผับระดับไฮคลาสที่เจ้าตัวเคยไปบ่อยๆ “พี่เขาเป็นคนที่ตรีเห็นหน้าแล้วปลื้มก่อน วันนั้นตรีมองเขาสบตาไปมา เขาเลยมาขอเบอร์ตอนนั้นตรีดีใจมาก แต่ผ่านมาสองสามวันเขาไม่ค่อยติดต่อกลับเลย เจอชื่อเขาในโปรแกรมแชตตอนแอดเบอร์เลยทักทายไป แต่ส่วนใหญ่ถามแล้วเขาไม่ค่อยตอบ เข้าใจไปแล้วว่าวันที่เจอกันน่ะเหมือนเขาจีบตรีเล่นๆ ตรีนอยด์ไปพักหนึ่งเลย แต่วันนี้เขาคุยกับตรีตั้งหลายประโยคเหมือนที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยว่าง แต่วันนี้เพิ่งจะว่าง แถมเขายังชวนตรีไปเจอกันด้วย”
“เข้าเรื่อง” มนพัทธ์บอกเพื่อนแกล้งทำเสียงดุกับคนที่ทำท่าทำทางเพ้อฝันสุดๆ ให้เบรกบ้างเพราะรับเนตรตรียาในภาพแบบนี้ไม่ค่อยทัน
เนตรตรียาเป็นสาวสวยและเป็นดาวคณะในตอนที่เรียนแต่เจ้าตัวเอาแต่มุเรียนและทำกิจกรรม ไม่เปิดช่องว่างหัวใจให้ใคร มนพัทธ์สนิทกับเจ้าตัวที่สุดจนขนาดมีคนบอกว่าเสียดายหากจะเป็นคู่เลสเบี้ยนกัน การที่ได้ยินเพื่อนพูดถึงผู้ชายอย่างตื่นเต้นเป็นเรื่องใหม่สำหรับหล่อน แต่หล่อนก็ไม่ชวนตื่นเต้นต่อเพราะไม่ค่อยชอบทำให้เพื่อนกู่ไม่กลับ บางครั้งหล่อนก็ดึงเพื่อนให้อยู่กับโลกแห่งความจริงบ้าง
“แหม” เนตรตรียาตีแขนมนพัทธ์ผลัวะ “เรื่องของเรื่องคือ เราอยากไปเจอพี่เขา มนพาไปหน่อยสิ คืนนี้เลย”
“คืนนี้” มนพัทธ์อุทาน “คนดีๆ ที่ไหนเขานัดกันกลางคืน แน่ใจเหรอตรี”
“เพราะไม่แน่ไงถึงจะพามนไปด้วย แต่พี่เขาน่าไว้ใจนะ เขาดูเนิร์ดๆ ด้วยซ้ำ เขาดูเป็นคนดีมากๆ เลยนะ พูดจาอ่อนโยนคะขาทุกคำ แถมที่ที่นัดก็เป็นผับที่ปลอดภัยด้วย ไปเหอะนะ เราเชื่อในเซนส์ของเรา” พูดไปมือก็เขย่าแขนมนพัทธ์ไปเหมือนเด็กกำลังอ้อนให้ซื้อของเล่นถูกใจ
“ตรีเชื่อในเซนส์หรือว่าหลงรักเขาหัวปักหัวปำกันแน่ ตรีไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะเนี่ย” ปากเอ่ยสอนเพื่อนไปราวกับว่าลืมเหตุการณ์ที่หล่อนยืนตะลึงกับหนุ่มหล่อท่ามกลางเมฆทะมึนในวันนี้มา
“เอาจริงๆ นะมน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตรีรู้สึกว่าเจอคนที่ใช่ ตลอดยี่สิบห้าปีที่ผ่านมาตรีไม่เคยรู้สึกเลยว่ารู้สึกแบบนี้มาก่อน ไม่อย่างนั้นตรีก็เฉยเมย ไม่ยินดียินร้ายหรอกที่ผ่านมามีคนมาจีบเยอะไปไม่เห็นเคยสนใจ แต่กับคนนี้ตรีมีเซนส์จริงๆ นะมน ตรีฝันเห็นงูยักษ์ตัวเขื่องก่อนเจอพี่เขาแล้วตอนนี้ก็ยังฝัน แถมช่วงนี้ดูดวงออนไลน์มาเว็บไหนก็บอกว่าจะเจอเนื้อคู่ทั้งนั้น ตรีเลยรู้สึกว่ามันต้องใช่”
เนตรตรียาเป็นคนช่างเพ้อฝันและชอบดูดวง แต่ที่ผ่านมาเจ้าตัวเคยแต่บ้าดารานักร้อง ครั้งนี้เพิ่งเคยเห็นสนใจและบ้าคลั่งคนธรรมดาอย่างจริงจัง สงสัยครั้งนี้จะปลื้มมากจริงๆ แล้วเจ้าตัวอ้างว่ามีเซนส์อีก ใครจะทัดทานไหว เกิดไม่ไปเป็นเพื่อนแล้วเนตรตรียาไปเองคนเดียว ใครจะช่วยดู
“ก็ได้ๆ อยากเห็นเหมือนกันว่าเนื้อคู่ของเพื่อนมนจะหน้าตาดูเป็นคนดีอย่างที่บอกไหม แต่ท่าทางคงจะหล่อกว่าดาราเกาหลีชัวร์ ไม่งั้นตรีคงไม่เพ้อถึงได้ขนาดนี้”
“หล่อกว่าสิบเท่า ตัวจริงพระเอกเกาหลีที่เคยเจอมาไม่เคยมีใครหล่อกว่าพี่คนนี้ พูดเลย”
“มิน่าล่ะ” มนพัทธ์พอเข้าใจ
“ไป เข้าใจตรีแล้วก็ไปแต่งตัว เราจะไปกันคืนนี้”
“โธ่ ตรี นี่มันเพิ่งหัวค่ำ ใจคอจะไปตอนนี้เลยหรือไง มนเพิ่งกลับมาเอง” มนพัทธ์ขืนมือของเพื่อนเอาไว้
“เราต้องเตรียมตัวก่อน ตรีจะออกเดตนะ เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะหน่อยสิ มนเองก็เหมือนกัน จะไปแซตเทิลไลต์ผับนะ สาวๆ ที่นั่นแข่งกันแต่งตัวอย่างกับจะไปเป็นพริตตี้มอเตอร์โชว์ถึงแค่ไปเป็นเพื่อนตรีก็แต่งให้มันดูดีด้วย ไม่เอาชุดอาร์ตๆ กับกระเป๋าใบโตๆ นะ มันไม่เข้ากับสถานที่อย่างแรง”
เพราะเหตุผลของเนตรตรียามนพัทธ์จึงถูกลากไปห้องนอนเพื่อเลือกเฟ้นหาชุดที่ดูดีในสายตาเพื่อน โดยมนพัทธ์มีข้อแม้ว่าต้องไม่โป๊ด้วยเพื่อความปลอดภัยและคล่องตัว เห็นเพื่อนรักมีความสุขและตื่นเต้น ดูอิ่มเอมจนยิ้มแก้มปริแล้วก็ต้องยอมตามใจ ปรกติแล้วไม่ได้เห็นรอยยิ้มของเพื่อนง่ายนักเพราะเนตรตรียามีปัญหาครอบครัว เลยไม่ค่อยยิ้มอีกทั้งไม่ค่อยเปิดโลกของตัวเองให้ใครเข้ามา
มนพัทธ์เห็นความร่าเริงของเพื่อนรักแล้วจึงยอมตามใจเพื่อนทุกอย่างทั้งที่วันนี้ตัวเองก็เพลียจากการเดินหาสมัครงานและตามหาบ้านเจ้านายคุณลุงยาม แต่เห็นแววตาแห่งความสุขพร้อมทั้งความตื่นเต้นของเพื่อนแล้วไม่อยากขัด คิดไว้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะเป็นคนที่นำพาโลกแห่งความสดใสมาสู่เนตรตรียาก็เป็นได้
ธีภพไปเยี่ยมบิดาได้ไม่นานเขาก็กลับออกจากบ้านมาด้วยอารมณ์ไม่ค่อยสุนทรีนัก ไอรีนสังเกตเห็นได้ชัดจากสีหน้าเขาก็เดาได้ว่าเขาจะมีปัญหากับที่บ้าน คงไม่มีลูกที่ไหนจะมาเยี่ยมไข้บิดาชั่วประเดี๋ยวประด๋าวอย่างเขาหรอก ตอนมาเขาก็มาอย่างรีบเร่งและดูเป็นห่วงบิดา แต่ขากลับออกมา หน้าที่เคยเย็นชาไร้อารมณ์กลับเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งโทสะ
“ไอรีนถามคุณธีร์ได้ไหมคะ คุณพ่อคุณธีร์เป็นอย่างไรบ้าง”
“ไม่ได้เป็นอะไรมาก คนที่ดูแลเข้าใจผิดนิดหน่อย ท่านยังปรกติดี ดีมากด้วยล่ะ” เขาบอกเหมือนหงุดหงิดนิดๆ หล่อนจึงไม่ได้สนใจถามต่อ
ก่อนมาบ้านเขา ธีภพกำลังขับรถไปส่งหล่อนที่กองถ่ายที่สตูดิโอแถวอโศก หลังจากที่มีช่วงเวลาเร่าร้อนด้วยกันมาค่อนวัน แต่ว่าออกมาไม่ทันไรเขาก็โดนโทรตามว่าบิดาเขาป่วย เขาจึงบอกไอรีนว่าจะเข้าไปดูบิดาแล้วจะไปส่งหล่อนเขารู้เวลาที่กองถ่ายนัดหล่อนและบอกว่าไปทัน ไอรีนปล่อยให้ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของเขาอยู่แล้วจึงเออออไป
ตอนแรกหล่อนตั้งใจจะออดอ้อนเขาให้หนักในวันนี้แต่ดูท่าแล้วหล่อนควรเลือกที่จะเงียบ ถ้าอยากคบกับเขาไปนานๆ ดาราสาวจึงเงียบมาตลอดทาง
“ตอนกลับคุณให้รถของกองถ่ายคุณไปส่งนะครับ ผมไม่ว่างมารับ” เขาเอ่ยบอกไอรีนก่อนที่หล่อนจะลงจากรถ
นักแสดงสาวชะงักเล็กน้อย รู้สึกว่าเขาไม่ให้ความสำคัญ เขาจะมารับมาส่งหล่อนก็ต่อเมื่อเขามีความต้องการเท่านั้น ช่วงนี้ยิ่งนานๆ ครั้งด้วย ทำให้ยิ่งดูห่างเหินกันอย่างไรชอบกล หล่อนอดปากไม่ได้จึงถาม
“แล้วคุณธีร์จะไปไหนต่อหรือเปล่าคะ หรือว่าจะกลับคอนโดเลย ไอรีนเลิกงานแล้วไปหาที่คอนโดคุณธีร์ได้ไหม” หญิงสาวเอ่ยออดอ้อน คิดว่าคืนนี้หากเขาเปิดรังรักให้หล่อนอีกคืนแสดงว่าเขาอาจจะติดใจในตัวหล่อนและยังไม่อิ่มจากบทสวาทเมื่อกลางวัน
“คืนนี้ผมไม่ว่าง ผมมีนัดแล้วที่แซตเทิลไลต์ อีกอย่างคุณน่าจะเลิกงานดึก ผมคงจะนอนไปแล้ว ตั้งใจทำงานนะครับ”
คำพูดเรียบๆ ไม่ต่างจากการไล่หล่อนลงจากรถเลยสักนิดเดียว ไอรีนเม้มปากขัดใจแต่ก็ยอมล่าถอยลงมา เขาช่างเป็นคนที่ครอบครองหัวใจยากจริงๆ เย็นชาก็ไม่มีใครเกิน เอาใจสักครั้งก็ไม่เคยเลย แต่แค่นี้หล่อนยังหลงเขาหัวปักหัวปำ เพราะอย่างอื่นยังพอมีดี
เขาบอกว่าเขาจะไปผับหรูที่เป็นที่ชุมนุมของเหล่าไฮโซและสาวๆ สวยๆ คิดตามแล้วคิ้วที่เขียนไว้เสียโก่งก็ขมวดมุ่น พลันนึกสงสัยว่าเขานัดใครไว้กันแน่ หวังว่าคงไม่ใช่สาวๆ หรอกนะ
หล่อนยังไม่อยากถูกเบียดตกกระป๋องตอนนี้ เพราะถึงธีภพจะเย็นชาแค่ไหน หล่อนก็ยังตกหลุมอยู่ในวังวนเสน่ห์ของเขา และยังไม่อยากถูกเขี่ยทิ้งไปง่ายๆ
ดาราสาวได้แต่ทอดสายตามองรถยนต์หรูที่เคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลใจและหวงแหน