2
“คุณพ่อห้ามทำอะไรคุณแม่เด็ดขาดนะครับ ผมไม่ยอม ผมจะปกป้องคุณแม่!” เสียงเล็ก ๆ แต่เด็ดเดี่ยวดังขึ้น พร้อมสายตาที่ไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
ทว่าอาริศาที่อยู่ในอ้อมกอดของบิดาในตอนแรก กลับทำสีหน้าไม่พอใจ
“คุณแม่กับพี่กรใจแคบ ชอบทำร้ายคนอื่น น้าวีเป็นคนดี คนน่ารัก คุณแม่ผลักน้าวี” พูดจบก็เอื้อมมือไปผลักพี่ชายจนกระเด็น ล้มไม่เป็นท่า
“โอ๊ย! ศาผลักพี่ทำไม” ภากรเอ่ยถามอย่างตกใจ
“เป็นยังไงบ้างลูก” ภัสรินรีบเข้าไปประคองลูกชายเอาไว้ ไม่คิดว่าลูกสาวจะผลักพี่ชายของตัวเองจนกระเด็นเพราะคนอื่น
“ไม่เป็นไรครับ” ภากรกัดฟันโกหกเพราะไม่อยากให้น้องสาวโดนดุ
“หนูศาขอโทษพี่กรเดี๋ยวนี้ มีสิทธิ์อะไรมาผลักคนอื่นแบบนี้” ภัสรินดุลูกสาวคนเล็กที่พักหลังมานี้มักจะเอาแต่ใจอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าญาตาวีกับลูกชายล้างสมองอะไรลูกสาวของเธอ
พ่อก็โดนล้างสมองไปแล้ว ตอนนี้ลูกสาวโดนล้างสมองไปอีกคน ยังดีที่ลูกชายอย่างภากรไม่หลงลมสองแม่ลูกไปด้วย
“ไม่ขอโทษ ก็พี่กรนิสัยไม่ดี ไม่เหมือนพี่เนศ” ประโยคนั้นของอาริศาเหมือนมีดกรีดหัวใจของภัสรินและภากรจนเป็นแผลเหวอะหวะ
“นี่คือลูกสาวที่พี่เลี้ยงดูอย่างดี ตามใจจนเสียคน พี่จะลงโทษแกยังไง” เธอหันไปถามผู้เป็นสามี
“หนูศายังเด็ก แกยังไม่รู้ความ” รวิศเข้าข้างลูกสาวเพราะไม่อยากให้โดนทำโทษด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“ไม่รู้ความก็สอนสิคะ หรือว่าเดี๋ยวนี้สอนไม่ได้แล้ว”
“อย่าทะเลาะกันเลยค่ะ น้าเองก็ไม่เจ็บอะไร แม้จะโดนผลักจนกระเด็น หรือโดนตบ น้าก็ไม่โกรธจ้ะ น้าให้อภัยได้” ญาตาวีรีบปรามและหันไปพูดกับอาริศาด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน แกล้งทำสีหน้าเศร้าสร้อยเพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากสองพ่อลูก
“น้าวีน่าสงสารจังเลย โดนผลักจนกระเด็น ก็ไม่โกรธ คุณพ่อต้องให้ความยุติธรรมกับน้าวีนะคะ” ลูกสาวตัวน้อยยังเข้าข้างคนนอก กางมือปกป้องผู้หญิงคนอื่น
ภัสรินทร์สูดลมหายใจเข้าปอดแรง ๆ ลึก ๆ มองลูกสาวสลับกับมองหน้าพ่อของลูกช้า ๆ
“พูดแบบนี้อยากได้เขามาเป็นแม่รึไง” เป็นประโยคที่ไม่ควรถาม แต่ความน้อยใจทำให้ภัสรินเอ่ยออกไปแบบนั้น
“คุณน้าใจดี หนูก็แค่ไม่อยากให้คุณแม่ทำร้ายคุณน้าเท่านั้นเองค่ะ”
“ถ้าแม่บอกว่าไม่ได้ทำหนูจะเชื่อไหม” ภัสรินพยายามตั้งสติ พูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ก็หนูเห็นว่าคุณแม่ผลักน้าวี หลายครั้งแล้วด้วย” ประโยคของลูกสาวตัวน้อยทำเอาภัสรินต้องถอนใจออกมาอย่างหนักหน่วง
ภัสรินเม้มปากแน่น มือประคองลูกชายไว้แนบอก ก่อนหันหลังพาภากรเดินหนีจากมา ไม่สนใจว่าคนข้างหลังจะพูดอะไรกัน ความใกล้ชิดเกินพอดีระหว่างรวิศกับญาตาวีที่เพิ่งผ่านตาเหมือนหนามแหลมคมทิ่มแทงจิตใจ
“เดี๋ยวก่อน” เสียงทุ้มของเขาตามมาพร้อมกับฝีเท้าหนัก ๆ เธอก้าวเท้าไม่หยุด จนกระทั่งเสียงสั่งสาวใช้ดังขึ้นจากรวิศ
“พาคุณหนูออกไปก่อน” ภัสรินยอมให้สาวใช้พาลูกชายออกไป ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับสามี เธอไม่อยากทะเลาะกับเขาต่อหน้าลูก ๆ มากนัก ก่อนหน้านี้เธอเลยเดินหนีออกมาเพราะไม่อยากปะทะคารม
ลูกชายถูกพาออกไปแล้ว เหลือเพียงเธอกับเขาที่เผชิญหน้ากันอยู่ ส่วนญาตาวี เขาให้ช่วยดูแลลูกสาวอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เพราะทั้งสองเข้ากันได้ดี
รวิศสบตาเธอ แววตานั้นเย็นชาอย่างเคย ทั้งกล่าวโทษอย่างชัดเจน เธอเห็นแล้วรู้สึกปวดใจเป็นที่สุด เขาไม่เชื่อเธอ ไม่เคยเข้าข้างเธอ ทุกครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นมา เธอคือคนผิด ตั้งแต่ญาตาวีกลับมา ความสัมพันธ์ที่เปราะบางของเธอกับเขาก็พังทลายลงมาในทันที หลายครั้งหลายหนที่เขาเลือกคนรักเก่า
“ถ้าวันนั้นเธอไม่วางยาฉัน…เราก็คงไม่ต้องแต่งงานกัน” คำพูดที่ไม่เคยได้ยินมานานหลายปีกลับมาอีกครั้ง คำพูดนั้นเหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจ ภัสรินรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกดึงออกไปจากร่าง หลายปีมานี้ เธอทุ่มเททุกอย่างเพื่อเขาเพื่อลูก พยายามเอาอกเอาใจเขาเพื่อพิชิตใจของเขา ดูแลเขาอย่างไม่ขาดตกบพร่อง แต่วันนี้เขายังพูดราวกับวันนั้น บาปที่เธอไม่ได้ทำแต่ต้องชดใช้ไปตลอดชีวิต และเขาก็ไม่เคยลืมคนรักเก่าอย่างญาตาวีเลย
เธอกลั้นน้ำตา พยายามอธิบาย
“ฉันไม่ได้”
“พอเถอะ” เขาตัดบทในทันที น้ำเสียงแข็งกร้าว
“เลี้ยงลูกชายให้ดีก่อนเถอะ ก่อนจะมาว่าคนอื่น เด็กกระด้างกระเดื่องกับพ่อแบบนี้ ฉันจะตัดเงินค่าขนมของภากร” คำประกาศนั้นทำให้ภัสรินชะงัก ถึงกับอึ้ง เธอแทบไม่เชื่อว่าผู้ชายตรงหน้าคือพ่อของลูกชายของเธอจริง ๆ หัวใจของภัสรินเหมือนถูกบีบจนเจ็บร้าว
พูดจบเขาก็เดินจากไปในทันที ทำเอาภัสรินยืนอึ้งเป็นรอบที่สอง
เธอเดินมานั่งนิ่งอยู่บนเตียงในห้องนอน เงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นอย่างแผ่วเบา ความเจ็บปวดตีกันยุ่งในอก ราวกับใครเอามีดมากรีดซ้ำตรงรอยแผลเดิมที่ไม่เคยจางหาย
แม้รวิศจะเข้าใจผิดในเรื่องคืนนั้น แต่เธอก็ตกหลุมรักเขามานานหลายปีแล้ว นั่นคือเรื่องจริงที่เธอรู้อยู่แก่ใจ
ตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาช่วยเธอจากพวกอันธพาลและจากการจมน้ำในคลอง ความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณค่อย ๆ ก่อตัวเป็นความรัก เธอจึงพยายามทำดีกับเขาเสมอมา
หลายปีที่แต่งงานกัน เธออยากอธิบายเรื่องคืนนั้นเสมอ ว่าเธอไม่ใช่คนวางยาเขาและวางยาตัวเอง เพื่อบังคับให้เขาต้องมาแต่งงานกับเธอ แต่ทุกครั้งที่เอ่ยปาก เขาก็มักมีสีหน้าและน้ำเสียงที่ขุ่นมัว เธอจึงต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอ ปล่อยเลยตามเลย ไม่อยากทำให้เขาโกรธอีกจึงไม่อยากสะกิดแผลในใจของเขา เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา ยังมีบางครั้งที่เขาอ่อนโยนกับเธอและลูก ๆ ความรู้สึกนั้นอบอุ่นจนเธอเผลอคิดว่าบางที…เขาอาจเริ่มมองเห็นหัวใจของเธอบ้าง
แต่เมื่อญาตาวีกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ความอ่อนโยนนั้นหายไปหมด เขามอบมันให้กับผู้หญิงคนนั้นและลูกชายของเธอเพียงอย่างเดียว แค่ญาตาวีเอ่ยปากว่าถูกสามีทำร้าย เขาก็รีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือในทันที ราวกับปกป้องสมบัติล้ำค่า
ยิ่งกว่านั้น เขายังรักและเอ็นดูธเนศ ลูกชายของญาตาวีมากกว่าลูกชายแท้ ๆ ของตัวเองเสียอีก และสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุด…คือการที่ลูกสาวของเธอเข้าข้างคนอื่น ไม่ลังเลที่จะบอกว่าแม่ของตัวเองเป็นเพียงแม่บ้านที่ไม่มีความสามารถเท่าญาตาวี สาวสวยมากความสามารถในสายตาทุกคน
ภัสรินยกมือขึ้นปาดน้ำตา ทั้งที่ความจริง เธอไม่เคยเป็นเพียงแม่บ้านไร้ค่า เธอเคยทำงานเก่งไม่แพ้ใคร แต่เพราะต้องแต่งงานกับเขา จึงยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่ดูแลครอบครัว ทว่ากลับต้องแลกมาด้วยการถูกมองว่าไม่มีค่าในสายตาใคร นอกจากการเป็นแม่บ้านทำงานงก ๆ ไปวัน ๆ
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ภัสรินยังคงนั่งเงียบอยู่บนเตียง แต่ไม่ทันได้เอ่ยอนุญาต ประตูก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ
ญาตาวีปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีอ่อนหวาน หล่อนก้าวเข้ามาในห้องเหมือนเป็นเจ้าของ
3
“มานั่งเศร้าอยู่คนเดียวเหรอคะพี่ริน น่าสงสารจัง” เสียงหวานเอ่ยขึ้น แต่เนื้อความกลับแฝงความสะใจ
“พี่วิศนี่ดูแลทั้งฉันและลูกอย่างดีเลยค่ะ เมื่อเช้าก็ทำทุกอย่างให้ตาเนศเองกับมือ ใจดีมากจริง ๆ ทำเหมือนตัวเองเป็นพ่อของตาเนศจริง ๆ เลยนะคะ” ญาตาวีพูดแล้วหัวเราะคิกคัก
ภัสรินเงยหน้ามองน้องสาวด้วยแววตาเรียบเฉย แต่หัวใจกลับร้อนรุ่มเพราะทุกคำพูดเจตนาจะย้ำว่าผู้ชายคนนั้นเอาใจใส่คนอื่นมากกว่าเธอกับลูก
“พี่คงเหนื่อยสินะคะ ดูแลบ้าน ดูแลลูก แต่เหมือนคนไร้ค่า หลายปีมานี้ วีคิดว่าพี่น่าจะสำนึกได้แล้วนะคะว่าพี่วิศน่ะไม่เอาพี่ ถึงพี่จะทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่สนใจหรอกค่ะ อีกอย่างหนึ่งพี่วิศรอให้ฉันกลับมาหาเขา” คำพูดนั้นเจือรอยยิ้มเยาะชัดเจน
“ที่เข้ามา จะมาพูดแค่นี้ใช่ไหม” ภัสรินพยายามระงับอารมณ์เอาไว้ให้มากที่สุด ไม่ยอมให้น้องสาวที่ถูกบิดามารดาบุญธรรมตามใจแต่เด็กยั่วโมโหเอาได้
“จะรีบไล่กันไปแล้วเหรอคะ พี่น่ะวางยาพี่วิศ แล้วปีนขึ้นเตียงของเขา พี่วิศไม่มีทางรักผู้หญิงแบบพี่หรอก”
“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้เป็นคนทำ”
“ฉันไม่รู้หรอกค่ะ พี่จะมาทึกทักว่าฉันรู้ได้ยังไงกัน” ญาตาวีทำสีหน้ายียวนกวนประสาท
“ไม่ใช่เพราะครอบครัวของเขามีปัญหาทางธุรกิจ เธอเลยวางแผนอยากที่จะสลัดเขาทิ้งหรอกเหรอ” ภัสรินพูดอย่างรู้ทัน
“อุ๊ย! ตาย ทำไมพี่ปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายฉันแบบนี้ล่ะคะ” แม้จะตกใจที่โดนรู้ทัน แต่เธอก็ไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้อีกฝ่ายจับได้ว่าตกใจ เธอหลอกทุกคนมานานหลายปี ทำให้ทั้งครอบครัวของเธอกับครอบครัวของเขาเข้าใจภัสรินผิดและเปลี่ยนความรู้สึกจากความรักความเอ็นดูเป็นความเกลียดชังและไม่รู้สึกเอ็นดูเหมือนก่อน เธอจะต้องไม่ยอมรับว่าวันนั้นเธอเป็นคนวางแผนเด็ดขาด ให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าภัสรินแอบรักรวิศเลยวางแผนจะจับเขา โดยการวางยาและปีนขึ้นเตียงของเขา อยากแย่งคู่หมั้นของน้องสาวเพราะอิจฉา และเธอก็คือคนที่โดนรังแก เจ็บช้ำกายใจ เลยหนีไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นเพื่อรักษาหน้า
ทั้งที่จริง ๆ แล้วที่เธอเลือกแต่งงานกับแทนไท บิดาของธเนศเพราะอีกฝ่ายรวยกว่ารวิศที่ตอนนั้นครอบครัวกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ทำท่าจะล้มละลาย ใครจะยอมไปกัดก้อนเกลือกินกันล่ะ
แต่ผ่านไปไม่กี่ปี คนที่ร่ำรวยกลับกลายเป็นรวิศ และคนที่ประสบปัญหาทางการเงินก็คือแทนไท เธอจึงหนีเขามา เพราะทนต่อความลำบากและความประหยัดของเขาไม่ไหวอีกต่อไป
“โตมาด้วยกัน ทำไมฉันถึงจะไม่รู้ว่าเธอเป็นคนยังไง” ในคราแรกที่บิดามารดาบุญธรรมนำเธอมาเลี้ยง ก็มอบความรักให้เธอจนหมด แต่พอพวกท่านมีลูกเป็นของตัวเอง ความรักทั้งหมดก็ถูกทุ่มเทไปให้ญาตาวี เธอไม่เคยคิดอิจฉา เพราะรักน้องสาวที่กำลังจะเกิดมาเช่นกัน แต่หลังจากที่ญาตาวีเกิดมา ทุกอย่างก็เริ่มเลวร้าย บิดามารดาบุญธรรมอาจยังเอ็นดูและรักเธออยู่บ้าง ยิ่งโตขึ้น ญาตาวีใส่ร้ายเธอยังไง พวกท่านก็หลงเชื่อจนหมด จนโดนทำโทษตั้งแต่เล็กจนโต ถึงขนาดโดนผลักตกน้ำ จนรวิศมาช่วยเอาไว้ ก็ไม่มีใครเชื่อ หาว่าเธอเรียกร้องความสนใจ กระโดดลงไปในน้ำเอง เพื่อใส่ร้ายญาตาวี
“ฉันเป็นคนยังไงเหรอคะ” ญาตาวีเดินเข้าหาอย่างคุกคาม
“เธอจะทำอะไรอีก” ญาตาวียกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาจับมือของพี่สาวเอาไว้ แล้วก็ยกขึ้นฟาดมาที่แก้มของตัวเองเต็มแรง ไม่ว่าภัสรินจะพยายามดึงมือหนีเช่นไร ญาตาวีก็ไม่ยอมปล่อย
รวิศที่เดินมาพอดี ก้าวเข้ามาพร้อมอาริศาที่ถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขน ภาพที่เห็นคือภัสรินตบญาตาวีจนหน้าหัน ส่วนญาตาวีก็ยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองด้วยน้ำตานองหน้า
“พี่ริน! ทำไมพี่ถึงตบฉันอีกแล้ว ฉันก็แค่เข้ามาอธิบายว่าฉันกับพี่วิศไม่ได้มีอะไรกัน แต่ทำไมพี่ถึงโกรธฉันขนาดนี้ แถมยังทำร้ายฉันอีก” ญาตาวีแกล้งบีบน้ำตา ในขณะที่ภัสรินได้แต่อึ้งจนต้องกลอกตาไปมา
อาริศาอุทาน ดวงตากลมโตมองมารดาด้วยแววตำหนิปนผิดหวัง ขณะที่รวิศหน้าเครียดขึ้นมาในทันที
“ฉันไม่ได้” ภัสรินพยายามจะอธิบาย แต่สายตาเย็นชาของรวิศและความเชื่อฝังใจของลูกสาวว่าเธอคือคนขี้อิจฉาและร้ายกาจ การกระทำของสามีและลูกสาวทำให้เธอนิ่งอึ้งไป
รวิศก้าวเข้ามาอีกสองก้าว สายตาแข็งกร้าวจับจ้องไปที่ภัสริน ราวกับคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วในใจของเขาแล้ว ดังนั้นเธออธิบายอะไรไป เขาก็คงไม่ฟัง ในเมื่อในสายตาของรวิศ เธอคือนางมารร้าย แต่ญาตาวีคือคนที่น่าสงสาร คงไร้ประโยชน์ที่จะพูดอะไรออกไป
“เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตบ แต่ถ้าไม่เชื่อ งั้นมาดูกันว่าตบจริงเขาทำยังไงกัน” ภัสรินฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าญาตาวีเต็มแรง
“ภัสริน…นี่เธอทำร้ายวีต่อหน้าลูกเหรอ” รวิศเข้ามาขวางเอาไว้เพื่อปกป้องญาตาวี ดวงตาของภัสรินไหววูบเมื่อเห็นผู้ชายที่รักและพ่อของลูกปกป้องคนอื่นแบบนี้
“คุณพ่อขา สงสารน้าวีจังเลยค่ะ” อาริศารีบเอ่ยขึ้น เสียงเล็กสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ พลางกอดคอญาตาวีเอาไว้แน่น ราวกับกำลังปกป้องสมบัติล้ำค่า
“พี่วิศ…อย่าว่าพี่รินเลยค่ะ วีผิดเองที่กลับมา ทำให้พี่รินหึงหวงขนาดนี้ ถ้าวีไม่กลับมาก็คงดี ถ้าวียอมให้แทนไททำร้ายจนตายไปพร้อมกับตาเนศปัญหาทุกอย่างคงจบ” ญาตาวีเอ่ยด้วยน้ำตานองหน้า แต่แววตาที่ชำเลืองมองพี่สาวแฝงไปด้วยความสะใจ
รวิศเคยเป็นของเธอมาก่อน เขาก็จะต้องเป็นของเธอตลอดไป ผู้หญิงคนอื่นไม่มีสิทธิ์ และถ้าเธอไม่ได้ คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้เขาไป
“เห็นไหมว่าวีเขาไม่เคยโกรธอะไรเธอเลย ตั้งแต่ที่เธอปีนขึ้นเตียงฉัน ก็มีแต่เขาที่ผิดหวังเสียใจอยู่คนเดียว ในขณะที่เธอเสวยสุขอยู่ที่ตระกูลวีรกิจ”
“ปีที่ผ่านมาพี่คิดว่าฉันเสวยสุขเหรอ” เธอเอ่ยถามเขาเสียงสั่น
“หรือว่าไม่ใช่ ตำแหน่งนั้นควรเป็นของญาตาวี แต่เธอแย่งมันไป”
“นี่พี่คิดแบบนี้เหรอ ในขณะที่พี่ลำบาก ครอบครัวมีปัญหาทางการเงิน ฉันก็ช่วยพี่ประหยัด อยู่เคียงข้างพี่ตลอด จนพี่พลิกฟื้นขึ้นมาได้ ฉันเสวยสุขตรงไหน”
“ก็หลังจากที่ครอบครัวดีขึ้น เธอก็ได้เสวยสุขไม่ใช่เหรอ จะโทษวีเขาไม่ได้ เขาเสียใจจนหนีไป ทำให้งานแต่งของเราล่ม ในช่วงเวลานั้นเขาไม่อยู่เคียงข้างฉัน ฉันก็ไม่โกรธเขา”
“เขาหนีไปแต่งงานกับคนที่รวยกว่าพี่นะ” ภัสรินเอ่ยขึ้นมาเพื่อจะเตือนสติเขา
“ที่เขาทำแบบนั้นก็เพราะว่าเธอทำให้เขาเสียใจ ต้องล้มเลิกงานแต่ง เขาเลยประชดไปแต่งกับคนอื่น” ประโยคของสามีทำให้ภัสรินหลุดหัวเราะขำออกมา
ตลอดระเวลาหลายปีมานี้เธอไม่มีค่าอะไรกับเขาเลยอย่างนั้นเหรอ คนที่คอยร่วมทุกข์ร่วมสุข คอยให้กำลังใจเขาเสมอมา แม้เขาจะไม่ใส่ใจ แต่เธอก็พยายามทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด ดูแลทุกคนในบ้านของเขาอย่างดี ดูแลเรื่องเสื้อผ้าอาหารการกิน เขาป่วยเธอก็คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำเดียว แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือความไร้ค่าที่สามีมอบให้
“หนูศา พ่อของลูกไม่เชื่อแม่ก็ไม่เป็นไร แต่หนูเชื่อแม่ใช่ไหม ว่าแม่ไม่ใช่คนแบบนั้น” เด็กก็ยังเป็นเด็ก อาจจะโดนล้างสมองได้ง่าย ๆ เธอจะพยายามใจเย็นกับลูกให้มาก แต่เด็กหญิงกลับส่ายหน้าช้า ๆ